ปรารถนารักแวมไพร์

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 251
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    22 ม.ค. 56

ทุกคนที่ส่งเสียงกระซิบกระซาบกันภายในห้องรับแขกต่างก็หุบปากเงียบโดยฉับพลัน ในทันทีที่ร่างสูงโย่งแต่ทว่าสมส่วนของมรกต เด็กสาววัย 18 ปีเดินลงมาจากบันได ดวงตาสีน้ำตาลของเธอเพียงแค่กวาดตามองบุคคลเหล่านั้น มุมปากหยักขึ้นเพียงเล็กน้อยหากแล้วก็เดินกลับเข้าห้องตามเดิมโดยไม่คิดจะพูดอะไร แม้ว่าคนเหล่านั้นจะเป็นบุคคลในครอบครัวของเธอเองก็ตาม

            ร่างสูงเดินผ่านพ้นไปจนลับตาแล้ว แต่เพชราผู้เป็นพี่สาวก็ยังไม่ไว้วางใจเสียทีเดียวนักจึงได้เดินด้วยฝีเท้าเงียบกริบขึ้นไปถึงบันไดชั้นบนสุด จวบจนกระทั่งแน่ใจแล้วว่าผู้เป็นน้องสาวปิดประตูขังตัวเองอยู่ในห้องอันเป็นกิจวัตรประจำวันแล้วจึงได้ถอนหายใจโล่งอกก่อนจะเดินกลับมา

            “เข้าห้องไปแล้วค่ะ” หญิงสาววัย 22 ปียักไหล่

 ตอนนี้เธอเรียนมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของประเทศ เกรดเฉลี่ยอยู่ในลำดับต้นๆ ของชั้นเรียนจึงไม่ก่อปัญหาใดๆ ให้กับผู้เป็นพ่อแม่ให้ต้องหนักใจ ผิดกับมรกตผู้เป็นน้องสาวที่หลายคนคิดว่าตัวเธอนั้นสร้างปัญหา  แต่หากถามเจ้าตัวเองแล้วเธอย่อมปฏิเสธหัวชนฝาจะก่อปัญหาไปได้อย่างไรในเมื่อตัวเธอนั้นไม่ได้ทำอะไรเลย เธอไม่เที่ยวเตร่ ไม่หนีเที่ยวเหมือนคนอื่นๆ ผลการเรียนถึงไม่ได้จัดว่าดี แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดย่ำแย่

“ตกลงว่าเราจะเอายังไงดีคะคุณ บอกตามตรงเถอะฉันหนักใจ” ทับทิมถอนหายใจยาวหนักหน่วง นึกเป็นห่วงกับอนาคตของบุตรสาวคนเล็ก

นับตั้งแต่อายุ 10 ขวบ มรกตมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป จากเด็กร่าเริงกลายเป็นเงียบขรึม ไม่สุงสิงกับใคร ทำให้เพื่อนฝูงของเธอน้อยลง มักจะขังตัวเองอยู่ในห้องนอนและห้องสมุดเพื่ออ่านหนังสือ แต่นั่นคงจะไม่สร้างความหนักใจหากจะเป็นหนังสือเรียนหรือหนังสืออ่านเล่นดังเช่นเด็กโดยทั่วไปชอบอ่าน

นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ผ่านมา 8 ปีแล้วแต่ความสนใจของมรกตไม่เคยเปลี่ยน เธอสนใจเรื่องราวลึกลับเหนือธรรมชาติ ภูตผีปีศาจ เครื่องราง เวทมนต์ และท้ายสุดที่เธอมีหนังสือเก็บเอาไว้มากเป็นพิเศษ คือเรื่องของแวมไพร์และผีดิบดูดเลือด

“บางทีหากแกได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ความคิดก็อาจจะเปลี่ยน” อนันต์ยังคงพูดด้วยประโยคเดิมซ้ำซากแม้ว่าตัวเขาเองจะเป็นคนปล่อยให้เวลามันเนิ่นนานมาถึง 8 ปีก็ตาม

เพชราได้ยินสิ่งที่พ่อพูดจึงยกมือขึ้นมาตบหน้าผากตัวเองแรงๆ ก่อนย้อนถาม

“นี่คุณพ่อยังคิดว่ามรกตจะหายหรือคะ”

“นั่นสิคุณ ฉันกลัวว่าลูกเราจะมีอาการทางจิตจนเข้ากับใครเขาไม่ได้ เท่าที่ฉันสืบรู้มา ที่โรงเรียน มรกตไม่มีเพื่อนแม้แต่คนเดียว”

“คุณพ่อเคยขึ้นไปดูห้องนอนของมรกตไหมคะ น้องไม่ให้ใครเข้าไปยุ่มย่ามแม้แต่การทำความสะอาด แต่เพชรแอบเข้าไปดูเมื่อวานนี้ พ่อนึกภาพสุสานผีดิบออกไหมคะ ห้องของมรกตไม่รู้ว่าทำความสะอาดครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ มันรกรุงรังมีหยากไย่เต็มไปหมด ทั้งห้องมีแต่รูปผีดิบเอย แวมไพร์เอย โอยเพชรไม่อยากจะพูด”

“ฉันได้ยินยายเพชรเล่ามาแล้วกลุ้มใจค่ะ เราคงปล่อยเอาไว้อย่างนี้ไม่ไหวแน่ พาแกไปพบจิตแพทย์ดีไหมคะคุณ”   ผู้เป็นภรรยาถามความเห็น

อนันต์จำต้องพยักหน้ารับ ทว่ายังเกรงมรกตจะไม่เข้าใจ

“ลูกจะยอมหรือคุณ”

คำถามพึ่งหลุดออกไปจากปาก ยังไม่ทันมีผู้ตอบ เสียงแหบห้าวของผู้ถูกกล่าวถึงในหัวข้อสนทนาก็ดังขึ้นขัดจังหวะ

“หนูไม่ไปหรอกค่ะ เพราะหนูไม่ได้บ้า”

“ไม่มีคนบ้าที่ไหนเขายอมรับตัวเองหรอก” ผู้เป็นพี่สาวโพล่งขึ้น

ใครๆ ที่รู้จักน้องสาวของเธอต่างก็ซักถาม พลอยทำให้เธอกลายเป็นคนประหลาดไปด้วย มรกตเป็นเหมือนแกะดำของบ้าน จะให้คนที่อยู่ร่วมบ้านเอาหน้าไปไว้ที่ไหน หากวันหนึ่งมีข่าวว่ามรกต ชุณยมาศย์ บุตรสาวคนเล็กของท่านรัฐมนตรีอนันต์ มีอาการประสาทหลอนคุ้มคลั่งคิดว่าตัวเองเป็นผีดิบหรือแวมไพร์เที่ยวไล่กัดคน

ไม่เธอไม่มีวันรอให้ถึงวันนั้น

“ฉันไม่ได้บ้า” เจ้าตัวปฏิเสธเสียงแข็งพร้อมกับมองพี่สาวเขม็ง

“เธอมันบ้า!

“พอที หยุดทะเลาะกันได้แล้ว มรกต ลูกต้องไปพบจิตแพทย์ ที่พ่อพูดไม่ได้หมายความว่าหนูเป็นบ้า แต่การไปพบจิตแพทย์จะทำให้หนูเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ ในชีวิต ไม่ใช่สิ่งที่หนูกำลังหมกมุ่นอยู่” อนันต์พยายามพูดอย่างใจเย็นที่สุดแม้จะเห็นว่าตอนนี้ลูกสาวคนเล็กหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ

“พ่อก็คิดว่าหนูเป็นบ้าอีกคน”

“ไม่ใช่”

“แล้วสิ่งที่หนูทำมันผิดตรงไหน ทำไมพ่อจะต้องยัดเยียดให้หนูเป็นบ้า หนูไม่เคยทำความเดือดร้อนให้ใคร” เด็กสาวผู้ถูกกล่าวหาย้อนถาม แม้จะโกรธจนหน้าแดง น้อยใจแสนน้อยใจแต่ไม่มีน้ำตาสักหยด เพราะเธอได้ฝึกตัวเองให้เป็นคนเข้มแข็งมาตลอด

เธอไม่ได้รู้ว่าการเสียใจแล้วมีน้ำตาไหลมันเป็นอย่างไรมานานมาก และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นจะไม่มีใครได้เห็นน้ำตาและความอ่อนแอของเธอ

“ทำไมจะไม่เดือดร้อน เราแทบเอาปีบคลุมหัวเวลาออกไปไหน เพราะกลัวจะมีคนรู้ว่ามีญาติเป็นตัวประหลาดอย่างเธอ” เพชราตะคอกอย่างสุดทน ทับทิมรีบแตะแขนเอาไว้เพราะเกรงจะกลายเป็นการทะเลาะกันใหญ่โต อย่างไรก็ลูกทั้งสองคน

“พอแล้วเพชร ให้คุณพ่อพูด”

“ไปพบจิตแพทย์เถอะลูก”

“ไม่ค่ะ หนูยืนยันว่าตัวเองไม่ได้บ้าและไม่ใช่ตัวประหลาด” เด็กสาวเสียงห้วนก่อนผลุนผลันออกไปจากบ้าน ท่ามกลางเสียงร้องห้ามของพ่อแม่

 

8 ความคิดเห็น

  1. #1 i love werewolf (@werewolf--) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มกราคม 2556 / 11:10
    มาต่อไวๆนะคะ
    #1
    0