จุมพิตในเพลิงทราย

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 372
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 ธ.ค. 55

สไบนางแอบหลบลำยองที่แวะเข้าร้านสปาไป รพ.จิตเวช โดยอ้างว่าขอออกไปชอปปิงให้หายเหนื่อยจากการทำงานติดต่อกันมาหลายวัน

ลำยองแทบว่าจะไม่ปฏิเสธงานไหนที่ติดต่อมาเลย ทั้งงานเดินแบบ ถ่ายแบบ อีเวนท์ ละคร แล้วไหนจะรายการต่างๆ ทำให้เธอแทบไม่มีเวลาหายใจเลยตลอดสองสัปดาห์

หญิงสาวลงจากรถด้วยหัวใจเต้นระทึก ซื้อขนมที่ยายเคยบอกเอาไว้ว่าเป็นของที่แม่ชอบมาหลายอย่าง หวังว่าแม่คงไม่อาละวาดเอากับเธอ แค่เพียงรอยยิ้มหรือคำทักทายไม่กี่คำ เธอก็พอใจ กับเธอดูเหมือนแม่จะตั้งป้อมปราการแข็งแรงเอาไว้ แต่กับคนอื่น แม่กลับพูดคุยด้วยเป็นปกติ

เกิดอะไรขึ้นกันนะ จู่ๆ ทำไมแม่ถึงได้เกลียดลูกในไส้ของตัวเอง

สไบนางส่งขนมให้พยาบาลเวรเป็นของฝาก แล้วยื่นความประสงค์ขอเข้าเยี่ยมแม่ พยาบาลหายไปชั่วครู่ก็เข็นรถที่มีแม่ของเธอในชุดคนไข้สีชมพูนั่งมา หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ดวงตาของแม่ที่ทอดจับเธอดูเหม่อลอย ไม่มีทีท่าจะจดจำได้ว่าเธอเป็นลูกสาว

“แม่เป็นยังไงบ้างคะ” เธอเอ่ยถาม มือวางทาบไปบนหัวเข่าในชุดคนป่วย หยาดน้ำตารื้นขึ้นมาทั้งสองข้าง กี่ปีมาแล้ว แม่ก็ยังอยู่ในสภาพเดิม

“ใคร ฉันไม่รู้จัก มาหาฉันทำไม” เครือวัลย์ ขยับเข่าหนีแล้วมองตอบสไบนางอย่างไม่ไว้ใจ พยาบาลจึงก้มหน้าลงมาบอก

“คุณเครือวัลย์จำไม่ได้หรือคะ มองให้ดีๆ สิคะ”

คนป่วยทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย สไบนางยิ้มกว้างเมื่อแม่มองมา หากแล้วก็ต้องตกใจ เมื่อเครือวัลย์ตวาดพลางกรีดร้อง

“นังบ้า ไปนะ ไปนะ!

“แม่ แม่จ๋าหวานเป็นลูกแม่ไงจ๊ะ ลูกสาวคนเดียวของแม่” หญิงสาวร้องไห้ เมื่อสบเข้ากับดวงตาเย็นชาว่างเปล่าของแม่บังเกิดเกล้า

“ฉันไม่มีลูก พาฉันไป มันจะฆ่าฉัน” เครือวัลย์ดิ้นรนอาละวาดจนพยาบาลต้องร้องเรียกให้คนมาช่วยจับตัวเอาไว้ พร้อมยาฉีดระงับประสาท จากนั้นอาการของเครือวัลย์จึงค่อยสงบลง และหลับพับคารถเข็น สไบนางมองตามหลังรถเข็นแม่ไปด้วยความร้าวรานใจ

“อาการของแม่ไม่ดีขึ้นเลยหรือคะ”

“ไม่นะคะ อาการของคนไข้ดีขึ้นมาก พูดจาหัวเราะกับคนอื่นๆ แต่ดิฉันก็แปลกใจ ทุกครั้งที่เห็นคุณสไบนาง คนไข้จะมีอาการอย่างนั้นทุกที”

“หวานก็ไม่ทราบค่ะ อย่างนั้นหวานขอตัวกลับก่อนนะคะ ฝากขนมนี่ให้แม่ด้วย” หญิงสาวยิ้มเศร้า เดินคอตกออกไป พยาบาลเองก็มองตามอย่างเห็นใจ ไม่ว่าจะตะล่อมถามอย่างไร คนไข้ก็ไม่เคยเอ่ยปากถึงเรื่องราวเกี่ยวกับลูกสาวให้ฟัง

สไบนางเช็ดน้ำตา แล้วปรับเสียงเครือสะอื้นให้เป็นปกติ เมื่อมีสายจากลำยองแม้จะพยายามฝืนทำเสียงให้ร่าเริงแล้ว แต่ผู้เป็นน้าก็ยังจับได้อยู่ดี

“แกไปไหนมา”

“หวานก็มาซื้อของแถวนี้แหละ น้าจะเอาอะไรไหม หวานจะซื้อไปฝาก”

“ไม่ต้องเลยนะ ฉันจับน้ำเสียงแกได้ ให้เดาเถอะ แกแอบไปหาพี่เครือใช่ไหม รีบออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ เดี๋ยวเถอะ นักข่าวมาเห็นเข้าจะทำยังไง” ลำยองร้อนใจ หลานสาวคนนี้หัวดื้อหัวรั้น ตักเตือนอะไรก็ไม่เคยฟัง คนดูจะรับได้ยังไง ที่นางเอกในดวงใจมีแม่เป็นบ้า

“เจอก็บอกเขาไปตามตรงสิ หวานไม่เห็นอาย”

“ถ้าแกเป็นนังหวาน เด็กสลัมคนเก่าก็ไม่มีใครสนแกหรอก แต่ตอนนี้แกคือ สไบนาง นางเอกเบอร์หนึ่งของช่อง ฉันหวังดีกับแกนะ ถ้าวันหนึ่งคนหมดความนิยมขึ้นมา แกก็แย่ ฉันเห็นมานักต่อนักแล้ว พวกนางเอกเก่าๆ ต้องเอาของเก่ามาขายกิน”

“หวานมีเงินเก็บ ถึงหวานไม่มีงานแสดงแล้ว หวานก็ไม่เอาตัวเข้าแลกงานหรอก น้าก็รู้นี่ว่าหวานไม่ใช่คนแบบนั้น เพราะถ้าหวานจะทำ ก็คงทำไปนานแล้ว”

“เงินเก็บ? จะซักเท่าไรเชียว บ้านกับรถแกก็ยังต้องผ่อน ฉันบอกแล้ว แค่ไปกินข้าวกับเสี่ยซ้ง เขาก็จ่ายแกเป็นแสน ใคร๊มันจะโง่ไม่เอา” ลำยองพูดมาถึงเรื่องนี้แล้วชักหงุดหงิด ถ้าสไบนางรับปากไปกินข้าวกับเสี่ยซ้ง เธอเองก็จะได้ของกำนัลเล็กๆ น้อยๆ เป็นสินน้ำใจ อย่างน้อยก็หลักหมื่นละ

แต่หลานของเธอมันโง่ หยิ่งไม่เข้าเรื่อง แค่ไปนั่งยิ้มหวานๆ พูดจาเอาอกเอาใจเขาหน่อย ไม่ได้ไปทำอะไรมากกว่านั้น ได้ตั้งเป็นแสนยังไม่ยอมเอา

“หวานยอมโง่ ดีกว่าให้คนมาดูถูก”

“โอ๊ยฉันไม่อยากพูดกับแกแล้ว เป็นไงล่ะ ไปหาพี่เครือ คงยิ้มหวานให้แกมาทีหนึ่ง ตามด้วยหอมแก้มไปอีกหลายฟอดสินะ” ลำยองประชดให้ เธอเองก็ไม่รู้ว่าพี่สาวเป็นอะไร ทำไมถึงได้จงเกลียดจงชังลูกสาวคนนี้นัก เธอหายไปจากบ้านหลายปี กลับมาพี่สาวก็เป็นบ้าไปแล้ว

“น้ารู้แล้วยังจะถาม”

“แต่แกก็ไป?”

“ก็เขาเป็นแม่หวานนี่ ต่อให้แม่เกลียดหวายังไง หวานก็ยังรักแม่เหมือนเดิมนั่นแหละ แล้วนี่น้าอยู่ที่ร้านรึเปล่า เดี๋ยวฉันออกไปรับ”

“รีบมาก็แล้วกัน อ้อ..พรุ่งนี้แกมีงานอีเว้นท์โทรศัพท์มือถือนะ ตอนบ่ายของรถมอเตอร์ไซค์” ลำยองรีบบอกก่อนที่หลานสาวจะวางสายไป

สไบนางถอนหายใจ รู้สึกอ่อนล้า อยากไปพักผ่อนในที่ไกลๆ บ้าง แต่เธอก็รู้ดีว่าภาระหน้าที่มีมากเหลือเกิน น้าเธอเองก็พูดถูก เงินเก็บที่เธอมี ทำอะไรไม่ได้มากนักในสมัยนี้ แถมยังต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถ และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาของแม่แต่ละเดือนทุกอย่างรวมกันก็เล่นเอาชักหน้าไม่ถึงหลัง

 

ช่างแต่งหน้าปัดบลัชออนไปบนพวงแก้มของสไบนางเป็นลำดับขั้นตอนสุดท้าย วันนี้เธอมีถ่ายแฟชั่นชุดว่ายน้ำแบบทูพีช คู่กับนายแบบนิโกรผิวหมึกสองคน เรื่องงาน ต่อให้เปลืองเนื้อเปลืองตัว หรือโชว์เนื้อหนังแค่ไหน เธอไม่เกี่ยง แต่งานพิเศษที่ลำยองขยันสรรหามาให้ เธอไม่คิดจะเอา


แม้ว่ามันจะได้มากกว่าการที่เธอต้องเหนื่อยอดหลับอดนอนหลายเท่าก็ตาม

“หุ่นน้องหวานเฟิร์มมากค่า พี่ละอิจฉา” ช่างแต่งหน้ามองอย่างชื่นชม รูปร่างสมส่วนไร้ที่ติ ใบหน้าหวานคล้ายสาวแขก ยามต้องเล่นบทอมทุกข์ก็ดูเศร้า ยามเมื่อต้องอยู่ในบทบาทเซ็กซี่โชว์เนื้อหนังก็ทำให้ได้ดีเยี่ยม จนเชื่อว่าเธอคือนางเสือสาวยั่วสวาทจริงๆ

“หุ่นพี่เอี้ยงก็ดีเหมือนกันนะคะ เนื้อแน่นเชียว” หญิงสาวแกล้งหยอกเอินด้วยการบีบหมับไปบนต้นขากำยำของช่างแต่งหน้าที่มีความเป็นชายเหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง ส่งผลให้ฝ่ายนั้นมองค้อนแล้วหัวเราะขึ้น ตั้งแต่ทำงานในวงการแต่งหน้าให้ดารามานับไม่ถ้วน ก็เห็นมีสไบนางนี่แหละที่ไม่ถือตัว เป็นที่รักของทุกคน

“เฟิร์มแค่ไหน ก็สู้คุณหวานไม่ได้หรอกค่า โน่นแหนะคุณใหญ่เรียกแล้ว แดดกำลังงาม” ช่างแต่งหน้ารุนหลังเธอให้ออกไป แสงแดดยามเช้าบนเกาะห่างไกลผู้คนกำลังสวยพอดี แดดตกกระทบกับเม็ดทรายเล็กๆ ดูระยิบระยับเช่นเดียวกับผืนน้ำทะเลสีฟ้าตัดกับขอบฟ้าสีคราม

นายแบบรออยู่ก่อนแล้วในชุดกางเกงว่ายน้ำ ผิวสีหมึกทาทับด้วยกากเพชรดูแวววาว สายตาชายหนุ่มทั้งสองจับจ้องหญิงสาวไม่วางตา

ผู้หญิงเอเชีย ผิวสีน้ำผึ้งเนื้อละเอียด หน้าตาราวเทพธิดาจำแลง ใช่จะผ่านตามาให้เห็นง่ายๆ

สไบนางกล่าวทักทายเป็นภาษาอังกฤษกับชายหนุ่มทั้งสอง เพื่อเป็นการทำความรู้จักกันในขั้นต้น จากนั้นจึงถูกจับให้โพสท่าทางตามสไตลิสต์ มองจากภาพค่อนข้างเปลืองตัว แต่คนถ่ายก็พยายามเซฟให้เธออย่างสุดๆ งานนี้เธอได้ค่าจ้างมามากพอจะหลับหูหลับตาถ่ายให้เสร็จ

ขอแค่เป็นงานสุจริตเท่านั้นพอ

 

หลังจากที่หนังสือที่มีสไบนางถ่ายชุดว่ายน้ำออกวางแผง ก็เป็นที่กล่าวขวัญและฮือฮากันมาก มีทั้งเสียงชื่นชมและเสียงต่อว่า แต่ถึงอย่างนั้นความดังของเธอก็ฉุดเอาไว้ไม่อยู่ ยิ่งกระแสวิพากษ์วิจารณ์มีมากเท่าไร เธอก็ยิ่งดังมากเท่านั้น ส่งผลให้หนังสือขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ละครที่ออนแอร์ก็ดังเป็นพุแตก

“หวาน ดูข่าวแกสิ แรงมาก”

“แรงแล้วดีไหมละน้า เขาด่าหวานมากรึเปล่า”

“ด่าสิดี ยิ่งด่ายิ่งแรง รู้ไหมว่าภาพที่แกถ่ายแบบ กับบทนางเอกร้ายๆ ที่แกเล่น มันเข้ากันดีแค่ไหน เห็นไหมฉันมองไว้ไม่ผิดว่าถ้าแกรับบทนี้ แกจะดังเปลี้ยงปล้าง” ลำยองอ่านข่าวแล้วยิ้มร่า หลานดังแค่ไหน เธอก็พลอยมีเงินจับจ่ายใช้สอยไปด้วย

“ถ้าอย่างนั้นก็ค่อยยังชั่ว งั้นหวานขอตัวไปนอนก่อนนะ วันนี้คงไม่มีงานอีกแล้วใช่ไหม” เธอปิดปากหาว รู้สึกเหนื่อยและเพลียจนตาจะปิด ลำยองรู้สึกเห็นใจหลานสาวขึ้นมาบ้างจึงโบกมือไล่

“จะไปไหนก็ไปเถอะไป”

 

ราจี๊ฟ เบน บินฮาซิม มองเรือนร่างสีน้ำผึ้งผุดผ่องในชุดว่ายน้ำแบบทูพีชที่อวดโฉมอยู่บนอินเทอร์เนตด้วยความพอใจ ใบหน้าหวานคมซึ้งกับรูปร่างไร้ที่ติ มองจ้องตอบเขาด้วยดวงตายั่วยวน

แม่สาวร้อนแรง แค่มองสบตากับเขาจากจอคอมพิวเตอร์ก็ทำให้อารมณ์บางอย่างในร่างกายเขาเร่าร้อน แข็งขันขึ้นมาทันที มือหนาลูบไล้เรือนร่างยวนตาผ่านหน้าจออย่างหลงใหล

“สวยเหลือเกิน แม่สาวน้อย” ชายหนุ่มหัวเราะร่า หมายหมั้นปั้นมือว่าอย่างไรเสียก็จะต้องสอยแม่เสือนางนี้มาครอบครองให้ได้

มือไวเท่าความคิด ราจี๊ฟ เบน บินฮาซิม กดโทรศัพท์เรียกยูซุป ลูกน้องคนสนิทเข้ามาหา ไม่นานเกินรอ ชายหนุ่มรุ่นน้องวัยอ่อนกว่าเขาสองปีก็ปรากฏกายขึ้น ศีรษะค้อมต่ำลงมาเป็นการทำความเคารพ

“มีอะไรให้ผมรับใช้หรือครับ”

“มาดูนี่สิ” ราจี๊ฟกวักมือเรียก ยูซุปขยับเข้าไปใกล้ คิ้วหนาขมวดแล้วคลายออกเมื่อเจอภาพสาวเอเชียในชุดว่ายน้ำนอนก่ายกอดกับหนุ่มผิวหมึกบนชายหาด “ใครหรือครับ”

“ไม่รู้ แต่เป็นนางแบบเอเชีย เป็นหน้าที่ของนายต้องจัดการ” เขาออกคำสั่ง พลอยทำให้ลูกน้องหนุ่มหน้ายุ่ง เรื่องงานต่อให้ยากลำบากแค่ไหนเขาก็ไม่หวั่น ไม่ว่าจะให้กินนอนบนทะเลทราย ควบคุมดูแลการขุดเจาะน้ำมัน เขาไม่เคยบ่น แต่เรื่องนี้

เฮ้อ

ยูซุปถอนหายใจออกมาเงียบๆ เขาไม่ถนัดเอาเสียเลยเกี่ยวกับเรื่องผู้หญิงของเจ้านาย โดยเฉพาะผู้หญิงคนนี้เป็นคนเอเชีย เป็นต่างชาติ

“คุณราจี๊ฟจะให้ผมพาเธอมาหรือครับ เห็นจะยาก ไม่ใช่ผู้หญิงเมืองเรา”

“ไม่มีอะไรยากหรอกน่า เขาเรียกเงินเท่าไหร่ก็ให้ไปสิ ดูจากการโพสท่าของหล่อนแล้ว ไม่น่าจะยาก แต่ฉันถูกใจดวงตาและท่าทางของหล่อน ตอนอยู่บนเตียงคงให้ความรู้สึกดีพิลึก” ราจี๊ฟบอกขึ้น ตายังจับจ้องคนบนจอภาพราวกับถูกเสน่ห์ยาแฝด

“ผู้หญิงของเรามีอีกตั้งมากนี่ครับคุณราจี๊ฟ เบลก็เฝ้าถามถึง” ยูซุปพยายามโน้มน้าวให้เขาเปลี่ยนใจ ทว่าไม่เป็นผล

“ฉันเบื่อแล้ว อยากได้คนนี้ และฉันก็ต้องได้ด้วย”

“เอ่อ

“ไม่มีแต่ทั้งนั้น รีบไปจัดการตามคำสั่ง แล้วฉันจะตบรางวัลให้อย่างงาม ผู้หญิงคนนี้ทำให้ฉันถูกชะตาตั้งแต่แรกพบ ตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น” ราจี๊ฟออกอาการพร่ำเพ้อแต่ยูซุปหนักใจ เจ้านายของเขาอะไรๆ ก็ดีอยู่หรอก เสียอย่างเดียวกับเรื่องผู้หญิง

ในเรื่องงาน ไม่ว่าจะหนักหนาแค่ไหนก็ถึงไหนถึงกัน เป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่สื่อทั่วโลกจับตามอง ผู้หญิงมากมายดาหน้าเข้าหาดุจแมลงเท่าบินเข้ากองไฟ แม้รู้ว่าราจี๊ฟไม่ได้มีความจริงใจให้ นอกจากเห็นเป็นของเล่นแก้ขัดในยามมีความต้องการของชาย แต่ก็เต็มใจเข้าหา

แต่เท่าที่ดู ผู้หญิงคนนี้ก็คงไม่ยากนักหรอก ให้เงินไปมากๆ ขี้คร้านจะรีบบินมาทันที

“ครับ เจ้านาย”

“มันต้องได้อย่างนี้สิยูซุป ถึงจะเรียกว่ารู้ใจกัน เอาละ ฉันจะรอข่าวดีจากนาย พาตัวแม่คนนี้มาให้ฉันให้ได้ ไม่ว่าจะเสียเงินเท่าไรก็ตาม” เขาออกคำสั่งอีกครั้งแล้วโบกมือไล่ เอนกายลงกับโซฟาเพื่อจับจ้องใบหน้าหวานผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างพอใจ

ชื่อของเธอ สไบนาง แปลว่าอะไรเขาก็สุดรู้ แต่เขาอยากได้แม่สไบคนนี้มาครอบครอง

 

ร่างบางของลัยลาผละลุกจากโต๊ะเครื่องแป้งมานั่งบนโต๊ะทำงานส่วนตัว คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุดวางตั้งอยู่ วันนี้เธอรู้สึกเบื่อๆ เพราะไม่ได้ออกไปไหน กลางวันร้อนๆ ท่ามกลางเมืองทะเลทรายแบบนี้จะทำอะไรได้ ต้องรอให้ถึงช่วงหลังตะวันตกดิน ชีวิตผู้คนที่นี่ถึงจะเริ่มขึ้น

หากไม่มีอินเทอร์เนตและโลกออนไลน์ เธอเองยังนึกไม่ออกเลยว่า วันๆ จะต้องทำอะไรบ้างนอกจากนั่งจับเจ่าอยู่ในคฤหาสน์แสนงาม พอเธอบ่นเรื่องนี้มากๆ เข้า แม่ของเธอถึงได้บอกว่า ผู้หญิงคนอื่นเขาไม่มีปัญหา ก็เพราะอายุขนาดเธอก็มีลูกเป็นโขยง ไม่มีเวลาว่างให้นั่งเหงา

ตอนนี้ใครๆ ที่รู้จักโลกออนไลน์ ต่างก็ต้องรู้จักเฟชบุ๊กกันทั้งนั้น เป็นสังคมออนไลน์ยุคใหม่ที่ย่อโลกอันกว้างใหญ่ไพศาลให้แคบลง และเธอก็ใช้มันคลายเหงามาตลอดหลังเรียบจบ

หญิงสาวกวาดสายตาอ่านข้อมูลต่างๆ บนหน้าจอ เธอมีเพื่อนที่เรียนด้วยกันเป็นคนไทยสองคน จึงพิมพ์ข้อความทักเข้าไป เพื่อนเธอเองก็ตอบกลับมาทันทีเช่นกัน

“ทำอะไรอยู่หรือลัยลา ปกติเราเข้ามาเล่นไม่พร้อมกัน”

“วันนี้เบื่อมาก ไม่รู้จะทำอะไรดี เย็นนี้ว่าจะไปชอปปิงแก้เซ็งซักหน่อย ตลาดพื้นเมืองบ้านฉัน ไม่เหมือนห้างสรรพสินค้าที่อังกฤษหรอกนะ แต่ก็มีเสน่ห์ชวนให้นักท่องเที่ยวหลงใหล” มือเรียวพิมพ์แป้นคีย์บอร์ดโต้ตอบ รอยยิ้มผุดขึ้นเมื่ออ่านข้อความตอบรับมา

“ฉันละอิจฉาเธอจริงๆ ไม่ต้องทำงานอะไร ฉันสิ ตอนนี้เป็นเวลางาน แต่ฉันแอบเจ้านายเล่นคลายเครียด เธออย่าพูดไปเชียว”

“ถ้าฉันเจอเจ้านายเธอ จะรีบบอกเดี๋ยวนี้”

“เจอเธอก็ดีแล้วลัยลา ฉันมีอะไรจะให้เธอดู ฉันเองไม่ค่อยได้สนใจดูละคร หรือดูแบบแฟชั่นเท่าไร เลยไม่รู้ว่าที่เมืองไทยมีดาราชื่อสไบนาง ไม่อย่างนั้นคงบอกเธอเสียนานแล้ว”

“หืม? แล้วเกี่ยวอะไรกับฉัน”

“ไม่รู้ว่าเกี่ยวไหม แต่ฉันว่าเขาหน้าตาเหมือนเธอมาก มากจนฉันเกือบจะคิดว่าเป็นเธอเสียแล้ว ตอนแรกตกใจแทบแย่ ว่าเธอเปลี่ยนจากการคลุมหน้า สวมชุดยาวกรุยกรายเป็นเจ้าหญิง มาถ่ายแบบวาบหวิวแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่” ฝ่ายนั้นบอกขึ้นยิ่งเร่งเร้าให้เธออยากรู้

“ฉันขอดูหน่อย”

“รอรับนะ เดี๋ยวจะส่งให้ดู”

หลังเพื่อนร่วมห้องเรียนพิมพ์ประโยคนั้นเสร็จ ก็ส่งรูปดาราคนนั้นมาทันที สายตาเธอกวาดมองดาราสาวเอเชียที่กำลังดังมากในขณะนี้ของเมืองไทย ดาราสาวอยู่ในชุดว่ายน้ำวาบหวิว เคียงคู่กับนายแบบผิวหมึกสองคน ใบหน้ายิ้มยวนยั่ว ริมฝีปากเผยอชวนให้หลงใหล


มันคงไม่แปลกนักหรอก หากใบหน้านั้นจะไม่ละม้ายคล้ายเธอ!

“ว่าไงลัยลา เธอคิดว่ายังไง”

“เหมือนมากจริงๆ เธอเป็นใคร” ลัยลาพิมพ์โต้ตอบ หัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น จะมีด้วยหรือในโลกใบนี้ที่จะมีคนหน้าตาเหมือนกัน ทั้งที่ต่างเชื้อชาติ ต่างศาสนา และอยู่กันห่างไกลกันอย่างนี้

“ฉันหาประวัติได้คร่าวๆ ชื่อสไบนาง อายุเท่ากับเธอเลยนะลัยลา เกิดวันที่ 24 สิงหาคม เข้าวงการมาเมื่อสามปีที่แล้ว ตอนนี้หล่อนดังมาก ฉันเองก็พึ่งกลับเมืองไทย แล้วไม่ได้สนใจข่าวดาราเท่าไร เมื่อวานว่างๆ ไม่มีอะไรทำก็เลยซื้อหนังสือเล่มนั้นกลับไปอ่านที่ห้อง” ฝ่ายนั้นพิมพ์ตอบมายาวเหยียด แต่ลัยลานิ่งไปนาน

24 สิงหาคม….

เธอเองก็เกิดวันนี้

“ลัยลา ยังอยู่รึเปล่า” โมริสาพิมพ์ถาม ลัยลาจึงรีบพิมพ์ตอบ

“อยู่จ้ะ ฉันแค่อึ้งไปนิดหน่อย เธอลืมไปรึไง ว่าฉันก็เกิดวันนั้น”

“อาจริงด้วยลัยลา ตายจริง ฉันว่าเรื่องนี้มันไม่ธรรมดาซะแล้วนะ มีอย่างหรือ หน้าตาเหมือนกัน อายุเท่ากัน เกิดวันเดียวกัน ฝาแฝดเธอแน่ๆ เชียว” โมริสาออกความเห็น ทำให้คนที่อ่านข้อความนั้นนิ่งงันไป เพราะไม่อยากเชื่อว่ามันจะเป็นไปได้

“ฉันไม่รู้โมริสา ตั้งแต่เกิดมา ฉันก็เป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อแม่ แม่ไม่เคยเห็นเล่าให้ฟังว่ามีลูกสาวอีกคน” หญิงสาวกัดริมฝีปากล่างจนรู้สึกชา

“แล้วฉันจะช่วยค้นประวัติครอบครัวเขาไปให้” โมริสาอาสา

“ขอบใจมากโม อย่างนั้นฉันจะถามแม่ดู แต่แม่ฉันเป็นคนเงียบๆ ท่านไม่ค่อยสุงสิงกับฉันนักหรอก ฉันเกรงว่าท่านจะไม่ยอมเปิดปาก บางทีอาจต้องเริ่มซักจากคนเก่าๆ ของที่นี่” ลัยลาถอนหายใจ เธอคิดว่าตัวเองได้รับความรักและเลี้ยงดูจากแม่อย่างดีที่สุด แต่บางครั้งบางครากลับรู้สึกห่างเหิน เย็นชา ท่านไม่ได้ให้ความสนิทสนมกับเธอเท่าที่ควร ตั้งแต่จำความได้เธออยู่กับพี่เลี้ยงเสียมากกว่า

หญิงสาวปิดคอมพิวเตอร์หลังจากการสนทนาสิ้นสุดลง ตอนนี้บ่ายแก่ๆ แดดแรงกล้าเริ่มทอแสงอ่อนลง แต่เธอเปลี่ยนใจไม่ไปข้างนอกแล้ว แต่เดินเข้าไปในครัวแทน

“ตายจริงคุณหนู หิวหรือคะ ทำไมไม่กดกริ่งเรียก นังฮาน่าไปไหน ถึงได้ปล่อยให้คุณหนูออกมาเองถึงครัว” รุยา แม่ครัววางมือทาบอกอย่างตกใจเกินกว่าเหตุ ท่าทางทุกข์ร้อนของนางทำให้เธอต้องรีบบอก

“ฉันไม่ได้หิวหรอกจ้ะป้ารุยา เพียงแต่ไม่มีอะไรจะทำเท่านั้นเอง ส่วนฮาน่า คิดว่าฉันหลับ ก็คงออกไปทำธุระส่วนตัวของเขาบ้าง ป้าทำอะไรอยู่ พอจะมีเวลาว่างให้ฉันบ้างไหม” หญิงสาวเอ่ยถาม รอยยิ้มอ่อนโยนทอดจับใบหน้าของหญิงวัยกลางคน

คุณหนูลัยลาของนางช่างอ่อนโยนนัก ไม่เหมือน

รุยารีบปัดความคิดฟุ้งซ่านของตัวเองออกไปอย่างรวดเร็ว เมื่อไม่เห็นว่าคนเป็นสาวใช้ต่ำต้อยอย่างเธอจะเอาตัวไปข้องเกี่ยว นางเดินไปเช็ดมือกับผ้าลวกๆ แล้วยืนรอคำสั่งของลัยลา

“ออกมาข้างนอกเถอะจ้ะ ในครัวร้อนเหลือทน” หญิงสาวเดินนำออกไปก่อน ซีกหน้าขาวผ่องมีเหงื่อเล็กๆ ผุดซึม เพราะไม่ชอบอากาศร้อนๆ อย่างนี้ เมื่อเดินมาถึงห้องรับแขก หญิงสาวเดินออกไปเมียงมองเพื่อดูว่ามีใครเข้ามาหรือไม่ เมื่อไม่เห็นใครจึงหันมาหารุยา

“ฉันมีเรื่องอยากถามหน่อย ป้ารุยาก็อยู่ที่นี่มานาน พอจะรู้ไหมจ๊ะ ว่านอกจากฉันแล้ว คุณแม่มีลูกอีกรึเปล่า” ลัยลาถามคำถามที่รุยาไม่คิดว่าตัวเองจะได้ยิน

“คุณลัยลา ทำไมถามอย่างนั้นละคะ”

“บอกมาก่อนเถอะป้ารุยา ฉันแค่อยากรู้เท่านั้น” หญิงสาวเร่งเร้า เกรงว่าผู้เป็นมารดาจะกลับเข้ามาและพลาดโอกาสในการซักถาม

“เอ่อความจริงท่านก็มีลูกสาวอีกคนค่ะ น้องสาวของคุณ แต่เสียดายที่อายุสั้น เธอเสียไปตั้งแต่อายุแค่ 2 ขวบ” รุยายอมบอก เพราะเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตขนาดจะต้องปิดบังกัน

“น้องสาวหรือ ไม่ได้อายุเท่ากันงั้นรึ” หญิงสาวย้อนถาม ทำให้รุยาแปลกใจ หากแล้วก็ส่ายหน้าปฏิเสธ ทั้งที่ในใจนึกสงสัยกับคำถามนั้น

“ไม่ใช่หรอกค่ะ น้องสาวคุณหนูเกิดหลังคุณหนูสองปี เอ่อถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะคะ ต้องรีบกลับไปทำอาหาร” รุยารีบเอ่ยขอตัว เมื่อหญิงสาวไม่ห้ามปรามจึงเดินลิ่วออกไปทันที ลัยลากัดริมฝีปากอย่างครุ่นคิด ในเมื่อน้องสาวของเธอตายไปแล้ว ผู้หญิงคนนั้นย่อมไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเธอ

เถอะทุกอย่างอาจเป็นเรื่องบังเอิญ

ลัยลาตัดบทกับตัวเอง ปัดความคิดฟุ้งซ่านนั้นให้ออกไปให้พ้นจากสมอง มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้หญิงคนนั้นจะเกี่ยวข้องกับเธอ เพราะพ่อกับแม่คงไม่ปล่อยให้ใครมาพรากลูกในอกจากไปแน่ โดยเฉพาะพ่อซึ่งมีเธอเป็นลูกสาวแค่คนเดียว

21 ความคิดเห็น

  1. #1 ทามาคา (@iamnangfa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2555 / 21:54
    สนุกดีค่ะ  จะติดตามนะค่ะ
    #1
    0