จุมพิตในเพลิงทราย

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 368
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 พ.ย. 55

ราจี๊ฟ เบน บินฮาซิม เบือนใบหน้าอันหล่อเหลาราวผลงานแกะสลักชั้นยอดของจิตรกรเอกในยุคโบราณหันมามองสาวสวยเชื้อชาติอังกฤษ ที่นอนทอดกายเปลือยเปล่ารอเขาอยู่ด้วยสายตายั่วยวน เจ้าหล่อนนอนตะแคง ลมหายใจยังสะดุดเป็นช่วงๆ เพราะผ่านเกมรักเร่าร้อนกันมาเมื่อครู่ แต่รสชาติที่เขาปรนเปรอให้ มันทำให้เธอปรารถนามันอีกเป็นครั้งที่สอง แม้ว่าเมื่อครู่จะฟาดฟันกันจนแทบหมดแรง

“ราจี๊ฟคะ”

 หญิงสาวร่างบางผิวสีเข้มกวักมือเรียก ร่างหนาในชุดเสื้อคลุมผ้าเนื้อดีจึงผุดลุกขึ้น รูปร่างของเขาค่อนข้างสูงสง่าตามลักษณะของชายชนเผ่าทะเลทราย ผิวสีแทนแต่ทว่าเนียนไม่หยาบกร้าน บ่งบอกถึงชีวิตที่สุขสบายไม่ต้องกรำงานหนักมาตลอดชั่วชีวิต

หน้าท้องเป็นลอนลูกไร้ไขมัน มีไรขนเล็กๆ ขึ้นตามหน้าท้องไล้ลงเบื้องล่าง ใบหน้าหล่อเข้ม หนวดถูกโกนเกลี้ยงเกลาน่ามอง ไม่นิยมไว้หนวดอย่างชายอาหรับโดยทั่วไป รอยยิ้มเปิดออกเล็กน้อย เผยให้เห็นฟันซี่เล็กเรียงเป็นตับขาวสะอาด ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงมาใกล้ๆ ริมฝีปากสีกุหลาบที่เผยอเชิญชวน

“ยังไม่เหนื่อยหรือเบล”

“เหนื่อยค่ะ แต่ว่าเพื่อคุณราจี๊ฟ ฉันทนได้เสมอ” ร่างเปลือยเปล่าเริ่มบิดเร่าไปมา เมื่อมือแกร่งวางทาบมาบนหน้าอกอวบเต็มมือทั้งสองข้างแล้วเคล้นคลึง หยอกเย้า แต่ไม่ยอมเคลื่อนกายเข้าหา เรียวขางามไขว่หากันแล้วบีบอัดกันแน่นด้วยความรัญจวน

“เพื่อฉัน หรือเพื่อตัวเธอเองกันหือ

“โธ่ อย่าทรมานฉันอีกเลยค่ะ มาเถอะ” มือเรียววาดไปโอบรอบเขาแล้วกดให้ใบหน้าเขาเข้ามาใกล้ หน้าอกหน้าใจที่ใหญ่มโหฬารจนมือสองข้างของเขายังกอบกุมมันไว้ไม่ไหว  เบลถือเป็นแม่สาวที่จัดอยู่ในประเภทเนื้อนมไข่ เป็นแม่พันธุ์ชั้นดีที่ชายต้องการ

เสียงหัวเราะบาดใจของเขาดังขึ้น เคลื่อนกายเข้าหา ริมฝีปากร้อนๆ ซอกซอนไปตามลำคอขาวผ่อง เรือนร่างอวบอัดของวัยแรกสาว ทำให้อารมณ์ของเขากระเจิดกระเจิงอยู่ไม่น้อย

เบล เป็นสาวน้อยที่ร้อนแรง ดอกไม้ทะเลทรายที่พร้อมจะมอบตัวและหัวใจให้กับเขา เพราะเงินที่เขาให้หล่อนมากพอจะให้ใช้จ่ายได้อย่างสบายไปนาน แต่เขาไม่คิดจริงจังจนถึงขั้นเลี้ยงดูออกหน้าออกตา เห็นหล่อนเป็นแค่ทางผ่าน และเจ้าตัวเองก็เต็มใจ

เขาให้เงินเธอ เธอได้ทั้งเงินและความสุขสม เท่านี้ก็เพียงพอ

ยังไม่ทันได้รุกหนักถึงขั้นไหน โทรศัพท์ของเขาก็กรีดร้องขัดจังหวะที่กำลังกระเจิดกระเจิงไปไกล แต่เขาไม่สนใจ ยังคงตั้งหน้าตั้งตาเล้าโลมแม่สาวผิวขาว แต่เสียงโทรศัพท์ยังดังไม่หยุด

“ใครวะ” ร่างหนาผุดลุกขึ้น แต่มือไม้ของสาวที่นอนทอดตัวอยู่เบื้องล่างไขว่คว้าไม่ยอมปล่อย เพราะตอนนี้อารมณ์ของเจ้าหล่อนไม่อาจควบคุม บางอย่างในร่างกายเร่งร้อน แล้วจู่ๆ ถ้าไม่มีอะไรมาดับ ไฟที่ปะทุไปทั่วร่างจะมอดได้อย่างไร

“อย่าไปนะคะ ได้โปรด”

“ฉันแค่ไปรับโทรศัพท์น่า” เขาปัดมือที่ไขว่คว้านั้นให้ออกห่าง แล้วเดินไปยกหูโทรศัพท์ที่ยังกรีดร้องระรัวขึ้น ใครกันนะที่บังอาจขัดความสุขของเขาในยามนี้

“ราจี๊ฟพูด”

“ราจี๊ฟ แม่เอง” เสียงนั้นทำให้ชายหนุ่มแทบสำลักน้ำลายตัวเอง ปกติแม่ไม่เคยยุ่มย่ามโทรศัพท์เรียกตัวเขาในยามพักผ่อนหย่อนกายอย่างนี้

“ว่าไงครับแม่ ผมกำลัง

“กำลังอยู่กับผู้หญิงอีกละสิ” ผู้เป็นมารดาต่อประโยคของเขาให้ ก่อนบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนอกอ่อนใจ “นี่มันกลางวันอยู่นะลูกรัก อย่าหักโหมนักสิ”

“แม่ชอบถามว่าเมื่อไรผมจะมีครอบครัวเสียที ก็กำลังหาอยู่นี่ไงครับ” ชายหนุ่มบอกขึ้น นึกเดาได้เลยว่าตอนนี้นูรีน แม่ของเขากำลังทำหน้ายังไง

“ลูกไม่ต้องลำบากหรอก เพราะขืนให้ลูกหาเอง แม่คงไม่พ้นได้พวกนังกุหลาบทะเลทรายมาเป็นสะใภ้ แม่รับไม่ได้หรอกนะราจี๊ฟ” นูรีนส่ายหน้าดิก สีหน้าทุกข์ร้อน เพราะคิดว่าลูกชายพูดจริง

“ผมล้อเล่นน่ะครับแม่ ผมยังไม่คิดหาสะใภ้ให้แม่ตอนนี้หรอกน่า อย่างน้อยก็จนกว่าจะเบื่อชีวิตโสด ซึ่งมันก็คงนานมาก จนอาจจะไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้”

“อย่านะ ตระกูลของเราจะไม่มีทายาทสืบทอดได้ยังไง แย่จริงๆ อย่าให้ท่านพ่อได้ยินเชียวนะ”

“แล้วนี่แม่โทรมาหาผมเรื่องอะไร ด่วนรึเปล่า”

“ทำไม ลูกจะทำอะไรต่องั้นหรือ” นูรีนถามทั้งที่รู้ดี ได้ยินเพียงเสียงหัวเราะของลูกชายดังมาก่อนตอบมาตามสายด้วยน้ำเสียงสบายๆ

“ไปทำธุระต่อให้เสร็จครับ”

“รีบทำให้เสร็จๆ แล้วอาบน้ำเตรียมตัวกินข้าวเย็นกับแขกของเรา”

“หืม ใคร?”

“อุลมาน มูฮัมเหม็ด อาลี เขาเป็นหุ้นส่วนบริษัทน้ำมันสาขาใหม่ของพ่อ ลูกจำเป็นต้องรู้จักเอาไว้ ที่สำคัญ อุลมาน จะพาลูกสาวมาด้วย แม่อยากให้รู้จักกันเอาไว้”

“โอ๊ะว่าแล้วเชียว ว่าแม่ต้องมีอะไรในใจ” ชายหนุ่มหัวเราะขึ้นอีกครั้ง อุลมาน มูฮัมเหม็ด อาลี เป็นเศรษฐีใหม่ที่ร่ำรวยมาไม่กี่สิบปี เพราะได้บารมีของพ่อตาส่งเสริม จับธุรกิจน้ำมันและการส่งออกเพชรแล้วประสบความสำเร็จ สื่อกำลังเล่นข่าวของเขา ภาพจึงปรากฏอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์บ่อยครั้ง

ชายสูงวัย อายุเกือบ 60 ปี หน้าตาบ่งบอกร่องรอยของวัยที่ออกจะเกินจริง ริ้วรอยของประสบการณ์เต็มใบหน้า หนวดเครารกรุงรัง ตัดแต่งไม่เป็นระเบียบ

ถ้าจะให้เขาออกความเห็นตามตรงก็คือ เป็นชายที่หาสารรูปดูไม่ได้ ไม่จำเป็นต้องรู้จักกันไว้ เขาก็คาดเดาหน้าตาของลูกสาวอุลมานออก

หึพ่อหน้าตาแบบนี้ ลูกสาวจะหนีกันสักแค่ไหนเชียว ถึงแม่อาจจะสวยระดับนางงามก็เถอะ แค่ได้กรรมพันธุ์ของพ่อไปเสี้ยวหนึ่งก็แย่แล้ว

“ผมรู้จักเขาดีแล้วครับแม่ อุลมาน มูฮัมเหม็ด อาลี ผู้ค้าน้ำมันรายใหม่ที่มาแรงมากในตอนนี้”

“แต่นี่เป็นคำสั่งของพ่อ อย่าทำให้พ่อโกรธ เข้าใจไหม” นูรีนออกคำสั่งกรายๆ ฮะซัน สามีของเธอไม่ได้มีราจี๊ฟเป็นลูกชายเพียงคนเดียว เพียงแต่เธอเป็นภรรยาคนที่หนึ่ง ถึงได้มีอำนาจมากกว่าใคร แต่ของอย่างนี้ก็ไว้วางใจไม่ได้ ลูกชายอีกสามคนของฮะซัน ก็มีความสามารถไม่แพ้กัน

ถ้าหากราจี๊ฟไม่ได้กุมอำนาจทั้งหมดของกิจการในตระกูลบินฮาซิม เธอก็ยังไม่ไว้วางใจ อะไรก็เกิดได้ทุกเมื่อ ไม่มีใครไว้วางใจได้ทั้งนั้น

ยิ่งอยู่สูง ความรู้สึกก็ยิ่งหนาว เธอจำเป็นต้องทำทุกอย่างให้ราจี๊ฟได้สิ่งที่ดีที่สุด เพราะหากวันหนึ่งไม่มีฮะซันแล้ว เธอกับลูกอาจลำบาก เพราะราจี๊ฟ เป็นลูกชายคนเล็กของฮะซัน ถึงจะเกิดจากภรรยาคนที่หนึ่งที่มีชาติตระกูลเสมอกันก็เถอะ

“เป็นคำสั่งของพ่อ พี่ชายอีกสองคนของลูกก็ไปด้วย”

“โอเคครับแม่ อย่างนั้นผมรีบไปจัดการธุระของผมต่อ รับรองว่าเย็นนี้แม่จะได้เห็นหน้าผมบนโต๊ะอาหารแน่ๆ” เขาบอกเอาใจ เพราะรู้ว่าทุกอย่างเป็นความหวังดีของท่าน

“ดีมากลูกรัก” นูรีนยิ้มออก วางสายแล้วหันไปเลือกผ้าสวยๆ เพื่อจะเอาไปกำนัลว่าที่ลูกสะใภ้ที่เธอหมายหมั้นปั้นมือเอาไว้ในใจ ในขณะที่ผู้เป็นลูกชายกำลังบรรเลงเพลงรักเร่าร้อนอยู่กับสาวคนอื่น

 

ลัยลาถอนหายใจหนักหน่วงที่วันนี้อุลมาน ผู้เป็นพ่อให้คนมาแจ้งว่าเย็นนี้จะให้เธอไปกินอาหารเย็นที่บ้านของฮะซัน เบน บินฮาซิม ผู้ร่วมหุ้นธุรกิจน้ำมัน ทั้งที่มันไม่ใช่หน้าที่ของผู้หญิงอย่างเธอเลยสักนิด เพราะถึงอย่างไร บ้านเมืองนี้ผู้หญิงก็ถูกกดเอาไว้ใต้อำนาจของผู้ชาย เธอไม่มีอำนาจหน้าที่ไปช่วยบริหารงานให้พ่ออยู่แล้ว

“เป็นอะไรจ๊ะลัยลา หน้าตายุ่งเหยิง” รามิลยาเชยคางมนของผู้เป็นลูกสาวขึ้นมามอง ใบหน้าหวานคมซึ้ง น่ามองไปทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นใบหน้ารูปไข่ หน้าผาก ดวงตา จมูก ริมฝีปาก ทุกอย่างถูกจิตรกรวาดเอาไว้อย่างลงตัว หาที่ติในความงามบาดตานั้นไม่เจอ

แต่ความสวยของคนตรงหน้า ไม่ได้ก่อเกิดความพอใจให้กับเธอเลยสักนิด

“แม่คะ ทำไมท่านพ่อจะต้องให้ลูกไปกินข้าวเย็นด้วย ไม่เห็นจะเกี่ยวกับเราเลย” หญิงสาวถามขึ้น สาวใช้นำชุดสวยมาวางเรียงบนเตียงให้เลือก พร้อมผ้าคลุมสีเดียวกัน

“แม่ก็ต้องไปเหมือนกันนี่จ๊ะ บางทีพ่ออาจอยากให้เรารู้จักครอบครัวนั้นไว้”

“ทุกที พ่อไม่ให้เราออกไปไหนง่ายๆ” หญิงสาวยังกังขา

“อย่าสงสัยมากเลยจ้ะ พ่อให้ทำอย่างไร เราก็ทำเถอะ แล้วนี่อาบน้ำแล้วหรือยัง ท่านพ่อกำชับแม่ให้เข้ามาดู ให้ลูกอาบน้ำขัดร่างกายให้สะอาดและแต่งตัวให้สวยที่สุด” รามิลยาบอกขึ้นยิ้มๆ มีหรือที่เธอไม่รู้ว่าผู้เป็นสามีกำลังคิดจะทำอะไรอยู่

หึคิดจะร่วมเป็นทองแผ่นเดียวกับตระกูล บินฮาซิมละสิ

เงินต่อเงิน ทุกอย่างคือผลประโยชน์ ผู้ชายมีหน้าที่ออกคำสั่งและผู้หญิงมีหน้าที่ต้องทำตาม โดยไม่อาจบิดพลิ้ว ไม่ว่าจะต้องการหรือไม่ก็ตาม

“ค่ะ” ลัยลาลุกขึ้นยืนอย่างไม่เต็มใจ สาวใช้รีบถอดเสื้อคลุมตัวนอกให้ แล้วเดินนำเข้าไปในห้องอาบน้ำกว้างขวาง ประดับประดาด้วยหินอ่อนและโมเสกงดงาม อ่างอาบน้ำขนาดใหญ่วางไว้อีกมุมหนึ่ง น้ำอุ่นๆ ลอยด้วยกลีบกุหลาบหอมกรุ่น ข้างกายมีอุปกรณ์อาบน้ำราคาแพงครบครัน

ชีวิตของลัยลามีแต่ความเพียบพร้อมบริบูรณ์ มาตั้งแต่เกิดจนโต


“ผิวของคุณหนูงามเหลือเกินค่ะ ดูกี่ครั้งๆ ก็งาม” สาวใช้คนสนิทที่โตมาด้วยกันลูบไล้ขัดเนื้อตัวให้ แล้วเอ่ยชม ผิวของลัยลาขาวนวลเนียน ต่างจากสาวอาหรับทั่วไปที่ผิวมักจะคล้ำ เพราะแดดแรง ใบหน้าหรือเล่าก็งดงามราวดอกไม้แรกแย้ม ผิวขาวละเอียดเหมือนดอกแมกโนเรีย

แต่ทว่า หน้าตาผิวพรรณ แตกต่างจากพ่อแม่อย่างสิ้นเชิง

“อาบน้ำให้ฉันมากี่ปี ก็ชมเหมือนเดิมนะฮาน่า ไม่เบื่อบ้างหรือไงจ๊ะ” ลัยลาหัวเราะเสียงใส รอให้อีกฝ่ายขัดเนื้อขัดตัวเสร็จจึงลุกขึ้นยืนให้เช็ดตัว และบรรจงทาครีมบำรุงให้ทุกซอกทุกมุม แตะด้วยน้ำหอมสั่งตรงจากฝรั่งเศส ยี่ห้อดัง กลิ่นโปรดของลัยลา

เจ้านายของเธอ แม้จะเกิดและถูกเลี้ยงดูในครอบครัวมุสลิมที่เคร่งครัด แต่ท่านอุลมานก็รักลูกสาวคนสวยมากพอจะผ่อนปรนให้ลัยลาได้เรียนหนังสือในประเทศตะวันตก ไม่เหมือนผู้หญิงในเมืองนี้โดยทั่วไปที่ถูกเก็บตัวเอาไว้ในบ้าน รอวันที่จะมีสามีและผลิตลูกเท่านั้น เพียงแต่ต้องมีสาวใช้และบอร์ดี้การ์ดตามติดไปด้วยทุกที่ ดูแลไม่ให้คลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว

“วันนี้คุณรามิลยากำชับนักหนา ให้คุณหนูสวยเป็นพิเศษ” ฮาน่าสวมชุดตัวยาวกรุยกรายลงบนร่างบอบบาง สีม่วงอ่อนๆ ช่วยขับผิวขาวให้เปล่งประกายยิ่งขึ้น แล้วประคองให้นั่งบนโต๊ะแต่งตัว ใบหน้าแต่งแต้มงดงามสุดฝีมือ แล้วเมียงมองอย่างพอใจ

“เจ้าว่าท่านพ่อกับท่านแม่คิดจะทำอะไร ฮาน่า” เธอถาม แต่แม่สาวใช้ปิดปากหัวเราะคิกคัก

“ลองผู้ใหญ่จัดแจงให้แต่งหน้าแต่งตางดงามแบบนี้ละก็ ดูตัวแน่เชียวค่ะ”

“ดูตัว!” ลัยลาอุทาน แล้วส่ายหน้าดิก “ฉันไม่คิดจะแต่งงานกับผู้ชายเมืองนี้”

“หา คุณหนู ทำไมพูดแบบนั้นเล่าคะ ท่านมาได้ยินเข้าจะไม่พอใจเอานะ เป็นผู้หญิง อย่างไรก็ต้องออกเรือน อย่างคุณหนู เชื่อเถอะว่าจะต้องได้ผู้ชายที่ดีที่สุดในอาไบย่าแน่ๆ”

“ขึ้นชื่อว่าผู้ชายเมืองเรา มันก็มีเมียมากทั้งนั้น ถึงฉันจะเกิดและโตที่นี่ แต่ความคิดของฉันมันไม่ใช่เสียแล้ว ฉันชอบวัฒนธรรมของตะวันตก ที่มีผัวเดียวเมียเดียว” ลัยลาบอกขึ้น ทำให้ฮาน่าถอนหายใจ คุณลัยลาของเธอมักมีความคิดที่ไม่เหมือนใครเสมอ เพราะการศึกษาที่สูงส่งหล่อหลอมให้คิดอะไรไม่เหมือนใคร

“แต่ใครๆ เขาก็มีเมียสี่คนกันทั้งนั้นนี่คะ จะได้มีลูกชายมากๆ” สาวใช้คนสนิทไม่เห็นเป็นเรื่องแปลก

“เพราะผู้หญิงเรายอมๆ กันอย่างนี้ละน๊า ผู้ชายถึงได้ใจ มีเมียหลายคนแล้วยังไม่พอ บางคนถึงขั้นเปิดฮาเร็ม ดีนะที่ท่านพ่อไม่มีฮาเร็ม เหมือนพวกเศรษฐีคนอื่นๆ” ลัยลายยกมือห้ามเมื่อฮาน่าทำท่าจะเถียง ร่างบางผุดลุกขึ้นยืน มองตัวเองในกระจกเงา แล้วเดินไปห้องนอนส่วนตัว

ภายในห้องนี้มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน หญิงสาวเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้น ทำการเชื่อมตัวอินเทอร์เนต เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับลูกชายในตระกูล เบน บินฮาซิม สองคนแรกมีภรรยาแล้ว เหลือก็แต่น้องชายคนสุดท้อง เธอจึงจิ้มปลายนิ้วลงไป     

“ราจี๊ฟ เบน บินฮาซิม”

 ใบหน้าหล่อเหลาของเขาปรากฏขึ้นในหน้าจอ พร้อมด้วยประวัติคร่าวๆ ถึงอายุและการศึกษา หากทว่าข่าวของเขามักมีในทางลบ โดยเฉพาะในเรื่องผู้หญิง

เพล์บอยนักรัก

คาสโนว่าแห่งผืนทราย

เจ้าชายคืนเดียว

เหล่านี้ล้วนเป็นฉายาอันน่าสะพรึงกลัวสำหรับผู้หญิงอย่างเธอ ถ้าพ่อกับแม่คิดจะจับคู่ให้เธอกับผู้ชายคนนี้ละก็ เธอยินดีขึ้นคานให้อับอายไปตลอดชีวิต

เขาเป็นลูกชายคนเล็กของ ฮะซัน แต่เกิดกับภรรยาคนที่หนึ่ง จึงมีสิทธิมากกว่าพี่ชายทั้งสองคน อันเกิดจากภรรยาคนรอง ซึ่งทั้งสองคนนั้นแต่งานถูกต้องตามประเพณีไปเมื่อปีที่แล้ว อย่างนั้นก็เหลือผู้ชายแค่คนเดียวก็คือนายราจี๊ฟคนนี้

โธ่ ไม่นะ อัลเลาะห์ ขอได้โปรดประทานพร อย่าให้ลูกกับผู้ชายคนนี้ต้องเกี่ยวดองกันเลย

“คุณหนูคะ คุณรามิลยาให้คนมาตามแล้ว” ฮาน่าเข้ามาเรียก คิ้วขมวดเมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรโบราณปรากฏบนหน้าจอ “ใครหรือคะ รูปงามแท้”

“ราจี๊ฟ เบน บินฮาซิม”

“โองดงามอย่างนี้นี่เล่า คุณรามิลยาถึงได้กำชับนักหนาให้แต่งตัวคุณหนูให้สวยที่สุด” ฮาน่าตาโตกับรูปโฉมของเจ้าชายนักรักอย่างราจี๊ฟ แต่คนฟังเบ้หน้า

“ถ้าฉันต้องแต่งงานกับผู้ชายคนนี้ ฉันยินดีกัดลิ้นตัวเองตาย”

“อะไรกันคะ คุณราจี๊ฟทั้งรูปงาม ทั้งร่ำรวย ชีวิตของคุณหนูจะสุขสบายไปตลอด ฉันไม่เห็นว่าท่านจะน่ารังเกียจตรงไหนเลย” ฮาน่ามองนายสาวอย่างไม่เข้าใจ เพราะมองไม่เห็นแม้เท่ารูเข็ม ว่าคนอย่างราจี๊ฟ เบน บินฮาซิมน่ารังเกียจที่ตรงไหน

“เจ้าไม่รู้หรอกว่าข่าวของเขาในวงสังคมย่ำแย่แค่ไหน ผู้ชายคนนี้เจ้าชู้ มีเมียรวมกันแล้วคงตั้งฮาเร็มได้ ถ้าฉันต้องแต่งงานกับเขา คงต้องกินข้าวแทนน้ำตา” ลัยลาส่ายหน้าปฏิเสธท่าเดียว แล้วลุกเดินนำออกไปก่อน รถยนต์คันหรู เปิดแอร์เย็นฉ่ำเปิดเอาไว้รอท่า

เธอนั่งตอนหลังคู่กับมารดา ส่วนรถของอุลมานผู้บิดา เดินทางล่วงหน้าไปก่อนแล้ว เพราะตามธรรมเนียมของบ้านเธอ ผู้ชายจะไม่อยากร่วมเดินทางไปกับผู้หญิง อย่างเวลากินข้าว พ่อก็กินกับพี่ชาย ส่วนแม่ เธอและภรรยาคนอื่นๆ ของพ่อก็จะกินร่วมกันเป็นสัดส่วนแยกชายหญิง

นอกจากพ่อและพี่ชายของเธอ ไม่มีชายใดได้เห็นใบหน้า เพราะต้องคลุมหน้าและสวมฮิญาบปิดบังใบหน้าสะสวยงดงามนี้เอาไว้ เพื่อรอให้สามีในอนาคตได้เป็นผู้เปิดมันแต่เพียงผู้เดียว

“เป็นอะไรลัยลาหน้าตาคร่ำเคร่ง” รามิลยาเอี้ยวตัวมาถาม วันนี้แม่ของเธอแต่งกายหรูหรางดงาม เนื้อตัวเต็มไปด้วยเครื่องประดับราวจะเอาไปอวดโฉมกับใคร แต่ก็เป็นตามธรรมดาของผู้หญิงเมืองนี้ เมื่อนานๆ ทีสามีให้ออกจากบ้านไปพบปะผู้คน จึงต้องหาสิ่งของมาอวดกัน

ใครมีลูกสาวก็สาธยายถึงความงามของลูกสาวตัว ใครมีเสื้อผ้าแพรพรรณ หรือเครื่องเพชรพลอยแปลกใหม่ก็สวมมันมาด้วย จากนั้นเรื่องราวจะมีให้พูดกันไม่รู้จบ เป็นเรื่องที่น่าเบื่อน้อยไปหรือ

“แม่คะ ถามสักนิดเถิด วันนี้เราแค่จะไปกินอาหารบ้านนั้นใช่ไหมคะ”

“ใช่นะสิจ๊ะ ลูกคิดว่ามีอะไรหรือ” รามิลยาเลิกคิ้ว แต่มองบุตรสาวยิ้มๆ ลัยลาเป็นคนฉลาด รู้เท่าทัน เพียงแต่แกล้งถามไปอย่างนั้นเอง แต่เธอก็ทำเป็นรู้ไม่เท่าทันเสีย

“เปล่าหรอกค่ะ ลูกเพียงแต่สงสัยเท่านั้นเอง”

“ไม่มีอะไรหรอกลูกรัก พ่อก็เพียงแค่อยากให้สองครอบครัวรู้จักกันไว้ เพราะสองตระกูลต้องทำงานร่วมกันอีกมากนัก” รามิลยาเอ่ยขึ้น เมื่อใกล้ถึงแล้วจึงสวมฮิญาบขึ้นคลุมใบหน้า

รถยนต์เคลื่อนเข้าสูคฤหาสน์หลังงาม ที่แบ่งเป็นส่วนหน้าและหลัง แน่นอนว่ารถของผู้เป็นบิดากับรถที่เธอนั่งแยกไปคนละทาง อย่างไรเธอก็โล่งใจ ที่ไม่ต้องเผชิญหน้ากับราจี๊ฟ เบน บินฮาซิม

ลัยลาลงจากรถ มีสาวใช้ในชุดขาวเข้ามาเชิญให้ไปยังโต๊ะอาหารที่จัดเอาไว้ด้านใน สตรีในชุดงดงามสี่คนยืนรอต้อนรับอยู่อย่างพร้อมเพรียงเธอเดาว่าคนที่ยืนเป็นคนแรก คือนูรีนภรรยาคนที่หนึ่งของฮะซัน เบน บินฮาซิม ซึ่งเดินตรงเข้ามาทักทายแม่ของเธอ

ทั้งสี่นางไม่ได้สวมฮิญาบ เพราะอยู่กันตามลำพังผู้หญิง เธอจึงถอดมันออกเสีย เพราะรู้สึกร้อนและอึดอัด แม้ว่าห้องนี้จะปรับแอร์คอนดิชั่นเนอร์เย็นฉ่ำ แตกต่างจากผู้คนส่วนมากของอาไบย่าที่ยากจน ความรวยและความจนแตกต่างกันราวพลิกฝ่ามือ

คนรวยก็รวยมาก คนจนก็ยากจนมากจนแทบไม่มีอะไรกิน ขนมปังแข็งๆ ขึ้นรา ยังจัดเป็นอาหารเลิศรส เธอโชคดีที่ชีวิตสมบูรณ์พูนสุขมาตลอด พ่อกับแม่คงกลัวลูกสาวคนนี้ลำบาก ถึงได้คิดจับคู่ให้ แต่หารู้ไม่ว่าเธอจะลำบากยิ่งกว่า หากต้องแต่งงานกับผู้ชายเจ้าชู้อย่างนั้น

หลังจากแม่เธอทักทายสตรีเหล่านั้นเสร็จก็หันมาแนะนำเธอบ้าง ดูเหมือนนูรีนจะจับจ้องใบหน้าของเธอเป็นกรณีพิเศษ

“หนูชื่อลัยลาหรือจ๊ะ”

“ค่ะ” หญิงสาวเอื้อมมือมาจับมือผู้สูงวัยกว่าขึ้นจุมพิต นูรีนพินิจใบหน้าของลัยลาด้วยความพอใจ หญิงสาวผู้นี้งามไปทุกสัดส่วน ทั้งรูปร่างหน้าตา กิริยามารยาท

“ทานข้าวกันนะจ๊ะ วันนี้ป้าสั่งคนทำอาหารรับรองเป็นพิเศษ ปล่อยให้ผู้ชายเขาคุยงานกัน ส่วนเราก็คุยกันตามประสาสาวๆ” นูรีนจับจูงมือลัยลา ผู้ที่ตัวเองตั้งใจอยากได้เป็นสะใภ้

หลังพูดคุยกันได้สองสามประโยค เธอก็ยิ่งถูกชะตา ยิ่งมารู้ว่าลัยลา ผ่านการศึกษาจากประเทศอังกฤษทัดเทียมกับลูกชายก็ยิ่งพอใจ หลังกินอาหารกันเสร็จจึงหยิบเสื้อผ้าแพรพรรณ ที่สั่งซื้อมาให้จากฝรั่งเศสมาให้ เนื้อของมันลื่นมือ สวมใส่สบายบ่งบอกได้ถึงราคาค่างวด

“ตั้งใจเตรียมไว้ให้นะจ๊ะ”

“ขอบพระคุณค่ะท่านป้า” ลัยลารับมาถือไว้ สีหน้าออกอาการอึดอัด ในขณะที่รามิลยาเพียงแต่ยิ้ม แค่มองก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไร

เชื่อเถอะ เธอเลี้ยงลัยลามาตั้งแต่เด็ก เด็กคนนี้ไม่ได้หัวอ่อนนักหรอก

 

ทางด้านพวกผู้ชายเอง ก็กำลังคร่ำเคร่งกับการประชุมแผนงานการขุดเจาะแหล่งน้ำมันแห่งใหม่ ทั้งที่บอกว่าเป็นการเชิญมาเพื่อร่วมสังสรรค์ก็ตาม ราจี๊ฟวางแผนงานทุกขั้นตอนอย่างเป็นระบบได้ฉะฉาน เป็นคนหนุ่มไฟแรงที่พร้อมจะลุยงานหนักแม้จะอายุน้อยที่สุดในบรรดาผู้ชายที่นั่งกันบนโต๊ะอาหาร แต่ราศีกลับทอดจับใบหน้าเขามากกว่าใคร อุลมานจึงพอใจอยู่ไม่น้อย

อย่างนี้ต้องให้รอฮิม ลูกชายคนโตของเขาศึกษางานกับราจี๊ฟให้มาก

ผู้ชายแบบนี้ ถึงจะดูแลปกป้องลัยลาได้

“ข้าชักรู้สึกอิจฉาท่านนะฮะซัน” หลังพูดคุยกันเรื่องงานจบลงแล้ว อุลมานก็เอ่ยขึ้น ฮะซันหรี่ตามองอีกฝ่ายเล็กน้อยแล้วหัวเราะขึ้น เมื่อสายตาของชายตรงหน้าเพ่งมองไปยังลูกชายตน

“ท่านก็น่าอิจฉาน้อยเสียเมื่อไหร่ รอฮิมช่วยงานท่านได้มากทีเดียว ข้าเองยังนึกเสียดาย น่าจะมีลูกชายมากกว่านี้อีกสักหน่อย จะได้แบ่งเบาภาระไปบ้าง”


“อย่างเราคงแก่เกินกว่าจะทำอย่างนั้นแล้วล่ะ ฮะซัน เห็นทีคงต้องให้เป็นรุ่นลูก”  อุลมานบอกขึ้น ตายังจับไปยังชายหนุ่มอายุน้อยที่สุดบนโต๊ะอาหาร ฮะซันหัวเราะร่า หรี่ตามองอีกครั้ง

“ได้ข่าวว่าท่านมีลูกสาวสวยอยู่คนหนึ่ง”

“ข้ามีลูกสาวคนเดียวจริงๆ แต่สวยหรือไม่นั้นมันก็แล้วแต่คนมอง” อุลมานถ่อมตัว แม้จะรู้อยู่เต็มอก ว่าลูกสาวตัวเองสวยหยาดฟ้ามาดิน หากใครได้เห็นรับรองเลยว่าจะต้องตกหลุมรัก ลูกสาวของเขาสวยสดงดงามคมคาย หน้าตาเหมือนแม่ราวแกะออกมาจากพิมพ์เดียวกัน

ราจี๊ฟฟังสนทนาของพ่อกับอุลมานเงียบๆ ไม่พูดอะไร แต่ในใจกำลังขบขัน ลองพ่อหน้าตาแบบนี้ละก็ ไม่ต้องไปคิดถึงลูกสาวให้เสียเวลา ลูกไม้จะหล่นได้ไกลต้นสักแค่ไหนกันเชียว

“จริงสินะ ท่านมีลูกสาวแค่คนเดียว ทั้งที่ท่านก็มีภรรยาถึงสี่คน ทำไมไม่หานังเล็กๆ เพิ่มสักหน่อยละท่าน ลูกสาวก็เอาไว้ดูแลงานเรือนให้เป็นระเบียบเรียบร้อย หรือจะมีลูกชายเพิ่มอีกสักหน่อยก็ไม่เห็นเป็นไร” ฮะซันแนะนำอย่างหวังดี เขาอายุมากแล้ว แต่ก็ยังหาแสวงหาเด็กสาวเอ๊าะๆ มาเคียงข้างกาย เพราะบรรดาภรรยาทั้งสี่คนของเขาก็แก่เกินกว่าจะปลุกเร้าอารมณ์ของเขาได้แล้ว

 และพวกเธอเองก็ไม่ได้หวงห้าม เพราะถึงเขาจะมีฮาเร็มเล็กๆ ในบ้าน แต่พวกเธอทั้งสี่คนก็ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีไม่ขาดแคลน อยากได้อะไรก็เพียงแค่เสียเวลายกมือขึ้นมากระดิกนิ้ว

“ไม่หรอกท่าน ไม่อยากวุ่นวายอะไรอีก ลำพังแค่งานตรงหน้าก็แทบไม่มีเวลาหายใจ ผู้หญิง ตอนใหม่ๆ ก็ดีอยู่หรอก แต่หลังๆ จะเริ่มวุ่นวายเอากับเรา”

“ฮะๆ ท่านนี่แปลกคน พวกผู้หญิงก็เหมือนกับเครื่องประดับที่เพิ่มความสง่าให้กับเรา มีน้อยก็ไม่ดีนักหรอก แต่เอาเถอะ ลางเนื้อชอบลางยา คนเรามันชอบไม่เหมือนกัน”

“ถึงข้าจะมีลูกสาวแค่คนเดียว แต่ลัยลาก็ไม่เคยทำเรื่องหนักใจอะไรให้ ตรงข้ามกลับเรียบร้อยดังผ้าพับไว้ ฉลาดเฉลียว หากเป็นลูกชายละก็ คงเก่งเหมือนหลานชายราจี๊ฟ” อุลมานเอ่ยชมลูกสาวตัวเองจนราจี๊ฟนึกหมั่นไส้ แต่ไม่คิดอยากเห็นเจ้าหล่อนให้เสียลูกตา

 เถอะ เดี๋ยววันนี้เมื่อแม่ได้เห็นหน้าหล่อน แม่คงคิดเปลี่ยนใจไปเอง

21 ความคิดเห็น