ธิดาฮาเร็ม ตีพิมพฺกับอักษรศาสตร์

ตอนที่ 13 : ชีสิตเร่ร่อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1209
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    8 มี.ค. 53

นับตั้งแต่อัสมียานางในฮาเร็มผู้ที่องค์สุลต่านกาซีมเคยโปรดปรานหลบหนีออกมาจากฮาเร็มทำเอาปั่นป่วนไปทั่ว บรรดายูนุคทั้งหลายถูกลงโทษอย่างหนักโทษฐานที่ปล่อยให้นางในคนโปรดหายไปไม่เว้นแม้แต่ยีเนียเองที่พลอยถูกหางเลขไปด้วยจนอดที่จะนึกแค้นเคืองหญิงสาวผู้มีนามว่าอัสมียาขึ้นมาไม่ได้

วันนี้นางจึงได้ตรงมาที่ห้องของจัสปาที่ออกจะกว้างขวางและหรูหราเกินหน้าเกินตาของนางในคนอื่นๆเพื่อปรับทุกข์โดยตรง

เป็นอะไรน่ะท่านยีเนีย ตั้งแต่วันที่นังผู้หญิงหน้าโง่คนนั้นหายตัวไปข้ายังไม่เคยเห็นท่านยิ้มเลยนะจัสปาที่กำลังนั่งให้นางทาสคู่ใจของเธอแต่งตัวให้หันมาเอ่ยถามขณะตามองใบหน้างดงามของตัวเองในกระจกอย่างพึงพอใจในรูปโฉมนั้น

จะให้ข้ายิ้มได้อย่างไรกันเล่า ในเมื่อองค์สุลต่านทรงกริ้วหนักขนาดนั้น ทรงเรียกข้าไปต่อว่าทุกวัน เฮอะ….ข้าจะไปรู้ได้ยังไงว่านังคนโง่นั่นมันจะหนีออกไป นึกแล้วก็ยังแปลกใจไม่หายว่ามันลักลอบออกไปโดยวิธีใดกันแน่ ทั้งที่กำแพงฮาเร็มออกจะใหญ่โตขนาดนี้ แล้วรอบๆวังนี้ก็มียูนุคคอยเฝ้าอยู่ไม่ได้ขาด ยังกับว่ามันมีปีกบินหนีไปได้อย่างนั้นล่ะ

ยีเนียบ่นพึมพำขณะโบกพัดหางนกยูงไปมา นางทาสคู่ใจของจัสปารีบเข้ามาบีบนวดแข้งขาให้ยีเนียอย่างเอาใจ

องค์สุลต่านทรงกริ้วมากอย่างนั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าทรงคิดถึงและต้องการมันอยู่น่ะสิ ข้าจะไม่ยอมหรอกนะท่านยีเนียจัสปากระฟัดกระเฟียดอย่างไม่พอใจ

เนื่องจากเธอเป็นที่โปรดปรานขององค์สุลต่านถึงขนาดทำให้พระองค์ไม่ทรงเรียกนางในคนอื่นๆมานานนับตั้งแต่ที่เธอได้เข้ามาถวายตัว หากว่าทรงเผื่อแผ่ความรักไปให้แก่หญิงอื่นล่ะก็ย่อมเป็นสิ่งที่เธอจะทนนิ่งเฉยอยู่ไม่ได้

อย่าห่วงไปเลย ฝ่าบาททรงรักและหลงเจ้าออกจะตายคงจะทรงรู้สึกเสียพระพักตร์นั่นแหละ คิดดูสิในฮาเร็มแห่งนี้ใครๆก็อยากจะเข้ามาอยู่กันทั้งนั้น นังคนนั้นมันกลับหนีออกไปถือเป็นการหมิ่นพระเกียรติอย่างรุนแรงเชียวล่ะ

คำปลอบใจของยีเนียค่อยทำให้สีหน้าบึ้งตึงของจัสปาดีขึ้น หญิงสาวจึงได้ยอมทรุดตัวลงนั่งให้นางทาสบีบนวดตามตัวอย่างสบายใจขึ้น

ข้าก็คิดอย่างนั้นล่ะ ฝ่าบาททรงขลุกอยู่กับข้าทั้งวันทั้งคืนทุกวันแบบนั้นคงจะไม่นึกถึงนังอัสมียานั่นหรอกเพราะหากว่าทรงรักมันแล้วล่ะก็ตอนที่มันยังอยู่ข้าก็ไม่เห็นจะทรงเรียกหามันจัสปาบอกขึ้นอย่างถือดีก่อนจะหันมาบงการนางทาสทั้งสองให้เตรียมความงามของเธอให้พร้อมก่อนที่องค์สุลต่านจะเสด็จมาเพื่อที่เธอจะเป็นคนโปรดของพระองค์ตลอดไป

ข้างฝ่ายองค์สุลต่านเองนั้นกำลังเสด็จดำเนินกลับไปกลับมาภายในห้องบรรทมด้วยสีพระพักตร์บูดบึ้งนับตั้งแต่ทรงทราบว่าอัสมียาหนีไป

ทรงให้ทหารออกติดตามมานี่ก็เข้าสู่วันที่สามแล้วก็ยังไร้วี่แวว ผู้หญิงตัวเล็กๆบอบบางออกขนาดนั้นจะหนีไปได้ไกลถึงขนาดนั้นเชียวหรือ

ทรงพึมพำกับพระองค์เองไปมาจนกระทั่งมีเสียงเคาะประตุดังขึ้นทำเอาถึงกับสะดุ้งรีบดึงความคิดวกวนสับสนนั้นให้กลับเข้ามาสู่พระพักตร์เรียบเฉยเป็นปกติดังเดิม

เข้ามาทรงเอ่ยอนุญาตและผู้ที่ก้าวเข้ามาในห้องบรรทมก็คือพระชายาอาลีนะห์นั่นเอง พระวรกายยังคงอ้อนแอ้นแม้ว่าชันษาจะใกล้เข้าปีที่สามสิบเต็มที

เรือนพระเกศาสลวยถูกเกล้าเป็นมวยยาวเปิดพระพักตร์ ทรงไม่ได้สวมผ้าคลุมทำให้พระพักตร์นั้นดูอ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้น

อ๋อ……..น้องอาลีนะห์หรอกหรือ นั่งก่อนเถิด

เพคะ…..หม่อมฉันต้องขออภัยที่ถือวิสาสะเข้ามาถึงในห้องบรรทมของเสด็จพี่โดยไม่ได้รับอนุญาต เพียงแต่น้องร้อนใจอยากทราบข่าวของอัสมียาเพคะว่าเวลานี้การออกติดตามนางไปถึงไหนแล้วพระชายาทรงตรัสขณะทรุดองค์ลงพระเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

ยังไม่มีร่องรอยเลย พึ่งให้คนออกตามหานางทุกที่ในละแวกนี้แต่ยังไร้วี่แวว ไม่มีใครรู้ระแคะระคายมาก่อนว่านางจะวางแผนหนีไป เราคิดว่านางคงจะหนีออกไปกับพวกแม่ค้าเร่ไม่อย่างนั้นคงออกไปจากกำแพงใหญ่โตนี้ไม่ได้

แล้วพวกแม่ค้าเร่นี่อยู่ที่ใดกันเล่าเพคะพระชายาถามออกไปอย่างร้อนพระทัยโดยแท้จริงด้วยความเป็นห่วงนางผู้มีนามว่าอัสมียาประดุจน้องสาวในอุทธรณ์ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันในเวลาไม่นานแต่เพราะมีอะไรหลายอย่างคล้ายคลึงกันทำให้ทรงเมตตาอัสมียาเป็นพิเศษ

พวกมันอยู่ในทะเลทรายไกลออกไปจากเมืองหลวงเป็นพวกเบดูอินเร่ร่อนที่นานๆถึงจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาขายของในฮาเร็ม พี่กำลังส่งคนออกไปตามคาดว่าไม่เกินเย็นนี้ก็คงจะได้ตัวพวกมันมาทรงตรัสขึ้น พระพักตร์ของพระองค์เวลานี้แดงก่ำพลางถอนพระทัยยาวอย่างกลัดกลุ้มและไม่มีพระทัยจะออกไปหาจัสปาอย่างเคย

ดูเหมือนพระองค์จะทรงเป็นห่วงนางมากนะเพคะถึงได้ดูกลัดกลุ้มถึงเพียงนี้พระชายาตรัสพลางแย้มสรวลเล็กน้อย

แต่หม่อมฉันอดนึกแปลกใจขึ้นมาไม่ได้ว่าเหตุใดถึงทรงประทับอยู่กับนางในที่ชื่อจัสปาโดยไม่เรียกหาอัสมียาอีกเลยพระชายาตรัสอย่างนึกแปลกพระทัย องค์สุลต่านกาซีมทรงเอื้อมพระหัตถ์ไปแตะบนพระปรางนุ่มนิ่มนั้นก่อนจะตรัสเบาๆ

พี่ต้องขอโทษที่รับนางเข้ามาในฮาเร็มโดยที่ไม่บอกกล่าวแก่น้อง

ไม่เป็นไรหรอกเพคะ อะไรที่เป็นความสุขของเสด็จพี่หม่อมฉันย่อมต้องสนับสนุนแต่นางผู้นั้นไม่ได้ผ่านการอบรมตามขั้นตอนไม่ทราบว่ามีอะไรดีนักหนาถึงได้ผูกพระทัยเอาไว้ได้พระชายาตรัสยิ้มๆไม่แสดงพระอาการใดในน้ำสุรเสียงนั้น

องค์สุลต่านสรวลเบาๆอย่างเอ็นดูก่อนจะดึงวรกายพระชายาเข้ามากอดและจุมพิตเบาๆบนพระปรางหอมกรุ่นนั้น

อย่าประชดประชันพี่เลย นางในคนอื่นๆหรือจะสู้น้องได้รู้หรือไม่ว่าเจ้าน่ะนอกจากจะให้ลูกชายแก่พี่แล้วยังเป็นคนที่เข้าใจพี่มากที่สุดอีกด้วย

ถ้าอย่างนั้นทรงตอบหม่อมฉันมาหน่อยสิเพคะว่าทรงคิดอย่างไรกับอัสมียาองค์สุลต่านทรงทำสีพระพักตร์ครุ่นคิดก่อนจะตรัสตอบคำถาม

นางผู้นั้นเป็นผู้หญิงที่แปลกประหลาดมาก ไม่เคยมีใครที่คิดจะปฏิเสธพี่ นางแตกต่างจากนางในคนอื่นๆหลายอย่าง นางมีความรู้มากพอที่จะพูดคุยกับพี่เรื่องราชการงานเมืองได้และนางก็มีความงามประหลาดล้ำอย่างที่พี่ไม่เคยเห็นมาก่อนทรงตรัสด้วยสีพระพักตร์เหม่อลอย ดวงหน้างดงามอ่อนหวานล่องลอยมาในห้วงความคิดของพระองค์ไปมา

ทรงชอบนางมากหรือเพคะ

พี่บอกไม่ถูกหรอก รู้แต่ว่าพี่โกรธและเสียหน้ามากที่ถูกนางปฏิเสธ นางหวาดกลัวพี่จนถึงขนาดสิ้นสติไปหลายคืนเพียงเพราะพี่จะกอดนางเท่านั้น

ก็เลยทรงคว้าเอาตัวจัสปามาเพื่อทดแทนอย่างนั้นหรือเพคะพระชายาตรัสอย่างรู้พระทัย องค์สุลต่านได้แต่นิ่งงันไปกับคำตรัสแทงพระทัยนั้น

ทรงหลงใหลในรสรักของจัสปามากก็จริงแต่ก็เพียงแค่อารมณ์ชั่วคราวของผู้ชายและเพื่อทดแทนความรู้สึกเสียเกียรติที่ถูกหญิงที่พึงพระทัยปฏิเสธ

ทรงขลุกอยู่กับจัสปาโดยมิทรงเรียกหาอัสมียาอีกเลยนอกจากจะเป็นเพราะทรงติดใจในรสรักของจัสปาแล้วยังทรงต้องการประชดนางอีกด้วย

และในคืนวันที่อัสมียาจากไปก็ทรงตั้งพระทัยอยู่แล้วว่าจะทรงเสด็จไปหานางเพื่อถามไถ่ว่านางพร้อมที่จะเป็นของพระองค์แล้วหรือยัง

และเมื่อได้ทรงทราบว่านางได้หนีออกไปแล้วแทบจะทรงล้มทั้งยืน ความเจ็บปวดรวดร้าวแทรกซึมลึกไปทั่วพระวรกาย

ทรงเสด็จไปหาจัสปาในสองวันแรกที่อัสมียาหนีไปเพื่อหวังจะให้ความสุขที่จัสปามอบให้นั้นทำให้ทรงลืมเลือนนางอันเป็นที่รักไปได้แต่มันกลับยิ่งกระตุ้นเร่งเร้าให้ทรงคิดถึงนางมากยิ่งขึ้น

อาลีนะห์ทรงตรัสเรียกชื่อพระชายาแผ่วเบา

เพคะพระชายาเงยพระพักตร์ขึ้นตอบอย่างอ่อนหวาน

คืนนี้น้องอยู่กับพี่ที่นี่เถิดนะ พี่เหงาเหลือเกินองค์สุลต่านตรัสขณะจุมพิตริมพระโอษฐ์บางเฉียบนั้นอย่างอ่อนโยน

เพคะพระชายาโอบพระกรตอบอย่างดีพระทัย

ในขณะที่จัสปาเองก็แทบจะกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บใจที่นางทาสของเธอเข้ามารายงานว่าองค์สุลต่านประสงค์จะประทับอยู่กับพระชายาอาลีนะห์แทนที่จะเป็นเธอที่ยังสาวและสวยกว่ามาก

กรี๊ด!........ข้าไม่ยอมนะ เป็นไปได้อย่างไรกันที่ฝ่าบาทจะทรงเลือกนังแก่นั่น ไม่เลือกข้า หึ……ข้าจะต้องดึงฝ่าบาทกลับมาเป็นของข้าให้จงได้จัสปากระทืบเท้าเร่าๆอย่างโกรธแค้นท่ามกลางสายตาเยาะหยันระคนดูแคลนของบรรดานางในด้วยกัน

*******************************************************************************************

เมื่อตะวันดวงเดิมโผล่พ้นขอบฟ้าทางด้านทิศตะวันออกในอีกวันหนึ่ง กองคาราวานเล็กๆของอดีตราชองครักษ์หนุ่มนามว่าโอมานก็ได้เดินทางเข้าสู่อาณาเขตของหมู่บ้านเล็กๆกลางทะเลทรายอันแห้งแล้งอันเป็นส่วนในปกครองของเขาเอง

ซาบีน่าที่ยืนชะเง้อรอคอยการกลับมาของเขาอยู่ทุกวันถึงกับวางหม้อข้าวลงอย่างไม่สนใจแล้วรีบวิ่งออกไปต้อนรับอย่างดีใจ

เมื่อกองคาราวานหยุดและอูฐทั้งหมดคุกเข่าลงพร้อมกัน ลูกเมียของบรรดาลูกทีมของเขาต่างวิ่งถลาออกมารอรับของฝากกันอย่างดีใจและสนุกสนาน

ถึงแล้วโอมานกระซิบบอกคนตรงหน้าที่นั่งสัปหงกมาตลอดทางที่นั่งอูฐมาด้วยกันจนเขาต้องคอยกอดกระชับตัวเธอเอาไว้ตลอดเพราะกลัวว่าเธอจะตกลงมาแข้งขาหัก

อัสมียาลืมตาขึ้นมองรอบๆอย่างงุนงงก่อนจะกระโดดลงจากหลังอูฐ ซาบีน่าหยุดชะงักเท้าเมื่อมองเห็นภาพโอมานกับหญิงสาวแปลกหน้านั่งอยู่บนหลังอูฐด้วยกันอย่างใกล้ชิด

อัสมียายิ้มให้เล็กน้อยภายใต้ผ้าคลุมเมื่อเห็นซาบีน่ายืนจ้องเธอเขม็งแสดงออกถึงความไม่พอใจชัดเจน ซาบีน่าแสยะยิ้มให้โดยไม่พูดอะไรแต่เดินเข้าไปถามชายหนุ่มเสียงห้วน

 นางเป็นใครกัน

 นางชื่ออัสมียา นางหลงทางมาไม่มีที่ไปข้าจะให้นางมาอาศัยอยู่ด้วยสักพักจนกว่านางจะหาที่ไปได้ชายหนุ่มตอบสั้นๆขณะกวาดสายตามองหาอัสมาน

ท่านจะให้นางมาอยู่ด้วยในฐานะอะไรซาบีน่ายังคงซักไซ้ด้วยความไม่พอใจซึ่งอัสมียาเดาเอาเองว่าเธอผู้นี้คงจะเป็นเมียหรือไม่ก็คนรักของเขาเป็นแน่

ข้าจะให้นางอยู่ดูแลงานครัวและอัสมานให้ เจ้าจะได้ไม่ลำบาก

แล้วข้าล่ะ ท่านจะเอาข้าไปทิ้งไว้ที่ไหนซาบีน่าเอ่ยถามขึ้นอย่างไม่พอใจจนอูชุผู้เป็นบิดาต้องหันมามองบุตรสาวด้วยสายตาปรามๆนั่นแหละหญิงสาวจึงได้สงบลง

ข้าทำงานให้ท่านบกพร่องอย่างนั้นหรือ ท่านถึงได้หาคนอื่นมาทำงานแทนข้าซาบีน่าน้ำตาคลอมองใบหน้าเฉยชาของโอมานอย่างตัดพ้อ

ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก แต่ลำพังงานบ้านของเจ้าก็มีมากพอแล้วถ้าขืนยังมาทำงานให้ข้าอีกเจ้าจะเหนื่อยเกินไป

ท่านเป็นห่วงข้าซาบีน่าสีหน้าแช่มชื่นขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินอย่างนั้น

ชายหนุ่มเองก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆไปให้โดยไม่คิดจะแก้ไขความเข้าใจผิดใดๆของเธอเพราะไม่อยากจะทำลายน้ำใจอันดีงามที่นางอุตส่าห์มอบให้แก่เขาและอัสมานมาโดยตลอด

ฉันชื่ออัสมียาค่ะ เจ้าคงจะเป็นภรรยาของท่านโอมานล่ะสิใช่ไหมอัสมียาแนะนำตัวพร้อมกับเอ่ยถามขึ้นทำเอาซาบีน่าที่ถูกเธอทึกทักเอาเองว่าเป็นภรรยาของโอมานถึงกับยิ้มแก้มแทบปริกำลังจะรับสมอ้างแต่ชายหนุ่มที่ยืนฟังอยู่รีบขัดขึ้นมาเสียก่อน

ไม่ใช่หรอกนางชื่อซาบีน่าเป็นเพื่อนบ้านของข้าเองชายหนุ่มไขข้อข้องใจของเธอพร้อมกับก้าวขาฉับๆตรงเข้าไปหาเด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักคนหนึ่งพร้อมกับยกตัวเด็กชายขึ้นมาอุ้มด้วยท่าทางสนิทสนมรักใคร่ หญิงสาวมองตามยิ้มๆ

ไม่คาดว่าจะได้เห็นกิริยาอ่อนโยนนั้นของเขาซึ่งคงจะเป็นครั้งแรกในรอบสามวันที่เดินทางรอนแรมด้วยกันมาที่เห็นรอยยิ้มสดใสปรากฏขึ้นบนใบหน้าเคร่งขรึมนั้น

ลูกชายของเขาหรืออัสมียาหันมาถามคนข้างๆซึ่งซาบีน่าเองก็เชิดหน้าขึ้นตอบด้วยกิริยาไว้ตัวเพราะเห็นหญิงสาวเป็นเพียงคนเร่ร่อน

ใช่……แล้วอัสมานเองก็รักข้ามากด้วย เพราะฉะนั้นเจ้ามาอยู่ใหม่ต้องเคารพข้าเสมือนเจ้านายของเจ้าเองคนหนึ่งเพราะอีกไม่นานข้าก็จะแต่งงานกับท่านโอมาน

ถ้าอย่างนั้นก็เอาไว้ให้เจ้าแต่งงานกับเขาก่อนก็แล้วกันนะและที่สำคัญฉันมาขออาศัยเขาแค่ชั่วคราวทำงานแลกที่อยู่และอาหารแต่ฉันไม่ใช่นางทาสของใคร

อัสมียาบอกขึ้นอย่างหมั่นไส้กับท่าทางไว้ตัวของอีกฝ่ายก่อนจะหันไปให้ความสนใจกับการเก็บข้าวของออกไปไว้ในกระโจมหลังใหญ่ที่เขาบอกกับเธอว่ามันเป็นที่พักของเขา

พวกเราเพิ่งจะย้ายกันเข้ามาเลยยังไม่ได้ก่อสร้างบ้านกันมันเป็นกระโจมชั่วคราว พรุ่งนี้พวกเราทุกคนจะช่วยกันสร้างบ้านรวมทั้งเจ้าด้วยเขาออกคำสั่ง

หญิงสาวรับคำอย่างนึกสนุกเพราะตั้งแต่เกิดมาเธอก็พบแต่ความสุขสบายจนไม่รู้ว่าการสร้างบ้านนั้นเขาก่อสร้างกันอย่างไร

ชายหนุ่มมองท่าทางกระตือรือร้นของอัสมียาอย่างแปลกใจแต่ก็ตัดความคิดนั้นออกไปเสียเมื่อคิดว่าเธอคงจะอยากเอาใจเขาเพราะกลัวเขาจะไม่ให้อยู่ด้วยนั่นเอง

ซาบีน่ายืนมองทั้งสองคนช่วยกันเก็บข้าวของคนละไม้คนละมืออย่างไม่พอใจโดยเฉพาะเมื่ออัสมานเดินเตาะแตะไปเกาะแขนอัสมียาอย่างสนิทสนม

อัสมานหิวหรือจ๊ะ…….จริงสินะ ฉันมีขนมให้เจ้าด้วยหญิงสาวว่าอย่างนึกได้ก่อนจะก้มลงหาขนมหวานและผลไม้มากมายที่เธอกว้านซื้อมาไว้เอาออกมาให้อัสมานทำเอาหนูน้อยตาโตหัวเราะเอิ้กอ้ากอย่างถูกใจก่อนจะหยิบขนมปังคล้ายโดนัทนั้นขึ้นมากัดกินอย่างเอร็ดอร่อย

อร่อยไหมอัสมาน

อืม……..น้าอัสมียาใจดีจังซื้อของมาให้ข้าเยอะแยะ ข้าอยากให้ท่านเป็นแม่ของข้าอัสมานพูดไปกัดขนมไปโดยไม่สนใจสีหน้าขัดเขินของผู้ใหญ่ทั้งสองและอาการอ้าปากค้างของซาบีน่าแต่เธอก็แสดงอะไรออกมามากไม่ได้เพราะอยู่ต่อหน้าเขาจึงทำได้แค่กระฟัดกระเฟียดเดินออกไปจากกระโจมของเขาเท่านั้น

จำเอาไว้เลยนะอัสมาน น่าเจ็บใจนักซาบีน่ากัดฟันกรอดพึมพำคนเดียวไปมา

ฉันเป็นแม่ของเจ้าไม่ได้หรอก เจ้าน่ะกินจุฉันเลี้ยงไม่ไหวอัสมียาว่าพร้อมกับหัวเราะให้กับอัสมาน ภาพของสองคนต่างวัยผลัดกันป้อนขนมไปมานั้นทำเอาชายหนุ่มเผลออมยิ้มไปโดยไม่รู้ตัว ความอบอุ่นประหลาดล้ำที่เขาไม่ได้พบมานานปกคลุมไปทั่วบริเวณ

 

ซาบีน่าหน้าตาบูดบึ้งเข้ามาในกระโจมที่พักของตัวเองจนผู้เป็นแม่ที่กำลังเลือกข้าวของที่สามีซื้อมาฝากสำหรับแจกจ่ายให้กับเมียทั้งสามของสามีให้เท่าๆกันต้องเงยหน้าขึ้นมองลูกสาวอย่างแปลกใจกับหน้าตาที่ต่างจากตอนออกไปเป็นหน้ามือกับหลังมือ

เป็นอะไรน่ะซาบีน่า ท่านโอมานกลับมาแล้ว เจ้าน่าจะดีใจไม่ใช่หรือทำไมทำหน้างอเป็นม้าหมากรุกอย่างนั้นเล่า นี่แหนะ…..ดูต่างหูนี่สิพ่อของเจ้าอุตส่าห์ซื้อมาฝากนางว่าก่อนจะชูต่างหูเงินส่องสะท้อนกับแสงแดดวิบวับนั้นอย่างพอใจแต่ผู้เป็นลูกสาวกับมองเมินอย่างไม่สนใจ

ข้าไม่มีอารมณ์จะมองอะไรสวยงามทั้งนั้น ท่านแม่รู้หรือไม่ว่าท่านโอมานน่ะพานังผู้หญิงไร้หัวนอนปลายเท้าที่ไหนก็ไม่รู้มาอยู่ด้วย

แต่นางเป็นเพียงแค่คนพเนจรหลงทางมาไม่ใช่เหรอ เห็นพ่อของเจ้าบอกว่ามันหนีผัวของมันมา ก็ท่านโอมานน่ะเกลียดผู้หญิงหลายใจทิ้งผูกทิ้งผัวตัวเองยังกะอะไรดีคงไม่คิดจะเอานังคนนั้นมายกย่องเชิดชูหรอก ขี้คร้านจะเอามันมาเป็นข้าทาสล่ะไม่ว่า ดีเสียอีกสิยามเมื่อเจ้าได้แต่งงานกับท่านโอมานแล้วเจ้าจะได้มีทาสไว้คอยรับใช้จะได้ไม่เหนื่อย

คำพูดของผู้เป็นแม่ค่อยทำให้อารมณ์ขุ่นมัวเมื่อครูของซาบีน่าดีขึ้นแต่ก็ได้เพียงไม่นานเมื่อเธอคิดไปถึงใบหน้าของอัสมียาที่ถึงแม้จะคลุมหน้ามิดชิดแต่เธอก็คิดว่าภายใต้ฮิญาญนั้นคงจะงดงามอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวอาจจะมากกว่าเธอเสียด้วยซ้ำ

แต่ข้าก็ยังไม่ไว้ใจมันอยู่ดีแหละค่ะท่านแม่ ชายหญิงก็เหมือนน้ำมันกับไฟนางคนนั้นท่าทางจะสวยไม่ใช่เล่นแล้วหูตาของมันก็แพรวพราวอย่างกะอะไรดี ข้ากลัวว่าสักวันท่านโอมานจะเผลอไผลไปกับมารยาของมันซายีน่าบอกขึ้นอย่างไม่สบายใจ

ถ้าอย่างนั้นจะต้องไปที่บ้านของเขาบ่อยๆ แสร้งว่าไปหาอัสมานก็ได้แล้วก็ไปแสดงตัวข่มนังคนนั้นเอาไว้ซะมันจะได้ไม่เผยอมาเทียบชั้นกับเจ้าผู้เป็นแม่บอกขึ้น

ซาบีน่าพยักหน้าอย่างเห็นด้วย สายตาของเธอเหม่อมองไปยังกระโจมของชายที่เธอรักเธอบูชามาตั้งแต่แรกรุ่นด้วยสีหน้าครุ่นคิด

****************************************************************************************************

               อัสมียายืนมองเครื่องครัวด้วยสีหน้าละล้าละลังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดีถึงจะสามารถหุงข้าวได้ตามคำสั่งของเขาเพราะตั้งแต่เกิดมาเธอยังไม่เคยหุงข้าวด้วยตัวเองเลยสักครั้ง

เสร็จหรือยังฉันให้เจ้าออกมาหุงข้าวตั้งนานแล้วนะโอมานส่งเสียงเรียกมาแต่ไกลทำเอาหญิงสาวสะดุ้งทำท่าจะร้องไห้ขึ้นมาทันทีด้วยความหวั่นใจหากเขารู้ว่าเธอทำอะไรไม่เป็นเลยสักอย่างคงจะไม่ยอมให้เธออาศัยอยู่ด้วยเป็นแน่

โอ…….เธอจะทำอย่างไรดีนะ

เอ่อ…….คือ…….ฉันหญิงสาวอึกอักมือไม้คว้าสะเปะสะปะไปทั่วจนชายหนุ่มที่ยืนกอดอกมองอยู่นานแล้วถึงกับทนไม่ไหวต้องตรงเข้าแย่งหน้าที่นั้นมาทำเสียเอง

นี่เจ้าทำไม่เป็นหรอกหรือแล้วอย่างนี้จะทำงานแลกที่อยู่อาศัยและอาหารอย่างที่เจ้าบอกกับข้าได้อย่างไรชายหนุ่มถามเสียงห้วนอย่างไม่พอใจ หญิงสาวหน้างอก่อนจะบอกขึ้น

แค่นี้ทำไมจะต้องดุด้วยล่ะคะ ฉันยอมรับว่าฉันไม่เคยทำแต่ใช่ว่าฉันจะทำไม่เป็นตลอดไปนี่คะ ท่านก็หัดให้ฉันสิ ต่อไปเมื่อฉันทำเป็นแล้วก็จะทำให้ท่านกินทุกวันได้หญิงสาวว่าก่อนจะนั่งมองผู้ชายตัวโตก้มๆเงยๆหุงข้าวกับน้ำมันอย่างตั้งอกตั้งใจ

ซึ่งตลอดเวลาโอมานต้องคอยอธิบายถึงขั้นตอนการหุงข้าวและทำอาหารง่ายๆให้เธอฟังด้วยความระอาใจให้กับความไม่เอาไหนของเธอ

ตลอดเวลาหญิงสาวนั่งเท้าคางมองเขาสอนอย่างเพลิดเพลิน เธอเองก็เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าอาหารของพวกคนทะเลทรายนั้นประกอบขึ้นง่ายๆไม่ต้องมีพิธีรีตองไม่ต้องอาศัยความวิจิตรงดงามเหมือนอาหารที่บ้านของเธอหรือที่ฮาเร็ม

เธอเห็นเขาเอาแค่ถั่วต้มกับเกลือให้เปื่อย เมื่อถึงเวลากินแค่ตักน้ำมันเจียวกับหอมแดงราดในชามถั่วนั้นโรยด้วยพริกป่นแห้งให้ทั่วจะจิ้มกับขนมปังหรือกินกับข้าวสวยก็ได้

สรุปแล้วอาหารแล้วอาหารมื้อนั้นของเธอกับเขาและของอัสมานอีกคนก็คือเจ้าถั่วแดงต้มที่ว่ากับต้มผักสปีนิชและเนื้อกีบัสย่างอีกอย่างหนึ่ง

ดีที่เธอซื้อเนื้อแดดเดียวมาจากตลาดและนับว่าโชคดีที่เธอซื้อขนมกับผลไม้มาด้วยไม่อย่างนั้นเธอคงต้องทนทานเนื้อกีบัสที่กลิ่นสาปรุนแรงอย่างร้ายกาจนั้น

เมื่อทำอาหารเสร็จแล้วเธอกับอัสมานจึงช่วยกันลำเลียงข้าวปลาอาหารออกไปวางบนผ้าปูสะอาดเพื่อนั่งล้อมวงกันกินข้าวด้วยกันแต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ลงมือทานสักนิดก็มีเสียงแหลมเล็กของซาบีน่าดังขึ้นมาขัดจังหวะอยู่หน้าบ้าน

ท่านโอมาน…….โอ๊ะ…….กำลังทานอาหารกันอยู่หรือ

มากินข้าวด้วยกันสิซาบีน่า อาหารกำลังร้อนๆเลยชายหนุ่มเอ่ยขึ้น ซาบีน่ายิ้มรับก่อนจะตอบขึ้นอย่างมีจริตจะกร้าน

ข้าว่าการที่หญิงชายมานั่งร่วมรับประทานอาหารกันเห็นจะไม่งามแน่ๆเดี๋ยวท่านกับอัสมานกินกันไปก่อนเถิด ส่วนข้ากับอัสมียาจะไปทานด้วยกันด้านหลังกระโจม นางเพิ่งมาใหม่อาจจะยังไม่รู้ขนบธรรมเนียมประเพณีของเราซาบีน่าบอกชายหนุ่มอย่างอ่อนหวานแต่ปรายตามองอัสมียาเขม็ง

หญิงสาวเลยจำเป็นต้องวางช้อนทองเหลืองที่กำลังจะตักเข้าปาก เดินถือจานข้าวของตัวเองเดินตามหลังซาบีน่าต้อยๆ โดยที่โอมานได้แต่มองตามยิ้มๆ

เธอแอบเห็นเขาเผลอหัวเราะขึ้นมาด้วย ช่างน่าหมั่นไส้นักที่ไม่คิดจะทักท้วงซาบีน่าสักคำทั้งที่รู้ดีว่าซาบีน่าไม่ชอบเธอนัก

เมื่อมาถึงทางด้านหลังกระโจมเธอก็ถูกซาบีน่ากระชากแขนอย่างแรงจนจานข้าวปลิวว่อนตกลงไปบนพื้นจนเธอเองชักจะนึกโมโหขึ้นมาบ้างเหมือนกันกับการกระทำของอีกฝ่าย

มันจะมากเกินไปแล้วนะซาบีน่า ทำไมจะต้องทำรุนแรงกันถึงขนาดนี้

ทำไมนะหรือ จะทำไมก็เพราะว่าเจ้าน่ะบังอาจมาอยู่กับท่านโอมานของข้า เขาเป็นของข้าเจ้าไม่มีสิทธิ์จะไปนั่งเสนอหน้ากินอาหารกับเขาซาบีน่าตวาด

หึ…….ฉันว่าถ้าเขาเป็นของเจ้าจริงๆ เจ้าคงจะไม่ต้องมาเดือดร้อนเต้นเป็นผีเข้าอยู่อย่างนี้หรอก น่าละอายใจจริงๆอัสมียาว่าให้อย่างเหลืออด เพราะคนอย่างเธอ ธิดาคนโตของท่านคหบดีซาบิตไม่เคยคิดจะไปลดตัวลงไปแย่งผู้ชายกับใคร

เจ้า!”ซาบีน่าเงื้อมมือขึ้นแต่ถูกอัสมียาจับเอาไว้และบีบแน่นจนอีกฝ่ายหน้านิ่วด้วยความเจ็บที่สู้แรงของผู้หญิงบอบบางอย่างอัสมียาไม่ได้

อย่ามารังแกฉันนะซาบีน่า ฉันไม่เคยคิดร้ายต่อเจ้าแต่ไม่ใช่ว่าจะยอมเจ้าง่ายๆ แล้วเจ้ารู้ไหมว่าอาหารที่เจ้าทำของฉันตกพื้นกว่าฉันจะทำเสร็จมันเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน บ้าจริง!”อัสมียาว่าให้อย่างหัวเสียก่อนจะเดินลับหายเข้าไปในกระโจมเพื่อค้นหาผลไม้ออกมานั่งกินแทน

ทิ้งให้ซาบีน่ายืนตัวสั่นกำมือแน่นด้วยความโกรธระคนเจ็บใจแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะท่าทางของอัสมียาทำท่าจะเอาจริงอยู่ไม่น้อย

นังอัสมียา! คอยดูเถอะข้าจะจัดการกับความจองหองของเจ้าให้สาสม อย่าให้ข้ารู้นะว่าผัวของเจ้าเป็นใครข้าจะไปบอกมันให้มาลากตัวเจ้ากลับไปลงโทษซาบีน่าสบถเบาๆในใจคนเดียวก่อนจะมองตามหลังอัสมียาไปอย่างอาฆาต

ยัยบ้าเอ้ย……..หึงไม่ดูตาม้าตาเรือ ใครจะไปอยากแย่งอีตาบ้าหน้ายักษ์ของเจ้ากัน ผู้ชายอะไรกันก็ไม่รู้ยิ้มก็ไม่เป็น หน้าบึ้งอยู่ได้ตลอดเวลา มิน่าเล่าเมียถึงได้หนีไปอัสมียาเดินบ่นกระปอดกระแปดไปตลอดทางขณะหอบเสื้อผ้าของเขาออกมาซักยังริมน้ำ

ซึ่งถือเป็นสระขนาดกลางที่อุดมสามบูรณ์พอสมควร รอบๆบริเวณนั้นมีดงกระถินป่าขึ้นอยู่นับร้อยๆต้น ขึ้นเป็นระยะส่งกลิ่นหอมรวยริน

อัสมียาทรุดตัวลงนั่งพร้อมกับสูดดมเอาความหอมของอิสรภาพเข้าปอดเต็มแรงอย่างมีความสุขถึงแม้ว่าการอยู่ที่นี่เธอจะต้องทำงานบ้านทุกอย่างเองไม่มีข้าทาสบริวารคอยรับใช้หากแต่เธอก็เต็มใจอย่างที่สุดที่จะอยู่ที่นี่มากกว่าในฮาเร็ม

บริเวณที่เธออยู่เงียบสงบไม่มีผู้คนสัญจรไปมาเนื่องจากเวลานี้แดดร้อนจัด ทุกคนต่างก็หลบความร้อนกันอยู่ในกระโจม

หญิงสาวมองหน้ามองหลังเมื่อเห็นว่าปลอดคนจึงได้ปลดผ้าคลุมหน้ากับฮิญาญออกวักน้ำใสแจ๋วในสระขึ้นมาล้างหน้าล้างตาอย่างสดชื่น

ผมยาวสลวยของเธอแผ่สยายเต็มแผ่นหลัง ผมของเธอมีสีน้ำตาลเข้มแปลกตา หญิงสาวเดินอ้อมไปยังพงหญ้าหนาทึบ

จัดแจงเปลื้องเสื้อผ้าออก ตรงบริเวณนั้นมีต้นหญ้าสูงๆขึ้นหนาและมิดชิดพอที่จะอาบน้ำชำระร่างกายได้ดีโดยที่ไม่ต้องกลัวว่าใครจะผ่านมาเห็น

หญิงสาวแหวกว่ายเล่นน้ำอยู่ไปมาคนเดียวด้วยความรู้สึกสดชื่น ตาคอยลอบมองเป็นระยะว่าจะมีใครผ่านมาแถวนี้หรือไม่

อัสมียาตากเสื้อไว้บนกอหญ้าและตามกิ่งต้นกระถินป่า ความร้อนแรงของแสงแดดช่วยให้เสื้อผ้าแห้งไวยิ่งขึ้น

หญิงสาวใช้ผ้าลินินสีขาวบางเบาห่อหุ้มร่างกาย หน้าตาของเธอสะอาดสะอ้านหอมกรุ่นจากสบู่หอมที่เธอซื้อติดมือมาด้วย

อัสมียา! เจ้าอยู่แถวนี้หรือไม่ อัสมียาเสียงเรียกคุ้นหูของโอมานดังมาจากทางเบื้องหลัง ขณะที่ตัวเธอนั่งคุดคู้อยู่บนกอหญ้าทำเอาเธอสะดุ้งสุดตัวค่อยโผล่หน้าออกมาจากพงหญ้าเมื่อเห็นว่าเขากำลังจะเดินตรงมาทางที่เธอนั่งอยู่

เจ้าทำอะไรอยู่น่ะ เป็นอะไรรึเปล่า ยังมีงานให้เจ้าทำอีกมากนะ จะหลบมาอู้งานหรือยังไงชายหนุ่มตะโกนกล่าวอ้างเรื่องงาน

ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วเขาเป็นห่วงเห็นว่าเธอออกมาซักผ้าท่ามกลางแดดร้อนๆแบบนี้ เขาเกรงว่าเธอจะเป็นลมแดดเอาได้จึงได้รีบตามมา

แล้วเขาเองก็แทบจะตกตะลึงกับใบหน้างดงามสะอาดสะอ้านของเธอที่โผล่พ้นออกมาจากกอหญ้าเผยให้เห็นใบหน้าขาวสะอาดเกลี้ยงเกลาปราศจากการแต่งแต้มแต่ทว่างดงามจนเกิดแรงดึงดูดมากพอที่จะตรึงขาของเขาให้หยุดกับที่

เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนในโลกใบนี้มีความงดงามสมบูรณ์แบบดังเช่นนางผู้มีนามว่าอัสมียาคนนี้มาก่อน

นางเป็นใครกันแน่เป็นมนุษย์หรือว่านางฟ้าจำแลงแปลงกายลงมากัน หากว่าเธอได้แต่งตัวดีๆ เมื่อไปเทียบกับดินแดนที่มีผู้หญิงสวยๆหลากหลายชาติหลากหลายเผ่าพันธุ์อย่างฮาเร็มขององค์สุลต่านกาซีมแล้วล่ะก็เธอคงจะไม่ต่างจากเทพธิดาฮาเร็มแน่ๆ

ฉันอยู่นี่ค่ะแต่ว่าตอนนี้ฉันยังออกไปไหนไม่ได้เธอร้องตอบ ใบหน้านวลขาวกระจ่างอยู่ในกอหญ้าโผล่พ้นออกมาบางส่วน

ทำไมถึงออกมาไม่ได้ แล้วนั่นทำไมเจ้าถึงไม่คลุมหน้า เกิดมีใครอื่นที่ไม่ใช่ข้ามาเห็นเข้าจะทำยังไงชายหนุ่มเอ่ยตำหนิ แต่เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่านางผู้นี้เป็นคนที่มีสามีมาแล้วความกระดากอายตามประสาสาวๆที่ไม่เคยมือชายคงจะไม่มีสินะ

ฉันซักผ้าหมดทุกตัวเลยค่ะ มันเปื้อนทรายแล้วก็ดูสกปรกมากก็เลยนั่งรอให้มันแห้งเสียก่อนเธอบอกขึ้น ชายหนุ่มส่ายหน้าก่อนจะเดินสวบๆเข้ามาใกล้พร้อมกับเหวี่ยงเสื้อคลุมของเขาปลิวไปปิดทั้งหน้าทั้งศีรษะของเธอจนมิดแล้วบอกเสียงห้วน

ใส่เสื้อผ้าตัวนี้ซะ ถึงมันจะไม่หอมสะอาดเหมือนอย่างเสื้อผ้าของเจ้าแต่มันก็คงจะดีกว่าเสื้อผ้าบางเบาที่เจ้าใช้พันกายอยู่นี่หรอกนะหญิงสาวย่นหน้าก่อนจะคว้าเสื้อคลุมออกมาคลุมทับปิดบังเรือนร่างอวบอัดนั้นอย่างว่าง่าย

ที่จริงเขาก็มีน้ำใจดีอยู่หรอกนะ อุตส่าห์ออกมาเดินตามหาถ้าไม่ปากเสียไปหน่อยก็คงจะดูน่าคบกว่านี้ อัสมียาคิดในใจก่อนจะเดินกระย่องกระแย่งออกมาจากพงหญ้า

เธอทรุดตัวนั่งบนพื้นหญ้าแห้งๆอย่างสบายอารมณ์ เมื่อโอมานหายเข้าไปอีกมุมหนึ่งเพื่ออาบน้ำชำระร่างกายของเขาเช่นกัน ไม่นานเขาก็กลับออกมาพร้อมทั้งเนื้อตัวสะอาดสะอ้านพร้อมกับหอบเสื้อผ้าชุดเก่าออกมายื่นให้เธอ

หน้าที่ของเจ้า!”เขาบอกขึ้น

อัสมียาทำหน้ายุ่งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยหนวดเคราจนดูจะคล้ายกับพวกโจรดักปล้นสะดมภ์ชาวบ้านเสียเองนั้นไปมา คิดมาถึงตรงนี้หญิงสาวจึงได้เผลอหัวเราะคิกออกมาเบาๆ โโยที่ชายหนุ่มไม่รู้ตัวสักนิดว่าตกเป็นเป้าสายตาของเธออยู่นานแล้ว

ขำอะไรของเจ้าโอมานถามเสียงห้วน อัสมียายักไหล่ก่อนจะยอมบอก

ก็ขำท่านน่ะสิคะ หน้าตาของท่านเวลานี้ก็ดูน่ากลัวกว่าพวกมหาโจรในนวนิยายที่ฉันชอบอ่านอีกนะอัสมียาว่า ชายหนุ่มแยกเขี้ยวจนเห็นฟันขาวกับคำเปรียบเทียบร้ายกาจของเธอก่อนจะก้มหน้ามองหญิงสาวอย่างนึกแปลกใจ

เจ้าอ่านหนังสือออกด้วยหรือ

เอ่อ…….ฉันหมายถึงเทพนิยายที่คุณหนูของฉันชอบอ่านให้ฟังน่ะค่ะหญิงสาวเอ่ยแก้แต่ดูเหมือนเขาจะไม่เชื่อถือนักแต่ก็ได้เพียงแต่เก็บงำความสงสัยเอาไว้ในใจ

เย็นนี้เราจะกินข้าวกับเนื้อกระต่ายป่า หวังว่าเจ้าคงจะหุงข้าวเป็นแล้ว

เจ้าค่ะหญิงสาวแสร้งถอนสายบัวนอบน้อมประชดประชัน

แต่ว่า……”

มีปัญหาอะไร

ฉันไม่อยากกินเนื้อกระต่ายเลย สงสารมันออกค่ะ ตัวมันปุกปุยน่ารักจนฉันคิดว่าคงจะกินมันไม่ลงแน่ๆล่ะอัสมียาว่าเสียงอ่อยๆพลางนึกไปถึงเจ้าขนปุย กระต่ายน้อยน่ารักสีขาวนวล ขนของมันนุ่มละมุนมือที่เธอเลี้ยงมันเอาไว้สมัยเมื่ออยู่บ้านของเธอ

อยู่ที่นี่เจ้าจะต้องกินให้เป็น เพราะมันไม่ได้สุขสบายเหมือนอยู่บ้านสามีของเจ้าชายหนุ่มบอกขึ้น รู้สึกวาบลึกในอกยามเมื่อเอ่ยถึงเรื่องสามีของเธอ

หญิงสาวอยากจะไขข้อเข้าใจผิดของเขาแต่เมื่อเห็นว่าไม่มีประโยชน์จึงได้นิ่งเสียแต่ก็ลอบเห็นประกายตาประหลาดวาววามของเขาซึ่งสิ่งนั้นทำให้จิตใจของเธอสั่นไหวแต่เพียงไม่นานมันก็จางหายไปอย่างรวดเร็วจากใบหน้าของเขาและกลับเป็นเคร่งขรึมตามเดิม

อัสมียาสังเกตเห็นว่าบางครั้งเขาก็ดูเฉยชาไร้ความรู้สึกและดุดันกับเธอแต่บางครั้งก็ดูเหมือนว่าห่วงหาห่วงใยแต่ถึงอย่างไรเธอก็เป็นหนี้บุญคุณและจำเป็นจะต้องตอบแทน

หญิงสาวหอบผ้าผ่อนที่แห้งสนิทแล้วเดินตามหลังเขาไปอย่างว่าง่ายและเดินตรงเข้าไปทางด้านหลังกระโจมเพื่อหุงข้าวด้วยน้ำมันพืชอย่างที่เห็นเขาทำเมื่อเช้า

และไม่นานมันก็หอมกรุ่นและนุ่มนวลอยู่บนกองฟืนภายในหม้อทองเหลืองใบเล็กและเมื่อเธอเห็นเจ้ากระต่ายป่าของเขาที่จับมันมาได้เธอก็แทบจะคิดถึงคำว่าน่ารักของมันไม่ออก

ขนของมันสีเทาแก่ ตัวโตเกินกว่ากระต่ายทุกตัวที่เธอเคยเห็นมา ตาของมันแดงวาวๆน่าเกลียดมากกว่าน่ารัก ตาของมันเหลืองพองไปมา

เธอยืนมองเขาจัดการถลกหนังและหมักเกลือพร้อมกับย่างมันอย่างกระอักกระอ่วนใจแทบว่าจะขย้อนอาหารที่กินไปเมื่อเช้าออกมาเสียเดี๋ยวนั้น

และ ไม่นานนักกลิ่นเนื้อย่างของกระต่ายป่าก็ลอยมาตามลมแตะจมูกของเธอและเมื่อถึงเวลาทานอาหารเธอก็ถึงกับสั่นหน้าดิก

ฉันไม่กินหรอก

ทำไมล่ะ เนื้อพวกนี้อยู่กลางทะเลทรายแบบนี้ใช่ว่าจะหากินกันได้ง่ายๆนะชายหนุ่มว่าพลางยัดเยียดเนื้อที่เขาบรรจงใช้มีดตัดออกมาส่งให้

เมื่อเธอเบือนหน้าหนีเขาก็ถึงกับจับยัดเข้าปากเธอจนได้ทำเอาเธอโกรธจนหน้าแดงกับกิริยาหยาบคายนั้นของเขาและกลิ่นสาบสางของกระต่ายป่า

หญิงสาวสำลักอยู่สองสามทีก่อนจะคายอาหารนั้นออกมาและเริ่มต้นอาเจียนอย่างหนักจนโอมานที่นั่งหัวเราะสนุกสนานอยู่กับอัสมานต้องหยุดหัวเราะโดยทันทีเดินตามไปลูบหลังให้เธออย่างห่วงใยแต่อัสมียาโกรธจนขึ้นหน้าไปแล้วจึงได้ปัดมือนั้นเสียโดยแรง

ปล่อยนะ! ท่านมันคนป่าเถื่อนจริงๆ มิน่าเล่าภรรยาของท่านถึงได้หนีไปหญิงสาวตะคอกอย่างลืมตัว อดีตราชองครักษ์หนุ่มตาวาวโรจน์ในความมืด

อัสมานเจ้าออกไปวิ่งเล่นข้างนอกก่อนเขาหันมาสั่งบุตรชาย เมื่อคล้อยหลังอัสมานไปแล้วจึงได้ย่างสามขุมเข้ามาหาเธออย่างประสงค์ร้ายจนอัสมียาถึงกับถอยกรูดกับท่าทางคุกคามนั้นของเขา ชายหนุ่มรวบร่างบางของเธอเข้ามาแนบอกแข็งแกร่งของเขา

ใบหน้ารกครึ้มด้วยหนวดเคราราวกับมหาโจรนั้นก้มต่ำลงมาหาเธอ ริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาประทับลงบนริมฝีปากงามที่สั่นระริกของเธออย่างรุนแรงไร้ความปราณีจนกระทั่งเขาปล่อยเธอให้เป็นอิสระ

หญิงสาวถึงกับกำมือแน่นจนรู้สึกเจ็บ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความเจ็บแค้น น้ำตาคลอหน่วยทั้งสองข้าง ร่างกายของเธอสั่นเทา

ใช่…….เพราะข้าเป็นอย่างนี้จัสปาถึงได้ทิ้งข้าไปแต่เจ้าเองก็หนีออกมาจากสามีตัวเองมาเหมือนกันไม่ใช่หรือ เป็นอย่างไรบ้างล่ะ รสจูบของผู้ชายป่าเถื่อนอย่างข้าแตกต่างจากสามีของเจ้ามากพอที่จะทำให้เจ้าติดใจได้หรือไม่ชายหนุ่มกล่าวขึ้นอย่างหยาบคายแบบที่เขาเองก็ไม่เคยคาดคิดว่าเขาจะต้องพูดกับใครอย่างนี้มาก่อนโดยเฉพาะผู้หญิง

แต่ความโกรธของเขาที่ถูกเธอจี้จุดมันผุดขึ้นมาเต็มสมองเสียแล้ว หญิงสาวตัวสั่นสะท้าน แววตาที่มองสบกับเขาเวลานี้เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ตาเหลือบมองไปบนเอวของเขาที่มีมีดคมกริบขาววับเหน็บอยู่ข้างๆ เธอจ้องเขม็งก่อนจะกระชากออกมาโดยที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว

คิดจะทำอะไรน่ะอัสมียาชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงเข้ม

หยุดนะ…….อย่าก้าวเข้ามาเป็นอันขาดไม่อย่างนั้นฉันจะแทงจริงๆ แต่ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ฉันเป็นคนรู้จักบุญคุณคน ถ้าท่านไม่ก้าวเข้ามาฉันจะไม่ทำอะไรท่านแต่ฉันคงจะทนอยู่กับผู้ชายป่าเถื่อนหยาบคายกับผู้หญิงอย่างท่านไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เพราะคนอย่างท่านคงจะหาโอกาสรังแกฉันไม่วันใดก็วันหนึ่งเป็นแน่

อัสมียากล่าวขึ้นอย่างโกรธแค้น โอมานหัวเราะลั่นอย่างขบขันก่อนจะหรี่ตามองเธออย่างนึกขำพร้อมกับกอดอกมองเธอนิ่งๆ

เจ้าคิดว่ามีดแค่นี้ ผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างเจ้าจะทำอะไรข้าได้ ถ้าข้าปล่อยให้ผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างเจ้าทำอะไรฉข้าได้ก็คงจะเสียทีที่เกิดมาเป็นทหารชายหนุ่มเผลอพลั้งปากพูดออกไป หญิงสาวขมวดคิ้วมองหน้าโอมานอย่างคาดไม่ถึง

ท่านน่ะหรือเป็นทหาร

ใช่……..”เขายอมรับเพราะป่วยการที่จะปิดบังและเขาเองก็ไม่เห็นว่ามันจะเป็นเรื่องสำคัญอะไรที่จะต้องปกปิด

หึ…….วิสัยของทหารเขาไม่รังแกผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้หรอก ท่านคงจะเลิกเป็นทหารมานานแล้วสินะถึงได้นำเอาความป่าเถื่อนอย่างเมื่อครู่นี้มาใช้

ก็อาจจะใช่ เก็บมีดของเจ้าซะแล้วเอามาคืนข้า

ไม่……ต่อไปนี้เราจะต่างคนต่างอยู่เพราะฉันไม่ไว้ใจท่าน ถ้าท่านรังแกฉันอีกแม้แต่น้อยมีดของท่านนี่จะปักตรงกลางหัวใจของท่านทันทีหญิงสาวตะคอกกลับ

จะไม่ดูใจร้ายไปหน่อยเร้อ……แม่สาวน้อยเขากอดอกมองกิริยาไว้ตัวของเธอยิ้มๆ พลางนึกไปถึงตอนที่เขาจูบเธอ

อาการแข็งทื่อ แววตาหวาดหวั่นนั้น ร่างกายของเธอสั่นระริกราวกับคนไม่เคยมือชายนั่นอีกยิ่งทำให้เขาแปลกใจนัก

ตอนที่เขากอดเธอนั้นเขาจับได้ถึงแรงสะอื้นของเธอจนดูสั่นระริกราวในอ้อมกอดนั้นราวกับหญิงพรมจารี ใบหน้าของหญิงสาวเวลานี้ยังเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตา

เรือนร่างของเธอดูผอมบางเมื่อมองด้วยตาเปล่าแต่เมื่อได้สัมผัสใกล้ชิดนั้นพบว่าเธอซ่อนรูปอันยั่วเย้าใจชายเอาไว้ภายใน ก่อให้เกิดอารมณ์สะท้านอย่างประหลาดในจิตใจของเขา

เขาเองก็รู้สึกผิดไม่น้อยที่ได้ทำกิริยาหยาบคายอย่างนั้นต่อเธอ แต่ตอนนั้นเขาทำลงไปเพราะความโกรธ เขาพยายามบอกกับตัวเองอย่างนั้นโดยไม่กล้ายอมรับกับตัวเองว่าขณะเมื่อเขาประทับริมฝีปากของตัวเองบนกลีบปากสีชมพูสดราวกับกุหลาบแรกแย้มนั้น

เขาเกิดความรู้สึกเป็นสุขอย่างประหลาดล้ำ เกิดความรู้สึกอยากจะทะนุถนอมร่างบางที่ยืนสั่นสะท้านอยู่ในอ้อมกอดของเขา

อัสมียายกมือขึ้นเช็ดน้ำตาตัวเองลวกๆก่อนจะเหน็บมีดสั้นนั้นไว้กับเข็มขัดตัวเอง เธอก้าวผ่านหน้าเขาไปด้วยสีหน้าบูดบึ้งโดยไม่ลืมคว้าเอาอาหารที่เคยซื้อมามากมายใส่ห่อผ้าและรวบเอาข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวออกไปด้วย

เจ้าจะไปไหน ไม่มีที่ไปไม่ใช่หรือ

ใช่……ฉันไม่มีที่ไปถึงได้ต้องทนถูกผู้ชายอย่างท่านรังแกอย่างนี้ไงล่ะ ฉันจะไปตามทางของฉัน ท่านอย่าตามมาเชียวนะอัสมียาว่าพลางคว้าห่อผ้าขึ้นมาสะพายที่ไหล่ ก้าวเดินฉับๆออกไปโดยไม่สนใจเสียงตะโกนตามหลังของเขา

เจ้าจะออกไปได้ยังไงกันล่ะมืดค่ำแล้ว มันอันตรายนะโอมานยังคงตะโกนตามหลังแต่หญิงสาวไม่ฟังเสียงเดินออกไปอย่างโมโหโดยไม่มีจุดหมายปลายทางไปหยุดอยู่ริมสระน้ำอีกด้านหนึ่งใต้ต้นอินทผลัมซึ่งไม่ไกลจากที่พักของโอมานมากนัก

เสียงใบไม้กระทบกันดังหวีดหวิวเพราะแรงลม หญิงสาวห่อตัวด้วยความหนาว อดรู้สึกอาลัยความอบอุ่นในกระโจมขึ้นมาไม่ได้แต่เธอก็ไม่ไว้ใจเขาเสียแล้ว

เป็นชายชาติทหารเสียเปล่าชอบรังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้ อัสมียาค่อนขอดเขาอย่างนึกชังขณะลงมือปูผ้าผืนยาวสำหรับนอนพักในคืนนี้ก่อนจะล้มตัวลงนอนตัวสั่นสะท้านเนื่องจากความหนาวแต่เธอจะต้องไม่มีวันร้องขอความช่วยเหลือจากเขา

เธอจะให้เขาเห็นไม่ได้ว่าเธออ่อนแอ ไม่อย่างนั้นเขาจะถือโอกาสรังแกเอาอีก หญิงสาวคิดหาทางออกให้กับตัวเองอยู่นานจนเผลอหลับไปในที่สุด

ซึ่งไม่ไกลกันนั้น อดีตราชองครักษ์หนุ่มก็ปูผ้าของเขาลงนอนเฝ้าเธออยู่อีกด้านหนึ่งแต่สามารถมองเห็นความเป็นไปของเธอได้ชัดเจน

เธอนี่อวดเก่งไม่เข้าเรื่องเลยนะอัสมียาชายหนุ่มส่ายหน้ากับความดื้อรั้นของหญิงสาว ใจอยากจะเอาผ้าไปห่มให้กับร่างบางที่นอนขดตัวหนาวอยู่แต่ถ้าขืนทำอย่างนั้นเธอจะต้องรู้แน่ๆว่าเขาแอบตามมาคอยคุ้มครองเธออยู่ด้วยความเป็นห่วง

เมื่อเห็นเธอหลับสนิทดีแล้วเขาจึงได้ทรุดตัวลงนอนบ้างและไม่นานก็หลับสนิทไปด้วยความง่วงงุน จนกระทั่งถึงรุ่งเช้าเธอจึงได้ตื่นขึ้นบิดขี้เกียรติไปมาด้วยความเมื่อยล้า

ก่อนจะเดินไปล้างหน้าล้างตาอย่างสดชื่นพร้อมกับทรุดตัวลงนั่งพิงหลังกับต้นอินทผลัมและกัดกินผลไม้ที่พอจะเหลืออยู่ด้วยความหิวเนื่องจากเมื่อคืนนี้เธอทะเลาะกับโอมานเสียก่อนที่จะได้ทานอาหารแถมยังอาเจียนออกมาเสียหมดไส้หมดพุง

กินแต่ผลไม้มาหลายวันแล้ว ควรจะกินเนื้อเสียบ้างไม่อย่างนั้นร่างกายของเจ้าจะไม่มีแรงเสียงทุ้มคุ้นหูของโอมานดังขึ้น อัสมียาผละตัวลุกขึ้นโดยเร็ว ใบหน้างามแดงเหลื่อขึ้นด้วยความโกรธพร้อมกับกระชับมีดพกที่เหน็บอยู่ในเข็มขัดแน่น

ชายหนุ่มมองการกระทำนั้นอย่างหัวเสียก่อนจะเดินหนีไปทิ้งให้หญิงสาวลอบระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกพร้อมกับทรุดตัวลงนั่งเงียบๆตามเดิม

ใจนึกไปถึงเนื้อปลา เนื้อหมูหรือชาร้อนๆสักถ้วย อัสมียานั่งซึมอยู่นานก่อนที่จมูกของเธอจะได้กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นลอยมาจากภายใสนกระโจมของเขา

หญิงสาวย่นหน้าอย่างหงุดหงิด นึกรู้ว่าเขาจงใจจะเเกล้งเธอแน่ๆ เพราะไม่นานเธอก็ได้กลิ่นเนื้อปลาย่างหอมๆลอยเข้ามาแตะจมูก

อัสมียาลูบท้องตัวเองไปมา มองผลไม้รสหวานในมืออย่างเบื่อหน่าย ขยับตัวจะลุกหนีออกไปให้ไกลๆเสียจะได้ไม่ต้องทนทรมานแต่แล้วปลาย่างเสียบไม้ตัวโตก็ลอยมาตรงหน้าพร้อมกับใบหน้าเล็กๆยิ้มแฉ่งของอัสมานก็โผล่เข้ามาด้วย

อัสมียาลอบกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะกวาดสายตามองหาโอมาน เมื่อไม่เห็นวี่แววว่าเขาจะอยู่ตรงนั้นเธอจึงได้ก้มหน้าลงถามหนูน้อย

พ่อของเจ้าให้เอาปลามาให้ฉันหรืออัสมียากระซิบเบาๆ อัสมานส่ายหน้าไปมาก่อนจะกระซิบตอบด้วยเสียงเบาๆพอกัน

ข้าเห็นท่านพ่อย่างปลาตั้งหลายตัวก็เลยนึกถึงท่านน้าอัสมียา ท่านพ่อออกไปช่วยชาวบ้านสร้างบ้านแล้วไม่เห็นหรอก

อัสมานว่าทำให้เธอยิ้มกว้างเมื่อได้ยินอย่างนั้นก่อนจะคว้าเอาปลาย่างทาเกลือหอมฉุยนั้นมาแกะกินด้วยความหิวโหย โดยมีโอมานที่ยืนกอดอกแอบมองอยู่อีกมุมหนึ่งต้องอดอมยิ้มขึ้นมาไม่ได้อย่างนึกขันกับความถือดีของเธอ

ฮ่ะๆ…..ได้ข่าวว่าเจ้าถูกท่านโอมานเฉดหัวออกมาจากบ้านหรืออย่างไร นังหญิงแปลกหน้าเสียงแหลมเล็กคุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง ถ้อยคำดูแคลนนั้นทำเอาเธอกลืนเนื้อปลาลงคอแทบไม่ลงก่อนจะวางปลาย่างลงแล้วลุกขึ้นจ้องตอบซาบีน่า

ไม่มีใครเฉดหัวฉันออกมาจากบ้านทั้งนั้นแต่ฉันออกมาเองเพราะผู้ชายอย่างโอมานไว้ใจไม่ได้ชอบรังแกผู้หญิง

อะไรนะ! ท่านโอมานรังแกเจ้าอย่างนั้นหรือ บอกฉันมานะว่าเขาทำอะไรเจ้าซาบีน่าตรงเข้าบีบไหล่อัสมียาพร้อมกับเขย่าไปด้วยจนอีกฝ่ายหัวสั่นหัวคลอนแต่สีหน้ายังคงยั่วเย้าอีกฝ่าย

ก็ท่านโอมานน่ะสิ ชอบรังแกฉัน จนฉันกลัวว่าตัวเองจะเผลอใจอ่อนถึงได้ขอแยกตัวออกมา เฮ้อ…..ดูสิขนาดหนีออกมาเสียอย่างนี้เขาก็ยังอุตส่าห์ให้อัสมานเอาของกินมากมายมาให้ฉัน ฉันคงจะเผลอใจอ่อนเข้าสักวันไม่วันใดก็วันหนึ่งๆ

อัสมียาว่าพลางบิดตัวไปมาด้วยสีหน้าเขินๆทำเอาซาบีน่ากรีดร้องลั่นออกมาด้วยความเจ็บใจพร้อมกับชี้หน้าอัสมียาอย่างอาฆาต

ไม่จริง…….ฉันไม่เชื่อหรอกว่าท่านโอมานจะทำอย่างนั้น ขนาดข้าเขายังไม่ทำเลยซาบีน่าเผลอบอกออกไปด้วยความโกรธ

นั่นนะสินะซาบีน่า ฉันเองก็นึกสงสัยเหมือนอย่างเจ้านั่นแหละอัสมียาตีหน้าซื่อก่อนจะแอบลอบหัวเราะอยู่ในใจคนเดียว

ต่อไปนี้ข้าขอสั่งห้ามเจ้าอยู่ใกล้ท่านโอมานอีก

ฉันก็กำลังทำอยู่นี่ยังไงเล่าซาบีน่า ด้วยการหนีมาอยู่เสียที่นี่ แต่ดูสิฉันต้องนอนกลางดินกินกลางทรายแบบนี้โดยไม่มีกระโจมที่พักเป็นสัดส่วน บางที…….หากฉันทนความหนาวเหน็บไม่ไหวอาจจะต้องขอกลับเข้าไปนอนในกระโจมของท่านโอมานตามเดิมอัสมียาแสร้งถอนหายใจยาวด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย ซาบีน่าได้ยินอย่างนั้นรีบร้องห้ามเสียงหลง

ยะ……อย่านะ ข้าจะขอให้ลูกน้องของพ่อข้ามาสร้างกระโจมให้เจ้า ห้ามเจ้าเข้าไปอยู่กับท่านโอมานเด็ดขาด

ขอบใจเจ้ามากซาบีน่าอัสมียารวบมืออีกฝ่ายมาเขย่าเบาๆด้วยสายตาซาบซึ้งแต่ดูเจ้าเล่ห์แสนกลนักในสายตาของผู้ลอบมองอยู่ห่างๆอย่างโอมาน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

68 ความคิดเห็น