ธิดาฮาเร็ม ตีพิมพฺกับอักษรศาสตร์

ตอนที่ 12 : แรกพบกับผู้ชายปากร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1458
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    14 ก.พ. 53

ข้าฝากอัสมานด้วยนะซาบีน่า คราวนี้ข้าอาจจะต้องไปนานถึงสามวันเพราะโอเอซิสเก่าพวกค้าขายมันเริ่มเยอะแล้วทำให้ราคาข้าวของเขาเราถูกกดลง เงินค่าจ้างของเจ้าข้าจะมอบให้หลังจากกลับมาแล้วโอมานหันมาทางซาบีน่าขณะที่เขายืนตรวจนับแพะกับแกะที่จะต้อนออกไปค้าขายยังแหล่งโอเอซิสแห่งใหม่ซึ่งอยู่ไกลจากเดิมถึงสองเท่าตัว

ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ ข้ารับรองว่าจะดูแลอัสมานอย่างดีราวกับเขาเป็นลูกในไส้ของข้าเลยเชียวล่ะซาบีน่าบอกพลางลูบศีรษะอัสมานอย่างเอ็นดู โอมานยิ้มขอบคุณก่อนจะทรุดตัวลงอุ้มลูกชายขึ้นมาหอมฟอดใหญ่พร้อมกับกล่าวอำลา

พ่อจะไปหลายวันสักหน่อย อยู่กับน้าซาบีน่าเจ้าอย่าดื้ออย่าซนล่ะ เข้าใจไหม

ครับท่านพ่ออัสมานรับคำก่อนจะเอื้อมท่อนเเขนเล็กๆนั้นโอบลอบคอผู้เป็นพ่อแล้วบอกขึ้นอย่างประจบพร้อมกับยิ้มแฉ่ง

โตขึ้นข้าจะไปช่วยท่านพ่อค้าขาย

ฮ่ะๆ ดีมาก ข้าก็จะเร่งวันเร่งคืนให้เจ้าโตเร็วๆข้าจะได้หายเหนื่อยเสียทีโอมานหัวเราะลั่นอย่างพอใจกับความช่างพูดของบุตรชาย

โอมานเป็นเด็กเลี้ยงง่าย ท่านไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะซาบีน่าบอกขึ้นยิ้มๆ โอมานพยักหน้าอย่างเบาใจก่อนจะขึ้นไปบนหลังอูฐไล่ต้อนแพะและแกะออกไปร่วมกับชาวบ้านอีกหลายคน

หญิงสาวยืนมองอีกฝ่ายจนลับตาด้วยสีหน้าเป็นสุข รู้สึกราวกับว่าตัวเองเป็นภรรยาที่รอส่งสามีออกไปทำงานและรอคอยให้เขากลับมากระนั้น

หนูน้อยอัสมานกระตุกชายเสื้อของอีกฝ่ายอยู่หลายทีเมื่อเห็นซาบีน่าเอาแต่ยืนยิ้มทำตาเหม่อลอยอยู่หลายนาทีแล้วไม่ยอมไปไหนเสียที

น้าซายีน่ายืนยิ้มอะไรอยู่หรือ ข้าหิวจะแย่แล้วนะ

เปล่าซะหน่อย อะไรกันอัสมานเจ้านี่กินจุเสียจริงเมื่อเช้าข้าเพิ่งให้เจ้ากินนมแพะไปตั้งเหยือกหนึ่ง หิวอีกแล้วเหรอ เฮ้อ……มานี่ข้าจะหุงข้าวให้กินเอง

ซาบีน่าว่าพลางเดินจูงมือเด็กน้อยไปทางด้านหลังกระโจมที่มีเครื่องครัวอยู่เพียงไม่กี่ชิ้นก่อนจะลงมือทำอาหารง่ายๆให้ด้วยการเอาถั่วแดงมาต้มกับเกลือให้เปื่อย

เมื่อสุกได้ที่ดีแล้วจึงตักน้ำมันเจียวราดในถั่วต้มนั้นพร้อมกับโรยพริกป่นให้ทั่วกินกับข้าวสวยร้อนๆพร้อมกับวางแตงกวาสองสามชิ้นวางแปะให้

อาหารง่ายๆแต่เด็กชายก็ลงมือทานอย่างเอร็ดอร่อย อัสมานอายุแค่สามขวบเศษๆแต่ดูแข็งแรงและอดทนเกินกว่าเด็กคนอื่นนัก

น้าไม่กินด้วยกันหรอกหรือเด็กชาย ทั้งที่กินอย่างหิวจัดแต่ยังมีแก่ใจหันมาถามจนอีกฝ่ายต้องหัวเราะออกมาอย่างเอ็นดู

เจ้ากินไปเถอะ วัยกำลังโต ข้ายังไม่หิวซาบีน่าบอกขึ้นก่อนจะมองหน้าอีกฝ่ายอย่างลังเลแล้วก็ตัดสินใจถามขึ้นในที่สุด

เจ้ายังคิดถึงแม่ของเจ้าอยู่หรือไม่อัสมาน

แม่หรือ……แม่ข้าตายไปแล้ว พ่อบอกว่าแม่ของข้าจะไม่กลับมาอีกแล้วหนูน้อยเงยหน้าขึ้นจากจานอาหารขึ้นมาตอบ

แล้วเจ้าอยากจะมีแม่อีกหรือไม่

ไม่! ข้าไม่อยากมีแม่ เพราะแม่ทิ้งข้ากับพ่อไป แม่ทำให้ข้าต้องร้องไห้ข้าไม่อยากจะร้องไห้อีกเด็กชายอัสมานสั่นศีรษะก่อนจะก้มหน้าก้มตาทานอาหารในจานต่อแต่ซาบีน่ายังไม่หยุดคำถามเพียงแค่นั้นรีบขยับเข้าไปจ้องหน้าหนูน้อยก่อนจะเอ่ยถาม

แล้วเจ้าอยากให้ข้าเป็นแม่ของเจ้าหรือไม่

ท่านเป็นน้าของข้าแล้ว จู่ๆจะกลายมาเป็นแม่ของข้าได้อย่างไรหนูน้อยเอ่ยถามขึ้นอย่างงุนงงไม่เข้าใจถึงคำถามนั้น

เป็นได้สิขอเพียงเจ้าต้องการและบอกความต้องการนี้แก่พ่อเจ้าแล้วข้าก็จะได้เป็นแม่ของเจ้าเองซาบีน่าบอกขึ้นด้วยประกายตามีความหวังก่อนจะเอ่ยเสริมขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าลังเลของอัสมาน

ถ้าเจ้าได้ข้าเป็นแม่นะ เจ้ากับพ่อจะสุขสบายมีคนคอยดูแลหุงหาอาหารให้ ซักเสื้อผ้าให้ไม่ดีหรอกหรือซาบีน่าบอกเสียงจริงจัง

ดี……..”อัสมานตอบสั้นๆยังไม่ค่อยเข้าใจความต้องการของอีกฝ่ายนัก

ถ้าดีเจ้าก็บอกแก่พ่อเจ้าเมื่อเขากลับมานะว่าเจ้าน่ะอยากได้ข้าเป็นแม่มากซาบีน่าเขย่าแขนอีกฝ่ายไปมา อัสมานพยักหน้าทั้งที่ไม่ค่อยจะเข้าใจนัก

*****************************************************************************************************

ก็อกๆ……..”

ตุ๊บๆ

เสียงเคาะสลับกับเสียงทุบภายในหีบจากฝีมือของอัสมียาที่ตัวเธอนอนขดตัวอยู่ในหีบที่ทั้งมืดและอับอากาศเป็นเวลานานหลายชั่วโมงแล้ว จนรู้สึกเหนื่อยและอ่อนเพลียมากและเมื่อเห็นว่าตัวเองจะทนไม่ไหวแล้วเธอจึงได้ตัดสินใจทุบหีบไปมา

สะ……เสียงอะไรน่ะ พวกเจ้าได้ยินเหมือนข้าไหมแม่ค้าคนหนึ่งที่เป็นเจ้าของหีบใบที่มีอัสมียาอยู่ในนั้นร้องถามเพื่อนเสียงสั่นพร้อมกับกวาดสายตาไปทั่วบริเวณ

เสียงเหมือนมีคนคอยเคาะอะไรสักอย่าง ข้าเองก็ได้ยินอีกคนหนึ่งกล่าวเสริมทำให้ขบวนคาราวานย่อยๆที่มีอยู่ด้วยกันหลายคนนั้นเริ่มจะหยุดลงและเริ่มต้นค้นหาแล้วเดินสำรวจไปรอบๆ

ไม่มีอะไรผิดปกตินี่นา

ช่วย……ช่วยด้วย เปิดหีบออกที ฉันหายใจไม่ออกอัสมียาส่งเสียงแหบระโหยของคนใกล้จะหมดแรงของตัวเองออกมา

แต่ทั้งที่คิดว่าตัวเองได้ตะโกนจนสุดเสียงแล้วแต่เสียงที่ออกมามีเพียงเสียงแผ่วเบาเมื่อผสมกับเสียงหวีดหวิวของลมทะเลทรายกลางคืนแล้วจึงดูคล้ายกับเสียงครางของผู้หญิง

นะ……ในหีบมิยานีย์ชี้มือไปทางหีบใบนั้นก่อนที่จะมีเพื่อนอีกคนหนึ่งที่ดูจะใจกล้ากว่าคนอื่นๆทำท่าจะเปิดหีบดู

เจ้าจะทำอะไรน่ะ

ก็จะเปิดดูในหีบนะสิว่ามันมีอะไรถึงได้หนักนักและเสียงเมื่อครู่นี้ข้าก็มั่นใจว่ามันจะต้องดังออกมาจากในหีบนี้แน่ๆพูดแล้วก็ลงมือเปิดหีบขึ้นแต่ต้องหยุดชะงักตกตะลึงอ้าปากค้างเมื่อหีบที่เพิ่งจะถอดกลอนยังไม่ทันที่เธอจะเปิดขึ้นมามันก็ถูกผลักออกพร้อมๆ กับที่ร่างของอัสมียาโผล่พรวดออกมา

ผะ……ผีทั้งแปดคนตะโกนลั่นพร้อมกับวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกันไปคนละทางด้วยความหวาดกลัว ทิ้งให้อัสมียาต้องยืนมองอยู่ด้วยความมึนงง

พยายามจะร้องเรียกพวกเขาให้กลับมาแต่เพราะความที่ต้องอยู่ในที่อับอากาศนานหลายชั่วโมงทั้งขาดน้ำและอาหารทำให้ร่างกายของเธออ่อนแรง

ศีรษะหมุนคว้างได้ยินเสียงอื้ออึงดังหวีดหวิวไปมาดังอยู่ในสมองก่อนที่สติสัมปชัญญะของเธอจะดับวูบลงไป ท่ามกลางลมทะเลทรายที่พัดมาเป็นระลอก

 และจากบริเวณที่อัสมียาหลับใหลไม่ได้สติอยู่นั้น ไม่ไกลกันนักกองคาราวานค้าขายย่อยๆของอดีตราชองครักษ์หนุ่มโอมานก็กำลังเดินทางมุ่งหน้าไปยังแหล่งโอเอซิสที่กองคาราวานน้อยใหญ่ต่างมุ่งหน้าไปค้าขายกันอย่างครึกครื้น

ค่ำคืนนี้นับได้ว่าไม่มืดสนิทจนเกินไปนักเพราะมีแสงสว่างจากดวงจันทร์คอยส่องนำทาง เบื้องหน้านั้นจึงเห็นจุดดำๆอยู่หลายจุดเกิดขึ้นปรากฏแก่สายตา

อะไรน่ะท่าน ไอ้ดำๆที่อยู่ตรงหน้าเรานี่น่ะ จะว่าภูเขาทรายมันก็เล็กเกินไปแล้วรูปทรงมันก็ไม่ใช่ด้วยนะอูชุบิดาของซาบีน่าที่ร่วมขบวนมาด้วยในครั้งนี้เอ่ยถามขึ้น โอมานเขม้นมองจุดดำๆในระยาวราวสามร้อยเมตรนั้นด้วยสีหน้าครุ่นคิด

ข้าเองก็ไม่แน่ใจ มันอาจจะเป็นก้อนหินก็ได้ชายหนุ่มบอกขึ้นทั้งที่ยังไม่แน่ใจนักและเนื่องจากทุกคนในที่นี้ล้วนแต่ยังไม่เคยเดินทางมาทางทิศนี้จึงไม่คุ้นกับทัศนียภาพและหวั่นเกรงว่าอาจจะถูกดักปล้นสะดมภ์จากพวกโจรร้ายก็เป็นได้

โอมานได้แต่เก็บงำความสงสัยเอาไว้ในใจและสั่งบรรดาลูกน้องคนอื่นๆให้คอยระมัดระวังตัว จวบจนกระทั่งกองคาราวานมาถึงใกล้จุดดำๆนั้นมากพอที่จะเห็นว่ามันเป็นเพียงหีบหลายใบที่มีเสื้อผ้าเครื่องประดับหลายชิ้นหล่นกระจัดกระจายไปทั่ว

ชายหนุ่มขมวดคิ้วก่อนจะกระโดดลงจากหลังอูฐตรงเข้ามาสำรวจใกล้ๆและตัวเขาเองต้องเป็นฝ่ายอยู่ในอาการตกตะลึงพรึงเพริศ

เมื่อใกล้กันนั้นมีร่างของหญิงสาวนางหนึ่งที่ปราศจากผ้าคลุมหน้ากำลังนอนเหยียดยาวสิ้นสติอยู่ในชุดสีฟ้าบางเบาจนแทบจะแนบติดกับเรือนร่างยามเมื่อลมพัดมา

เจ้าตัวนั้นยังคงหมดสติอยู่แต่ใบหน้านั้นยังคงความงดงามจนทำให้ชายหลายคนในที่นั้นอยู่ในอาการตกตะลึงจนโอมานต้องรีบปรามขึ้น

พวกท่านทั้งหลายเหตุใดจึงได้จ้องมองหญิงสาวอย่างขาดมารยาทเช่นนั้นเล่า นางอาจจะเป็นลูกสาวหรือภรรยาของผู้ใดก็ได้ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นเสียงขรึมขณะก้มมองหญิงสาวแปลกหน้าที่ยังคงหมดสติจนดูเหมือนหลับสนิทไม่ยอมรับรู้เรื่องราวอะไรด้วย

เอาล่ะ……เราจะพักกองกันชั่วคราว รอให้นางฟื้นขึ้นมาให้สอบถามความเป็นมาเสียก่อนโอมานว่าแล้วก็หยิบผ้าคลุมหน้าที่อยู่ในหีบนั้นขึ้นปิดบังใบหน้าของเธอเอาไว้

เขามองหน้าเธอนิ่งนานก่อนจะรินน้ำจากถุงที่ทำจากหนังแพะใส่ผ้าแล้วนำมาเช็ดหน้าผากและลำคอของเธอเบาๆ ซึ่งทำให้หญิงสาวค่อยได้สติทีละน้อยแต่เปลือกตาคู่งามยังคงหลับสนิท

น้ำ…….หิวน้ำหญิงสาวพึมพำพลางกระชากผ้าคลุมที่เขาอุตส่าห์คลุมให้เมื่อครู่นี้ทิ้งอย่างไม่ไยดี ชายหนุ่มส่ายศีรษะก่อนที่รอยยิ้มขันๆจะปรากฏขึ้นบนบนริมฝีปากของเขา

ก่อนที่เขาจะค่อยๆหยดน้ำจากถุงแพะนั้นใส่ปากเธอทีละน้อยจนหญิงสาวค่อยๆลืมตาขึ้นเมื่อลิ้นได้ลิ้มรสชาติของน้ำที่ร่างกายของเธอขาดมานาน

หญิงสาวกระพริบตาถี่ๆ ไปมา รอบด้านมีแต่ความมืดและท้องฟ้าเบื้องบนก็ประดับประดาไปด้วยหมู่ดาวระยิบระยับมากมาย

อัสมียาขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิดก่อนที่ความทรงจำที่ผ่านมาของเธอจะผุดขึ้นมาเป็นระลอก หญิงสาวทะลึ่งพรวดลุกขึ้น แต่การลุกเปลี่ยนท่าอย่างกะทันหันทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะขึ้นมาจนทำให้ต้องล้มตัวกลับลงไปนอนใหม่อีกครั้ง

                เจ้าฟื้นแล้วหรือเสียงทุ้มๆของชายหนุ่มแปลกหน้ารูปร่างงามสง่าเอ่ยถามขึ้นทำเอาหญิงสาวถึงกับตกตะลึงก่อนจะรีบก้มสำรวจตามร่างกายตัวเองเมื่อพบว่ามันยังคงปกติดีจึงได้ถอนหายใจยาวอย่างโล่งใจ แต่ก็ยังคงไม่ไว้วางใจอยู่นั้นเอง

เมื่อสายของเธอปะทะกับสายตาของชายแปลกหน้านับสิบคนที่ยังลอบมองสำรวจความงามของเธออยู่เป็นระยะ อัสมียาจึงได้กระเถิบตัวหนีออกห่างอย่างหวาดกลัว

                ทะพวกท่านเป็นใคร

                เราเป็นพ่อค้าคาราวาน กำลังจะเดินทางไปค้าขาย แล้วเจ้าล่ะเป็นใครถึงได้มานอนหลับใหลอยู่ตรงนี้พียงลำพัง เอ้า…….ปิดหน้าของเจ้าเอาไว้ซะชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้นขณะยื่นผ้าคลุมหน้าให้ หญิงสาวรับมาสวมลวกๆ ด้วยความหวั่นเกรง

                ฉะฉันหนีมา

                หนีมา! เจ้าหนีมาจากที่ไหนกัน หนีออกมาจากอกของพ่อแม่หรือว่าหนีมาจากสามีชายหนุ่มขึ้นขณะเขม้นมองใบหน้างดงามภายใต้แสงจันทร์นั้นด้วยความรู้สึกประหลาดราวกับมีแรงดึงดูดมหาศาลตรึงสายตาของเขาเอาไว้จนยากนักที่จะถอนสายตานั้นออกมาๆได้

                สามีตะแต่ฉันหญิงสาวยังพูดไม่ทันจบดีเมื่อคำว่าสามีเปล่งออกจากปากของเธอ โอมานผุดลุกขึ้นด้วยสีหน้าบึ้งตึงระคนกราดเกรี้ยว

                เมื่อเข้าใจว่าหญิงสาวแปลกหน้าผู้นี้หลบหนีสามีมาดังเช่นที่จัสปาทำกับเขา ทำให้ความสงสารของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังขึ้นมาอีกครั้ง

                พวกเรารีบไปกันเถอะปล่อยให้นังหญิงชั่วที่หนีลูกหนีผัวของตัวเองมาให้อยู่ที่นี่แหละ ให้สมกับการกระทำอันน่ารังเกียจของมันโอมานเปลี่ยนจากคำถามอ่อนโยนเมื่อครู่กลายเป็นกราดเกรี้ยวขึ้นมาทันทีจนอัสมียาตามอารมณ์ของเขาไม่ทัน

                ชายหนุ่มมองใบหน้างดงามภายใต้แสงจันทร์นั้นอย่างรังเกียจก่อนจะผละจากไปและเตรียมที่จะขึ้นอูฐเพื่อเดินทางต่อ อัสมียาเห็นอย่างนั้นจึงรีบวิ่งตามไปฉุดรั้งแขนของเขาเอาไว้

                เดี๋ยวก่อน! ท่าน ได้โปรดฉันขอตามพวกท่านไปด้วยได้ไหม ฉันไม่มีที่ไปหญิงสาวละล่ำละลักบอก โอมานจับจ้องมือเรียวของเธอที่ฉุดแขนเขาเอาไว้ด้วยสายตาหมิ่นหยาม

                เจ้านี่เป็นหญิงที่ไร้ยางอายเสียจริงๆ ถึงขนาดขอตามไปอยู่ด้วยกับชายอื่น อยากที่จะเป็นนางบำเรอมากนักหรือไง

                ไม่ใช่นะท่าน มันไม่ใช่อย่างที่พวกท่านคิดหญิงสาวรีบเอ่ยแก้เมื่อเห็นสายตาแสดงความเกลียดชังของเขาและสายตาโลมเลียของชายหลายคนในที่นั้น

                หึผู้หญิงที่หนีสามีของตัวเองมามีอะไรที่น่าเห็นใจ นอกจากว่าเจ้าคงจะรักความสุขสบายทนความลำบากไม่ไหวจึงได้หนีออกมาคิดจะหาคนใหม่เขาบริภาษเธออย่างรุนแรงขณะที่ใจนึกไปถึงจัสปาว่าป่านนี้คงจะหนีไปอยู่กับชายชู้

            หึผู้หญิงทั้งโลกก็คงจะเป็นเหมือนกันหมด จัสปานังผู้หญิงสารเลว!

                ไม่ใช่นะท่าน

                งั้นเจ้าบอกพวกเรามาสิว่าเหตุใดเจ้าถึงได้หนีสามีของเจ้าออกมา

                เอ่อคือหญิงสาวอึกอัก เธอจะให้ใครรู้ไม่ได้ว่าเธอเป็นผู้หญิงขององค์สุลต่านและหนีออกมาจากฮาเร็ม เพราะคนพวกนี้อาจจะนำตัวเธอไปส่งทางการเพื่อหวังสิ่งตอบแทนก็ได้

                เจ้าตอบไม่ได้ เพราะคิดหาคำโกหกไม่ทันล่ะสิ ได้ข้าจะให้เจ้าไปกับพวกเรา เจ้าจะได้รู้รสชาติความลำบากว่าถ้ามันมากว่าบ้านสามีที่เจ้าหนีมาเจ้าจะเป็นอย่างไรอดีตราชองครักษ์บอกขึ้นเสียงกราดเกรี้ยวขณะดึงจนเกือบจะเป็นกระซากให้เธอขึ้นไปอยู่บนหลังอูฐตัวเดียวกับเขา

                ว้ายหญิงสาวเผลออุทานเสียงดังลั่น เมื่อร่างของเธอโอนเอนไปมาจนรู้สึกเวียนหัว เนื่องจากในชีวิตของเธอยังไม่เคยนั่งบนหลังอูฐเลยแม้แต่ครั้งเดียว อาการตกใจของเธอทำเอาชายหลายคนที่อยู่ในที่นั้นต้องมองเธออย่างเห็นใจ

                เจ้าว่าท่านโอมานจะทำร้ายนางหรือไม่ท่านอูชุอีกฝ่ายหันมากระซิบถามผู้เป็นบิดาของชาบีน่า อีกฝ่ายสั่นศีรษะไปมาอย่างไม่แน่ใจ

                ไม่รู้สิ แต่ที่รู้ๆ คือเขาจะรังเกียจหล่อนมากที่หนีสามีมาเหมือนกับนังจัสปา ความโกรธเกลียดที่ท่านโอมานมีต่อนังจัสปามีมากเท่าไหร่ก็คงจะลงที่นางผู้นั้นแหละอูชุตอบพลางลอบมองซีกหน้าของโอมานอย่างไม่สบายใจ หากเขาจะนำตัวหญิงสาวผู้นั้นไปด้วย

                ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใดก็ตามเพราะหญิงสาวผู้นี้มีความงดงามดุจนางฟ้าแปลงกายลงมา ชายหญิงเมื่ออยู่ใกล้ชิดกันก็เหมือนน้ำมันกับไฟแล้วซาบีน่าบุตรสาวของเขาจะทำอย่างไร

                เกาะเราแน่นๆ ถ้าเจ้าไม่อยากตกลงไปคอหักตายชายหนุ่มบอกเสียงดุดันจนใบหน้างดงามของอัสมียาซีดขาว ดวงตาเมล็ดอัลมอนต์สีน้ำตาลเข้มคู่นั้นแดงเรื่อขึ้นอย่างหวาดกลัวชายตรงหน้า ด้วยเวลานี้ใบหน้าของเขารกครึ้มไปด้วยหนวดเคราราวกับมหาโจรแถมยังพูดจาหยาบคายน่ากลัวอีกด้วย

                โธ่อัสมียาหนีเสือปะจระเข้แท้ๆ หญิงสาวคิดในใจพลางหยกชายเสื้อขึ้นเช็ดน้ำตาเงียบๆ กิริยานั้นยิ่งเพิ่มพูนความหมั่นไส้ให้เกิดแก่เขาเป็นอย่างมาก

อย่ามาบีบน้ำตาของเจ้าให้เราเห็นหน่อยเลย มารยาแบบนี้ข้าเห็นมาจนชินแล้ว เอาล่ะทุกคนนี่ก็แดดจะแรงแล้ว เราจะพักทานอาหารกันที่นี่ เพราะอากาศกำลังร้อนจัดทุกที รอให้ตะวันคล้อยกว่านี้เสียก่อนค่อยออกเดินทางเขาบอกขณะหยุดอูฐลงและสั่งให้มันคู้ตัวลง

                เขากระโดดลงจากหลังของมันอย่างคล่องแคล่วโดยไม่สนใจว่าอัสมียาจะลงจากหลังของมันด้วยวิธีใด กระโปรงยาวรุ่มร่ามของเธอนั้นบางเบาจนเธอรู้สึกแสบผิวไปหมดยามเมื่อแสงแดดส่องกระทบลอดผ่านเนื้อผ้าลามเลียไปบนผิวกายบอบบางนั้น

                อีกนานไหมท่านโอมานกว่าจะถึงแหล่งโอเอซิสที่ท่านว่าอูชุเดินเข้ามาถามขณะที่คนอื่นๆ ลงมือสร้างกระโจมที่พักชั่วคราวเพื่อหลบแสงแดด

                นับจากวันนี้ไปชั่วข้ามคืนหนึ่งก็คงจะถึงหากว่าเราจะไม่เจอพายุทรายหรือการดักปล้นของพวกโจรร้ายโอมานบอกขึ้นเสียงขรึม ดวงตาแหลมคมประดุจดวงตาเหยี่ยวทะเลทรายของเขาเหม่อมองไปยังทิศทางเบื้องหน้าอย่างครุ่นคิด

                ก่อนจะหันไปทางด้านหลังเมื่อกระโจมที่ถูกสร้างขึ้นอย่างหยาบๆ เสร็จแล้ว ตัวกระโจมทำมาจากหนังแพะที่นำมาทอเป็นผืนกว้างจากฝีมือของพวกผู้หญิงในหมู่บ้าน

                เอ้ายืนเฉยอยู่ทำไมรีบขนสัมภาระพวกนี้ไปเก็บไว้ในกระโจมสิเขาเดินมาออกคำสั่ง หญิงสาวรีบพยักหน้าเร็วๆ เมื่อเห็นสายตาดุดันนั้น

                เธอจำเป็นต้องยินยอมเขาเพราะหากว่าเธอต้องอยู่คนเดียวท่ามกลางทะเลทรายแห้งแล้งแบบนี้ละก็มีหวังเธอต้องกลายเป็นอาหารของพวกแร้งกาแถวนี้แน่ๆ

                อัสมียาเดินไปขนห่อสัมภาระอันหนักอึ้งนั้นช่วยคนอื่นๆ ซึ่งบางส่วนก็ออกไปต้อนแพะ แกะออกมารวมกัน หญิงสาวรินน้ำจากถุงหนังล้างหน้าตาเล็กน้อยเพื่อคลายความร้อนก่อนจะเดินออกไปคุกเข่ามองอูชุต้มกาแฟอย่างสนใจ

                กลิ่นกาแฟหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณจนหญิงสาวต้องลอบกลืนน้ำลายอย่างกระหายเพราะตั้งแต่หนีมาจากฮาเร็มเธอยังไม่ได้ดื่มน้ำอย่างเต็มที่เลยสักครั้ง

                เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าน้ำทุกหยดในเวลานี้มีค่ามากมายมหาศาลจนต้องยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมาครอบครอง

                 อาหารพร้อมแล้ว ไปกินกันเถอะอูชุบอกขึ้นอย่างปราณีเมื่อเห็นสายตาแสดงความอยากรู้อยากเห็นของเจ้าหล่อน

                เจ้าไม่เคยต้มกาแฟหรือยังไงถึงได้จ้องมองอย่างกับไม่เคยเห็น สามีของเจ้าไม่เคยใช้ให้ทำเลยรึอูชุถามขึ้น หญิงสาวสั่นศีรษะไปมาก่อนจะยืนเมียงมองอย่างลังเลเมื่อเห็นชายหลายคนนั่งล้อมวงกันกินอาหาร ซึ่งก็คือขนมปังแข็งๆ กับกาแฟ

                 เนื่องจากเธอเป็นผู้หญิงตามประเพณีแล้วจะต้องรอให้พวกเขากินกันอิ่มเสียก่อนเธอถึงจะกินได้ โอมานเห็นอาการของเธอจึงได้โยนขนมปังแห้งแข็งแผ่นหนึ่งมาให้

                ซึ่งเธอเองแทบจะรับเอาไว้ไม่ทันจึงได้แต่มองเขาตาขุ่น แอบเก็บความไม่พอใจเอาไว้ภายใน แต่ไม่ยอมปริปากพูดอะไร เธอเดินถือขนมปังแห้งๆ ออกไปนั่งกินยังอีกมุมหนึ่ง

                แล้วก็แทบจะร้องไห้เมื่ออาหารมื้อแรกของเธอนับตั้งแต่หนีออกมาจากฮาเร็มนั้นแข็งจนต้องบิมันออกไปแซ่น้ำให้มันอ่อนตัวถึงจะกลืนลงคอได้อย่างยากเย็น

                ซึ่งกิริยาของเธออยู่ในสายตาของโอมานตลอดเวลา ดูท่าทางหญิงสาวผู้นี้จะไม่ใช่หญิงสาวชาวบ้านธรรมดาเป็นแน่

                ดูจากการแต่งกายและกิริยาแช่มช้อยแบบบางนั้นก็แตกต่างจากคนอื่นๆ เหลือเกินแล้วเธอหนีออกมาจากความสุขสบายเหล่านั้นมายังท้องทะเลทรายแห้งแล้งแบบนี้ทำไมกันนะ

                เราเห็นจะต้องเร่งเดินทางกันหน่อย พอหมดแสงอาทิตย์ก็เริ่มเดินทางกันเลย ระหว่างนี้จำเป็นต้องสับเปลี่ยนเวรยามกันเพราะเราไม่เคยมาแถบนี้ ทุกอย่างยังไว้ใจไม่ได้ว่าจะมีพวกโจรเบดูอินคอยดักปล้นกองคาราวานหรือไม่ คนของเรามีไม่มาก

                จริงของท่าน รีบไปให้ถึงเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นการดีมากเท่านั้น ข้าอยากจะได้ม้าฝีเท้าดีๆ เพิ่มอีกสักตัวสองตัว เจ้าลูกชายของข้ามันอยากจะหัดขี่ม้าขึ้นมา ฮ่ะๆ ลูกชายคนนี้ของข้ามันสมชายชาตรีนักฝ่ายนั้นบอกขึ้นอย่างภาคภูมิใจ

                หึมันจะหัดขี่ม้าได้ยังไงพูรอ ในเมื่อลูกชายของเจ้ามันเพิ่งจะ 5 ขวบ ถ้าเด็ก 5 ขวบ มันขี่ม้าได้อีกหน่อยลูกชายของท่านโอมานคงนึกจะอยากยิงปืนขึ้นมาหรอกอูชุบอกขึ้นพลางหัวเราะลั่น ตลอดเวลาที่พวกผู้ชายนั่งคุยกันอัสมียาได้แต่นั่งฟังเงียบๆ

                เจ้าชื่ออะไรหรือนังผู้หญิงแปลกหน้าหนึ่งในชายกลุ่มนั้นเอ่ยถามขึ้นมากะทันหันทำเอาหญิงสาวเกือบสำลักผลอินทผลัมแห้งๆ ที่เพิ่งจะฝืนกัดกินเข้าไปคำแรก

                เอ่อฉันชื่ออัสมียาค่ะ

                ชื่อของเจ้าไพเราะดี แล้วเจ้าคิดว่าจะมุ่งหน้าไปที่ใดกันล่ะ

                ฉันฉันไม่มีที่ไปค่ะ ให้ฉันขอตามไปกับพวกท่านด้วยคนเถอะนะคะ เมื่อฉันหาทางไปได้แล้วฉันจะรีบไปทันที ไม่อยู่รบกวนพวกท่านนานหรอกค่ะหญิงสาวรีบบอกพร้อมกับเงยใบหน้าซีดเซียวขึ้นมองชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้ากองคาราวานอย่างอ่อนน้อม

                แม้ว่าเขาจะดูเป็นมิตรกับเธอน้อยที่สุดแต่ส่วนลึกในใจก็บอกกับเธอว่าเขาเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวที่เธอจะไว้วางใจได้ว่าเขาจะไม่ข่มเหงรังแกเธอ

                ได้ข้าจะให้เจ้าอยู่ด้วยชั่วคราว แต่เจ้าจะต้องไม่ขี้เกียจสันหลังยาว หยิบจับอะไรไม่ได้แบบนี้เขามองหน้าเธอนิ่งๆ ก่อนจะเดินหายเข้าไปในกระโจมด้านใน

                หญิงสาวนั่งขดกายอยู่หน้ากระโจมด้านนอก ในขณะที่พวกผู้ชายพักอยู่ด้านใน โอมานถอนหายใจยาวก่อนจะฉวยผ้าผืนหนึ่งออกมาโยนให้พร้อมกับมองร่างบางที่ขดตัวซุกอยู่อย่างสมเพช

                เอาไป แล้วก็หาเสื้อคลุมของข้าในห่อผ้านั้นมาทับซะ ถ้าพวกนั้นมันเกิดอารมณ์เปลี่ยวจนทนไม่ไหวขึ้นมาจะหาว่าข้าไม่เตือน

                ท่านจงเกลียดจงชังอะไรฉันนักหนาหรือหญิงสาวเงยดวงตาที่มีหยาดน้ำตาเอ่อทันขึ้นมองเขาอย่างตัดพ้อจนชายหนุ่มสะท้อนใจ

                นึกต่อว่าตัวเองในใจว่ากำลังเอาความโกรธเกลียดที่มีต่อจัสปามาลงที่เธอซึ่งมันดูไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย ดังนั้นประโยคต่อมาของเขาจึงอ่อนโยนลง

                เราไม่ได้เกลียดเจ้าหรอก แต่ข้าเป็นคนขี้รำคาญไม่อยากเห็นผู้หญิงอยู่ใกล้ๆ มากนักโดยเฉพาะท่าทางหยิบโหย่งเจ้าสำอางของเจ้า เห็นแล้วข้ารำคาญตา ถามจริงๆ เถิดเจ้าหนีออกมาจากบ้านสามีของเจ้าด้วยเรื่องอันใด เพราะดูเจ้าก็ท่าทางราวกับลูกเศรษฐีไม่ใช่หญิงสาวชาวบ้านธรรมดาชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้นพลางจ้องมองเธออย่างพยายามจับสังเกต

                ฉันเอ่อฉันเคยเป็นเด็กรับใช้ในบ้านเศรษฐีมาก่อน บ้านของคหบดีซาบิต ท่านรู้จักหรือไม่ ถ้าหากท่านรู้จักช่วยพาฉันไปที รับรองว่าฉันจะตอบแทนท่านอย่างงามหญิงสาวบอกขึ้นอย่างกระตือรือร้นก่อนจะชะงักเมื่อสำนึกได้ว่าหากเธอกลับไปตอนนี้พ่อของเธอเองอาจจะเดือดร้อน

                เพราะการที่เธอหนีออกมาแบบนี้ องค์สุลต่านคงจะไม่ปล่อยเธอเอาไว้แน่ และเธอคงจะต้องถูกส่งตัวกลับเข้าไปในฮาเร็มตามเดิมและอาจจะถูกลงโทษถึงขั้นประหารชีวิตในโทษฐานที่บังอาจลบหลู่พระเกียรติขององค์สุลต่านกาซีมด้วยการหนีมาแบบนี้

                เอ่อฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันยังไม่อยากกลับไปอัสมียาบอกขึ้นก่อนจะฉวยห่อผ้าที่เขาโยนมาให้ค้นหาเสื้อคลุมของเขามาคลุมทับร่างกาย ก่อนจะปูผ้าอีกผืนลงบนพื้นทรายแล้วล้มตัวลงนอนทันทีพร้อมกับหันด้านข้างให้เขา โดยใช้ท่อนแขนหนุนต่างหมอน

                รู้สึกร้อนผ่าวขึ้นบนใบหน้าจากเปลวแดดและความร้อนจากหยาดน้ำตาใสๆ ที่เริ่มจะไหลออกมาอย่างสะท้อนใจกับสภาพของตัวเอง

                นึกไปถึงบ้านหลังใหญ่ที่แสนจะสุขสบายของตัวเองโดยมีนาร์เนียคอยรับใช้  ได้อยู่ในชุดสวยงามและได้นอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงนอนสีขาวลวดลายงดงามของตัวเองแทนการต้องมานอนขดตัวชุกอยู่ในกระโจมอันร้อนระอุราวกับอยู่ในเตาถ่านเช่นนี้

                หญิงสาวควานหาผ้าคลุมมาคลุมทับเพิ่ม เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว เพราะความร้อนจากภายนอกเริ่มทวีขึ้นทุกขณะ เหงื่อในกายไหลชุ่มโชกเสื้อผ้าที่สวมใส่

                อัสมียาหลับตาแน่น ข่มใจให้หลับจะได้มีแรงที่จะต่อสู้และหาทางออกให้กับชีวิตต่อไป โอมานที่ยังไม่หลับและยืนอยู่อีกด้านหนึ่งแต่สามารถเห็นคนข้างนอกนอนชัดเจนนั้น ขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างสงสัยกับท่าทางลับๆ ล่อๆ ของอัสมียา

                รอยยิ้มนิดๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเข้มนั้น อย่างนึกขำเมื่อเห็นหญิงสาวขดตัวเข้าหากันจนแทบจะเป็นการม้วนตัวแบบนั้น

                เขาเผลอมองใบหน้างามนั้นอย่างไม่ตั้งใจ คิ้วสีน้ำตาลของเธอโค้งงามได้รูป ขนตายาวอ่อนช้อย หน้าผากโค้งมนเกลี้ยงเกลา จมูกนั้นโด่งพองามและริมฝีปากเต็มอิ่ม ถึงจะมีเม็ดทรายเล็กๆ เกาะอยู่ตามเส้นผมและหน้าตาที่ผ้าคลุมของเธอปลิวเลิกขึ้นจนเผยให้เห็นใบหน้าชัดเจน

                 เรือนร่างงดงามขดตัวอย่างน่าสงสาร จนกระทั่งหลายชั่วโมงผ่านไป เมื่อดวงอาทิตย์อ่อนแสงและลับพื้นทรายลงไปจนความร้อนเบาบางลง

                หญิงสาวจึงได้ลืมตาตื่นขึ้นก่อนจะลุกพรวดพราดช่วยคนอื่นๆ เก็บกระโจมเพราะกลัวเขาจะหาว่าเธอขี้เกียจแล้วจะไม่ยอมให้ร่วมทางด้วย

                เราต้องเร่งเดินทาง แถวนี้มีกองคาราวานผ่านมาบ่อยๆ อาจจะมีโจรบุกมาเมื่อไหร่ก็ได้ชายหนุ่มพูดขึ้นลอยๆ ขณะลงมือเก็บสัมภาระของตัวเอง

                จากการที่เคยตามอารักษ์ขาองค์สุลต่านยามเมื่อเสด็จประพาสตามที่ต่างๆ ทำให้เขารู้จักว่าชนเผ่าเบดูอินว่าบางพวกนั้นยังป่าเถื่อนและดำเนินชีวิตเร่ร่อนตามแบบเมื่อหลายร้อยปีก่อนและบางพวกก็นิยมดักปล้นกองคาราวานอื่นๆ

                หญิงสาวรีบพยักหน้ารับ สบสายตาของเขาแวบหนึ่งอย่างไม่ตั้งใจ แต่แวบหนึ่งนั้นก่อให้เกิดความรู้สึกประหลาดจู่โจมขึ้นมาในหัวใจ

                หญิงสาวชักผ้าคลุมหน้าให้มิดชิดยิ่งขึ้น อัสมียาก้าวตามโอมานออกไปด้วยความรู้สึกขวางแกมหมั้นไส้กับท่าทางเคร่งขรึมยโสนั้น เธอเองก็อยากจะรู้ยิ่งนักว่าชายผู้นี้เคยยิ้มเป็นบ้างหรือไม่ และในชีวิตเขานั้น เคยมีความรักบ้างหรือเปล่า

                อัสมียาสะบัดศีรษะขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านของตัวเองเมื่อเห็นว่าเขากับเธอไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกันจนเธอจะต้องอยากรู้เรื่องราวความเป็นมาของเขา

                หญิงสาวโหนตัวเองขึ้นนั่งบนหลังอูฐตัวเดียวกับเขาอย่างยากลำบาก เพราะกระโปรงตัวยาวรุ่มร่ามของตัวเอง โดยที่โอมานได้เพียงแต่ยืนมองเฉยไม่ยอมเข้าช่วยเหลือและเมื่อเห็นอัสมียาขึ้นนั่งเรียบร้อยแล้วจึงได้โหนตัวขึ้นตามไปบ้าง

                อูฐของเธอและเขาออกนำหน้าขบวน ตลอดเวลาเขาแทบจะไม่พูดอะไรกับเธอเลย หญิงสาวถอนหายใจยาวอย่างไม่รู้จะทำอะไรดี ตาเหม่อมองไปยังทะเลยทรายกว้างใหญ่ เวิ้งว้างอย่างไร้จุดหมาย ใจนึกถึงบ่อน้ำเย็นๆ และการอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า

                เพราะเวลานี้เธอรู้สึกเหนียวและเหม็นตัวเองเต็มที แต่เธอจะไปเรียกร้องอะไรได้เล่า ลำพังเขาให้เธอร่วมเดินทางมาด้วยก็รู้สึกเป็นภาระกับเขามากพอแล้ว

                ยังดีที่เธอยังพอมีเงินติดตัวมาบ้างจะได้ให้เขาเป็นค่าตอบแทน อัสมียาคิดพลางเลื่อนมือออกมาคลำหาถุงเงินและของมีค่าส่วนตัวที่เธอแอบซ่อนไว้ใต้เข็มขัดด้านใน

                อูฐและกองคาราวานยังคงเดินทางต่อไปเรื่อยๆ จนพระอาทิตย์ลาลับ พระจันทร์เริ่มโผล่พ้นขอบฟ้าเป็นดวงโตสีเหลืองจัดตัดกับสีดำของขอบฟ้าดูงดงามลึกลับเหมือนในเทพนิยายรักหากว่าไม่ต้องตกอยู่ในสภาพชวนหดหู่เช่นนี้ เธอคงจะมีอารมณ์ที่จะนั่งดูบรรยากาศอันน่าพิศวงเช่นนี้

                พวกชาวทะเลยทรายมีชีวิตอยู่ได้อย่างไรกันนะ พวกเขาคงจะเป็นพวกทรหดอดทนอย่างยอดเยี่ยมอย่างที่สุด กลางวันอากาศก็แสนจะร้อนจัด จนเหยียบย่างไปที่ใดแทบจะไม่ได้ ส่วนกลางคืนหรือก็หนาวจนแทบจะสะท้านไปทั่วร่าง

                 เวลาคงจะผ่านไปอย่างเชื่องช้าคอยดูแต่เวลาพระอาทิตย์ขึ้นกับเวลาพระอาทิตย์ตก หญิงสาวคิดพลางทอดถอนใจยาวอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดีกับชะตาชีวิตที่พลิกผันของตัวเอง

                ทะเลยทรายออกกว้างใหญ่ขนาดนี้แล้วทัศนียภาพมันก็เหมือนๆ กันหมดแล้วท่านทราบได้อย่างไรกันคะว่าจะออกเดินทางไปในทิศทางใดอัสมียาอดที่จะซักถามขึ้นมาไม่ได้เมื่อเห็นว่าเธอกับเขาอยู่บนหลังอูฐตัวเดียวกัน แต่ไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลยมาเป็นเวลาเกือบชั่วโมงแล้ว

                เขาเงียบอยู่นานไม่ยอมตอบคำถามของเธอเสียทีจนเธอต้องแอบเบ้ปากใส่เขาด้วยความหมั้นไส้แต่แล้วจู่ๆ เขาก็ตอบขึ้นมาเสียเอง

                เวลากลางคืนเราใช้ดวงดาวเป็นเครื่องนำทาง ดาวดวงที่ใหญ่ที่สุดนั้นคือดาวเหนือ เป็นดาวนำทางเพราะมันจะอยู่ในทิศเหนือตลอดเวลาเขาอธิบายยาวเหยียดอย่างที่เธอคาดไม่ถึง ส่วนตัวชายหนุ่มเองนั้นเขาก็ตั้งใจจะตอบคำถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นของอัสมียาเพียงสั้นๆ

                แต่เมื่อเห็นดวงตางดงามมองมาทางเขาตาแป๋วอย่างตั้งใจฟังนั้นทำให้เขาอดที่จะอธิบายขยายความขึ้นมาไม่ได้

                ดูท่าท่านไม่เหมือนคนเร่ร่อนในทะเลทราย

                อะไรทำให้เจ้าคิดอย่างนั้น

                ลักษณะการพูดค่ะ ท่านพูดจาเหมือนคนมีความรู้จากการได้รับการศึกษามาอย่างดีจากแถบประเทศตะวันตก ใบหน้าของท่านก็เหมือนกัน หากไม่นับหนวดเครารุงรังนี้แล้วท่านดูแตกต่างจากคนอื่นๆ โดยสิ้นเชิงอัสมียาบอกขึ้น

                ก่อนจะหน้าแดงขึ้นมาเสียเองเมื่อคำพูดของเธอนั้นมันแสดงให้เห็นว่าตัวเธอนั้นแอบลอบมองเขาอยู่ตลอดเวลา ชายหนุ่มหน้าขรึมขึ้นมาทันทีก่อนจะตอบเสียงห้วนๆ ว่า

                ข้าเกิดในทะเลทราย ผืนทรายและความอิสระคือชีวิตของข้าเขาตอบพลางกระตุ้นอูฐด้วยการกระตุกเชือกเบาๆ โดยไม่ได้หันมองดูหรือแม้แต่พูดคุยกับเธออีกแม้แต่น้อย

                จนกระทั่งค่อนรุ่งขบวนคาราวานนั้นจึงได้มาถึงแหล่งโอเอซิสที่มีแอ่งน้ำกลางทะเลทรายที่กว้างขวาง ต้นปาล์มชูช่อโบกสะบัดไปมาตามแรงลม

                เราจะแวะให้สัตว์ได้ดื่มน้ำและเล็มหน้ากันก่อนสักพักค่อยต้อนพวกมันไปเจอกันตรงตลาดค้าสัตว์ทางด้านโน้นโอมานออกคำสั่งกับลูกบ้านของเขาก่อนจะหันมามองหญิงสาวที่พยายามลงจากหลังอูฐอย่างทุลักทุเลนั้นด้วยสีหน้ากึ่งขันกึ่งรำคาญ

สีหน้าของเธอยามนี้ดูอิฐโรย ทั้งๆ ที่นั่งอยู่บนหลังอูฐไม่ได้เดินเท้าเลยสักนิด ท่าทางของเธอบอบบางเหลือเกินจน แถมยังผอมจนแทบจะปลิวตามแรงลม ผมยาวสลวยของเธอยาวรุงรัง เสื้อผ้าชุดสวยของเธอดูสกปรกรุ่มร่าม

                เอ่อท่านโอมานหลังจากค้าขายเสร็จแล้วข้าขอไปหมู่บ้านที่ติดกับโอเอซิสนั้นก่อนได้หรือไม่ลูกน้องคนหนึ่งของโอมานเดินเข้ามาบอกเบาๆ แต่ดังพอที่อัสมียาจะแอบได้ยิน

                เจ้าจะไปที่ใด

                ข้าเพิ่งนึกได้ว่านี่มันเป็นแหล่งโอเอซิสที่เมียน้อยคนที่ 4 ของข้าเคยบอกว่าจะอพยพเข้ามาอยู่กับพ่อของนาง ข้าจะออกไปตามหานางสักหน่อยคิดว่าคงไม่ไกล

                เมียคนที่ 4 ของเจ้า ฮานิเยาะห์น่ะรึโอมานเลิกคิ้วขึ้นถามอย่างแปลกใจ

                เจ้าเคยบอกว่านางทิ้งเจ้าไปไม่ใช่รึ

                แหะๆ ความจริงแล้วข้าให้นางออกมาเองแหละท่าน ก็มันน่ะไม่ถูกกับนังเมียคนที่ 1 ของข้า แล้วบิดาของนางก็แก่มากแล้วนางจึงต้องมาดูแล ข้าเลยให้นางแยกตัวออกมา แต่ต้องบอกกับทุกคนอย่างนั้นเพราะขืนนังเมียคนที่ 1 ของข้ามันรู้ว่าข้ายังติดต่อกับฮานีเยาะห์อยู่ละก็บ้านแตกแน่ๆ

                แล้วนางก็ยอมเจ้าง่ายๆ อย่างนั้นหรือ

                นางคนนี้ข้าเคยช่วยชีวิตพ่อของนางเอาไว้ก็เลยถือตัวว่าข้ามีบุญคุณให้ทำอย่างไรก็ทำ ล่าสุดนางให้คนมาแจ้งข่าวว่าจะย้ายมาที่นี่ ข้าเองเพิ่งเคยมานี่แหละท่านชายผู้นั้นตอบขึ้น ทำเอาอัสมียาหน้าตึงขึ้นมาทันทีที่พวกเขาทำเหมือนพวกผู้หญิงคือทาสชีวิตดีๆ นี่เอง

                มือของหญิงสาวจึงกำแน่นอย่างพยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ ดวงตางามของเธอลุกวาวกับทุกถ้อยคำที่ชายผู้นั้นเอ่ยถึงสตรีร่วมชาติของเธอ โดยเฉพาะกับประโยคต่อมาของเขา

                ท่านเองก็เหมือนกันนะท่านโอมาน ข้าไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าเหตุใดท่านถึงมีจัสปาเพียงคนเดียว ทั้งที่มันก็จากท่านไปนานแล้ว ท่านน่าจะมีเมียใหม่เอาไว้แนบข้างหาความสุขบ้างนะ ผู้ชายเราน่ะศาสนาอนุญาตให้มีเมียได้ถึง 4 คน ดีนะท่านหากจะมีคนมาคอยปรนนิบัติเอาอกเอาใจอีกฝ่ายกระซิบอย่างหวังดี โอมานหัวเราะขึ้นเบาๆก่อนจะสั่นศีรษะอย่างแน่ใจ

                ไม่ล่ะ ข้าไม่อยากปวดหัวเหมือนเจ้า

                โธ่เอ้ยท่านก็คิดดูสิ นังเมียคนที่ 1 ของข้ามันก็มีลูกให้ข้าตั้ง 3 คน จนทรุดโทรมดูไม่ได้ อีก 2 คนที่เหลือก็ใกล้จะเป็นอูฐแก่ๆ เต็มทน ถึงได้อิจฉาริษยารุมด่าทอนังหนูคนที่ 4 ของข้าจนนางทนไม่ไหว ท่านน่ะน่าจะลองมีดูนะ นังคนแปลกหน้านั่นปะไร สวยไม่หยอกทีเดียวนะท่าน ขนาดมอมแมมออกอย่างนั้น ถ้านางได้อาบน้ำอยู่ในชุดสวยๆ ทาแป้งหอมๆ คงจะทำให้หัวใจผู้ชายที่พบเห็นสูบฉีดแรงพิลึก

                ชายผู้นั้นยังคงยื่นหน้าดำๆ ของเขามากระซิบซึ่งประโยคหลังนั้นอัสมียาไม่ทันได้ยิน เพราะถ้าหากได้ยินหญิงสาวคงจะเผลอกรี๊ดลั่นและทุบตีชายผู้นั้นเป็นแน่

                ไม่ละท่านข้าไม่ปรารถนาจะมีเมียหลายคน ข้าอยากอยู่กับผู้หญิงที่ข้ารักเพียงคนเดียวชายหนุ่มบอกขึ้นอย่างแน่วแน่

                อัสมียาที่เผอิญได้ยินประโยคสำคัญนี้ ชะงักมือที่กำลังจะตักน้ำจากบ่อขึ้นล้างหน้าก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างแปลกใจว่าในเมืองนี้จะมีผู้ชายสักกี่คนที่มีความคิดอย่างเขา สายตาที่เธอมองชายหนุ่มเวลานี้จึงดูแปลกกว่าที่เคย

                ข้าไม่อยากจะมีใครเวลานี้หรอกเพราะผู้หญิงก็เหมือนๆ กันหมดนั่นแหละรักความสุขสบาย ไม่มีความอดทนไม่มีรักแท้ ในสายตาของพวกนาง คำว่ากัดก้อนเกลือกินคงหมดสมัยเสียแล้วล่ะ ท่านจะไปหาเมียของท่านก็ไปเถอะชายหนุ่มบอกขึ้นเสียงขรึม ซึ่งประโยคนี้ของเขาทำเอาหญิงสาวผละตัวลุกขึ้นก่อนจะย่างเท้าเข้ามาหาเขาอย่างไม่พอใจ

                ท่านเอาอะไรมาเหมาว่าผู้หญิงจะเหมือนกันหมด

                นี่เจ้าแอบฟังข้าคุยกันงั้นหรือ รู้หรือไม่มันไม่ใช่วิสัยที่พึงกระทำ โดยเฉพาะกับผู้หญิงเช่นเจ้าไม่ควรยุ่มย่ามเวลาผู้ชายเขาคุยกันเขาต่อว่า

                ฉันไม่ได้แอบฟัง แต่เพราะพวกท่านคุยกันเสียงดังจนมาเข้าหูของฉันเองและทันได้ยินประโยคที่ท่านกำลังดูถูกลูกผู้หญิง ซึ่งมันไม่เป็นความจริงอัสมียาเถียงกลับเสียงดังอย่างไม่พอใจ ซึ่งกิริยาของเธอนั้นทำเอาเขาแอบลอบยิ้มอยู่ในใจก่อนจะตีสีหน้าให้ขรึมตามเดิม

                เจ้าจะบอกข้าว่า เจ้าไม่เป็นเหมือนผู้หญิงที่ข้าพูดถึงอย่างนั้นรึ จะบอกว่าเจ้ามีความอดทนอยู่กับชายที่เจ้ารักแม้จะต้องกัดก้อนเกลือกินอย่างนั้นหรือชายหนุ่มถามพลางหรี่ตามองหมิ่นๆ จนอัสมียาต้องมองสบตากับเขาแน่วแน่ก่อนจะตอบเสียงกร้าว

ใช่……”

ผู้หญิงก็พูดอย่างนี้กันทั้งนั้น ถ้าให้เจ้าเลือกระหว่างอยู่กับชายที่เจ้ารักหมดหัวใจแต่ต้องอยู่อย่างเร่ร่อนในทะเลทรายไปจนตายกับการที่จะต้องเป็นนางในฮาเร็มที่แสนจะสุขสบายเจ้าจะเลือกอะไรชายหนุ่มถามขึ้นแววตาของเขาขมขื่นจนเธอจับความรู้สึกได้

ฉันเลือกชายที่ฉันรักและเต็มใจที่จะมีฉันเป็นภรรยาเพียงคนเดียวแม้ว่าจะต้องลำบากสักเพียงใดก็ตามหากต้องยอมอยู่ในฮาเร็มที่เปรียบเสมือนนกน้อยในกรงทองแล้วล่ะก็ฉันยอมตาย!”หญิงสาวตอบฉะฉาน น้ำเสียงของเธอมั่นคงจริงจัง

ชายหนุ่มมองใบหน้างดงามภายใต้รูปร่างบอบบางอ้อนแอ้นนั้นอย่างไม่เชื่อถือคำพูดเธอเลยสักนิดเพราะประโยคเดียวกันนี้ก็เคยมีผู้หญิงสองคนที่เคยพูดกับเขา

มารตีหญิงสาวอันเป็นรักแรกของเขาที่ยากนักจะลืมเลือนและจัสปาหญิงสาวที่ผูกพันธุ์กับการใช้ชีวิตสามีภรรยากันมาหลายปีจนให้กำเนิดบุตรชายแก่เขาและทั้งสองคนก็ทิ้งเขาไปเหมือนๆกัน!

เจ้าพูดเหมือนกับเจ้าเคยเห็นชีวิตความเป็นอยู่ของพวกนางในฮาเร็มอย่างนั้นล่ะโอมานมองอัสมียาอย่างสงสัย หญิงสาวอึกอักรีบเอ่ยแก้

ปละ……เปล่าค่ะ ฉันเพียงแต่คาดเดาเอาว่าการที่ผู้หญิงหลายร้อยคนมาอยู่รวมกันเพื่อรอสามีเพียงคนเดียวคงเต็มไปด้วยความริษยาและการแก่งแย่งจนน่ากลัว ซึ่งถ้าหากว่าเป็นอย่างนั้นฉันอาจแทบเป็นบ้าจนอาจจะฆ่าตัวตายไปเลยก็ได้ ฉันปรารถนาที่จะมีความรักกับชายที่รักฉันจริงๆ อยากจะมีครอบครัวที่อบอุ่น อยากจะเป็นภรรยาที่ดีและเป็นแม่ของลูกหลายๆคนให้กับเขาโดยไม่สนใจต่อความยากลำบาก นั่นล่ะค่ะคือความต้องการเพียงหนึ่งเดียวของฉัน

หญิงสาวบอกขึ้นน้ำเสียงจริงจัง อดีตราชองครักษ์หนุ่มยืนฟังถ้อยคำผ่านความนึกคิดของอีกฝ่ายอย่างนึกทึ่งกับความคิดของเธอ

เจ้าคิดอย่างนั้นหรือ

ค่ะ……แต่เวลานี้ฉันเลิกฝันแล้ว เพราะคงไม่มีผู้ชายคนไหนยอมมีเมียเพียงคนเดียวเพราะความสวยงามของผู้หญิงเราเป็นสิ่งไม่ยั่งยืนไม่นานคงจะกลายเป็นอูฐแก่ๆอย่างที่ลูกน้องของท่านว่าและพวกเขาก็ต้องหานังผู้หญิงสาวๆสวยๆมาบำเรออยู่ดี

อัสมียาว่าก่อนจะยักไหล่หันหลังให้กับเขาเปลี่ยนไปให้ความสนใจกับกองคาราวานมากมายหลายขบวนที่ทยอยกันเข้ามาค้าขายกันอย่างคึกคัก

 หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบๆอย่างตื่นเต้นกับบรรยากาศที่เธอไม่เคยเห็น ไม่ไกลกันนั้นมีตลาดแบกะดินที่วางขายเครื่องประดับและเครื่องดินเผามากมายรวมทั้งเสื้อผ้าแพรพรรณสวยๆของสตรี อัสมียายืนมองตาละห้อยก่อนจะหันมาทางเขา

ฉันขอไปเดินดูเขาขายของตรงนั้นได้ไหมคะหญิงสาวหันมาถามเขาเป็นเชิงอ้อนวอนและสายตาใสๆราวกับเด็กของเธอนั้นทำเอาเขาต้องเผลอพยักหน้าก่อนจะควักเงินออกมายื่นให้แต่อัสมียาส่ายหน้าปฏิเสธก่อนจะกล่าวเสียงใส

ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันมีเงินติดตัวมาเล็กน้อยก่อนจะหนี……เอ่อ…..ก่อนจะออกมาจากบ้านหญิงสาวว่าขณะชูถุงเงินส่ายไปมาตรงหน้าเขาอย่างร่าเริงก่อนจะหันมากล่าวสำทับเขา

ฉันจะไปไม่นานห้ามท่านหนีฉันล่ะเธอว่าแล้วก็วิ่งถลาออกไปสำรวจดูข้าวของต่างๆอย่างพอใจกับอิสระที่เธอได้รับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เหยียบย่างเข้ามาเป็นนางในฮาเร็มขององค์สุลต่านกาซีม

ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างนึกรำคาญให้กับวิสัยของผู้หญิงที่เห็นข้าวของสวยงามเป็นไม่ได้แต่แวบนั้นก็เกิดความรู้สึกเป็นสุขอย่างบอกไม่ถูกคล้ายกับว่าหัวใจที่แห้งแล้งเย็นชาของเขาถูกความสดใสอ่อนเยาว์ของเธอผู้นั้นเข้ามาเติมเต็มความมีชีวิตชีวาให้

ผู้หญิงนี่ยุ่งจริงชายหนุ่มว่าแล้วก็หันไปให้ความสำคัญกับการต้อนแพะและแกะไปดื่มน้ำและต่อรองราคาสัตว์ต่อ

อัสมียาเดินแหวกฝูงชนไปยังตลาดแบกะดินเบื้องหน้าเลือกจับใช้ซื้อของจำเป็นที่คาดว่าจะได้ใช้และที่ไม่ลืมก็คืออาหารการกินเผื่อเวลาออกเดินทางเพราะเธอต้องฝืนทนทานขนมปังเเข็งๆกับอินทผลัมแห้งๆมานานมาหลายมื้อเต็มทน

ขนมอะไรคะหญิงสาวทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าลงบนพื้นทรายเมื่อแม่ค้าคนหนึ่งวางขนมไว้ในถาดอลูมิเนียมที่ทำมาจากแป้งกลมๆคล้ายโดนัทเว้นแต่ว่าไม่มีรู

ตัวขนมเคลือบน้ำตาลเหนียวๆหลากสีสันวางเอาไว้บนถาด ดูน่าทานเสียแต่ว่ามีเม็ดทรายปลิวมาเกาะอยู่ประปราย

และถ้าเป็นเวลาอื่นเธอคงจะไม่ยอมเลือกซื้อของแบบนี้เป็นแน่แต่ในเวลานี้ขนมหวานพวกนี้เป็นอาหารสวรรค์เลิศรสสำหรับเธอ

ขนมปังอบน้ำผึ้งค่ะ ท่านจะรับไหมคะ

เอามายี่สิบอัน ใส่ในห่อผ้านี้นะคะหญิงสาวบอกขณะช่วยแม่ค้าลำเลียงขนมลงในห่อผ้าของเธอเอง เมื่อจ่ายเงินเสร็จแล้วเธอก็ไปหยุดยืนอยู่หน้าร้านขายเนื้อที่แล่ออกเป็นแผ่นบางๆย่างบนเตาไฟส่งกลิ่นหอมฉุยคละคลุ้งไปทั่วชวนให้น้ำลายสอ

ฉันเอาอันหนึ่งค่ะ เอ๊ะ…..ไม่สิเอาไปฝากท่านโอมานด้วยดีกว่าหญิงสาวบอกพร้อมกับสั่งเจ้าเนื้อที่ย่างเกรียมๆทาด้วยเครื่องเทศฉุนๆก่อนวางทับด้วยหัวหอมหั่นเป็นฝอยราดด้วยน้ำสีแดงคล้ายซอสจนเยิ้มโรยด้วยผักชีบางๆจากนั้นเธอก็เลือกซื้อผลไม้หลายอย่างใส่ในห่อผ้าแบกจนไหล่แทบหลู่เพราะความหนักอึ้ง

นึกขบขันกับตัวเองที่เลือกซื้อข้าวของมากมายซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นของกินอย่างกับคนตายอดตายอยากมาจากไหน

เธอเลือกซื้อข้าวของเครื่องใช้บางส่วนที่เธอจำเป็นต้องใช้ ส่วนเสื้อผ้านั้นเธอเอามาจากหีบของแม่ค้าเร่ที่เธอแอบอยู่ในนั้นมาหลายชุดจนคิดว่าคงพอจะใส่ไปได้อีกนาน

เธอควรจะเก็บเงินเอาไว้ใช้ยามจำเป็นดีกว่า หญิงสาวว่าก่อนจะหยุดซื้อกาแฟดื่มสักแก้วเพื่อขับไล่ความง่วงงุน

และอีกนั่นแหละเธอไม่ลืมที่จะซื้อไปเผื่อเขาด้วยจนอดที่จะนึกแปลกใจกับตัวเองขึ้นมาไม่ได้ว่าเธอเอาตัวเขาเข้ามาใส่ในชีวิตของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

อัสมียาเลือกซื้อข้าวของจนพอใจแล้วจึงได้ย้อนกลับไปยังทิศทางเดิมซึ่งพบว่าเขายืนเท้าสะเอวมองมาทางเธออยู่แล้วด้วยสีหน้าบึ้งตึงจนหญิงสาวต้องยิ้มแหยๆส่งกลับไปให้

ไหนว่าเจ้าจะไปไม่นานอย่างไรล่ะ รู้หรือไม่ว่าพวกเรามีอะไรจะต้องทำอีกมากนักไม่ใช่มัวแต่ซื้อของไร้สาระอย่างเจ้า

ใครว่าฉันซื้อของไร้สาระล่ะคะ ของจำเป็นทั้งนั้นล่ะ…..กาแฟถ้วยนี้ฉันซื้อมาฝากท่าน รู้ไหมว่าฉันน่ะประคองมันมาถึงมือท่านโดยที่ไม่หกนี่เกร็งมือแทบแย่หญิงสาวบอกขึ้นเบาๆด้วยสายตาขอลุแก่โทษจนชายหนุ่มต้องยอมใจอ่อนอีกครั้ง

เอาเถอะรีบไปก่อนที่พวกนั้นจะมาตามเรา ข้าเป็นหัวหน้าหากไปผิดเวลาจะไม่ได้รับความเชื่อถือโอมานบอกขึ้นก่อนจะกึ่งจูงกึ่งลากอัสมียาให้เดินตามไปโดยลืมไปว่าเขาไม่ควรจะแตะเนื้อต้องตัวเธอจนเมื่อหญิงสาวยื้อตัวเอาไว้นั่นแหละเขาถึงได้รู้สึกตัว

ขอโทษ

ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ดื่มกาแฟร้อนๆนี่เสียก่อนเถอะท่านจะได้หายจากการง่วงงุนอัสมียาบอกพลางยื่นแก้วร้อนๆให้

ชายหนุ่มรีบรับมาดื่มรวดเดียวหมด หญิงสาวเห็นอย่างนั้นจึงยิ้มกว้างอย่างดีใจก่อนจะเดินตามหลังเขาที่เดินลิ่วนำหน้าเธอไปอย่างเร่งรีบ

เขาต้อนฝูงแกะออกไปรวมกับกองคาราวานซึ่งคนอื่นๆกำลังป้ายสีทำเครื่องหมายสัตว์ของตนเองเพื่อกันหลง

หญิงสาวแบกข้าวของที่ซื้อมาเต็มห่อนั้นตามหลังเขาไปด้วยความหนักอึ้งก่อนจะทนไม่ไหวทรุดตัวลงนั่งบนกอหญ้านั่งเท้าคางมองพวกผู้ชายเจรจาซื้อข้าวของกันอย่างเพลิดเพลิน

กลิ่นมูลสัตว์คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ อัสมียาวางห่อผ้าลงข้างๆตัวก่อนจะล้วงส้มลูกหนึ่งขึ้นมาปอกกินอย่างหิวโหยและกระหายน้ำก่อนจะทำจมุกฟุดฟิดกับการทานอาหารภายใต้กลิ่นมูลสัตว์ของเธอ เนื่องจากมีสัตว์มากมายหลายชนิดกลิ่นของมันจึงชวนคลื่นเหียนอาเจียนอยู่ไม่น้อย

อัสมียาย่นหน้าก่อนจะวางผลส้มลงที่เดิมอย่างกินไม่ลงก่อนจะแอบลอบมองซีกหน้าของอดีตราชองครักษ์หนุ่มอย่างสังเกต

ตลอดเวลาที่เขาเจรจาค้าขายอย่างคล่องแคล่วราวกับชายทะเลทรายแท้ๆนั้น ดูเคร่งขรึม จมูกของเขาโด่งเป็นสัน หนวดเคราที่ดูรกรุงรังแต่ก็ยังเห็นร่องรอยความหล่อเหลาของเขาหากว่าเขาได้ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ ตัดเล็มหนวดเคราที่ดูรกรุงรังนั้นให้ดูเป็นระเบียบจะดูหล่อเหลาสักเพียงไหนหนอ

หญิงสาวแอบมองเขาอย่างเพลิดเพลินจนเขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ สีหน้าบึ้งตึงนั้นทำให้เธอถึงกับสะดุ้งโหยง

ลุกขึ้นได้แล้ว เก็บข้าวของให้เรียบร้อย เราจะเตรียมตัวกลับเดี๋ยวนี้ชายหนุ่มว่าแล้วก็เดินไปสำรวจเสบียงข้าวของที่จะเอากลับไป

อัสมียาเดินตามไปขึ้นหลังอูฐที่คุกเข่าให้เธออย่างว่าง่ายก่อนที่มันจะพาเขาและเธอเดินมุ่งหน้ากลับไปยังถิ่นฐานของเขา

หญิงสาวทอดมองออกไปไกล ทะเลทรายกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาในยามกลางคืนเงียบสงัดและลึกลับ หญิงสาวกระชับอะบาอะห์ของเขาที่สวมทับชุดบางเบาของตัวเองเอาไว้มั่นเมื่อความร้อนของแสงแดดทะลุผ่านผิวนวลเนียนของเธอ

เจ้าอูฐยังคงก้าวต่อไปอย่างมั่นคงและสม่ำเสมอตามเผ่าพันธุ์ที่เกิดมาเพื่อทะเลทรายโดยแท้จริง……..

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

68 ความคิดเห็น

  1. #25 นิ้วก้อย (@phattharaporn) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 / 21:44
    อ้าว

    ทำไมไม่ถามให้รู้เรื่องก่อนล่ะจ๊ะ
    #25
    0