ธิดาฮาเร็ม ตีพิมพฺกับอักษรศาสตร์

ตอนที่ 1 : อัสมียา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1972
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    26 พ.ย. 52

อัสมียาเปิดเปลือกตาของเธอยืนด้วยความยากลำบาก เเละง่วงงุน เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้องนอนของเธอดังขึ้นเบาๆติดต่อกัน 3 ครั้ง หญิงสาวเหลือบดวงตาคู่งามขึ้นมองนาฬิการาคาเเพงระยับทำจากทองคำเเท้ทั้งเรือนที่ติดบนฝาผนัง พบว่ามันเป็นเวลาหกโมงเช้าเเล้ว

เป็นกิจวัตรประจำวันที่ในเวลานี้ของทุกเช้า คนรับใช้ส่วนตัวของเธอจะต้องปลุกให้ลุกขึ้นมาอาบน้ำชำระร่างกายเเละเเต่งตัวให้เสร็จเพื่ออกไปรับประทานอาหารร่วมกับแม่ของเธอในเวลา 7.30 น.

เป็นอย่างนี้ทุกเช้าทุกวัน เป็นกฎตายตัวที่เเสนจะเคร่งครัดของท่านซาบิตคหบดีที่ ร่ำรวยติดอันดับต้นๆของประเทศเเถบทะเลทรายนี้เเละเป็นบิดาบังเกิดเกล้าของเธอ

เฉันมาได้เเล้ว นาร์เนียอัสมียาเอ่ยปากอนุญาตขณะลุกขึ้นนั่งพิงพนักกับขอบเตียงพร้อมกับทำหน้ายุ่ง ผมยาวสลวยหยักศกของเธอพันกันไปมาจนดูยุ่งเหยิงหากกระนั้นก็ดูสวยงามนักในสายตาของนาร์เนียสาวใช้คนสนิทที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ

ถึงเเม้อัสมียาจะนับเธอเป็นเพื่อนเล่น เพื่อนสนิทเเต่นาร์เนียก็ปฏิบัติต่อเธอด้วยความเคารพเยี่ยงคนเป็นเจ้านายพึงจะได้รับ

นาร์เนียหยิบรองเท้าขนสัตว์หนานุ่มออกมาวางให้ตรงปลายเตียง หญิงสาวสอดปลายเท้าเรียวสะอาดเฉันไปผิดๆถูกๆทั้งที่ตายังหลับอยู่ นาร์เนียเห็นอย่างนั้นจึงทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าช่วยสอดรองเท้าใส่ให้พร้อมกับช่วยพยุงนายจ้างให้ลุกขึ้น

ขอบใจอัสมียาเอ่ยขึ้นขณะยืนให้นาร์เนียช่วยถอดเสื้อผ้าที่ทำจากแพรเนื้อละเอียดให้จนเหลือเเต่เรือนร่างเปลือยเปล่าสวยสดงดงามด้วยผิวสีน้ำผึ้งเนียนสวย

รูปร่างสมส่วนระหงรับกับใบหน้างาม ดวงตาของเธอสีน้ำตาลเข้มภายใต้คิ้วเรียวยาวเเละขนตาเป็นเเพรหนาระยับ จมูกโด่งกับริมฝีปากสีชมพูระเรื่อนั้นเเย้มยิ้มขึ้นน้อยๆเมื่อเห็นสายตาเเสดงความชื่นชมของนาร์เนียที่เเสดงออกทางสีหน้าชัดเจนอย่างปิดไม่มิด

เป็นอะไรจ๊ะ นาร์เนียทำหน้าอย่างกับไม่เคยเห็นรูปร่างของฉันอย่างนั้นเเหละ อย่าลืมสิว่าเธอกับฉันอยู่ด้วยกันมาตั้งเเต่เด็กๆเชียวนะอัสมียาหัวเราะขึ้นเบาๆ นาร์เนียไม่ตอบเเต่เพียงเเค่อมยิ้มขณะหยิบเเปรงมาหวีผมสีน้ำตาลหยักสลวย นุ่มลื่นดุจเเพรไหมของอัสมียาให้อย่างเเผ่วเบา

ผมคุณหนูนุ่มที่สุดตั้งเเต่ฉันเคยเห็นมาเลยล่ะค่ะนาร์เนียเอ่ยขึ้นเป็นครั้งเเรกของวันนี้ขณะประคองนายจ้างสาวเฉันไปในห้องน้ำหรูหราจนเกือบจะเท่ากับบ้านทั้งหลังของชาวบ้านธรรมดา

อัสมียาหย่อนปลายเท้าลงในอ่างน้ำอุ่นที่มีกลีบกุหลาบหอมกรุ่นลอยละล่องรอท่าเธออยู่เเล้ว โดยมีนาร์เนียคอยช่วยถูหลังให้อย่างเเผ่วเบา หญิงสาวหลับตาพริ้มด้วยความรู้สึกผ่อนคลายสบายใจก่อนจะพิงศีรษะลงไปกับขอบอ่าง

เฮ้อ...หมู่นี้เรารู้สึกว่าท่านพ่อดูหน้าตาเคร่งเครียดมาหลายวันเเล้ว ท่านเเม่ก็เหมือนกันดูอ้ำอึ้งพิกล เเม่ของเธอเป็นคนสนิทของท่านพ่อ เธอพอจะรู้หรือไม่นาร์เนีย

เอ่อ...นาร์เนียอึกอักพร้อมกับหรุบตาลงต่ำไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตากับคนถาม

ว่าไงเล่านาร์เนีย เจ้ารู้หรือไม่ว่าท่านพ่อกับท่านเเม่ของเรามีเรื่องอะไรกัน

ฉันก็ยังไม่ค่อยเเน่ใจเหมือนกันค่ะ เเต่ได้ยินพ่อคุยกับเเม่เรื่องของสุลต่านกาซีม เเล้วมีชื่อของคุณหนูเฉันไปเกี่ยวข้องด้วยนาร์เนียเอ่ยขึ้นเบาๆจนเกือบจะเป็นกระซิบทำเอาอัสมียาต้องเปิดเปลือกตาขึ้นโดยเร็วพร้อมกับจ้องเขม็งไปยังสาวใช้ประจำตัวที่เอาเเต่หลบตาของเธอตลอดเวลา

อะไรนะนาร์เนีย เเล้วเรื่องของสุลต่านจะมาเกี่ยวข้องกับเราได้อย่างไร เจ้ารู้อะไรมากกว่านั้นเเน่ๆ บอกมานะนาร์เนียอัสมียาคาดคั้น ดวงตางามจับจ้องใบหน้าของสาวใช้คนสนิทไม่กระพริบ นาร์เนียอึกอักพลางทำท่าจะร้องไห้เมื่อเห็นสายตานั้น

อย่าถามฉันอีกเลยค่ะคุณหนู เพราะฉันเองก็ไม่เเน่ใจ เดี๋ยวนายท่านก็จะบอกคุณหนูวันนี้เเน่ๆค่ะนาร์เนียอ้อนวอนจนเธอเองก็คร้านจะคาดคั้น

เพราะเป็นกฎของที่นี่หากมีใครนำเรื่องของเจ้านายที่ไม่รู้ข้อมูลเเน่ชัดออกมาพูดล่ะก็ จะต้องถูกไล่ออกในทันทีเเละที่สำคัญชีวิตของเธอก็ไม่น่าจะไปเกี่ยวข้องกับชายสูงศักดิ์จนเกินเอื้อมดังเช่นสุลต่านกาซีม

ช่างเถอะนาร์เนีย เจ้าคงจะได้ยินผิดไปนั่นเเหละ เรากับสุลต่านไม่เคยมีอะไรเกี่ยวข้องกันสักนิดหญิงสาวย่นจมูก

                แล้วคุณหนูคิดยังไงกับท่านสุลต่านคะจู่ๆนาร์เนียก็เอ่ยถามอัสมียาขึ้นเบาๆแต่ใบหน้ายังคงก้มต่ำไม่ยอมสบตาอยู่นั่นเอง   

                คิดยังไงงั้นเหรอ อืมก็คิดว่าสุลต่านท่านเป็นคนมีบุญวาสนาสูงส่ง แต่คนที่เป็นราชินีของท่านนับว่าช่างน่าสงสารเป็นที่สุด

                อ้าวทำไมล่ะคะ ใครๆ ก็อยากจะเป็นผู้หญิงของสุลต่านกันทั้งนั้น ชีวิตมีแต่ความสุขสบายมีฉันวของเงินทองมากมายให้ใช้ พ่อแม่ญาติพี่น้องก็พลอยสุขสบายไปด้วยและที่สำคัญท่านสุลต่านนะเขาว่ากันว่าหล่อมากเลยนะคะนาร์เนียบอกขึ้นนัยน์ตามีแววเพ้อฝันเหมือนเด็กสาววัยแรกรุ่นโดยทั่วไปที่มักจะฝันถึงผู้ชายหนุ่มรูปงาม

                แต่สำหรับอัสมียาแล้วความรักความฝันลมๆ แล้งๆ แบบเด็กสาวทั่วไป ไม่มีอยู่ในความคิดเอาเสียเลย อาจเป็นเพราะเธอได้รับการศึกษามามากกว่าหญิงสาวในเมืองนี้จึงมักจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างจากคนอื่นๆ

                เชอะเป็นผู้หญิงของสุลต่านนะดีตรงไหนกัน เจ้าไม่รู้หรือไงว่าองค์สุลต่านกาซีมน่ะมีนางในฮาเร็มเป็นร้อยๆ เจ้าลองคิดดูสินาร์เนียว่ามีผู้หญิงเป็นร้อยๆ คนอยู่รวมกัน ไม่สิอาจจะมีถึงพันคนเลยก็เป็นไปได้ เพราะขนาดท่านพ่อของเราซึ่งเป็นเพียงคหบดียังมีผู้หญิงในฮาเร็มหลายสิบคนทั้งที่มีเมียอยู่แล้ว 4 คน ตามกฎหมายอิสลามของเรา

                อืมมันก็จริงนะคะ แต่แหมถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่ฉันก็เห็นอีนังผู้หญิงของเราอยากจะเฉันไปจนตัวสั่นเชียวล่ะนาร์เนียยังคงยืนยันความคิดของตัวเอง

                เป็นที่รองรับอารมณ์ของผู้ชายน่ะหรือคือความใฝ่ฝันของนังสาวๆ พวกนั้น นึกอย่างไรถึงจะอยากเป็นของเล่นชั่วครั้งชั่วคราวของผู้ชายที่พอเราแก่ตัวลงก็โยนทิ้งเหมือนสินค้าเก่าๆ ไร้ราคา

อัสมียาเองก็ยืนยันคำพูดของตัวเองอยู่เช่นกันก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นอย่างครุ่นคิดว่า ถ้าหากมีชื่อของเธอเฉันไปเกี่ยวข้องกับสุลต่านกาซีมจริงๆ จะเป็นเรื่องใดหวังว่าคงจะไม่ใช่อย่างที่เธอคิดหรอกนะ

                ผู้ชายจำเป็นนักหรือที่จะต้องมีฮาเร็ม นาร์เนียหญิงสาวเอ่ยขึ้นมาลอยๆ คิ้วคู่งามยังคงขมวดปมเฉันหากันอย่างครุ่นคิด

                สำหรับผู้ชายที่อื่นน่ะฉันไม่รู้หรอกค่ะคุณหนู แต่สำหรับผู้ชายในเมืองเราแล้วละก็การมีอีนังเล็กๆ หรือมีฮาเร็มใหญ่โตยิ่งจะช่วยเพิ่มบารมีให้กับพวกผู้ชายมากขึ้นไปอีกด้วยนะคะ

                เราจะไม่ยอมรักผู้ชายคนไหนในเมืองนี้เป็นอันขาด นอกเสียจากว่าผู้ชายคนนั้นจะรักเดียวใจเดียว มีเราเป็นภรรยาเพียงแค่คนเดียว ผู้ชายที่รักเรามากพอที่จะไม่แบ่งปันความรักให้ใครนอกจากเราอัสมียาเชิดหน้าขึ้นด้วยความถือตัวทระนงและเชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง

แต่ต้องชะงักหรี่ตามองสาวใช้คนสนิทก่อนจะถามออกไปเสียงห้วนเมื่อเห็นนาร์เนียอมยิ้มอยู่นานและเผลอหลุดหัวเราะออกมาในที่สุด

                ยิ้มอะไรนาร์เนีย

                หายากยิ่งนักค่ะคุณหนู ผู้ชายที่รักเดียวใจเดียว ถึงจะเป็นแค่คนธรรมดาๆ ไม่มีเงินมากพอที่จะสร้างฮาเร็มขึ้นมาได้ แต่อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีเมียได้สี่คนอยู่ดี

                ว้าอย่างนั้นผู้หญิงก็ไม่ต่างจากเครื่องประดับของผู้ชายล่ะสิ ทำอย่างไรนะเราถึงจะถอนรากถอนโคลนไอ้ความคิดที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจของผู้คนเสียทีหญิงสาวถอนใจ แต่นาร์เนียกลับทำสีหน้างงๆ ไม่เข้าใจนักว่านายสาวของเธอจะเดือดร้อนอะไรนักหนากับประเพณีวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ยุคบรรพบุรุษ

แต่ก็หยุดความคิดเอาไว้แค่นั้น เมื่อเห็นว่านายสาวของเธอก็มีความคิดแปลกๆ แตกต่างจากผู้หญิงคนอื่นอยู่เสมอๆ จึงรีบเปลี่ยนเรื่องที่คุยกันเอาไว้เสีย

                ไปแต่งตัวเถอะคะคุณหนู แช่น้ำอยู่นานแล้วเดี๋ยวจะไม่สบายนาร์เนียบอกขึ้นพร้อมกับประคองนายสาวให้ลุกขึ้นพร้อมกับหยิบเสื้อคลุมหนานุ่มขึ้นมาสวมให้

ก่อนจะรีบวิ่งไปหยิบชุดอะบาอะห์สีชมพูหวานที่ปกปิดเรือนร่างตั้งแต่คอไปจนถึงปลายเท้า อัสมียาเห็นชักช้าไม่ทันใจจึงลุกเดินไปหยิบฮิญาบขึ้นมาคลุมศีรษะและปิดหน้าจนมิดชิดจนนาร์เนียต้องเอ่ยถาม

                คุณหนูจะไม่แต่งหน้าหน่อยหรือคะ แต่จะว่าไปถึงคุณหนูจะไม่แต่งหน้าเลยก็งดงามไร้ที่ติอยู่ดีแหละค่ะอีกฝ่ายเอ่ยขึ้นอย่างชื่นชมจริงใจ จนอีกฝ่ายหลุดหัวเราะออกมา

                โธ่เอ้ย……จะแต่งหน้าไปทำไมกันเล่า เราไม่มีแขกที่ไหนไม่ใช่หรือ แต่ถ้าจะมีก็ต้องปิดหน้าตาเอาไว้อยู่ดี จะแต่งให้เสียเวลาทำไมกันผู้เป็นนายว่าก่อนจะเดินตัวปลิวออกไปด้วยกิริยาสำรวมตามแบบฉบับของหญิงมุสลิมตามเดิม

 เธอเดินผ่านห้องโถงของบ้านที่ประดับประดาด้วยเครื่องเรือนสีทองอร่ามก่อนจะเหยียบย้ำเท้าเปล่าลงไปบนพรมเปอร์เชียปักดิ้นทองเป็นลวดลายต่างๆ จนมาถึงห้องอาหารที่มีเพียงแม่เธอกับบรรดาภรรยาอีกสามคนของผู้เป็นพ่อและไซ่ย่านลูกสาวอีกคนที่เกิดจากภรรยาคนที่สาม

นาร์เนียรีบวิ่งไปหยิบรองเท้าหนังเนื้อดีออกมาวางไว้ให้เปลี่ยนจากรองเท้าคู่เดิม หญิงสาวสอดปลายเท้าเข้าไปก่อนจะเดินด้วยฝีเท้าคมกริบเข้าไปภายใน ซึ่งพบว่าทุกคนมาพร้อมหน้ากันหมดแล้ว

เธอค้อมศีรษะลงทำด้วยความเคารพและถอดฮิญาบออกเพราะอยู่ตามลำพังกับแม่และน้องสาวต่างมารดาซึ่งไม่มีผู้ชายอยู่ด้วย เพราะตามหลักแล้วที่นี้ผู้หญิงและผู้ชายจะอยู่คนละส่วนแยกกันเด็ดขาด ชายอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัวไม่มีโอกาสเห็นใบหน้าของภรรยาและลูกสาวของบ้านนั้นเลย

                นั่งสิจ๊ะอัสมียาอัสมียายิ้มรับคำของผู้เป็นมารดาก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม่ราคาแพงโอ่อ่า อากาศภายในแตกต่างจากภายนอกโดยสิ้เชิง

 เพราะในขณะที่ชนชั้นกลางนำไปต้องทนกับอากาศร้อนอบอ้าวของแสงอาทิตย์ แต่บ้านของเธอกลับเย็นฉ่ำไปด้วยความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ เครื่องเรือนทุกชิ้นล้วนโอ่อ่าสมบูรณ์ของเจ้าของบ้าน

                ท่านแม่ค่ะ เห็นนาร์เนียร์บอกว่าวันนี้ท่านพ่อมีเรื่องจะคุยกับลูกอย่างนั้นหรือหญิงสาวเอ่ยถามขณะประสานมือบนตักด้วยกิริยาสำรวม

คำถามนั้นคล้ายจะทำความอึดอัดให้กับเนรานีย์แม่ของเธอเป็นอย่างมาก อุปทานคล้ายจะเห็นสีหน้าของคนทุกคนในที่นั้นดูแปลกๆ ไป อัสมียาขมวดคิ้วคู่งามของเธอขึ้นสูงขณะจ้องมองเห็นมารดาเขม็ง

อัสมียาจ๊ะ ปีนี้ลูกมีอายุ 20 ปีแล้วสินะเนรานีย์เริ่มต้นเรื่องด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ดูราบเรียบมากที่สุด อัสมียารับฟังถ้อยคำอ่อนหวานนั้นด้วยสีหน้าราบเรียบอย่างใจเย็นทีสุดเช่นเดียวกัน ทั้งที่เวลาเวลาภายในใจของเธออยากจะให้ผู้เป็นมารดาบอกเรื่องทั้งหมดเสียเร็วๆ เพราะเธออึดอัดใจจะแย่แล้ว

                ใช่ค่ะ…”เธอตอบรับสั้นๆ

                เร็วจริงนะคะ ไม่น่าเชื่อว่าเด็กน้อยที่เล่นชุกชนอยู่เมื่อไม่กี่ปีมานี้จะโตเป็นสาวแล้ว ใกล้จะได้เวลาออกเรือนแล้วสินะแคสฟีย์ภรรยาคนที่สองของพ่อเอ่ยขึ้นเบาๆ แววตาใจดีอบอุ่นผิดกับแนซาร์ภรรยาคนที่สามของพ่อที่ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นดูจะไม่ชอบพอในตัวเธอนัก

และยิ่งไช่ย่านผู้เป็นลูกสาวด้วยแล้วแทบจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเธอเสียทุกเรื่อง ดีแต่ว่าเธอเป็นลูกสาวคนโตแถมยังเป็นลูกสาวที่เกิดจากภรรยาคนที่หนึ่ง จึงทำให้ไช่ย่านกับแม่มีความเกรงใจอยู่บ้าง

                ลูกไม่คิดว่าจะแต่งงานหรอกค่ะท่านแม่ ท่านน้าแคสฟีย์อัสมียาหันมาตอบยิ้มๆ แต่เมื่อสายตาแลเลยมาถึงภรรยาคนที่สามและสี่ของพ่อ เธอก็ตวัดสายตามมองข้ามไปอย่างจงใจ

เธอรู้ดีว่าแนซาร์กับฮาน่าภรรยาคนที่สี่นั้นเข้าขากันได้ดีแค่ไหนและมักจะคอยอิจฉาภรรยาคนอื่นๆ ของพ่อเธออยู่เสมอ ถึงแม่ว่าพ่อของเธอจะแบ่งปันทุกอย่างให้กับภรรยาทุกคนอย่างเท่าเทียมกันทั้งหมด

แต่แม่ของเธอเป็นคนใจเย็นใจกว้างทำให้ท่านซาบิตผู้เป็นสามีเกรงใจเป็นที่สุด จึงมักจะมาค้างกับแม่ของเธออยู่บ่อยๆ ทั้งที่แม่ของเธอมีอายยุห่างจากฮาน่าถึง 17 ปี ฮาน่าจึงมีอายุห่างจากเธอซึ่งเป็นลูกสาวของท่านซาบิตเพียงแค่ 3 ปีเท่านั้น

                พูดอะไรอย่างนั้นจ๊ะ เป็นผู้หญิงอย่างไรเสียเมื่อถึงเวลาก็จะต้องออกเรือนไปอยู่ดี ผู้หญิงที่ไม่มีสามีน่ะต้องอับอายแต่ไหนลูกรู้หรือเปล่าเนรานีย์ปรายสายตาดุๆ มองมาทำให้อัสมียาเชิดใบหน้างดงามราวรูปปั้นเทพีแห่งความงามของเธอขึ้นมาอย่างถือดีก่อนจะตอบ

                ลูกจะยอมแต่งงานหากว่าผู้ชายคนนั้นจะยอมรับลูกเป็นภรรยาของเขาเพียงแค่คนเดียว ไม่มีเมีย 4 คน ตามกฎหมายหรือมีนางฮาเร็มอื่นๆ ถ้าไม่เป็นอย่างนั้นละก็ลูกจะยอมเป็นโสดไปจนตาย

                พี่อัสมียาคงจะขี้หึงมากทีเดียวนะคะท่านป้าไซ่ย่านเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นพร้อมกับสบตากับอัสมียาด้วยความเกลียดชัง

                ถ้าอย่างนั้นก็สุดแต่พระเจ้าทรงบันดาลก็แล้วกันคนพูดว่าแล้วก็หันไปใส่ใจกับอาหารตรงหน้าแทน ยิ่งเธออยากรู้แม่ของเธอยิ่งอ้ำอึ้งสู้เธอแกล้งทำเป็นไม่สนใจเสียดีกว่าเพราะยิ่งจะเร่งเร้าให้คนเล่าอยากจะเล่ามากยิ่งขึ้นและแผนของเธอก็ได้ผล เมื่อแม่ของเธอยกแก้วน้ำขึ้นจิบเล็กน้อยก่อนจะมองสบตาผู้เป็นลูกสาวแน่วแน่

ถ้าอย่างนั้นพระเจ้าก็กำลังบันดาลเนื้อคู่มาให้ลูกแล้ว

อะไรนะคะ!”อัสมียาตาค้างแทบจะทำแก้วน้ำในมือร่วงหล่น ดีแต่แคสฟีย์นั่งอยู่ใกล้ๆ คว้าเอาไว้ได้ทัน แต่ก่อนที่ทุกคนจะพูดอะไรกันต่อ สาวใช้อีกคนก็มารายงานว่าท่านซาบิตกำลังเดินทางมาที่นี่เพื่อร่วมรับประทานอาหารกับบรรดาภรรยาซึ่งมักจะมีไม่บ่อยนักในรอบปี

นอกเสียจากมีเรื่องสำคัญจริงๆ ทุกคนในที่นั้นลุกขึ้นทำความเคารพท่านเจ้าของบ้านจนเมื่อเขาโบกมืออวบอูมนั้นขึ้นเป็นเชิงให้นั่งลงทุกคนจึงได้ทำตาม

ท่านพ่อเมื่อครู่ท่านแม่บอกเรื่องหนึ่งกับลูก…”อัสมียาน้ำเสียงขาดห้วงขณะบอกเรื่องนี้ขึ้นหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ยินผู้พ่อหัวเราะคล้ายจะเห็นเป็นเรื่องขบขันและกล่าวกับเธอว่าทุกสิ่งที่เธอได้ยินคือเรื่องล้อเล่น แต่ทว่าความจริงแล้วพ่อของเธอกลับพยักหน้าและบอกกับเธออย่างอารมณ์ดี

ตอนนี้กิจการค้าขายของเรากำลังไปด้วยดีและยิ่งจะดีมากยิ่งขึ้นหากลูกสาวของพ่อจะได้เป็นสนมขององค์สุลต่านกาซีม

อะไรกัน! ลูกไม่มีวันยอมอัสมียาเสียงแข็งพร้อมกับส่ายศีรษะไปมาจนเรือนผมยาวสลวยที่ม้วนไว้กระจายเต็มแผ่นหลัง

อัสมียา…! อย่าพูดแบบนี้กับท่านพ่อเนรานีย์แตะมือไปบนลำแขนของลูกสาวคนสวยเป็นเชิงเตือน แต่หญิงสาวมัวแต่ตกใจจึงไม่ทันสังเกตและรับฟัง

ลูกไม่ยอมเป็นเหมือนผู้หญิงพวกนั้นเป็นอันขาด

พูดอะไรของเจ้ารู้หรือไม่ว่าใครๆ ก็อยากเป็นสนมของสุลต่านกันทั้งนั้น ถือเป็นเกียรติสูงสุดแล้ว สำหรับคหบดีอย่างเราที่จะมีลูกสาวเป็นถึงผู้หญิงของสุลต่าน ซึ่งเปรียบเสมือนกับได้เป็นพระญาติกับสุลต่านท่านซาบิตตวาดลูกสาวเสียงดังลั่นจนคนอื่นๆ ต้องก้มหน้างุดอย่างหวาดกลัว

ความงามของเจ้าบวกกับกิริยาที่ได้รับการอบรมอย่างดีเป็นที่เลื่องลือไปไกล จนองค์สุลต่านส่งคนมาทาบทามเจ้า ยังไม่ดีใจอีก เป็นข่าวดีและโชคมหาศาลที่อัลเลาะห์ประทานมาให้ครอบครัวของเราผู้เป็นพ่อบอกขึ้นทำเอาอัสมียาพูดไม่ออก

ใบหน้าของเธอยามนี้จึงดูชีดเผือดจนดูไร้สีเลือด ในขณะที่ไซ่ย่านมองหน้าพี่สาวต่างมารดาอย่างริษยา ทำไมนะคนที่ถูกทาบทามถึงไม่เป็นเธอ!

โชคดีอย่างนั้นหรือคะท่านพ่อรู้หรือไม่ว่าหากลูกเป็นสนมของสุลต่านลูกจะจะได้รับชะตากรรมอย่างไรบ้าง องค์สุลต่านมีชายาและสนมมากมายเป็นร้อยเป็นพันคนอยู่ในฮาเร็มต่างชาติต่างภาษา ทรงเสด็จมาหาผู้หญิงเหล่านั้นยังไม่ทั่วถึง ทรงจำแทบไม่ได้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นใครกันบ้าง นังผู้หญิงพวกนั้นบางคนนั่งรอสามีของตัวเองไม่ไหวถึงกับแสดงความรักระหว่างเพศเดียวกันก็ยังมี ท่านพ่ออยากให้ลูกตกอยู่ในชะตากรรมเช่นนั้นหรือคะ

หญิงสาวเงยใบหน้าเปื้อนน้ำตาขึ้นมองผู้เป็นพ่ออย่างขอความเห็นใจ ร่างงามของเธอไหวสะท้านขณะลุกขึ้นยืนโต้เถียงกับผู้เป็นบิดาอย่างที่เธอเองไม่เคยทำมาก่อน

ทำเอาท่านซาบิตหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจนเนรานีย์ต้องรีบลุกขึ้นมาจับแขนลูกสาวเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยปลอบเบาๆ

อัสมียาใจเย็นเสียก่อนเถิดลูก ลูกสาวของแม่ทั้งสาวทั้งสวยมีการศึกษา แม่เชื่อว่าองค์สุลต่านจะต้องทรงโปรดลูกอย่างแน่นอน เพราะถึงคนอื่นๆจะสวยงามปานใด แต่ก็ไม่มีการศึกษาพอที่จะออกแขกบ้านแขกเมืองได้ แต่เจ้างดงามถึงขนาดนี้แถมยังเก่งด้านภาษาของพวกตะวันตกพระองค์จะต้องทรงชอบเจ้ามากแน่ๆ

ใช่……..ดูอย่างลูกสาวของเจ้ามุตตาฟ่านั่นปะไร มันเป็นคู่แข่งของพ่อในทุกๆด้านอยากจะเอาชนะจนถึงขนาดจะเอาลูกสาวของมันไปถวายแต่ก็ไม่ทรงโปรดเพราะถึงแม้ว่านางคนนั้นมันจะสวยงามปานใด แต่ก็ไม่มีการศึกษาพอที่จะออกแขกบ้านแขกเมืองได้ แต่เจ้างดงามถึงขนาดนี้แถมยังเก่งด้านภาษาของพวกตะวันตกพระองค์จะต้องทรงชอบเจ้ามากแน่ๆ

ก็หากเมื่อลูกแก่ตัวลง ลูกก็จะกลายเป็นนังผู้หญิงแก่ๆ ที่ถูกทอดทิ้งอยู่ในฮาเร็ม ลูกไม่อยากได้ค่ะ ลูกอยากมีผู้ชายที่รักลูกเพียงคนเดียวหญิงสาวยืนยันความคิดของตัวเองจนไซ่ย่านที่นั่งมองอัสมียาอยู่อย่างอิจฉาระคนหมั่นไส้ต้องโพล่งขึ้นอย่างอดไม่ได้

                ผู้ชายคนนั้นพี่คงต้องไปงมหาในทะเลทรายแล้วล่ะอัสมียา ไม่มีหรอกผู้ชายในเมืองนี้หรือแม้แต่ในโลกนี้ที่จะมีภรรยาเพียงแค่คนเดียว

                เราจะหาให้เจ้าดูไซ่ย่านและถ้าเจ้าอยากเป็นสนมขององค์สุลต่านล่ะก็เอาไปเลยเรายกให้อัสมียาตวัดสายตาขึ้นมองน้องสาวต่างมารดาด้วยประกายตาหมิ่นหยาม

 ไซ่ย่านตัวสั่นด้วยความอับอายก่อนจะหันไปมองมารดาเป็นเชิงฟ้อง แต่ผู้เป็นแม่กลับก้มหน้างุดเมื่อเห็นท่านเจ้าของบ้านปรายสายตาดุดันมาทางเธอ

                หยุดพูดและหยุดความดื้อรั้นของเจ้าได้แล้วอัสมียา เจ้าเป็นลูกมีหน้าที่ต้องทำตามคำสั่งเท่านั้นจำเอาไว้ท่านซาบิตบอกขึ้นพร้อมกับสะบัดตัวเดินออกไปด้วยสีหน้าบูดบึ้งก่อนจะหยุดเดินและหันหน้ามากำชับเนรานีย์เสียงกร้าว

                เป็นหน้าที่ของเจ้าเนรานีย์ที่จะต้องอบรมสั่งสอนนังลูกสาวหัวรั้นของเจ้า อาทิตย์หน้าจะถึงเวลาส่งตัวไปถวายอบรมให้ดีอย่าให้ออกฤทธิ์ออกเดชอะไรต่อหน้าองค์สุลต่านว่าแล้วท่านซาบิตก็เดินจากไปทิ้งให้ทุกคนในที่นั้นมองตามหลังไปด้วยความกลัดกลุ้มแต่ต่างความรู้สึก

สำหรับอัสมียาแล้วเธอเดือดร้อนใจและทุกข์ใจอย่างที่สุด เพราะไม่เคยคาดฝันมาก่อนเลยว่าชีวิตของเธอจะต้องไปเกี่ยวพันกับองค์สุลต่านและที่สำคัญเธอไม่อยากจะเป็นนางสนมของพระองค์อย่างที่สุด

ส่วนเนรานีย์แม่ของเธอนั้นกลุ้มอกกลุ้มใจเพราะไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีให้อัสมียาผู้แสนจะดื้อรั้นยอมรับการบังคับจากท่านซาบิตผู้บิดา

 แต่สำหรับไซ่ย่านกับแม่นั้นต่างมองตากันด้วยความอิจฉากับโชควาสนาของอัสมียา เธอเองปรารถนาที่จะมีเกียรติอย่างนั้น อยากที่จะสุขสบายกว่าที่เป็นอยู่

อัสมียาน้ำตารื้นพร้อมกับเอ่ยขอตัวกับทุกคนก่อนจะผละจากมาอย่างรวดเร็วจนชุดกระโปรงยาวกรอมเท้าตัดด้วยผ้าเนื้อดีพลิ้วไหวตามร่างโปร่งระหงของเธอ

อารมณ์โกรธและน้อยใจผู้เป็นบิดายังคุกรุ่น นึกไปถึงใบหน้าขององค์สุลต่านที่เธอเคยเห็นหน้าจากสื่อต่างๆ ไม่เคยแม้แต่จะเห็นตัวจริงเสียด้วยซ้ำ แล้วเธอจะเป็นสนมของพระองค์ได้อย่างไรกัน เมื่อคิดมาถึงตรงนี้หญิงสาวจึงแทบจะกรีดร้องออกมาดังๆ อย่างคับแค้นใจ

น้ำตาของเธอพร่างพรูยามเมื่อเท้าเหยียบย่ำไปบนพรมเนื้อดีภายในห้องนอนก่อนจะทุ่มตัวลงนอนร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความเสียใจ

 

68 ความคิดเห็น

  1. #62 ♫♥½ (@cconair) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2553 / 08:32

    ตัวหนังสือเล็กไปอ่ะค่ะ มองไม่เห็น T^T
    หรือเป็นคนเดียว

    #62
    0
  2. #28 กาแฟโบราณ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553 / 20:14
    อ่านคำ "เฉัน"กะ"ฉันว" ไม่ออกคร่ะ T^T



    ไม่เข้าใจความหมานด้วย



    ของความกระจ่างที



    PLEASE!!~
    #28
    0
  3. #16 SN piercensean (@piercensean) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มกราคม 2553 / 11:19
    Sound Good for me!!!
    #16
    0
  4. #9 *Hitor_ki* (@hitorki) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2552 / 21:42
     อ๊ากกกก อ่านแล้วอยากกรี๊ดดดด

    เชียร์ให้อัสมียา เดินไปบีบคอ (พร้อมเขย่า) พ่อ อยู่นะเนี่ย T T (โหดดด)


    #9
    0
  5. #2 LoVeU&RukKhuN (@Nin_norN) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2552 / 19:21

    เปิดเรื่องมาน่าสนใจ สงสารนางเอกมากๆ

    #2
    0