HEXAGON [WHEESUN / MAMAMOO]

ตอนที่ 2 : 1 - Greeting (40%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 68
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    4 เม.ย. 61

ฉันไม่คิดว่าเธอจะมาหาฉันจริงๆ

นี่คือประโยคแรกที่ฮวีอินเอ่ยขึ้น หลังจากที่ออกจากงานวันจบการศึกษาที่มหาวิทยาลัย ตรงกลับบ้านเพื่อเก็บของและเดินทางมาที่โรงแรมที่โซแลร์พัก โดยทิ้งแพลนการไปฉลองกับครอบครัว ซึ่งทุกคนไม่มีปัญหาอะไรเนื่องจากรู้อยู่ก่อนแล้วว่าโซแลร์จะมาหาเธอ - ทุกคนรู้หมดนั่นแหละ ยกเว้นตัวเธอ

ฉันสัญญากับเธอไว้แล้วว่าจะมา ฉันก็ต้องมาสิโซแลร์เอ่ยตอบกลับ ในขณะที่มือยังรื้อข้าวของออกจากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สองใบ

ก็นั่นแหละ แต่เธอดูยุ่งกับการทำงาน แล้วเธอก็ดูใช้ชีวิตวุ่นวายแบบปารีเซียงเต็มตัวน่าแปลกที่ฮวีอินคิดว่าเธอลืมภาษาฝรั่งเศสไปแล้ว แต่พอกลับมาใช้อีกครั้งเธอกลับไม่ติดขัดอะไร ยังคงฟังออกและตอบโต้ได้เหมือนเดิม

ปารีเซียงก็ต้องลาพักร้อนได้ แล้วเธอก็บอกวันจบการศึกษาของเธอในเฟสบุ๊คล่วงหน้าตั้งหลายเดือน เธอก็หวังให้ฉันลางานมาอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง คราวนี้ปารีเซียงคนสวยหันมาตอบพร้อมจ้องตาฮวีอิน – จ้องแบบที่เจ้าตัวคงเจอคำตอบแล้วว่าสิ่งที่ตัวเองคิดนั้นถูกต้อง จึงหันไปจัดของต่อ

ฉันหวัง แต่ไม่คิดว่าเธอจะมาได้นี่แล้วนี่เธอขนของมาขนาดนี้เธอจะอยู่กี่วันกัน ไหนเธอบอกว่าเธอไม่อยากมาเกาหลีไงฮวีอินอดถามขึ้นไม่ได้หลังจากพิจารณาแล้วว่า กระเป๋าเดินทางสองใบใหญ่นี่คงไม่ใช่สัมภาระของคนที่จะมาพักสองสามวันแน่ๆ

                ฉันเคยบอกว่าไม่อยากอยู่เกาหลี แต่ไม่ได้รวมถึงการมาเที่ยวนี่ แล้วก็ฉันจะอยู่ที่นี่สองอาทิตย์ เพราะฉะนั้นดูแลฉันให้ดีหล่ะยัยเด๋อระยะเวลาสองอาทิตย์ทำให้ฮวีอินรู้สึกดีใจแล้วก็ใจหายได้ในพร้อมๆกัน สองอาทิตย์...จะว่ายาวก็ยาวแต่จะว่าสั้นก็สั้น

                โซแลร์...เธอทำให้รูปหกเหลี่ยมของเรากลายเป็นจริงแล้ว

แล้วต่อจากนี้...เราจะเป็นยังไงงั้นหรอ

 

เฮ้ ยายเด็กเอเชีย ภาษาฝรั่งเศสจากเด็กผู้ชายผมทองตัวสูงทำให้ฮวีอินหันไปมอง ก่อนจะพบว่าเขาไม่ได้ต้องการทำความรู้จักหรือทักทายเธอ แต่แค่ตะโกนเรียกเพื่อความสนุกสนาน เห็นได้จากการที่เจ้าตัวหันไปตีมือกับเพื่อนแล้วหัวเราะเสียงดังขึ้นอีก

นี่เป็นไม่กี่ครั้งที่ฮวีอินรู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมา หันหลังให้กับทุกอย่าง แล้วจองตั๋วเครื่องบินกลับบ้าน – บ้านที่ประเทศของเธอ บ้านที่เกาหลี

จองฮวีอิน เป็นเด็กสาวชาวเกาหลี อายุ 15 ปี เธอเพิ่งขึ้นชั้นเรียนมัธยมปลายปีที่ 1 ได้ไม่นานก็มีโอกาสสอบชิงทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนของโครงการชื่อดัง ในตอนนั้นเธอลองสอบเพราะอยากรู้ความสามารถของตนเอง เธอตั้งใจทำข้อสอบอย่างเต็มที่ และนั่นทำให้เธอสอบติดรอบแรก จากนั้นในการสอบรอบที่สองซึ่งเป็นการสอบสัมภาษณ์โดยผู้เข้าสอบจะต้องเลือกประเทศที่อยากไป 3 อันดับ แน่นอนว่าฮวีอินก็ไม่ได้สนใจอะไร เธอไล่ตามรายชื่อประเทศบนแผ่นกระดาษ แล้วเลือก ฝรั่งเศส อิตาลี และสหรัฐอเมริกา – เพราะสหรัฐอเมริกา เขียนเป็นภาษาอังกฤษแล้วขึ้นต้นด้วยตัวอักษร U ซึ่งเป็นประเทศเกือบสุดท้ายบนแผ่นกระดาษ มันทำให้เธอลืมคิดว่าเธอควรจะเลือกประเทศที่พูดภาษาอังกฤษมากกว่าภาษาที่สามที่เธอไม่เคยเรียนสักนิด แต่ก็นั่นแหละ ฮวีอินไม่สนใจ เธอไม่คิดจะเข้าร่วมโครงการนี่อยู่แล้ว

ถึงแม้ฮวีอินจะไม่คิด แต่ครอบครัวเธอคิด พ่อกับแม่เห็นว่ามันคือโอกาสที่คนอีกหลายคนอยากได้แต่เธอเป็นคนที่ได้มันมา - ด้วยความสามารถของเธอเองการคุยกันอย่างจริงจังในครอบครัวของเราเริ่มต้นขึ้น และใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์จึงได้ข้อสรุป

                ฮวีอินตอบตกลงเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนในครั้งนี้

เธอตัดสินใจด้วยความอยากรู้อยากลองชั่ววูบ แม้ว่าหลังจากที่ตัดสินใจไปไม่กี่วันเธอจะอยากเปลี่ยนใจไม่ไปแล้ว เธอก็เปลี่ยนแปลงการตัดสินใจครั้งนั้นไม่ได้ เพราะเงินครึ่งแรกถูกจ่ายออกไปแล้ว

หลังจากนั้นอีกหกเดือนฮวีอินก็เดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกในชีวิต เป็นการออกใช้ชีวิตในอีกซีกโลกเป็นเวลาหนี่งปี หนึ่งปีที่เต็มไปด้วยสิ่งแปลกใหม่และไม่คุ้นเคย หนึ่งปีที่ทั้งตื่นเต้น สนุก เหงา และเศร้า หนึ่งปีที่ได้พบเจอคนสำคัญของชีวิต ได้รู้จักกัน ใช้เวลาร่วมกัน และแยกจากกัน

 

นี่ยัยเด๋อ เธอเป็นเด็กแลกเปลี่ยนงั้นหรอคำแรกของประโยคเป็นภาษาฝรั่งเศสที่ฮวีอินไม่รู้จัก แต่ประโยคที่ตามมาเป็นภาษาอังกฤษจากเด็กสาวผมสีน้ำตาลมะฮอกกานีดึงความสนใจของฮวีอินออกจากกลุ่มเด็กผู้ชายเหล่านั้น ฮวีอินรู้สึกว่าเธอคนนี้มีเค้าโครงหน้าทางเอเชียเล็กน้อย แต่บุคลิกของเธอไม่มีกลิ่นอายของเอเชียสักนิด แถมน้ำเสียงที่ถามออกมานั้น ก็ไม่สามารถตัดสินได้เลยว่ามีความเป็นมิตรอยู่หรือไม่

ใช่ ฉันชื่อจองฮวีอิน มาจากประเทศเกาหลีใต้ฮวีอินเลือกที่จะตอบด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตร แน่นอนว่าในการมาโรงเรียนวันแรกในฐานะนักเรียนแลกเปลี่ยน เธอต้องอยากสร้างเพื่อนมากกว่าสร้างศัตรูอยู่แล้ว

อืม งั้นเธอก็ควรเดินตรงไปที่ตึกสีขาวตรงนั้น แล้วติดต่ออาจารย์ในห้องที่เป็นกระจกใสๆเธอคนนั้นยังตอบเป็นภาษาอังกฤษด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พลางชี้ให้ฮวีอินดูทาง แล้วเมื่อบอกทางเสร็จ หล่อนก็หันเดินออกไปอีกทางโดยไม่สนใจฮวีอินอีกต่อไป ไม่รอแม้กระทั่งให้ฮวีอินถามชื่อกลับ ฮวีอินได้แต่ถอนหายใจแล้วเดินไปตามทางที่เธอคนนั้นบอก อย่างน้อยเช้าวันแรกของการมาโรงเรียนก็ยังมีเรื่องดีๆ อย่างเธอคนนี้

 

ถ้าเธอยืนดูอยู่อย่างนี้ วันนี้เธอจะได้กินมั๊ยยัยเด๋อน้ำเสียงประโยคภาษาอังกฤษที่คุ้นหูพร้อมคำลงท้ายภาษาฝรั่งเศสคำเดิมที่ฮวิอินยังไม่เข้าใจ เรียกให้เธอละสายตาจากแถวของเด็กนักเรียนที่ต่อคิวเพื่อซื้ออาหารกลางวันมาพบกับเด็กสาวที่บอกทางเธอเมื่อเช้า และโดยไม่รู้ตัวฮวีอินก็รู้สึกโล่งใจ – เธอรอดแล้ว เธอจะได้กินอาหารกลางวันสักที

ขอโทษนะ แต่เธอช่วยแนะนำฉันหน่อยได้มั๊ยว่าฉันควรสั่งอาหารยังไง ฉัน...ยังพูดภาษาฝรั่งเศสได้ไม่ดีเท่าไหร่กฎข้อแรกของการเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน – อย่าอายที่จะขอความช่วยเหลือ – ฮวีอินถูกสอนมาตั้งแต่ในค่ายเตรียมความพร้อม ทั้งตอนที่อยู่เกาหลีและหลังจากมาถึงประเทศฝรั่งเศสในอาทิตย์แรก ค่ายที่เธอได้พบกับเพื่อนชาวต่างชาติอีกมากมาย และได้ทำความรู้จักกันเล็กน้อยก่อนที่แต่ละคนจะแยกย้ายไปตามเมืองต่างๆ ที่ครอบครัวอุปถัมภ์ – Host family – ของแต่ละคนอยู่

ความจริงนอกจากเหตุการณ์เมื่อเช้าที่พวกเด็กผู้ชายล้อเลียนเธอ ฮวีอินก็พบว่าคนที่เหลือในโรงเรียนไม่ได้น่ากลัว หรือว่าเย็นชาอย่างที่เธอคิด อย่างน้อยเพื่อนในห้องเรียนก็ดูสนใจและตื่นเต้นที่เธอเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนจากเกาหลีใต้ – ดินแดนของเหล่าไอดอลที่โด่งดังไปทั่วโลก – เพื่อนทุกคนพร้อมจะช่วยเหลือเธอถ้าเธอร้องขอ แต่ปัญหาของฮวีอินอยู่ที่เธอพูดฝรั่งเศสได้เพียงเล็กน้อย...เล็กน้อยแบบแค่เพียงคำทักทาย คำแนะนำตัวพื้นฐาน และประโยคสำคัญอย่าง ฉันหิวข้าว ที่ถูกรุ่นพี่สอนให้ท่องเป็นสิบรอบก่อนจบจากค่ายเตรียมความพร้อมที่เกาหลี จริงอยู่ที่นักเรียนทุกคนของที่นี่เรียนภาษาอังกฤษ แต่ด้วยวัฒนธรรมที่ไม่ชอบพูดภาษาอื่นของที่นี่แล้ว ทำให้ไม่มีใครอยากคุยกับเธอสักเท่าไหร่

เธอควรเตรียมตัวให้มากกว่านี้นะ แต่เอาเถอะ ตามฉันมาอย่างน้อยในวันแรกของโรงเรียนในเมืองกอลม่าร์ ประเทศฝรั่งเศส ก็มีคนคนนึงยอมคุยกับเธอ คนที่ยอมแนะนำตัวกับเธอในเช้าวันที่สองที่เจอกัน...โซแลร์ โบวิเย่ร์

------------------------------------------------------------------ 40 % -------------------------------------------------------------------------


Writer's talk

หายไปนานมากกก แล้วยังจะกล้ามาต่อแค่นี้อีก 5555555555

มาน้อยยังดีกว่าไม่มา จริงมั๊ยคะ  ตอนแรกอยากแต่งให้ได้เยอะๆ แล้วค่อยลงค่ะ แต่กลายเป็นว่ามันไม่ถึงไหนเลย

เลยเอามาลงเท่าที่ได้ก่อน เป็นการกดดันตัวเองให้แต่งต่อ ต้องรอดูนะคะว่าจะได้ผลมั๊ย 55555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #3 atmospwheere (@torfann) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 02:12
    สู้ๆนะคะ เห็นแจ้งเตือนแล้วดีใจมากเลย เป็นกำลังใจให้น้าา
    #3
    0