คัดลอกลิงก์เเล้ว

A human war สงครามผู้วิเศษ

โดย YSC_artit

เมื่อบนโลกไม่ได้มีแค่มนุษย์อีกต่อไป กลุ่มปฏิวัติผู้ชั่วร้ายได้ออกเริ่มภารกิจล้างมนุษย์โลก ความหวังจึงตกไปอยู่ที่หญิงสาวนามว่า "อีฟ" และปมหลังปริศนาอีกมากมายที่รอการแก้ไข

ยอดวิวรวม

2

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


2

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
จำนวนตอน : 0 ตอน
อัปเดตล่าสุด :  19 พ.ค. 62 / 19:52 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

Episode 1 : Eve




        “พรุ่งนี้แล้วสินะวันที่ฉันได้เดบิวต์เป็นไอดอลวงใหม่” หญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่งชื่อว่า ‘อีฟ’ เธอกำลังพูดกับตัวเองขณะที่มองไปยังรูปเธอในวัยเด็ก เธอยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ที่เธอได้ทำตามฝันของตนเองได้แล้ว “พรุ่งนี้เป็นเวทีแรกสินะ เฮ้อหลังจากผ่านพรุ่งนี้ไปฉันก็จะเป็นหนึ่งในสมาชิกวง golden star แล้วสินะ” เธอพูดขึ้นก่อนที่จะหยิบรูปของเธอขึ้นมาดู ทันใดนั้นน้ำตาของเธอก็ไหลรินตกไปยังรูปใบนั้น “แม่คะ หนูอยากให้แม่เห็นวันที่หนูพบกับความสำเร็จนี้จังเลย ถ้าหากแม่ยังอยู่แม่ก็คงจะ…” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่สะอื้น ก่อนที่เธอจะกอดรูปใบนั้นแน่นและร้องไห้ออกมา

        วันต่อมา

        วันนี้เป็นวันที่ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่หลายค่ายจะออกมาเปิดตัวเดบิวต์วงไอดอลวงใหม่หลายวงซึ่งหนึ่งในนั้นคือวง golden star เมื่อพิธีกรกล่าวเปิดงานเสียงเฮฮาจากเหล่าแฟนคลับที่มารอดูการเปิดตัวของวงไอดอลวงใหม่ต่างตะโกนเชียร์กันอย่างคับคั่ง ทำให้รอบบริเวณเต็มไปด้วยเสียงความยินดีจากเหล่าแฟนคลับมากมาย

        “เป็นอะไรอีฟ” เสียงใสๆของหญิงสาวคนหนึ่งพูดขึ้นเธอมีชื่อว่า 'เอลลี่' ขณะที่เธอยื่นมือขึ้นมาจับไหล่ของอีฟ ด้วยความเป็นห่วง

        “ฉันตื่นเต้นมากเลยเอลลี่”

        “ใจเย็นนะ หายใจเข้าลึกลึกแล้วคิดในใจว่าเธอทำได้วันนี้เป็นวันที่เธอจะได้แจ้งเกิด” เอลลี่พูดด้วยสีหน้าที่มีความสุข เธอกำมือขึ้นเป็นสัญลักษณ์บอกให้สู้ๆ

        อีฟยิ้มออกมาพร้อมขอบคุณเอลลี่ ดูเหมือนว่าตอนนี้ความตื่นเต้นของเธอจะเริ่มลดน้อยลงไปแล้ว

        “และวงต่อไปนะคะท่านผู้ชมคือวง…” เสียงพิธีกรสาวเริ่มพูดแนะนำวงต่อไปที่มันจะขึ้นโชว์ซึ่งพวกเรารู้อยู่แล้วว่าวงต่อไปก็คือ

        “วง golden star นั่นเองค่ะ” เมื่อพิธีกรพูดจบเสียงกรี๊ดและเสียงตบมือของแฟนคลับทั้งชายหญิงได้ดังขึ้น อีฟและเพื่อนในวงอีก 2 คนจึงเดินขึ้นไปพร้อมกันที่เวที เพลงที่พวกเธอทั้ง 3 ได้ใช้เวลาในการทำเพลงนี้มานานได้เปิดขึ้น พวกเราสามคนร้องเพลงอย่างมีความสุขอยู่บนเวทีพร้อมกับเสียงเฮฮาจากเหล่าแฟนคลับที่อยู่หน้าเวที วันนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นวันที่อีฟและเพื่อนของเธอจะมีความสุขที่สุด

        แต่ทันใดนั้นเองเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อมีแรงระเบิดบางอย่างทำให้เกิดคลื่นพลังงานปริศนากระจายไปทั่ว แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครได้ยินเสียงหรือรู้สึกถึงคลื่นนี้เลย ยกเว้นแต่เพียงอีฟเธอรู้สึกถึงคลื่นพลังงานนี้เกิดบางสิ่งบางอย่างผิดปกติในร่างกายของเธอหัวใจของเธอหยุดเต้นเป็นเวลา 1 วินาที ดารินเพื่อนในวงของเธออีกคนนึงเห็นถึงความผิดปกติจึงพยายามกลบเกลื่อนและร้องเพลงท่อนที่อีฟต้องร้อง แต่ทันใดนั้นเองไฟของงานเปิดตัวก็ดับลง แต่ดูเหมือนว่าไฟจะไม่ได้ดับแค่เพียงที่งานเปิดตัวที่เดียวแต่ไฟนั้นได้ดับทั้งเมืองเเละตอนนี้ดูเหมือนว่าทุกหนทุกแห่งจะมืดมนไปหมด

        งานเปิดตัวได้ถูกยกเลิกเพราะมีปัญหาเรื่องระบบไฟ เหล่าแฟนคลับและผู้คนมากมายต่างตื่นตระหนกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หน่วยงานต่างๆต่างหาสาเหตุว่าเหตุใดไฟถึงดับทั้งเมืองขนาดนี้แต่ก็ไม่พบกับสาเหตุที่แท้จริง หลังจากนั้นไม่นานไฟทั้งเมืองก็กลับมาติดเหมือนเดิม

        “เป็นอะไรหรือเปล่า” เอลลี่ถามอีฟด้วยความเป็นห่วงพร้อมใช้มือทั้งสองข้างจับมาที่ไหล่ของเธอ “บนเวทีฉันเห็นเหมือนว่าเธอจะหายใจผิดปกติไปช่วงนึงนะ”

        "นั่นสิฉันก็เห็นเหมือนกันถึงเลยช่วยร้องในท่อนที่เธอร้องขาดตอนไปนะ” ดารินพูดขึ้น

        “ขอบคุณเธอนะดาริน แต่ฉันไม่เป็นไรหรอก” อีฟพูดด้วยน้ำเสียงธรรมดา

        “ถ้าหากเธอไม่ไหวก็บอกพวกเราได้นะพวกเรา พร้อมที่จะช่วยเหลือเธอเสมอ” เอลลี่พูดขึ้นก่อนที่จะหันหลังเดินไปเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า

        เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นนะทำไมเรารู้สึกว่าเหมือนเราจะเกิดการผิดปกติกับร่างกาย ในใจของอีฟตีกันไปมาด้วยความสับสน ทำไมกันมันเกิดอะไรขึ้นนะ ความสงสัยของเธอทวีคูณเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

        “งั้นสำหรับวง golden star เนี่ยเราจะเลื่อนไปเปิดตัวในโอกาสหน้าแล้วกันนะ” ผู้จัดการสาวของวงพูดขึ้นด้วยเสียงที่เป็นกังวล ก่อนที่จะหันมามองพี่อีฟ “ส่วนเธออีฟจบงานนี้แล้วเดี๋ยวฉันจะพาเธอไปตรวจสุขภาพร่างกายที่โรงพยาบาลก่อนนะ” อีฟพยักหน้า และผู้จัดการสาวก็เดินออกจากห้องไป

ไม่นานนักหลังจากที่พวกเราออกจากห้องแต่งตัวแล้ว ผู้จัดการสาวก็พาฉันลงไปที่โรงพยาบาลทันที เมื่ออีฟตรวจสุขภาพเสร็จผลตรวจของสุขภาพที่      หมอบอกทำให้อีฟถึงกับใจสลาย

        “เสียใจด้วยนะครับ คือว่าคุณอีฟมีปัญหาด้านหัวใจนะครับถ้าหากทำงานหนักหรือมีการหักโหมมากเกินไปมีสิทธิ์ อาจจะทำให้หัวใจวายได้นะครับ” น้ำตาของเธอไหลรินลงมาเป็นสายน้ำ เธอรู้สึกสิ้นหวังไร้ซึ่งทางออก “หมอแนะนำว่าให้เลิกเป็นไอดอลนะครับ พรรคการเป็นไอดอลมันงานหนักอาจจะทำให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณได้”

        “ค่ะ” อีฟพยักหน้าและมองไปที่หน้าของผู้จัดการสาวของเธอตอนนี้ผู้จัดการสาวมีหน้าตาที่ดูผิดหวัง

        หลังออกจากห้องตรวจอีฟเดินโดยไร้เรี่ยวแรง ใบหน้าของเธอโศกเศร้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต และทันใดนั้นเองเหมือนเพื่อนในวงอีก 2 คนจะรู้ว่าผลตรวจออกมาแล้ว ทั้งคู่โทรมาหาอีฟด้วยความเป็นห่วง

        “เป็นยังไงบ้างอะอีฟ” เสียงเอลลี่พูดขึ้นทันทีหลังจากที่อีฟรับสาย

        “เอ่อ…โอเค ฉันโอเคดี” อีฟตอบเอลลี่ไปด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มแต่ภายในใจยังคงเศร้าหมอง ภายในใจของเธอคิดแค่เพียงว่าไม่อยากจะให้เพื่อนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเองเพื่อนทั้งสองจะได้ไม่เป็นห่วงเธอและส่งผลกระทบต่องานของพวกเธอด้วย

        “งั้นก็ดี เดี๋ยวฉันกับดารินจะไม่อยู่ช่วง 2-3 วันนี้นะ” ในขณะที่เอลลี่พูดอยู่ดูเหมือนว่ารอบๆของเธอจะมีเสียงดังมากเหมือนใครกำลังสู้กันอยู่ แต่คงเป็นไปไม่ได้หรอก

        “ไปไหนกันหรอ” อีฟถามเหมือนไม่ได้ยินอะไรทั้งสิ้น

        “พอดีว่าดารินน่ะ เขาบอกให้ฉันไปช่วยเลือกซื้อของที่ญี่ปุ่นน่ะ”

        “อ้อ โอเค” สิ้นประโยค อีฟก็วางสายเอลลี่เพื่อนรักของเธอในทันที เธอหันไปมองหน้าผู้จัดการสาวของเธอ

        “เดี๋ยวฉันจะให้คนขับรถพาเธอไปส่งที่ห้องก่อนนะ” ผู้จัดการสาวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่โศกเศร้าเล็กน้อย “ส่วนเรื่องสุขภาพกับการเป็นไอดอลเนี่ยเดี๋ยวฉันจะไปคุยกับทางผู้ใหญ่อีกทีนึง” อีฟได้แต่พยักหน้า เธอเดินลงไปที่ลานจอดรถด้วยความเศร้าโศกเสียใจ

        เมื่อมาถึงห้องเธอก็เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง ไม่ออกไปไหนไม่พบเจอใคร เธอร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด

ื        ทำไมกันนะ ความฝันความต้องการที่อยากจะเป็น ทำไมมันต้องจบสิ้นแบบนี้ด้วย ร่างกายเราสินะที่ทำให้ความฝันของฉันต้องสูญสิ้น ทำไมกันเรื่องอะไรไม่ต้องเกิดกับฉันด้วยฉันเสียพ่อกับแม่ไปตั้งแต่เด็กฉันไม่รู้ว่าตัวตนแท้จริงจะเป็นใครแล้วทำไมสิ่งที่ฉันอยากจะเป็นทำไมถึงเป็นไม่ได้ ทำไมกันชีวิตของฉัน โชคชะตาต้องการที่จะเล่นตลกอะไรกับฉันเนี่ย เธอคิดอย่างหนัก จนทำให้สุขภาพของเธอยิ่งแย่ลง ร่างกายของเธอสู้ผอม หน้าตาสดใสของเธอดูเศร้าหมองลงไปทันที

        หลังจากนั้นไม่กี่วันอีกด้านหนึ่งก็มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งภายใต้ผ้าคลุมดำได้ลุกขึ้นมาเพื่อประกาศบางสิ่งบางอย่าง

        “เหล่ามนุษย์ที่อ่อนแอเอ๋ย จงน้อมเคารพแก่พวกเรา ผู้ที่เหนือกว่าพวกเจ้า” ชายผู้หนึ่งภายใต้ผ้าคลุมดำ และดูเหมือนว่าเขาจะเป็นผู้นำของกลุ่มคนกลุ่มนี้ “ข้ามาเพื่อบ่งบอกว่า พวกเรามีตัวตนอยู่ พวกเราไม่ใช่แค่เรื่องเล่าเรื่องแต่ง ตามนวนิยาย แต่พวกเรามีอยู่จริง” เมื่อพูดจบชายผู้นั้นได้ถอดผ้าคลุมของเขาออก เผยให้เห็นว่าแขนขวาของเขาไม่ใช่แค่มนุษย์แต่เป็นแขนของสัตว์ประหลาดพร้อมกรงเล็บที่ดูน่ากลัว “พวกเราเรียกตัวเองว่าองค์กรปฏิวัติ พวกเราต้องการที่จะเป็นผู้นำของเรามนุษย์ มนุษย์ธรรมดาย่อมต้องทำตามและเป็นทาสแก่ผู้ที่เหนือกว่า” ชายผู้นั้นได้หัวเราะออกมาด้วยความชั่วร้าย             ก่อนที่คนกลุ่มนั้นได้ถอดผ้าคลุมสีดำของตนเองออก เผยให้เห็นว่าทุกคนในกลุ่มนั้นเป็นผู้ที่มีบางสิ่งบางอย่างไม่เหมือนกับมนุษย์ปกติ

ผู้คนธรรมดาในเหตุการณ์ ต่างกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว วิ่งหนีความตายกันอย่างวุ่นวาย

        “แต่เดี๋ยวก่อน เรามนุษย์ทั้งหลายเอ่ย หากใครยอมจำนนแต่พวกเราพวกเราจะยอมปล่อยชีวิตพวกเจ้าไปแต่ถ้าหากใครคิดจะขัดขืนพวกเราจะไม่ไว้ชีวิตพวกเจ้า” หญิงสาวในกลุ่มที่มีผมเป็นงูได้พูดขึ้น เธอยิ้มออกมาด้วยความโหดร้าย “หากใครต้องการยอมจำนนแต่พวกเรา จงน้อมคำนับอยู่ตรงหน้าข้า” เมื่อพูดจบก็มีคนกลุ่มหนึ่งยอมมา คำนับอยู่ที่หน้าของเธอ แต่ทันใดนั้นเอง เธอก็กลับผิดคำพูดของเธอเองเธอจัดการใช้ผมของเธอ ถ้าทุกคนที่ขับนัทเคยอยู่ ด้วยความโหดร้าย “ฮ่าๆๆเหล่ามนุษย์ที่โง่เขลาเอ๋ยเจ้าไม่ควรที่จะอยู่บนโลกใบนี้บนโลกใบนี้เหมาะสำหรับผู้ที่เหนือกว่าและผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้น” เธอพูดพร้อมไล่ฆ่าทุกคนที่เธอเห็น

        ทางด้านขององค์กรลับ TAP ก็ต่างหาวิธีการ แก้ไขปัญหาเมื่อรู้ว่าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น

        "ท่านประธานคะตอนนี้ดูเหมือนว่าองค์กรปฏิวัติจะเริ่มคืบคลานมากกว่าเดิมแล้วนะคะ” เซ็งหญิงสาวคนหนึ่งพูดขึ้นนามของเธอคือ ไอวี่

        “เรียกรวมตัวกองกำลัง TAP เดี๋ยวนี้ มันถึงเวลาที่เราต้องสู้แล้วล่ะ” ประธานพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูเข้มแข็ง

        "ไม่ได้ค่ะ กองกำลังของพวกเราที่เหลืออยู่ไม่สามารถสู้กับกองทัพของกลุ่มปฏิวัติได้ค่ะ” เมื่อสิ้นประโยคสีหน้าของประธานก็แย่ลงทันที

        “งั้นพวกเราจำเป็นต้องรวบรวมผู้มีพลังพิเศษเพิ่มแล้วล่ะ” ประธานพูดขึ้นก่อนที่จะดีดนิ้วข้างขวาของเขา เขาได้สร้างลูกโลกขึ้นมาอยู่ตรงหน้าของเขา และหมุนดูว่ายังมีผู้มีพลังวิเศษอยู่ที่ใดบนโลกบ้าง “ฉันเจอแล้วคนหนึ่ง” ประธานหยุดหมุนลูกโลก หลังจากที่หมุนอยู่นาน “เธอเพิ่งได้รับพลังมาเมื่อไม่กี่วันก่อน”

        “แต่ท่านประธานคะ ถ้าหากเราชวนคนที่เพิ่งได้รับพลังมาร่วมทีมเนี่ย จะไม่เกิดปัญหาหรอคะ” ไอวี่ถามด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล

        “เราไม่มีทางเลือก” หลังจากที่พูดจบประทานได้แตะไปที่จุดที่หญิงคนนั้นอยู่และลากมา “เธอคนนี้ชื่ออีฟสินะ ไอวี่ฉันมอบหมายหน้าที่ให้เธอไปชวนหญิงคนนี้มาเข้าร่วมทีมกับเรา”

        “แต่ว่า…ได้ค่ะ” ไอวี่เธอตอบตกลงและเดินออกจากห้องไป

        “นี่ดร.เอมเพอเรอร์ทำอะไรอีกแล้วเนี่ย” ประธานได้ตะโกนออกมาเสียงดัง

ทางด้านของไอวี่ตอนนี้เธอกำลังเดินทางไปหาอีฟที่คอนโดหรูแห่งหนึ่ง

        “อีฟหรอ ชื่อน่ารักดีแฮะ” ไอวี่พูดขณะที่มองดูโปรไฟล์ของอีฟในโฮโลโฟนที่ประธานเป็นคนให้มา “อยากเห็นหน้าจังเลยอยากรู้ด้วยว่าพลังของเธอที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่เนี่ยเป็นพลังอะไร”

        “คุณไอวี่ครับตอนนี้ถึงที่คอนโดของคุณอีฟเรียบร้อยแล้วครับ” คนขับรถพูด

        ไอวี่พูดขอบคุณหลังจากนั้นเธอก็เดินไปที่เคาน์เตอร์รับแขกของคอนโดหรูทันที แต่เมื่อเธอถามถึงห้อง 4907 พนักงานของคอนโดต่างทำหน้าหวาดกลัวเหมือนมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น

        “ขอโทษค่ะ ชั้นที่ 49 เกิดเหตุบางสิ่งบางอย่างขึ้นจึงไม่เปิดให้บริการค่ะ” พนักงานพูดด้วยความหวาดกลัว

        "เกิดอะไรขึ้น ฉันมาจากองค์กร TAP ฉันจะช่วยจัดการให้”

        "ทางเราก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ถ้าคุณมาจากองค์กร TAP จริงช่วยขึ้นไปจัดการให้เราหน่อยค่ะ พวกเรามีปัญหากันมาก็เลย”

        "เดี๋ยวจัดการให้” เมื่อพูดจบไอวี่จึงรีบเดินทางขึ้นไปที่ชั้นบนทันที แต่ลิฟตันใช้ได้ถึงชั้นที่ 40 เท่านั้น ฉันต่อไปเธอจะต้องเดินเอง ซึ่งทำให้เธอไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่

        เมื่อเธอเดินขึ้นไปถึงชั้นที่ 48 ระหว่างที่กำลังจะเดินขึ้นในชั้นที่ 49 เธอก็พบกับสิ่งผิดปกติ เมื่อระหว่างทางห้องทุกห้องในชั้นนั้นกับพังพินาศไม่เหลือชิ้นดี

        "นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย” ได้ทันใดนั้นเองเธอก็รู้สาเหตุของความเสียหายนี้ มีเสียงร้องปริศนาเสียงดังเกิดขึ้นทำให้เกิดคลื่นที่สามารถทำลายหินปูนได้ในทันที ไอวี่รีบวิ่งไปที่จุดกำเนิดเสียง ห้องนั้นคือห้อง 4907 ซึ่งเป็เมื่อเธอเดินขึ้นไปถึงชั้นที่เธอรีบเปิดประตูแต่เปิดไม่ออกเธอจึงใช้พลังของเธอเรียกเถาวัลย์ขึ้นจากพื้นปูนและพังประตูเข้าไปในทันที ภาพที่เธอเห็นคือหญิงสาวที่นั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่กลางห้องและสภาพห้องที่พังทลายไม่เหลือซาก

        "อีฟ เธอคืออีฟใช่มั้ย” เธอถามออกไปเสียงดัง ทำให้หญิงสาวที่นั่งอยู่กลางห้องหันมามองเธอด้วยสีหน้าที่โศกเศร้าและหวาดกลัว ไอวี่ก็ค่อยเดินเข้าไปด้วยความระมัดระวัง

        “ใช่ฉันคืออีฟ แล้วเธอเป็นใคร” อีฟพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแต่ทรงพลังจนห้องทั้งห้องสั่นสะเทือน

        "ฉันชื่อไอวี่มาจากองค์กร TAP ฉันมาเพื่อช่วยเธอ” ไอวี่ค่อยๆเดินเข้าไปเพื่อไปจับตัวของอีฟตัวเธอในตอนนี้นั่งสั่นระรัว “เธอเชื่อใจเถอะ มากับฉัน เธอจะพบกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอต้องการ” ฉันพูดพร้อมยื่นมือไปหาอีฟ สีหน้าของอีฟในตอนนี้ดูเหมือนจะกังวลและไม่ค่อยแน่ใจกับคำชวนของไอวี่          “ได้โปรดพวกเราต้องการเธอ” ไอวี่เน้นย้ำ

        "แล้วฉันจะเชื่อเธอได้ยังไง” อีฟพูดขึ้นก่อนที่จะปัดมือของไอวี่ที่อยู่ที่ไหลออกและหันไปนั่งกอดเข่าอยู่เช่นเดิม

        “เพราะพวกเราไม่ใช่คนธรรมดาเหมือนกันนะสิ” เมื่อพูดจบอีฟก็หันหน้าไปหาไอวี่ด้วยความตกใจ

        “เมื่อกี้เธอว่าอะไรนะ”

        “บนโลกใบนี้ไม่มีเธอแค่คนเดียวที่มีพลังวิเศษ พวกเราก็มี” เมื่อพูดจบไอวี่ก็เสกให้มีเถาวัลย์และพันธุ์ไม้เกิดขึ้นรอบบริเวณที่เธออยู่ อีฟมองต้นไม้และพืชพรรณที่เกิดขึ้นรอบตัวเธอด้วยความแปลกใจ “เชื่อใจฉันเถอะ พวกเราช่วยเธอได้มากับพวกเรา พวกเราต้องการเธอ” อีฟพยักหน้าน้ำตาของเธอไหลออกมาและเธอก็ยื่นมือขึ้นมาจับที่แขนของไอวี่

        "โอเคฉันเชื่อเธอ” ไอวี่ยิ้มด้วยความดีใจ

        "งั้นพวกเรารีบไปเถอะ” เมื่อพูดจบไอวี่ก็จับแขนของอีฟแน่นและรีบลุกขึ้นออกไปจากห้องทันที

        "แล้วว่าแต่ของที่พังแล้วจะเอายังไงอ่ะ” อีฟถามระหว่างที่เดินอยู่ที่ทางเดินที่พังเสียหาย

        “ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจะให้แพร์มาจัดการซ่อมให้”

        "แพร์” อีฟพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สงสัย

        "เดี๋ยวเธอก็ได้เจอแหละ รีบมาเร็ว” ไอวี่รีบเดินให้เร็วกว่าเดิม

        แต่ระหว่างทางก็มีกลุ่มคนชุดดำกลุ่มหนึ่งพร้อมอาวุธปืนเดินขึ้นมาจากบันได

        "มีอะไรกันน่ะ” ไอวี่ถาม

แต่ไม่มีการตอบกลับอะไรทั้งสิ้น กลุ่มคนกลุ่มนั้นกระหน่ำยิงมาที่ทั้งคู่โดยไร้ความปราณี แต่ไอ้วีไหวตัวทันจึงปัดมือเพื่อให้เถาวัลย์มารับลูกกระสุนทั้งหมด

        “นี่มันอะไรกันเนี่ย” อีฟถามด้วยความตกใจ

        “ดูเหมือนว่าท่านรัฐมนตรีน่าจะบอกให้ตามล่าพวกผู้มีพลังวิเศษ” เมื่อพูดจบไอวี่ก็รีบดึงมือของวิ่งไปอีกทางหนึ่ง

        “แล้วเขาจะตามไล่ล่าพวกเราทำไมล่ะ”

        “เอาเถอะหน่า เดี๋ยวฉันอธิบายให้ฟังทีหลัง” แต่ทันใดนั้นบันไดทางขึ้นอีกทางหนึ่งก็มีกลุ่มคนชุดดำถืออาวุธปืนขึ้นมาอีกเช่นกัน ไอวี่จึงสั่งให้เถาวัลย์งอกขึ้นมาจากพื้นและจับตัวกลุ่มคนชุดดำกลุ่มนั้นกลุ่มดึงติดกับพื้นเอาไว้ “นี่เธอมีพลังอะไรบ้างเนี่ยช่วยแสดงให้ฉันให้หน่อยสิ” ไอวี่หันไปพูดกับอีฟ ก่อนที่พวกเราจะรีบวิ่งลงไปทางบันไดที่ทหารชุดดำกลุ่มที่แล้วเพิ่งขึ้นมา เมื่อพวกเธอพบกับทหารชุดดำอีกกลุ่มกำลังวิ่งขึ้นมา อีฟจึงวิ่งไปข้างหน้าของไอวี่และตะโกนออกมาเสียงดังทำให้เกิดคลื่นเสียงผลักทหารกลุ่มนั้นกระเด็นติดกำแพงไป

        “นี่เเหละคือพลังของฉันล่ะ” อีฟพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวานพร้อมเช็ดปากของเธอ

        “พลังเธอนี่ก็…op ใช่เล่นนะ” เธอสองคนยิ้มก่อนที่จะวิ่งต่อ เมื่อมาถึงที่ชั้น 45 พวกเราก็โดนต้อนจากทหารชุดดำจน ไม่สามารถไปต่อได้ “อีฟ วิ่งไปที่ระเบียง”

        "ฮะ ทำไมกันล่ะ” อีฟพูดด้วยความตกใจ

        “เร็ว ฉันต้านมันไม่อยู่แล้ว” ไม่ได้ยินเช่นนั้นจึงรีบวิ่งไปที่ระเบียง ในเวลาต่อมาไอวี่ก็วิ่งตามเธอไปในทันที “กระโดดเลย” ไอวี่ตะโกนออกมา

        “เธอจะบ้าเหรอโดดไปก็ตายกันพอดี”

        “เธอบอกว่าเธอเชื่อใจฉันนะฉันบอกให้กระโดดเธอก็ต้องกระโดดสิ” พยักหน้าเข้าใจและกระโดดลงจากระเบียงกันที

        อีฟคิดว่าตนเองจะตกลงไปที่พื้นและตาย เธอได้แต่ภาวนาว่าตนเองจะต้องรอด และทันใดนั้นเองก็มีเถาวัลย์อันใหญ่พุ่งขึ้นมาจากพื้นและรับตัวของอีฟไว้ และค่อยๆพาเธอลงไปวางไว้ที่พื้น

        "ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าให้เชื่อใจฉัน” เสียงของไอวี่ดังขึ้น อีสมองขึ้นไปก็เห็นกับไอวีที่มีเถาวัลย์ค่อยๆอุ้มเธอลงมา

        “เราลงมาถึงพื้นแล้ว แล้วเราจะเอายังไงต่อกับพวกทหารที่อยู่ในตึก” อีฟพูดพร้อมชี้ไปที่คอนโดหรู

       “มันแล้วแต่เธอตัดสินใจว่าเธอจะฆ่าพวกเขาหรือไม่” อีฟส่ายหน้าในทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น “งั้นเราก็รีบไป” พวกเธอสองคนรีบวิ่งไปที่รถของไอวี่ที่คนขับรถจอดแอบไว้ และตรงไปที่สำนักงานขององค์กรTAPทันที

        ระยะทางจากคอนโดของอีฟถึงที่สำนักงานองค์กรTAPห่างกันประมาณ 80 กิโลเมตร ทั้งคู่จึงค่อนข้างมีเวลาที่จะคุยกันอยู่ประมาณ 20 ถึง 30 นาที

        “ว่าแต่ พวกพลังวิเศษนี้เราควรจะเปิดเผยกับคนอื่นหรือเปล่า” อีฟถามก่อนที่จะหยิบขนมที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมากินอย่างเอร็ดอร่อย

        "ความจริงอะนะ มนุษย์จะแบ่งเป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ คือ พวกที่รู้ว่าพวกเรามีตัวตนและยอมรับในตัวเรา พวกที่รู้ว่าพวกเรามีตัวตนแต่ไม่ยอมรับและไม่อยากให้พวกเรามาอาศัยอยู่ด้วย พวกที่ไม่รู้ว่าเรามีตัวตนแต่ศรัทธาและเชื่อว่าพวกเรามีอยู่ และสุดท้ายคือพวกที่ไม่รู้ว่าเรามีตัวตนและไม่ต้องการให้พวกเรามีอยู่จริง” ไอวี่อธิบาย

        "งั้นแปลว่าก่อนที่ฉันจะมีพลังฉันคือพวกที่ 3 นะสิ” อีฟพูดขึ้นหลังจากที่กลืนขนมที่เคี้ยวอยู่นาน “เมื่อก่อนฉันไม่รู้หรอกนะว่ามีพวกผู้ที่มีพลังวิเศษอยู่อ่ะแต่ฉันก็เชื่อว่า พวกเขาอ่ะมีอยู่จริง จะดูตอนนี้สิ” อีฟกางแขนและยักไหล่

        “แต่พวกผู้ที่มีพลังวิเศษก็ไม่ได้มีความสุขเสมอไปหรอกนะ” ไอวี่พูดพร้อมมองมาที่อีฟด้วยหางตา

        "ทำไมล่ะ” อีฟสงสัย

        “ก็พวกเราไม่รู้เลยนะสิว่าถ้าหากพวกเราไปทำภารกิจหรือไปช่วยผู้คนแล้วเราจะได้มีโอกาสกลับมาหาครอบครัวหรือคนที่เราอยู่ที่บ้านหรือเปล่า” ไอวี่พูดและมองออกไปที่นอกหน้าต่างรถ

        “ฉันว่า…ฉันก็คงคิดอย่างนั้นนะถ้าหากฉันมีคนที่รออยู่ที่บ้านบ้าง” อีฟพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัดเธอก้มหน้าลงเหมือนจะร้องไห้ น้ำเสียงของเธอที่เปลี่ยนไปทำให้ไอวี่ต้องหันมามองเธอในทันที

        “ฉันขอโทษนะที่พูดอะไรผิดไปน่ะ”

        “ไม่เป็นไร” อีฟยิ้มออกมาทั้งๆที่ภายใต้ดวงตาทั้งสองของเธอยังคงมีน้ำตาอยู่ “ฉันน่ะอยู่กับพ่อแม่บุญธรรมของฉัน ตั้งแต่เด็ก แต่เมื่อวันเกิดปีที่แล้วของฉันพ่อแม่บุญธรรมเล่าให้ฟังว่าพ่อแม่ที่แท้จริงของฉันตายอย่างปริศนา เหลือฉันเพียงคนเดียวที่รอดอยู่ในบ้าน และเมื่อไม่นานมานี้พ่อแม่บุญธรรมของฉันก็เกิดอุบัติเหตุเสียกันไปทั้งคู่ ตอนนี้ฉันก็ไม่เหลืออะไรแล้วจะไม่เหลือใครรออยู่ที่บ้านอีกแล้ว” อีฟน้ำตาไหลรินเป็นสายน้ำจนไอวี่ต้องรีบเข้ามาปลอบใจเธออย่างรวดเร็ว

        “ไม่ต้องเล่าอะไรแล้วล่ะ” ไอวี่กอดอีฟแน่น ตาของเธอก็เริ่มมีน้ำตาไหลออกมา “เธอผ่านอะไรมาเยอะแล้ว ถ้าหากเธอไม่เหลือใครเธอยังเหลือพวกเรานะพวกเราไม่ใช่องค์กร ความจริงแล้วพวกเราคือครอบครัว” อีฟและไอวี่กอดกันอยู่นาน จนรถที่พวกเธอได้อยู่จอดสนิท บ่งบอกว่าตอนนี้พวกเธอทั้งสองได้มาถึงที่สำนักงานองค์กรTAPเป็นที่เรียบร้อย

ทั้งคู่ใช้มือปาดน้ำตาออก และเดินเข้าไปในสำนักงานทันที

        "คุณไอวี่คะ ตอนนี้ท่านประธานต้องการพบคุณด่วนค่ะ” พนักงานสาวคนหนึ่งรีบเดินมาบอกไอวี่และมองมาที่อีฟด้วยความสงสัย “ว่าแต่นี้ใครค่ะ” พนักงานสาวถามพร้อมชี้นิ้วมาที่อีฟ

        “สมาชิกใหม่ของTAPน่ะ” ไอวี่พูดพร้อมกดอะไรสักอย่างที่กำไลข้อมือของเธอ ทันใดนั้นเองชุดของเธอก็ได้เปลี่ยนไปเป็นยูนิฟอร์มรัดรูปสีขาว ที่มีสัญลักษณ์รูปตัวทีอยู่ที่อกซ้าย “พวกเธอไปหาชุดแล้วก็ลงทะเบียนให้อีฟด้วยนะ” เมื่อสิ้นประโยค พนักงาสาวกลุ่มใหญ่ก็เดินมาที่อีฟในทันทีพวกเธอต่างจูงมือของอีฟเดินไปในห้องห้องหนึ่ง “ไปสิเธอจะได้เป็นสมาชิกของTAPอย่างเต็มตัว” อีฟพยักหน้าและยอมไปกับพนักงานสาวกลุ่มนั้น

ไอวี่รีบเดินขึ้นลิฟท์ไปเพื่อไปหาประธานที่อยู่ชั้นบนสุดของตึก

        “พามาแล้วหรอ…ผู้หญิงชื่อว่าอีฟ” ประธานถามก่อนที่จะยกแก้วกาแฟขึ้นมาจิบด้วยความสบายใจ

        "ค่ะ”

        “แล้วตอนนี้เธอคนนั้นอยู่ไหนล่ะ”

        “กำลังลงทะเบียนและลองชุดใหม่อยู่ค่ะ”

        และทันทีที่สิ้นประโยคเสียงลิฟท์ก็ดังขึ้น ทำให้ไอวี่และประธานหันไปมองเป็นสายตาเดียวกัน ภาพที่อยู่ตรงหน้าคือในชุดยูนิฟอร์มรัดรูปสีขาวมัดผมเรียบร้อย

        "คิดว่าเป็นไงบ้างหรอ” อีฟถามด้วยน้ำเสียงใสๆเธอ แต่ไม่มีการตอบรับเพราะตอนนี้ประธานและไอวี่กำลังอึ่งกับสิ่งที่พวกเขากำลังมองอยู่ตรงหน้า “มีอะไรติดอยู่ที่น่าใช้หรือเปล่าคะ” อีฟคลำดูทั่วหน้าของเธอ

        “ไม่มีหรอก” ไอวี่ตบหน้าตัวเอง “มานี่สิฉันจะแนะนำให้รู้จักกับประธานขององค์กรเรา” อีฟเดินไปหาไอวี่ และหันไปหาประธานซึ่งเป็นผู้ชายอายุประมาณ 30 ปลายๆ

        “สวัสดีค่ะ” อีฟโบกมือทักทายประธานอย่างเป็นมิตร

        “เธอจะบ้าเหรอ มีท่านประธานไม่ใช่เพื่อนเล่น” ไอวี่รีบดึงมือของอีฟลงในทันที

        “แต่เมื่อกี้ท่านประธานเขายังโบกมือตอบกลับฉันอยู่เลยนี่” มีพูดพร้อมชี้ไปที่ประธาน ประธานสะดุ้งโหยงก่อนที่จะสายหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

        “เธอนี่ เป็นมิตรดีจังนะ ชื่ออีฟสินะเธอน่ะ” ประธานพูดด้วยเสียงที่ดูเข้มแข็ง

        “ค่ะ” อีฟพยักหน้าอย่างไร้เดียงสา

        “พวกเรามีปัญหา เพราะตอนนี้มีกองทัพปฏิวัติกำลังเริ่มจัดการปฏิวัติกลุ่มมนุษย์กลุ่มหนึ่งแล้วตอนนี้เมืองทางด้านทิศตะวันตกเมืองหนึ่งถูกทำลายลงจากกลุ่มปฏิวัติแล้ว เราจึงต้องการให้เธอเข้ามาช่วยพวกเรา”

        “ฉันเนี่ยนะ” อีฟไปหาตัวเองพร้อมพูดด้วยความตกใจ ประธานพยักหน้า

        "ไม่ใช่เธอคนเดียวหรอกนะ ไม่ต้องเป็นห่วงฉันได้หาตัวช่วยให้พวกเธอเพิ่มแล้วอีก 4 คน” ทันใดนั้นเองประตูลิฟท์ก็เปิดขึ้นอีกครั้ง หญิงสาวทั้ง2หันไปมองที่ลิฟท์โดยทันที และบุคคลที่ขึ้นลิฟท์มานั้นทำให้อีฟตกใจเป็นอย่างมาก

        “เอลลี่ ดาริน”

ทางด้านกองทัพปฏิวัติตอนนี้ดูเหมือนว่าพวกเขาจะสามารถยึดเมืองเมืองนี้ไปได้แล้ว

        "นี่ครอว์…นายจะนั่งอยู่ตรงนี้อีกนานไหมเนี่ย” หญิงสาวที่มีผมเป็นงูพูดขึ้นพร้อมทั้งมองไปที่ครอว์ชายหนุ่มที่มีแขนเป็นปีศาจ “ตั้งแต่ยึดเมืองนี้ได้นายก็นั่งอยู่แต่ตรงนี้ไม่ไปไหนเลยนะเนี่ย”

        “ก็มันไม่มีอะไรทำนี่หว่า คนในเมืองฉันก็ฆ่าทิ้งหมดแล้วไม่เหลืออะไรให้เล่นสักอย่างเลย” เขาพูดขึ้นพร้อมแกว่งมือปีศาจไปมาด้วยความเบื่อหน่าย “นี่โดลเซ่ มีอะไรให้ฉันทำอะไรอีกไหมอ่ะ” เขาหันไปพูดกับโรเซ่หญิงสาวผู้มีผมเป็นงู

        “ไม่มีหรอก ก็ดูสิดร.เอมเพอเรอร์บอกให้เราเฝ้าอยู่ที่เมืองนี้จนกว่าเขาจะส่งสัญญาณถึงจะออกไปได้” โดลเซ่พูดขึ้นพร้อมเอามือเท้าคางได้ความเบื่อหน่าย “ไอ้เจ้านั่น เป็นดอกเตอร์ที่ดูน่าเบื่อจริงๆเลยนะ”

       “ใช่…ฉันเห็นด้วย” ครอว์พูดก่อนที่จะยกแก้วน้ำที่เต็มไปด้วยเลือดสีแดงอยู่ข้างในขึ้นมาดื่ม “ถ้าทำได้ฉันอยากจะให้เลือดในแก้วนี้เป็นเลือดของไอ้เจ้าดร.เอมเพอเรอร์นั้นจริงๆเลย” เมื่อพูดจบเขาก็ขว้างแก้วน้ำที่อยู่ในมือทิ้งได้ทันที

        “อย่าโวยวายให้มากสิหนุ่มน้อย” เสียงของชายแก่ดังขึ้นในเงามืด ไม่นานนักเจ้าของเสียงก็เดินออกมา

        “ดร.เอมเพอเรอร์” ครอว์และโดลเซ่พูดขึ้นพร้อมกันด้วยความตกใจ

        “ฉันจะถึงว่าก่อนหน้านี้ฉันไม่ได้ยินอะไรก็แล้วกันนะ” ดร.เอมเพอเรอร์เดินออกมาพร้อมปืนบางอย่างที่อยู่ในมือ “พอดีฉันเพิ่งได้ของเล่นใหม่ เลยอยากจะหาหนูทดลองมาเล่นของเล่นกับฉันหน่อย” เขายกปืนขึ้นจ่อไปที่หน้าของครอว์ “ฉันอยากจะรู้ว่านายพอจะมีหนูทดลองให้ฉันเล่นของเล่นนี้สักคนไหม” ดร.เอมเพอเรอร์เปลี่ยนเป้าหมายจอปืนไปที่โดลเซ่แทน ทั้งคู่สายหน้าด้วยความหวาดกลัว

        “คนในเมืองนี้ไม่เหลือสักคนแล้วล่ะ” ครอว์รีบพูดขึ้นด้วยเสียงที่สั่นเครือ

        “แต่…พอดีว่าปืนนี่ไม่ได้ใช้กับคนน่ะสิ” ดรพูดด้วยน้ำเสียงที่ชั่วร้ายแต่แฝงไปด้วยความขี้เล่นที่อยู่ข้างใน “ก็เพราะว่า…” ยังไม่จบประโยค ดร.ก็ยิงปืนเข้าใส่ผู้มีพลังวิเศษที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับครอว์ได้ทันที ผู้มีพลังวิเศษคนนั้นเป็นผู้ที่มีปีกค้างคาวติดอยู่ที่หลัง แต่เมื่อโดนปืนของดรเข้าไปอีกครั้งเขาก็เริ่มสลายหายไปตัวของเขาจากที่มีขนสีดำปกคลุมทั้งตัวคนก็เริ่มหายไปเรื่อยดูเหมือนว่าผู้วิเศษผู้นั้นจะกลายเป็นคนปกติธรรมดาไปในทันที “นี่แหละของเล่นใหม่ของฉันปืนลบพลังยังไงล่ะ” ดร.พูดก่อนที่จะหัวเราะด้วยความชั่วร้าย

        “ทำไมเธอถึงอยู่ที่นี่ล่ะ” ดารินพูดด้วยความตกใจ “แล้วชุดนั่น…อย่าบอกนะว่าเธอน่ะอยู่ในองค์กรเดียวกับเราน่ะ เธอมีพลังพิเศษด้วยหรอ”

        “ชุดนี้นะหรอ ใช่ฉันมีพลังวิเศษแล้วตอนนี้ฉันก็ทำงานอยู่กับองค์กรในด้วย” อีฟพูดด้วยน้ำเสียงที่ดีใจเมื่อได้พบกับเพื่อนของตนเองและรู้ว่าเพื่อนของตนเองก็มีความเหมือนกัน

        "นี่พวกเธอรู้จักกันด้วยหรอ” ไอวี่พูดถามด้วยความสงสัยพร้อม

        “ใช่” อีฟ ดารินและเอลลี่พูดขึ้นพร้อมกัน

        “งั้นฉันขอแนะนำให้รู้จัก นี่คือกลุ่ม เบญจธาตุ ขององค์กรเรา” ประธานพูดขึ้น

        "แต่ที่ขึ้นมานี่มีแค่ 4 คนนะมันจะเป็นเบญจธาตุได้ยังไงล่ะ ทำไมไม่เรียกว่าจตุรธาตุ” อีฟถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สงสัย

       “ฉันว่า 5 คนนะ” ไอวี่เดินไปยืนอยู่ตรงกลางระหว่าง 4 คน “รวมฉันด้วยไงล่ะ”




~~~~~~~~ The End ~~~~~~~~

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ YSC_artit จากทั้งหมด 2 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น