ขนาดตัวอักษร

  • font-size
  • font-size

สีพื้นหลัง

ระยะห่างบรรทัด

คืนค่า

เรื่องน่ารู้จากแดนไอยคุปต์

ตอนที่ 6 : ปาปิรัส 6 : เกร็ดไม่ลับกับแฟชั่นตามแบบฉบับไอยคุปต์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • 18 มี.ค. 55


เกร็ดไม่ลับกับแฟชั่น

ตามแบบฉบับไอยคุปต์

 

 

อย่างที่ได้เคยเล่าเอาไว้แล้วว่าชาวอียิปต์โบราณเป็นชนชาติที่รักสวยรักงาม พิถีพิถันในการแต่งเสริมเติมสวยไม่แพ้คนในยุคสมัยเรา... นอกจากพวกเขาจะคิดค้นเครื่องสำอางขึ้นมาหลากหลายแล้ว ในด้านเสื้อผ้านับเป็นสิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญไม่แพ้กัน ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะไม่ว่าจะยุคใดสมัยใดเครื่องแต่งกายของคนเราถือเป็นตัวบ่งชี้สถานะทางสังคมได้ง่ายที่สุดนั่นเองค่ะ...

 

คุณทราบหรือไม่ว่าผ้าชนิดใดที่ชาวอียิปต์โบราณนิยมนำมาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้ามากที่สุด?

 

ฉันเดาว่าหลายคนคงจะมีคำตอบที่ถูกต้องอยู่ในใจแล้ว ถ้าอย่างนั้นมาเฉลยกันเลยดีกว่า... แน่นอนค่ะว่าต้องเป็นผ้าลินินนั่นเอง... แล้วเหตุใดผ้าลินินจึงเป็นที่นิยมของชาวอียิปต์โบราณ ส่วนหนึ่งก็เพราะความบางเบาของเนื้อผ้า ทำให้เหมาะต่อการสวมใส่ในสภาพอากาศร้อนแห้งแล้งของทะเลทราย... และสำหรับผู้วายชนม์ ผ้าลินินยังเป็นหนึ่งในวัสดุสำคัญสำหรับการทำมัมมี่ที่เราคุ้นเคยกันดี ชาวอียิปต์โบราณเชื่อว่าผ้าลินินเป็นสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์ แสงสว่าง รวมไปถึงเป็นเครื่องแสดงถึงความร่ำรวยของพวกเขา...


 

หีบใส่ผ้าพร้อมทั้งผ้าลินินจาก Hatnofer and Ramose Tomb


          แต่หากถามต่อว่าผ้าลินินทำมาจากอะไร คนที่ความรู้เรื่องผ้าเกือบจะเป็นศูนย์อย่างฉันย่อมตอบไม่ถูก... เมื่อลองค้นดูจึงได้รู้ว่าเส้นใยพืชที่นำมาทอเป็นผ้าลินินนั้นมาจากต้นปอ (Flax Plant) ฉันลองสืบค้นถึงต้นกำเนิดของผ้าลินิน แต่ก็ยังไม่ได้คำตอบที่แน่ชัดว่าใครเป็นผู้คิดค้นการทอผ้าลินิน... แต่มีการค้นพบว่ามนุษย์ที่อาศัยอยู่ในเอเชียกลางราว 30,000 ปีก่อน รู้จักการปั่นเส้นใยของต้นปอจนกลายเป็นเชือกกันแล้ว นอกจากนี้ยังมีการค้นพบเมล็ด เส้นด้าย ฯลฯ ในที่พักข้างทะเลสาบในสวิสเซอร์แลนด์อายุราว 8,000 ปี รวมทั้งมีการค้นพบเสื้อผ้าที่ตัดเย็บจากผ้าลินินในเมโสโปเตเมีย ตุรกี และดินแดนแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอีกด้วย... การทอผ้าลินินในอียิปต์เริ่มมีขึ้นเมื่อราว 5,000 ปีมาแล้ว ถึงแม้ว่าชาวอียิปต์โบราณอาจจะไม่ใช่คนกลุ่มแรกที่รู้จักทอผ้าชนิดนี้ แต่ก็ถือได้ว่าพวกเขาเป็นชนชาติแรก ๆ ผลิตผ้าลินินออกมาใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดในหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ค่ะ...

 

  
   

ภาพจากสุสาน Sennedjem ข้าราชการชั้นสูงในสมัยฟาโรห์เซติที่ 1 ราชวงศ์ที่ 19 ซึ่งในภาพ Sennedjem กับภรรยากำลังเก็บเกี่ยวต้นปอในดินแดนหลังความตาย สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ในโลกหน้าตามความเชื่อของชาวอียิปต์โบราณ... ตามที่ท่าน Detectiveoat 13 เสริมข้อมูลเข้ามาค่ะ

 

โดยส่วนใหญ่แล้วชาวอียิปต์โบราณมักจะทอผ้าใช้กันเองในครัวเรือน แต่หากเป็นบ้านของคนใหญ่คนโตก็จะมีโรงทอผ้าเป็นของตนเองด้วยค่ะ... ผ้าลินินที่พวกเขาทอออกมานั้นมีคุณภาพต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับฝีมือของช่างทอ... หากเป็นผ้าลินินที่เรียกว่า Royal Linen นั้นจะมีน้ำหนักเบาและมีความโปร่งใสมากเป็นพิเศษ อีกทั้งเนื้อผ้ายังนุ่มนวลสวมใส่สบาย จึงถูกจัดให้เป็นผ้าลินินคุณภาพดีที่สุด แน่นอนว่าผ้าชนิดนี้ย่อมถูกเลือกเฟ้นเพื่อนำไปตัดเย็บเป็นฉลองพระองค์สำหรับฟาโรห์ ราชินี และเหล่าบรรดาเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงในราชสำนักอียิปต์...


 

 

ภาพจำลองจากสุสาน Khnumhotep ราชวงศ์ที่ 12 ที่ Beni-Hassan แสดงการปั่นด้ายจากใยของต้นปอ และการทอผ้าโดยใช้กี่แบบแนวนอน (Horizontal Loom) แต่ในศิลปะอียิปต์โบราณจะทำให้เรามองดูเหมือนเป็นกี่แบบแนวตั้ง

 

นอกจากผ้าลินินแล้วยังมีการใช้หนังสัตว์มาประดับร่างกาย แต่ทั้งนี้กลุ่มคนที่สามารถแต่งกายโดยมีหนังสัตว์ห่มคลุมได้นอกจากฟาโรห์แล้วก็มีเพียงนักบวชชั้นสูงเท่านั้น... โดยบางครั้งฟาโรห์จะทรงหนังเสือดาวพาดทับบนพระอังสา (บ่า)  และคาดบั้นพระองค์ (เอว) ด้วยหางสิงโต ในขณะที่หัวหน้านักบวชมักจะนุ่มห่มด้วยหนังเสือดาวทั้งตัวอันประกอบด้วยหัวอุ้งเท้า และหางครบ ในพิธีกรรมสำคัญทางศาสนา...

 

 
ภาพจากฝาผนังในสุสานตุตันคาเมน จะเห็นตุตันคาเมนในแบบมัมมี่ถูกพันวรองค์ด้วยผ้าลินิน ส่วนผู้ที่ทำพิธีเบิกพระโอษฐ์ (ปาก) คือฟาโรห์ไอย์
(Ay) ซึ่งห่มร่างด้วยหนังเสือดาวทั้งตัวเช่นเดียวกับนักบวชชั้นสูง และสวมมงกุฎแสดงฐานะ
ผู้สืบราชบัลลังก์ในขณะเดียวกัน

 

ต่อมาภายหลัง... แม้ว่าพวกเขาจะรู้จักนำขนสัตว์ (wool) มาทอเป็นเครื่องแต่งกายแต่ก็ไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าผ้าลินินอยู่ดี โดยเฉพาะเหล่านักบวช ซึ่งมองว่าผ้าที่ทอจากขนสัตว์นั้นไม่บริสุทธิ์จึงถือเป็นสิ่งต้องห้าม... สำหรับตัวฉันหากคิดว่าต้องทนใส่เสื้อผ้าที่ทอด้วยขนสัตว์ออกไปเดินเล่นท่ามกลางอากาศร้อนจัดแบบนั้น คงไม่ต่างจากเข้าไปเดินเล่นห้องอบซาวน่านั่นแหละค่ะ...

 

 
นักบวชชั้นสูงจะห่มหนังเสือดาวในพิธีกรรมสำคัญทางศาสนา

 

          เมื่อรู้ถึงที่มาของผ้าลินินกันแล้ว ฉันจะได้เล่าถึงเสื้อผ้าของชาวอียิปต์โบราณต่อเลยนะคะ... หากใครเคยเห็นภาพเขียนหรือภาพสลักของชาวไอยคุปต์ตั้งแต่สมัยต้นราชวงศ์เรื่อยมาจนสิ้นสุดยุคฟาโรห์ คงแทบไม่รู้สึกถึงความแตกต่างกันสักเท่าไหร่... นั่นก็เพราะว่ารูปแบบเสื้อผ้าของพวกเขาแทบจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก อาจจะมีการเพิ่มนู่นนิดนี่หน่อยแต่ยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไว้อย่างเหนียวแน่น เราจึงแบ่งแยกช่วงเวลาที่มีการพัฒนารูปแบบเสื้อผ้าของชาวอียิปต์โบราณออกเป็นสามช่วงด้วยกันค่ะ...

 

ในยุคอาณาจักรเก่า (Old Kingdom) ผู้ชายจะนิยมนุ่งผ้าผืนเดียวสั้นเหนือเข่า ลักษณะคล้ายกับกระโปรงลายสก๊อตที่เรียกกันว่าคิลท์ (kilt หรือ shendyt) รัดด้วยเข็มขัดหรือผ้ารัดเอว โดยทิ้งชายผ้าไว้ด้านหน้าหรืออาจซ่อนชายไว้ด้านในก็ได้ ปล่อยให้ร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่า...


 
ฟาโรห์เมนคาอูเรและราชินีของพระองค์ (ราชวงศ์ที่
4)

เมนคาอูเรทรงสวมลอยน์โคลทด้านใน และทับด้วยคิลท์อีกชั้นหนึ่ง

 

บางครั้งเราจะเห็นจากรูปสลักว่ากลุ่มชนชั้นสูงจะนุ่งผ้าที่มีการจับจีบรอบตัว หรือที่เราเรียกกันว่าพลีท (pleat) นั่นเอง นอกจากนี้พวกเขาอาจแต่งเสริมด้วยผ้าคลุมไหล่... แต่สำหรับคนที่มีอาชีพที่ต้องอยู่กับน้ำอย่างเช่นชาวเรือ ชาวประมง และคนเก็บปาปิรัสจะแทบไม่สวมอะไรเลย... ในขณะที่ชาวนา คนล่าสัตว์และกลุ่มคนใช้แรงงานมักจะนุ่งเพียงผ้าผืนสั้น ๆ คล้ายผ้าเตี่ยวที่เรียกกันว่า ลอยน์โคลท (Loincloth) ซึ่งมีความคล่องตัวในการทำงานสูงกว่า แต่หากพวกเขาต้องการนำสินค้าเข้ามาแลกเปลี่ยน เยี่ยมญาติ หรือต้องการเข้าไปในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างวิหารจึงจะเปลี่ยนมาสวมคิลท์

 

 
ภาพสลักกลุ่มชาวประมงกำลังใช้หอกและตะขอจับปลา

บนผนังในมาสตาบาของวิเซียร์คาจิมนิ (Mastaba of Kagemni)

 

ต่อมาในยุคอาณาจักรกลาง (Middle Kingdom) ความยาวของผ้านุ่งจึงค่อยเพิ่มมาถึงครึ่งแข้ง บางครั้งอาจมีการนุ่งผ้าซ้อนกันหลายชั้น และเพิ่มความสลับซับซ้อนของพลีทโดยมีทั้งในแนวตั้งแนวนอน และรูปตัววี จนกระทั่งยุคอาณาจักรใหม่ (New Kingdom) พวกเขาจึงนิยมสวมเสื้อทูนิค (Tunic) แบบมีแขนเพิ่มเข้ามา

 

 

 
Old kingdom           Middle              New                Late Period

Kingdom         Kingdom

 

 

 

 
 

สำหรับผู้หญิงในยุคอาณาจักรเก่าและอาณาจักรกลาง... พวกเธอมักจะสวมชุดกระโปรงเข้ารูปที่เรียกกันว่า Sheath dress ยึดด้วยสายสะพายหนึ่งหรือสองข้าง ซึ่งเชิงผ้าด้านบนจะมีทั้งแบบปิดเหนือเนินอกและแบบอยู่ใต้อก... ในเมื่อสตรีชาวไอยคุปต์ใส่ชุดในแบบเดียวกัน ดังนั้นความยาวของเครื่องแต่งกายและความหรูหราของเครื่องประดับจึงเป็นเสมือนเครื่องบ่งบอกถึงสถานะทางสังคมของพวกเธอ

 

 
Sheath dress แบบมีสายสะพายทั้งสองข้าง

จะเห็นว่าขอบด้านบนของชุดนั้นอยู่ใต้อกลงมา

 

ผู้หญิงที่มาจากครอบครัวชนชั้นสูงมักนิยมแต่งกายมิดชิดโดยสวมกระโปรงยาวจรดข้อเท้า สวมทับด้วยแผงประดับคอ และอาจเสริมด้วยผ้าคลุมไหล่อีกชั้น...

 

 

ผู้หญิงชาวบ้านจะใส่กระโปรงแบบเรียบ ๆ ยาวเลยครึ่งแข้งมาหน่อย

 

ส่วนหญิงชาวบ้านมักจะสวมกระโปรงสั้นขึ้นมาอีกหน่อยไม่มีการประดับประดาอะไรมากนัก ในขณะที่สตรีที่เป็นเพียงหญิงรับใช้ และทาสอาจมีเพียงผ้าผืนเล็ก ๆ ชิ้นเดียวลักษณะคล้ายกางเกงในปกปิดร่างกาย...

 

 

 
ในภาพนี้จะเห็นหญิงรับใช้ทั้งสองคน นอกจากเครื่องประดับผมและสร้อยคอแล้ว บนร่างกายของพวกเธอมีเพียงผ้าชิ้นเล็กปกปิดร่างกายส่วนล่างเท่านั้น ผิดจากนายหญิงของพวกเธอที่แต่งกายอย่างมิดชิด

 

ต่อมาในยุคอาณาจักรใหม่จึงมีชุดกระโปรงจับพลีทรอบตัวให้เห็นมากขึ้น และมีการสวมชุดทูนิคเพิ่มเข้ามา ส่วนสีสันของชุดที่เคยมีแต่สีขาวหรือสีธรรมชาติของผ้าลินินก็เริ่มมีสีโทนพาสเทลเข้ามาเสริม รวมทั้งมีการประดับตกแต่งด้วยลูกปัดและขนนก...

 
ราชินีเนเฟอร์ตารี และเทพีไอซิส จากสุสานเนเฟอร์ตารี (QV 66)


  
ชุดสตรีในรูปสลักจับพลีทในแนวตั้งด้านหน้า

ส่วนด้านหลังจะเป็นรูปตัววี

 

          สำหรับเด็ก ๆ ชาวอียิปต์โบราณ พวกเขาจะไม่สวมอะไรเลยจนกว่าจะอายุถึง 6 ขวบ แต่สำหรับเด็กที่มาจากครอบครัวที่ค่อนข้างมีฐานะมักจะนิยมใส่เครื่องประดับอย่างเช่นกำไลข้อมือและข้อเท้า เครื่องประดับผม และแผงประดับคอ แต่สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นสำหรับเด็ก ๆ ในยุคฟาโรห์คือทรงผมของพวกเขาที่มีชื่อเรียกเฉพาะว่า Sidelock of Youth โดยเด็กส่วนใหญ่จะนิยมโกนศีรษะ และเหลือผมเอาไว้เพียงด้านข้างกระจุกเดียวแล้วถักเป็นเปีย ถ้าให้ฉันเปรียบเทียบก็คงคล้าย ๆ กับเด็กไทยที่ไว้โก๊ะนั่นแหละค่ะ...

 

 
เด็กชายในรูปคือเจ้าชาย
Khaemwaset โอรสของ Ramses III

ในผมทรง Sidelock of Youth สวมแผงประดับคอและกำไล

รวมถึงชุดที่สวมใส่ทำจาก Royal linen ที่โปร่งบางเป็นพิเศษ

สำหรับบุคคลในราชวงศ์ 

 
 

รูปปั้นครอบครัวคนแคระเซเนบจากยุคอาณาจักรเก่า

จะเห็นได้ชัดเลยค่ะว่าเด็กชายหญิงทั้งคู่ที่ยืนอยู่ด้านหน้ายังไม่สวมเสื้อผ้า
โดยเด็กชายไว้ผมทรง
Sidelock of Youth

 

โดยทั่วไปแล้วชาวอียิปต์โบราณมักนิยมเดินเท้าเปล่า แต่ก็มีการสวมรองเท้าบ้างในโอกาสพิเศษอย่างเช่นในงานพิธีสำคัญ หรือเวลามีอาการบาดเจ็บที่เท้า โดยทั้งหญิงและชายจะสวมรองเท้าแตะเหมือนกัน จะต่างก็ตรงวัสดุที่ใช้ทำรองเท้า... ถึงพวกเขาจะมองว่ารองเท้าเป็นของสิ้นเปลือง แต่การสวมรองเท้าก็กลายเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความร่ำรวยและอำนาจ ต่างจากคนยุคปัจจุบันอย่างเราที่หากลองออกจากบ้านโดยไม่สวมรองเท้าคงจะถูกมองด้วยสายตาแปลก ๆ แน่นอนค่ะ...

 

ฟาโรห์มักจะสวมฉลองพระบาททำจากหนัง และยังมีที่ทำจากทองคำด้วย... (อันนี้ฉันแอบคิดเองว่าถึงรองเท้าที่ทำจากทองคำจะดูหรูหรา แสดงให้เห็นทั้งอำนาจและความมั่งคั่งตรงตามคอนเซปต์เป๊ะ... แต่บรรดาเหล่าฟาโรห์ทั้งหลายไม่น่าจะชอบสวมรองเท้าทองคำกันสักเท่าไหร่ เพราะคงจะแข็งและขืนใส่นาน ๆ คงทำให้เจ็บเท้าน่าดู...)

 

     

(ซ้าย) รองเท้าแตะหนังสลักรูปเฉลยศึกจากต่างแดน
(ขวา) รองเท้าแตะทองคำ... รองเท้าทั้งสองคู่นี้เป็นของยุวฟาโรห์ตุตันคาเมน

 

สำหรับพวกขุนนางและผู้มีอันจะกินทั้งหลายแล้ว รองเท้าหนังถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด... ในขณะที่ชาวบ้านมักจะสวมรองเท้าที่ถักจากต้นปาปิรัสและต้นปาล์ม... แต่สำหรับนักบวชนั้น รองเท้าที่ทำจากหนังถือเป็นสิ่งต้องห้ามเพราะถูกมองว่าไม่บริสุทธิ์เช่นเดียวกับผ้าที่ทอจากขนสัตว์ พวกท่านจึงสวมรองเท้าถักจากปาปิรัส...

 

 
รองเท้าแตะทำจากปาปิรัส

 

แม้ว่าการแต่งกายของชาวอียิปต์โบราณจะไม่ได้มีวิวัฒนาการไปมากนักในตลอดช่วงเวลาอันยาวนานกว่า 3,000 ปีในยุคฟาโรห์ จนพวกเราคิดกันว่าเสื้อผ้าเหล่านี้ได้สูญหายไปกับกาลเวลาแล้ว แต่หากลองสังเกตดูดี ๆ จะเห็นว่าชุดของสตรีชาวไอยคุปต์ไม่ได้หายไปไหนเลยเพียงแต่ถูกนำมาประยุกต์ให้เข้ากับความต้องการในปัจจุบัน... เหล่าดีไซเนอร์จากห้องเสื้อชื่อดังระดับโลกยังคงออกแบบชุดที่มีต้นแบบมาจากอียิปต์โบราณให้ออกมาเฉิดฉายอยู่บนแคทวอล์ค หรือแม้แต่ดาราสาวฮอลลีวูดทั้งหลายก็ยังคงสวมใส่เสื้อผ้าที่มีต้นแบบย้อนไปถึงกว่า 5,000 ปีก่อนได้อย่างกลมกลืนค่ะ...

 

 
  

 

 

 

 

ข้อมูลอ้างอิง

 

http://www.purelinen.com.au/Linen-Facts/default.shtml 

http://bloodyagent.tumblr.com/post/5606095490/ancient-egyptians-cutting-down-the-flax-plant-to   

http://en.wikipedia.org/wiki/Linen

http://www.historyforkids.org/learn/clothing/linen.htm 

http://belovedlinens.net/fabrics/history-linen.html 

http://www.gutenberg.org/files/25731/25731-h/25731-h.htm 

http://laceedgejournal.blogspot.com/2010/07/wed-07072010-metropolitan-2.html

http://www.metmuseum.org/toah/works-of-art/36.3.56,.54,.111
http://www.die-leinenweber.de/linen-cultural-history-en_10.html

http://zensuz.exteen.com/20110914/entry

http://www.ancient-egypt-online.com/ancient-egypt-fashion.html

http://www.about-ancient-egypt.com/ancient-egyptian-clothing.html

http://www.amarna.co.uk/ay.php

http://egyptianoccupations.yolasite.com/priesthood.php 

http://www.fabrics-store.com/blog/2010/04/15/linen-the-heart-of-fashion-in-ancient-egypt/

http://www.dragonstrike.com/egypt/cloth.htm 

http://www.eternalegypt.org/EternalEgyptWebsiteWeb/HomeServlet?ee_website_action_key=action.display.topic.details&language_id=1&trait_item_id=10000224

http://en.wikipedia.org/wiki/Ancient_Egyptian_fashion

http://quizlet.com/6749197/ancient-egyptian-art-flash-cards/

http://dianabuja.wordpress.com/category/nile-valley/

http://www.4to40.com/history/index.asp?p=The_Egyptians_-_A_History_of_Costumes&k=Old_Kingdom

http://www.reshafim.org.il/ad/egypt/timelines/topics/clothing.htm

http://witcombe.sbc.edu/menkaure/menkauredescription.html 

http://www.womenintheancientworld.com/women's%20clothing.htm

http://www.historylink101.net/egypt_1/a-pesants_slaves.htm 

http://www.xtimeline.com/evt/view.aspx?id=39685

http://www.cwu.edu/~robinsos/ppages/resources/Costume_History/egypt.htm

http://www.ancientegyptonline.co.uk/clothing.html 

http://interrobangsanon.wordpress.com/2010/05/31/roundtable-fashion-timeline-2-ancient-egyptian-clothing/

http://www.womenintheancientworld.com/women's%20clothing.htm

 http://www.ancient-egypt-history.com/2011/04/picture-senebs-family.html

http://www.touregypt.net/featurestories/kidsguideegypt2.htm 

http://abrownchanginglives.com/2010/10/child-care-in-ancient-egypt/ 

http://www.egyptartsite.com/royal.html 

http://heritage-key.com/category/tags/sandals 

http://www.historyonthenet.com/Egyptians/clothing.htm 

http://aprilmarin.com/blog/wp-content/uploads/2010/04/warriorfashiontrend.jpg 

http://www.outerinner.com/blog/2011/09/14/sheath-dresses-are-one-90s-fashion-we-still-love/   

___________________________________________________________________

 

สวัสดีค่ะ ^ ^

 

เล่าเกี่ยวกับฟาโรห์และพีระมิดมาหลายตอนเลยขอเปลี่ยนบรรยากาศกลับมาเข้าเรื่องสวย ๆ งาม ๆ กันอีกครั้ง... เช่นเคยค่ะถ้าใครมีข้อมูลเพิ่มเติมอยากเสนอแนะ แลกเปลี่ยนความรู้หรือหากพบข้อผิดพลาดก็แนะนำกันเข้ามาได้เลยนะคะ... ยินดีรับคำแนะนำเสมอ

 

ไม่ลืมขอบคุณ คุณ Detectiveoat13 และ  http://www.iyakoop.pantown.com/

ที่ให้ข้อมูลสนับสนุนและคำปรึกษามาโดยตลอด


ด้วยรัก 

Red Berry

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

54 ความคิดเห็น

×