CONTRARY #contraryjhope

ตอนที่ 4 : BECKONING CAT (#HOPEV)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 249
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    18 ก.ย. 62

04
Beckoning Cat
(ยากจน) 


author : Keawnamj




_____________________________________________________________________


เมี้ยว

สิ่งมีชีวิตตัวขนเอียงหัวอ้อล้อถูไถไปกับฝ่ามือนุ่ม คลอเคลียเพลิดเพลินจนลงไปคลุกเคล้ากับฝุ่นสกปรกบนพื้นปูนขรุขระ น้ำเสียงเปล่งร้องบ่งบอกถึงสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง สายตาหวานมองดูเจ้าแมวเต็มวัยอย่างนึกเอ็นดูพลางเผลอใช้นิ้วมือเรียวจิ้มท้องหยอกเหย้ากระเซ้าแหย่ด้วยความรู้สึกมันเขี้ยว

ควับ

ร้ายนะเรา

ปากบ่นอุบอิบขณะกุมมือที่เพิ่งเฉี่ยวท่าลงโทษของแมวเหมียวตัวอ้วนไว้กลางอก จ้องลูกตาใสเขม่นราวกับตำหนิที่มันโจมตีใส่เขา มุมปากยกขึ้นเฉียงข้างหนึ่งเป็นสัญญาณส่งสื่อสารให้ว่ากำลังไม่พอใจเจ้าสัตว์หน้าขนอย่างรุนแรง

ว่างงานจนต้องไปทะเลาะกับแมวซะแล้ว

น้ำเสียงนุ่มดังมาจากทางด้านหลัง คนทะเลาะกับแมวที่ว่าหยัดตัวขึ้นยืนหันไปกอดอกเถียง ส้มส้มของพี่นั่นแหละที่ไม่เป็นมิตรกับผมก่อน จิ้มนิดจิ้มหน่อยก็กางเล็บตะปบกันแล้ว รู้ตัวบ้างหรือเปล่าว่าพุงที่หวงแหนอยู่นั่นเป็นผลงานอาหารแมวเกรดเอบวก-บวก-บวก ที่ไอ้เจ้าทาสคนนี้วิ่งโร่ไปซื้อให้ทุกวัน

ประโยคหน้าก็เหมือนพูดกับเจ้าของแมวเหมียว แต่ประโยคหลังกลับคลับคล้ายคลับคลาเน้นหนักตัดพ้อเจ้าสิ่งมีชีวิตอวบอ้วนนั่นแทน

เงินก็เงินฉันไหม อีกอย่างอาหารที่ซื้อตุนไว้ก่อนหน้าก็แทบจะกินไม่หมดอยู่แล้ว

โหยเจ้าตัวคนเด็กกว่าลากเสียงใส่อารมณ์ ส้มส้มชอบอาหารเปียกมากกว่า พี่ไม่รู้หรือไง

เอาไปเลี้ยงเลยไหมล่ะ ? ฉันยกให้แก พร้อมสินสอดทองหมั้นสิบล้าน

แพง !”

ก็เอาให้คุ้มกับที่ขุนมันจนอ้วนขนาดนี้เจ้าของส้มส้มเดินไปอุ้มเจ้าตัวที่กำลังเป็นท็อปปิคขึ้นแนบอกโดยไม่สนใจฝุ่นสกปรกที่ติดตามขนสีสวย ใบหน้าหล่อเหลาหันมองรุ่นน้องที่ปั้นหน้าตาไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นัก ไม่ต้องมาทำปากบูดเบี้ยวใส่ฉัน บอกธุระของคนว่างงานแบบแกให้ชื่นใจสักข้อนึงซิ

จากปากบูดเบี้ยวก็หุบลงราวกับใบร่มตอนชักเก็บ รุ่นน้องคนสนิทเหล่ตามองเสข้างพิรุธ ก็แค่ผ่านมา เห็นเป็นร้านคนคุ้นเคยเลยว่าจะมาดูถ้วยชามสวย ๆ ของพี่

ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวกันกับเมื่อวันก่อน

ก็แหม

วันเมื่อวานซืนก็ด้วย

ก็นะ..”

สามวันก่อนก็ใช่

หะ ๆ …”

ไอ้วี

น้ำเสียงเน้นเอ่ยชื่อจนต้องสะดุ้ง เจ้าตัวทำเพียงอำพรางหัวเราะแห้งใส่

เลิกหัวดื้อแล้วไปสมัครงานบริษัทดีๆ สักที่เถอะ ลำพังค่าใช้จ่ายต่อวันก็เฉียดวิกฤตอยู่รอมร่อ แม่แกตอนนี้ก็เริ่มมีอายุมากแล้ว ทำงานคนเดียวไม่มีทางไหวหรอก เศรษฐกิจก็ใช่ว่าจะดีแบบนี้ตลอดไป อย่าว่าแช่งกันเลยนะ เกิดแม่แกเจ็บออด ๆ แอด ๆ ขึ้นมาจะทำยังไง ไปโรงพยาบาลทีก็ว่าจะไปแค่ครั้งเดียว

คนอายุน้อยกว่าหน้าสลด

เฮ้อ—“ คนหนุ่มถอนหายใจ อยากจะเข้ามาดูก็มา ชอบเครื่องลายครามไปก็เท่านั้น ฉันไม่ใจดีจ้างแกเป็นลูกมือให้เสียตังค์เล่นหรอกนะ

ชั่ววินาทีที่อีกฝ่ายอนุญาต ดวงตาคู่สวยก็ฉายแววดีใจจนสังเกตเห็น คนต่อว่าเหนื่อยจะสั่งสอนเด็กหัวดื้อ ยุติชั่วโมงอบรมไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะอุ้มแมวสีส้มตัวอ้วนในอกก้าวเข้าไปในร้านตัวเองตามหลังรุ่นน้อง

 เครื่องปรับอากาศทำงานขะมักขเม้น อุณหภูมิเย็นสัมผัสปลายผิวจนเกือบขนลุก ดวงตาคู่สวยกวาดมองชั้นเครื่องโถโอชามเคลือบลายสีสัน ใบหน้าตื่นตาแม้จะเห็นซ้ำเหมือนเดิมเป็นครั้งที่สามหรือสี่ นิ้วมือจับต้องพลิกจอกสีขาวสะอาดขึ้นยิ้มกรุ่ม สัมผัสเรียบลื่นสร้างความสบายอกสบายใจให้กับวีอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว

ได้ยินว่าพ่อแกก็ทำเครื่องปั้นเจ้าของร้านวางนายเหนือหัวลงพื้นเบามือ เว้นจังหวะปรายตาเหลือบมองรุ่นน้องสายรหัสที่จบมาจากมหาวิทยาลัยเดียวกัน คงจะคิดถึงล่ะสิ

กึก

นิ้วเรียวหยุดชะงัก แต่เพียงชั่ววินาทีก็พลันคว้ารูปปั้นเล็กขึ้นแทรกบท ขนาดพี่ยังต้องใช้แมวกวักเรียกลูกค้าเลยเหรอ

อ้อ อยู่ตรงนั้นเองสินะ

คนโตกว่าคว้าของในมืออีกฝ่ายมาไว้กับตัว เพื่อนซื้อมาฝากจากญี่ปุ่น ก่อนหน้าเคยบ้าเครื่องรางอยู่พักหนึ่ง ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าไง ฉันก็ไม่ได้เชื่ออะไรมากมายนักหรอกนะ แต่สำหรับคนค้าคนขาย มีของเสริมดวงไว้สักอย่างสองอย่างก็ไม่แปลก อุ่นใจน่ะรู้จักหรือเปล่า

ก็ยังไม่ได้ว่าอะไรวียักไหล่พลางเพ่งมองเครื่องรางแมวปั้นในมือรุ่นพี่คนสนิท หางนี่กุดอยู่แล้วเหรอ ?”

เจแปนนีสบ๊อบเทล

รุ่นน้องเอียงคอมองเมื่อได้ยินคำไม่คุ้นหู

เป็นพันธุ์ของแมวกวักนี้แหละ เขามีเรื่องเล่ากันแต่ฉันก็จำไม่ค่อยได้เท่าไหร่ ประมาณว่าแมวหางยาวมันไม่ดีมั้ง

“‘งั้นส้มส้มของพี่ก็เป็นแมวไม่ดีล่ะสิ

ผลัวะ

ฝ่ามือประทับที่บ่าจนเกิดเสียงดังลั่นร้าน วีซี๊ดปากลูบคลำบริเวณที่เริ่มเป็นรอยแดงใต้ร่มผ้า นัยน์ตามองสายรหัสเขม่น ล้อเล่นหน่อยเดียว

อย่ามาว่านายเหนือหัวของร้านนี้ ถึงมันจะอ้วนพุงพลุ้ยหรือขนบนหัวล้าน ส้มส้มก็ยังเป็นแมวแสนจะโชคดีของฉันอยู่ดีคนอายุมากเท้าสะเอวฟึดฟัด อีกอย่างนะที่เขาเชื่อกันว่าเป็นแมวผีก็ไม่ได้มีแค่หางเดียวสักหน่อย

แล้วมีกี่หาง เก้าปะ เหมือนจิ้งจอ—“

ยังไม่ทันจบประโยค เสียงกรุ๊งกริ๊งก็ส่งสัญญาณเรียกให้เจ้าของร้านรีบหันไปสนใจ ลูกค้าชายหญิงคู่หนึ่งควงกันเข้ามาหน้าตาแช่มชื่น วีจำต้องหลบทางไม่เอาตนเองเป็นตัวเกะกะ แต่ดูจากสายตาพี่รหัสแล้ว คำว่าเกะกะคงตีประทับอยู่ตรงหน้าผากของเขาชัดเจนเด่นสง่าอยู่แน่  

การแวะมาดูกิจการคนรู้จักก็คงต้องถอยกลับแต่เพียงเท่านี้ วีก้มศีรษะเล็กน้อยเชิงบอกลา หน้าตาเจ้าของแมวเหมียวตัวอ้วนดีใจออกนอกหน้าจนเขาเองอยากกระทุ้งศอกใส่ท้องกล้ามเนื้อแน่นนั่นสักครั้ง

 

[อยู่ร้านเจ้าจินอีกแล้วหรือเรา]

 

วีเกาเส้นผมจนฟูฟ่องแก้ขัดแม้อีกฝ่ายปลายสายจะไม่เห็นท่าทางนี้ก็ตาม ก็แวะไปคุยแก้เบื่อ

 

[ถ้าเบื่อนักก็ไปสัมภาษณ์งานสักที่หน่อยดีไหม]

 

แม่คร้าบวีลากเสียงยานคางเย้าแหย่ วีก็ว่าเราคุยกันดีแล้วน้า เหตุผลที่ยังไม่หางานไม่ใช่ว่าอยากทำตัวขี้เกียจสักหน่อย แต่ตอนนี้ยังไม่เห็นสายงานหรือตำแหน่งที่อยากจะทำเลย ขออีกแป๊บนึง สามเดือน อ่า... สองเดือนก็ได้

 

[….]

 

โอเค เดือนเดียว... นะครับ เราคุยกันแล้วนี่นา

 

[แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย]

 

เสียงหัวเราะปลายสายดังแผ่วตามระดับที่ปรับจากปุ่มโทรศัพท์มือถือ วียิ้มเบาใจไปเปลาะหนึ่ง สองขาก้าวเดินตามแนวเส้นแผ่นกระเบื้องช้าๆ ราวกับเด็กที่ชอบเล่นในโลกส่วนตัว

 

[หรือลูกกำลังคิดถึงพ่ออยู่ใช่ไหม]

 

สองเท้าหยุดนิ่ง

 

[... ขอโทษนะ]

 

แม่จะกลับมาตอนไหนเหรอครับ ให้ผมไปรอหน้าบริษัทไหม ปกติแล้วเจ้านายของแม่คงไม่กักให้พนักงานทำงานล่วงเวลาอยู่แล้วสินะ งั้นวีจะไปรออยู่ตรงป้ายรถเมล์ใกล้ ๆ นะครับ วันนี้จะได้กลับพร้อมกัน

 

[ตัดสินใจเองขนาดนั้นแม่คงเลือกอย่างอื่นได้หรอก รออยู่ตรงนั้นแหละ อย่าเถลไถลนักล่ะ]

 

วีไม่ใช่เด็กสิบห้าสิบหกสักหน่อย

 

เจ้าของมือถือกดตัดสาย วียกข้อมือสีน้ำผึ้งที่ผูกนาฬิกาเรือนเล็กล้อมรอบขึ้นคำนวณเวลาเดินทาง สองขาก้าวออกจากจุดเดิม เก็บโทรศัพท์เครื่องสีดำไว้ในกระเป๋ากางเกง ดวงตามองไปข้างหน้าแต่ก็เหมือนภาพที่เข้ามาในหัวไม่ใช่ความจริงที่ปรากฏฉายในม่านแก้วใสอยู่เลย

 

เขารู้ตัวว่าตัวเองกำลังมีปัญหา

 

อาจเป็นผลพวงมาจากครอบครัวที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้า หรือปัจจัยสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่สร้างสมเป็นกำแพงปิดกั้นเส้นทางในอนาคตที่เด็กหนุ่มควรจะเดินไปต่อ การสร้างความเดือดร้อนโดยการประวิงเวลาไปวัน ๆ ก็เป็นทางเลือกสำหรับเด็กมีปัญหาอย่างวี ภายใต้นิสัยที่ไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลัง ไม่ได้ทำให้เด็กหนุ่มตงิดใจถึงอนาคตที่กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลง

 

เขาว่ากันว่า ในชีวิตความเป็นจริงไม่มีสัญญาณเตือนถึงการสูญเสียเช่นในละคร

 

อากาศร้อนอบอ้าวในช่วงเดือนสิงหาคมกำลังปกคลุมประเทศที่ตั้งใกล้เส้นศูนย์สูตร ไม่มีเม็ดหยาดฝนตกลงให้เหน็บหนาว แต่ฝ่ามือของชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าราวกับถูกห่าฝนซัดจนเหน็บชา กระทั่งเพิ่งได้รู้จักว่าการหยุดหายใจเสมือนตายทั้งเป็นมันรู้สึกอย่างไร รอบข้างส่งเสียงกรีดร้องดังเซ็งแซ่ตวัดฉัดเฉือนแก้วหูจนรู้สึกเจ็บแปลบ วิธีกะพริบตากลับกลายเป็นสิ่งยากลำบากชั่วขณะ ก้อนเนื้อในอกกระตุกเกร็งเนิบนาบ จังหวะช้าเสียจนคิดว่ามันกำลังจะหยุดลง

“...”

แม้แต่การออกเสียงก็ดูติดขัดเหมือนมีอะไรอุดตันอยู่ในลำคอ

 

ทั้ง ๆ ที่เมื่อไม่กี่นาทีก่อนคนที่นอนอยู่ตรงหน้าเขายังส่งเสียงมั่นคงเย้าแหย่ชวนหัวเราะ

 

วีก้าวขาเดินผ่านเศษเนื้อชิ้นเล็กไปจนถึงที่ยังคงเป็นอวัยวะให้รู้ว่าคือส่วนใดของร่างมนุษย์ ของเหลวสีแดงเข้มนองบนพื้นถนนยางมะตอยจนดูราวกับจะกลืนเป็นสีเดียวกัน เด็กหนุ่มที่ยังคงสถานะว่างงานลำตัวสั่นเทิ้มแทบจะคงสมดุลให้ยืนไม่อยู่ ทางม้าลายย้อมเปรอะเปื้อนจนดูไม่จืด สัญญาณไฟจราจรรูปคนก้าวขาเพิ่งสลับเป็นสีแดงคล้ายตอกย้ำบนถนนที่ถูกละเลงซัดด้วยอุบัติเหตุชวนสยดสยอง วีไม่ได้สนใจกับสิ่งชวนอยากย้อนอาหารเมื่อตอนกลางวันทิ้ง เขาแม้ไม่สนใจป้ายทะเบียนรถบรรทุกคันใหญ่ที่เหยียบคันเร่งหนีความผิดหายไปทางฝั่งถนนอีกสายหนึ่ง

 

เพราะสายตาที่พร่าเบลอกำลังจดจ้องคนสำคัญที่นอนผิดรูปอยู่ตรงหน้า

 

“...”

พูดไม่ออก แม้ร้องไห้ก็ไม่มีเสียง น้ำตานองอาบผสมสีชาดของผู้เป็นแม่ ใบหน้าที่ยิ้มให้ก่อนออกจากบ้าน แก้มที่หอมฟอดใหญ่สม่ำเสมอหลังรั้งไม่ให้ไปทำงาน เส้นผมที่หวีให้ก่อนนอนชโลมไปด้วยของเหลวเหนียวหนืดชิดอกจนเลือดเปื้อนสีเสื้อผ้าน่าสยดสยอง

กอดร่างที่แน่นิ่งไว้แนบกายพลางเอื้อนเอ่ยอ้อนวอนแทบทุกจังหวะลมหายใจให้พาวิญญาณกลับมา

 

แต่ความตายก็ไม่หันกลับมามอง

 

 

 

บ้านเงียบลงไปถนัดตา

พิธีศพจัดขึ้นและจบไปอย่างเงียบ ๆ ตามฐานะปัจจุบันที่ชายหนุ่มกำลังเผชิญอยู่ เสื้อยืดสีดำเก่า ๆ กับกางนักศึกษาตัวสุดท้ายที่ยังไม่ทิ้งถูกใส่ซ้ำ ๆ บนตัวเขามาเป็นวันที่เท่าไหร่ของสัปดาห์แล้วก็นับไม่ถูกนัก เตียงห้าฟุตมีเจ้าของนอนแผ่อยู่ริมซ้ายที่ไม่มีอีกคนนอนเบียดริมขวา ดวงตาเหม่อลอยมองไฟนีออนที่ไม่ได้เปิด สร้างความมืดให้กับห้องแมนชั่นเล็ก ๆ ที่ราคาถูกตามคุณภาพ

หลังจากที่จิน รุ่นพี่คนสนิทเพิ่งผละกลับไปหลังจากมาเยี่ยมเยียนคนที่ดูเหมือนจะร่อแร่ วีก็คงอยู่สภาพนอนบนที่นอนเก่าเป็นกิจวัตรประจำวันที่ต้องทำไปแล้ว

นอกจากแม่ ชายหนุ่มก็ไม่เหลือใครในครอบครัว... อีก

 

เอ๊ะ... ?

 

ไม่สิ

 

 

พ่อ…”

ใบหน้าที่ชวนแสนคิดถึงผุดขึ้นมาจากในความทรงจำ ร่างกายยันตัวหยัดขึ้นคว้าโทรศัพท์มือถือเครื่องเดิมกดรัวรหัสตามด้วยตัวเลขเรียงเป็นเบอร์ทางไกลที่เคยยั้งไม่ให้เผลอติดต่อมาโดยตลอด

ตื๊ด

สิบปีที่ไม่ได้เห็นหน้า สิบปีที่ไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียง มีเพียงลายมือหวัด ๆ เขียนด้วยตัวอักษรจากแดนตะวันออกที่ส่งมาในวันเกิดสามสิบธันวาคมของทุกปีพร้อมกับไปรษณียบัตรอวยพรวันปีใหม่ตามธรรมเนียมวัฒนธรรมของฝั่งนั้น

ตื๊ด

วีถือสายรอฟังเสียงสัญญาณที่ดังยานคางเป็นจังหวะ

ด้วยผิวสีแทนที่ได้จากแม่ทำให้ไม่ค่อยมีใครคิดว่าตัวเขามีสองสัญชาติ แม่เป็นคนไทยแท้แต่งเข้าบ้านฝั่งพ่อที่เป็นคนญี่ปุ่น ตอนเด็กวีเคยถามว่าทั้งสองคนมาเจอกันได้ยังไง คำตอบพร้อมกับรอยยิ้มของทั้งคู่ยังตรึงตราอยู่ในความทรงจำไม่เลือนหาย เครื่องปั้นลายครามราวกับเป็นกามเทพแผลงศรให้คนตกหลุมรัก

แต่น่าเศร้าที่จุดเริ่มต้นกับจุดจบมีเชื้อไฟเป็นสิ่งเดียวกัน

ด้วยงานอดิเรกที่ดึงดันจะทำเป็นอาชีพของพ่อสร้างความไม่มั่นคงต่อการใช้ชีวิต เครื่องดินเผาที่ถูกเคลือบให้สวยมีต้นทุนมากแต่กำไรกลับน้อยเพราะนิสัยใจดีไม่เข้าเรื่อง จุดชนวนความไม่เข้าใจจนเกิดความสัมพันธ์ที่ไม่ลงรอย ด้วยวัฒนธรรมที่ต่างกัน ต่างคนต่างก็ยื่นเสียงตัวเองเข้าเถียงว่าควรจะเป็นแบบนี้ ทางนี้ หรือทำอย่างนั้น สุดท้ายปลายทางของชีวิตคู่ก็จบลงที่หย่าร้าง แม่หอบเขาหนีกลับประเทศไทยตั้งแต่เขาเพิ่งเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นเพียงไม่นาน

ครั้นจะเข้าใจก็เกือบจะเข้าใจ วีเก็บความอึดอัดไว้ส่วนลึกและแสร้งบอกมารดาว่าตัวเองว่าสบายดี โกหกหน้าตายว่าการอยู่กับแม่แค่สองคนก็ไม่เป็นไร ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ภาพครอบครัวแสนอบอุ่นพังทลายลงต่อหน้า เด็กหนุ่มวัยสิบห้าก็ยังฝืนยิ้มกอดแม่ตัวเองที่กำลังร้องไห้แทบขาดใจไม่แพ้กับเสียงเรียกร้องในอกของเขาเช่นเดียวกัน

ตื๊ด

 

จะพูดว่าอะไร ?

 

คำมากมายผุดขึ้นเต็มหัว การไม่ได้คุยกันมานานแรมปีทำให้ใจเต้นไม่เป็นส่ำ เสียงสัญญาณที่ยังไม่มีคนตอบรับยิ่งทำให้ผิวที่ชื้นเหงื่อจากความกังวลเปียกลื่นจนโทรศัพท์เกือบหลุดออกจากฝ่ามือ

แม่ไม่ได้ห้ามให้ติดต่อพ่อ แต่เป็นเขาเองที่ทำเพื่อความสบายใจของผู้หญิงที่เขาก็รัก มีเพียงจดหมายที่เขาส่งโต้ตอบกับบิดาในเฉพาะวันที่สำคัญเท่านั้นที่ยังทำให้วีรู้สึกว่าผู้ชายที่เขารักมากอีกคนอยู่ใกล้ราวปลายจมูก

แต่ก็น่าแปลกที่จดหมายในวันเกิดครบยี่สิบสี่ปีกลับไม่ส่งมา

เสียงสัญญาณรอสายสิ้นสุดลง วีกดปุ่มบนมือถืออีกครั้งซ้ำ ๆ อีกหลายรอบจนยอมแพ้

สายแรกในรอบเกือบสิบปีที่ล้มเหลวไม่เป็นท่า ชายหนุ่มคิดในแง่ดีว่าพ่อเขาอาจไม่ใช้เบอร์เดิมอีกแล้ว

ถ้าไปหาถึงที่...”

 

 

 

皆さま、…”  [ผู้โดยสารทุกท่าน...]

เสียงประกาศจากสนามบินด้วยภาษาที่ไม่คุ้นเคยทำให้วีต้องเงี่ยหูฟังสักครู่เพื่อปรับความเร็วให้คุ้นชิน มือกระชับกระเป๋าเป้ที่ใส่แต่ของจำเป็นและเสื้อผ้าเพียงไม่กี่ชุดเข้าหาตัว ดวงตาคู่สวยจ้องมองป้ายตัวอักษรที่เรียกกันว่า คันจิ

อาโอโมริ

อาโอ (青) ที่มาจากตัวอักษรสีน้ำเงิน และโมริ (森) จากตัวอักษรป่า

จังหวัดตามที่อยู่ของจดหมายวันคล้ายวันเกิดอายุครบยี่สิบสามปีฉบับล่าสุดที่ส่งมาเมื่อเกือบสองปีก่อนของพ่อ

รุ่นพี่คนสนิทชี้หน้าด่าเขาว่ากำลังเป็นบ้า ใช้เงินเก็บก้อนสุดท้ายของตัวเองบินข้ามน้ำข้ามทะเลไปหาคนที่ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน และนิสัยดื้อรั้นก็ไม่มีใครสามารถห้ามคนอย่างวีได้

อย่างน้อยก็ให้พ่อได้รู้ว่าแม่ไม่อยู่แล้ว..’

นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่ชายหนุ่มวัยเกือบยี่สิบห้าทิ้งท้ายใส่รุ่นพี่คนสนิท แม้จะมีเสียงก่นด่าแฝงแปลกใจตามหลังมาไม่ขาดช่วงก็เถอะ

อากาศยี่สิบห้าองศาของจังหวัดที่ตั้งอยู่เหนือสุด ณ เกาะฮนชูทำให้วีต้องกอดตัวเองเพื่อเพิ่มความอบอุ่น รถบัสที่กำลังเข้าเขตเมืองคุโรอิชิปรากฏบรรยากาศผ่านหน้าต่างใส ชายหนุ่มกำลังกังวลหากต้องใช้ชีวิตในประเทศที่ไม่ได้มาเหยียบเป็นกิจจะลักษณะเกือบสิบปี

อยู่ญี่ปุ่นในฐานะพลเมืองไม่ได้ถูกจำกัดจำนวนวันก็จริง

แต่มันก็ไม่ได้สบายขนาดนั้น

โดยเฉพาะกับเขาที่หน้าตาดูไม่เข้ากับสัญชาติอีกครึ่งหนึ่งในตัวแต่กลับพูดภาษาบ้านเขาได้แคล่วคล่อง

บางทีนิสัยหัวดื้อควรจะเลิกเป็นเหมือนที่พี่จินพร่ำบอกสักที...

 

เอ๊ะ... บ้านคุณนิชิมูระสินะ เดินขึ้นเขาไปอีกนิดก็เจอแล้วล่ะ

น้ำเสียงขุ่นเพราะอายุมากแล้วเอ่ยเป็นภาษาเจ้าถิ่น วีพยักหน้าเหนื่อยหอบ การเดินขึ้นเขามาก็หนักหนาพอแล้ว ที่แปลกใจกว่านั้นคือมีหมู่บ้านเล็ก ๆ ตั้งอาศัยกันจำนวนหนึ่ง ชายหนุ่มปาดเหงื่อที่ไล้ตามกรอบใบหน้าแม้อากาศจะเย็นในระดับที่เหมือนเปิดพัดลมเบอร์สาม แต่เสื้อก็เปียกชื้นเหงื่อจากการกระทำที่เดินขึ้นเดินลงไปมาเพราะหลงทางอยู่หลายชั่วโมง

แต่พักนี้ไม่เห็นคุณนิชิมูระเลย

เก็บตัวในบ้านตั้งแต่ปีก่อนคงไม่ใช่ว่าย้ายไปแล้วหรอกนะ

ย้ายเหรอ เป็นไปไม่ได้หรอก ฉันไม่เคยเห็นเขาไปไหนนอกจากตัวบ้าน อุดอู้อยู่แต่ในนั้น ข้าวปลาได้กินบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ อาจจะแห้งเป็นกระดูกไปแล้วก็ได้

กึก

เสียงภาษาต่างถิ่นพูดถึงนามสกุลของพ่อที่พอฟังแล้วกลับไม่อยากเข้าใจดังลอดผ่านใบหู สองเท้าที่ก้าวเดินตามทางที่ชาวบ้านบอกหยุดชะงักลง ดวงตาค้างเติ่ง เสียงหัวใจเริ่มเต้นระส่ำ

พูดอะไรแบบนั้น เขาได้ยินนะ

วีสูดหายใจเฮือกใหญ่ เดินสับขาอย่างไวให้พ้นเสียงคาดเดาการเป็นอยู่ของครอบครัวที่เหลือคนสุดท้าย

 

แล้วถ้าที่พวกเขาพูดเป็นความจริงล่ะ ?

 

ทางขึ้นเขาที่มีเพียงแต่เสียงลมสัมผัสใบไม้ กลับมีเสียงความคิดของคนต่างถิ่นดังก้องจนขาที่สับก้าวเดินค่อย ๆ ช้าลงจนหยุดค้างอีกครั้ง

 

ถ้าเกิดความเป็นจริงแล้วคือการที่เราเหลือตัวคนเดียว...

 

จริง ๆ เหรอ

 

ถ่อมาตั้งไกลเพื่อได้รู้ว่าสุดท้ายแล้วก็ตัวคนเดียวเนี่ยนะ

 

พระเจ้า

 

... โง่จริง

 

แค่คำบอกลา ก็ไม่ได้พูดเลยสักคำ

 

แรงดึงดูดของโลกฉุดรั้งให้เข่าทั้งสองจมลงติดลงกับพื้นดิน พลังที่เหลืออยู่กลับแห้งเหือดระเหิดไปจนหมด หัวใจปวดหนึบเจ็บเหมือนเข็มพันเล่มทิ่มแทงจนต้องยกมือขึ้นกดกุม ทุบไปมาพยายามข่มความเจ็บปวดจนเกิดเสียงแผ่วเป็นระยะ อาการปวดร้าวแทรกซึมคล้ายกับแก้วใสที่กำลังเริ่มปริแตก

 

 

แอ๊ด

ดวงตาสีเฮเซลมองลอดผ่านประตูไม้ของสิ่งก่อสร้างคล้ายศาลเจ้าทิ้งร้างหลังเล็ก ทอดนิ่งอยู่นานอย่างนึกสนใจ

 

 

 

อุ้งมือขนาดเกือบเท่าฝ่ามือเด็กสองขวบกดปุ่มเนื้อเข้าข้างแก้มนุ่มใครบางคน จมูกเล็กแต้มจุดดำกลมดมฟุดฟิดบริเวณซอกคอสีน้ำผึ้ง ลิ้นสากแตะสัมผัสที่ริมฝีปาก เลียจุดเดิมสองสามทีก่อนจะผละออกไป

หางสั้นที่ยาวไม่ถึงสิบเซนติเมตรปัดซ้ายขวาขยับเป็นจังหวะ

พรวด

ม๊าว

การแผดเสียงของสิ่งมีชีวิตตัวจ้อยยิ่งทำให้วีสะดุ้งตื่นเต็มตา เสียงจักจั่นเรไรร้องแผ่วปลายผ่านใบหู อากาศเย็นที่เพิ่งรู้สึกเกาะกุมจนต้องควานหาเสื้อกันหนาวเพียงตัวเดียวขึ้นมาสวมใส่ ดวงตามองผ่านหน้าต่างไม้เก่า ๆ ที่ปรากฏท้องฟ้ามืดสนิท พระจันทร์เสี้ยวผอมพยายามสาดแสงแข่งสู้

เผลอหลับไปเหรอ

คราบน้ำตาข้างแก้มยิ่งเป็นสัญญาณตอกย้ำให้วีรู้ถึงความเป็นจริง บ้านเงียบเชียบไม่มีกระทั่งแสงไฟส่องสว่างให้คลายกลัว ชายเจ้าของคงไม่ได้อยู่ที่นี่มานานจากการสังเกต ไฟฟ้าถูกตัด ฝุ่นในบ้านจับตัวหนาจนจามออกมาทุกครั้งที่กระพือให้มันปลิว

สิ่งที่แปลกที่สุดคือการที่เขาเข้ามาในตัวบ้านได้อย่างง่ายดาย ไม่มีวี่แววของแม่กุญแจหรือลูกกุญแจที่ต้องใช้เปิด

แต่กระนั้นวีทิ้งทุกอย่างที่กำลังคิดอยู่ลง หยัดตัวขึ้นยืนหมายจะทำความสะอาดห้องเล็ก ๆ นี้ก่อน จุดประสงค์ก็เพื่อซุกหัวนอน เช้าอีกวันคงค่อยคิดเรื่องในอนาคตที่ต้องตัดสินใจอีกเป็นกระบุง

 

แกรก

 

ระหว่างที่ใช้ผ้าขี้ริ้วถูพื้นลวก ๆ มือขวาก็ไปชนเข้ากับกล่องลังกระดาษใบเล็กจนคว่ำ ของข้างในเทลงออกมาตามแรงโน้มถ่วง วีเก็บมันใส่ที่เดิมแต่สายตาก็ไวเกินกว่ามือที่กระทำ

จดหมายจ่าหน้าชื่อของเขา ซึ่งลงวันที่ไว้ก่อนสามสิบธันวา หัวเรื่องคือลายมือหวัด ๆ ที่เขียนแสดงความยินดีอายุครบรอบยี่สิบสี่ปี

หมายความว่าไง ถ้าพ่อนั่งเขียนจดหมายให้เราที่นี่ก็แปลว่าครึ่งปีก่อนเขาก็ยังคงอยู่ที่นี่ใช่ไหม ไม่มีร่องรอยงัดแงะในบ้าน ไม่มีศพ นั้นมันอาจจะ...”

 

อาจจะยังมีชีวิตอยู่ก็ได้

 

วีเก็บการคาดเดาประโยคหลังไว้ในใจ มุมปากกลัดยิ้มฉุดไม่อยู่ แค่เพียงความเป็นไปได้หนึ่งเปอร์เซนต์ก็ทำให้เขารู้สึกเหมือนมีความหวังขึ้นอีกครั้ง

บางทีบิดาของตนอาจไปทำธุระด่วนในที่ไกล ๆ ในที่ที่ไม่สามารถติดต่อกันได้ และอีกไม่นานก็คงจะกลับมา

วีภาวนาให้เป็นอย่างนั้น อวยพรให้ความคิดของเขามันถูกสักครั้งหนึ่ง ให้การตั้งหลักปักฐานรอคอยคนในครอบครัวคนสุดท้ายที่นี่ไม่สูญเปล่า โดยไม่รู้เลยว่านั่นเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

เพราะตั้งแต่เข้ามาในจังหวัดอาโอโมริชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าปีก็ถูกสายตาคู่หนึ่งจับจองตรึงกักขังอยู่ที่ป่าสีน้ำเงินนี้ไปแล้วโดยไม่รู้ตัว

 

 

บรื้น

รถบัสปล่อยวีให้ลงป้าย การนั่งนิ่ง ๆ ยาวนานถึงครึ่งชั่วโมงทำให้หนุ่มผิวสีน้ำผึ้งเหยียดกายคลายความเมื่อยล้าอยู่เกือบนาที ใบหน้ายิ้มแป้นเมื่อนึกถึงธุระที่เพิ่งไปจัดการเสร็จ แม้เงินส่วนตัวจะถูกใช้ไปกับเที่ยวบินส่งตัวเองข้ามมาที่นี่ แต่วีก็ยังมีอีกก้อนหนึ่งที่แม่เก็บให้เขาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ราวกับมรดกชิ้นสุดท้ายที่ผู้หญิงที่เขารักที่สุดทิ้งให้ดูต่างหน้า

นั่งรถเข้าไปที่ศูนย์กลางของจังหวัดเพื่อจ่ายเงินค่าไฟที่ค้างชำระ ก่อนจะหางานพาร์ตไทม์ทำได้ในเวลาเดียวกัน

ร้านกาแฟเล็ก ๆ แต่กลับมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากเกินกว่าที่ตั้งประมาณไว้ อาจเพราะเป็นจุดแวะพักก่อนจะไปบริเวณท่องเที่ยวที่นิยม ภาษาสากลที่วีค่อนข้างจะพอถูไถรวมกับภาษาท้องถิ่นที่สามารถสื่อสารกับนายจ้างได้ อีกทั้งกำลังขาดคนทำให้เขาถูกจ้างไว้รับหน้าลูกค้าต่างชาติ

อ๊ะ ? แมวตัวเมื่อคืนนี่

วีสังเกตเห็นแมวขนสีขาวแต้มจุดสีดำกำลังนั่งอยู่ที่ตีนบันไดเล็ก ๆ เสมือนกำลังรอใครบางคน ก่อนจะเหยียดยืนสี่ขาเดินขึ้นนำห่างออกไป

คิดไปเองหรือเปล่าว่าเมื่อกี้มันมอง

พึมพำอยู่คนเดียวพลางก้าวขาขึ้นเขาที่ชันน้อยกว่าครั้งแรกที่หลงทาง

หางกุดที่มีสีเหลืองติดแกว่งซ้ายขวาดูน่ารัก วีมองเจ้าตัวขนเพลินจนไม่ได้สังเกตวิวระหว่างทาง รู้ตัวอีกทีก็เจอประตูหน้าบ้านที่กำลังจะทำความเคยชินอยู่ตรงหน้า อ้าว... ถึงแล้วเหรอ แปลกแฮะ จำได้ว่าน่าจะไกลกว่านี้

พูดกับตัวเองอย่างไม่ใส่ใจและพับความน่าสงสัยลงในส่วนลึก วันนี้ชายหนุ่มเหนื่อยมากแล้วแต่ในหัวก็ยังมีโปรแกรมที่ยังรอคอยอยู่ การทำความสะอาดบ้านทั้งหลังรีบทำเท่าไหร่ยิ่งดี เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงละก็นะ

 

ตู้อะไรน่าขนลุก

 

วีเช็ดคราบฝุ่นที่ติดออกรีบเร่ง ตู้ไม้สูงถึงอกเริ่มผุพังตามกาลเวลา กระทั่งแม่กุญแจที่ล็อกอยู่ด้านหน้าเด่นสง่าจนทำให้เกิดความรู้สึกหวาดหวั่นอยู่ลึก ๆ ชายหนุ่มรีบผละออกจากบริเวณตรงนั้นและตรงเข้าไปทำความสะอาดที่อื่นอย่างรวดเร็ว

เขาอยากนอนหลับพักผ่อนสักที

 

 

 

เจ็บปาก

 

หลายวันแล้วที่เขาเพิ่งรู้สึกตัวว่าตื่นเช้าขึ้นมาทีไรปากจะเป็นแผลเลือดซิบทุกครั้ง จำไม่ได้ว่าไปเผลอกัดตอนไหน กระทั่งคาดเดาว่าเป็นนิสัยใหม่ในระหว่างที่เขานอนอยู่ก็เป็นได้

เบิกล่วงหน้าไม่ได้เหรอครับ

วีหน้าสลดเมื่อผู้จัดการร้านสาวสวยส่ายหน้า ไม่ได้ เป็นกฎของที่นี่

แต่ผมเห็นว่าหัวหน้ายังให้เงินคุณนิชิดะเลยนี่ครับ

ปฏิกิริยาหยุดหายใจชั่วขณะทำให้วีเริ่มจับพิรุธ ผู้หญิงใบหน้ากลมเข้ารูป ผิวขาวตามฉบับคนตะวันออกกลอกตามองเสข้างจนอดไม่ได้ที่ชายหนุ่มจะย้ำถามอีกรอบ ไม่จริงเหรอครับ ?”

ลามปามนักนะ พวกลูกครึ่งนี่ชอบจับผิดชาวบ้านเขาหรือไง

ภาษาถิ่นอีกเสียงเน้นหนักทุกตัวอักษร ตั้งใจพูดเนิบนาบราวกับล้อเลียนความสามารถการฟังของสัญชาติอีกครึ่งหนึ่งของเขา วีถอนหายใจ ไม่ใช่ครั้งแรกที่เพื่อนร่วมงานกระแนะกระแหน ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาถูกกดความเป็นญี่ปุ่นแค่ครึ่งเดียวจากที่นี่

โดยเฉพาะจากคนชื่อนิชิดะ

ดูผิวเผินใครก็มองออกว่าเจ้าตัวกิ๊กกั๊กอยู่กับเจ้าของร้าน ไม่ว่าจะทำตัวแบบไหนผู้จัดการคนสวยก็ยอมโอนอ่อนไปเสียหมด นิชิดะเกี่ยวข้องกับกระเป๋าเงินของคุณหัวหน้าอยู่ไม่มากก็น้อย แถมนับวันยิ่งลามไปถึงเงินของกิจการร้านอีก หลายครั้งที่วีสังเกตเห็นและหยุดไว้ได้ แต่ก็อีกหลายครั้งที่รอดสายตาไปก็มี

แมงดา

พูดอะไร แกด่าฉันงั้นเหรอ !”

วีสบถออกเป็นคำไทยหลังจากที่ผู้จัดการร้านเดินออกไปจนลับตา นิชิดะถลึงตาใส่ ถ้าไม่ติดว่าอยู่ในที่ที่คนอื่นสังเกตง่ายเขาคงกระชากคอเสื้อพนักงานลูกครึ่งขึ้นหาเรื่องไปแล้ว

อยากรู้ก็ไปหาคำแปลเอง

เขาไม่ได้อยากสนใจกับเงินของร้านหรือเป็นห่วงกิจการร้านกาแฟเล็ก ๆ นี้เท่าไหร่หรอก แต่เรื่องที่มันไม่ยุติธรรมวีก็ไม่อยากก้มหน้ายอมรับไปเฉย ๆ เหมือนกัน ยิ่งต้องรอเงินเดือนออกกับสตางค์ในบัญชีก้อนสุดท้ายที่กำลังร่อยหรอสวนทางกันแล้ว อีกไม่นานเขาคงเดินมาทำงานแทนขึ้นรถบัสหรือไม่ก็กินข้าวแค่มื้อเดียวต่อวันแน่ ๆ

ก็คอยดู

นิชิดะตอกคำไว้ทิ้งท้าย ชายหนุ่มวัยเกือบยี่สิบห้าเดินหนีอย่างไม่สนใจ มือเรียวถอดเครื่องแบบออกเปลี่ยนกลับเพราะถึงเวลาเลิกงาน สองมือคว้ากระเป๋าเป้สะพายก้าวเดินออกจากร้านโดยไม่ลืมกล่าวลาตามวัฒนธรรมของที่นี่

“お先に失礼します”  [ขอตัวกลับก่อนนะครับ]

และเช่นเดิมที่ไม่มีเพื่อนร่วมงานตอบรับกลับมา

 

 

 

อาชา ?”

แมวสีขาวทำหน้าราวกับเหม็นเบื่อชื่อที่วีตั้งให้ แต่กระนั้นมันก็คอยมานั่งรอเขาเวลาเดิมเสมอ หูด้านในสีชมพูสุขภาพดีกับจมูกเล็กก็ยังคงสภาพเดิมให้อดชื่นชมไม่ได้ดังเช่นทุกวัน รถบัสเคลื่อนตัวไปไกลแล้ว อาชาก็เดินนำขึ้นเขาไปแล้วเหมือนกัน

รู้ไหมว่าชื่อแกภาษาไทยแปลว่าม้า

เจ้าตัวขนไม่แม้แต่จะเหลียวมอง ดังนั้นฉันต้องได้ขี่สิจริงมั้ย

การพูดทีเล่นทีจริงเรียกเสียงหัวเราะให้วีขำขันอยู่คนเดียวท่ามกลางป่าเขาที่เต็มไปด้วยต้มไม้สูง ท้องฟ้าที่เริ่มมืดเป็นตัวเร่งให้เขาก้าวขาเร็ว ๆ ก่อนจะมองอะไรตรงหน้าไม่เห็น

แต่ฉันให้แกขี่ก่อนได้นะอาชา

ขาสี่ข้างลอยละลิ่ว เนื้อขนสีขาวปะทะกับอกเล็กที่ถูกกระชับด้วยวงแขนแน่น แมวเหมียวมองมนุษย์นิ่งด้วยสีตาน้ำตาลอ่อนจาง แอบผิดนิสัยสัตว์หน้าขนทั่วไปเล็กน้อยที่อยู่ในอกคนแปลกหน้าแบบไม่พยศ

 

 

 

แกกินขนมปังได้หรือเปล่า

 

วียื่นของนุ่มนิ่มสีน้ำตาลไปจ่อตรงจมูกแมวหางกุด

มันดมอยู่เกือบสิบวินาทีก่อนจะใช้ปากงับไปหนึ่งคำ มุมปากของเขายกยิ้มเอ็นดู นิ้วมือบิดแบ่งครึ่งอาหารเย็นออกเป็นครึ่งสองอันขนาดพอกัน อาชาลอบมองมนุษย์ตรงหน้า ดวงตาสีเข้มจนเกือบดำเมื่อเข้าที่ร่มเชิดจ้องที่ใบหน้าหวานนิ่งราวกับถามคำถามบางอย่าง

แกก็ผอมซะขนาดนี้ กินไปเถอะไม่ต้องมอง

วีบอกปัด

รู้สึกเหมือนคนบ้าที่ตัวเองยังแทบเอาไปรอดแต่กลับยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือสัตว์หน้าขนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เผลอไผลไปดูแล เพราะรู้ตัวอีกทีก็เห็นเจ้าแมวตัวนี้ทุกเช้าที่ข้างศีรษะและทุกเย็นที่ลงจากรถโดยสารประจำทาง

 

ถ้าไม่มีอาชา วีคงรอคอยพ่อที่นี่ไม่ไหว

 

ระหว่างทางที่เวลากำลังดำเนินไปในแต่ละวันเขาต้องฝันร้ายซ้ำ ๆ จนไม่อาจหลีกเลี่ยง ในนั้นเขาร้องไห้น้ำตาปนกับเลือดแดงฉาน ภาพของแม่กับพ่อที่เดินจูงมือหายไปในความมืด แม้จะวิ่งเท่าไหร่ก็ยิ่งไกลเกินกว่าขาจะก้าวถึง สุดท้ายรอบตัวก็มีแต่ความมืดค่อย ๆ กลืนตัวเอง จากปลายนิ้ว แขน จนถึงหัวไหล่ คืบคลานจนถึงปลายจมูก หายใจติดขัดราวกับของจริง ก่อนความมืดจะกลืนร่างกายไปจนหมด วีก็ตื่นขึ้นมาเสียก่อนเสมอ

ตื่นขึ้นมาเหนื่อยหอบโดยเห็นอาชานอนเอาอุ้งมือถีบข้างแก้มของเขา

พอเห็นว่ามีใครสักคนอยู่ข้าง ๆ ตัวเขาในวัยเกือบยี่สิบห้าปีเต็มก็สงบลงจนสังเกตได้ชัด

แมวหางกุดนี่เป็นแมวโชคดีแบบที่เจ้าพี่คนนั้นบอกเลยสินะวีลูบหัวเจ้าสัตว์หน้าขนที่กำลังกินขนมปังไปพลาง เป็นแมวกวักของฉันสินะอาชา

 หางกุดส่ายซ้ายขวาเป็นจังหวะ

 

 

ตกกลางดึก แสงจันทร์ลับหายจนท้องฟ้าถูกความมืดมิดกลืนกินจนดำสนิท เสียงลมหยุดชะงักแผ่วลงจนจางหายไป อากาศบริเวณรอบจับตัวเย็นกว่าที่พยากรณ์อากาศคำนวณถึง แต้มสีเหลืองจางลงเมื่อขนสีดำแซมขึ้นจนดูเรียบเป็นสีเดียว หางกุดที่เคยสั้นยืดยาวออกแตกเป็นสองทาง อุ้งมือเหยียดยาวออกปรากฏนิ้วมือหนาเช่นมนุษย์เพศชายขยับกำแบไล่ความเมื่อล้า หูตั้งเปลี่ยนรูปร่างขดเก็บเป็นอวัยวะที่คุ้นชิน ขนสีขาวเปลี่ยนลักษณะงอกเส้นดำขึ้นที่ศีรษะยาวปรกหน้าผากมน จมูกเล็กเปลี่ยนเป็นโด่งขึ้นสัน ดวงตาสีเฮเซลจ้องมองบุคคลที่กำลังหลับใหลไม่ห่างไกล

หางสองพวงใหญ่สลับกันสะบัดขึ้นลงเย้าเป็นจังหวะ ฝ่ามือจับต้องที่ใบหน้าของชายหนุ่มอีกคนอย่างละเมิด นิ้วมือเกลี่ยไล้สัมผัสเบาลากจรดที่มุมปากสีชมพูที่มีรอยแผลจาง

ข้าไม่ใช่แมวกวักที่จะฉุดรั้งสิ่งดี ๆ มาให้เจ้าหรอก

อวัยวะนุ่มเดียวกันสัมผัสประกบอย่างจาบจ้วง ผู้ชายแปลกหน้าใช้ลิ้นดันง้างริมฝีปากให้เปิดออก ชอนไชกวาดน้ำหวานทั่วโพรงปาก หยอกเย้าระรัวให้คนใต้ร่างเผลอครางอื้ออึงโดยไม่ลืมดูดกลืนพลังจากร่างเนื้ออย่างหนำใจ ก่อนจะผละออกจับจูบที่กลีบบนขบเม้มจนเกิดเป็นรอยแดงปื้น กระทั่งกดฟันตีตรารอยแผลให้เลือดออกแบบที่ชอบทำติดนิสัย

เป็นเพียงแมวผีที่คอยกัดกินชีวิตเจ้าต่างหากล่ะ

กระซิบข้างใบหูพลางเหยียดยิ้มมุมปากอย่างได้ใจ จมอยู่ในวังวนของฝันร้ายที่ข้าให้เป็นของขวัญให้สนุกเถิด วี

 

 

 

ปวดหัว

 

หลายวันแล้วที่รู้สึกไม่สบายตัว วีคาดการณ์ว่าเพราะสภาพอากาศที่ยังไม่ชินทำให้ร่างกายเจ็บป่วย แต่เงินที่เหลืออยู่ก็มีไม่พอนักสำหรับไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจเช็ก ต้องจำใจอดทนดูแลตัวเองตามวิธีชาวบ้าน สองขายันตัวลุกจากฟูกเก่าที่คาดว่าเป็นของพ่อก่อนเหลือบมองอาชาที่ขดตัวขาวนอนหลับตาพริ้มชื่นมื่น

สบายจังนะแก

วีแขวะเจ้าตัวขนนิดหน่อยพลางเปลี่ยนเสื้อผ้าคว้ากระเป๋าเป้ออกจากบ้านอย่างทุลักทุเล

แสงแดดอ่อนสาดกระทบดวงตาจนพร่าไปเล็กน้อย พิษไข้กำลังเล่นงานอย่างสนุกสนาน แขนเล็กกระชับกระเป๋าพยายามทรงตัวให้มั่น ลากตัวเองลงจากเขาเพื่อมายืนรอป้ายหยุดรถประจำทางที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก เมื่อรถบัสมาถึงก็ก้าวขึ้นไปนั่งจับจองที่อย่างรวดเร็ว

 

หืม อาชา ?

 

วีขยี้ตาผ่านกระจกใสเมื่อเห็นแมวเหมียวตัวคุ้นเคย พอตาหายพร่าก็ถอนหายใจหัวเราะในลำคอ จะเป็นไปได้ไง คงมองผิดล่ะมั้ง

คนขับรถเดินเกียร์เครื่องยนต์เหล็กให้เคลื่อนตัวออกไป

เมี้ยว

แมวเหมียวส่งเสียงร้อง แสงแดดกระทบจนตกเงา สองเส้นสีดำไกวขึ้นลงระเริงเล่นไขว้ไปมา

 

 

 

เงินหายไปห้าหมื่นเยน

ฉันไม่ได้เอาไป

โจรที่ไหนมันจะบอกว่าเอาไปบ้าง หลักฐานก็เด่นหราตรงหน้าแล้ว โถ่เอ๊ย เลือดอีกครึ่งหนึ่งมันขี้ขโมยแรงใช้ได้เลยนะ

จะมากไปแล้วนะ !”

วีกำหมัดข่มอารมณ์โกรธ ดวงตาถมึงทึงใส่อีกฝ่ายอย่างขุ่นเคือง นายยืนเครื่องต่อจากฉัน คนที่น่าสงสัยก็คือนายไม่ใช่หรอนิชิดะ

ว้า ใครจะรู้ว่าคนอย่างแกอาจใส่ร้ายฉันก็ได้หน้าตาหยอกเย้ากวนอารมณ์ปลุกปั้นให้วีเริ่มมีน้ำโหมากขึ้น ฟันซี่ขาวกัดกรอดข่มยั้งไม่ให้พลั้งมือใช้ความรุนแรงใส่คนตรงหน้า

ฉันอยู่ที่นี่มาก่อนแก ทำงานมาก็ตั้งหลายปี จะมีเหตุผลอะไรที่ฉันต้องเสียเครดิตกับเรื่องพรรค์นี้ด้วย เอาสิ... ลองไปถามใคร ๆ ดูว่าฉันน่าสงสัยหรือเปล่า แต่บอกไว้ก่อนนะว่าคนที่น่าสงสัยที่สุดก็คือลูกครึ่งอย่างแกไงล่ะวี เหอะ มาทำงานไม่ถึงเดือนก็อดทนออกสันดานเก่าไม่ไหวแล้วล่ะสิท่า

ผลัวะ !

ทุกอย่างย่อมมีจุดอดทนขีดสุด ซึ่งตอนนี้ขีดจำกัดนั่นพังทลายไปหมดสิ้น วีเข้าตะลุมบอนซัดอีกฝ่ายหมัดสองหมัดใส่ใบหน้าคนถิ่นให้สมกับที่ถูกตราหน้าแบบผิดๆ พนักงานคนอื่นรีบวิ่งเข้ามาห้ามจับคนสองคนแยกกันแทบไม่หวาดไม่ไหว

 

สุดท้ายเรื่องก็จบลงที่วีโดนไล่ออก

 

ผู้จัดการไม่ฟังความจริงจากปากเขาเลยสักคำเดียว ตัดสินใจเลือกพนักงานเก่าแก่เอาไว้และเขี่ยลูกครึ่งแบบเขาทิ้ง กระทั่งคล้ายพระเจ้ารังสรรค์เส้นทางนิยายชีวิตน้ำเน่าเมื่อต้องวางเงินชดใช้ในส่วนที่หายไป มันมากจนแม้แต่เงินเดือนก็จ่ายไม่พอ และการควักเงินในบัญชีก้อนสุดท้ายก็คงเป็นทางออกที่ทำให้จบเรื่องไวที่สุด

เขาไม่เหลืออะไรอีกแล้ว

แม้แต่โทรศัพท์ก็ต้องยอมขายเพื่อนเอาเงินไปจ่ายให้ครบ

การเดินกลับบ้านครั้งแรกเป็นอะไรที่แย่ที่สุด ท้องฟ้าเริ่มมืดลงจนมองไม่เห็นทาง วีหยุดนิ่งอยู่กับที่ น้ำค้างลงจับอากาศ เยือกเย็นจนพลันนึกถึงในความฝันที่ถูกสีดำกลืนกิน แสงไฟริมทางสาดเงาของเขาให้ดำจนเข้มเป็นรูป ขาสั่นแทบทรงตัวไม่อยู่ แค่เพียงคิดว่าจะก้าวออกจากวงสว่างนี้เพื่อเคลื่อนตัวเข้าไปให้บรรยากาศสีดำห้อมล้อม น้ำสีใสก็คลอจนล้นทะลักออกตา อาบไล้ข้างแก้มด้วยความรู้สึกหวาดกลัว ตัวสั่นเทิ้มราวกับมีหิมะสีขาวร่วงโรย

 

ไม่ไหวแล้ว

 

เขาตะโกนกู่ร้องในใจ

 

เมี้ยว

อา... ชา

แมวสีขาวปรากฏขึ้นท่ามกลางเงาครึ้มสีดำในมโนภาพของวีก่อนที่ชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าจะล้มหมดสติลงกองกับพื้นปูนแข็งขรุขระ

 

 

ตึก

 

อาชา...”

 

กิ

 

ขะ... หนมปัง...”

 

“— มนุษย์อย่างเจ้านี่มัน

จังหวะการก้าวเดินเบาราวกับฝีเท้าแมว อาชาถอนหายใจเหล่มองมนุษย์ชายตัวเล็กกว่าที่เขาแบกอยู่บนหลัง เสียงละเมองึมงำหลายสิบประโยคทำให้เขาต้องสนใจเจ้าของริมฝีปากทรงสวย

ในความเป็นจริง มีใครที่พอตกอับแล้วห่วงแต่แมวกันบ้างปีศาจร่างหนุ่มกรอกเสียงขึ้นกลางอากาศ เจ้ามนุษย์ตัวจ้อย นิสัยช่างโง่เง่าเต่าตุ่น คิดอยากใช้วิธีพวกนั้นยั่วเย้าทำให้ข้าโอนอ่อนให้หรอกหรือ ไร้ปัญญาสิ้นดี ที่ข้าตามติดเช่นทุกวันก็เพื่อไม่ให้อาหารที่ข้าจับจ้องถูกใครแย่งไปก็เท่านั้น ทั้งหมดก็เพื่อตัวข้าเอง ปีศาจอย่างข้าก็เห็นแก่ตัวเป็นสันดานอยู่แล้ว ขนมปังหรือที่นอนนุ่ม ข้าเองไม่จำเป็นต้องร้องขอ

...

“... กระทั่งอ้อมกอดอบอุ่นจากมนุษย์อย่างเจ้า

“...”

ที่เจ้าทำ... มันไม่จำเป็นเลย ทุกอย่าง

อา... ชา

โดยเฉพาะชื่อที่เจ้าตั้งให้ วี...” น้ำเสียงปลายตัดพ้อแผ่วปนจางในอากาศ ดวงตาสีเฮเซลกะพริบเป็นจังหวะทอดมองแสงจันทร์เสี้ยวผอมที่ทอรัศมีอาบค่ำคืน

กี่ครั้งแล้วที่เดือนแขสว่างจัดและดับมิด

กี่ร้อยศตวรรษที่ไหลผ่านไม่หวนกลับ

หัวใจที่หยุดนิ่งสวนทางกับทุกสรรพสิ่งกำลังดึงดันกดฟันเฟืองที่ปิดตายขยับเคลื่อนให้หมุนวนอีกครั้ง

หมุนถอยหลังกลับไปยังจุดเริ่มต้น

 

 

ครืด

เสียงท้องร้องและความเจ็บหน่วง ๆ ที่บริเวณท้องด้านซ้ายเรียกสติให้วีตื่นจากภวังค์ความฝัน ดวงตาโตค่อย ๆ ง้างเปิดกะพริบจนภาพที่ฉายชัด เพดานไม้ที่คุ้นตาปรากฏให้ฉุกคิด สองมือเลื่อนกุมกดท้องบรรเทาให้คลายความปวดเพราะความหิว

กลับมาตอนไหนนะ

เขาคิด แขนที่เริ่มผอมอยู่แล้วยันพื้นให้ลำตัวลุกขึ้นนั่ง อากาศเย็นจับตัวกันจนผิวกายสัมผัสได้ หน้าต่างที่แง้มไว้หมิ่นเหม่ฉายท้องฟ้าสีมืดให้คาดเดาเวลา

กี่โมงแล้ว

วีพึมพำกับตัวเอง สายตามองกลับมาในห้องสี่เหลี่ยมเล็ก เห็นอาคันตุกะหน้าขนนอนอยู่ไม่ไกลก็นึกโล่งใจ ฉับพลันความหิวก็เสียดเข้าแทรก ใบหน้าหวานไม่สบอารมณ์ถนัดตา ขาสองข้างเดินไปหยิบขวดพลาสติกบรรจุน้ำไว้เหลือเพียงครึ่งจากกระเป๋า นิ้วเรียวบิดฝาให้เปิดออกก่อนกระดกเข้าปากดับกระหาย

วีราวกับกำลังอยู่ในสถานการณ์ล้มละลาย

ถ้าเขาเป็นตัวเอกในนิยายน้ำเน่าสักเรื่องก็คงมีคนรวยที่เป็นตัวเอกอีกคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ แต่ในชีวิตของวีเหตุการณ์แบบนั้นก็คงเกิดได้ยาก ในประเทศที่ไม่มีคนรู้จัก บ้านของพ่อที่เจ้าของก็ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน อีกความป้ำเป๋อไม่คิดหน้าคิดหลังตอนขายโทรศัพท์ไป เบอร์รุ่นพี่คนสนิทที่อาจจะกลับไปก้มหัวข้อร้องได้ก็จางหายไปกับเครื่องสื่อสารที่แปรเป็นเงินค่าชดเชยความผิดที่ไม่ได้ก่อ

โง่

เขาด่าตัวเองอยู่หลายครั้งที่เพิ่งมานึกความหวังสุดท้ายได้เมื่อชั่วครู่ จะวกกลับไปที่ร้านก็ไม่มีแรงเดินไปจนถึงที่นั่นแล้วด้วย

ใช่ เพราะเงินสักสตางค์เดียวก็ไม่มีติดตัว

หลังจากปาขวดน้ำให้พ้นตัวระบายความเขลาของตนเอง วีก็ล้มตัวลงนอนบนพื้นแข็งที่ไม่ค่อยสบายต่อหลังนัก เสียงท้องร้องยังคงดังต่อเนื่อง ขายาวงอคุดคู้ไล่อาการปวดหน่วงจากการถูกน้ำกรดกัดกระเพาะ

เขาไม่ควรดึงดันจะมาที่นี่

เหมือนอยู่กลางทะเลแล้วหวังเกาะขอนไม้ผุพังหมายให้ถึงฝั่งที่ยังไงเสียผลสุดท้ายก็จมลงไปพร้อมกับความโดดเดี่ยว

ครืด

หิวข้าวจัง

วีโอดครวญ ดวงตาร้อนผ่าวยังไม่หายจากอาการไข้ดีปรายมองสัตว์ตัวขนอีกหนึ่งชีวิตที่นอนไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ชายหนุ่มกระเถิบตัวเองเข้าไปใกล้ นิ้วมือลูบละมุนบริเวณผิวขนที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีส้มผสมจุดเล็ก ๆ สีดำ อาชากระดิกใบหูหนึ่งทีตามสัญชาตญาณ มันหันมาปรือมองด้วยสีตาน้ำตาลเข้มก่อนจะหันกลับไปฟุบซุกที่ขาหน้าตัวเองอย่างไม่สนใจ

แกทนหิวได้กี่วันน้ำเสียงเจือไปด้วยอารมณ์หมอง เขาว่ากันว่ามนุษย์มีกฎ 333 อยู่ ไม่มีอากาศหายใจได้สามนาที ขาดน้ำได้ 3 วัน และท้องว่างได้สามสัปดาห์ ฉันไม่รู้ว่ามันจะจริงหรือเปล่า บางทีตอนนี้อาจได้เวลาวิทยาศาสตร์กันแล้ว

...

อาชา... แล้วแมวอย่างแกทนได้กี่วันกัน... ขอโทษนะ ที่ฉันเป็นเจ้าของที่ไม่ได้เรื่อง กลายเป็นแมวเรียกโชคลาภที่ดวงซวยไปแล้วหรือเปล่านะ ฉันคงทำให้แกมนต์เสื่อมลงจริง ๆ ฮะฮะ...”

เสียงหัวเราะเค้นในลำคอเปล่งออกมาสวนทางกับอารมณ์ที่กำลังรู้สึกอยู่ วีถอนหายใจเบาๆ เลื่อนมือลูบท้องเจ้าเหมียวตัวขน อาชาหันขวับลุกหนีฝ่ามือที่กำลังคุกคาม แผดขู่ใส่ชายหนุ่มตาหวานไปหนึ่งครั้งก่อนจะวิ่งกระโดดออกทางหน้าต่างหายไปในความมืด

อาชา

วีเดินไปเกาะหน้าต่างเรียก แกคงรำคาญฉันสินะหนุ่มน้อยตัดพ้อ ขอบหน้าต่างที่กำลังเกาะเย็นราวกับน้ำแข็งจนต้องถอยมือออกมา จมูกรั้นสูดกลิ่นใบไม้ที่โชยต้องลม รู้สึกถึงกลิ่นฝนราวกับกำลังตั้งเค้า วีจับปลายหน้าต่างหมายหยิบเข้าหาตัวเพื่อปิดไล่ความหนาวแต่สายตาก็เหลือบไปเห็นแสงไฟที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่นี่ สมองซีกหนึ่งกำลังทบทวนความจำ หมู่บ้านเล็กๆ ที่ตนเคยถามทางแทรกเข้ามาในหัว ใจเต้นตึกตักกับความคิดหนึ่งที่ผุดขึ้น

สักครั้ง... ถ้าลองไปขอข้าวเขากิน จะดูน่าเกลียดไปหรือเปล่า

วีส่ายหัวไล่ความรู้สึกหน้าไม่อายออกไป อย่างน้อยก็ขอข้าวให้อาชากินก็ได้

คิดได้ดังนั้น สองเท้าก็ก้าวออกจากประตูบ้าน แขนผอมกอดตัวเองทันทีหลังสัมผัสถึงความเยือกเย็นที่ผิดจากที่คาดการณ์ไว้ ราวกับอยู่ในช่วงฤดูหนาวที่มีห่าปุยนุ่มสีบริสุทธิ์ตกสาดซัดใส่ วีกระชับเสื้อตัวหนาแน่น เดินลงเข่าฝ่าความมืดอย่างระมัดระวัง

บ้านคนอยู่ไม่ไกล

อ๊ะ คุณยายเมื่อตอนนั้นชายหนุ่มเดินปรี่เข้าไปหาใบหน้าที่เคยเห็นมาก่อน แม้จะเห็นเพียงครั้งเดียวแต่เขาก็จำได้ดี รอยเหี่ยวย่นกับดวงตาขุ่น ผมแซมสีขาวโพกด้วยผ้าสะอาดบางปกปิดศีรษะ

ผมไม่ได้มาทักทายเลยตั้งแต่ตอนนั้น ขอโทษที่เสียมารยา—“

ไม่เป็นไรจ้ะ

ยังไม่ทันพูดจบประโยค วีก็สะดุ้งให้กับผิวสัมผัสเย็นที่ข้อมือ นิ้วชราจับหมับแน่น ชายหนุ่มนิ่วหน้าไปเล็กน้อย

มากับฉันสิ

ครับ ?”

วีงุนงง เขายังไม่ได้แสดงเจตนาตัวเองในการปรากฏตัวต่อหน้าหญิงชราเลย ขาเจ้ากรรมเดินก้าวไม่ทันให้สมองหยุดคิดเท่าไรนัก น้ำหนักตัวถลาเอนเอียงตามแรงดึงของอีกฝ่ายที่มีทีท่าอ่อนแอกว่าตามวัย

เอ๊ะ เดี๋ยวก่อนครับ

วีพยายามรั้งแต่ก็ดูไม่เป็นผล ชายหนุ่มเอะใจพยายามแกะมือออกแต่ก็ทำได้ยากกว่าที่ใจคิด ร่างกายเริ่มดีดดิ้นอัตโนมัติเมื่อรู้สึกถึงลางไม่ดี

ไป ด้วย กัน สิ

ภาษาถิ่นเปล่งเจือน้ำเสียงขุ่น วีใจกระตุกขนลุกให้กับคำพูดและรอยยิ้มน่าหวาดกลัวที่หญิงชราส่งมาให้ เขาสะบัดแขนข้างที่ถูกคุกคามด้วยแรงทั้งหมดที่มีแต่ก็ยังไม่สามารถทำให้นิ้วเหี่ยวย่นหลุดออกจากข้อมือ เท้าจิกพื้นดินรั้งหวังให้ความเร็วลด

 

ไม่หยุด

 

มีแต่ดินที่หลีกทางเป็นรอยตามแนวทิศทางที่เคลื่อนไป

ปล่อย !”

ชายหนุ่มตะโกนร้อง

ไป อยู่ ด้วย กัน

ไม่ !!!”

วีดิ้นพล่านน้ำหูน้ำตาไหล ความหวาดกลัวพุ่งถึงขีดสุดเมื่อหญิงชราหันหน้ามาหาด้วยดวงตาที่กลวงโบ๋

ออกไป ! ออกไป !”

หมับ

อย่ายุ่งกับของของข้า !” 

มืออีกข้างที่ไม่ถูกจับกลับมีนิ้วปริศนาสอดกุมแน่น แรงรั้งเพียงนิดเดียวกลับหยุดการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ให้นิ่งชะงัก หญิงชราหน้าซีดเผือดแม้เห็นใบหน้าเพียงเสี้ยวเดียวในความมืด เสียงกรี๊ดดังโหยหวนไปทั่วป่าก่อนจะสลายตัวจางหายไปทันที

ตามข้ามา

น้ำเสียงนิ่งแต่แฝงไปด้วยเจตนาคำสั่งดังลอดผ่านใบหูให้วีทำตามอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ทิวทัศน์มืดมิดจนแทบมองอะไรไม่ถนัด แต่คนตรงหน้าก็ยังจับมือเขาเดินฝ่าไปเสมือนมีไฟนับร้อยติดอยู่ที่ปลายเท้า ผมสีดำปลิวเห็นอยู่ไวๆ ชุดฮากามะทรงผู้ชายกลืนไปกับท้องฟ้าจนดูไม่ออกว่าสีเข้มขนาดไหน มีเพียงข้อมือขาวที่โผล่พ้นออกมาให้ตาจับจ้องเป็นจุดเดียว

นายเป็นใคร

อย่า พูด

วีหุบปากอย่างเร็วซ้ำยังหน้าจ๋อยถนัดเมื่อถูกอีกฝ่ายเค้นเสียงกลับมา

บรรยากาศมีเสียงจักจั่นเรไรร่ำร้องแต่หนุ่มเจ้าของผิวสีน้ำผึ้งก็ยังรู้สึกว่าเงียบเกินกว่าที่เคยรู้สึกได้ ดวงตาหวานพยายามเอี้ยวมองคนปริศนา แต่กลับเห็นเพียงปลายจมูกที่ไม่คุ้นตาเอาซะเลย

เดินตรงไปอีกเดี๋ยวก็ถึงบ้านของเจ้าแล้วมือที่กุมอยู่ปลดออกพร้อมกับน้ำเสียงคำสั่งเข้ม

อ๊ะ... คือ...”

เดินตรงไป

แต่…”

ข้าหวังว่าเจ้ามิอาจไร้สิ้นปัญญาไปเสียหมด เพียงแค่ออกมานอกบ้านยามค่ำคืนโดยไม่รู้เรื่องรู้ราวเกี่ยวกับหมู่บ้านนี้ ข้าก็สุดจะแคลงใจเหลือเกินแล้วว่าจะมีผู้ใดเขลาเช่นเจ้าอีกหรือไม่

นาย !” วีขมวดคิ้วเค้นเสียงตวาด

บอกให้เดินตรงไปชายแปลกหน้าเน้นเสียงเข้ม ถ้ายังไม่ทำตามอีกข้าจะไปเรียกยายแก่นั่นมาจับตัวเจ้าไปให้สมใจอยาก

ชายหนุ่มใจกระตุกหันมองไปทางด้านหลังเสียววาบ ไอบ้อ้าว หายไปไหนแล้ว

ไม่ทันจะได้ง้างปากก่นด่า เมื่อหันกลับมาทางเดิมอีกครั้ง ชายแปลกหน้าก็หายไปราวกับไม่เคยอยู่ วีนึกแปลกใจแต่ก็กระชับแขนตัวเองเข้ากอดไล่ความเย็นที่กำลังจับตัว วิ่งตรงเข้าประตูบ้านที่อยู่ไม่ไกลนัก

ใครกันนะ

และเก็บความสงสัย

ครืด

กับเสียงท้องร้องไว้ตลอดคืน

 

 

กี่ร้อยศตวรรษแล้วที่โดดเดี่ยวมาแรมนาน

แมวปีศาจไกวสองหางนั่งยองมองมนุษย์ผิวเข้มที่เพิ่งปิดเปลือกตาเข้าสู่ภวังค์ฝันอยู่ใกล้ๆ

เกือบได้เป็นของว่างของเหล่าภูตผีในหมู่บ้านลับแลแล้วรู้ตัวบ้างหรือเปล่า เจ้ามนุษย์ตัวจ้อยอาชาในร่างมนุษย์เค้นเสียงเหยียดยามใส่ ไม่เคยฉุกคิดบ้างหรืออย่างไรว่าทำไมคนเฒ่าคนแก่ถึงมาอาศัยบนป่าเขาเช่นนี้ ไม่สิ... ต้องถามว่ามีมนุษย์คนไหนบ้างอยากจะพาตัวเองมาทรมานบนที่ที่ไม่มีความสบาย เหน็บหนาวราวกับฤดูหิมะโปรย กระทั่งรอบข้างมีแต่ป่าและต้นไม้ทึบพร้อมพรั่งสัตว์บางตัวที่อาจไม่เป็นมิตรบ้าง

แมวผีหยุดคิด อ่า... คงเว้นพ่อของเจ้าไว้เสียคนหนึ่ง

ครืด

เสียงท้องร้องที่ดังจนได้ยินชัดเรียกความสนใจให้กับอีกฝ่ายได้อย่างดี อาชาเขม่นมองกด ริมฝีปากยังคงขยับเปล่งกังวานไม่ขาดปาก หิวขนาดจนละความละอายบากหน้าไปขอผีสาง โง่เง่าสิ้นดี

นิ้วมือเกลี่ยปอยผมสีดำนิลที่ปรกหน้าก่อนเลื่อนจับผิวหน้าผากเรียบไล้แก้มลงตามกรอบ อ้อยอิ่งอยู่ในโลกของตัวเองอยู่นานจนจรดถึงปลายคางมน ใบหน้าเข้มแววน่าเกรงขามก้มต่ำจนเกือบสัมผัสปลายกลีบริมฝีปาก หยุดค้างนิ่งเว้นระยะห่างไว้ก่อนจะแนบชิดที่อวัยวะแบบเดียวกัน

ดวงตาสีเฮเซลมองแพขนตาที่สงบ กลิ่นหอมเฉพาะตัวต้องจมูกปีศาจหนุ่มราวกับอยากเชื้อเชิญให้เขาดูดชีวิตอีกฝ่ายแบบครั้งก่อนที่ตั้งใจกระทำใส่

ผิวร้อนเหมือนไฟแผดเผา มนุษย์ตัวจ้อยอย่างเจ้าหายพิษไข้ช้านัก

แมวผีบ่นพึมพำก่อนจะถอยร่นออกมา สองขาหยัดยืนก้าวไปทางตู้ไม้ใบเก่าที่อยู่อีกห้องไม่ไกลนัก มือควานหากุญแจใต้ร่มผ้า ยกขึ้นเสียบที่รูไขจนแม่กุญแจสะเดาะออกแยกตกลงพื้นเกิดเสียงกระทบ อาชาไม่สนใจกับมันมากนัก หันมาสนใจกับของในตู้ที่เรียงรายอยู่ราวแปดเก้าอัน

เขาจับหมุนในมือพินิจ พึมพำกับการตัดสินใจของตัวเอง บางทีข้าก็คงโง่เง่าไม่ต่างจากเจ้าเท่าไรนัก วี

 

 

เนโกะมาตะ ปีศาจแมวตามเรื่องเล่าขานแดนตะวันออกที่เชื่อกันว่าเป็นปีศาจที่กัดกินชีวิตของผู้เป็นเจ้าของ เดิมทีเนโกะมาตะเกิดจากแมวที่มีอายุมากและถูกครอบงำด้วยสิ่งชั่วร้ายหรือความเคียดแค้น เมื่อเกินขีดจำกัดที่จะสามารถกักเก็บไว้ได้หางจะแตกเป็นสองลำตัวขยายใหญ่เปลี่ยนเป็นเดินเพียงสองขา

ย้อนกลับไปในยุคสงคราม อาชาเป็นแมวของจักรพรรดินิสัยวิปริตที่ชอบทุบตีสัตว์เลี้ยงตัวจ้อยยามไม่สบอารมณ์ ใช้ดาบกรีดเนื้อตั้งแต่ต้นใบหูจนถึงปลายสะโพก บาดตื้นหวังพอให้เพียงเลือดซิบ ทรมานนับหลายสิบแผลให้สัตว์ขนเปล่งเสียงร้องขอ อาชาในตอนนั้นดิ้นพล่านเอาชีวิตรอด มือหนาของคนตัวเขื่องกดเขาให้หน้าจมบี้กับพื้น เสียงหัวเราะสะใจยาวเหยียดชวนน่าขยะแขยงวนเวียนอยู่ในรูหูอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงที่จะจำ

จะหนีก็ไม่รอด โซ่สั้นล่ามขาแมวตัวเล็กไว้แน่นหนา เลือดสีแดงเปรอะตามขนสีขาวจนดูเหมือนสีตามกำเนิด

และใครจะรู้ว่าความแค้นของสัตว์เดรัจฉานตัวจ้อยจะมากมายพอที่แตกหางตัวเองเป็นสองได้ในคืนวันที่ถูกทารุณเจียนตาย เส้นขนย้อมสีดำทมิฬ ใบหน้ากราดเกรี้ยวทะมึน จักรพรรดิหนุ่มร้องขอชีวิตตนต่อปีศาจอัปลักษณ์ อาชาไม่แม้แต่ฟัง เขาพุ่งจู่โจมกัดกินมนุษย์ที่อยู่ตรงหน้าจนไม่เหลือซาก

แม้ต้นตอความเคียดแค้นจะสิ้นลงแต่ไฟในอกก็ยังเป็นเชื้อเพลิงเร่งเร้าแผดเผาเขาให้กลายเป็นปีศาจให้มิอาจคืนสู่ความตาย อาชาต้องทุกข์ทรมานกับความชั่วร้ายที่เลือกเดินแบบไม่มีที่สิ้นสุด ต้องถูกสัญชาตญาณบังคับกัดกินแย่งชิงชีวิตคนอื่นเพื่อยั้งยืนให้ตนมีชีวิตอยู่ต่อไป

บทลงโทษราคาแพงที่เขาต้องทนขมขื่นตลอดช่วงกาลเวลาที่หมุนเวียน

 

 

รูปปั้นแมวกวัก

อาชาในร่างสัตว์หน้าขนสีขาวแต้มสีประปรายมองผู้ชายผิวสีน้ำผึ้งเอกลักษณ์อยู่ไม่ไกล

ของพ่อเหรอ

ปีศาจหนุ่มทำทีใช้เท้าเกาหลังใบหูเบา ๆ ก่อนจะหันกลับมามองอีกฝ่ายใหม่ หางกุดสีขาวไกวซ้ายขวาไปมาเป็นจังหวะ ในหัวคิดถึงภาพชายมีอายุหน้าละม้ายคล้ายวี เด็กหนุ่มที่ตั้งตัวเป็นเองเป็นเจ้าของชั่วคราวโดยไม่สนใจเสียงแง้ว ๆ โวยวายของเขา

 

ฉันมีลูกอยู่คนหนึ่ง

 

ตาแก่นั่นก็น่ารำคาญเหมือนกัน

 

อาชาเปลี่ยนมานอนขดตัวบนพื้นไม้เย็นแต่ใบหูก็ยังคงรับเสียงพึมพำพูดคนเดียวที่วีชอบติดนิสัย

อาชาดูสิ หน้าตาเหมือนนายเปี๊ยบ

ดวงตาคู่สวยมองเขาสลับกับรูปปั้นแมวขาวเคลือบสวยในมือ นิ้วเรียวลูบละเมียดราวกับถนอมสิ่งที่จับอยู่ไม่ให้บิดเบี้ยวเปลี่ยนรูป มุมปากยกยิ้มน้อยแต่ความรู้สึกหมองหม่นกว่าที่แสดงออก เส้นผมสีดำสนิทปลิวละหน้าผาก สะเปะสะปะยุ่งเหยิงไม่จัดทรง

“...”

วีพูดอะไรสักอย่างที่ปีศาจอย่างเขาไม่อยากสนใจมากนัก น้ำเสียงที่ฉายแววเศร้ากับน้ำตาปริ่มเล็กที่หมิ่นเหม่จะร่วงนั่นเป็นภาพที่แมวผีไม่ควรจะเข้าไปใส่ใจ

แตะ

ปุ่มเนื้อชมพูของอุ้งเท้าแตะที่หัวเข่ามนุษย์ตัวโต วีหันมายิ้มกว้างให้สัตว์หน้าขนก่อนจะลุกเดินหายไปสักที่ในบ้าน

 

ไม่เห็นอยากใส่ใจ

 

อาชาคิดก่อนละความรู้สึกในหัวออกไปพลางล้มลงนอนขดที่พื้นไปใหม่ตามนิสัยแมวขี้เซา ลมยามสายโชยผ่านหน้าต่างปัดปลิวให้ขนของเขาวูบไหวตามทิศทาง เสียงกระดิ่งลมโมบายที่ไม่รู้ว่ามนุษย์ตัวโตกว่าไปขุดมาจากในบ้านส่วนไหนสั่นกระทบจนเกิดเสียงแว่วแผ่วก้องใสไปทั่วบริเวณ กลิ่นจางของใบไม้สูดเข้าจมูกเล็ก ๆ จนต้องซุกที่ขาหน้าเลี่ยงหนีเพราะไม่ชอบ

ตึก ๆ

อวัยวะบางอย่างกระทบพื้นไม้จนเกิดเสียงดัง กระทั่งเสียงนุ่มที่ช่วงนี้ต้องได้ยินปนเข้ากับความกระตือรือร้นนั้น

อาชา ! มีคนมาซื้อรูปปั้นด้วยล่ะ ดูเงินนี่สิ ! เท่านี้ก็ไม่อดตายแล้ววีร้องลั่นลิงโลด ถือธนบัตรหลายแผ่นโบกไปมา ก่อนจะวางของมีค่าลงและคว้าเจ้าเหมียวขี้เซาช้อนขึ้นยกสูง อาชาขมวดคิ้วแม้จะไม่มีคิ้วให้ขมวดมากนัก

พ่อน่ะจะว่าอะไรไหมที่ฉันขายของของเขาไป...”

น้ำเสียงหมองลงเมื่อเริ่มคิดว่าการตัดสินใจของตัวเองดูเหมือนจะผิดพลาด ฉันควรจะเก็บไว้หรือเปล่า... นั่นน่ะ อาจเป็นรูปปั้นสุดท้ายที่พ่อทำก็ได้ ฉันอาจจะไม่ได้เห็นมันอีก... ก็ได้

ง๊าว

สัตว์ตัวขนร้องลั่น วีสูดหายใจไล่ความคิดหม่นหมองออกไป ช่างเถอะ ฉันน่ะแปลกใจเรื่องนี้มากกว่า ทำไมคน ๆ นั้นถึงรู้จักที่นี่ เดินขึ้นเขามาด้วยขาผอมแห้งแบบนั้นได้ยังไงกัน

 

เจ้าก็ผอมแห้งไม่ต่างกันนักหรอก

 

แมวปีศาจคิด

ที่แปลกอีกอย่างคือเขายังงง ๆ ตัวเองอีกว่าทำไมถึงมาที่นี่ได้ แต่พอเห็นรูปปั้นแมวกวักที่หน้าตาเหมือนแกเปี๊ยบเข้าก็ตรงปรี่เอาหน้าขาว ๆ นิ่ง ๆ เข้ามาหาและเอาแต่พูดว่า ขายให้ฉัน อยู่ตั้งหลายรอบ เหมือนกับโดนบังคับให้พูด

 

อืม... ก็ข้าทำเอง

 

อาชาตอบในใจ

แต่เอาเถอะ ได้เงินก็ดี ฉันดีใจแทบแย่ นึกว่าจะได้อดตายในบ้านนี้ซะแล้ววีเปลี่ยนท่าเอาแมวเหมียวอุ้มแนบอก อาหารแมวก็ต้องมาก่อนเนอะ

 

มนุษย์ตัวจ้อยน่ารำคาญ

 

ปีศาจแมวหลับตาพริ้มเมื่อได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นอยู่ข้างใบหู

 

มาเนกิเนโกะ แมวขั้วตรงข้ามของเนโกะมาตะทุกแขนง แมวกวักตามความเชื่อที่พร้อมจะกวักแต่ความโชคดีและลาภยศเข้ามาสู่ผู้เป็นเจ้าของ ลักษณะตัวสีขาวแต้มสีเหลืองดำประดับปลอกคอแดง ใบหูชมพูผ่อง ตากลมโตใสสวมกระดิ่งสีเหลืองอันใหญ่ หางสั้นกุดยาวไม่ถึงสิบเซนติเมตร ตัวเครื่องรางที่นำมาเป็นตัวแทน รูปปั้นจะปรากฏมือข้างหนึ่งชูชันขึ้นงอทำท่าคล้ายกวักเรียก

ขอบคุณสำหรับเครื่องรางสวย ๆ นี้นะครับ

เสียงหนุ่มวัยรุ่นเอ่ยปากพูดภาษาอังกฤษคล่องก้มโค้งศีรษะเล็กน้อยท่าทางขอบคุณ ดวงตาสีฟ้าฉายกะพริบยิ้มแป้น สองขาที่รับน้ำหนักสัมภาระใบโตกำลังก้าวหันหลังกลับไปอีกทาง

กินน้ำนั่งพักที่นี่ก่อนก็ได้ คุณเพิ่งเดินขึ้นมาอาจจะเหนื่อย

วีเรียกรั้งอาคันตุกะแปลกหน้าคนใหม่จนอีกฝ่ายหยุดชะงัก ปอยผมสีทองซีดไหวตามแรงผงกหัวจนดูน่าขัน มือหนาวางเป้ทรงสูงไว้ไม่ห่าง ตัวทิ้งลงนั่งข้างเจ้าของบ้านหน้าหวาน คุณมาอยู่บนเขานี้ได้ยังไง มัน... เอ่อ อะเมซิ่งมาก ขาผมสั่นจนเกือบไม่มีแรงปีนขึ้นมาแล้ว

ชายหนุ่มผมสีน้ำผึ้งยื่นแก้วน้ำสะอาดส่งให้ เสียงหัวเราะดังก้องในลำคอผอม มือสองข้างยันม้านั่งตัวเหยียดตรง ใบหน้ารับลมโชยอ่อนที่พัดมาทักทาย คุณคงขึ้นมาผิดทางไปหน่อย ฮ่า ๆ ไม่ต้องทำหน้าเจ็บใจขนาดนั้นก็ได้นะครับ ผมเองตอนมาครั้งแรกก็ไม่ต่างกัน เผลอ ๆ อาจเดินมากกว่าคุณหลายกิโลเพราะหลงทางด้วย จะว่าไปตอนนี้ถ้าไม่ได้คู่หูนำทาง ผมก็คงจะเป็นแบบคุณ

คุณดูยังใหม่กับที่นี่

ผมเพิ่งมาอยู่ได้เกือบสองเดือนเองครับวีเก็บมือรวบอยู่ตรงระหว่างช่องขา เอี้ยวตัวยิ้มสี่เหลี่ยมเอกลักษณ์ใส่ แต่อีกไม่นานก็จะไปจากที่นี่

“why ?”

secret !”

ชาวตะวันตกปัดมือพัลวัน ซอรี่ ปากผมมันไปก่อนอีกแล้ว

ไม่เป็นไร ผมล้อคุณเล่นวีเปรย แววตาสนุกอ่อนลงมองทอดไกลไปที่ขอบฟ้า ผมแค่มาตามหาพ่อ พูดตามตรงก็แค่นั่งรออยู่ที่บ้านนี้เฉย

หมายถึงกำลังตัดใจ ?”

ก็ไม่เชิง ผมแค่คิดว่าอยากกลับไปตั้งหลักที่ประเทศเกิดของแม่ พออะไรลงตัวแล้วค่อยทำตามที่ตั้งใจไว้ต่อ ถึงแม้เขาจะมีเหตุผลไม่อยากเจอหน้าหรือในทางเลวร้ายที่สุดพ่ออาจไม่อยู่ให้ตามหาแล้วก็ตาม

หนุ่มผิวแทนก้มหน้าลง

แปะ

ฝ่ามืออุ่นแตะเข้าที่ข้างแก้ม วีเบี่ยงใบหน้าขึ้นมองสงสัย

อย่าเศร้าไปเลย เขายังอยู่ในใจของยูตลอดนั่นแหละ

อ่า ก็คงจริงครั—”

เมี้ยว—!

ฝรั่งตาน้ำข้าวชักมือกลับฉับพลันเมื่อแมวตัวโตพุ่งเข้าโดดแผดเสียงใส่หมายจะมางับมือด้วยเขี้ยวแหลม วีตกใจคว้าเจ้าเหมียวขนขาวที่หางกุดกำลังไกวซ้ายขวาเร่งจังหวะ อุ้มเข้าแนบอกลูบหัวสองสามทีพลางเรียกชื่อถาม อาชา เป็นอะไรไป ?”

ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องเขม็งอาคันตุกะพลางครางขู่ในลำคอ ลำตัวเจตนาชัดเจนว่าอยากจะพุ่งเข้าไปใส่ทุกเมื่อถ้าไม่ได้วีรั้งโอบกอดเอาไว้

ขอโทษ คุณโดนข่วนหรือเปล่า

ไม่เลย ไม่เป็นไรอีกฝ่ายตอบกลับสบาย บางทีผมคงต้องไปแล้ว ดูเหมือนเจ้านายของคุณจะโกรธเอามาก

ฮะ ๆ ใช่เลย เจ้านายคนนี้อารมณ์ขึ้นพรวดพราดจนผมรับมือไม่ถูก

หนุ่มผิวขาวจัดสะพายกระเป๋าสัมภาระขึ้นกระชับ มือขวาถือรูปปั้นสวยไว้แน่น อะไรดลใจให้ผมเดินขึ้นมาที่นี่ก็ไม่รู้นะครับ แต่ก็ขอบคุณสำหรับเจ้าเหมียวตัวนี้ เบ๊บต้องชอบมากแน่ ๆ

ทางนี้ต้องขอบคุณมากกว่าที่คุณซื้อมันไป

คำบอกลาภาษาอังกฤษดังสวนขึ้น วีโบกมือลาข้างหนึ่งก่อนจะเลื่อนต่ำลงมาช่วยพยุงอุ้มสัตว์หน้าขนที่หางสั้นกุดยังไกวไปมาบ่งบอกอารมณ์ที่ยังเคืองไม่จางหาย ชายหนุ่มกระชับให้แนบชิดขึ้นอีกพลางยื่นหน้าจนปลายจมูกเกือบแตะที่อวัยวะชมพูผ่องที่เล็กกว่าของตัวเองสองสามเท่า รอยยิ้มสี่เหลี่ยมฉีกกว้างให้ดวงตาโตสีน้ำตาล เสียงครางหึ่งประจำตัวที่แมวชอบทำลอดผ่านใบหูจนอดไม่ได้ที่จะเอาหน้าจุ่มฟัด

เจ้าแมวกวักตัวน้อยเป็นอะไรไปนะเสียงอู้อี้จนฟังไม่ถนัด แต่อาชาก็พอใจกับการกระทำนั้น

อาจเพราะความบังเอิญทำให้วีรอดผ่านวิกฤติยาจกมาได้แบบหวุดหวิด ไม่ว่ารูปปั้นตัวที่สอง ที่สามหรือสี่ ต่างก็มีคนมากหน้าหลายตาปีนภูเขาลูกชันขึ้นมาซื้ออย่างแปลกพิกล ครั้งแรกเขาเพียงสงสัยแต่หลายครั้งเข้าวีก็เริ่มรู้สึกว่ามันไม่ปกตินัก ราวกับผู้คนถูกบางอย่างดึงให้มาที่นี่อย่างไม่ตั้งใจ แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นทุกคนก็ไม่ได้ปฏิเสธการซื้อเครื่องรางแมวกวักจากที่นี่แม้แต่คนเดียว

 

เพราะอะไรกัน

 

วีนึกพลางหางตาเหลือบเห็นแมวขนปุยสีขาวกำลังหลับตาพริ้มนอนขดตัวอยู่ไม่ไกล แกเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภจริง ๆ เหรอ?”

....

ถ้างั้นก็ขอบใจนะ

ง๊าว

หนุ่มผิวแทนหัวเราะพรืดเมื่อโดนแผดเสียงใส่เพราะใช้นิ้วเกาขนระหว่างใบหูจนยุ่งเหยิง

 

เขาว่ากันว่า ในชีวิตความเป็นจริงไม่มีสัญญาณเตือนถึงการสูญเสียเช่นในละคร

 

เวลาของความสุขจบลงพร้อมกับตุ๊กตาปั้นแมวตัวสุดท้ายที่วีทำใจอยู่นานกว่าจะยื่นขายให้คุณตาคนหนึ่งไป

แววตาอาลัยอาวรณ์ถึงของต่างหน้าชิ้นสุดท้าย แต่เพื่อเป้าหมายที่ได้ตั้งเอาไว้การแข็งใจและไม่ยึดติดอาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

แกไปกับฉันนะอาชา

วียกยิ้มพูดพลางเตรียมเก็บของใส่กระเป๋าเป้ใบเล็ก พร้อมกับมองจดหมายอายุครบยี่สิบสี่ปีนิ่ง ก่อนจะยัดมันใส่ในกระเป๋าช่องที่คิดว่าไม่ทำให้กระดาษบาง ๆ ยับเยินไปกว่านี้

ไปกับฉัน เราจะกลับบ้านกัน

อาชานั่งสี่ขามองชายหนุ่ม

 

ข้าไปกับเจ้าไม่ได้หรอก วี

 

 

เพราะข้า... กำลังจะตาย

 

 

หางกุดไกวซ้ายขวาจังหวะเนิบนาบ

 

 

 

เคยได้ยินหรือเปล่าว่าทำอะไรที่ฝืนกว่าที่ตัวเองตั้งรับได้ผลสะท้อนกลับมันก็มักไม่ค่อยดีนัก

กลางดึก ค่ำคืนที่มีดวงดาวนับร้อยพันสว่างประดับท้องฟ้าไม่ให้มืดมิด พระจันทร์เต็มดวงกลมทอแสงรัศมีสว่างไสวกระทบผิวแก้มของปีศาจตนหนึ่ง เส้นผมสีดำสนิทยาวปรกหน้าผากมน หางสองแฉกสีดำเอกลักษณ์ระเริงขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจ มือเย็นจับที่ปลายเส้นผมของอีกคน ลูบสัมผัสเบาเฉกเช่นแตะปีกขนหงส์ขาวที่กำลังหลับฝันดี ปลายจมูกก้มกดลงที่ศีรษะค้างไว้ ไม่นานก็ถอยห่างออกมาราวกับเกรงว่าจะแตกสลาย

อาชามองแพขนที่เรียงตัวสวย พรมจูบอ่อนโยนที่เปลือกตาหนึ่งครั้งไม่ให้อีกฝ่ายล่วงรู้

เดิมที่ข้าเกิดขึ้นเพราะความเคียดแค้น และไฟนรกนั่นก็ยังคงอยู่ในใจข้า แผดเผาโหมกระหน่ำอย่างไม่มีวี่แววจะมอดดับปีศาจหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ แต่พอข้ายุ่งเกี่ยวกับเจ้า คราแรกก็เพื่อเพียงแค่หาอาหารกินอย่างที่เคยทำมาตลอด ความรู้สึกที่เกิด... ที่เจ้าทำให้ ข้าไม่แน่ใจนักว่ามันคืออะไร

 

แต่มันอบอุ่นเหลือเกิน อบอุ่นจนเลี้ยงไฟในใจของข้าให้เบาลงจนเห็นถนัดตา

 

ใช่

 

มันเป็นสัญญาณที่กำลังบ่งบอกว่าข้ากำลังหลุดพ้นจากบทลงโทษอันยาวนานนี้แล้ว

 

วี

เสียงเรียกชื่อแผ่วจางเพราะการสัมผัสระหว่างริมฝีปาก รสจูบที่สัมผัสเป็นเพียงจูบลาสุดท้ายที่แสนธรรมดา

 

ข้าน่ะ...

 

ดวงตาสีเฮเซลค่อยๆ ปิดลงจนสนิท

 

ข้ายัง...

 

น้ำตาหยดหนึ่งร่วงแตะบนผิวใบหน้าหวานของคนที่กำลังหลับใหลอยู่ในภวังค์ฝันดี

 

 

ไม่อยากจากเจ้าไปเลย...

 

แมวสีขาวสะอาดนอนขดตัวอยู่ใกล้เจ้าของ ดวงตาปิดสนิท หางสองพวงแน่นิ่งไม่ไหวติง



-end-


_____________________________________________________________________


       

 




#contraryjhope

 @yourjhope_fic



TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

95 ความคิดเห็น

  1. #85 Asher_Mist (@Asher_Mist) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 20:21
    สะเทือนไตตั้งแต่ต้นจนจบ​ แต่ก็วางไม่ลงตั้งแต่ต้นจนจบเช่นกัน​

    お疲れ様❤❤
    #85
    0
  2. #81 `Youknowwho_ (@everytingforyou) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 23:04
    โอโหห เจอประโยค ‘ข้าน่ะ ยังไม่อยากจากเจ้าไปเลย’ แล้วแบบ ใจยวบเลยอะ จริงๆมันน่าดีใจกับคุณแมวผีเค้านะ ที่ได้หลุดพ้นจากผลของความเคียดแค้นที่อยู่มานานอะ แต่พอคิดว่า กว่าที่คุณเค้าจะเจอคนที่ยอมให้ไฟในใจมันเบาลงจนหลุดพ้นได้นี่มันก็ตั้งนาน แต่ก็ต้องจากกันแล้วนี่มันก็ปวดใจอยู่เบาๆ
    น้องวีนี่เจอเรื่องมาหนักมากเลย ทั้งเรื่องที่ไทย พอมาญี่ปุ่นก็ดันไม่เจอพ่ออีก แถมเพื่อนร่วมงานก็ยังไม่ดี ในมุมของน้องอะ คงคิดว่ามีแมวเป็นเพื่อนสักตัวนี่ก็ทำให้วันร้ายๆมันเบาลงได้แล้วอะเนอะ แต่หารู้ไม่ว่าแมวผีจ้องจะดูดพลังอยู่จนป่วย แต่สุดท้ายก็กลายเป็นช่วยซะได้
    เราชอบบรรยากาศของเรื่องมากจริงๆ ที่พี่โฮซอกบอกว่ามันอบอุ่นจนเลี้ยงไฟในใจให้เบาลงนี่เราว่าจริงเลย บรรยากาศระหว่างสองคนนี้ อ่านแล้วมันอบอุ่นๆยังไงก็ไม่รู้ อ่านแล้วรู้สึกว่ามันเต็มๆในใจ(?) 5555555555
    ปล.บรรยายคุณแมวผีในร่างคนได้หล่อมากจริงค่ะ เราคิดภาพแล้วแล้ว แบบ แงงงงง้ หล่อจังงง
    #81
    0
  3. #80 kaleidoscopiv (@kaleidoscopiv) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 04:53

    ร้องไห้เท่านั้นที่คุณคู่ควรค่ะ ที่จริงจะคอมเม้นตั้งแต่อ่านจบแล้วแต่ความรู้สึกท่วมท้นมาก คอมเม้นแบบเป็นผู้เป็นคนไม่ได้ ฮือ555555555 เป็นฟิคโฮปวีที่ดีแบบที่เราตามหามานานแสนนานเลย บรรยายสุดยอดมากเห็นภาพเป็นฉาก พอเห็นบรรยากาศต่างๆแล้วก็รู้สึกไปกับตัวละครด้วย ยิ่งบังเอิญมีความญี่ปุ่นมีเครื่องปั้นดินเผาต่างๆที่เราชอบโดยส่วนตัวก็ยิ่งอิน จากที่อ่านแบบยืนมองอยู่ห่างๆรู้ตัวอีกทีก็จมเข้าไปอยู่ในเรื่องแล้วค่ะ ฉากสุดท้ายก็เลยร้องไห้แบบ 55555555555555555555555 คือน้องแทชีวิตรันทดมาก มีพี่โฮปเปนเนโกะมาตะคอยดูดพลังอีก มีแต่ซวยกับซวย แต่ในความรู้สึกของพี่โฮปที่ค่อยๆเปลี่ยนไป ท้ายสุดแล้วพี่โฮปแสนเจ็บปวดสุดเลยค่ะ มองในแง่ดีก็คือได้หลุดพ้นจากความทรมานอันยาวนาน แต่แบบทั้งที่ได้เจอกับความสุขแล้วอ่ะเนอะ ส่วนน้องแทก็ไม่มีวันได้รู้เลยว่าแมวข้างกายคือพี่โฮซอกที่ทั้งทำร้ายและช่วยเหลือ และไม่ได้รู้เลยว่าแมวพี่โฮซอกร่างคนในชุดฮากามะนั้นหล่อแค่ไหน (เราคิดภาพไว้หล่อมาก อยากให้น้องแทได้เห็นแบบจังๆเหมือนกัน) ทั้งนี้ทั้งนั้น จบแบบนี้ก็ดีที่สุดแล้ว มันถึงได้ตรึงใจขนาดนี้ TTTTT


    ปล.1 เขียนโฮปวีอีกนะคะ!!

    ปล.2 พี่โฮซอกบทนี้หล่อมากจริงๆ!!!

    #80
    0
  4. #70 mimoyomo (@mollyyoon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 03:31
    ร้องไห้ ฮืออ ซึมเลยค่ะ ชีวิตน้องวีจะผิดหวังอะไรเรื่อยๆขนาดนี้ พิฮปก็น่าสงสารรร อยากให้เขาเจอกันแบบดีๆจัง แต่ยังสงสัยอยู่หลายอย่างด้วย อยากอ่านต่อจัง แงง ปล.ชอบความเป็นญี่ปุ่นในงานเขียนนี้มากเลยค่ะ
    #70
    0
  5. วันที่ 20 กันยายน 2562 / 22:47
    ตอนที่คุณแมวบอกว่า ข้าไม่อยากจากเจ้าไปเลย ทางนี้ก็คือเบะแล้วค่ะ น้ำตาคลอเลย คุณแมว;__________; หวังว่าสักวันทั้งสองจะได้เจอกันอีกนะคะTT
    #41
    0
  6. #26 -nn_rsm- (@-nn_rsm-) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 11:45
    แงงงเศร้า อ่านจบคือซึมไปเลย และใช่จ้าเสียน้ำตาให้กับเรื่องนี้เลยTT ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆแบบนี้คะฮือออ
    #26
    0
  7. #25 แบด พิษ (@mebadpitch) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 08:38
    เราชอบความเป็นญี่ปุ่นผสมผสานของเรื่องนี้มาก ๆ และพี่โฮปก็เป็นแมวที่น่าเอ็นดูมาก ๆ ตอนอ่านเรื่องนี้เหมือนได้ดูมินิซีรีส์เรื่องนึงเลยค่ะ ชอบมาก ๆ เลย :) ขอบคุณที่แต่งเรื่องนี้ขึ้นมานะคะ
    #25
    0
  8. #24 abcherryx (@abcherryx) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 23:54

    อ่านจบแล้วซึมไปเลยค่ะ อะไรมันจะเศร้า และสะเทือนใจได้ขนาดนี้;-; สงสารวีมาก ซวยซ้ำซวยซ้อนจริง ไหนจะโดนที่ทำงานเหยียดเชื้อชาติอีก ยังดีที่มีเจ้าแมว(?)อยู่เป็นเพื่อน ถึงตอนแรกพี่แกจะไม่ยอมรับและคิดว่าวีเป็นแค่เหยื่อคนนึงก็เถอะ แต่ไปๆมาๆกลับรักน้องซะงั้น แค่ทำเป็นซึน รักมากจริง ๆ รักจนสละชีวิตตัวเอง ปากบ่น แต่การกระทำคือห่วงงี้ โทนเรื่องเป็นสีหม่นๆ มืดมนมาก แต่โอเคเลยค่ะ บรรยายได้ดีระดับหนึ่ง เป็นกำลังใจให้ค่ะ♡

    #24
    0
  9. #22 ratizk (@ratizk) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 21:55
    แงเศร้าจัง ชีวิตที่ต้องเจอกับความผิดหวังตลอดเลย แม่ที่เสียไปโดยไม่ทันได้ร่ำลา พ่อที่หายตัวไป และแมวอาชาที่ก็ต้องจากเขาไปเหมือนกันในท้ายที่สุดแล้ว และไม่มีสัญญาณเตือนอย่างเช่นเคย ชีวิตที่ไม่อะไรแน่นอน คนที่เราคุยด้วยเมื่อเช้า ทำกับข้าวให้กินก่อนไปเรียน หอมแก้มก่อนไปทำงาน นอนกอดกันเมื่อค่ำ เราไม่รู้เลยว่าเค้าจะจากเราไปวันไหน ทุกอย่างมันไม่มีสัญญาณเตือนจริงๆ

    ขอบคุณที่แต่งเรื่องดีๆแบบนี้ให้อ่านนะคะ ได้กลับไปคิดอะไรได้เยอะเลย เป็นกำลังใจให้นะคะ ทำผลงานออกมาเรื่อยๆเลยนะคะ สู้ๆค่ะ ❤️
    #22
    0
  10. #21 _madamjeong_ (@amornratchaaa09) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 20:37
    -- กรี้ดดดดดดดดดดด แมวผีใช่เขาหรือไม่ ต้องใช่แน่ๆ รออ่านต่อเลยค่าาาาาาา
    -- สงสารน้องวีมาก อยากกอดปลอบหอมหัว ชีวิตน้องน่าสงสารจังครับ ที่จริงถ้าอยู่ไทยต่อก็คงสมัครงานดีๆ ได้ แต่ก็นะ ความหวังจะได้เจอคนสำคัญที่ยังเหลืออยู่ ก็คงเป็นเเรงผลักดันชั้นดีที่ทำให้ตัดสินใจแบบนี้

    ไม่คิดว่า นข จะมีการหยิบเอาเรื่องการเหยียดลูกครึ่งใน ญป มาด้วยนะคะเนี่ย ฮือออ
    -- อิแมวน่ารักตัวนี้ตอนแรงนึกว่าจะนำโชค ดันเป็นแมวผี ซะได้
    #21
    0