Merlin พลิกตำนานมหาจอมเวท

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 500 Views

  • 3 Comments

  • 32 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    135

    Overall
    500

ตอนที่ 15 : จันทรากระจ่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    20 เม.ย. 62

            ทหารเอเธนตอนนี้เริ่มแสดงอาการวิตกกังวลกันบ้างแล้ว กลุ่มที่สนิทกันหน่อยก็พากันหันซ้ายขวาเลิกลั่ก สลัดคราบทหารอาชีพไปโดยปริยาย บ้างก็เริ่มหันไปมองผู้นำของพวกตนหวังแค่ว่าจะได้ยินอคิลลิสหรือเพอร์ซีอุสเอ่ยปฏิเสธ

            แต่ดูจากปฏิกิริยาของวีรบุรุษทั้งสองท่านแล้ว เกรงว่าเรื่องเมื่อกี้นี้คงเป็นความจริง

            เพอร์ซีอุสตอนนี้หัวใจเริ่มหดเกร็ง สีหน้าเคร่งขรึมจนดูน่ากลัว ในบรรดาข้อมูลที่พวกเขามี ตัวตนของเมอร์ลินนับว่าลึกลับมากที่สุด การปรากฏตัวของเขาในที่สาธารณะแต่ละครั้งไม่เคยที่จะเปิดเผยใบหน้าให้ใครเห็น ดังนั้นการที่จอมเวทอันดับหนึ่งของบริเทนจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงนั้นล้วนมีความเป็นไปได้ด้วยกันทั้งคู่

            นอกจากนั้นถึงเมอร์ลินจะไม่แสดงตัวตนให้โลกรู้อย่างเด่นชัด แต่ทุกข่าวลือพุ่งตรงกันไปในทางเดียวว่าจอมเวทผู้นี้ชำนิชาญในเวทมายามนตร์เป็นที่สุด ถึงเทียบกันตรงๆแล้วชื่อเสียงของเมอร์ลินจะไม่ได้เป็นเอกในบรรดาจอมเวทของโลกใบนี้ แต่เรื่องเวทมายาไม่ว่าใครก็ยากที่จะเทียมทัน ในจุดนี้ทุกคนรู้กันดี

            ทำให้เมื่อครั้งที่พวกเขาตัดสินใจยกทัพเรือนแสนมุ่งหน้าสู่ดินแดนแห่งนี้ หนึ่งในตัวตนที่น่ากริ่งเกรงมากที่สุดก็คือเมอร์ลิน ดังนั้นถึงจะไม่รู้สาเหตุว่าทำไมอยู่ๆพ่อมดมีชื่อผู้นี้ถึงหายตัวไป แต่การไหลไปตามน้ำย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด อาศัยจังหวะที่บริเทนเกิดการแตกแยกจากภายในและบุกเข้าโจมตีจากทุกทิศทางด้วยเวทเคลื่อนย้ายมิติที่ถูกเตรียมการเอาไว้อย่างเนิ่นนาน ทำให้เอเธนสามารถยึดครองหัวเมืองสำคัญของบริเทนได้ทั้งหมด คงเหลือก็แต่การลงหลักปักฐานอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดก็เท่านั้น

            ทว่าภายหลังจากนั้นย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกคำครหาจากดินแดนอื่นๆ แต่ก็ทำได้เพียงแค่เฝ้าระวังภัยเท่านั้น ไม่มีใครกล้าเป็นหัวหอกในการพิพากษาการกระทำของเอเธนในครั้งนี้เลยแม้แต่รายเดียว เนื่องด้วยเป็นที่รู้กันดีว่าบริเทนไม่ได้มีพันธมิตรหรือศัตรูคู่อาฆาต อีกทั้งพันธสัญญาโบราณอันศักดิ์สิทธ์ก็เริ่มเสื่อมคุณค่าลงทุกเมื่อเชื่อวัน การลงมือของเอเธนครั้งนี้ก็แค่ยกตัวเองให้กลายเป็นผู้ลงมือก่อนเท่านั้น กลับกลายเป็นว่าทำให้ดินแดนอื่นๆล้วนเกรงใจเอเธนมากขึ้นเสียด้วยซ้ำ

            แต่นับว่าเอเธนเองยังมองข้ามหลายจุดที่ควรมอง

            บริเทนไม่เคยมีพันธมิตรในที่แจ้ง แต่ถ้าเป็นที่ลับนับว่าเป็นคนละเรื่องเดียวกัน ในตอนที่เอเธนบุกโจมตีบริเทนทั่วทั้งสามโลกต่างพากันสะดุ้งสะเทือนกับการกระทำของจ้าวนรกแห่งอีเดนมากกว่าสงครามสายฟ้าแลบอยู่มากโข บ้างที่รู้ความจริงเรื่องความสัมพันธ์ของซาตานกับคนที่อยู่ในบริเทนต่างพากันสะดุ้งสะเทือนกันยกใหญ่ ในขณะที่พวกไม่รู้กลับลอบใจหายไม่ได้ จนมีความคิดที่ว่าซาตานจะลงมือต่อจากเอเธนในตอนนั้นเสียด้วยซ้ำ

            ผลปรากฏว่ากลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นต่อจากนั้น ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องดีอย่างยิ่งยวด ในข้อนี้เองแม้แต่เมอร์ลินยังลืมถามพ่อบุญธรรมของเธอว่าทำไมถึงได้ทำตัวไม่เหมือนตัวตนดั้งเดิมของเจ้าตัว

            ภายใต้ความสับสนใจห้วงความคิดนับร้อยแปดของฝ่ายที่มีมากกว่า เมอร์ลินกลับลอบดีใจอย่างอดไม่ได้ ดูเหมือนว่าชื่อเสียงของตนเองยังสามารถชดเชยในเรื่องของปริมาณจำนวนคนได้อยู่ หวังเพียงว่าอีกฝ่ายจะจับไม่ได้เรื่องที่พลังเวทของเธอยังไม่ฟื้นสภาพอย่างสมบูรณ์ก็นับว่าเป็นอันใช้ได้

            เมอร์ลิน....ไม่นึกเลยว่าตัวจริงจะเป็นผู้หญิง นับว่าโลกใบนี้จะตลกร้ายเกินไปหน่อยแล้วกระมังอคิลลิสพยายามสงบสติอารมณ์ของตนเองอย่างสุดความสามารถ ฝีมือของเมอร์ลินนั้นลึกลับไม่ต่างไปจากตัวตนของเจ้าตัว ดังนั้นจะเสี่ยงลงมือก่อนย่อมไม่ใช่เรื่องดี

            แต่คำพูดนี้ของเขาก็แทบเป็นการยืนยันให้ลูกน้องภายใต้บังคับบัญชารับรู้โดยทั่วกันแล้วว่าผู้หญิงตรงหน้าคือจอมเวทเมอร์ลินจริงๆ

            ข้าจะถือว่านั่นเป็นคำชมของท่านแล้วกัน อย่างไรต่อดีล่ะ พวกท่านจะยอมแพ้ก่อนหรือจะให้ข้าลงมือก่อนดีเมอร์ลินยกยิ้ม ตั้งใจเขียนเสือให้วัวกลัวไปเรื่อยๆ

             จะมากเกินไปแล้วมั้ง อาศัยเจ้าแค่คนเดียวจะต่อกรข้ากับเขารวมถึงคนอีกหนึ่งกองทัพ ความกล้านี้มากเกินกว่าที่ข้าจะเชื่อจริงๆอคิลลิสเอ่ย พลางกวาดมือไปรอบๆอย่างถือดี

            ทางด้านเมอร์ลินที่แม้ตอนนี้ภายนอกจะยังคงท่าทีไม่หยี่ระอยู่ได้ แต่ในใจก็อดยอมรับกับคำพูดของอคิลลิสไม่ได้ ตัวเธอในสภาพนี้ไม่ใช่คู่มือของวีรชนจากเอเธนถึงสองคนจริงๆ จริงอยู่ที่กองทัพทั้งหมดนี้จะไม่ใช่คู่มือของเธอแต่อย่างใด ทว่าตัวปัญหาจริงๆอยู่ที่ตัวผู้นำนั้นต่างหากเล่า ไอ้ครั้นจะให้หลบหนีนั้นเป็นไปได้อยู่ แต่จะให้สู้ยืดเยื้อไปนานๆเกรงว่าความจริงได้ถูกเปิดเผยอย่างแน่นอน

            แต่คนที่เครียดจนเจียนขาดใจตายกลับเป็นภูติน้อยที่ซ่อนอยู่ภายในฮู้ดมากกว่า แม้นายท่านคนเก่งจะอธิบายให้ฟังแล้วว่าหน้าที่นี้ต้องเป็นเธอเท่านั้นในตัวเลือกทั้งหมด คนอื่นๆล้วนไม่เหมาะสมทั้งสิ้น ขืนให้ซาตานออกหน้ามารับธุระนี้แทนเกรงว่าคงได้ย้อมบริเวณให้กลายเป็นสีเลือด อาเธอร์ตอนนี้ก็ยังเป็นเด็ก ส่วนทริสแทนให้ไปดูแลลูกน้องเห็นจะดีเสียกว่า

            จริงอยู่ที่เธอเองพอมีสหายที่สามารถไหว้วานได้ แต่ตอนนี้ถ้าไม่กู้ชื่อเสียงของตนให้กลับคืนมา ก็หาช่วงจังหวะที่เหมาะสมกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว ในตอนแรกเมอร์ลินเองก็ยังมีความคิดว่าจะรอให้ผ่านไปซักระยะค่อยเปิดเผยตัวตน แต่ว่าเมื่อมีซาตานมาอยู่ด้วยทำให้อะไรต่อมิอะไรเดินหน้าไปเร็วขึ้นเยอะ สู้เปิดเผยตัวตนในตอนนี้เลยย่อมเป็นเรื่องดี

            ทหารทั่วไปคงไม่ใช่คู่มือนาง...อคิลลิส จัดการจู่ๆเพอร์ซีอุสก็เอ่ยปากเป็นครั้งแรกหลังจากใคร่ครวญอยู่นานสองนาน แต่ก็มีผลกระทบเพียงพอที่จะให้ผู้ฟังอย่างอคิลลิสตกตะลึง แต่ก็แค่ชั่วพริบตาเท่านั้น ยอดวีรบุรุษจากต่างแดนไหวไหล่เล็กน้อย ก่อนจะเบนหน้าไปหาเมอร์ลินอีกครั้ง

            ส่วนโรซึ่งได้ยินเต็มสองหูนั้นหน้าซีดจนขาว เกาะชายเสื้อเมอร์ลินแน่นไม่ยอมปล่อย

            เมอร์ลินเองก็เพียงลอบถอนหายใจ อย่างไรก็หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ

            ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้นเอง ตาคู่สวยของเมอร์ลินกลับเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนก อคิลลิสที่ยืนอยู่ห่างจากเธอเกือบร้อยเมตรในตอนนี้กลับอยู่ข้างหน้าห่างกันไม่ถึงองคุลี ลำตัวผอมบางถอยตัวหลบไปด้านหลังเสริมแรงด้วยเวทนิดหน่อยทำให้พ้นจากระยะสังหารไปได้อย่างฉิวเฉียด

            นึกไม่ถึงว่านักเวทอย่างเจ้าจะเคลื่อนไหวว่องไวปานนั้น ข้าล่ะอดนับถือไม่ได้จริงๆอคิลลิสยิ้มกริ่ม มือซ้ายถือหอกพาดไว้ด้านหลัง แต่สายตากลับจับจ้องไปบนพื้นซึ่งมีเส้นผมสีขาวหลายเส้นอยู่สองสามเส้น

            เมอร์ลินเองเพียงแค่ยิ้มตอบ เพราะเมื่อกี้ถ้าช้าไปอีกก้าว บริเวณตรงนั้นคงมีหัวของนางกองอยู่แล้วเป็นแน่ ในใจอดโทษตัวเองไม่ได้ที่ประมาทอีกฝ่ายมากเกินไป ดูท่าฟังคำบอกเล่าของคนอื่นอย่างเดียวจะเอาดีไม่ได้จริงๆ

            นักเวทอย่างข้าบางทีก็ชอบทำตัวเป็นนักรบ หวังว่ายอดคนอย่างท่านจะไม่ถือสาเมอร์เอ่ยหยอกเย้ากลับอย่างไม่กริ่งเกรงอีกต่อไป มือขวาที่ว่างเปล่าบัดนี้กลับถือดาบเหล็กที่ไม่รู้ไปเอามาจากไหน พร้อมที่จะตอบโต้อีกฝ่ายบ้างแล้ว

            อคิลลิสเห็นท่าทีของหญิงสาวพลันกระตุกรอยยิ้มขึ้นมา คิดไปเองว่าการกระทำของเมอร์ลินเหมือนเป็นการหมิ่นเกิยรติของตน นักเวทที่ริมาใช้ดาบถึงอย่างไรก็มองได้แค่ว่าออมมือให้อีกฝั่ง แต่ข้อมูลที่พวกเขามีก็ไม่มีข้อไหนระบุชี้ชัดว่าเมอร์ลินเคยใช้ดาบหรือแตะหอก

            ทั้งๆที่ในความเป็นจริงการที่เจ้าตัวหันมาใช้ดาบก็เพื่อปกปิดเรื่องพลังเวทของตนเองแท้ๆ เมอร์ลินเองเมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝั่งกลับรู้สึกยิ้มไม่ได้หัวเราะไม่ออก ในใจคิดว่าพวกนั้นคงพากันคิดออกนอกทะเลไปเตลิดเปิดเปิง แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องดีอยู่ไม่น้อย ให้อีกฝ่ายเข้าใจไปแบบนั้นได้ก็ดีเหมือนกัน

            ไม่ต้องมีสัญญาณใดๆ หนึ่งหญิงหนึ่งชายเข้าปะทะกันเป็นรอบที่สอง ครั้งนี้เองแม้แต่ผู้เฝ้ามองอย่างเพอร์ซีอุสยังแปลกใจไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงทหารเอเธนที่กำลังตื่นตาตื่นใจกับการต่อสู้ครั้งนี้ เงาร่างทั้งสองพุ่งฉวัดเฉวียนไปมากลางท้องถนน เสียงเสียดสีของคมดาบและคมหอกดังบาดหูราวกับการกรีดร้องของปิศาจ

            เรื่องฝีมือของอคิลลิสชาวเอเธนในที่นี้ทุกคนไม่จำเป็นต้องพูดซ้ำ ความร้ายกาจด้านเพลงหอกแทบจะเป็นเอกไม่มีสอง แน่นอนว่าวันนี้ฝีมือของยอดนักรบไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าทื่อทู่ลงแต่อย่างใด ในทางกลับกันกลับเฉียบคมขึ้นอย่างน่าประหลาด การลงมือแต่ละครั้งล้วนปิดทางหนีของอีกฝ่ายอย่างสิ้นเชิง หนึ่งกระบวนท่าแปรเปลี่ยนได้สี่กระบวนท่า อีกทั้งยังโหมจังหวะขึ้นไปเรื่อยๆไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

            แล้วทำไมสตรีผอมบางนางนั้นถึงยังยืนหยัดอยู่ได้...

            หากอคิลลิสอาศัยพลังกายเข้าข่ม เมอร์ลินเองก็สามารถร่ายเวทสนับสนุนได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นพละกำลังหรือความเร็ว สองอย่างนี้เธอยอมรับว่าเทียบชั้นกับวีรชนต่างแดนผู้นี้ไม่ได้ แต่ใช่ว่าจะทดแทนด้วยสิ่งอื่นไม่ได้ ด้านอคิลลิสกับเพอร์ซีอุสที่เป็นยอดฝีมือชนชั้นเดียวกันก็รู้เหมือนกัน ถึงกระนั้นอคิลลิสที่เป็นฝ่ายต่อสู้กับเมอร์ลินกลับรู้สึกตกใจอย่างยิ่งยวด

            อาศัยเพียงร่ายเวทไปด้วยต่อสู้ไปด้วยยังไม่นับว่าน่าสนใจ แต่สิ่งที่ชวนขนหัวลุกคือความเร็วในการร่ายเวทและการตัดสินใจรับมือการโจมตีของตนต่างหากที่น่าตื่นตะลึง อคิลลิสเห็นอย่างชัดเจนว่าริมฝีปากอีกฝ่ายไม่มีการขยับเขยื่อนแต่อย่างใด นั่นเป็นการยืนยันกลายๆแล้วว่าเมอร์ลินบรรลุถึงขั้นไม่ต้องเอ่ยบทร่ายแล้ว ถ้าหากในหนึ่งหอกของตนแฝงไปด้วยกระบวนท่านับร้อยแปด หนึ่งดาบของนางก็เอ่อล้นไปด้วยบทเวทเสริมพลังนับร้อยบทเฉกเช่นเดียวกัน อีกทั้งยังประสานกันได้อย่างลงตัวว่าเวทบทไหนจะเสริมแรงกายหรือความเร็ว ทำให้เมอร์ลินตอนนี้สามารถรับมืออคิลลิสได้อย่างไม่เสียเปรียบ

            อีกทั้งยังเกินเลยคำว่าสูสี...

            เป็นไปได้หากจะอาศัยเวทเสริมพลังอย่างเดียวเพื่อที่จะต่อกรกับยอดฝีมือด้านการต่อสู้อย่างอคิลลิส ดังนั้นเมอร์ลินเองจะต้องมีเชิงดาบที่เยี่ยมยอดในระดับที่น่าตื่นตะลึง เพราะในสายตาคนนอกอย่างอคิลลิส นี่ไม่ใช่การต่อสู้อย่างสูสีแต่อย่างใด ทุกครั้งที่อคิลลิสแทงหอกไปหนึ่งครั้ง เมอร์ลินนอกจากจะป้องกันได้ยังแอบซ่อนการโจมตีเอาไว้อย่างแยบยล พลิกตัวเองกลายเป็นฝ่ายบุกจนวีรชนแห่งเอเธนตั้งตัวไม่ทัน

            ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติ ขอแค่ผ่านไปไม่กี่นาทีการต่อสู้ครั้งนี้คงจบลงด้วยการพ่ายแพ้ของอคิลลิส

            แต่เพอร์ซีอุสรู้ดีว่าย่อมไม่เป็นเช่นนั้น ทหารเอเธนคนอื่นๆก็คิดเหมือนกัน สมัยอคิลลิสยังเป็นทารกแม่ของเขานำร่างเด็กชายไปจุ่มในแม่น้ำเลทิส ทำให้ทั่วทั้งเรือนกายมีสถานะอมตะเทียบเท่าเทพเจ้าแห่งโอลิมปัส ถ้าเป็นคนทั่วไปและอาวุธธรรมดาย่อมไม่อาจทำร้ายอคิลลิสให้เลือดตกยางออกได้ อีกทั้งตอนนี้เจ้าตัวยังไม่ได้แสดงความสามารถที่แท้จริง เป็นเรื่องยากที่จะตัดสินว่าผู้ใดจะแพ้หรือชนะ

            แต่ว่าภาพตรงหน้าถึงกับทำให้ผู้ชมต้องตกตะลึงจนพูดไม่ออกบอกไม่ถูก การต่อสู้ถูกพักเอาไว้ชั่วคราว ทั้งสองฝ่ายดีดตัวออกห่างพร้อมกันโดยไม่ต้องบอกกล่าว ด้านเมอร์ลินนอกจากเสื้อคลุมจะขาดวิ่นนิดหน่อย นอกนั้นไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ผิดกับวีรชนต่างแดนที่มีบาดแผลเล็กๆปรากฏขึ้นบนใบหน้า แม้แต่เจ้าตัวยังตกตะลึง ดังนั้นผู้ชมจำเป็นคนอื่นๆพลันส่งเสียงโวยวายจนลืมวินัยทหารไปสิ้น

            เจ้าคงกำลังคิดสินะว่าทำไมข้าถึงเรียกเลือดให้ใบหน้าหล่อๆของเจ้าได้ ในเมื่อซักครู่นี้ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ ดาบเล่มนี้เองก็ไม่นับว่าเป็นยอดศาสตรา แล้วทำไมกันน้าหญิงสาวยิ้มหน้าบาน แกว่งดาบในมือไปมาอย่างอารมณ์ดี ไม่สนซักนิดว่าผู้ฟังมีอารมณ์จะเล่นด้วยหรือไม่

            เส้นผมของข้าแลกกับบาดแผลบนหน้าของเจ้า การค้าครั้งนี้นับว่าไม่ขาดทุนเมอร์ลินคลี่ยิ้ม ถึงปกตินางจะไม่ใช่คนที่เจ้ากี้เจ้าการเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกซักเท่าไหร่ แต่เรื่องนี้นับว่ายอมกันไม่ได้

            ดูท่าว่าข้าจะเล่นมากเกินไป เห็นทีข้าคงต้องจับปิศาจน้อยอย่างเจ้ามาลงโทษซักรอบอคิลลิสพูดติดตลกแต่ใบหน้าไม่ขำแม้แต่น้อย เผลอแผ่จิตสังหารออกไปโดยไม่รู้ตัว จนทหารขวัญอ่อนบางคนถึงกับช็อคตาตั้งไปแล้ว

            น่าเสียดาย ที่ท่าน...!” ไม่ทันไรที่นางจะพูดจบประโยค คิ้วเรียวขมวดแน่นเมื่อพบว่าร่างกายตนเองตกอยู่ในอำนาจมนตร์บางอย่าง ตอนนี้แม้แต่จะพูดยังทำไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องขยับตัว รอยยิ้มที่พึงมีสลายไปจนหมดสิ้น นึกไม่ออกซักทีว่าตนตกอยู่ในมนตร์สะกดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

            นึกไม่ถึงว่าขนาดจอมเวทระดับเจ้ายังผิดพลาดได้ ทหาร จับตัวนางไว้เพอร์ซีอุสเอ่ยเสียงเรียบ แน่นอนว่าทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของเขา ในตอนแรกทหารบางส่วนยังลังเลอยู่บ้าง แต่หน่วยคร่ากุมที่ตอนแรกมีหน้าที่จับตัวหัวหน้ากลุ่มกบฏก็ได้ปฏิบัติหน้าที่ซักที อาศัยเวลาไม่นานจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่แห่งบริเทนก็ถูกจับมัดมือเท้าอย่างหมดท่า

            ให้ตายสิ! น่าจะลงมือให้เร็วกว่านี้ ทำเอาข้าแทบใจหายอคิลลิสแค่นเสียง ใบหน้าเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เหลือบมองนักดาบสาวตัวฉกาจที่เมื่อซักครู่ยังต่อสู้ราวกับจะกินเลือดจะกินเลือดเนื้ออีกครั้งไม่ได้ ตัวนางตอนนี้แม้แต่พูดยังทำไม่ได้ ดังนั้นสิ่งที่ทำได้ก็คือจ้องมองพวกเขาเท่านั้น

            นางได้ซ่อนอะไรเอาไว้อีกหรือไม่เพอร์ซีอุสไม่สนใจสหาย กลับพุ่งเป้าไปที่เมอร์ลิน ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นถึงจอมเวทคนสำคัญของบริเทน เขาเองยังแทบไม่อยากจะเชื่อว่าสิ่งๆนั้นจะใช้ได้ผลกับนาง

            แต่ช่างมัน...สิ่งๆนั้นไม่ว่าใครได้จ้องมองก็ต้องอยู่ในมนตร์สะกดอยู่ดี

            ไม่มีขอรับนายท่ายทหารนายหนึ่งตอบ หลังจากตนได้ทำการตรวจสอบในเบื้องต้นไม่มีอะไรผิดสังเกต ภายใต้ฮู้ดนั้นก็ไม่มีอะไรในกอไผ่

            เพอร์ซีอุสเองพยักหน้าน้อยๆ อคิลลิสกลับลูบแผลบนใบหน้าของตนอย่างไม่รู้ตัว รับรู้ได้ถึงน้ำเหนียวๆสีแดงได้อย่างชัดเจน เขาเลือดจริงๆ แต่นึกอย่างไรก็นึกไม่ออกว่าเมอร์ลินอาศัยลูกไม้อะไรถึงทำเรียกเลือดเขาได้ แต่ในเมื่ออีกฝ่ายตกอยู่เงื้อมมือของพวกตนแล้วไว้ค่อยถามทีหลังก็ยังไม่สาย

            การค้าครั้งนี้คุ้มค่าอย่างที่เจ้าว่าจริงๆ พวกข้าจับตัวหัวหน้ากบฏในเมืองนี้ไม่ได้ แต่ได้ตัวเมอร์ลินมาแทน! วิเศษๆ!” อคิลลิสไม่วายกระแทกแดกดันเมอร์ลินคืนหนึ่งที แต่ไม่ว่าจะพูดให้ตายอย่างไรอีกฝ่ายยังแสดงสีหน้าเรียบเฉยไม่ทุกข์ไม่ร้อน เห็นแล้วน่าหงุดหงิดแทนยิ่งนัก

            การลงทุนครั้งนี้คุ้มค่าอย่างที่อคิลลิสพูดจริงๆ เพอร์ซีอุสเองก็คิดเช่นนั้น

            แต่ไม่รู้ทำไม....เขาเองยังรู้สึกว่ามีอะไรไม่ชอบพากล

 

 

 

            ในบริเวณมุมหนึ่งๆของลอนมิเนี่ยม ยอดระฆังที่สูงพอจะเห็นเมืองได้ทั้งเมือง บนยอดมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งไขว่ห้างทอดมองด้านหนึ่งของเมืองอย่างใจเย็น เบื้องหน้ามีภาพบางอย่างกำลังถูกฉายออกมาด้วยกระจกเวทมนตร์ ทำให้เห็นทหารเอเธนนับไม่ถ้วนกับผู้ชายสองคนที่ดูโดดเด่นเหนือทหารคนอื่นๆ อคิลลิสและเพอร์ซีอุสนั่นเอง

            สตรีที่กำลังชมภาพเบื้องหน้าอมยิ้มไม่หุบ ขับเน้นให้ใบหน้าที่ดูโดดเด่นอยู่แล้วกลับยิ่งดูดีขึ้นไปอีก เรือนผมสีขาวปล่อยสยายยาวถึงกลางหลัง ดวงตาสีแดงฉายแววคิกคักออกมาอย่างปิดไม่มิด ผิดกับภูติตัวเล็กๆที่เกาะอยู่ใต้ฮู้ดตัวเก่าที่นางสวมอยู่อย่างเห็นได้ชัด นางมีสีหน้ากระฟัดกระเฟียดสุดแสนจะกล่าว

            เธอจะเครียดแทนฉันทำไม พวกเราไม่ได้อยู่ในสถานการณ์นั้นซักหน่อยหญิงสาวผมขาวหัวเราะคิกคัก อดยกนิ้วขึ้นไปลูบหัวภูติของเธอไม่ได้

            ต้องเครียดสิเจ้าคะ! ถึงนั่นมันจะเป็นร่างมายาของนายหญิงก็เถอะ! แต่เห็นพวกนั้นมาทำรุ่มร่ามก็รู้สึกอึดอัดแทนแล้วเจ้าค่ะ!” ภูติตัวน้อยหน้ามุ่ยตอบ เรียกเสียงหัวเราะของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี เสียงของนางใสกังวานยิ่งกว่าเสียงระฆังของลอนมิเนี่ยมซะอีก

            ถูกแล้ว...นั่นมันร่างมายาของเธอ เธอตัวจริงที่นั่งอยู่ตรงนี้มาตั้งแต่ต้น

            เอาล่ะ ดูกันพอแล้วมั้ง อีกไม่นานพวกนั้นคงรู้แล้วล่ะว่าที่จับไปน่ะมันเป็นแค่ร่างเงาเธอยิ้มน้อยๆ วาดมือหนึ่งครั้งกระจกเวทมนตร์ก็หายวับไป ภูติตัวน้อยกลับร้องอ๊าเพราะเสียดายที่ไม่ได้ดูต่อ บ่นพึมพำว่ากำลังสนุกอยู่เลย หญิงสาวได้ยินกลับส่ายหน้าอีกหนึ่งที ปากไม่ตรงกับใจจริงๆเด็กคนนี้

            ไม่จริงหรอกเจ้าค่ะ! ระดับนายหญิงอาศัยพวกเอเธนนั้นน่ะหรือจะดูออก เมื่อกี้นี้ข้ายังได้ยินอีกนะเจ้าคะ พวกเราจับเมอร์ลินได้แล้วๆ ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!” ภูติน้อยกระแนะกระแหนต่อไป ซึ่งในจุดนี้คนฟังก็ไม่ได้ห้ามแต่อย่างใด เพราะรู้สึกว่าให้ภูติของเธอระบายความเป็นตัวของตัวเองออกมาก็ดีเหมือนกัน ไม่งั้นความสัมพันธ์ฉันท์ของพวกเธอคงตกต่ำลงยิ่งกว่านี้แน่

            นานมากแล้วที่โร ภูติของเธอไม่ได้มีความสุขแบบนี้

            เมอร์ลินที่เป็นเจ้านายก็พลอยรู้สึกชื่นมื่นตามไปด้วย ทำให้ตอนนี้นางยิ่งยิ้มไม่หุบ หวนนึกไปในตอนแรกที่พาโรมาที่แห่งนี้ด้วยความรู้สึกขบขัน เมอร์ลินพาโรมาที่ยอดระฆังด้วยเหตุผลบางอย่าง ในตอนแรกโรกลับยืนกรานเสียงแข็งว่าขอกลับคืนร่างก่อนด้วยเหตุผลง่ายๆว่ากลัวความสูง เมอร์ลินเองก็ตามใจ เพราะนิสัยของภูติตนนี้เป็นอย่างไรเธอย่อมรู้ดี ก่อนจะลงมือทำอะไรบางอย่างที่ทำให้โรต้องกล่าวชมเจ้านายตัวเองเป็นรอบที่หนึ่งล้าน

            จอมเวทคนสำคัญของบริเทนสร้างร่างแยกขึ้นมาร่างหนึ่ง ให้ไปที่จุดนัดพบพวกเอเธนแทนเจ้าตัว ในขณะที่ตัวเองกับโรขอดูห่างๆอยู่วงนอก แน่นอนว่าฝั่งนั้นเชื่ออย่างสนิทใจว่านั่นคือเมอร์ลินตัวจริง ทั้งหมดที่แสดงออกคือภาพมายารวมไปถึงบาดแผลของอคิลลิสด้วยเช่นกัน ซึ่งต้องขอบคุณเวทมนตร์ประจำตัวของเธอที่ช่วยให้การแสดงสมจริงขึ้นจนแม้แต่วีรบุรุษคนสำคัญของเอเธนถึงสองคนยังจับไม่ได้

ส่วนภูติน้อยของเธอกลับดูภาพถ่ายทอดสดได้อย่างออกรสออกชาติจนเมอร์ลินเองยังอดแซวไม่ได้ มีหลายช่วงที่โรจะหลบเข้าไปใต้ฮู้ดเพราะหวาดกลัวแทน แต่ปากก็ยังเจื้อยแจ้วคอยวิพากษ์วิจารณ์อยู่ดี

            ภายนอกแสดงออกมาขนาดนี้ ในใจคงเตลิดไปไกลถึงไหนก็สุดรู้

            เอาล่ะ...คงถึงเวลาแล้วมั้ง ท่านพ่อกับท่านอาเธอร์คงช่วยอิโซเด้ออกมาได้แล้ว ถ้าเดาไม่ผิด...เธอพึมพำน้ำเสียงราบเรียบ และหลังจากนั้นไม่กี่อึดใจบริเวณหนึ่งของเมืองกลับเกิดเปลวเพลิงลุกโหมกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตา เมอร์ลินทอดมองจากด้านบนก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ เพราะที่ตรงนั้นเป็นหนึ่งในค่ายทหารเอเธนที่ตั้งอยู่ในลอนมิเนี่ยม

            น่ะ...นี่มัน!” โรเผยอปากน้อยๆ ลอนมิเนี่ยมตอนนี้มีเปลวไฟลุกโหมผุดขึ้นมาหลายแห่งเป็นเวลาไล่เลี่ยกัน และทั้งหมดนั้นก็คือบริเวณที่ตั้งของค่ายทหารเอเธนด้วยกันทั้งสิ้น

            ทริสแทนลงมือแล้ว ซ้ำยังมีคนอื่นมาเกี่ยวข้องด้วยอีกต่างหาก...เมอร์ลินยกยิ้ม ดูท่าคนผู้นั้นคงลงมือพร้อมๆกันกับทริสแทน การสอดประสานระดับนี้ในโต๊ะกลมมีแค่คนผู้นั้นที่สามารถทำได้

            คนอื่น?” โรถามด้วยความไม่รู้จริงๆ นึกว่าเรื่องในคืนนี้จะมีแค่คนในฐานบัญชาการของทริสแทนเท่านั้นเสียอีก

            อื้ม หนึ่งในอัศวินโต๊ะกลมที่เป็นดั่งเงาของกษัตริย์อาเธอร์ คุมหน่วยลับเพียงหนึ่งเดียวที่ขึ้นตรงกับเขาเท่านั้น นอกจากคนๆแล้วเห็นทีจะไม่มีใครอื่น...เมอร์ลินตอบด้วยรอยยิ้ม

           

           

           

           

           

 

 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

มุมพูดคุย

จากที่หลายๆวันมานี้มีคอมเม้นท์เกี่ยวกับเนื้อเรื่องที่ดูพิกลๆในช่วงแรก...ผมก็ต้องขอยอมรับว่านั่นเป็นความสามารถในการสื่อสารของผมเอง อีกทั้งเวอร์ขั่นรีไรท์เองก็ผ่านมานานมากแล้ว ที่สำคัญยังรีไรท์ไปได้กระจึ๊งเดียวเอง

ดังนั้น!! ผมก็เลยอยากจะเรียนให้ทราบว่าจะมีการรีไรท์กันอีกครั้ง(อีกแล้วเหรอ ฟฟฟ)

แต่คราวนี้ผมจะไม่ทยอยลงทีละตอนเหมือนรีไรท์ครั้งแรก แต่จะเขียนเนื้อเรื่องใหม่แล้วจับเปลี่ยนทีเดียวยกแผง การดำเนินเรื่องยังคงเดิมครับ จะมีปรับเปลี่ยนบางจุดให้เมคเซนท์และเข้าใจง่ายมากยิ่งขึ้น รวมทั้งคำผิดคำตกก็จะดำเนินการแก้ไขให้อ่านสบายตามากกว่าเดิม

พูดถึงเรื่องคำผิด...ถ้าใครเจอแจ้งผมมาได้ทุกเมื่อเลยนะครับ อย่างเรื่องอสูรคิเมร่าที่เดี๋ยวอยู่ๆมีสี่หาง ตัดมาอีกย่อหน้าเหลือสามหางผมก็ทำการแก้ไขแล้วเรียบร้อย ต้องขอกราบประทานอภัยในความอ่อนด้อยของผมช่วงนั้นจริงๆครับ(ตอนนี้ว่ากันตามเนื้อผ้าก็ยังอ่อนด้อยอยู่)

ขอบคุณทุกความคิดเห็นและทุกกำลังใจ และทุกๆคนที่ยังวางใจอ่านนิยายเรื่องนี้มาจนถึงตอนนี้นะครับ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

0 ความคิดเห็น