D A R K N E S S [ OMEGAVERSE ] FIC J B J

ตอนที่ 6 : CHAPTER SIX (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 176
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    18 เม.ย. 61



-6- 
18/04/18  02.11  - 50%




     แม้ในช่วงนี้จะไม่ใช่ฤดูฝนแต่อย่างใดแต่ดูเหมือนว่าสภาพอากาศในที่แห่งนี้จะแปรปรวนจนทำเอาใครหลายคนหงุดหงิดใจ พายุฝนห่าใหญ่โหมกระหน่ำไม่หยุดหย่อนจนย่างเข้าเพลาบ่ายคล้อยท้องฟ้านั้นปิดตัวมืดสนิทจนทำให้เกิดความฉงนเล็กๆในใจว่ามันอาจจะย่างเข้าสองยามไปแล้วก็ได้ ควอนฮยอนบิน ยกนาฬิกาข้อมือเรือนสวยขึ้นดูอีกครั้ง 



15.30



     เขาเกลียดฝนที่ตกเสียนิดหน่อยตอนที่ทำให้คนรักของเขาสะดุ้งขึ้นเพราะเสียงท้องฟ้าคำราม ไหนจะแสงวิบวับที่ส่งมาเป็นระยะทักทายชาวเมืองที่อยู่นอกบ้านเช่นนี้ 


     ถ้าในยามปกติในวันที่ท้องฟ้าร่ำไห้พวกเขาคงเลือกนอนบนโซฟาดูหนังสักเรื่องทิ้งตัวสบายกับมาชเมลโล่และโกโก้แก้วอุ่นไปเสียแล้ว หากแต่เพราะเหตุจำเป็นทำให้เขาและคนรักต้องออกมาจัดการธุระปะปังตามประสาพร้อมกับเมฆฝนที่เข้าคลุมไปทั้งเมือง


     ใต้ชานร้านขนมหวานเป็นที่หลบฝนให้เขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่สายน้ำเกรี้ยวกราดจะพากันกระทบกระทั่งพื้นซีเมนต์และดีดขึ้นฝืนแรงโน้มถ่วงเล็กน้อยเป็นเหตุทำให้กางเกงขายาวเปียกชุ่มไปอย่างห้ามไม่ได้ ส่วนคนรักของเขาก็เอาแต่หลบมิดอยู่ในอ้อมกอดของเขาด้วยกลัวเสียงทักทายของเทวดาด้านบน


     เป็นช่วงวินาทีต่อมาที่ฝนเริ่มซาแต่ก็ยังคงหยดปะปราย เขาส่งคำพูดถามคนรักถึงเรื่องการเดินฝ่าฝนเพื่อกลับไปที่รถยนต์ในเวลานี้  แม้จะดูเป็นเรื่องสิ้นคิดไปเสียหน่อยแต่มันคงดีต่อคนตัวเล็กที่ยืนหนาวสั่นเหมือนลูกหมาเปียกน้ำ



     เขาออกแรงดึงทาคาดะให้ตามมาในทิศทางที่มุ่งหน้าสู่ยานพหนะ แต่กลับต้องหยุดชะงักตอนที่วิ่งผ่านตรอกที่อับชื้นแม้กระทั่งในยามที่สภาพอากาศปกติ 


     กลิ่นคาวเลือดแผ่ตัวแข่งกับกลิ่นฝนคละคลุ้งในชั้นบรรยากาศที่เขาสูดหายใจ คนรักของเขาเบ้หน้าหนีอัตโนมัติด้วยกลิ่นที่แรงเหมือนอยู่ใกล้แค่เอื้อม




     "รออยู่ตรงนี้ก่อน" เขาเอ่ยบอกคนรักให้รออยู่หน้าตรอกทางเข้า ขาเรียวยาวค่อยย่องเข้าไปในช่องตึกนั้นพร้อมกับลมหายใจที่เต้นตุบตับ จนกระทั่งปลายรองเท้าหนังคลับมันหยุดลงข้างร่างไร้สติที่จมกองเลือด 



     สายฝนชะนำของเหลวสีแดงให้แผ่กระจายเป็นวงกว้าง ควอน ฮยอนบินได้ตัดสินใจพลิกร่างเล็กที่นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นเพื่อหาทางช่วยเหลือไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่ภาพเบื้องหน้าก็ทำเอาแทบหยุดหายใจด้วยความกระวนกระวาย พร้อมคำถามที่ประดังประเดไหลเข้าสู่ความคิดไม่มีหยุด 



ว่าทำไมถึงเป็น คิม ยงกุก ที่นอนอยู่ตรงนี้?



_____



     แว่วสุรเสียงแรกที่สัมผัสกระทบกับหูคือเสียงทุ้มคุ้นเคยที่เอ่ยบอกให้เขาตั้งสติ รู้สึกถึงเม็ดฝนเปียกที่หยดลงบนร่างกายก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นแอร์เย็นจัดอย่างกระทันหัน สักครู่จึงมีมือเล็กบอบบางบีบอวัยวะเดียวกันไว้แน่น เสียงสั่นเครือพูดว่าเขาจะปลอดภัย หากแต่ในยามนี้เขากลับไม่รู้สึกเช่นนั้นเลย





     "คนไข้ฟื้นแล้วนะครับ" นายแพทย์หนุ่มน้ำเสียงคุ้นหูพูดกับชายอีกคนที่เขาไม่สามารถรับรู้ว่าเป็นใคร สายตาตอนนี้มันช่างพล่ามัวไปเสียหมด แพขนตาดูหนักหนามากขึ้นตอนที่เขาพยายามจะเปิดดวงตาคู่สวยเพื่อมองคนรอบข้าง



     "คุณยงกุก...คุณยงกุกครับ"ทาคาดะ เคนตะที่พูดพร้อมกุมมือเขาเอาไว้อีกครั้ง "ผมเคนตะนะครับคุณยงกุก" น้ำเสียงนั้นทวนความมั่นใจของคนป่วยที่ย้ำว่าเขาไม่ได้จำเสียงของใครผิด


     "ลืมตาไหวไหมครับ" เขาตอบด้วยการส่ายหน้าได้ยินอีกคนสูดหายใจสะอื้นเบาๆ


     "ไม่เป็นไรครับ...ไม่เป็นไร ตาของคุณยงกุกบวมมาก แต่ไม่ต้องฝืนนะครับ อีกสองสามวันมันจะหาย" ทาคาดะและนายแพทย์เจ้าของไข้เอ่ยบอกเขาอีกสามถึงสี่ประโยค ทั้งหมดเป็นเรื่องการแนะนำเหตุการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ ทั้งการรักษาตัวและการสอบปากคำของตำรวจที่รออยู่ด้านนอกขณะนี้ แม้พวกเขากำลังจะไถ่ถามความเป็นไปกับควอน ฮยอนบินผู้เป็นหนี้ชีวิตเขาในครั้งนี้ แต่พยานปากสำคัญที่จะทำให้รูปการณ์คดีจบลงอย่างง่ายได้คือผู้ประสบเหตุเองอย่างคิม ยงกุกนี่แหละ




     "คุณหมอ...พี่มิน" ในที่สุดเขาก็หาเสียงของตนเองเจอ เขาเอ่ยเรียกรุ่นพี่คณะที่สนิทชิดเชื้อ ซ้ำยังเป็นนายแพทย์ประจำตัวของเขารวมทั้งในเคสนี้ด้วย ไม่นานนักคนตัวเล็กก็ได้รับการตอบรับเป็นสัมผัสที่วางลงบนศรีษะแผ่วเบา


     "ไม่ต้องกลัวนะพี่โทรบอกแฟนนายแล้ว เขากำลังมา" พอสิ้นเสียงเขาก็ปล่อยน้ำตาให้ไหลเงียบเชียบด้วยความอ่อนแอโดยมีทาคาดะอยู่ด้วยไม่ห่าง ในเวลาแบบนี้เขาไม่ได้ต้องการอะไรไปมากกว่าอ้อมกอดของคนรักเลยสักนิด




_____ 




     ทาคาดะเองก็รู้สึกใจหายไปไม่น้อยที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับเพื่อนใหม่ของตน ดวงตาเรียวเล็กทอดมองไปในชาสีน้ำตาลอ่อนในแก้วกระดาษ ควันร้อนของมันลอยเคว้งดูท่าจะอันตรายหากดื่มลงคอไปเสียตอนนี้ เขาใช้มือสองข้างกอบกุมความอบอุ่นนั้นไว้คลายความหนาว และเลือกจะสูดดมกลิ่นของมันแทนกลิ่นของโรงพยาบาล



     คิม ยงกุกเป็นคนเข้มแข็งมากเสียจนเขาเองก็ตกใจ การถากถางของมีดที่เข้าช่วงต้นขาเรียวเล็กนั้นทำให้เกิดรอยแผลใหญ่ มีบาดแผลจากการถูกของแข็งทุบที่หางคิ้วด้านซ้ายจนต้องเย็บถึงห้าเข็ม พร้อมทั้งรอยถลอกและการขีดข่วนอีกมากมาย รอบคอมีสีม่วงบวมช้ำคงเพราะคนร้ายพยายามจะทำให้อีกคนหยุดหายใจ เพื่อนของเขายังมีไข้อ่อนๆจากการถูกทิ้งไว้ให้ตากน้ำฝนเป็นเวลานานเท่าไรไม่มีใครล่วงรู้  เหตุการณ์เสี่ยงตายทั้งหมดเกิดจากเหตุผลเพียงว่า ยงกุกเพียงต้องการช่วยโอเมก้าคนหนึ่งจากการโดนฉุดทำร้าย 




     ทาคาดะเริ่มเสมองไปทางอื่นด้วยกลัวว่าน้ำตาที่ไหลจะหยดลงแก้วชาก็เป็นได้ หากแต่เขาก็ต้องหันหน้าหนีจากกลิ่นกาแฟที่รุนแรงอีกครั้งในตอนสูดลมหายใจเข้า รอยคมเขี้ยวหลังคอปวดตุบจนต้องปล่อยมือข้างหนึ่งจากภาชนะกระดาษเพื่อละไปสัมผัสกดมันไว้ 


     เผลอขบฟันจนสันกรามขึ้นเป็นนูนจากความทรมานจนถึงที่สุด สัมผัสประสาทการรับฟังได้ยินเสียงฝีเท้าคู่หนึ่งเดินเข้ามาใกล้ เนื้อตัวสั่นสะท้านอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ลมหายใจเริ่มติดขัด เจ้าของดวงตาสีหวานส่งสายตาที่คลอไปด้วยน้ำตาขอความช่วยเหลือแก่พยาบาลในแผนก 



     ในที่สุดเขาก็ได้ยาระงับอาการฮีทเฉียบพลันมาทานก่อนที่จะขอตัวมาล้างหน้าล้างตาพร้อมความมึนงงในสิ่งที่เกิดขึ้น ตอนนี้ร่างกายเข้าอ่อนแอเสียยิ่งกว่ากลีบดอกไม้ที่ถูกสายลมพัดพาให้ปลิวไปในอากาศ แต่หัวกลับหนักอึ้งคล้ายมีคนเอาค้อนมาทุบตีไม่หยุด ไม่ทันจะได้สังเกตเห็นว่ารอยหลังคอนั้นแดงเรื่อขึ้นอย่างไร้สาเหตุ  ซ้ำยังได้กลิ่นดอกซากุระอ่อนๆจนน่าตกใจ ทาคาดะรู้สึกสับสน นัยน์ตาสั่นไหวเล็กน้อย พยายามรวมรวบสติที่มีอันน้อยนิด เริ่มปั้นหน้ายิ้มอีกครั้งเพื่อไปรอคนรักที่กำลังให้ปากคำและเฝ้าเพื่อนตัวน้อยที่พักผ่อนในห้องผู้ป่วย 





     "ขอโทษครับ" เอ่ยพึมพำขอโทษคนที่ตนเพิ่งจะชนตรงหน้าประตูห้องน้ำเพราะเขาเอาแต่เช็ดน้ำหูน้ำตาจนขึ้นรอยแดง หวังจะให้อุบัติเหตุเล็กๆนี้จบไปกับคำขอโทษ ใบหน้าน่าเอ็นดูทำจมูกฟุดฟิดแอบได้กลิ่นกาแฟอีกเสียแล้ว เขาเบ้หน้าแหยไม่ชอบใจ จนได้ยินเสียงคนคู่กรณีหลุดขำ




     "ขำอะ...ดงฮัน...." 










     ท้องฟ้าขมุกขมัวเหมือนหัวใจของคนที่เฝ้ามองออกไปด้านนอก มีคนเคยบอกว่าหากใครมองเม็ดฝนที่ตกลงมาเกาะหน้าต่างพร้อมมองมันร่วงเผาะหายไปได้อย่างมีความสุขแปลว่ากำลังเศร้า ชีวิตเต็มไปด้วยรายละเอียดมากมายเหลือเกิน ทาคาดะในชุดอยู่บ้านไหมพรมตัวสีฟ้าแขนยาวเป็นตัวโปรด เขามักใส่คู่กับกางเกงยีนส์ขาส้้นตัวโปรด หากแต่วันนี้มันถูกจับคู่กับกางเกงวอร์มสีดำสนิทด้วยอากาศที่หนาวเหน็บ



     ฝนยังหลงฤดูเสมอหลังจากวันนั้น แม้คนรักของเขาจะบอกว่ามันคือพายุฤดูร้อนแต่เคนตะก็ยังเรียกมันว่าแบบนั้นเสมอ 


     ลมแรงทำให้กิ่งไม้โงนเงน เขาเหม่อมองมันอีกครั้งแทนเม็ดฝนสีขาวสะอาด สัปดาห์นี้ควอน ฮยอนบิน พาเขากลับมาพักผ่อนที่บ้านพักนอกตัวเมืองด้วยเห็นว่าเขามีเรื่องให้เครียดมากมาย 




     'กินข้าวเยอะๆตัวแค่นี้' นึกถึงคำพูดของคนที่พบเมื่อปลายอาทิตย์ก่อน จำได้ว่าเขาส่งรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นมาด้วย


     'ยุ่งไรด้วย' ทาคาดะตั้งการ์ดขู่ฟ่อเป็นลูกแมวคนได้ยินหัวเราะยืนกอดอดพิงประตูห้องน้ำ


     'ลูก...เป็นไงบ้าง' คิม ดงฮันไม่ตอบเขาควานหาบางอย่างในกระเป๋าชุดสูท พอหยิบออกมาจึงได้เห็นว่ามันเป็นกระเป๋าสตางค์ราคาแพง หยิบภาพแผ่นหนึ่งยื่นให้เขาอย่างงงๆ พอทาคาดะยืนแน่นิ่งเขาก็ทำการยัดเยียดมันใส่มือ รู้สึกเหมือนมีสายฟ้าพุ่งแป๊บจากฝ่ามือไปทั่วร่างกายและมันหยุดจบสุดท้ายที่รอยหลังคอ อัลฟ่าหนุ่มอมยิ้มทำหน้าตาเหมือนคนไร้ความผิดทั้งที่ยังมีหลายคดีติดตัว



     'นี่...ลูกเหรอ' ถามเสียงอู้อี้ไม่เชื่อสายตาตัวเองเท่าไรนัก



     ดวงตากลมโตที่ดูต่างจากคนเป็นแม่ฉายแววสดใสส่งมาให้กับคนหลังกล้องทาคาดะเดาไว้ว่ามันคงเหมือนคนเป็นพ่อ เส้นเกศาสีทองอร่ามดูสุขภาพดีจนน่าสัมผัส ผิวขาวอมชมพูดูน่ารักและฟันที่เรียงกันสวยถูกอวดสู่สายตาคนเป็นแม่แท้ๆ


     ทาคาดะ รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง หยาดน้ำใสเริ่มหยดลงบนแผ่นภาพจนเปียกปอนไปเสียหมด โชคยังดีที่มันเป็นภาพคุณภาพดีที่กันน้ำ ไหล่บางสั่นสะท้านตามแรงสะอื้นถึงแบบนั้นก็ยังเก็บกลั้นเสียงอ่อนไหวเอาไว้ภายใต้ไรฟันที่ขบกับริมฝีปากไว้แน่น 


     คิม ดงฮันลูบเส้นผมหนานุ่มนั้นอย่างเผลอไผลสีหน้าแววตาเปลี่ยนเป็นมิตรมากขึ้น รู้สึกใจอ่อนยวบทันทีที่เห็นทำนบน้ำตานั้นหลั่งไหล กว่าจะสงบลงได้ก็ผ่านไปราวสิบนาที 


     'คุณจะเก็บภาพไว้ก็ได้' รูปประโยคที่ดูห่างเหินถูกส่งมา ทาคาดะพยักหน้าดูภาพอย่างพินิจพินัยอีกสักพัก พลิกด้านหลังก็เห็นข้อความเขียนด้วยลายมือตวัด 


     'จัสติน — หัวใจของป๊า'


     'นายมาที่นี่ทำไม' พอทาคาดะหลุดออกจากภวังค์ก็นึกคำถามขึ้นได้

     'ผมมาเยี่ยมภรรยาของผม' เขาว่าตามตรง 'แต่ดันได้กลิ่นคุณ' 



     เขาไม่ได้ถามไถ่ต่อไม่ได้ตั้งแง่สงสัยว่าคนรักของแฟนเก่าของเขาจะเป็นใคร พวกเขาเงียบ มีเพียงกลิ่นกาแฟที่ตีแข่งกับซากุระ กระทั่งเสียงเครื่องมือสื่อสารแผดร้องจ้า เห็นเบอร์ที่โชว์เป็นของฮยอนบินจึงรีบรับและขอตัวแยกออกมาโดยไม่ได้บอกลา 






___________________________

#ดาร์กเนสบก 



จริงๆมีครบ 100% ค่ะแต่ง่วงค่ะ 5555555 ต้องไปนอนจริงๆ ตอนกลางวันจะมาลงต่อ 
B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น

  1. #22 Applc (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 22:21

    Where อีก 50% นั้นคะ แงงงงงง ได้โปรด กลับมาอัพนะคะคนดีย์ ฉันนั้นรอคุณไรท์อัพตอนต่อไปตลอดเวลา ;-; เป็นกำลังใจให้เสมอ เริ้บนะคะ ??’???’???’?

    #22
    0
  2. #21 Applc (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 16:14

    รออีก 50 % ที่เหลือนะคะ แงงง อยากรู้เหตุผลของดงฮันแล้วค่ะะะะ ว่าทำไมถึงทิ้งเคนตะ ทั้งๆที่ยังรักกันอยู่ ????????????????

    #21
    0
  3. #20 JINJINHWII (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 06:20
    ดงฮันอ่าาาาาาาาาาา
    #20
    0
  4. #19 failie0220 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 05:51
    ดงฮันนนนนนนนนน
    #19
    0