D A R K N E S S [ OMEGAVERSE ] FIC J B J

ตอนที่ 5 : CHAPTER FIVE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 204
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    5 เม.ย. 61


-5- 
The sun is going down






     พักหลังเขารู้สึกเหมือนถูกจับจ้องเสมอที่ร้านซุปเปอร์มาร์เก็ต เคนตะถอนหายใจเฮือกใหญ่แม้ทั้งชีวิตจะถูกมองเพราะสีเส้นเกศา หรือรอยกัดตรงหลังคอในระยะสี่ห้าปีที่ผ่านมาหากแต่ถ้าไม่รู้สึกไปเองสายตาที่มองคู่นั้นทำให้รู้สึกอบอุ่นเสียอย่างบอกไม่ถูก คล้ายกับว่าคุ้นเคยกับมันมานาน เขาคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยที่โซฟาตัวยาวกลางห้อง จนกระทั่งได้ยินเสียงก๊อกแก๊กที่ประตูหอจึงลุกพรวดขึ้นไปมอง เห็นร่างสูงกว่าร้อยแปดสิบเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม 


     "กลับมาแล้วเหรอ" เอ่ยถามเสียงหวานพลางยิ้มให้จนเห็นเขี้ยวสวย "วันนี้เป็นไงบ้าง" เขารับกระเป๋ามาจากคนรักนำตัวเองมาที่โซฟาตัวเดิมขณะที่อีกคนหายวับไปในห้องครัว


     "วันนี้งานหนักนะลูกค้าบรีฟเยอะเรื่องมากอยู่เหมือนกัน" ฮยอนบินตอบรินน้ำเปล่าลงแก้วใสสองใบ

     "จู้จี้จุกจิกเป็นบ้า" ดูท่าชายหนุ่มจะหัวเสียไม่น้อยค่อยๆหย่อนกายลงข้างคนรักสอดอุ้งมืออุ่นเข้าใต้เส้นผมสีสว่างลูบไล้ไปมาอย่างเพลิดเพลินทั้งที่สายตาจับจ้องโทรทัศน์ 


     "ทานข้าวรึยัง" หลังปล่อยให้ห้องอยู่ในความเงียบอยู่นานทาคาดะก็เอ่ยขึ้น ได้รับคำตอบเป็นการส่ายหัว เขาผละตัวไปยังโซนห้องครัวอย่างรวดเร็ว ปากก็เอ่ยไล่คนรักให้ไปอาบน้ำ




     คอนโดราคาไม่แพงนักเป็นที่พักอาศัยของคู่รัก ห้องขนาดไม่ใหญ่แต่ก็ไม่เล็กจนน่าอึดอัดให้ความอบอุ่นแก่คนสองคน ทาคาดะไม่ชอบอะไรที่เกินตัว ส่วนควอน ฮยอนบินก็ชอบตามใจคนรัก ทั้งคู่อยู่กันได้อย่างลงตัวจนน่าเหลือเชื่อและยาวนานกว่าที่คิดไว้เสียอีก


     "นี่จะกินก็กินดีๆอย่ากินไปทำงานไปสิ" เสียงตำหนิของคนรักทำเอาเขาหยุดการกระทำฉับพลัน เจ้าของมือที่สวมแหวนสีน้ำเงินเป็นประกายต้องกับแสงอยู่ตรงนิ้วนางข้างซ้ายเดินมาดึงโน้ตบุ๊คให้ออกห่างจากเขา จัดแจงจานข้าวให้อยู่ในที่เหมาะเจาะ 

     "พักบ้างก็ได้" มือนุ่มนิ่มจิ้มลงบนหว่างคิ้วของคนสวมแว่น ขอบตาดูบวมและคล้ำเหมือนคนอดหลับอดนอนมานานทำเอาคนตัวเล็กนึกเป็นห่วง "วันนี้ไม่ทำแล้วนะพี่ขอสั่ง" พอออกปากเข้าหน่อยคนน้องก็ทำหน้าหงิก บีบจมูกคนรักแรงด้วยความหมั่นไส้

     อัลฟ่ารั้งเอวคนรักมากอดหอมฟอดใหญ่ มองสีหน้าแววตาแล้วก็คงโกรธทาคาดะไม่ลง แม้ใจจะอยากรีบทำงานให้เสร็จโดยเร็วแต่พอเจอลูกกระอ้อนกระออดของคนรักเข้าไปก็แทบจะยอมแพ้โดยพลัน 

     "เครียดเกินไปแล้วนะ" สองมือเล็กประคองใบหน้าอีกคนให้เห็นชัดๆ ไล่นิ้วไปตามกรอบหน้าสัมผัสตั้งแต่ดวงตาเรียวเล็ก สันจมูกโด่ง ริมฝีปากสวยได้รูป 



     รู้ดีว่าใครอีกคนต้องเหนื่อยแค่ไหน ควอน ฮยอนบินไม่ปล่อยให้เขาออกไปไหนแม้กระทั่งทำงาน ด้วยกังวลว่าเขาจะต้องถูกจ้องมองด้วยสายตาอีกหลายคู่กลายเป็นว่าทุกวันนี้เขาได้ไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาเก็ตก็ไกลที่สุดในชีวิตแล้ว 







     "แน่ใจนะว่าอยากจะฟัง" ทาคาดะถามตอนที่จู่ๆคนรักอายุน้อยกว่าขอให้เขาเล่าเรื่องราวในอดีตให้ฟัง คนที่นอนหนุนตักพยักหน้าเบาเปลือกตาปิดลงอย่างเชื่องช้าหากแต่ประสาทสัมผัสรับฟังยังทำงานอย่างดี

     "นายไม่เหมือนเขาสักนิด" ทาคาดะ เคนตะอดยิ้มตามท่าทางง่วงเหงาหาวนอนของอีกคนไม่ได้ "พี่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราเรียกมันว่าความรักรึเปล่าแต่ครั้งแรกที่เราเจอกันเด็กคนนั้นก็ไม่เคยทำให้พี่รักใครอีกเลย" 




     ภาพของเด็กวัยสิบแปดปีในชุดยุนิฟอร์มนักเรียนปีสุดท้ายฉายขึ้นอีกครั้งในตอนที่เคนตะเป็นเพียงอาจารย์ฝึกสอน ความรู้สึกแปลกประหลาดก่อตัวขึ้นจากความใกล้ชิดและหลอมรวมเป็นความเคยชิน คิม ดงฮันมีกลิ่นกาแฟที่ทาคาดะไม่ชอบมันนัก แต่กลับสามารถอยู่ร่วมกันได้จนหน้าพิศวงไหนจะที่เด็กคนนั้นยุ่มย่ามไปเสียหน่อยแต่ก็มีความอ่อนโยนแฝงไปด้วยความใจดีจนคนเป็นครูก็ต้องยอมโอนอ่อน รู้ทั้งรู้ว่าถูกเด็กตามตื้อแต่ก็ทำเป็นใจแข็งเพราะรู้ว่ามันไม่ถูกไม่ควร 


     จนวันสุดท้ายของการศึกษาในพิธีจบที่ใครต่อใครต่างวิ่งกันให้วุ่นเพื่อเตรียมทำพิธีรีตองต่างๆ คนที่ตีกรอบกำแพงขึ้นสูงมาโดยตลอดก็ถูกพังทลายด้วยเพียงจูบรสกาแฟ ทาคาดะ เคนตะยอมแพ้ให้แก่ใจตนเองจนได้




แต่พอรู้ตัวอีกทีเด็กคนนั้นก็เปลี่ยนไปมาก 




     "พอตอนที่พี่รู้ว่าตัวเองท้องพี่ดีใจมากเลยนะที่พี่กำลังจะมีครอบครัวแต่พอพี่บอกกับเขา..."


     "เขาปฏิเสธเหรอ?" อีกคนเอ่ยแทรก จนทาคาดะต้องส่ายหัวแรง 



     "เขาไม่ปฏิเสธเลยด้วยซ้ำ" เป็นครั้งแรกที่ทาคาดะได้เห็นคนรักที่แสนเข้มแข็งร้องไห้จนตัวโยน คนตัวเล็กถูกสวมกอดแน่นรู้สึกหวิวตรงท้องที่ถูกอีกคนไล่จูบแผ่วเบา ทรูอัลฟ่าหนุ่มพร่ำบอกรักทั้งเขาและลูกในครรภ์ไม่หยุดอยู่เสียหลายวัน 



     "แต่พอครบแปดเดือน...เขาก็เปลี่ยนไป" จากคนรักเด็กที่น่ารักกลายเป็นคนแปลกหน้าที่ดูเฉยเมย ทาคาดะนึกเป็นห่วงอยู่เสมอที่คนรักกลับบ้านมืดค่ำผิดวิสัย ไหนจะคำพูดคำจาที่ดูห่างเหินทำเอาใจเสียไม่น้อย



     "คุณร้องไห้ทุกวันเลยไหม" ฮยอนบินเอ่ยถามเหลือบเห็นคนรักเริ่มมีน้ำตาคลอเนตรสีหวาน

     "ทุกวัน...ฮยอนบินพี่ร้องไห้ทุกวันเลย" แรงขยุกขยิกของคนตัวเล็กทำให้อีกคนต้องขยับตาม สองมือเล็กยกปาดน้ำตาปรอยๆทำเอาคนรักใจเสียซ้ำยังเอ่ยห้ามไม่ให้เล่าต่อ





     วันที่พระจันทร์เต็มดวงเป็นสีนวลส่องสว่างไปทั่วทั้งเมือง ปลายเท้าเปลือยเปล่าจิกลงบนเตียงสีขาวสะอาด กลิ่นของยาที่ทาคาดะนึกเกลียดกระจายฟุ้งไปเสียทั่ว เหลือบเห็นคนแปลกหน้าใส่ผ้าปิดปากและจมูกกำลังวุ่นวายอยู่โดยรอบ วัตถุสีเงินที่สะท้อนกับแสงปาดลงบนผิวหนังหน้าท้องไม่ได้ทำให้รู้สึกเจ็บ แรร์โอเมก้าเอ่ยเรียกชื่อคนรักแผ่วเบา หยาดน้ำตาคลอหน่วยจนไม่สามารถเห็นสิ่งใดได้ชัดเจน รู้สึกหายใจไม่ทั่วร่าง หัวใจเจ็บเสียดเหมือนโดนค้อนทุบ ภาพตรงหน้าเลือนลางจนเห็นเพียงแสงไฟสีขาว



     "เช้าวันต่อมาพี่ฟื้น พอพี่ถามหาลูก...หมอกลับบอกว่าเขาเอาลูกไปแล้ว" ทาคาดะไม่เคยรู้สึกว่าคนรักของตนใจร้ายจนกระทั่งวันที่เขาพรากลูกไปตลอดชีวิต สายสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นมาในเก้าเดือนไม่เคยลบเลือนได้แม้กาลเวลาผ่านเลย ถึงจะไม่มีโอกาสได้เห็นแววตาคู่นั้นหากแต่ทาคาดะกลับมั่นใจว่าลูกชายเพียงคนเดียวของเขาต้องมีแววตาที่สวยสดใสกว่าใครเป็นแน่


     "เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ" เจ้าของดวงตาเรียวเล็กถามทำเอาทาคาดะส่ายหัวอีกครั้ง ไม่เคยมีใครรับรู้ถึงเหตุผลนั้น อันที่จริงไม่เคยมีใครได้รับโอกาสถามด้วยซ้ำ 


     "เขาคงมีเหตุผลของเขาหรือบางทีเขาก็คงแค่ไม่รักพี่แล้ว" ดวงตาที่เคยสุกใสทอประกายเศร้าหมองอย่างเห็นได้ชัดจนอัลฟ่าต้องลุกขึ้นมากอดปลอบ ทาคาดะเข้มแข็งและไม่ได้ร่ำไห้เหมือนก่อนอีกแล้ว เรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นหากย้อนเวลากลับไปได้สิ่งเดียวที่เขาจะทำคือปฏิเสธคมเขี้ยวที่จะฝังมาที่ต้นคอนั้นอย่างเด็ดขาด ถ้าหากสามารถรับรู้ถึงความรักที่ใกล้หมดลงของคนรักเก่าเขาจะเลือกไม่ผูกพันธะกับใครและใช้ชีวิตของตนเองให้ดีกว่านี้ 


     ใช่เพียงแต่แรร์โอเมก้าที่เสียใจแต่ผู้เดียวคนรักหนุ่มตรงหน้าก็คงเสียใจไม่น้อย คนตัวเล็กเคยนึกสงสัยถึงเหตุผลที่ฮยอนบินไม่เคยทิ้งห่างกันไปไหนหากลองนึกดูอีกมุมก็จะพบว่าไม่มีใครอยากจะปลูกต้นรักกับโอเมก้าที่มีเจ้าของแล้ว แต่กลายเป็นว่าอีกคนกลับใช้จิตใจและวิญญาณผูกติดกับเขาไว้แน่นเสียจนไปไหนไม่รอด 


     ปฏิเสธไม่ได้เสียเลยว่าควอน ฮยอนบิน เป็นเหตุผลที่เขาอยากจะลบรอยเขี้ยวตรงต้นคอนั้นออกไปให้หมด


     "ผมไม่ทิ้งคุณไปไหนหรอก" เจ้าของคำพูดนั้นส่งสายตาที่เต็มไปด้วยคำขอร้องให้เชื่อมั่นจนคนรักต้องยิ้มตอบ

     "ผมจะทำให้คุณมีความสุขมากกว่านี้" จูบซับไปตามมือสวยแผ่วเบา "รออีกหน่อยนะ" ชั่ววิเดียวทาคาดะที่ร้องไห้งอแงเป็นเด็กเปลี่ยนเป็นส่งยิ้มให้กับคนรักแทนในที่สุด





     จากความตั้งใจที่จะนอนบนตักคนรักตลอดการดูรายการโปรดทางโทรทัศน์ก็ถูกพับเก็บลงเมื่อเสียงเครื่องมือสื่อสารดังขึ้น ควอนฮยอนบินผละออกจากคนตัวเล็กทันทีและเลี่ยงไปยังหน้าระเบียงกว้าง พอได้ยินธุระปะปรังสำคัญของคนที่โทรมารบกวนเวลาพักผ่อนตอนดึกดื่นก็ทำเอาคนฟังกระตุกยิ้ม





     "คุณควอน ฮยอนบินครับ ตอนนี้คุณเป็นหนึ่งในสมาชิกของเราแล้ว ผมหวังว่าเราจะพบกันที่องค์กรในวันพรุ่งนี้นะครับ" 






มันยังไม่สายไปสำหรับการล้างแค้นหรอกนะคิม ดงฮัน




_____




     "คนนั้นคือประธานคิม" ทันทีที่ร่างสูงปรากฏตัวขึ้นบนเวทีที่ถูกจัดแบบขนาดย่อมในหอประชุมกลางขององค์กร เสียงชัตเตอร์และถ้อยคำพูดคุยก็ดังขึ้นไม่หยุดหย่อนแม้กระทั่งในยามที่การแถลงการณ์จบลง คิม ดงฮันที่ดูดุดันและน่าเกรงขามนั้นต่างจากที่ทาคาดะเคยเล่าให้เขาฟัง หนุ่มแสนนุ่มนวลและอบอุ่นเสียจนเบต้าหรือโอเมก้าตนไหนเข้าใกล้เป็นอันต้องหลงไหล หากแต่ตอนนี้มีเพียงมาดอันแสนเคร่งเครียดที่ฮยอนบินนึกขยะเขยง 


     แน่นอนว่าการออกสื่อครั้งนี้คือการประกาศถึงแนวทางการดำเนินงานทิศทางใหม่ขององค์กรพร้อมทั้งการจัดประชุมใหญ่ครั้งที่หนึ่งของพนักงานใหม่ที่ไม่ได้เป็นเพียงทรูอัลฟ่า แต่เป็นทั้งอัลฟ่าและทรูอัลฟ่าจึงเป็นที่น่าจับตามองของสื่อที่สุดในระยะนี้ ไหนจะกลิ่นอันรุนแรงของกาแฟที่แผ่ไปทั่วทำเอาผู้คนต้องเหลียวหน้าหลังเป็นพัลวัน 


     ฮยอนบินนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดจับจ้องคนสำคัญขององค์กรไม่วางตา สูดดมกลิ่นกาแฟเข้าลึกเต็มปอดแม้จะรู้สึกสะอิดสะเอียนอยู่บ้างแต่ในยามนี้คงไม่อาจเลี่ยงสิ่งใดได้ 




     "คุณควอน ฮยอนบิน" เสียงทุ้มเรียกเขาก็หลุดออกจากภวังค์ในที่สุด พอตอบรับคำคนร่างหนาดูท่าภูมิฐานดีก็นั่งลงที่เก้าอี้ข้างกายเขาอย่างไม่ได้รับเชิญ


     "ผมคัง ดงโฮ ผู้ช่วยท่านประธาน" คนฟังแค่นหัวเราะเลิกคิ้วรอฟังความต่อ


     "ผมรู้จุดประสงค์ของคุณที่คุณมาอยู่ที่นี่ บางทีเราอาจจะตกลงอะไรกันได้" ควอน ฮยอนบินกระตุกยิ้ม นั่งในท่าทางที่สบายกว่าเก่า 


     "เราต่างคนต่างไม่พอใจประธานคนนี้สักเท่าไรเหมือนๆกัน" คัง ดงโฮบอก เรียกเสียงหัวเราะในลำคอของฮยอนบินได้อีกครั้ง นึกไปนึกมาก็อดสงสารท่านประธานไม่ได้ มีหนอนบ่อนไส้อยู่ในองค์กรที่ใกล้ตัวเสียขนาดนี้ ไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะรู้บ้างไหม


     "เราไม่เหมือนกันหรอกครับ" เสียงทุ้มเอ่ย "คุณเกลียดเขาเพราะคุณอยากชิงดีชิงเด่นแต่ผมเกลียดเขาเพราะเหตุผลส่วนตัว" จบประโยคของฮยอนบินก็เกิดความเงียบอีกครั้ง ไม่ใช่ว่าการที่เขาเกลียดคิม ดงฮันจะทำให้เขาขาดสติถึงขั้นเลือกทำร้ายใครสุ่มสี่สุ่มห้า และเขาก็ไม่ใช่คนดีถึงขั้นจะไม่สนใจจะฟังข้อเสนอแนะของคัง ดงโฮ หากแต่ในระยะนี้ใครต่อใครก็สามารถตลบหลังกันเองได้ เพราะฉะนั้นคงไม่เสียหายถ้าหากเขาจะรอดูไปสักระยะหนึ่ง 


     ชั่วจังหวะไม่ถึงอึดใจกลิ่นกาแฟเข้มก็โรยตัวคลอบคลุมไปทั้งห้องประชุมอีกครั้งหลังจากสื่อมวลชนทยอยตัวออกไปจนหมดพร้อมการกลับมาของประธานองค์กรที่กำลังส่งสายตาดุดันกวาดมองไปทั่วห้องกว้าง 


     เรียวปากหนาขยับเอ่ยทักทายสมาชิกเก่าและใหม่อีกครั้งด้วยถ้อยคำห่างเหินไม่ต่างจากเดิมแต่กลับดูใจเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด



     "สิ่งเดียวที่ผมหวังคือหวังว่าทุกคนจะตั้งใจทำงานและซื่อสัตย์ต่อองค์กรของเราเหมือนกับคนในครอบครัวจริงๆ ... ผมได้ทำการคัดเลือกอัลฟ่าและทรูอัลฟ่าเข้ามาดำรงตำแหน่งต่างๆด้วยตัวของผมเอง ดังนั้นผมหวังว่าทุกคนจะไม่ทำให้ผมผิดหวังต่อสิ่งที่ผมตัดสินใจในครั้งนี้นะครับ..." 



     ฮยอนบินรับฟังเสียงนั้นด้วยความตั้งใจทุกถ้อยทุกประโยค รู้สึกกระด้างกระเดือกใจที่ต้องมานั่งฟังคำพูดของคนที่เขานึกเกลียดเป็นที่หนึ่ง ทั้งที่คิดไว้ว่าหากมีโอกาสเจอเป็นครั้งแรกคงจะใส่หมัดเข้าหน้าให้เต็มแรงจนสาแก่ใจแต่กลายเป็นต้องมานั่งปั้นหน้าภูมิใจในตัวประธานองค์กรไปเสียได้ 



     ไม่นึกแปลกใจเลยสักนิดดังคำพูดของคนรักเขาที่ว่าหากเบต้าหรือโอเมก้าคนไหนได้เห็นรูปร่างสูงใหญ่และหน้าตาหล่อเหลาของคิม ดงฮันคงต้องเหลียวมองไม่วางตา ไม่รวมถึงเรื่องท่าทางที่ดูมีภูมิฐานดีและอิริยาบถในปัจจุบันที่หากทาคาดะได้มาเห็นคงคิดถึงความรักเก่าอีกครั้งอย่างแน่นอน 


     นัยน์ตาสีคาราเมลบันทึกภาพของผู้มีอิทธิพลในที่แห่งนี้ไว้อย่างละเอียด นึกไม่ตกว่าหากทาคาดะ เคนตะยังได้มีโอกาสได้อยู่กับชายคนนี้จนถึงปัจจุบันจะมีความสุขแค่ไหน คงเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบที่มีพ่อเป็นทรูอัลฟ่าและแม่เป็นแรร์โอเมก้า แต่อีกมุมนึงมันก็ดีที่ทาคาดะเป็นของเขาในทุกวันนี้





     "วันนี้ผมขอจบการประชุมเพียงเท่านี้ ขอให้ทุกท่านตั้งใจทำงานที่องค์กรมอบหมายด้วยความเต็มใจด้วยนะครับ" พอจบประโยคท่านประธานก็ก้าวลงจากเวทีไม่สนใจใคร บรรยากาศในห้องเริ่มผ่อนคลายเป็นกันเองอีกครั้ง มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและทำความรู้จักกันอย่างผิวเผินในฐานะที่เป็นวันแรกของการพบปะกันระหว่างพนักงานเก่าและใหม่ ได้ยินมาว่าคนที่อยู่มานานไม่ค่อยพอใจในการเปลี่ยนแปลงระบบของประธานคิมเท่าไหร่นัก แต่แทนที่ประธานคิมจะถูกเขม่นเพียงผู้เดียว 'พวกเขา' ที่หมายถึงอัลฟ่าธรรมดาทั่วไปกลับถูกมองด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์รวมไปเสียด้วย 



     นึกแล้วตลกสิ้นดี โดยทั่วไปคงไม่มีอัลฟ่าชั้นสูงคนไหนอยากมาอยู่ร่วมกับอัลฟ่าชนชั้นธรรมดาอย่างควอน ฮยอนบินและอีกหลายชีวิตในนี้เท่าไรนัก แต่ประธานคิมกลับแตกต่างออกไป หรืออาจเป็นเพราะความคิดที่ทันสมัยทันโลกทันการณ์ของเจ้าตัวที่ใช้เป็นแรงขับเคลื่อนองค์กรในปัจจุบันทำให้ได้ตัดสินใจเช่นนี้ 





     "คุณก็รู้ว่าพนักงานไม่ควรทำตัวลับๆล่อๆเดินตามเจ้านายแบบนี้" ชายหนุ่มที่เหมือนเจ้าชายรูปงามพูดกับเขา ฮยอนบินนึกไว้แล้วไม่มีผิด ท่านประธานนั้นทั้งฉลาดและรอบคอบถึงเพียงนี้ ไม่แปลกที่จะรู้ว่าเขาไล่เดินตามหลังมาเสียตั้งแต่ตอนที่ประธานเดินออกจากห้องประชุมแล้ว "พนักงานใหม่เหรอ?" คุณคิมเช็ดมือที่เพิ่งเปียกน้ำจากการล้างมือเมื่อคู่พลางมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าถาม 



     "ครับท่านประธาน" เขาตอบ ทำทีเดินไปล้างหน้าล้างตาบ้าง 



     "คุณมีปัญหาอะไรกับผมรึเปล่า" พอถูกถามตรงๆ เขาก็เหยียดยิ้ม "เก็บกลิ่นช็อคโกแลตของคุณไว้ใช้กับคนรักหรือโอเมก้าสักคนเถอะครับอย่ามาใช้กับคนที่จ่ายเงินเดือนให้คุณเลย" ดงฮันตบลงที่ไหล่คนในการควบคุมเบาๆ ส่งสายตาดุคมดูน่าเกรงกลัวให้อีกคนเห็นก่อนจะปรับเป็นดวงเนตรปกติในชั่ววูบ 


     "ว่าแต่คุณชื่ออะไรครับคุณพนักงานใหม่" คราวนี้ท่าทางเป็นมิตรกลับมาอีกครั้ง



     "ควอน ฮยอนบินครับ" ตอบด้วยน้ำเสียงปกติ แม้ในใจตอนนี้กำลังคุกรุ่น เริ่มสัมผัสได้ถึงความอันตราย ความลุ่มร้อนและกลิ่นกาแฟที่เข้มเสียยิ่งกว่าพวกอัลฟ่าตอนรัต


     "สวัสดีครับคุณควอน ฮยอนบิน ผมคิม ดงฮัน ผมหวังว่าเราจะร่วมงานกันได้อย่าง 'ดี' นะครับ"





_____





     ผ่านไปเกือบชั่วโมงแล้วหลังจากคนรักของเขาบอกว่าการประชุมได้สิ้นสุดลงไปอย่างเรียบร้อย 



     คิม ยงกุกอยู่ที่สวนสาธารณะแห่งเดิมกับวันที่ลูกชายของเขาได้ประสบอุบัติเหตุในครั้งนั้น ชวนให้นึกถึงมันอย่างเลี่ยงไม่ได้ วันนี้อากาศเย็นกว่าทุกวัน เขากระชับผ้าคลุมผืนหนาให้แนบกับคอตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม น่าแปลกที่มันเป็นฤดูใบไม้ผลิแต่อุณหภูมิกลับเริ่มหนาวอีกแล้ว 



     อาจจะเพราะเวลาที่ล่วงไปถึงหนึ่งทุ่มเห็นจะได้ ทำให้สภาพอากาศไม่ค่อยเป็นใจให้แก่คนที่ขี้หนาวสั่นเช่นนี้  ไม่อยากจะยอมรับตรงๆแต่ในเวลาแบบนี้ เขาช่างหนาวเหลือเกิน



     เขานัดกับครอบครัวเอาไว้ที่ร้านอาหารในเมือง หากแต่เพราะเห็นว่ายังมีเวลาอีกมากนักจึงเลือกมาเดินที่สวนสาธารณะแห่งนี้เพื่อรอเวลาที่คนรักเลิกงาน ส่วนลูกชายหัวแก้วหัวแหวนนั้นได้ติดตามคนเป็นลุงอย่างคิม ซังกยุนไปที่ร้านอาหารข้างซุปเปอร์มาร์เก็ตในเมืองตั้งแต่เช้าตรู่ ทำให้ทั้งคู่เลือกจะไปรอที่ร้านอาหารก่อนยงกุกและดงฮัน แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไร้วี่แววของคนรัก



     "กำลังจะออกจากที่ทำงานนะครับ" 



     เป็นข้อความที่คนรักเพิ่งส่งให้เขาสดๆร้อนๆ เขาตัดสินใจพาตัวเองมาหยุดนั่งอยู่ที่ม้านั่งใต้ต้นซากุระที่ดอกของมันเริ่มร่วงโรย สูดกลิ่นหอมสดชื่นอ่อนๆของมัน พลางฟังเสียงยอดไม้ที่โบกสะบัดพัดกันเป็นเพื่อนในคืนที่ดาวเต็มฟ้า 



     มีผู้คนที่ใช้เส้นทางในสวนสาธารณะในการดำเนินชีวิตอยู่ไม่มาก จากเท่าที่ตาเห็นคนที่มาในที่แห่งนี้คือคนที่ต้องการพักผ่อนหย่อนใจเสียมากกว่า ดวงตาเรียวเล็กจับจ้องไปที่คู่รักที่เดินผ่านไปคู่แล้วคู่เหล่า ไม่ได้นึกอิจฉาเสียเท่าไร เขาไม่ใช่เด็กวัยรุ่นที่จะตื่นเต้นกับความรักเพราะรู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นแม่ลูกหนึ่งไปเสียแล้ว




     "คุณยงกุกมานั่งทำอะไรตรงนี้ครับ" เป็นเสียงทุ้มที่คุ้นเคยและเขาจดจำมันได้อย่างดี


     "เอ้าคุณควอนเจอกันอีกแล้ว" เขายิ้มอย่างเป็นมิตร เขยิบตัวให้ชิดม้านั่งอีกฝั่งเว้นที่ไว้ให้อีกคนหย่อนตัวลงข้างๆอย่างไม่นึกรังเกียจ


     "มาทำไรตรงนี้ครับ ฟ้ามืดแล้วถ้าเกิดคุณโดนฉุดขึ้นมาจะทำยังไง" ควอน ฮยอนบินไม่ได้พูดจริงจัง ดูจากสีหน้าและรอยยิ้มที่ส่งมาก็รู้





     เขาตอบกลับอย่างไม่นึกปิดบังว่ามารอสามีเลิกงาน พอถามกลับบ้างก็ได้คำตอบว่ามาเดินเล่นคลายเครียด นอกจากนั้นสิ่งที่เขารู้เพิ่มเติมคือเพื่อนของเขามาที่นี่แทบจะทุกวันด้วยซ้ำ



     "กลิ่นเหมือนดอกซากุระเหรอครับ" ร่างเล็กถามกลับตอนที่อีกคนพูดถึงกลิ่นประจำตัวของคนรัก "ถ้าชอบกลิ่นซากุระทำไมไม่กลับไปบ้านล่ะครับในเมื่อแฟนของคุณก็กลิ่นดอกซากุระ" ยงกุกถามด้วยความสงสัยใคร่รู้



     "คือเคยน่ะครับ" ร่างสูงแก้ตัวพัลวัน 



     "ทำไมเป็นงั้นล่ะ หรือว่า ... นึกออกแล้วตอนนี้แฟนของคุณคงกลิ่นเหมือนคุณสินะครับ" ยงกุกเอามือป้องปากพอเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณควอนถึงมักมาที่นี่บ่อยๆคงคิดถึงกลิ่นคนรักก่อนจะโดนกัดสินะ


     "คือ ฮ่าๆครับแล้วคุณยงกุกคงกลิ่นแอปเปิ้ลเขียวสินะหมายถึงสามีของคุณ " เพื่อนของเขาว่าเช่นนั้น


     "คือจริงๆแล้ว..."


     "เอ่อ..." อีกคนดูกระอึกกระอักเล็กน้อย "คือขอโทษครับผมไม่น่าถามออกไปแบบนั้นเลย คงเสียมารยาทที่ถามเรื่องกลิ่นกับพวกโอเมก้าสินะครับ ผมลืมสนิทเลยขอโทษจริงๆ"  ยังไม่ทันที่ยงกุกจะได้ว่าอะไรควอน ฮยอนบินก็สรุปให้เสียเสร็จสรรพ 
     โอเคคงไม่เสียหายอะไรหากจะปล่อยให้อีกคนเข้าใจว่าเขาเป็นโอเมก้าแล้วค่อยมาแก้ต่างเอาทีหลังก็ได้



     "หนาวรึเปล่าครับ ผมเห็นคุณทำแบบนี้" ฮยอนบินเลียนแบบท่าถูมือทั้งสองข้างไปมาก่อนจะยกขึ้นมานาบแก้มตามแบบฉบับของยงกุก ทำเอาคนที่เผลอไผลทำนึกเขินขึ้นมาเสียได้




     "นิดหน่อยน่ะครับผมค่อนข้างขี้หนาว" เขาว่าตามตรง 

     ไม่ช้าไม่นานเพื่อนตัวสูงของเขาก็ถอดเสื้อคลุมตัวยาวที่สวมอยู่บนตัวนั้นส่งให้เขา ในตอนแรกก็นึกเกรงใจจนเอ่ยปฏิเสธ แต่คนหัวรั้นอีกคนก็ลุกขึ้นเต็มความสูงโอบแขนสองข้างตวัดรอบคนตัวเล็ก บรรจงวาดเสื้อโค้ชชั้นดีวางลงบนตัวยงกุกแผ่วเบาแล้วทรุดตัวลงนั่งข้างๆอีกครั้ง



     "สามีคุณคงไม่ถือสาเรื่องกลิ่นช็อคโกแลตใช่ไหมครับ" ควอน ฮยอนบินพูดติดตลกทำเอาร่างนุ่มนิ่มยิ้มตามแล้วส่ายหน้าเป็นคำตอบ




     "คุณๆก้มหัวหน่อย" หลังจากคุยสัพเพเหระจู่ๆก็ถูกเสียงทุ้มสั่งให้ก้มลง ซึ่งก็ยอมทำตามอย่างโดยดี 


     มือหนาสัมผัสลงบนกลุ่มผมสีดำสนิทอย่างแผ่วเบา หยิบกลีบดอกซากุระสีช้ำออกมาก่อนจะวางไว้บนตักยงกุก ทันทีที่เงยหน้าสบตากันก็เผลอเห็นรอยยิ้มละมุนละไมที่ส่งมาให้ เขายิ้มตอบเอ่ยขอบคุณก่อนหัวข้อเรื่องพูดคุยถัดไปจะเริ่มขึ้น

 

     "สามีคุณใกล้ถึงแล้วเหรอ" เขาพยักหน้างึกงัก กดโทรศัพท์ยุกยิกก่อนจะเก็บเครื่องมือสื่อสารลงกระเป๋าเสื้อโค้ช พร้อมจะล่ำลาเพื่อนแล้ว 




     "แล้วเจอกันใหม่นะครับคุณควอน" โบกมือให้เพื่อนที่กำลังจะหันหลังกลับ แต่พอเขาหันหลังมาอีกทีก็เจอคนสามีกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาในระยะประชิดตัวอย่างรวดเร็วจนแทบสะดุ้ง แต่ที่น่าตกใจคือแววตาที่ดูดุดันนั้นมากกว่า นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้เห็นคิม ดงฮันมองเขาด้วยสายตาเช่นนี้




     "เป็...เป็นอะไรรึเปล่าดงฮัน" เอ่ยถามเสียงสั่นเมื่อรู้สึกถึงแรงบีบเข้าที่แขนซ้าย




     "กลิ่นอะไรยงกุก" น้ำเสียงเรียบกล่าว "ตอบผมทีว่ากลิ่นอะไร" ยงกุกไม่รอให้ถูกถามเป็นครั้งที่สามเลยยอมเล่าไปตามตรง พอได้บทสรุปของเรื่องราวทั้งหมดสายตาที่ดูจ้องจะเอาชีวิตเขาให้ได้ก็แปรเปลี่ยนเป็นวูบไหวชั่วครู่ ก่อนจะถูกสั่งให้ถอดโค้ชตัวนอกออก



     "ทีหลังอย่าเอาเสื้อใครมาใส่สุ่มสี่สุ่มห้านะคุณ ผมไม่ชอบให้ภรรยาของผมมีกลิ่นใครนอกจากผมหรือซังกยุนเข้าใจใช่มั้ย?" ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน จูบลงบนผมนุ่มนิ่มที่หอมฟุ้งไปด้วยแชมพูยี่ห้อเดิมของเขา ดงฮันสวมเสื้อโค้ชของตนให้คนภรรยาแทนเสื้อตัวเดิม กระตุกมือเล็กนุ่มนิ่มนั้นให้เดินตามมาเคียงข้างติดๆคล้ายกลัวว่าภรรยาจะหายไปไหน








     "แล้วเพื่อนคุณชื่ออะไรนะครับ" คิม ดงฮันเอ่ยถามตุ๊กตาหน้ารถที่กำลังนั่งกอดหมอนแมวแนบอก คนรักของเขายิ้ม ตอบคำถามเขาอย่างไม่คิดระแคะระคาย




"ควอน ฮยอนบินน่ะ" 




___________________________

#ดาร์กเนสบก 





โอ้ยเขาจะตีกันแล้วค่ะคุณผู้ชมมมม สรุปเรื่องที่ตีกันไม่ใช่เรื่องเคนตะกันแต่อย่างใดแต่เป็นเรื่องเสื้อโค้ชค่ะ 55555 ล้อเล่น 





มีเรื่องจะเล่าให้ฟังนิดหน่อยด้วย

- เรื่องนี้อยากเล่ามากคือ อย่าเพิ่งเกลียดดงฮันนะ ฮือออ จริงๆน้องเขาก็มีเหตุผลของเขา แต่ปกติฟิคทุกเรื่องของเราไม่ว่าจะในเด็กดีหรือจอยลดา เรามักจะแต่งให้ดงฮันเป็นคนไม่ดีตลอด (นี่ก็ถามตัวเองนะว่าทำไม) ค่ะ นี่ก็อยากรู้เหมือนกัน พอได้ฮายทัชกับนุ้งดงฮันมาแล้วแบบน้อง พี่ขอโทษ พี่จะรีบกลับไปปั่นฟิคแก้ต่างให้น้องเอง น้องรอพี่แปปนึง ในสักวันนึงคนอ่านของพี่จะเข้าใจหนูเองนะลูก 5555555 
- อีกเรื่องที่อยากเล่าคือสารภาพกันตามตรงว่าจะลงตั้งแต่เมื่อเที่ยงคืนกว่าค่ะ แต่ตอนเอาเนื้อหาลงคอม จัดหน้าต่างๆเราเหงาค่ะ มันเงียบมากเลยฮึดฟังเรื่องผีคนเดียวกับกองทัพแมวของเราสามตัวที่คอนโด ปรากฏว่าอยู่ดีๆฝักบัวในห้องน้ำมันก็มีน้ำไหลเอง(จากที่ได้ยินเสียง) ตอนแรกก็นึกว่าเห้ยมันแค่แรงดันน้ำดันขึ้นมาเฉยๆ สักพักเสียงดังซ่าเลยจ้า เราก็เลยทำใจดีสู้เสือกดปิดยูทูปพับหน้าจอโน้ตบุ๊ค วิ่งไปคลุมโปงนอนรอเวลาใกล้รุ่งสางเลย (จริงๆมันยังมีเรื่องที่เรามโนว่าตู้เสื้อผ้าเปิดเองทั้งๆที่จริงๆแล้วเราปิดไม่สนิทเองด้วย) ตล๊ก 55555555 
- ช่วยเมนท์ด้วยนะคะ เราชอบเห็นทุกคนดูกระวนกระวาย (เอ๊ะ) 

B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น

  1. #18 8 8 8 8 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 17:26
    แงงงงง สนุกมากเลยค่ะ เข้มข้น
    แต่เหมือนเรื่องจะเพิ่งเริ่มเอง
    ขอดูต่อไปก่อนถึงจะบอกได้ว่าน้องน่าด่าจริงรึป่าว
    สู้ๆ นะคะ ชอบมากจริงๆ
    #18
    0
  2. #17 polyeez (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 08:23
    รู้ว่าดงฮันมีเหตุผลที่ทำนะคะ แต่แบบ...ยิ่งอ่านตอนนี้ยิ่งอยากทุบน้องค่ะ แงงงงงงงง รอวันที่จะได้อ่านเหตุผลของน้องนะคะ ไว้ตอนนั้นค่อยหายโกรธ แต่ตอนนี้ขอโกรธก่อน ฮึ่ม
    ตอนนี้เคนตะเข้าใจว่าตัวเองโดนหลอก ให้มีลูกแล้วเอาลูกไปแน่ๆ ประมาณว่ามายุ่งด้วยเพราะต้องการเด็ก /กุมอก ดงฮันพยายามจะทำอะไรรรรร ยิ่งอ่านยิ่งสับสนไปหมดเลยค่ะ เดาเนื้อเรื่องไม่ถูก y_y
    ชอบโมเมนต์ตอนเคนตะกับฮยอนบินอยู่ด้วยกันมากค่ะ ดูน่ารัก อบอุ่น ไม่อยากให้แยกกันเลย ;-;

    ปล.กระวนกระวายมากเลยค่ะ😂 ระแวงทุกครั้งที่อ่าน กลัวน้องปวดใจอีก แงงงงงง
    #17
    0
  3. #16 badebido (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 01:06
    ดงฮันทำแบบนี้เพราะจะปกป้องเคนตะอ่อ หรือเคยไปสัญญาไรไว้กับใคร อยากรู้ ทรูอัลฟ่านี่ได้กลิ่นทุกคน อัลฟ่าธรรมดาล่ะได้กลิ่นทุกคนมั้ย 'คือที่จริงอยากรู้ว่าที่ฮยอนบินได้กลิ่นพี่กั๋วนี่เป็นเรื่องปกติมั้ย' ถ้าฮยอนบินรู้ว่ากุกเป็นไรกับดงฮันนี่ กลัวกุกโดนทำร้ายจังแบบ นายทำนรักฮฉันเจ็บฉันก็ทำคืนไรงี้/-บ้าขี้มโนอีกแล้ว //สู้ๆนะค้าา เดี๋ยวจะไปตามหาไรท์ในจอย
    #16
    0
  4. #15 failie0220 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 06:12
    ฮยอนบินก็ยังไม่รู้ว่าดงฮันเป็นสามีของยงกุก ถ้ารู้แล้วมีเรื่องเเน่นอนน สงสารเคนตะอ่ะ อยากรู้เหตุผลดงฮันตอนที่เอาลูกไปมากเลย ถ้าฟังไม่ขึ้นนะพี่จะทุบทุบทุบ ปล.เป็นกะลังใจให้ไรท์ค่าบ สู้ๆ
    #15
    0