D A R K N E S S [ OMEGAVERSE ] FIC J B J

ตอนที่ 2 : CHAPTER TWO

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 261
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    19 มี.ค. 61

-2- 
don't leave me here alone





 'อย่าออกไปไหนไกล' 
     แม้คนเป็นสามีจะกำชับนักกำชับหนา แต่ดูเหมือนว่าคุณแม่จะไม่เข้าใจและไม่พยายามทำตามเรื่องนี้เอาเสียเลย สวนสาธารณะที่ห่างไกลจากบ้านไปราวยี่สิบกิโลคือที่หมายของสองแม่ลูกและพลขับจำเป็นอย่างคิม ซังกยุน 


     เสียงเจื้อนแจ้วของเด็กผมทองโดยกำเนิดท่องพยัญชนะอังกฤษวนไปวนมาทำเอาพลขับคนหล่ออดฉีกยิ้มกว้างไม่ได้ เด็กน้อยไม่รู้ประสีประสานอนกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่เบาะหลังทำให้ยงกุกเป็นห่วงอย่างมากจำต้องเอี้ยวตัวจากเบาะข้างคนขับหันมามองลูกชายหัวแก้วหัวแหวนแทบทุกวิ 
     ก็สามีคนเก่งของเขาเคยบอกว่าหากปล่อยให้คาดสายตาคงไม่พ้นจัสตินตกเบาะรถคอหักตายเข้าสักวัน ดีเข้าหน่อยที่ซังกยุนช่วยมองจากกระจกมองหลังให้ประจำทำให้สบายใจไปเปาะนึง



เปาะนึงเท่านั้นแหละเพราะมองจากดาวพลูโตก็รู้ว่าสายตาคมคายคู่นั้นดูก็รู้ว่ามีนัยยะบางอย่างแฝงอยู่



***


     "เอ้าไป" หลังจากเลือกที่นั่งบนเนินหญ้าในสวนสาธารณะเรียบร้อยแล้ว ยงกุกจึงปล่อยให้ลูกชายไปวิ่งเล่นกับเพื่อนดังเช่นทุกครั้ง โดยมีซังกยุนประกบติดเด็กคนนั้นไม่ห่าง


     เด็กชายหัวเราะคิกคักวิ่งไปตามเนินหญ้าไล่จับนกชมไม้ตามประสาแต่เล่นเอาใจคนวิ่งตามหล่นวูบไปอยู่ตาตุ่มเป็นครั้งที่สิบของวัน เจ้าเด็กอ้วนป้อมทำให้เขาเป็นห่วงต้องคอยคว้าเสื้อสีเขียวสดที่สวมไว้หลายต่อหลายครั้ง 

     จัสตินเป็นเด็กซนที่ซังกยุนหวงแหนเป็นอย่างมาก นอกจากสถานะลุง-หลานก็เพราะความเป็นโซลเมทที่จัสตินถูกยัดเยียดมาแต่เกิด ถึงกระนั้นคนโตก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากคอยดูแลอยู่ไม่ห่างเท่านั้น

     "จัสตินอย่าไปเล่นใกล้บ่อน้ำนะ" เสียงคนเป็นลุงตะโกนตามหลังเจ้าเด็กจอมดื้อขณะที่ตนก้มหน้านับเงินให้ร้านขายไอศกรีมที่เมื่อครู่หลานชายได้จิ้มส่งๆลงที่ไอศกรีมช็อคโกแลต แต่ทันทีที่เงยหน้ามากลับมองไม่เห็นเจ้าของหัวใจตัวเองอีกแล้ว 

     เสี้ยววินาทีเท่านั้นที่เขาได้ยินเสียงแผดร้องจ้าของเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของจัสติน ทำเอาชายหนุ่มอยู่ไม่สุขสองมือต้องรีบรับไอศกรีมตัวการส่วนสองเท้าต้องรีบก้าวฉับมองหาเด็กในความดูแล หัวใจดวงเท่ากำปั้นของเขาเต้นแรงยามหยุดยืนที่ริมบ่อน้ำใหญ่




______



     "คุณน้าเห็นคุณผีเสื้อไหม" เด็กตัวเล็กท่าทางดูน่าซุกซนคนหนึ่งวิ่งร่ามาถามเขาพลางทำท่าทำทางประกอบ เบื้องหลังมีเพื่อนวัยเดียวกันอีกคนทำท่าหัวเราะคิกคักอยู่ลับๆ 

     ชายหนุ่มกดปลายบุหรี่ลงบนพื้นด้วยความกลัวว่าจะเป็นอันตรายกับเด็กที่คับคล้ายคับคาว่าไม่น่าจะอายุเกินหกปี นึกสงสัยถึงผู้ปกครองที่กล้าปล่อยให้เด็กวัยกำลังซนสองคนมายืนแกว่งไปมาอยู่ริมบ่อปลา

     "นู่นๆจองจองคุณผีเสื้อ" ฟันกระต่ายน่ารักสองซีกถูกอวดแก่สายตาคุณน้าแปลกหน้า เด็กผมทองชี้โบ๊ชี้เบ๊ไปยังท้องฟ้าที่มีผีเสื้อสีสวย สองเท้าเตาะแตะต้วมเตี้ยมโผเข้าหาเจ้าแมลงมีปีกอย่างไม่คิดชีวิต ตามด้วยเด็กไซส์กลมกระโดดเหยงๆตามมาติด จนชนเข้ากับเจ้าหนูจำไม 


     "จัสติน!!!"
     เจ้าเด็กที่เขานึกเอ็นดูนั้นตกลงไปอยู่ในน้ำโดยไม่มีโอกาสได้ทุรนทุรายก้อนน้ำหนักนั้นก็จมลงไปกับน้ำหายแว้บไปกับตา คนเป็นผู้ใหญ่ตกใจตารีตาเหลือก รีบก้มลงไปควานหาเสื้อบางในน้ำสีเข้มนั้นจนน้ำกระเส็นเปียกปอนไปทั่วเสื้อผ้าของตน ใช้เวลาอยู่เกือบห้านาทีกว่าจะเจอพอคว้าขึ้นมาได้เจ้าเด็กคนนั้นก็แน่นิ่งพร้อมลมหายใจที่โรยริน เขาภาวนาให้เจ้าผู้ปกครองของสองเด็กคนนี้ออกตามหาบุตรหลานของตัวเองเสียที





     เขาบีบจมูกจิ้มลิ้มนั้นแน่นๆหลังจากวัดชีพจรของร่างน้อยก่อนจะเริ่มเป่าลมเข้าทางริมฝีปากจิ๋ว ผู้คนเริ่มมุงกันเข้าหาเขามากขึ้น ขาดแต่คนที่จะแสดงตัวเป็นผู้ปกครองเท่านั้นแหละที่ยังไม่เห็นหน้า 




ปึก



     ชายหนุ่มที่เด็กคนนั้นเรียกคุณน้าถูกผลักออกจากตัวเด็กผมทอง เหลือบไปเห็นเจ้าเด็กอีกคนร้องเรียกชื่อคนมาใหม่ซ้ำไปมาทำให้รู้ว่าคงเป็นผู้ปกครองเป็นแน่ เขานั่งชันเข่าหอบหายใจด้วยความเหนื่อยมองดูอีกคนที่กำลังทำหน้าที่เหมือนเขาเมื่อครู่ 


     ท่าทางที่ดูเชี่ยวชาญกว่าตัวเขาหลายเท่ากำลังทำซีพีอาร์ให้เด็กซนอย่าขมักเขม้น จนในที่สุดก็สำลักน้ำออกมาด้วยหน้าแดงก่ำแผดเสียงร้องดังจ้าแล้วปัดป่ายมือกลางอากาศ คว้าหมับเข้าที่คอเสื้อยืดผู้ปกครองซุกหน้าลงตรงแผ่นอกแกร่งเริ่มระเรงน้ำหูน้ำตาและน้ำมูกลงบนเสื้อขาว สองมือหนาโอบกอดร่างหนักไว้แนบอกไม่วายใช้มือข้างนึงลูบบนหัวทุยเบาๆด้วยความอ่อนโยนเต็มไปด้วยความรัก ครั้นเมื่อเขาเข้าไปแตะแขนดูอาการเด็กตัวเล็กก็ได้กลิ่นแอปเปิ้ลเขียวที่รุนแรงออกมาจากตัวอีกคน ในฐานะคนที่เป็นอัลฟ่าด้วยกันเดาได้ไม่อยากเลยสักนิด การแสดงความเป็นเจ้าของ ลูกชาย?




***




     "แสบนักนะ" คนเป็นแม่ดุลูกน้อยทั้งที่น้ำหูน้ำตาร่วง จับลูกชายหันซ้ายหันขวาหมุนตัวอีกทีสองทีเช็คความปลอดภัยมีคนแปลกหน้านั่งมองอยู่ไม่ห่าง ยงกุกเอ่ยขอบคุณคนตัวสูงซ้ำแม้อีกคนจะปฏิเสธความดีความชอบเป็นพัลวัน


ซังกยุนวางเสื้อเชิ้ตตัวแพงลงบนหัวของเด็กวัยห้าขวบเริ่มบรรยงขยี้หัวเล็กด้วยความหมั่นไส้ เด็กอะไรดื้อเสียยิ่งกว่าลิง ถ้าไม่ได้คนแปลกหน้านั้นช่วยไว้จะมีชีวิตรอดมาถึงตอนนี้หรือไม่ก็ไม่รู้

'ชื่อคุณควอน ฮยอนบินเหรอครับ...'


     แต่ถึงแบบนั้นก็เถอะก็อดหมั่นไส้ไอผู้ชายคนนั้นไม่ได้ เขาเงี่ยหูฟังบทสนทนาของผู้น้อง แขนแกร่งยังคงออกแรงซับน้ำเปียกตามตัวของหลานชายไม่หยุด ทกคนเขาเป็นห่วงเสียวุ่นแต่เจ้าตัวกลับนั่งจุ้มปุ๊กกินไอศกรีมที่คนแม่ซื้อให้ใหม่อย่างสบายใจ ลืมเหตุการณ์เฉียดตายไปเสียแล้ว


เด็กก็ยังคงเป็นเด็ก

     กลิ่นหอมของดอกสึบากิลอยฟุ้งไปทั่วตัวจ้ำม่ำ เจ้าก้อนสีขาวจั๊วะมักส่งความหวานหอมแบบนี้ออกมาเสมอยามกำลังมีความสุข เด็กร้องฮัมเพลงที่ได้ยินบ่อยในตอนเช้าให้คนมีศักดิ์เป็นลุงฟังจนซังกยุนแทบจะเพลิดเพลินไปเสียด้วย


     เขาว่ากันว่าคู่โซลเมทมักมีสิ่งวิเศษที่สื่อถึงกันเสมอ กลุ่มผมสีทองนั้นแห้งสนิทในตอนที่อีกคนเคลิบเคลิ้มหลับไหลไปบนแขนแกร่ง เขาบอกคนแม่ว่าจะพาหลานชายไปนอนรอในรถ เด็กเล็กตากแดดมากก็ไม่ดียิ่งตอนนี้ที่พิษไข้จากการตกลงบ่อน้ำเย็นเริ่มรุมเร้าอีกคน มือหนาปัดเส้นผมที่ปรกลงบนหน้าผากขาวออก ผมสีทองธรรมชาติที่ได้มาแต่กำเนิดนั้นเข้ากับจัสตินเป็นไหนๆ ขนาดคนเป็นแม่ยังเคยรู้สึกอิจฉาเกศาสีสวยนั้นอยู่หลายต่อหลายครั้ง 


     ยามที่เด็กเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างเต็มรูปแบบก็ยังมีกลิ่นหอมสึบากิอ่อนๆตลบไปเสียทั่ว ซังกยุนหวงแหนกลิ่นหอมหวานนี้ยิ่งนัก แม้จะเป็นเรื่องน่าประหลาดแต่การที่ได้รับรู้ถึงเพศสภาพของจัสตินก่อนวัยอันควรกว่าสิบปีก็ทำให้เขาเตรียมรับมือถูก อย่างน้อยก่อนจะเข้าสู่วัยรุ่นวัยรุ่นก็มีแค่เขาคนเดียวที่ได้กลิ่นชวนหลงไหลนี้ 


______




น่ารัก 

เป็นครอบครัวที่น่ารัก 



     เป็นสิ่งที่ควอนฮยอนบินได้รับหลังจากได้ช่วยชีวิตเด็กซน กลิ่นแอปเปิ้ลเขียวจางที่มาจากคนแม่ไม่ฉุนเหมือนของใครอีกคนที่เขาเจอก่อนหน้า ครอบครัวนี้ดูสมบูรณ์แบบยามที่ทุกคนต่างหัวเราะทั้งน้ำตาหลังผ่านเรื่องหน้าสิวหน้าขวานมาด้วยกัน เขาเห็นชายอีกคนอุ้มเด็กผมทองกลับรถก็อดอิจฉาเสียมิได้ ขนาดชายที่ยอมกัดสีผมกว่าสามครั้งอย่างเขายังเทียบไม่ได้กับความคลับมันของผมเด็กคนนั้น ครั้นจะถามถึงที่มาของผมสีแสบนั้นออกไปก็กลัวจะเสียมารยาทกับเพื่อนใหม่อย่างคิม ยงกุก 







     ปลายนิ้วแกร่งสัมผัสลงบนกลอนประตูรั้วเหล็กอีกครั้งเพื่อปิดมัน สองขาก้าวฉับไปในตัวบ้านมองหาคนรักตัวเล็กที่น่าจะอยู่ที่ไหนสักแห่ง สะดุดเจอหน้าหวานที่กำลังคุยงุ้งงิ้งกับเจ้าแมวสุดรักอยู่หลังโซฟา อดไม่ได้ที่จะเข้าไปจูบลงบนผมที่ละบ่านั้นเต็มรักจนอีกบุคคลฉีกยิ้มกว้างทำท่าจะเอียงคอนี้ 


     ริมฝีปากสากจากการแห้งผากจูบเบาตรงซอกคอเรียกเสียงหัวเราะร่าเพราะสัมผัสอันชวนจั๊กจี้ ทาคาดะเอื้อมมือมาจับใบหน้าหล่อเหลาไว้ข้างนึงอีกข้างก็ลูบหัวเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวโปรดไปด้วย เริ่มเอ่ยปากไล่คนรักไปอาบน้ำหลังได้ฟังเรื่องราวของวันนี้ไปจนเกือบหมด



     ฝักบัวถูกหมุนปิดทันทีที่น้ำได้ปริมาตรที่พอดี ทาคาดะเป็นคนเดียวที่ปรับอุณหภูมิของน้ำได้คงที่เสมอต้นจนปลายในทุกวัน สองมือเล็กดันคนตัวโตให้นั่งในท่าที่พอดี เปิดน้ำอีกครั้งและเริ่มชโลมล้างบนหัวเบาๆ

     "สีผมเริ่มหลุดแล้วล่ะ" โคนผมสีดำไม่กลืนกับสีทองทำเอาเคนตะเบ้หน้า กว่าจะย้อมให้ติดเขาใช้เวลาตั้งนานไหงหลุดเสียง่ายแบบนี้ 


     "เดี๋ยวผมไปซื้อมาหาให้คุณย้อมให้ใหม่" ฮยอนบินร่างเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิดกล่าวขึ้นในอ่างน้ำท่าทางสบาย นึกไปถึงครั้งล่าสุดที่คนรักของร้องให้เขาย้อมผมเป็นสีทองเหมือนเจ้าตัว เคนตะชอบผมสีทองมากกว่าสิ่งใด มีเพียงพวกโอเมก้าชั้นสูงเท่านั้นที่มีผมสีทองโดยกำเนิด ครั้นเช่นนั้นคนรักของเขาก็ไม่มั่นใจในตัวเอง ภาระหนักตกมาถึงเขาที่โดนโกรกสีทองอร่ามไปด้วย


     "พูดถึงผมทอง" คนตัวสูงเว้นช่วงหายใจ "เด็กที่เจอวันนี้เขามีผมสีทอง..."


     "ทองทั้งหัวไม่รู้ว่าแม่เขาจับย้อมหรือเปล่าแต่เป็นสีที่สวยมาก" เคนตะในชุดคลุมอาบน้ำกำลังระเรงแชมพูลงบนหัวของคนเล่าพร้อมฟังอย่างตั้งใจ 


     "เด็กคนนั้นน่ะมีแววตาเหมือนคุณเลย" ฝักบัวปล่อยน้ำอุ่นออกมาแผ่วเบา มือเบาข้างหนึ่งขยำปลายผมชะล้างเอาฟองออกเสียหมด เขาฟังอย่างคะนึงนึก


     "เคนตะ" เอ่ยเสียงทุ้มขัดความเงียบ "ถ้าคุณกับผมมีลูกลูกของเราจะผมสีอะไรนะ" จะสีดำเหมือนคนทั่วไปหรือสีทองเหมือนแม่นั่นคือสิ่งที่ฮยอนบินคิดอยู่ในใจ



กรึก



     ทาคาดะวางฝักบัวลงข้างอ่าง หยิบผ้าขนหนูมาเช็ดมือทำท่าจะลุกออกจากสุขภัณฑ์เซรามิกราคาแพงด้วยความหงุดหงิดแต่กลับถูกกระชากที่นิ้วแรงแล้วเปลี่ยนเป็นถูกจูบที่ปลายนิ้วนางไล่จนถึงหลังมือแทน 

     คนข้างบนถูกดึงลงมาอยู่ในอ่างแคบเช่นเดียวกัน ฮยอนบินยกยิ้มมุมปาก กดหลังใครอีกคนแนบลงกับผนังเย็นชืด


     ยอนบินกอดคนรักไว้แน่นช่วงยามที่รัตและฮีทมาถึงตรงกัน กลิ่นของกาแฟกับช็อคโกแลตตีกันคละคลุ้งไปทั่วห้องน้ำกว้าง โอเมก้าชั้นสูงถูกกกกอดโดยอัลฟ่าจนมิดอกไร้ซึ่งหนทางการหนี มีเพียงเสียงร้องระงมเล็ดลอดออกมาให้สิ่งมีชีวิตสี่ขาได้ฟัง




     เจ้าของดวงตาสีอ่อนหยุดการกระทำทันทียามที่ผ้าผืนหนาถูกรีดทับเสียจนอุ่น ดึงปลั๊กออกและพับโต๊ะรีดนั้นเข้าที่ ยกผ้าห่มสีเข้มมาพาดบนเตียงด้วยความรวดเร็วด้วยกลัวไอความร้อนจะจางหาย คนรักของเขาชอบให้ผ้าห่มอุ่นในก่อนนอนทุกคืน ระยะเวลากว่าสี่ปีที่เคนตะทำสิ่งนี้จนเคยชิน แรกเริ่มก็นึกสงสัยถึงความเสพติดผ้าห่มที่อุ่นหรือที่หอมไอแดดของฮยอนบิน แต่พอนานเข้าก็รับรู้และเข้าใจได้อย่างดีถึงความอบอุ่นสบายของมัน


     ไอร้อนของชาลอยประทะในอากาศ หย่อนช้อนลงไปคนสองสามทีก่อนจะส่งให้คนรักที่กำลังตั้งตาคออย่างใจจดจ่อเหมือนลูกหมาได้กระดูกชิ้นใหม่ ทาคาดะเองก็มีนิสัยติดชาก่อนนอนเหมือนกัน เรียกได้ว่าไม่สามารถนอนหากขาดชาร้อนสูตรอร่อยของคนรัก หลังจากหยดชาสุดท้ายหมดแก้ว สองคนก็พากันไปแปรงฟันที่ยาสีฟันถูกบีบเตรียมไว้ก่อนหน้าพร้อมกัน 


     เจ้าของเขี้ยวสเน่ห์หันมายิ้มโชว์ฟันที่เรียงซ้อนให้ฮยอนบินได้ประจักษ์ ก่อนจะออกตัววิ่งขึ้นเตียงไปอย่างไม่คิดชีวิต คนรักตัวสูงหัวเราะในลำคอ กดปิดสวิฟต์ไฟแล้วเดินตามคุณทาคาดะมาที่เตียง



     'ใครเป็นคนปิดไฟคนสุดท้ายคนนั้นต้องเป็นคนนอนกอดอีกคน' กฏของบ้านที่ถูกร่างขึ้นโดยโอเมก้าตัวน้อยทำเอาคุณควอนหัวร่อ 



     "ไหนมากอด" สองมือใหญ่เอื้อมไปคว้าเอวอีกคนมากอด ในความจริงฮยอนบินต้องเป็นฝ่ายกอดคนรักเสียมากกว่าที่คนรักจะทำ ทาคาดะเคยบ่นงุ้งงิ้งตอนที่นอนกอดเขาบอกว่าเมื่อยนักเมื่อยหนาแขนโอบไม่ถึง กลายเป็นในเช้าวันต่อมาเขาถูกคนรักงอนแบบงงๆ ไปเสียได้ หลังจากนั้นก็กลายเป็นเขาที่ต้องยอมเป็นคนปิดไฟเสมอ 


     "เคนตะ..." เปลี่ยนตำแหน่งสองมือที่ใช้โอบเอวคนรักจากด้านหลังมาประสานนิ้วอีกฝ่ายไว้แทน "แล้วเราไปด้วยกันนะ" สองมือที่เล็กกว่ามือของเขาเกือบครึ่งบีบกำชับเป็นคำตอบ


     "บ้านคุณยงกุกมีเด็กคนนั้นให้คุณเล่นด้วยนะ..." ชายหนุ่มเว้นช่วงหายใจ "เผื่อเขาจะช่วยให้คุณจะหายคิดถึงลูกของคุณ" ขอบตาร้อนพราวของฮยอนบินซุกลงบนแผ่นหลังเล็กที่กำลังสั่นกระเพื่อมของคนรัก 





แม้ในยามสุขก็ร่วมกันสุข

ในยามทุกข์ก็ร่วมกันทุกข์


     สองร่างบนเตียงกำลังปลดปล่อยน้ำตาออกมาอย่างไร้ซึ่งเสียงใดๆ  คนนึงในใจมีแต่ความคิดถึงและโหยหาใบหน้าที่คงน่ารักของลูกในไส้ คนนึงโหยหารอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขของคนรัก


     แม้ผ้าผืนหนาจะอบอุ่นจากไอเตารีด คนรักของเขาจะนอนหลับเพราะชาถ้วยโปรด หรือความอบอุ่นของกันและกันที่ผ่านจากอ้อมกอด ก็ไม่ได้ช่วยหยุดความเศร้าเสียใจก่อนนอนในทุกค่ำคืน








มันเป็นเหมือนทุกคืนที่เขาทั้งคู่หลับลงด้วยความเหนื่อยล้าและไอของความเสียใจ

คืนที่คิดถึงลูกของตน

คืนที่อยากเห็นคนรักในรอยยิ้มสักครั้ง

___________________________

#ดาร์กเนสบก 










___________________________

เราเขียนตอนละ 10000 อักษรกว่าไม่เกิน 13000 เพราะกลัวจะยาวไป แต่ก็ไม่รู้ว่าน้อยไปไหมเหมือนกัน พาสนี้แฟนใหม่ของแฟนเก่าของแฟนตัวเอง (เอ๊ะ?) ได้เจอกันแล้ว ทำไมคุณยงกุก  
ชักโจนเข้าบ้านล่ะคะ จริงๆอยากฝอยว่าลบๆเขียนๆตอนกยุนจัสบ่อยมาก คือตอนนี้ตั้งใจจะเขียนให้จัสตินเป็นตัวดำเนินเรื่อง แต่เขียนยากมากใช้เวลาร่างสองวันได้มาแค่นี้ 5555555 แต่ดันทำพาสฮยอนบินกับคุณทาคาดะได้ลื่นไหลมาก คืออะไร๊! ยังไงก็เถอะค่ะ 55555555 อยากขอบคุณคนเมนท์และคนอ่านมาก ไม่คิดว่าจะมีคนเข้ามาอ่านจริงๆนะ ซึ้ง 


ช่วยดูคำผิดด้วยนะคะ เดี๋ยวตามมาแก้ 

B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น

  1. #6 K_JD (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 11:37
    โอ้โห พีคในพีค!!! คือดีมากกกกกกกกกก นี่ตกใจเว่อตอนอ่านจัสตินนี่ลูกคุณเคนตะใช่มั้ยคะ รอเฉลยนะคะ สู้ๆค้าาาาาาา
    #6
    0
  2. #5 failie0220 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 11:14
    โง้ยยย ฮยอนบินเคนตะ น่าสงสารมาก จะร้องไห้ตาม ฮื่อออ สงสัยว่าน้องจัสตินลูกเคนตะใช่ป้ะเนี่ย อยากรู้ปมมากๆเลย ว่าทำไมดงฮันต้องทำแบบนั้นกับเคนตะ รอๆๆๆนะค่าบบ สนุกมากเลยยย
    #5
    0