D A R K N E S S [ OMEGAVERSE ] FIC J B J

ตอนที่ 1 : CHAPTER ONE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 436
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    15 มี.ค. 61

-1- 
You’ll be alright

   
     

     เด็กชายตัวเล็กกำลังจ้องมองเอวบางของคนที่เขาเรียกว่า 'คุณม๊า' ร่างกายที่สูงชะลูดกว่าเขานั้นกำลังขยับไปมาในห้องครัวเล็ก เด็กชายอดสงสัยไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องวุ่นๆที่คุณแม่มักทำในตอนเช้า หากแต่ก็ไม่ได้ถามไถ่ถามอะไรออกไปให้มากความ


     "คุณม๊า" ไม่ใช่เสียงของเด็กน้อยที่กำลังมีท่าทีสงสัยแต่เป็นใครอีกคนในชุดนอนตัวใหญ่สีเทาและกางเกงวอร์ม เขาสวมกอดเอวบางเบาๆและซุกหน้าลงตรงแผ่นหลังนั้น ยิ้มเย้ยยันใส่ลูกชายตัวดีก่อนจะผละตัวออกมาหาเขา


     "จัสตินกินอะไรรึยังลูก" เขาเอ่ยถามลูกชายก่อนจะปรี่ตรงเข้ามาดึงแก้มขาวนั้นอย่างเอ็นดู คนแม่แอบลอบยิ้มหัวเราะเบาๆ เทไข่คนที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆใส่จานของผู้เป็นคู่ชีวิต แล้วจึงย่อตัวลงเพื่อให้ใบหน้าเสมอกับลูกชาย พูดด้วยสองถึงสามประโยคก่อนจะปล่อยให้เด็กน้อยวิ่งร่าไปหน้าทีวี ทิ้งรอยยิ้มเอาไว้ให้คนเป็นพ่อแม่ก่อนจะเข้าสู่โลกของตัวเอง


     "คุณไปหลอกอะไรลูกอีกหรือเปล่า" คนถูกถามกระแอ้มหัวเราะร่าด้วยความชอบใจ ใครๆก็รู้ว่าคิม ยงกุกชอบหลอกล่อลูกด้วยมารยาสารพัด 

     "แค่บอกว่าถ้าวันนี้ไม่ดื้อจะให้รางวัล" เขาวางจานอาหารลงบนโต๊ะ เลือกที่นั่งที่ใกล้คิม ดงฮันที่สุด ก่อนจะเริ่มทานอาหารมื้อแรกของวัน


.
.
.
.
.



     "วันนี้ผมคงกลับดึก..." เป็นประโยคบอกเล่าที่เอ่ยขึ้นระหว่างที่คนตรงหน้ากำลังช่วยจัดแจงเน็คไทให้เข้าที่ ดวงตากลมแป้วจ้องมองคนรักด้วยความรักใคร่ ยื่นนาฬิกาเรือนแพงให้และปัดสูทตัวสวยอีกสองสามครั้งก่อนที่จะชื่นชมความหล่อของสามี 


     "วันนี้ลูกเรียกคุณด้วย" ยงกุกเอ่ยบ้างหลังจากคนรักเล่าเรื่องต่างๆที่จะเกิดขึ้นภายในวันนี้ให้ฟัง 

     "เรียกว่าคุณพ่อด้วยนะ..." คนพูดย่นจมูกฉีกยิ้มด้วยความหมั่นไส้  น้อยครั้งนักที่จะเห็นลูกชายเรียกอีกฝ่ายว่าคุณพ่อ เพราะที่ผ่านมาคุณพ่อมักมีชื่อเรียกตามการ์ตูนที่ลูกชายชอบในช่วงนั้นเสียมากกว่า ยงกุกถือกระเป๋าหนังเดินตามคนรักมาติดๆก่อนจะยื่นให้ หลังคนตัวสูงร่ำลาลูกชายตัวอ้วนเสร็จ 


     "แล้วเจอกันตอนเย็นนะ" มือนุ่มนิ่มคว้ามือหัวหน้าครอบครัวมาเหวี่ยงเล่นสักพัก คิมดงฮันมองภาพนั้นด้วยความเอ็นดู แม้จะอายุเข้า 27 ปีแต่ภรรยาของเขาก็ดูจะเหมือนเด็กสาววัยป๊อปปี้เลิฟอยู่ดี 

     
     "อยากให้กลับเร็วเหรอ" เขารู้ใจคนรักเสมอด้วยท่าทีที่บ่งบอกนั้นดูก็รู้ว่ากำลังจะมีคนงอแง วางมือลงบนศรีษะเล็กพอดีมือเบาๆโยกมันสองสามทีก่อนจะมอบจูบที่เต็มไปด้วยความสเน่หาลงบนหน้าผาก 


     "อย่างอแงกว่าลูกนักสิ" เสียงทุ้มเอ่ยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความรัก เขาดึงตัวคนรักมากกอดหลวมๆ จูบลงบนเส้นผมสุขภาพดีซ้ำๆ สูดดมกลิ่นกายสะอาดของใครอีกคนเข้าเต็มปอด โลกภายนอกนั้นน่ากลัวเสียจนทุกย่างก้าวนั้นมีล้วนมีแต่ความกังวล ไม่มีใครรู้ว่ามันอาจจะเป็นวันสุดท้าย หรือจะได้กลับมาเห็นหน้าครอบครัวอีกหรือไม่


     "ตอนนี้คงจะได้กลิ่นกาแฟใช่ไหม" คนในอ้อมกอดเงยหน้าถาม ยงกุกทำลายบรรยากาศอันเงียบสงบนั้นลงอย่างขาดสิ้น ทำเอาคนได้ยินเบิกตากว้าง




     "คุณกำลังทำแบบนั้นใช่ไหม ลูกหน้ามุ่ยใหญ่แล้ว" เขาเบ้หน้าไปหาลูกน้อยที่กำลังทำจมูกฟึดฟัด เด็กเล็กยังคงไม่ชอบกลิ่นกาแฟแม้ว่าจะเป็นกลิ่นประจำตัวของผู้เป็นพ่อแต่จนแล้วจนรอดจัสตินก็ยังคงไม่ชิน ผมกลัวลูกจะอาเจียนอีกนะคุณยงกุกปรามก่อนจะเริ่มผละตัวออกจากคนรัก 


     "ผมนึกว่าคุณจะได้กลิ่น" คิม ดงฮันเอ่ย สองขาเดินไปที่รถ เก็บกระเป๋าเอกสารวางไว้ที่นั่งข้างคนขับแล้วจึงวกกลับมาหาภรรยาอีกครั้ง


     "คุณก็รู้ว่ามันไม่มีทาง" คุณภรรยาหัวเราะจนตาหยี การตรวจเพศสภาพบอกเขาอย่างชัดเจนตั้งแต่เกือบ 12 ปีที่แล้วแล้วว่า คิม ยงกุกเป็นเบต้าอย่างแน่นอน ก็คงมีเพียงแต่ทรูอัลฟ่าเช่นดงฮันเท่านั้นที่ยังคงเฝ้าหวัง 


"อย่างน้อยก็ได้ลูกเป็นโอเมก้านะ" 


     ยงกุกรู้ว่าคนรักนั้นคงแอบคาดหวังให้เขาเป็นโอเมก้า คนรักวัย 25 นั้นชอบแสดงความเป็นเจ้าของอยู่ร่ำไป แม้หากเขาเดินซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ตก็จะมีผู้ชายร่างสูงกว่า 180 เดินจูงมือเด็กชายจัสตินมาข้างๆ เป็นภาพจำของคนแถวนั้นเป็นอย่างดี 


     "เอาน่า" ยงกุกเอ่ยเสียงหวานห้วนๆตามนิสัย ไล่สามีของตนขึ้นรถไปทำงานในเช้าวันจันทร์


     "วันนี้ซังกยุนจะมาอยู่เป็นเพื่อนอย่างห่วงเลยนะ..." พูดจบคิมยงกุกหัวเราะร่าอีกครั้งหลังจากเห็นคนรักทำสีหน้าบึ้งตึง ตวัดสายตาเขียวปัดมองเขาในขณะที่มือข้างนึงจับพวงมาลัย
"น่าห่วงกว่าตอนปล่อยให้อยู่กันสองแม่ลูกอีก" ไม่รู้จะแค้นเคืองอะไรหนักหนา ดูท่าระยะหลังคิม ดงฮันจะไม่ชอบพอกับคิม ซังกยุนเอามากๆ 

ใครๆก็รู้ว่าคุณพ่อดงฮันหวงลูก แต่ใครจะคิดว่าจะหวงแม้กระทั่งโซลเมทของลูกตัวเอง


     "อย่าปล่อยให้ลูกอยู่กับมันตามลำพัง ลูกเรายังเด็กอยู่" 

ถ้อยคำสุดท้ายถูกเอ่ยขึ้นก่อนรถยนต์คันหรูจะแล่นออกจากบ้านสไตล์ยุโรปไป ทิ้งรอยยิ้มที่แช่มชื่นไว้บนแก้มของ คิม ยงกุก ด้วยความอดหมั่นไส้คนรักของตัวเองไม่ได้



     บ้านที่เงียบสงบไร้เสียงพูดคุยดังขึ้นอีกครั้งหลังสามีเจ้าของบ้านออกไปทำงาน ลูกน้อยของพวกเขากำลังดูการ์ตูนอย่างใจจดใจจ่อ ส่วนคนที่เป็นภรรยาก็ยังคงออกแจ้งตากผ้าสู้ความร้อนระอุของอากาศอยู่เช่นนั้น 

     ลมแรงพัดผ่านมาทำเอากิ่งไม้เสียดสีกันเสียงดัง เหล่านกน้อยที่แฝงตัวอยู่ตามโพรงต้นไม้ร้องประสานเสียงกันขับกล่อมเป็นบทเพลง เสียงผืนผ้าถูกสะบัดดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภายในบ้านหลังใหญ่กลางป่าที่ไกลจากผู้คนนั้นเป็นที่ที่คนสามคนเรียกบ้านที่แสนอบอุ่นอย่างไม่เคยรังเกียจ บ้านที่มีพ่ออย่าง คิม ดงฮันเป็นทรูอัลฟ่า เด็กชายจัสติน เป็นโอเมก้า และภรรยาอย่าง คิม ยงกุก เป็นเบต้า 



__________




     ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจของควอน ฮยอนบิน แม้เสียงกรีดร้องที่ดังมาจากห้องนอนตรงหน้าทำเอาใจของคนร่างสูงวูบไหวไปชั่วครู่ สองมือกำเข้าหากันจนแน่น ไม่มีเวลามาห่วงตัวเองด้วยซ้ำว่าเลือดจะไปหล่อเลี้ยงสองมือนั้นเพียงพอหรือไม่ 


     เขาดันประตูที่ปิดสนิทนั้นให้เปิดกว้างออก แสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาทำให้เขาเห็นเจ้าของเรือนผมสีทองนั้นได้อย่างง่ายดาย ร่างกายบางไร้เสื้อผ้าอาภรณ์ใดๆนั้นกำลังนอนแดดดิ้นอยู่บนเตียงขนาดใหญ่ 

     ไม่รู้ว่าเป็นเสียงที่เขาคิดไปเองหรือห้องๆนี้มีเพียงเสียงลมหายใจแรง เสียงดังเหมาะแหมะจากการไหลของน้ำตา เสียงริมฝีปากบางที่กำลังหวีดร้องคำที่ฟังไม่ได้ศัพท์เล็ดลอดออกจากไรฟัน ก้อนอวัยวะในอกซ้ายของฮยอนบินนั้นเต้นไม่รู้จังหวะ คล้ายเข็มพันเล่มกำลังทิ่มแทงที่หัวใจของเขา หรืออาจมีมือปริศนามาบีบและคลายมันอยู่ซ้ำๆ

     เขาตะกกกอดร่างบางตรงหน้าอย่างไม่รู้ชีวิต ในยามที่แขนแกร่งถูกสองมือบางคู่นั้นจิกเข้าทั่วเนื้อตัว ทำได้เพียงกัดฟันอดทนให้ช่วงเวลาอันเลวร้ายนี้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว 

     รติกาลผ่านพ้นไปรุ่งอรุณกำลังคืบคลานมาเยือน ทาคาดะ เคนตะยังคงอยู่ในอ้อมกอดของเขา คนรักของเขาเคนตะของเขาปลอดภัยผ่านพ้นไปอีกคืน


     ชายหนุ่มถอดหายใจ เขาเหม่อมองผมสีประกายทองนั้นหลับไหลในห้วงนิทรา ใบหน้าที่มักประดับไปด้วยรอยยิ้มชวนน่าหลงใหลที่ใครต่อใครต่างหลงรักไม่ต่างจากเขาช่างดูอ่อนเพลียยิ่งนัก ซ้ำยังมีเหงื่อที่ผุดขึ้นตามไรผมแม้อากาศในห้องแห่งนี้จะโรยตัวด้วยความเย็นแค่ไหนทำเอาคนรักของเขาดูน่าปกป้องยิ่งขึ้น 

     ฮยอนบินจูบลงที่ขมับนั้นเบาๆมือเรียวหนาลูบไล้ไปทั่วกลุ่มผมเส้นเล็กจนไปสุดที่หลังคอจุดอ่อนไหวของพวกโอเมก้า สัมผัสรอยแผลนั้นซ้ำไปซ้ำมา รู้ดีว่ามันน่าเจ็บปวดที่รอยคมเคี้ยวนั้นไม่ใช่ของเขา หากแต่ก็ยังดีเสียกว่าที่เจ้าของรอยกัดนี้ที่ไม่เคยคิดเหลียวแลเคนตะเลยสักนิด 

     คนรักของเขาเป็นโอเมก้าชั้นสูงที่ไวต่อความรู้สึกและการสัมผัส ยามใดที่ใครอีกคนที่เป็นผู้สร้างรอยแผลนี้ได้ร่วมรักกับเบต้าหรือโอเมก้าตัวอื่นทาคาดะจะรู้สึกทรมานคล้ายตายทั้งเป็น เนื้อตัวจะรุ่มร้อนกว่าเพลิงไฟ หัวใจเต้นถี่รัว เลือดสูบฉีดไปทั่วทั้งร่างกาย เจ็บปวดชาวาบไปทั้งกายา ความทรมานที่ยากนักที่ใครต่อใครจะพรรณณา และในตอนที่ใครอีกคนสำเร็จความใคร่ในเบต้าโอเมก้า คนทางนี้ก็จะมีลมหายใจที่โรยรินคล้ายกับคนใกล้สิ้นลม 



     แขนแกร่งสอดเข้าไว้รอบเอวบอบบางใช้แรงเพียงเล็กน้อยช้อนคนตัวเบามาวางในอ้อมกอดลูบปรอยผมสีสวยนั้นอีกสองสามทีจึงจะเปลี่ยนมาลูบแผ่นหลังเปลือยเปล่า สัมผัสแผ่วเบามายังหน้าท้องที่มีรอยแผลเป็นเล็กน้อย หากไม่ทันสงสัยคงจะไม่มีใครรู้ว่าลูกบ้านทาคาดะเคยตั้งครรภ์


     ใช่ เขารู้ดีอยู่เต็มอกว่าคนรักของเขาเคยเป็นของอัลฟ่าอื่น มิหนำซ้ำยังเคยตั้งครรภ์กับเจ้าของรอยกัดหลังคอนั้นเสียด้วย เพราะสิ่งนี้คงเป็นเหตุผลที่จิตของคนตรงหน้าดูผูกติดไปกับใครอีกคนมากเกินความจำเป็น ฮยอนบินจูบลงผมนุ่มนิ่มด้วยความรักหมดหัวใจ ทำได้เพียงกอบกุมสองมือบางนั้นและคอยปกป้องคนคนนี้ด้วยชีวิตอย่างไม่เคยนึกรังเกียจ ใครต่อใครจะเลือกปฏิบัติกับโอเมก้าตนนี้เช่นไรก็ตามฮยอนบินก็ไม่เคยแยแสสำหรับทาคาดะไม่ใช่โอเมก้าที่มีตำหนิในความคิดของเขา หากแต่เป็นโอเมก้าที่น่าชื่นชมนักที่อดทนมาได้มากมายถึงเพียงนี้ 


     "ใกล้รัตแล้วเหรอ" เสียงคนในอ้อมกอดเอ่ยขึ้น เขาเห็นแววตาที่แสนหวานเปล่งประกายคล้ายลูกหมาเห็นเจ้าของ "กลิ่นช็อคโกแลตของนายแรงมากเลยรู้ใช่ไหม" เขาไม่รู้ว่าคนรักตื่นขึ้นเมื่อไร รู้อีกทีมือเล็กๆน่าเอ็นดูนั้นก็เริ่มลูบไปทั่งอกแกร่งของเขา 


     "นายต้องกินยานะ" เคนตะบ่นอุบอิบก่อนซุกหน้าเข้าหาอกนั้นอีกครา ฮยอนบินได้เพียงแต่ไถ่ถามระยะฮีทของคนรักในช่วงนี้ เพราะที่ผ่านมาระยะรัต - ฮีทของทั้งคู่จะมาไล่เลี่ยกันเสมอ มันเป็นเพียงช่วงระยะเวลาเดียวที่คู่รักนี้จะได้ทำกิจกรรมร่วมกันฉันคนรักโดยที่โอเมก้าชั้นสูงจะไม่เจ็บปวด เพราะโอเมก้าที่มีเจ้าของจะไม่สามารถร่วมรักกับใครอื่นได้นอกจากคู่ของตน หากแต่ก็มีช่องว่างไว้ในวันที่กำลังรัต - ฮีท มิเช่นนั้นเคนตะจะยิ่งกว่าโดนแผดเผายามมีความสัมพันธ์ทางกายจากอัลฟ่าอื่น 


     ฮยอนบินลุกขึ้นไปนั่งข้างเตียงนุ่มที่ผ้าปูเตียงดูยับยู่ยี่ไปเสียหน่อย ข้าวของเครื่องใช้รอบกายกระจัดกระจายอีกครั้ง แววตาสีน้ำตาลทอประกายวูบไหวอยู่เล็กน้อยไม่ใช่เพราะความเสียใจแต่เพราะสงสารคนรักสุดชีวิต อัลฟ่าตนนั้นจะรู้หรือไม่ว่าในยามที่ตนกำลังตะกองกอดใครสักคนไว้ในอ้อมแขนด้วยความรักจะกำลังฆ่าใครทัังเป็นอยู่ในเวลาเดียวกัน ความเห็นแก่ตัวที่อยู่ภายใต้เนื้อหนังของชายคนนั้นจะเป็นเช่นไรฮยอนบินอยากเห็นมันชัดๆกับตา 


     เขาเอ่ยคำร่ำลาคนรักกดจูบลงที่ปากสีพีชนั้นเบาๆอย่างอ่อนโยน กลิ่นประจำตัวเคนตะเริ่มเปลี่ยนไปมากขึ้น ห้าปีที่แล้วมันยังเป็นกลิ่นซากุระจางๆ แต่ในครานี้มันกลับถูกแทนที่ด้วยกลิ่นกาแฟ ฮยอนบินนึกเกลียดกลิ่นนี้นัก มันเป็นกลิ่นขออัลฟ่าเห็นแก่ตัวผู้นั้นที่สร้างความยากลำบากแก่เคนตะในวันนี้ แม้จะเป็นเรื่องที่ยากแค้นแสนเข็ญแต่หากจำเป็นเขาก็จะลากชายคนนั้นกลับมาสยบแทบเท้าคนรักของเขาให้ได้





     'คิม ดงฮัน' 
ชื่อนั้นเป็นชื่อที่ฮยอนบินจำขึ้นใจ 
ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหาหรือนานอีกสักเท่าใด 
เขาก็จะพามันกลับมารับผิดชอบต่อสิ่งที่มันไว้จนได้




___________________________

#ดาร์กเนสบก 










B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

23 ความคิดเห็น

  1. #4 failie0220 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 22:51
    ภาษาดี พล็อตก็ดี เข้มข้นมากกก ดราม่าหนักเลยใช่มั้ยคะ จะรอตอนต่อไปนะคะ สู้ๆค่า
    #4
    0
  2. #3 8 8 8 8 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 05:11
    หูยๆๆๆๆๆๆๆ
    เราชอบมากเลยค่ะ
    เรื่องเข้มข้นมาก หนักด้วย
    จะคอยติดตามนะคะ สู้ๆ
    #3
    0
  3. #1 kentodh (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 15:42
    น่าติดตามจังเลยค่าา เคนตะน่าสงสารจัง ;-; 
    #1
    0