คัดลอกลิงก์เเล้ว

^ฟิคแปล^ [DamiTim] Rising from ashes

ทิมถูกจับโดยราส' อัล กูล ชายที่ชึ่งตัดสินใจชี้ขาดสร้างประสบการณ์ให้แก่เขา

ยอดวิวรวม

530

ยอดวิวเดือนนี้

11

ยอดวิวรวม


530

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


16
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  27 ส.ค. 61 / 01:18 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
^ฟิคแปล^ [DamiTim] Rising from ashes 

Paring : Damian Wayne x Timothy Drake 

Categories : Angst with a Happy Ending , a bit gore

Story by : 
https://archiveofourown.org/works/2249376

คำชี้แจง

ฟิคเรื่องนี้เป็นผลงานของคุณ Oloane โดยที่เราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้นค่ะ เราแปลเพื่อฝึกภาษาเท่านั้น 


Summary :


 ทิมถูกจับโดยราส' อัล กูล ชายที่ชึ่งตัดสินใจชี้ขาดสร้างประสบการณ์ให้แก่เขา

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 27 ส.ค. 61 / 01:18

บันทึกเป็น Favorite



---------------------------------------------------


นี่คงจะเป็นจุดจบของเขา ราส'จับตัวเขาไว้ได้ และ ไม่มีใครมาช่วยเขาได้ทัน สายเกินไป ทิมคิดว่าเขาเริ่มที่จะเข้าใจความรู้สึกของเจสันแล้ว ในวันนั้น สิ่งที่ราส'ได้ทำกับเขามันเลวร้ายยิ่งกว่าความตาย ยังไงก็ตาม แต่ทิมยังคงหวัง เขาเก็บความหวังเอาไว้จน ในท้ายที่สุด—  ก็ไม่มีใครมา และ ความมืดก็เริ่มบดบัง บนถนนหิมะก็เริ่มปกคลุมทุกสิ่ง อย่างช้าๆ


-------



แบทแมนกับโรบินบุกเข้ามาในถ้ำ ต่อสู้กับเหล่าทหารทุกคนที่เข้ามาขวางทางพวกเขา พวกเขาจัดการได้แบบไม่มีปัญหาอะไรมากมาย และได้พบกับทาเลียกำลังเดินมาหาพวกเขาด้วยความโศกเศร้าและเสียใจที่แสดงออกบนสีหน้าของเธอ


" ทิมอยู่ไหน? เธอทำอะไรกับเขา?! " แบทแมนแผดเสียงลั่น


ทาเลียส่ายศรีษะไปมาอย่างช้าๆด้วยความจนใจ


" ฉันเสียใจด้วยจริงๆ ที่รัก คุณมาช้าเกินไป ฉันไม่คิดว่าท่านพ่อจะ.....ทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด ฉันเสียใจกับสิ่งที่คุณจะต้องเห็นหลังจากนี้ " หล่อนพูดเบาๆราวเสียงกระชิบ แบทแมนพยายามทำความเข้าใจสิ่งที่หล่อนว่า แต่ไม่แสดงอาการทางสีหน้า เป็นโรบินเองที่เริ่มพูดต่อ


" เขาอยู่ไหน ท่านแม่? พวกเราจะพาเขากลับทันที "


" แม่หวั่นใจ ลูกรัก ว่าไม่มีทางที่จะพาเขากลับบ้านในตอนนี้ได้...... ด้วยสภาพแบบนี้.... ได้โปรดตามมาเถอะ  "


เดเมี่ยนเงยหน้าขึ้นมองหน้าบิดาของตน เขาไม่สนว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับทิม นั้นไม่สำคัญ เขารู้อยู่แล้วว่าต้องมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับทิม มันเคยเกิดขึ้นในครอบครัวของพวกเขามาก่อน
 และเขาไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้นอีกครั้ง ยังไงก็เถอะ สิ่งที่ตั้งตารอพวกเราอยู่ มันคงเลวร้ายยิ่งกว่า
สิ่งที่จิตนาการถึงได้ทั้งหมด ทาเลียเดินนำทางพวกเขาผ่านทางยาวมากมายและห้องอีกหลายๆห้อง









ที่ไหนซักทีที่ลึกภายในถ้ำ พวกเขามาถึงบ่อลาซาลัส 
ที่มีของบรรจุที่อยู่ในตู้ภาชนะแบบแก้วพร้อมทั้งเชื่อมสายท่อต่อมากมายทางใต้ดิน แบทแมนมองไปรอบๆ  ไม่เห็นเรดโรบินที่ควรอยู่แถวนี้


" เขาอยู่ไหน ทาเลีย? " หญิงสาวยิ้มอย่างเศร้าใจแล้วชี้ไปทางตู้ภาชนะที่บรรจุไปด้วยน้ำสีเขียว ดวงตาของเดเมี่ยนหรี่ลง 


" อย่าดูถูกพวกเรานะ ท่านแม่ ในนี้มันไม่มีอะไรทั้งนั้-- " เดเมี่ยนหยุดพูดกลางประโยคนั้น 
ภายในตู้แก้วภาชนะนั้นไม่ได้ว่างเปล่า แต่มันก็ไม่ได้มีร่างกายของมนุษย์อยู่ในนั้นเช่นกัน มีแค่สมองที่กำลังลอยตัวอยู่และได้เชื่อมต่อกับหัวใจที่กำลังเต้นตุบตับ ตอนนี้เองที่ทำให้เขาเข้าใจ และ มันเป็นความจริง ที่ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ
ทาเลียยิ้มออกมาอย่างยากลำบาก


" นี่คือชิ้นส่วนทั้งหมดที่ยังเหลืออยู่ของเขา ฉันเสียใจด้วย "
บรูซมองตู้แก้วภาชนะอย่างหวาดผวา และ สิ่งที่ยังคงลอยตัวอยู่ข้างในนั้น บริเวรที่ถูกรอมรอบไปด้วยสายเคเบิ้ลและเครื่องมือแปลกประหลาดมากมาย


" เธอต้องโกหก "
เดเมี่ยนรู้สึกถึงกรดกระเพราะที่ไหลขึ้นมาจุกที่ลำคอ แล้วยกมือปิดปากเอาไว้เพื่อหยุดมัน เขาต้องเสมองไปทางอื่น หลีกเลี่ยงมุมมองที่เป็นอันตรายตรงหน้า 


" เขาทำบ้าอะไรลงไป ?! " 
แบทแมนพรวดพลาดไปข้างหน้า มองไปทุกที่ พยายามค้นหาบางสิ่งเพื่อปฏิเสธความจริง สิ่งที่เหลืออยู่ของทิโมธี คือสมองและหัวใจที่ยังทำให้เขา "มีชีวิต" อยู่ได้ โดยใช้บ่อลาซาลัสและเทคโนโลยีของราส' จากนั้นเสียงแปลกๆแต่ก็ยังคงคุ้นเคยดังขึ้น แต่ก็ทำให้ทุกคนหยุดนิ่งในสถานที่นี้


" บรูซ? ผมขอโทษ .... คุณคงกำลังเห็นสิ่งที่มันต้องแย่มากแน่ๆ..... " ดวงตาของเดเมี่ยนหรี่ลง ทิโมธี? นั้นเป็นไปไม่ได้   ใช่มั๊ย? เสียงพูดที่ดูเหมือนจะผ่านเครื่องกระจายเสียงที่เดเมี่ยนไม่ทันได้สังเกตเห็นจนถึงตอนนี้ มันอยู่ใกล้ๆที่เท้าของตู้ภาชนะ


" ทิม? ทิม เธออยู่ไหน ?! "


เสียงนั้นเงียบไปซักอืดใจ


" ผมไม่แน่ใจ ทุกอย่างรอบตัวผมมันมืดไปหมด จนถึงตอนนี้ ผมคิดว่าผมตายไปแล้ว..... "


ทาเลียถอนหายใจ และ กอดแขนตัวเองไว้


" ในทางเทคนิคแล้ว ไม่ใช่เธอ แต่เป็นสมองกับหัวใจที่ยังคงทำงานอยู่ แต่เธอเป็นคนแรกที่รอดพ้นจากการทดลองนี้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ท่านพ่อพยายามทำมัน "


" อะไรนะ? ฉันไม่เข้าใจ คุณกำลังพูดถึงอะไ----- "


ทิมตกอยู่ในความเงียบ


" โอ้ พระเจ้า คุณทำอะไรกับผม.........? " 
เดเมี่ยนรู้สึกอีกครั้ง เขากำลังจะอาเจียน แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยชอบเดรก-เลย-ก็ตาม แต่เขาก็ไม่สมควรได้รับในชะตากรรมเช่นนี้



" เยี่ยม  ที่นี้เจ้าก็เป็นสมองกับหัวใจที่ลอยตัว " เขาตอบแทน เมื่อเห็นท่านพ่อไม่ได้ตอบรับเสียงของทิโมธี ตามเครื่องกระจายเสียง 



" อะไรนะ? แต่ได้ยินเสียงนาย ! พวกเรากำลังคุยกัน ! " 



" เธอเชื่อมต่อกับเครื่องยนต์จำนวนมาก " ทาเลียอธิบาย 



" และพวกมันสามารถเปลี่ยนความคิดของเธอให้เป็นเสียงได้ ฉันคิดว่าพ่อของฉันปรับแล้วมันจะเหมือนเสียงของเธอ  ฉันไม่ค่อยรู้รายละเอียดนัก แม้ว่า ฉันไม่ใช่คนที่ทำให้เธออยู่ในนี้ "


แบทแมนเอามือจับภาชนะ ก้มหัวลงนิดหน่อย 


" ฉันขอโทษ ทิม ขอโทษจริงๆ..... " 


" ผมไม่ควรให้เขาจับตัวผมได้   มันไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกบรูซ " 


" ใช่ มันเป็นความผิดของท่านตา แล้วพวกเราจะให้ในสิ่งที่เขาควรได้รับ ใช่มั๊ย ท่านพ่อ ?! "
เดเมี่ยนกำหมัดของเขาด้วยความโกรธ เดรกไม่ควรทนทุกข์ทรมานกับชะตากรรมแบบนี้ และ ราส' ต้องได้ซดใช้ให้กับมัน 



พวกเขาเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ปล่อยทิมไว้ในที่ที่พวกเขาพบ และ เดเมี่ยนเป็นเพียงคนเดียวที่ได้ยินคำขอร้องที่อ่อนแอของทิม



" เดี๋ยว! อย่าปล่อยให้ผมอยู่คนเดียว ได้โปรด.... "
แบทแมนวิ่งออกไปแล้ว และโรบิ้นก็เป็นคนที่อยู่กับเขา 



---------





รู้สึกเหมือนมันผ่านมาหลายศตวรรษ ทิมไม่ได้มีวิธีคำนวณเวลาที่ลอยผ่านไป รอบข้างเต็มไปด้วยความไม่มีอะไร มีแต่ความมืดและ ความเงียบ



จนกระทั้ง เสียงก้าวเดินมาถึงเขา



" มีคนอยู่มั๊ย? " 



" ข้าเอง "
ทิโมธีไม่เคยคิดว่าเขาจะมีความสุขมากที่ได้ยินเสียงของเด็กเลว 



" หาเขาเจอแล้วเหรอ ? "



" เจอแล้ว เขาจะไม่มีวันได้ทำร้ายเจ้าอีก เจ้ารู้สึกยังไงบาง ? " เดเมี่ยนรู้ว่ามันเป็นคำถามโง่ๆ แต่เขาไม่รู้ว่าจะควรพูดอะไร เขาไม่เคยพยายามจะพูดคุยกับทิม และ ถึงกลายเป็นสมองที่ลอยได้ มันไม่ได้ช่วยให้อะไรๆง่ายขึ้นเลย


" แปลกๆน่ะ  ฉันหมายถึง? มันมืดและเงียบ จนนายถึงมา  " ทิมเงียบไปชั่วครู่แล้วเริ่มพูดต่อ " นายค้นหาสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายของฉันมั๊ย? " 


" ไม่ เราไม่สามารถทำมันได้ และ ถึงแม้ว่าเราจะทำได้ ให้สิ่งที่เจ้าต้องการให้กลับมา เจ้าก็รู้ดีเหมือนข้าว่ามันทำไม่ได้ "


" แหม่ พวกเขาพัฒนากระดูกสันหลังเทียม เจสันกลับมาจากความตาย นายจะแน่ใจเหรอ? ฉันเป็นหัวใจและสมองที่ลอยได้ในตอนนี้ ฉันคิดไม่ถึงเลย ไอ้คำว่า ที่เป็นไปไม่ได้ เป็นคำพูดที่พวกลีกใช้ "
เดเมี่ยนงับลงริมฝีปากล่างของเขา เดรกไม่ต้องการคำพูดถากถาง


" พวกเราไม่สามารถเคลื่อนย้ายเจ้ากลับไปที่ถ้ำได้ในช่วงเวลาหนึ่ง แต่เราจะหาหนทาง ข้าจะกลับมาในอีกไม่กี่ชั่วโมง แล้วติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้ที่นี้  เราจะติดต่อกันได้ "


" นายอยู่ที่นี้อีกซักหน่อยได้มั๊ย ฉันรู้ว่ามันบ้า แต่มันแปลกมาก ที่จะอยู่ที่นี้โดยไม่ได้เห็นหรือได้ยินอะไรเลย  อย่างน้อยนายเล่นเพลงให้ได้มั๊ย? ถ้าฉันไม่ได้ยินอะไร  ฉันรู้สึกเหมือนว่าตัวเองตายไปแล้ว "


เดเมี่ยนพยักหน้าก่อนจะนึกได้ว่าทิมไม่สามารถเห็นเขาได้ 


" ข้าจะให้ยืมโทรศัพท์ของข้า แม้ว่าจะคิดสงสัยว่าเจ้าจะชอบมันหรือไม่ก็ตาม "
หลังว่าจบ เขาว่างโทรศัพท์ไว้ข้างๆภาชนะ ก่อนจะกดเลือนมันสักครู่ ก่อนจะเริ่ม เล่นเพลย์ลิส


" พูดตามตรง ฉันไม่สนหรอก ตราบใดที่มีมันอยู่ "


" ....งั้น ข้าจะกลับมาภายในสองสามชั่วโมง เพื่อมาเอาคอมพิวเตอร์ "



-------------------------------------------------


ใช้เวลามากกว่าที่คิดกว่าจะกลับมาถึงถ้ำค้างคาว และเมื่อพวกเขามาถึง พวกเขาได้อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นกลับทิมให้คนอื่นได้รับรู้ ดิ๊กต้องได้นั่งเพราะขาของเขาทรงตัวไม่อยู่ อัลเฟลดก็พูดไม่ออกเลยซักคำเดียว

ช่วงนี้ที่เขากำลังทำมากเกินไปคือการเดินทาง เดเมี่ยนมาถึงถ้ำ 


" เดเมี่ยน? "


" แล้วเจ้าอยากให้เป็นใครล่ะ ข้าบอกแล้วว่าข้าจะกลับมา " ทิโมธีหัวเราะ มันแปลกๆในหูของเขา มาจากเครื่องลำโพงนั้น เสียงสังเคราะห์นั้น แต่มันก็ปกติ ยังไงก็เถอะ


" แล้วไม่มีใครอยู่ในถ้ำ? "


" ไม่ ท่านพ่อกับข้า ป้องกันอาณาเขตและวางกับดักเอาไว้ ถ้ามีคนต้องการเข้ามา เจ้าจะปลอดภัยอยู่ที่นี่ " 


" เหมือนว่าฉันจะไปไหนได้เร็วๆนี้นี่แหละ " 
เดเมี่ยนยิ้มเยาะ เขาไม่รู้ว่าทิโมธีมีอารมณ์ขันในที่มืดได้ เขาได้ติดตั้งทุกสิ่งทุกอย่างและเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ตั้งกล้องและอื่นๆ เสียงของบรูซเข้ามาภายในคอมพิวเตอร์ 


" ทิโมธี ไม่ยินฉันมั๊ย? "


" ซัดแจ่วครับ บรูซ "


" ดี เดเมี่ยนอยู่ที่นั้นอีกซักพัก ฉันต้องการนายในกรณีที่การติดตั้งเครื่องของเราอาจจะมีปัญหา ฉันต้องตรวจสอบให้แน่ใจ ว่าทุกอย่างเป็นไปได้ดี และ ทำงานได้ตามที่ได้ตั้งค่าเอาไว้ "

เดเมี่ยนพยักหน้าให้บิดาของตน ก่อนจะมองไปรอบๆที่นี้เป็นฐานโบราณของ อัล กูล เพราะงั้นเขาอาจจะสามารถหาสิ่งที่กินได้ กลับมาพร้อมกับซีเรียลบาร์ เขานั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้าของภาชนะ 


" เดเมี่ยน ฉันถามอะไรหน่อยได้มั๊ย? " เสียงของทิมพุ่งเข้ามา


" ว่ามา " 


" ฉันดูเป็นยังไง....? ฉันหมายถึง จริงๆฉันเป็นแค่... สมองลอยตัวอยู่ แล้วลักษณะรูปแบบเป็นยังไง? "


" ใช่ เจ้าเป็นสมองและหัวใจกำลังเต้นอยู่ในน้ำสีเขียวของลาซาลัส และ เจ้าถูกเชื่อมต่อกับท่อและสายเคเบิ้ลเป็นจำนวณมาก " 


" ต้องดูน่ารังเกียจมากแน่ๆ " คนที่แก่กว่าถอนหายใจ ความจริงก็เป็นเช่นนี้   
แต่เดเมี่ยนก็รู้สึกเสียใจกับทิม เขาเลยไม่ได้พูดอะไร 


" เดเมี่ยน? "


" ถามข้าในสิ่งที่เจ้าอยากถาม ข้าจะอยู่ที่นี้ในอีกสองชั่วโมงสุดท้าย "


" .... พวกเราเล่นเกมได้มั๊ย? "


" อะไรนะ...เจ้าต้องการให้เราเล่นเกม ได้ยังไง? "


" เกม 'เดาว่าฉันกำลังคิดอะไร' นายรู้ใช่มั๊ย? "
เดเมี่ยนครางในลำคอ


" แน่นอนข้าทำ แต่เจ้าต้องการให้ข้าเล่นเกมกับเจ้าจริงๆเหรอ? "


"ฉันว่า.... ก็ดี มันก็แค่ทำให้จิตใจของฉันจดจ่อนะ นายก็รู้นี่....ฉัน....กับความมืดนั้น มันเป็นเรื่องง่ายที่จะสูญเสียความคิดของฉันให้กับสภาพแบบนี้น่ะ "


" โอเคๆ ยังไงก็ เริ่มเลยเถอะ "


พวกเขาเล่นเกมมากกว่าสามชั่วโมง เดเมี่ยนค่อนข้างคล่องแคล้วสำหลับเกมนี่ พอๆกันกับทิม หลังจากนี่เดเมี่ยนต้องไปแล้ว 


" ข้ามีลาดตะเวนในคืนนี้ แต่ข้ารับรองว่าเพนนีเวิร์ดหรือ เกรย์สันจะมาคุยกับเจ้าผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ " 


" นายปล่อยให้เพลย์ลิสเล่นไปได้มั๊ย? "  เดเมี่ยนทำในสิ่งที่เขาร้องขอแล้วจากไป ทิโมธีถอนหายใจแล้วฟังเพลง ดิ๊กได้มาคุยกับเขาหลังจากนั้น พูดด้วยเสียงสะอื้นเกี่ยวกับตัวเขา ความกังวลทั้งหมดและอีกมากมาย ทิโมธีบอกเขาไปว่า เขาสะบายดี มันเป็นเพียงความแปลกที่ต้องอยู่ในความมืดตลอดเวลา และทำเพียงได้ยินและพูดได้แค่นั้น เขาไม่รู้สึกอะไรเลย และนั้นเป็นความแปลกที่แปลกที่สุด อันที่จริงแล้ว เขารู้สึกว่าตัวเขาเองก็กำลังจะเป็นบ้า



เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า เดเมี่ยนคุยกับเขาเป็นเวลานาน และ พวกเขาทั้งคู่ต่างก็พบเรื่องแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นทุกวัน นั่นคือความคิดที่พวกเขาเคยมี พวกเขาชอบเพลงเกลือบเหมือนกันทั้งหมด และเริ่มถกเถียงกันถึงเรื่องที่พวกเขาไม่ชอบและเหตุผล  เมื่อคนที่เด็กว่าไม่สามารถจัดการกับมันได้ในถ้ำที่มีทิมอยู่ เขาก็จะคุยผ่านคอมพิวเตอร์ 






สี่ปีผ่านไป 








ทิโมธีไม่สามารถอธิบายว่าทำไม แต่ดูเหมือนเดเมี่ยนจะเป็นหนึ่งในคนที่ใช้เวลาอยู่ในถ้ำเสมอ
มันก็ไม่สร้างความแตกต่างจริงๆ อย่างที่ทิมไม่สามารถเห็นเขาได้ รู้แค่ว่าเด็กคนนี้ทำให้เขารู้
สึกอบอุ่นขึ้นมานิดหน่อย บรูซมักใช้เวลาหนึ่งหรือสองชั่วโมงในแต่ล่ะวันเพื่อพูดคุยกับเขาเช่นกัน และ ดิ๊กก็ทำแบบเดียวกัน ไม่ใช่ชั่วโมงเดียวกัน และอัลเฟลดก็ด้วย มันรู้สึกดีที่ได้ยินเสียงของพวกเขาและได้คุยกันนิดหน่อย 


แต่ช่วงเวลาที่เหลือ มันน่ากลัวมาก อยู่คนเดียว อยู่ในความมืด มีแค่เฉพราะเสียงเพลงเท่านั้น อันที่จริงเขาควรจะขอให้เดเมี่ยนสร้างเพลย์ลิสใหม่ให้ เขาจะได้รับรู้ถึงทุกคนด้วยใจ ( และเดเมี่ยนได้ทำไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน ) มันเหมือนกับตาย และ ทำให้ตระหนักว่าคุณตายแล้ว มันน่ากลัวจริงๆ เมื่อเวลาผ่านไปเขาเริ่มชอบเดเมี่ยนขึ้น  มาก.....
บางที่อาจจะมากเกินไปสำหลับคนรสนิยมคนอย่างเขา
เขาเป็นแค่สมองกับหัวใจที่ลอยได้....




เดเมี่ยนไม่สามารถอธิบายได้ ว่าทำไมเขาถึงอยากคุยกับทิโมธีมากนัก ช่วงแรกๆ มันเป็นคำสั่งของท่านพ่อกับเกร์ยสันแค่นั้น เพราะว่าทิมอยู่ลำพัง และ มีความสับสน แต่ตอนนี้ เขากำลังทำมันด้วยตนเอง และตามความจริงที่บอกคือ เขาชอบที่ได้คุยกับทิมจริงๆ และบ่อยครั้งที่มักจะหงุดหงิดกับการรอคอยที่ได้พบ เป็นอีกวันหนึ่งที่เขาไม่มีอะไรให้ทำมากนัก ดังนั้นเขารีบวิ่งไปที่ถ้ำที่ทิมอยู่ และตัวเขาก็เปียกชุ่มด้วยพายุมรสุม แต่ก็ไม่สนใจมันนักเ แน่นอนว่าเขานั้นไม่เคยยอมรับเลยว่าเขาชอบทิโมธี เขาทำแค่หน้าที่ของเขาแค่นั้น  ใช่แน่นอน 
ก็-แค่-หน้า-ที่ 


หายใจหอบนิดหน่อย วางเสื้อโค้ทไว้บนเก้าอี้ แล้วก็นั่งลง 


" ทิโมธี? "


" พระเจ้าช่วย โทษที ฉันไม่ได้ยินเสียงนายเข้ามา เฮ้ เดเมี่ยน เป็นยังไงบาง? "


" ก็ดี เหมือนทุกที แล้วเจ้าล่ะ? " 


" เหมือนทุกทีเหมือนกัน " หัวเราะเบาๆ 
" เอ่อ เดเมี่ยน หัวใจกับสมองของฉันยังโอเคอยู่มั๊ย? หมายถึง พวกมันยังไม่เริ่มขึ้นราหรือแยกออกจากกันใช่มั๊ย? " เดเมี่ยนโก้งคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง 


" ไม่นิ ทำไม? เจ้ากำลังรู้สึกไม่ดีเหรอ? "


" ไม่แน่ใจ ก็ เท่าที่เคยเป็นอยู่ ฉันกังวลว่าสมองของฉันจะเสื่อมลง ... "


" เจ้าอยู่ในน้ำของลาซาลัส ข้าไม่คิดว่ามันจะเสื่อมลงได้หรอก ยังไงก็เถอะ เจ้าอยากเล่นเกมของเรามั๊ย?.... "  


" เล่น แน่นอนสิ!! ฉันเริ่มล่ะนะ .... เอาล่ะ นายถามได้ " 
เดเมี่ยนยิ้มบางๆ ทิโมธีไม่ได้เห็นจริงๆนั้นแหละ นั้นเป็นเรื่องที่ดี เด็กชายอายุ14ปีเริ่มเกม



" มันเป็นสัตว์เหรอ? "



" ใช่!! "



" งั้นมันมี....สี่เท้า? " 



" ไม่ "



" TT มันเป็นสัตว์เลื้อยคลาน ? "



" ไม่ "



" มันบินได้ ? "



" ใช่! "



" ...นกสินะ "



" ฉันไม่ให้นายคาดเดาได้ เดเมี่ยน และ มันไม่ใช่นก " 



" ค้างคาว แมลงวัน แมลงปอ มนุษย์ต่างดาว? "



ทิโมธีหัวเราะ และ เดเมี่ยนยกยิ้มอีกครั้ง 
รู้สึกมีความสุขที่ได้ยินมัน



" ไม่ ไม่ ไม่ และ ไม่ ฉันไม่ใส่สิ่งมีชีวิตต่างดาวไว้กับสัตว์ " 




" แต่พวกนั้นก็ไม่ใช่มนุษย์เหมือนกัน ยังไงก็....มันมี....หกขา ใช่มั๊ย? " 




" ใช่!!!!!! "




" .....ผีเสื้อ? " 




"  พระเจ้า มันง่ายเกินไป ใช่มั๊ย? "




" ข้ารู้สึกเหมือนพวกเราทำทุกอย่างที่เป็นไปได้กับเกมนี้แล้ว.... " 




ทิโมธีตกอยู่ในความเงียบ 
เดเมี่ยนกัดริมฝีปากอย่างแรง เขาไม่ต้องการให้ทิโมธีจำได้ว่าสี่ปีมาแล้วที่ยังอยู่ในสภาพแบบนี้ และเขาไม่ชอบสิ่งที่เขาจะได้ยินต่อจากนี้ 



ทั้งหมดเลย



" เดเมี่ยน....นายไม่คิดว่ามันจะดีกว่าเหรอถ้า เอาน้ำลาซาลัสออกไป แล้วปล่อยให้ฉันตาย....? "



 " อย่าโง่เลยเดรก ท่านพ่อไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นหรอก ทั้งเกร์ยสัน และ เพนนีเวิร์ดด้วย " 



" แต่มันเหมือนคนที่กลายเป็นผัก! นายก็รู้ ฉันยังคงมีสติแต่ทำอะไรไม่ได้เลย เพียงเก็บให้มีชีวิตในโรง'บาล!! ฉันอยากจะ.... "



" หุบปาก เดรก!!! ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าตายเด็ดขาด!!! พวกเราจะหาทาง.......พวกเรา.......ไม่ว่าด้วยวิธีไหนก็ตาม....... " เสียงของเดเมี่ยนพังคำพูดสุดท้ายของทิม เขาบีบมือทั้งสองข้างของตัวเองไว้แน่นอย่างเจ็บปวด ทิมเงียบไปนานและเดเมี่ยนก็ไม่อยากพูดอะไรอีกเหมือนกัน หลังจากช่วงเวลาที่ดูเหมือนจะนานมาก ทิมพูดเบาๆ ผ่านเครื่องกระจายเสียง - ที่ยังไม่ใช่เสียงของจริงแต่ก็ใกล้เคียง- ด้วยความว่างเปล่าและเศร้าสร้อย



" ฉันขอโทษ ฉันก็แค่..........ฉัน.........ฉันคิดว่าฉันบ้าไปแล้ว เดเมี่ยน.......นายก็รู้นี่........ ฉันไม่รู้สึกอะไรเลย.......แล้วมองก็ไม่เห็นอะไรเลย....... " หัวใจของเขาบีบรัดอย่างทรมาน ได้ยินเสียงทิโมธีดังออกมา....
เขาลุกขึ้นและเดินตรงไปที่ตู้ภาชนะ แล้วเอนตัวลงเล็กน้อยและวางหน้าผากบนกระจก โดยไม่มีคำพูดใดๆ

" ....เดเมี่ยน?  นายตีอะไรเหรอ?  ฉันได้ยินเสียงเคราะเบาๆ "


" ใช่แล้ว ข้ากำลังใช้ความคิดน่ะ........ดูเหมือนว่าเกมของเราน่าเบื่อไปแล้ว  เจ้าคิดว่ายังไงถ้าข้ากลับมาพร้อมหนังสือซักหนึ่งเล่ม?  ข้า.......อ่านให้เจ้าฟังได้ถ้าเจ้าต้องการนะ..... มีหนังสืออะไรมั๊ยที่เจ้าอยากจะฟัง? "


" มีมากเลยล่ะ นายรู้จักหอสมุดเก่าในเมืองก็อตแธมไหม ที่อยู่ข้างๆกับร้านกาแฟ? ที่นั้นมีหนังสือมากมายที่ฉันอยากอ่านเพราะงั้น...... "


" ได้ ข้าจะเอากลับมาให้เจ้า " 







หลายปีผ่านไป บรูซได้กำลังค้นหาหนทางที่จะนำซากศพของทิมกลับคืนมา แต่ไม่มีอะไรที่ได้ผล เดเมี่ยนกำลังกลับมาหลังทำให้ทิมไม่อยู่นิ่ง เมื่อมาถึง พวกเขาไม่มีอะไรให้คุยกันมากมายนัก เขามักจะนำหนังสือมาให้ทิมหนึ่งเล่มหรือสองเล่มและจะอ่านให้ทิโมธีฟัง ทั้งคู่โต้เถียงกันว่าเห็นด้วยกับนักเขียนหรือไม่เห็นดี  เดเมี่ยนอายุสิบแปดปีแล้ว แล้วต้องยอมรับว่าเมื่อโตขึ้นเขามีความผูกพันธุ์กับทิม เขารับรู้ถึงปรัชญาความของเพลโต* แก่ทิม แต่เขายังไม่ยอมรับมันจริงๆจังๆ หรือใส่ใจกับเรื่องพวกนี้มากนัก เขาเริ่มค่อยๆยอมรับว่าตัวเขาเองนั้นชอบทิมชอบกว่าที่เขาคิด  และ แน่นอน เขาไม่ได้พูดเรื่องนี้กับทิม 
แม้ว่า ถ้าตัวทิมเอง บางครั้ง อาจจะมีความรักที่แปลกประหลาด แก่เขาแบบนี้



เดเมี่ยนกำลังกินแซนวิชที่เพนนีเวิร์ดเป็นคนทำ นั่งอยู่ถัดจากตู้ภาชนะ ทิโมธีเริ่มเงียบเสียงแล้ว พวกเขาก็ตั้งใจฟังเพลงที่เพิ่งบรรเลง 



" นายรู้มั๊ย.... ฉันมีความสุขมากจริงๆที่นายอยู่ที่นี้ 
ยังไงก็เถอะ นายคือเกณฑ์มาตรฐานของฉันเลยแหละ....ฉันหมายถึง เรื่องที่นายมาที่นี้บ่อยๆ ทั้งคุยกับฉันแล้วก็ทำอย่างอื่นน่ะ "



" นั้นไม่สำคัญเลย "



" สำหรับนายอาจจะไม่ แต่มันมีความหมาย....สำหรับฉันมาก เพราะถึงแม้ว่าบรูซ ดิ๊ก หรือ อัลเฟลดและคนอื่นๆจะคุยกับฉัน พวกเขาจะทำมันผ่านคอมพิวเตอร์เสมอ.... ฉันคิดว่าพวกเขาไม่ต้องการมอง........ฉันกลายเป็นของแปลก..........สมองกับหัวใจที่ลอยได้... " 



" สมองกับหัวใจของเจ้าเป็นของมนุษย์ปกติ ข้าก็คิดว่ามันแปลก ที่จะคุยกับสมอง มันก็ดีสำหรับข้าในการเริ่มต้นที่ดี " 



" นอกจากนี้ ฉันไม่เคยคิดว่าพวกเราจะคุยกันได้มากขนาดนี้ ฉันหมายถึง นายมักจะไม่ค่อยพอใจและชอบแดกดัน เพราะงั้นฉันไม่เคยจินตนาการเลยว่าเด็กคนนั้นที่พยายามจะฆ่าฉัน กลายเป็นคนที่บอกให้ฉันให้มีชีวิต นายโตขึ้นมากเลยล่ะ อื้มมมม "



" TT-  แน่นอน ข้าโตขึ้น ข้าอายุสิบแปดแล้ว "



" .......มันนานมากแล้ว......ในหัวฉันยังคิดว่านายเป็นเด็กเปรต แม้ว่าจะสมมุติขึ้นมาว่า ตอนนี้นายหน้าจะเหมือนบรูซมากขึ้น " 


" เรื่องนี้ ท่านพ่อบอกว่า ข้าคลายคลึงกับ เกร์ยสันมากกว่า ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม " 


" ดิ๊ก? โอ้ น่าจะเป็นขนาดตัวของนาย? บางทีนายอาจจะไม่ได้ตัวใหญ่กว่าบรูซ? นายมีกล้ามเนื้อน้อยกว่าหรือมากกว่าล่ะ? " 


" ........ก็ใช่ ข้าผอมกว่าท่านพ่อ แต่มีกล้ามเนื้อมากกว่าดิ๊ก.....เพราะ เกร์ยสันเป็นคนฝึกข้าชะส่วนใหญ่ ไม่ว่ายังไง ข้าเดาว่าข้าโตขึ้นมากในทางกีฬามากกว่าทางนักเพาะกาย "
ทิมหัวเราะเบาๆ



" ดี มันดีกว่าสำหรับนาย นักเพาะกายมันก็แปลกจริงๆนั้นแหละ " 



" ท่านพ่อไม่แปลกนะ " 




" แต่เขาไม่ใช่นักเพาะกาย เขาแค่มีกล้ามเนื้อใหญ่ๆเท่านั้น " หัวเราะเสียงดัง  เดเมี่ยนยิ้มนิดๆ การหัวเราะของทิโมธีเป็นเรื่องยาก เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาใช้เวลาช่วงบ่ายคุยเรื่องไร้สาระกัน แล้วเดเมี่ยนก็ต้องออกไปลาดตระเวน 









-









อีกสองปีผ่านไป 



บรูซและเดเมี่ยนทำงานกันตั้งแต่นั้น ในการพัฒนาร่างกายของหุ่นยนต์ แน่นอนว่าต้องทำงานเหมือนร่างกายของมนุษย์
เดเมี่ยนไม่ได้บอกเรื่องนี้กับทิม เขาอยากมั่นใจว่าร่างของหุ่นจะทำงานได้ดีก่อนที่จะให้ความหวังอะไรกับทิโมธี 
แต่วันนี้ก็คือช่วงเวลานี้ บรูซกับเขามั่นใจแล้วว่ามันจะทำงานได้ ทุกอย่างจะโอเค และอีกไม่นาน ทิมจะเดินได้ กินได้ และ นอนหลับเหมือนกับมนุษย์ทุกคน และเดเมี่ยนจะสามารถกอดทิมได้ตลอดทั้งวัน แต่นั้นไม่ใช่ประเด็น เดเมี่ยนขึ้นคร่อม รถมอเตอร์ไซค์ของเขาอย่างกระตือรือร้นและรีบไปที่ถ้ำอย่างรวดเร็ว



เสียงของทิโมธีต้อนรับเขา 



" โว้ๆ. เดเมี่ยนนั้นนายเหรอ? ทำไมถึงวิ่งมาแบบนี้ทำให้มีเสียงสะท้อนแปลกๆในถ้ำนะ  "
เขาหายใจหอบและยกยิ้ม แล้วหายใจเข้าออก 



" โทษที แต่ข้ามีข่าวใหม่ที่สำคัญ....ที่ต้องบอกเจ้า " 



" นายหรือดิ๊กกำลังจะแต่งงานเหรอ? " 


" อะไรนะ ? ไม่ใช่ซักหน่อย เจ้าบ้านี่....แค่ฟังก็พอ " 



" ก็ได้ " ทิมหัวเราะเสียงดัง 



" ท่านพ่อและข้าได้ทำงานโครงการหนึ่ง ตั้งแต่เมื่อสองปีก่อน ข้าไม่อยากบอกเจ้าเรื่องนี้ ก่อนที่เราจะแน่ใจว่ามันจะสามารถใช้งานได้  " 
รอยยิ้มของเขากว้างขึ้น 



" และ มันก็กำลังทำงานอยู่ พวกเราได้ประดิษฐ์ขึ้นมาให้เหมือนร่างกายของมนุษย์โดยสิ้นเชิง สิ่งเดียวที่จำเป็นในการใช้งานคือหัวใจและสมอง..... "



และทิโมธีก็เงียบไป
เกลือบสิบนาที
ทันใดนั้น เดเมี่ยนก็เกิดความกังวลจางๆ



"ทิโมธี.....? "



"ฉัน....ขอโทษฉันก็แค่....โอ้ พระเจ้า ....โทษที....มันแบบ.....ฉันไม่รู้จะพูดยังไงดี.... "



" แต่.....เจ้ามีความสุข ใช่มั๊ย....? "




" นะ..แน่นอน ฉัน...โว้...ฉันหมายถึง.....มันจะเรียบร้อยใช่มั๊ย? เป็นเวลาสิบปีที่ฉันอยู่ในสภาพแบบนี้ หัวใจของฉันจะทำให้ฉันมีชีวิตอยู่ต่ออีกหรือไม่....ฉัน.....โอ้....โทษทีนะเดเมี่ยน นายทำงานหนักมากแต่ฉันทำเพียงได้คือรู้สึกประหลาดใจ "เดเมี่ยนยิ้มกว่างขึ้นและวางมือบนกระจก 




" ไม่ต้องกังวล ข้าเข้าใจ แต่ทุกอย่างจะโอเคนะ เจ้าเข้มแข็งทิม เจ้ายังอยู่ที่นั่น ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง "
  



" ฉันอยู่ที่นี้เพราะนายทำให้ฉันยุ่ง เดเมี่ยน ทั้งหมดที่นายทำ ทำให้ฉันไม่กลายเป็นบ้า.... " 




" งั้น  เมื่อเจ้าตื่นขึ้นมาในร่างใหม่ของเจ้า เจ้าต้องตอบแทนข้าด้วยกอดครั้งหนึ่งแทนคำขอบคุณ "
ทิโมธีหัวเราะเบาๆ



" ฉันรอไม่ไหวแล้วล่ะ ในตอนนี้.....เพียงแค่มีคำถาม....ร่างกายนี้....ถูกสร้างมาจากฉันมั๊ย? ฉันหมายความว่ามันมีใบหน้าของฉันแล้วก็อย่างอื่นอีก " 



" แน่นอน ท่านพ่อยืนกราน และ ทำงานทุกรายละเอียด " คราวนี้ เด็กหนุ่มมีรอยยิ้มกว้างอยู่บนใบหน้า 
" โอ้ พระเจ้า ตอนนี้ฉันรู้สึกกระดากมาก ว่าแต่....เมื่อไหร่นายจะจับฉันใส่เข้าไปในร่าง "




" ทันทีที่เจ้าพร้อม ข้าจะบอกท่านพ่อในสิ่งที่เจ้าต้องการ "  





ไม่จำเป็นต้องบอกว่าทิมนั้นกังวลอยู่ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าการผ่าตัดล้มเหลว? แน่นอนว่าเขาต้องตาย และสุดท้ายมันก็จะจบ แต่พอคิดได้ว่าเขาอาจจะได้เห็นทุกคนอีกครั้ง ได้คุยด้วยกัน ได้สัมผัสพวกเขา.... เขาต้องทำมันให้ได้  





ขอร้องล่ะ หัวใจที่กำลังเต้นเป็นจังหวะ  ได้โปรดเถอะ ให้ฉันได้มีชีวิต.....ให้ฉันได้ตื่นขึ้นมา 




บรูซได้สร้างเครื่องยนต์ที่ใช้สำหรับการผ่าตัดโดยเฉพาะ พยายามใช้เวลามากมาย และ อัลเฟลดเป็นคนที่ทำให้มันทำงานได้ ทุกอย่างถูกติดตั้งและเตรียมพร้อมภายในถ้ำ-----ถ้ำของทิม ไม่ใช่ถ้ำค้างคาว พวกเขาจำเป็นใช้น้ำจากบ่อลาซาลัส 
เดเมี่ยนรอจนรู้สึกผ่านช่วงชีวิต ก่อนที่บรูซและอัลเฟลดจะให้เขาเข้ามา ทิโมธีกำลังนอนบนเตียงของทางการแพทย์ ที่เชื่อมต่อกับเครื่องมือบางเครื่อง




" ตอนนี้ ได้เวลาที่ มาสเตอร์ทิโมธี ควรจะตื่นขึ้นมาแล้ว "
เดเมี่ยนมองไปที่ชีพจรหัวใจที่ยังเต้น ยังคงเต้นเป็นจังหวะ 


และมันก็หยุดลงชะดื้อๆ




ไม่ 





ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ ไม่! นี้ไม่ได้อยู่ในแผน เดรก! เขาต้องตื่นขึ้นมา ! ต้องไม่ตาย ! ไม่ใช่ในตอนนี้ ! หลังจากสิ่งที่พวกเขาได้ทำ ! 





" ทิโมธี ได้โปรด! " อัลเฟลดรีบวิ่งไปหาเครื่องมือทางการแพทย์ เวลาหยุดลงแล้ว มันร่าวกับชั่วนิรันดร์ในขณะที่เป็นเพียงไม่กี่วินาทีที่ได้ผ่านไป
เดเมี่ยนรู้สึกเหมือนหัวใจเขาจะหยุดเต้นไปด้วย




แล้วหัวใจชีพจรก็เริ่มเต้นอีกครั้ง
แล้วทันใดนั้นจู่ๆทิโมธีก็หายใจเข้าลึกๆ ทั้งตัวสั่น และเสียงแหบแห้ง เดเมี่ยนจำได้ว่าเขาหายใจยังไง เมื่อเห็นดวงตาสีฟ้าที่กระพิบอย่างช้าๆ ริมฝีปากด้านล่างของเขาสั่นมากที่สุดเท่ากับฝ่ามือของเขาที่ยกขึ้นเพื่อสัมผัสหน้าผากของทิมด้วยรักใคร่เอ็นดู 
บรูซหอบหายใจอย่างกับวิ่งมาเป็นไมค์ และอัลเฟลดก็ยิ้มบางๆบนริมฝีปากของเจ้าตัว





" เจ้าเกลือบทำให้ข้าหัวใจวายแล้ว เจ้าบ้า.... "






ทิโมธีแยกริมฝีปากออกจากกันเบาๆ ยังไงพยายามที่จะจดจำวิธีหายใจ แต่สายตาของเขาก็วาววับด้วยความปิติยินดี ใช้เวลาสองชั่วโมงกว่าที่ทิมจะหายใจได้ปกติ เดเมี่ยนอยู่กับเขาตลอดเวลา ลูบไล้เบาๆด้วยนิ้วหัวแม่มือ หลังจากนั้นอีกชั่วโมงเขาก็พูดได้นิดหน่อย 





" ฉัน....เดาว่านายต้องรออีกซักพักสำหลับ....สำหลับกอดขอบคุณ " 
นัยตาของเดเมี่ยนผ่อนคลายลง และ ลูบหน้าผากทิม 





" ถึงสิบปีแล้วที่ข้าตั้งตารอ อีกซักห้าชั่วโมง ก็ไม่ทำให้แตกต่างกันนักหรอก "
ทิโมธียิ้มบางๆ ยังคงพยายามจดใจการทำงานของกล้ามเนื้อของเขา 





" ฉันรู้ว่ามันโง่ แต่ว่า....นายดู....ดูดีกว่าที่ฉันจินตนาการไว้มาก..... " เดเมี่ยนยิ้มกว้าง 





" ข้ารู้ว่าข้าดูดี " 

-












เนื่องจากว่าทิโมธีจำเป็นต้องพักผ่อน เดเมี่ยนอ่านหนังสือให้เขาฟังและ เขาชอบรอยยิ้มนิดๆของทิมในสิ่งที่เขากำลังทำ 
หลังจากนั้นประมาณหนึ่งวันในตอนเย็น ทิโมธีเริ่มเบื่อหน่ายกับการอยู่บนเตียง บรูซไม่ต้องการให้เขาพยายามทำอะไรมากเพราะเป็นเวลาสิบปีที่เขาไม่ได้ทำอะไร แต่นั้นก็น่าเบื่อ การผลักดันแขนของเขา เขากำลังมีความสุขกับการขยับตัว และ ลุกขึ้นนั่ง
แต่เดเมี่ยนกำลังเข้ามาในห้องในเวลาเดียวกันและตะคอกออกมา
 





" ทิโมธี เจ้ากำลังทำอะไร ! เจ้าต้องพักผ่อน ! แล้วนั้น- " 





" พักผ่อน! ให้ตายเถอะพระเจ้า ! เดเมี่ยน ! ฉันอยู่ในสภาพนั้นเป็นสิบปี ! อย่าบอกว่าฉันควรพักผ่อน !ฉันอยากออกไปข้างนอก และ และ .... ไม่รู้สิ รู้สึกถึงแสงแดดโดนผิวฉัน หรืออะไรก็ได้ " 




" นี้มันกลางคืนและข้างนอกก็ฝนตก "






"....." ทิโมธีโกธร แต่เดเมี่ยนจะช่วยอะไรได้ แต่เขายิ้ม 






" แต่ ก็ได้ ข้าเข้าใจดี ท่านพ่ออาจจะต้องฆ่าข้า แล้วยังไงล่ะ เจ้าเดินได้ใช่มั๊ย.....? " ทิมพยักหน้าและวางเท้าลงบนพื้นเย็นเฉียบและ ตัวกำลังสั่นพร้อมกับมีรอยยิ้มอันใหญ่โต พระเจ้า---- เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีความสุขเพราะความรู้สึกหนาวอีกครั้ง  เขาสะดุดเล็กน้อย วางมือบนไหล่กว้างของเดเมี่ยน
เดเมี่ยนว่งมือบน---- พระเจ้ามันอุ่นมาก ---บนเอวของเขา เพื่อให้เขาขยับขึ้น





" ขอบคุณ โอ๊ะ.....อย่าขยับนะ! "
กำลังจำได้ว่านี้คือสิ่งที่เขาต้องการทำมาเนินนาน เขาห่อแขนตัวเองอย่างงุ้มงามรอบคอของเดเมี่ยนและวางจมูกบนไหล่ของอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม เดเมี่ยนรู้สึกเหมือนแก้มของเขากำลังไหม้ และกอดทิโมธีไว้แน่นจนตัวแนบกับเขา





" พระเจ้า นายสูงมากเลย...."



" ข้าขอโทษ "



" ฉันรู้ ไม่เป็นไรหรอก โอเค ไปกันเถอะ นายพาฉันขึ้นบนดาดฟ้าได้มั๊ย ? อาคารสูงๆนะ ขอร้องงง "
เดเมี่ยนกลอกตาของเขาด้วยรอยยิ้มและพวกเขาก็ขึ้นไปบนดาดฟ้าตามที่ทิมขอ




มันฝนตกหนักมากและทิโมธีสวมเสื้อคลุมของเดเมี่ยนที่ตัวใหญ่เกินไปสำหลับเขา เขาไปอยู่ข้างๆเขาเพื่อให้แน่ใจว่าชายหนุ่มจะไม่สะดุดหรือหกล้ม เพราะพื้นเปียกและกางร่มเหนือศรีษะของพวกเขา 




ทิมจับมือเดเมี่ยนอย่าช้าๆ ขอร้องให้เดเมี่ยนเอาร่มออก ปิดมันอย่างเงียบเฉียบ เดเมี่ยนมองทิโมธีที่ทำขั้นตอนอย่างบางอย่างบนปลายสุดของดาดฟ้า 



ทิโมธีถอดเสื้อคลุมของเดเมี่ยนออก แล้วยกศรีษะและฝ่ามือขึ้นท้องฟ้าด้วยรอยยิ้ม 
เสียงหัวเราะน้อยๆออกมาจากริมฝีปากแล้ว เขาก็หัวเราะมากขึ้นอย่างทรงพลัง หลับตาลงและรู้สึกถึงฝนที่ตบกระทบกับผิวหนัง ลมแรงจนตัวแข็งแผดเสียงเหนือเมืองของพวกเขา 




ขณะที่เขารู้สึกถึงน้ำที่ไหล่ลงบนใบหน้าของเขา เขาเริ่มร้องไห้ ทั้งร้องไห้และหัวเราะไปพร้อมๆกัน เพราะมันมากเกินไป  หลังจากที่ผ่านมาหลายปีใช้เวลาไปกับความมืดและความเงียบที่เขาไม่สามารถรู้สึกถึงมันได้ มันช่างน่ากลัว  จนในที่สุด 





ในที่สุด เขาก็มีชีวิต มีชีวิตจริงๆ อีกครั้ง






ยังคงหัวเราะ เขาหมุนตัวและสะดุดลงเล็กน้อย แล้วรู้สึกถึงแขนที่ทรงพลังของเดเมี่ยนรอบๆที่ไหล่ เขายังคงร้องไห้อยู่ กอดเสื้อคลุมของเดเมี่ยนไว้ในกำปั้น และ เงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่ม 




เดเมี่ยนตัวเปียกโซกไปด้วยน้ำฝน ผมสึเข้มลู่ลงเหมือนสีหมึกดำบนหน้าผากและขมับทั้งสองข้าง นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้ม จ้องมองเขาด้วยความวังกลและมีความสุขในเวลาเดียวกัน ทิโมธีมีความสุขมากที่ได้รู้สึกถึงจังหวะการหายใจในอกของเด็กหนุ่ม ที่กระเพื้อมขึ้นและลงเหมือนกับเขาที่ยังหายใจ รู้สึกถึงจังหวะชีพจรที่เต้นอยู่ใต้ฝ่ามือ





เดเมี่ยนเอนตัวลงและจูบเขา
มันแปลก จูบทำให้รู้สึกมหัศจรรย์มาก และ มากขึ้นในเวลาเดียวกัน เหมือนกำลังถูกเผา เค็มปราเพราะน้ำตาของเขา เปียกโชกเพราะสายฝน และ สมบูรณ์แบบเพราะว่า.....





เดเมี่ยนคือแสงสว่างของเขาตลอดเวลาที่เขาใช้เวลาอยู่ในความมืดมิด 
เขาเป็นเสียงนุ่มๆที่พูดคุยอย่างไม่รู้จบกับเขา และเขาก็รักเดเมี่ยน สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่อีกฝ่ายทำให้เขา





ยังคงหัวเราะและร้องไห้นิดหน่อย ทิโมธีมิงกลับไปที่เมือง แขนของเดเมี่ยนยังคงโอบรอบหัวไหล่ของเขา





มันเหมือน ผงาดขึ้นมาจากขี้เถ้า เพื่อมีชีวิต อีกครั้งหนึ่ง









                               END

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ yongyeethamdy123 จากทั้งหมด 3 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 20:04
    ชอบมากๆเลยค่ะ ขอบคุณที่นำมาแปลนะคะ สู้ๆค่ะ><
    #1
    0