^^In Heaven Is Only You^^

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 6 On the Beautiful Road in Christmas

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 114
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    4 มี.ค. 55

 
ริมถนนอันงดงามในคืนวันคริสต์มาส


เสียงบางสิ่งบางอย่างดัง กุกกัก กุกกัก  อยู่บริเวณห้องครัว   ผมกำลังนั่งดู ไม้กวาดกินขนมปังถั่วก้อนโตซึ่งแม่ผมอุตส่าห์นั่งหลังขดหลังแข็งทำไว้ให้พ่อของผม  เมื่อตอนช่วงเย็นที่ผ่านมา

          น่าอนาถตัวเองจริงๆ!!!

          แถมยัยตัวร้ายนั่นอีกคน  เธอกำลังเดินไปเดินมาพลางสำรวจภายในบ้านของแม่ผมซะรอบบ้าน  เธอบอกกับผมว่าเธอมาจากดินแดนอันไกลโพ้นเมืองแห่งเวทย์  เฮอะ!!ตลกแหล่ะ ยัยนี่ผมนั่งยกมือทั้งสองท้าวคางบุ้ยปากตัวเองซ้ายทีขวาที  พลางเหล่ตาชำเลืองมองไปที่ร่างบางซึ่งกำลังเดินไปมา แต่งตัวก็ยังกับคนบ้า’!!!

          เนี่ยอ่ะนะ!!มาจากดินแดนอันไกลโพ้น  มาจากดาวพฤหัสศุกร์ ดิไม่ว่า  เชอะ!”ผมพึมพำกับตนเองก่อนที่จะหย่อนคางวางบนท่อนแขนตนเอง

          นี่!!นายหน้าเกาหลีเสียงหวานเอ่ยขึ้นอีกครั้งจนผมเกือบจะเคลิ้มหลับไปอีกรอบนึงแล้ว

          นี่!!ชื่อผมก็มีนะเรียกให้ถูกด้วยผมรีบยืนขึ้นพร้อมกับตะโกนใส่ไปยังต้นเสียงที่ยืนอยู่อีกฝั่ง   เธอถึงกับยืนท้าวสะเอวแล้วถลึงสายตาเหยียดมองมายังผมที่ยืนลูบท้ายทอยตนเองอย่างเกรงๆแล้วรีบนั่งลงแต่โดยดี  แต่นี่มันบ้านเรานี่หว่าทำไมจะต้องไปกลัวกับยัยบ๊องนี่ด้วย

          แล้วนายคิดที่จะแนะนำตนเองหรือบอกชื่อของนายกับฉันบ้างไหม  แต่ยังไงก็ขอบใจนะที่อุตส่าห์เจียดขนมปังถั่วให้กับแซม

          นั่นน่ะหรอเค้าเรียกเจียดหรือแบ่งให้  คุณลองไปเบิ่งลูกกะตาดูตรงนั้นเลยว่า  มันเล่นกินไปเกือบจะหมดอยู่แล้ว  คุณรีบไปห้ามมันหน่อยจะได้ไหม  ถ้าแม่ผมรู้  ผมต้องโดนดุเป็นแน่

          ฉันคิดว่าแม่ของนายเป็นคนใจดีอยู่นะ   ไม่เหมือนนายหรอก  ขี้ตืด!”

          ใครขี้ตืด  ผมน่ะหรอ?ผมน่ะแฟร์ๆจะตายไป  คุณดูคนผิดแล้วล่ะผมรีบออกตัว  เดี๋ยวถ้าไม่แก้ต่างภาพลักษณ์ที่สะสมมาจะพลอยป่นปี้ไปซะหมดก็เพราะยัยบ๊องนี่ล่ะ

          ตกลงว่านายชื่ออะไร  ฉันจะได้เรียกถูก

          ลีจงฮยอนผมแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ  พลางทำมือกลางนิ้วชี้กับนิ้วโป้งแยกออกจากกันแล้ววางไว้ใต้คางเรียว  แล้วยกยิ้มที่มุมปากนิดๆเผยให้เห็นรักยิ้มสุดแสนจะทรมานใจสาวให้เธอเห็น  เผื่อว่าเธอจะได้เห็นความหล่อที่เปล่งประกายของผมบ้าง

          ออ ชื่อนายนั่นเองหรอเธอเอ่ยเพียงแค่นั้นพลางทำใบหน้าเรียบเฉยพยักหน้าแค่เพียงเล็กน้อย  เป็นการรับทราบ

 

          เพล้ง!!!!!งงงงงง  หน้าแตก>_<ยับเยินนนน

          ผมแทบจะเป็นลมล้มลงทั้งยืน  แล้วขออนุญาตเอาหัวกลมๆลงไปโขลกกับพื้นสักหลายๆที  ยัยนี่ไม่มีความรู้สึกกับชื่ออันไพเราะและภาพลักษณ์อันหล่อเหลาของผม  เลยแม้แต่น้อยถ้าเป็นสาวๆที่มหาวิทยาลัยผมเพียงแค่แนะนำชื่อเท่านั้นล่ะก็ต่างวิ่งกรูกันเข้ามาหาโดยที่ไม่ได้รับเชิญเลยด้วยซ้ำ

          แซม  หยุดได้แล้วภาษาประหลาดหลุดออกมาจากปากบางของเธออีกครั้ง  คราวนี้เจ้าไม้กวาดนั่นอันตรธานหายไปไหนก็ไม่รู้   ส่วนร่องรอยการกินขนมปังถั่วที่ตอนแรกทั้งเกะกะ  เลอะเทอะหกรดไปทั่วทั้งพื้น  ผมหันกลับไปอีกครั้ง  ไม่ว่าจะเป็นพื้นกระเบื้องตอนนี้สะอาดสะอ้านเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นยังไงยังงั้น  และที่สำคัญซองขนมปังที่วางเรียงไว้บนตระกร้าหวายไม่มีรอยฉีกขาดเลยแม้สักนิด   ทุกอย่างยังอยู่ครบถ้วน  ผมอ้าปากค้างตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอีกครั้ง

          ผมรีบเรียกสติของผมให้กลับคืนมาโดยเร็วที่สุด!! 

          มือของผมรีบคว้าหมับไปที่ข้อมือของเธอ  แล้วรีบดึงตัวเธอวิ่งออกมานอกบ้านทันที  ผมพาตัวเธอมาหยุดอยู่ตรงกลางสนามหญ้าหน้าบ้าน  แสงไฟเล็กๆที่วางประดับตรงรั้วบ้านกระพริบวิบวับวิ่งไปมาอย่างสวยงาม  กลิ่นหอมจางๆจากดอกไม้เมืองหนาวโชยมาพร้อมส่งกลิ่นหอมอ่อนๆล่องลอยมาตามสายลม  จู่ๆหิมะก็ล่วงหล่นโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าล่องลอยเอื่อยๆบางๆลงมา 

          ไม้กวาดนั่นหายไปไหนอ่ะ?  คุณกำลังทำอะไร?แล้วเหตุการณ์เมื่อสักครู่ผมไม่เชื่อว่าคุณเป็นคนทำผมพยายามจะจ้องเข้าไปที่ดวงตาสวยของเธออย่างยากที่จะเข้าใจ

          ไปอยู่ในที่ๆควรจะอยู่น่ะสิ  นายจะไปสนใจทำไมกับไม้กวาดนั่น>_<”หญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว  เหมือนกับมันเป็นเรื่องปกติของการใช้ชีวิตของเธอแต่กับผมมันไม่ใช่  และฉันก็ไม่ใช่คน  ซะด้วย

          อ่ะ  ไม่ใช่คนแล้วใครกันที่ยืนอยู่ตรงหน้าผม  และยังยืนคุยต่อล้อต่อเถียงกับผม  และยังเรียกผมว่า นายหน้าตาเกาหลีอีกต่างหาก

          นี่นาย…!”

          คุณยืนอยู่ตรงนี้ก่อนอย่าเพิ่งขยับไปไหนนะ  ขอเวลาผมแปบนึงนะผมเดินออกมาห่างจากเธอเล็กน้อย  ผมสังเกตท่าทางของเธอคงจะไม่ค่อยพอใจผมสักเท่าไรหลังจากที่โดนผมต่อว่าไป   มือหนาของผมรีบกดเบอร์มือถือยิงออกไปยังปลายทางทันที  มันคิดอะไรไม่ออกคงจะต้องหาที่ปรึกษาเสียแล้ว

          หลังจากที่ปลายสายรับสายแล้ว  เสียงของยงฮวาดูจะเนือยๆแล้วงัวเงียหลังจากที่ถูกผมปลุกขึ้นมากลางดึก

          ว่าไง?  เพื่อนจะโทรมาเมอรี่ คริสต์มาสหรอ?โอ๊ยยยยย!ไม่ต้องๆหรอก  ไว้พรุ่งนี้เช้าค่อยว่ากัน  คะ..แค่นี้.

          เดี๋ยวก่อนฟัง!  นายฟังฉันก่อน!  ตื่นๆก่อนมีเรื่องจะปรึกษาหน่อยนะ  นายห้ามวางสายเป็นอันขาด  นายตั้งสตินะและฟังฉันเล่าให้จบก่อน  จะเล่าแบบสั้นๆและได้ใจความ  โอเค๊!!”

          นายมีอะไรหรือเปล่าเนี่ยทำไมเสียงของนายถึงดูตื่นเต้นยังไงชอบกล

          แน่นอนว่ามันยิ่งกว่าตื่นเต้นซะอีก  ฉันไม่แน่ใจว่าความฝันที่ฉันเคยเล่าให้พวกนายฟังตั้งแต่คราวก่อนมันจะเป็นความจริงไปได้ผมเล่าให้ยงฮวาฟังอย่างกะทัดรัดกระชับให้มากที่สุด  ส่วนรายละเอียดอื่นๆคงต้องรอให้เจอกันซะก่อน  เพราะเรื่องมันต้องยืดยาวแน่นอน

         

          ห๊า!!นายว่ายังไงนะ  มีผู้หญิงบ้าคนนึงตกลงมาจากฟ้าเข้ามาอยู่ในบ้านของแม่นายเมื่อคืนนี้  แถมยังแต่งตัวแปลกๆพูดจาแปลกๆไม่ใช่ภาษาคน  แล้วมีไม้กวาดพูดได้มาอยู่ในบ้านของนายอีก  เหอะๆๆ จงฮยอน..นายฝันไปอีกแล้วล่ะ  ตื่นขึ้นมาได้แล้ว  อ้าว!แล้วตอนนี้ที่ฉันกำลังนอนคุยกับนายฉันก็เข้าไปอยู่ในฝันของนายด้วยนะสิ  เง้อ!!ไม่นะยงฮวาตื่นตะลึงกับคำพูดของตนเอง

          มันคือเรื่องจริง  และตอนนี้ยัยบ๊องนั่นก็ยืนห่างจากฉันไปไม่ไกล  ฉันขอปลีกตัวออกมาโทรหานายเพื่อที่จะปรึกษาว่าควรจะทำยังไงดี  หัวฉันตื้อไปหมดแล้ว  ช่วยคิดๆหน่อยผมเดินไปเดินกระสับกระส่าย

          เธอสวยไหม?’

          ทำไม??”ผมถามย้อนกลับไปยังปลายสาย  ป่านนี้คงตื่นแล้วและหายจากอาการง่วงนอนเป็นปลิดทิ้งเมื่อได้เจอเรื่องราวแปลกประหลาดที่ผมเล่าให้ฟัง

          ถ้าเธอสวยก็จับมาเป็นแฟนนายซะเลยสิ  อิอิอิเสียงทุ้มปลายสายหัวเราะชอบใจกับคำแนะนำเด็ดๆของตนเอง

          เฮ้ย!!นายก็เพ้อเจ้อไปได้  นี่ฉันโทรมาขอคำแนะนำจากนายว่าควรทำอย่างไงดี  ไม่ใช่จะให้จับเธอมาเป็นแฟน  จะไปกันยกใหญ่แล้ว

          ฉันคิดว่า..เธอเป็นคนบ้า  ชัวว์

          นายคิดเหมือนฉันในตอนแรกเลย  แต่อย่างที่บอกนายไปเรื่องที่ห้องครัวจากที่เลอะเทอะไปหมด  กลับมาสะอาดอีกครั้งโดยที่ฉันไม่ได้แตะต้องหรือไปทำความสะอาดเลยแม้แต่น้อย  อย่างกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น  มันน่าแปลกน่ะสิ

          ที่ข้อมือของเธอมีปลอกข้อมือหรืออะไรที่บ่งบอกว่ามาจากโรงพยาบาลไหนบ้างม๊ะ

          ไม่น่าจะมีหรอก  เธอก็ดูเหมือนคนปกติดีนะ  เพียงแต่ว่า….” ผมทิ้งคำพูดสุดท้ายที่กำลังคุยกับยงฮวาแล้วหันกลับไปเพื่อที่จะดูว่าเธอมีปลอกข้อมือที่ยงฮวาพูดมาหรือไม่  แต่ผมกลับไม่เห็นร่างของเธอแล้ว แค่นี้ก่อนนะ  เธอหายไปไหนแล้วผมกดวางสายทันทีแล้วก้มๆเงยๆเพื่อที่จะมองหาว่าเธอเดินไปทางไหนกันแน่

 

 

          แสงไฟหลากสีสันในยามค่ำคืนของคืนวันแห่งความสุข  คืนวันคริสต์มาสของปีนี้  หิมะแรกสีขาวโพลนหล่นลงมาบางๆดีที่ไม่ตกลงมาอย่างหนัก  ไฟประดับกระพริบเรืองแสงเล็กๆไปมาอยู่ทั่วเมืองรวมถึงท้องถนน  บนต้นไม้ทรงพุ่มกลมๆหรือไม่เว้นที่ยืนต้นเจ้าแสงไฟกลับดั้นด้นปีนขึ้นไปส่องแสงอวดโฉมสะพรั่งไปด้วยความสวยงามโดยพร้อมเพียงกันอย่างระลานตา

          เสียงกระดิ่งส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งๆแว่วมาแต่ไกลๆ  ท้องฟ้ากว้างพอที่จะมองเห็นดวงดาวดวงเล็กๆส่องแสงอยู่ไกลๆ ณ ริมฟากฟ้า

          แอลลี่  ทิ้งตัวนั่งยองๆกอดเข่าตนเองลงบนม้านั่งสีน้ำตาลตัวยาว  ใบหน้าสวยเศร้าสลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน  เชยคางเรียวลงบนเข่าอย่างครุ่นคิดพลางอมแก้มป่องๆพ่นลมออกมาจนเป็นควันสีขาวลอยไปในอากาศ   แล้วลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่  หญิงสาวเดินออกมาเรื่อยๆไม่รู้เหมือนกันว่าห่างจากบ้านของนายหน้าเกาหลีนั่นมากน้อยแค่ไหน

          นี่เราหลงมาอยู่ยุคไหนกันแน่เนี่ย!แล้วเราจะหาทางกลับเมืองแห่งเวทย์ได้ยังไงกัน  ท่านพ่อท่านแม่  อีกทั้งท่านพี่อีก  ป่านนี้จะเสร็จจากงานฉลองร่วมกับท่านซานตาคลอสหรือยังนะ  แล้วถ้าพบว่าเราไม่ได้อยู่หรือไม่ได้เข้าร่วมงานด้วย  ทุกคนจะเป็นห่วงเรามากขนาดไหน  หรือเราจะต้องโดนทำโทษอย่างรุนแรงที่ไม่ได้เข้าร่วมฉลองงานสำคัญในครั้งนี้  โอ๊ย!ไม่อยากจะคิดเลย

          แอลลี่สะบัดศีรษะกลมๆไปมาอย่างบ้าคลั่ง  เพื่อที่จะให้ความคิดและสติของตนเองกลับคืนมาอีกครั้ง

          นึกสิๆๆนึกให้ออกเร็วๆสิว่า  เจ้ากิ่งคริสตรัลนั่นหล่นไปอยู่ที่ไหน?  เราเคยทำได้นี่นา  เรื่องแค่นี้เอง  เพราะถ้าหาไม่เจอยากเหลือเกินที่จะกลับไปเมืองแห่งเวทย์ได้>_<”

          หญิงสาวยกมือบางขึ้นเขกแรงๆไปที่ศีรษะกลมๆของเธออีกครั้ง   โดยที่ไม่ทันได้สังเกตว่ามีใครคนนึงแอบมายืนอยู่ข้างๆม้านั่งตัวยาวที่เธอกำลังลงโทษตัวเองอยู่   ร่างสูงโปร่งยืนกอดอกตนเองแล้วจ้องมองไปที่ร่างบาง  พลางยื่นปากทำแก้มป่องๆพยักหน้าเนิบๆช้าๆ

          ยัยบ๊องเอ้ย!!มานั่งอยู่นี่เอง  อ่ะ  แล้วนั่นนั่งทำอะไรอยู่คนเดียวอีกล่ะผมคิดในใจ  อีกใจก็อยากจะหัวเราะออกมาดังๆกับพฤติกรรมที่เธอกำลังกระทำกับหัวกลมๆของเธอ

          นี่!!คุณเอามือสากๆของคุณไปตีหัวของตัวเอง  ไม่เจ็บบ้างหรอไง?” ผมทิ้งตัวลงนั่งไขว่ห้างมือล้วงไปที่กระเป๋ากางเกงเพื่อหลบซ่อนอากาศที่หนาวเย็น

          เกี่ยวอะไรกับนายอ่ะเธอชำเลืองหันกลับมามองหน้าผม หลังจากสิ้นเสียงทุ้มคุ้นๆใบหูของเธอ  แล้วตอกกลับจนผมแทบจะหน้าหงาย  นั่นสิมันไปเกี่ยวอะไรกับผมด้วยซ้ำ  เธอจะทำอะไรกับร่างกายของเธอ  หรือกับความรู้สึกของเธอไม่เห็นจะเกี่ยวข้องอะไรกับผมเลยแม้แต่น้อย

          กะ..ก็แค่เป็นห่วงว่าหัวคุณจะบาดเจ็บ  หรือถึงกับหัวแตก  ถ้าใครผ่านไปผ่านมาคิดว่าผมเป็นคนทำจะให้ผมทำไงอ่ะ  ทั้งๆที่คุณทำตัวเองแท้ๆผมยื่นหน้าใส่เธอ

          เชอะ!ก็แค่ห่วงว่าตัวเองจะเป็นคนทำความผิด  มนุษย์นี่ล่ะน๊า  เค้าถึงเรียกว่ามนุษย์

          แล้วคุณมานั่งทำร้ายตัวเองทำไม  ออกมาตอนไหนผมไม่เห็นเลย

          ตอนที่นายกำลังคุยกับเพื่อนนายไง  ก็ฉันนึกไม่ออกว่าจะกลับไปเมืองแห่งเวทย์ยังไงล่ะสิ  ฉันกังวลใจจังใบหน้าเล็กสลดลงอีกครั้ง

          เอ่อ..คือว่าเมืองแห่งเวทย์  หรือโรงพยาบาลไหนที่คุณหลงทางมาผมจะพาไปส่งผมก้มใบหน้ามองเธอแว่บนึงเอ่ยขึ้นไม่ค่อยจะเต็มเสียงนัก

          ย๊า!!! นายยังคิดว่าฉันหลุดออกมาจากโรงพยาบาลบ้ายังงั้นหรอ  ไอ้บ้าเอ้ย!!นายอย่าริอาจเอาเมืองแห่งเวทย์ของฉันไปเปรียบกับโรงพยาบาลที่นายว่านะ  ไม่ยังงั้นฉันโกรธนายจริงๆด้วย

          ร่างโปร่งบางทะลึ่งพรวดยืนขึ้นโดยที่ผมไม่ทันตั้งตัว   ร่างกายของผมคงจะตกกะใจไปอย่างอัตโนมัติร่างหล่นตุ๊บลงไปกองอยู่ที่พื้นเย็นๆ  และคนเราต่างก็มีสันชาตญานของตนเองอยู่แล้วผมคิดว่าเธอคงโกรธหรือย๊วะผมแล้วจริงๆ

          เธอเริ่มเดินออกไปตามทางเท้าริมถนน  ซึ่งมีต้นไม้ต้นขนาดกลางซึ่งประดับประดาไปด้วยดวงไฟดวงเล็กๆหลากหลายสีสัน  ผ้าคลุมสีทึมๆวางพาดอยู่บนไหล่และร่างบางของเธอพริ้วไหวไปตามแรงลมน้อยๆขณะที่เธอเดินนำหน้าไป  ผมออกเดินตามหลังเธอไปไม่ทิ้งระยะห่างมากนัก

          ริมทางเท้ามีร้านขายอาหารริมทางร้านเล็กซึ่งยังไม่ปิดบริการ  ซึ่งสมัยเมื่อยังเป็นเด็กผมมักจะมาอุดหนุนเจ้าของร้านซึ่งเป็นคุณป้าใจดีบ่อยๆ  แต่หลังจากไปเรียนที่กรุงโซลแล้วนานๆครั้งมักจะได้กลับมาพักผ่อนที่บ้าน  ถ้าแวะผ่านมาก็จะมาทักทายคุณป้าบางครั้งนั่งคุยกันทีก็แทบจะเป็นชั่วโมง  คุณป้าร้านต๊อกโบกี้เป็นคนใจดี  ตักอาหารให้ผมทีแทบจะเหมายกร้านจนบางครั้งผมก็อดที่จะเกรงใจท่านเสียไม่ได้

          หญิงสาวเดินไปหยุดยืนตรงหน้าร้านอาหารของคุณป้าพอดิบพอดี  ผมคิดว่าเธอจะไม่แวะเสียแล้ว  คิดไปผมก็อยากจะดื่มโซจูสักแก้วเพื่อดับอากาศที่เย็นยะเยือกในตอนนี้เหมือนกัน

         หิวล่ะสิ?เหอะ  ร้านนี้อาหารอร่อยนะ  กินเป็นหรือเปล่าอ่ะเราผมตรงไปยืนอยู่ข้างๆเธอ  เห็นเธอหันรีหันขวาง  สายตาเรียวเมียงมองไปมายังอาหารถาดใหญ่ในนั้นมีต๊อกโบกี้สดๆร้อนๆอยู่เกือบเต็มถาดไออุ่นสีขาวลอยกระจายไปในอากาศ

          เอาอันนี้ค่ะนิ้วเรียวชี้ไปที่เจ้าถาดต๊อกโบกี้  ที่ส่งกลิ่นชวนรับประทานแถมยังสะกิดต่อมรับรสของผมซะอยู่หมัด  แล้วก็อันนี้ด้วยค่ะ

         เธอชี้ไปที่เจ้าขวดเขียวๆที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากถาดอาหารมากนัก  ผมมักจะเรียกเจ้าสิ่งว่า  โซจู  มันคือเหล้าขาวดีกรีพอประมาณดีๆนี่เอง  เธอจะกินเหล้าอย่างงั้นหรอ  ดีเลยผมจะได้มีเพื่อนนั่งก๊งเหล้ากันล่ะคืนนี้  ผมทักทายและพูดคุยกับคุณป้าใจดีอยู่ตั้งนานสองนาน  จนยังบ๊องนั่นเมาล่วงหน้าไปแล้ว   ร่างบางแทบจะทรงตัวอยู่บนเก้าอี้แบบตั้งตัวตรงไม่ได้ซะแล้ว

          เป็นคนบ้าแถมยังจะขี้เมาอีก  เง้อ!!ผู้หญิงคนนี้ผมแอบพึมพำออกมากับตนเอง  ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามกับเธอ  ใบหน้าของเธอแดงจนออกเป็นสีชมพูเรื่อๆเพราะฤทธิ์เหล้าดีกรีระดับชาตินั่น

          นี่นาย..”นิ้วเรียวจิ้มและชี้ตรงมาที่ใบหน้าของผม  ดวงตาขี้เล่นเปล่งประกายของเธอทำให้ใจของผมสั่นเล็กๆ  นายบอกว่าจะพาฉันกลับบ้าน  นายยยสัญญากับฉานนนนแล้วนะเสียงหวานออกจะยืดยานของคนเมาตรงหน้าของผมดูตลกไปไหม

          แล้วไง  บ้านคุณอยู่ไหนถ้าคุณบอกผมจะไปส่งให้ถึงหัวบันไดบ้านเลยผมนั่งตัวตรงตั้งใจฟังที่เธอกำลังจะเอ่ยขึ้น

          เมืองแห่งเวทย์อยู่ไหนน่ะหรอ  สงสัยนายคงต้องขี่ยานอวกาศไปส่งฉันซะแล้วล่ะ ฮ่ะๆๆเธอส่งเสียงหัวเราะชอบใจออกมาซะลั่นร้านอาหาร 

          ผมห่อตัวลงในเกือบจะทันทียัยแอลลี่ตัวดียังจะมาพูดจายียวนกวนประสาทผมอีก 

         ใช่น่ะซี๊  ผมคงจะต้องซื้อยานอวกาศสักหนึ่งลำแล้วพาคุณไปโยนทิ้งออกนอกโลกไปเลยซะดีไหม  แล้วพอผมโยนคุณออกไปแล้วผมคงจะไม่ต้องเห็นหน้าบ๊องๆอย่างคุณอีก

          นายยยยยยยพูดดดจริงหรอออ  นายยังคิดจะไล่แม่มดที่หมดหนทางจะไป  แล้วววโยนฉันออกไปนอกโลกกกก อีกหรอออ  ไอ้คนใจร้ายยยย!!”เธอส่งเสียงตะโกนปาวๆต่อหน้าผม

          จนกระทั้งคุณป้าใจดีเดินตรงเข้ามาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง

          พ่อหนุ่มมีอะไรก็ค่อยๆคุยกันดีๆก็ได้นะจ๊ะ  ทะเลาะกันไปก็เท่านั้นหนุ่มๆสาวๆเป็นแฟนกันก็มีเรื่องทะเลาะกันเป็นเรื่องธรรมดา  เข้าใจและคุยกับแม่หนูคนสวยดีๆสิจ้า

          คุณป้าฮะ  แต่มันไม่ใช่อย่างที่คุณป้าเข้าใจนะฮะผมยกมือขึ้นเกาหัวกลมๆพลางขยี้หัวผมไปมาจนหัวยุ่งเหยิงไปหมด 

 

          ผมได้ยินไม่ถนัดนักเธอพูดว่าเธอเป็น  แม่มด

         ช่ายยยย สิ ฉานนนเป็นแม่มดที่ไม่เอาไหนเลย  เรื่องแค่นี้ยังทำไม่ได้  เพียงแค่จะพาตัวเองกลับไปยังเมืองแห่งเวทย์ยังทำไม่ได้แล้ว ฉันจะไปทำอะไรได้  ฮือๆๆ

          หน้ายังงี้จะไปเป็นแม่มดได้ยังไงกัน ถ้าคุณบอกว่าคุณหลุดออกมาจากโรงพยาบาลบ้าผมยังจะเชื่อผมตอกย้ำเธอมากจนเกินไปหรือเปล่าเนี่ย!

          เธอยังคงก้มหน้าฟุบอยู่กับโต๊ะ  ร้องคราง ฮือๆ ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะปลอบเธอยังไงเหมือนกัน


+++++++++

มาแว้ววววววววว หลังจากที่ดองมานาน น้าน นานมว๊ากกกกกก

ต้องขอโทษแฟนฟิกทุกๆคนด้วยค่ะ

เพราะมัวแต่ไปตามหนุ่มๆ  ไหนจะงานคอน Bluestorm อีก

ใครได้ไปดูบ้างคะ  สนุกและมันส์มากๆเลยค่ะ

เฮ้ย!!!ยังนึกถึงบรรยากาศวันนั้นได้เป็นอย่างดีเลยล่ะ 120225 cnblue Bluestorm

ยังไงมาติดตาม ฟิกของ หนุ่มจงฮยอน กันดีกว่าแก้คิดถึงนะคะ

แล้วจะมาใหม่นะจร้า บายๆ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

29 ความคิดเห็น

  1. #29 RaBbiT piG (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มีนาคม 2555 / 01:23
    สงสารแอลลี่ที่กลับบ้านไม่ได้(ปต่กลับไม่ได้ก็ดีจะได้อยู่กับฮยอนไปนานๆ อิอิ)
    แต่ฮามากเลยค่ะตรงจะซื้อยานอวกาศขับพาแอลไปโยนนอกโลก5555
    รอตอนต่อไปนะคะ^^
    #29
    0
  2. #28 lovely-yoona (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มีนาคม 2555 / 19:26

    สงสารทั้งแอล ทั้งจง

    คงงงกับชีวิตกันน่าดู

    #28
    0
  3. #27 softhy_yongseo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มีนาคม 2555 / 12:41
    สงสารหนูแอลจัง..
    #27
    0
  4. #26 Doraefon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มีนาคม 2555 / 16:39
    กลับมาแล้ว!!!!ขอคุณนะคะที่กลับมาอัพ จะคอยติดตามนะคะ
    #26
    0
  5. #25 forever 9 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มีนาคม 2555 / 23:35
    55555+ พ่อหนุ่มคุยกันเสร็จแล้วก็ไปสงสารหนูแอลลี่กลับบ้านด้วยน้า
    น่าสงสารหนูแอลจังคงคิดถึงพ่อแม่แล้วสินะ เดี๋ยวหนูก็หาทางกลับได้
    #25
    0