^^In Heaven Is Only You^^

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 4 On the night of Christmas Eve

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 101
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    24 ธ.ค. 54


 

ในคืนวันคริสต์มาสอีฟกับสิ่งมหัศจรรย์ที่ไม่รู้ลืมของผม

          ตุ๊บ ผั๊วะ  เพล้งง  เคร้งๆ  กรุ๊กๆๆ

         เสียงบางสิ่งบางอย่างหนักๆหล่นตุ๊บลงมาสู่พื้นอันเย็นยะเยือกแล้วกลิ้งไปกับพื้นเย็นๆนั่นเสียงดังกรุ๊กๆๆ ในกลางดึกของคืนวันคริสต์มาสอีฟ  เสียงของมันดังพอๆกับหมูหรือสุนัขตัวโตๆตัวนึงที่วิ่งชนเข้ากับกำแพงเสียงดัง โครม  ผมได้ยินเสียงนั้นอย่างชัดเจน  นี่คงจะไม่ใช่ความฝันอีกนะ  ผมล่ะเบื่อตัวเองจริงๆถ้าเป็นความฝันแล้วทำไมผมถึงได้รู้สึกหนาวๆร้อนๆยังไงพิกล  มือหนาของผมยกขึ้นมาขยี้ตาหลังจากที่เผลอหลับไปแล้วเจ้ากีต้าร์โปร่งยังคงวางอยู่ข้างๆตัวผม  หนังสือฝึกกีต้าร์เล่มเก่าและสมุดเขียนเพลงยังวางระเกะระกะกระจายอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือ  

          มือของผมควานไปมาแตะไปที่โคมไฟที่หัวเตียงอย่างเงะงะ  จนกระทั้งมันแทบจะหล่นลงมาใส่หัวของผมเกือบหัวแตกซะแล้วไหมล่ะ>_< 

          แสงสว่างเรืองๆจากโคมไฟที่หัวเตียงถูกเปิดขึ้น  สายตาของผมเพ่งมองไปที่ริมหน้าต่าง  ผ้าม่านผืนสีฟ้าปลิวพลิ้วโบกไปมาตามแรงลมบางๆจากด้านนอก  เมื่อคิดย้อนหลังกลับไปเมื่อตอนช่วงเย็นผมเองเป็นคนที่ปิดหน้าต่างบานนั้นไปแล้วด้วยซ้ำ  แต่มันถูกเปิดออกตั้งแต่ตอนไหนกันละ  ผมเปิดผ้านวมที่ห่อหุ้มออกจากลำตัวเสื้อไหมพรมแขนยาวสีเทาตุ่นๆและใส่ทับไว้ด้วยเสื้อวอร์มแนวนักกีฬาของเสื้อผ้ายี่ห้อดังอดิดาสที่เป็นแบรนด์สุดโปรดของผม  รวมไปถึงกางเกงชุดนอนขายาวทรงกระบอก  ผมสวมรองเท้าที่ไว้ใช้ใส่ในบ้าน  ใส่แล้วลากมันเดินเข้าไปใกล้หน้าต่างบานนั้น

          ตาผมไม่ฝาดอย่างแน่นอน  สายตาของผมเหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่าง  สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่จะเรียกว่าคุ้นเคยซะเลยทีเดียวคงจะไม่ใช่  มันเป็นลำแสงโปร่งใสสว่างวูบวาบไหวไปมาอยู่ข้างหน้าต่างติดกับห้องนอนของผม  และแสงนั้นบางครั้งก็กลับกลายไปเป็นสีม่วงอ่อนๆแล้วดับวูบไป  มีเสียงร้องออกมาด้วย  ร้องครางดัง  หงิงๆๆ เหมือนหมาโดนน้ำร้อนลวก นี่ผมคิดอะไรผิดไปหรือเปล่าไม่ทราบ  ผมไม่กล้าชะโงกหน้าออกไปดูให้มันจะๆชัดๆว่ามันคืออะไรกันแน่  แต่เท่าที่รู้มันเหมือนลำแสงนั้นที่มันเฝ้าวนเวียนอยู่ในความฝันของผม

          ผมรวบรวมความกล้าหยิบไฟฉายที่ผมมักจะพกติดตัวไว้ในยามฉุกเฉินเสมอออกมาจากกระเป๋าเป้ของผม  และคิดว่าควรจะเดินลงไปดูให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยดีกว่าว่ามันคืออะไรกันแน่  หรือมันจะเป็นแมวขโมย  ใช่แล้ว!!มันต้องเป็นขโมยอย่างแน่นอน  ค่ำมืดดึกดื่นใครคนไหนจะอุตริกล้าเข้ามายังบ้านของคนอื่นในเวลาเช่นนี้  ถ้าไม่เป็นเจ้าหัวขโมยก็คงจะบ้าไปแล้ว

        นาฬิกาบอกเวลาว่าเที่ยงคืนพอดิบพอดี   ภายในหมู่บ้านปิดไฟนอนกันไปตั้งนานแล้วยิ่งถ้าเป็นแถวชานเมืองอย่างนี้ด้วยแล้วไม่ต้องพูดถึง  หลับกันลึกเชียว  ผมคิดอยู่ในใจ  ถ้าเป็นเจ้าหัวขโมยผมจะซ้อมมันให้น่วมเลยคอยดูสิ  นักเทควันโด้อย่างผมหรือจะยอมให้ใครมาเหยียบจมูกง่ายๆ

          นายได้ตายไม่ดีแน่  อุปกรณ์ครบมือไม้เบสบอลมันถูกหยิบขึ้นมาใช้งานอีกครั้งแต่อาจจะผิดสถานที่ไปหน่อย  ไงก็ขอยืมไว้ป้องกันตัวก่อนละกัน

          ผมเดินลงจากห้องนอนของผมค่อยๆเดินย่องลงไปทางบันไดแล้วยื่นมือไปเปิดประตูบ้านอย่างช้าๆ  พลางลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่  รวบรวมพลังลมปานทั้งหมดที่จะสามารถเรียกมันมาได้ขอฉะกันสักตั้งเถอะนะ

          ตะกี้แสงสว่างมันอยู่แถวนี้นี่นา  หายไปไหนแล้วล่ะผมเดินลัดเลาะย่องตรงไปยังสนามหญ้าหลังบ้านซึ่งถ้ามองขึ้นไปอีกนิดก็จะเป็นห้องนอนของผมและห้องนอนของแม่ 

          หงิงๆๆ หูยยยย!! หล่นลงมาได้  เจ็บจังเลย’ >_<

          เสียงนั่นใกล้เข้ามาเรื่อยๆ  ผมเริ่มจะได้ยินเสียงมันถนัดมากขึ้น  บางทีมือผมก็เริ่มสั่นๆไม่รู้ว่าสั่นเพราะหนาวหรือสั่นเพราะเข้าใกล้เสียงนั่นกันแน่ผมกำชับมือแน่นทั้งไฟฉายและไม้เบสบอลที่กำแน่นอยู่ในมือ  ทำไมต้องมาสั่นเอาอีตอนนี้ละว๊าเราผมแอบพึมพำบ่นกับตัวเอง

          ตาของผมต้องฝาดไปแล้วแน่ๆเพราะที่ผมเห็นแสงสีม่วงๆตรงนั้น  กลับกลายเป็นผู้หญิงแต่งตัวแปลกๆนั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่กับพื้นเย็นๆของสนามหญ้า   มือบางลูบไปที่ก้นกบของเธอถ้าดูไม่ผิด  เสื้อผ้าสีดำตุ่นๆแวววาวเล็กน้อย  เสื้อคลุมตัวโคร่งๆถูกสวมใส่ทับไปอีกชั้น  เสื้อแขนยาวกางเกงขายาวทรงแนบสนิทกับท่อนขาแบบบางของเธอ  รองเท้าบูททรงแปลกๆซ้ำร้ายบนศีรษะของเธอมีหมวกทรงสูงปลายแหลมปลายหงิกงอลง คล้ายกับแม่มดในนิทานอีกด้วย 

          วันนี้มันเป็นวันคริสต์มาสไม่ใช่หรอไม่ใช่วันฮัลโลวีนซะหน่อย  ผมเอียงคอเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด  ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้แต่งตัวแปลกประหลาดอย่างกับคนบ้า  ให้ตายสิ!!!   ที่สำคัญหล่นลงมาจากไหนก็ไม่รู้เข้ามาอยู่ในบ้านของแม่ผมอีกต่างหาก   และยังกองแหมะอยู่กับกองฟืนหลังบ้านของผมด้วย

          หงิงๆๆ  เสียงครางนั่นดังส่งเสียงแว่วๆมาเป็นระยะๆ

          เมื่อเธอคนนั้นเริ่มรู้สึกว่ามีใครบางคนยืนจ้องมาที่เธอ  ดวงตาฉายแววประกายสีม่วงบางๆของเธอกลับหันมาสบตาเข้ามากับผมพอดี  ใบหน้าเรียวเล็กขาวสดใสนวลเนียนยังกับแต่งหน้ามาซะหนาเตอะ  ริมฝีปากบางเล็กได้รูปเคลือบไปด้วยสีลิปติกออกโทนสีเข้ม  แววตากึ่งตกใจซะมากกว่า   เธอเปลี่ยนจากท่าทางตกใจเป็นจ้องเขม็งมาที่ผมมองตั้งแต่หัวจรดเท้า   ผมอยากจะบอกเธอว่า  ผมเนี่ยคนนะไม่ใช่ผี  คุณเป็นใครมาจากไหน  เข้ามาที่บ้านแม่ของผมได้ยังไงแต่ผมกลับอ้าปากไม่ขึ้นมันแข็งไปหมด  ไม่รู้ว่าใครตกใจใครมากกว่ากัน >_<

          ยัยนี่ต้องเป็นคนบ้าแน่ๆหรือไม่บ้าก็คงจะบ๊องผมคิดในใจแล้วจ้องไปที่เธออีกครั้ง  ครั้งนี้เธอกลับหลับตานั่งนิ่ง  ปากขมุบขมิบเหมือนกับนั่งท่องอะไรบางอย่างผมฟังไม่ออก  ผมลงทุนถึงกับก้มตัวลงยกมือมาป้องที่ใบหูเพื่อจะเงี่ยหูฟังสำเนียงที่เธอจะหลุดปากออกมาแต่ไม่เป็นผล

          ผู้ชายคนนี้เป็นคนเกาหลี  อายุประมาณ 22 ปี เพศชาย  ส่วนสูง 182 cm. น้ำหนักประมาณ 62 กก. ใช้ภาษาเกาหลีในการสื่อสารได้ ในความคิดของเธอๆใช้คลื่นสมองชั้นในกำลังสแกนชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธออย่างละเอียดนั่นเอง

          ยัยนี่บ้าชัวว์!!”ผมฟันธง  แล้วเตรียมตัวยกไม้เบสบอลขึ้นมาป้องกันตัว  แต่ว่านี่เธอเป็นผู้หญิงรูปร่างแบบบางใครจะไปทำได้ลงล่ะเนี่ย  ทันใดนั้น!!จู่ๆมือของผมก็ค่อยๆอ่อนแรงลงไปซะยังงั้นเกิดอะไรขึ้นกับผมอีกล่ะ  ผมพยายามจะจับและประคองไฟฉายและไม้เบสบอลเพื่อไว้ปกป้องตนเอง  แต่ตอนนี้มันคงจะช่วยอะไรผมไม่ได้อีกแล้ว  มันล่วงลงไปกองอยู่กับพื้นแล้ว  แม่จ๋าช่วยผมด้วย!!กรีสสส

          เธอยืนขึ้นแล้วความสูงโดยประมาณของเธอก็สัก  166 cm.คงจะได้อยู่ รูปร่างของเธอสูงโปร่งบอบบางมากอ้อนแอ้นแต่ดูท่างทางจะแข็งแรงใช่ย่อย  เท้าของเธอก้าวเดินช้าๆมาหยุดอยู่ตรงหน้าผมพอดี  ขาของผมถอยกรูดออกทันทีก่อนที่จะมาถึงตัวผมมากไปกว่านี้  ผมทำท่าทางเหมือนกับอุลตร้าแมนที่กำลังจะยิงแสง  และเล็งไปที่ยัยตัวประหลาดนั่นที่กำลังเดินช้าๆเข้ามาหาผม  เธอก้าวเข้ามาก้าวหนึ่ง  ผมก็ถอยหลังไปอีกหนึ่งก้าว

          ธะ ธะ เธอเป็นใคร?มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง  ไม่รู้หรอว่าเป็นบ้านของคนอื่นน้ำเสียงของผมยังคงปกติผมคิดว่ายังงั้นนะ  แต่ฟังดูแล้วมันทั้งสั่นและตกใจซะมากกว่า  เธอเข้ามาใกล้ผมมากไปแล้วจนผมได้กลิ่นหอมจากกลิ่นกายของเธออ่อนๆ  ร่างโปร่งย่อเข่าลงที่พื้นหญ้าและอีกข้างยกขึ้นมือขวาวางไว้ที่เข่าของเธอ  ผมขอสารภาพว่า  เธอสวยกว่าที่ผมคิดไว้ซะอีก  แต่ถ้าสวยแบบนี้แล้วเป็นบ้าแถมบ๊องๆด้วยหล่อคงรับไม่ได้หรอกฮะ  ขอแจวดีกว่าและท่าทางของเธอก็ดูออกจะพิลึกพิลั่นผิดมนุษย์มะนาด้วย

          นายเป็นคนเกาหลีงั้นหรอ?”ประโยคแรกที่เธอพูดกับผม  น้ำเสียงเธอกังวานใสดังระฆังแก้วอันบริสุทธิ์ฟังแล้วเสนาะหูเป็นที่สุด^_^  ลมหายใจของเธอพ่นออกมาเป็นไอสีขาว  แข่งกับไอเย็นๆของอากาศช่วงนี้  แต่ผมสิตอนนี้อยากจะตะโกนออกไปให้ดังที่สุดเท่าที่จะทำได้ ลำคอกลับแห้งผากเหมือนไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงอยู่ในร่างกายแม้แต่น้อย  แม้แต่เลือดสูบฉีดในตอนนี้ผมไม่แน่ใจว่ามันยังคงทำหน้าที่ปกติดีอยู่หรือเปล่าด้วย  แต่ก็ทำได้แค่เพียง ทำมือยังกับท่าทางจะยิงแสงเลเซอร์ทั้งๆที่รู้ว่ามันยิงไม่ได้อยู่แล้ว  แต่ก็ยังทำท่านั้นค้างอยู่ ในยามที่ผมตกใจ  >_<

          ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมรู้สึกปลอดภัย  เมื่อได้ทำท่านี้น่ะสิ ^_^

          ผมไม่กล้าจ้องไปตรงๆที่ดวงตาสีม่วงของเธอ   ผมกลัวว่าจะโดนสะกดจิตหรือนี่ผมจะดูหนังหรือละครแนวไซร์ไฟมากจนเกินไปหรือเปล่าแอบมีคิดในใจ

          ทำไมนายถึงยังไม่ตอบฉันล่ะน้ำเสียงของเธอแผ่วเบาเหมือนราวกับว่าตัวผมกำลังล่องลอยเคว้งไปในอากาศ  ผมต้องโดนสะกดจิตหรืออะไรสักอย่างแน่ๆ  เธอเผยยิ้มและเอียงคออย่างน่ารักอีกครั้ง  ฉันชอบนายจัง

          ผมเริ่มหายใจติดๆขัดๆสลับกับความกลัวที่ตีตื้นขึ้นมาเกือบจะหายใจไม่ออก  ผมตั้งสติอีกครั้งๆนี้ผมฝันไม่เหมือนครั้งก่อนๆ  แต่มันเหมือนความจริงมากผมอยากตื่นๆจากความฝันบ้าๆบอๆนี้ซะอีกเมื่อไรมันจะเช้าสักทีนะเนี่ย!!  ผมสะบัดหัวไปมาเผื่อว่าเศษไม้เศษฟืนจะล่วงลงมาฟาดหัวกลมๆของผมแล้วอาจทำให้ผมตื่นได้สักที

          มือหนาอันเย็นยะเยือกยกขึ้นดึงหน้าดึงตา  แล่บลิ้นดึงหูของตนเองทั้งสองข้างซ้ำยังหยิกแรงๆไปที่หนังหน้าของตนเอง   โอ๊ย!!!เจ็บผมร้องออกมาเสียงดังได้แล้วซะที ไม่สิ  มันคือความฝัน  ผมจะต้องตื่นๆ ๆๆ มินฮยอก นายอยู่ไหนเจ้าตัวแสบนายรีบมาปลุกฉันสักทีจะได้ไหม  แม่ก็ได้มาปลุกให้ผมตื่นสักทีเถอะผมตบหน้าตนเองไปมายังกับคนบ้าซะเอง

          ท่านั่งของเธอกลายเป็นนั่งขัดมาสมาธิแถมยังจ้องและนั่งท้าวคางหน้าตาเฉยอยู่ตรงหน้าของผม  มันเป็นความจริงหรอเนี่ย!  ผมถามตัวเองอยู่ในใจ เพราะผมพูดอะไรไม่ออก 

          ว๊ากกกกกกกกกกกกกก  เธอเป็นใคร?  มาจากดาวดวงไหนเนี่ย? เข้ามาที่บ้านของผมได้ยังไง?”พอรู้สึกตัวได้ผมรัวคำถามเป็นชุดๆ  แต่เธอกลับหัวเราะคิกคักอย่างใจเย็น  ผมกลัวเธอจริงๆในตอนนี้

          นี่!!ย๊า  นายหน้าตาเกาหลี! ฉันถามนายก่อนตอบฉันมาก่อนเราจะได้คุยกันรู้เรื่อง

          ใช่ที่นี่คือประเทศเกาหลี  และเป็นปีนี้เป็นปี 2011 ละ..แล้วปีหน้าก็จะปี 2012 และอีกปีถัดไปก็จะเป็น 2013 ละ..แล้วววผมตอบเสียงสั่นๆ

          พอๆๆได้แล้ว!  โล่งใจไปที  ดีจังที่ไม่ได้หล่นไปแถวเอธิโอเปีย  ไม่งั้นเราฆ่าเจ้าแน่ แซมเธอสบถออกมาเหมือนกับว่าโมโหใครมายังงั้นแหล่ะ  เธอเดินหันกลับไปที่เดิม นี่บ้านของนายหรอ?  ฉันหิวมีอะไรให้กินบ้างไหมอ่ะ?”

          นะ..นี่ คุณจะบ้าหรือไง? จะมาขอข้าวบ้านคนอื่นกินแบบนี้ไม่อายบ้างหรอไง?  บ้านคุณอยู่ไหน? เดี๋ยวผมจะไปส่งเองก็พูดไปงั้นอ่ะ  ผมขันอาสาอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไรนัก  แถมเธอยังทำจมูกฟุดฟิดอย่างกับแมวเมี้ยวๆ   แล้วยัยนี่จะทำอะไรอีกล่ะนี่ >_<

          ฉันได้กลิ่นขนมปังถั่ว  นายจะแบ่งให้ฉันสักชิ้นจะได้ไหมล่ะ?  เพื่อนฉันคงหิวท้องไส้ปั่นป่วนไปหมดแล้วล่ะ

           ตาผมเริ่มสว่างมากขึ้นเพราะมันไม่ใช่ความฝันแล้วแบบนี้  ก็ผมเห็นเธอหล่นมาจากฟ้าคนเดียว  ชักจะไปกันใหญ่เธอบอกมีเพื่อนมาอีกไหนล่ะ  ห๊า!!!เพื่อนของเธอหรือจะกำลังระดมพลกันอยู่นอกรั้วของบ้านผม  สงสัยมีแผนจะยกพวกขึ้นบ้านของผมแหงๆยัยนี่มาแผนสูง  แน๊ๆๆ!! จะมาขอข้าวกิน  ทำเนียนเกินไปหน่อยแล้วแม่สาวน้อย!

          ผมเตรียมท่าตั้งสู้แบบนักสู้เทควันโด้คราวนี้ผมเอาจริงๆนะไม่ได้ล่อเล่น  ใบหน้าผมจริงจังมากตอนนี้แต่เธอดูจะสบายๆและคงจะดูแปลกไปสำหรับเธอกับท่าทางของผมด้วย

          นายใจดำ!  ฉันแค่ขอขนมปังถั่วกินแค่ชิ้นเดียวก็ไม่ได้เธอเดินกลับไปที่กองฟืนที่ก่อนหน้านั้นเธอล้มและนั่งกองอยู่ตรงนั่น  ผมเห็นเธอพูดอะไรบางอย่างหรือกับสิ่งของอะไรสักชิ้นและผมคาดว่าเธอจะต้องหาทางให้ผมพาเธอเข้าไปในบ้านและนั่งกินขนมปังถั่วที่แม่ผมอุตส่าห์เตรียมไว้ให้พ่อผม  อย่าหวังซะเล้ยว่าจะได้กินยัยตัวประหลาด….

          ดวงตาของผมเบิ่งโตยังกับตาของโดเรม่อนเมื่อมองไปเห็นสิ่งมีชีวิตบางอย่างตั้งอยู่ตรงหน้าเธอ  มันเป็นสิ่งของเครื่องใช้นะในความคิดของผม  บ้านผมจะเอาไว้ใช้งานกวาดบ้านทำความสะอาดบ้านให้สะอาด  ปัดหยากไย่ไรงั้น  ผมค่อยๆ พยุงตัวให้ยืนขึ้นไม่ให้ล้มทั้งยืน  นั่นมันคือ  ไม้กวาดผมไม่ได้โกหก

          มันพูดได้ด้วย  ไม้กวาดพูดได้  ยะ..ยะ..ยังงั้นหรอ?” สิ้นคำพูดนั้นดวงตาของผมฝ้าฟางไปหมด  ผมถึงกับช๊อคตาตั้งเกิดมาไม่เคยพบเคยเห็นไม่กวาดด้ามยาวๆพูดได้  เหล่าดวงดาวบนท้องฟ้ายังคงส่องแสงวิบวับงามจับใจ  หรือจะเป็นดวงดาวที่เวลาเราโดยต่อยในการ์ตูนในทีวีมักจะมีดาวระยิบระยับอยู่รอบหัวกลมๆของเรา 

          คงจะเป็นอย่างหลังมากกว่าล่ะสิ  ผมคิดในใจก่อนจะนั่งกองหมดสติอยู่ตรงนั้น


^_____^

Merry X'Mas !!!!!! จร้าแฟนฟิกทุกๆคนเลยค่า

ช่วงนี้อากาศก็ยังคง ดี ดี้ ดีๆเนอะ  เย็นสบายไม่ร้อนมากนัก

และเป็นช่วงเทศกาลต่างๆมากมาย  และที่สำคัญใกล้วันคริสต์มาสแล้วล่ะ

ยังไงก็มีความสุขกันถ้านหน้านะคะ

วันนี้ส่งหนุ่มจงฮยอน และหนูเหม่ง  มาให้แฟนๆได้ติดตามกันอีกเช่นเคยค่ะ

แบบว่ามาเจอกันโดยบังเอิญซะด้วย

เรื่องราวก็ออกมาแบบนี้ล่ะ สนุกหรือไม่ ก็ลองติดตามกันต่อไปนะจร้า

สุขสันต์วันคริสต์มาสนะค๊า วู้ๆๆๆๆๆ


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

29 ความคิดเห็น

  1. #19 softhy_yongseo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 มกราคม 2555 / 23:50
    เหม่งยุนน่ารักอะ..
    #19
    0
  2. #18 Doraefon (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มกราคม 2555 / 13:50
    แอบมาดูคะรออัพอยู่นะคะเพคอนติดตามคะ
    #18
    0
  3. #17 RaBbiT piG (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2554 / 18:33

    เย้!! ในที่สุดฮยอนกับเหม่งยุนก็เจอกันแล้ว
    แต่ยุนเป็นคัวอะไรละเนี้ยไรเตอร์
    จะรออ่านตอนหน้านะคะ^^

    #17
    0
  4. #16 lovely-yoona (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2554 / 23:41
    น่ารักจัง

    จงนายไม่ได้ฝันนะ

    หนูเหม่งยุนตกลงมาจากฟ้าจริงๆ
    #16
    0
  5. #15 forever 9 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2554 / 22:12
    น่ารักมากกกกกกก
    จงฮยอนได้เจอยุนนี่แล้วสินะค่ะ
    ประหลาดพอกันทั้งคู่เลย 5555+
    งานนี้จงได้ช็อคกับยุนอีกหหลายรอบชัวร์
    #15
    0