^^In Heaven Is Only You^^

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 3 My hometown of Pusan on Christmas Eve

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 155
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 ธ.ค. 54


 

บ้านเกิดของผม  เมืองปูซาน Pusan ในวันคริสต์มาสอีฟ

ลีจงฮยอน        

           ณ สถานีรถไฟอันทันสมัยของกรุงโซล  ผู้คนเดินควักไคว่กันไปมา ผมถือโอกาสวันหยุดยาวหลายวันหลังจากฝึกซ้อมกันมาอย่างหนักเพื่อกลับไปที่บ้านเกิดที่ปูซานผมคิดถึงบ้านและคิดถึงครอบครัวของผมเป็นที่สุดยิ่งเทศกาลวันคริสต์มาสใกล้จะมาถึงแล้ว  ผมยิ่งอยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆจัง

          ผมชอบแสงไฟระยิบระยับในยามค่ำคืนซึ่งประดับไปด้วยไฟหลากสีสันดวงกระจิจิด  แต่ละดวงต่างห้อยโหนขึ้นไปอยู่บนต้นไม้สูงเกินสองเมตร  ไฟมากมายกระพริบแสงอยู่ทั่วเมืองยิ่งเป็นในเมืองหลวงใจกลางกรุงโซลด้วยแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึงแสงไฟนับร้อยนับพันดวงต่างแข่งขันกันส่องแสงทอประกายเปล่งแสงของตนเองออกมาอวดความสวยงามกันอย่างเต็มที่   เทศกาลแห่งความสุขมีทั้งต้นสนขนาดใหญ่มหึมาตั้งอยู่ใจกลางของซิตี้ฮอลล์ที่นั่นผู้คนต่างมุ่งหน้าเดินทางไปท่องเที่ยวชื่นชมความงดงามของมันอย่างล้นหลาม

          แต่ถ้าพูดถึงเทศกาลแห่งความสุขเช่นนี้  ผมคิดว่าผมควรจะกลับบ้านเกิดและไปอยู่กับครอบครัวจะดีกว่านั่นล่ะความสุขที่แท้จริง   อย่างวันนี้ยงฮวาไม่ได้กลับบ้านพร้อมกับผมด้วยเนื่องจากติดธุระจำเป็นที่ต้องทำแล้วยงฮวาจะตามไปทีหลัง   บ้านเกิดพวกเราอยู่ปูซานก็จริงแต่คงไม่ได้ใกล้กันถึงขนาดนั้น  เพราะยังถือว่าเป็นเมืองขนาดใหญ่อันดับ 2 รองจากโซลออยู่  แต่ผมก็ยังรู้สึกอบอุ่นว่าไปอาศัยอยู่ถึงเมืองกรุงแต่ก็ยังได้พบคนที่ยังอยู่เมืองปูซานด้วยกันอีก

           รถไฟเคเท็กล้ำนำสมัยวิ่งได้เร็วที่สุดมุ่งหน้าพาผมและผู้โดยสารอีกหลายต่อหลายคนบนรถ  เพื่อไปยังเมืองปูซานซึ่งคงต้องใช้เวลาราวๆ 4 ชั่วโมงกว่าจะถึงที่นั่น  เมืองแห่งนี้เป็นเกาะที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวคล้ายกับเกาะฮาวายเป็นที่ชื่นชอบของคนเกาหลีและคนญี่ปุ่นมาก  มีทั้งอาหารทะเลสดๆ  บ่อน้ำพุร้อน ชายหาด สวนสาธารณะ พื้นที่ทั้งหมดแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติอุณหภูมิเฉลี่ยต่อปีก็ประมาณ 15 องศาเท่านั้นอากาศดีมากๆ  โดยเฉพาะชายหาด  Dadaepo ขึ้นชื่อว่าเป็น เมืองแห่งชายทะเลและเหล่านกอพยพนับหมื่นตัวอาศัยอยู่ที่นี่ด้วย  ว่างๆผมอยากให้ทุกๆคนลองมาท่องเที่ยวกันนะครับ  ผมรักชายทะเล  สายลม  แสงแดด  นั่นล่ะคือตัวผม  ในบางครั้งขนาดผมไปอยู่ที่โซลตั้งหลายปีแต่สำเนียงของผมก็ยังติดเป็นสำเนียงของปูซานอยู่ดีแต่ผมก็ภูมิในนะฮะ

          บนรถไฟเสียงไม่ค่อยอึกทึกเท่าไรแต่ละคนต่างมีกิจกรรมของตนขณะที่ต้องนั่งติดอยู่กับที่ไปอีกหลายชั่วโมง   ส่วนผมพกเจ้าไอแพดซึ่งแสดงถึงความเป็นคนทันสมัยออกมาเพื่อสำรวจตรวจสอบความเป็นไปของโลกปัจจุบัน   ชีวิตของผมแทบทั้งหมดอาศัยและฝากอยู่ในนั้น  ผมแต่งเพลงไว้หลายเพลงมากมายหลากหลายแนวด้วยเช่นกันก็อาศัยเจ้าหนังสืออิเล็คทรอนิคอันนี้ล่ะ  มันช่วยผมได้มากๆเลยทีเดียว  แต่ผมกลับมาคิดและแปลกใจว่าทำไมเพลงที่ผมแต่งมักจะเกี่ยวกับวันที่ฝนตก  ทั้งๆที่ผมน่ะเกลียดวันที่ฝนตกเป็นที่สุด  หรือมันจะเกี่ยวพันกับเรื่องราวในอดีตของผมๆเคยเจ็บปวดเพราะผู้หญิงมาก่อน  แต่ผมไม่อยากจะพูดถึงมันสักเท่าไรหรอกมันก็แค่ความทรงจำก้อนหนึ่งเท่านั้นเอง  ซึ่งผมสามารถกลั่นความทรงจำออกเป็นเป็นบทเพลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ  ถ้าผมได้ออกอัลบั้มเพลงเมื่อไรพวกคุณจะได้ฟังเพลงที่ผมแต่งแน่นอน

          ชีวิตยังต้องก้าวเดินไปข้างหน้าต่อไป  

          ผมยกเจ้าหูฟังแล้วยัดไปที่หูของผมเพื่อฟังเพลงสไตอื่นๆทั้งสากล ในและนอกประเทศ  และฟังพวกมันเยอะมากแต่ที่ฟังบ่อยๆหรือชอบสุดๆก็ไม่กี่เพลงเอง  บางครั้งก็ฟังซ้ำไปซ้ำมาจนมันคุ้นเคยคิดว่าเป็นตัวผมเองขำไหมล่ะ  ดวงตาของผมเริ่มจะปิดสนิทอีกครั้งซึ่งถูกทับไว้ด้วยแว่นกันแดดสีดำอันเก่งที่ได้เป็นของขวัญมาจากเพื่อนร่วมวงด้วยนี่ล่ะ  ของขวัญวันเกิด

          ผมรู้สึกเบาสบายตัวมากอย่างบอกไม่ถูกในเวลานี้

          ทำไมเรารู้สึกสบายตัวจัง

          รู้สึกว่ามีมือเล็กๆนุ่มนิ่มคู่หนึ่งยื่นมากดและบีบนวดที่ไหล่กว้างของผม  อย่างนี้นี่เองผมถึงได้รู้สึกตัวจะเบาและคลายความอ่อนล้าลงไปได้มาก   มือคู่นั้นผมไม่อาจจะสัมผัสได้ด้วยมือหนาของผมไม่รู้ทำไมเหมือนกัน   ผมยกมือตนเองขึ้นไม่ได้ไม่ใช่ว่ามันยกขึ้นไม่ไหวหรือเกร็ง  ได้แต่วางแนบกับลำตัวไว้เช่นนั้นปล่อยให้ความรู้สึกนั้นที่ไม่อาจสัมผัสได้ด้วยผิวหนังโดยตรงช่วยบีบนวดต่อไปเรื่อยๆ  ผมชอบการนวดคลึงและสัมผัสแผนโบราณแบบนี้ที่สุดมันช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้าได้เป็นอย่างดี  

          มือนุ่มนั้นสัมผัสบีบนวดไหล่กว้างของผมไปเรื่อยๆและขณะที่มือบางลงมือบีบนวดแต่น้ำหนักกำลังพอเหมาะ  ก็จะมีลำแสงเปล่งประกายออกมาแต่ไม่เจิดจ้ามากนักสีของมันจะเป็นสีออกม่วงอ่อนปนสีขาวเรื่อเรืองและวิ้งๆลอยไปลอยมา  ผ่านไปสักระยะอาการปวดเมื่อยที่ลำคอและไหล่ของผมค่อยๆดีขึ้น   คงเป็นเพราะผมต้องเล่นกีต้าร์อยู่ประจำมักจะมีอาการแบบนี้แปล๊บๆผุดขึ้นมาบ้างในบางครั้ง

          คุณเป็นใครกัน?” 

          ผมอยากถามคำถามนั้นในความคิดของผมและอยากเห็นเจ้าของมือบางนุ่มนิ่มนั้นด้วยว่าใบหน้าของเธอผู้นั้นจะงดงามหรือน่ารักเพียงไร 

          ผมพยายามมองหาเธอแต่ไม่พบเจอแม้แต่เงาของคนๆนั้น  แล้วความรู้สึกเมื่อตะกี้นี้มันคืออะไร?!!!!

         ขณะเดียวกัน  เสียงประกาศบนรถไฟกับดังขึ้นจนผมตกใจ   ว่ากำลังจะถึงชานชลาแล้วให้ผู้โดยสารทุกๆท่านตรวจสอบสัมภาระและข้าวของสำคัญก่อนลงจากรถ  ผมสะดุ้งเฮือก โอ๊ะ!!เราหลับไปหรือนี่  สีหน้าของผมยังงงๆเหมือนคนกึ่งหลับกึ่งตื่น  ผมฝันไปอีกแล้วทำไมช่วงนี้ผมถึงได้ฝันแบบนี้บ่อยจังหรือมันจะเป็นจิตใต้สำนึกของผม

          กระเป๋าสัมภาระของผมจะมีอะไรไปมากกว่าเสื้อผ้าเพียงไม่กี่ตัวและของฝากเล็กๆน้อยๆให้แม่ได้ชื่นใจเท่านั้นเอง  แม่บอกว่าแค่ลูกกลับมาบ้านเกิดแม่ก็ดีใจแล้วไม่ต้องซื้อข้าวของอะไรมากมายมาฝากหรอก  ที่บ้านข้าวของก็เยอะแยะไปหมดแล้ว  ผมฟังแบบนั้นผมจึงคิดว่าแค่ผมพาตัวเองกลับมาบ้านให้แม่ได้เห็นหน้าท่านก็ดีใจมากกว่าสิ่งของใดๆในโลกนี้อีก

          ทางเดินลงจากรถไฟอยู่ไม่ไกลนัก  ผมเลี้ยวกลับมาทางตรงข้ามที่รถไฟจะมุ่งตรงไปข้างหน้ายังเมืองถัดไป  กระเป๋าเป้สะพายสีดำทันสมัยพาดอยู่เหนือไหล่  การออกเดินทางในครั้งนี้ถือว่าเป็นการเดินทางที่ผมคิดว่าสบายที่สุด  ไม่ให้สบายได้ยังไงหลับอยู่ก็มีใครก็ไม่รู้มานวดให้   ผมต่อรถเมล์สายเล็กๆเข้ามาที่บ้านของผมซึ่งอยู่ไม่ไกลมากนัก  แต่บรรยากาศที่สวนสีเขียวของบ้านผม  ถ้าได้เห็นเมื่อไรผมจะเปรียบเสมือนกับหญิงสาวที่กำลังยืนรอให้ผมวิ่งเข้าไปยังอ้อมกอดของเธอ  แล้วผมก็วิ่งเข้าไปโอบกอดเธอไว้และคงจะไม่คลายอ้อมกอดของผมออกจนกว่าผมได้จะได้กรุ่นกริ่นหอมละมุนของเธอ

          แม่ครับ  ผมกลับมาแล้วครับภายนอกตัวบ้านยังคงเงียบสนิท  ได้ยินเสียงภายนอกเข้ามาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น  ข้าวของภายในบ้านถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบก็เพราะแม่บ้านลีซะอย่าง  นามสกุลของแม่แซ่คิม  ของพ่อผมก็แซ่ ลี  ผมเกิดมาเลยเป็นแซ่ลีตามคุณพ่อ  แต่ผมมักจะเรียกคุณแม่ว่าแม่บ้านลี เธอเป็นทั้งแม่และเพื่อนเธอเป็นทุกอย่างของผมจริงๆ

          อืม  ทำไมบ้านเงียบจังเลยหรือแม่จะออกไปข้างนอกกันนะ

          ผมวางกระเป๋าเป้ไว้บนโซฟาอย่างลวกๆ  ควันจากปล่องไฟแท่งเหลี่ยมสูงขึ้นไปเหนือบ้านยังคงพ่นควันปุ๋ยๆจากการจุดเตาฟืนอย่างสมัยเก่าๆ  ทางบ้านของผมอาศัยอยู่กันอย่างเรียบง่ายไม่หวือหวา  แต่วันนี้ผมสังเกตว่ามุมเล็กๆไม่ไกลจากโต๊ะทานอาหารแอบมีต้นสนต้นเล็กๆต้นหนึ่งพุ่มไม้เป็นสีเขียว  ใบและกิ่งก้านของมันถูกประดับไปด้วยหลอดไฟหลอดเล็กๆหลายดวง  มีทั้งสีเขียว  สีแดง  สีขาว และอื่นๆอีกมากมาย  รวมถึงระฆังแก้วกระดิ่งใบจิ๋วแขวนอยู่ 

          แสงไฟกระพริบวิบวับจากลำต้นของต้นสนเปล่งประกายออกมา  มองดูสวยงามมากแต่ดูอบอุ่นในยามที่ได้กลับมาอยู่กับครอบครัว  

          ริมทางเดินข้างๆบันไดก่อนจะขึ้นไปยังห้องนอนที่ผมเคยนอนอยู่อย่างเมื่อก่อน  แต่ถ้ากลับมาที่บ้านก็จะขึ้นไปนอนที่ห้องนอนของผมตามปกติ  ผมเดินขึ้นบันไดเดินตรงไปยังห้องนอนอันอบอุ่นของผมเตียงนอนฟูกนุ่มๆสีขาวครีมรวมไปถึงหมอนหนุนใบขนาดพอเหมาะ และผ้าห่มนวมลายตาหมากรุกขาวฟ้าสลับกัน  ผมแอบยิ้มและรีบกระโดดขึ้นไปคลุกและนอนแผ่หราอยู่บนนั้นอย่างสบายอารมณ์  ผ้าม่านสีฟ้าอ่อนริมหน้าต่างโบกพริ้วไปตามแรงลมเล็กน้อย

          เอ๊ะ!!สงสัยว่าแม่จะลืมปิดหน้าต่างอีกแล้วล่ะสินะผมพึมพำกับตัวเอง  แล้วจึงเดินไปดึงบานหน้าต่างนั่นให้ปิดลงมา

          ผมได้ยินเสียงเปิดประตูจากชั้นล่าง  แม่ต้องกลับมาแล้วแน่ๆ  แม่คร๊าบบ

          อ่ะ ลูกแม่  กลับมาเมื่อไรกันทำไมไม่โทรมาบอกแม่ก่อน  แม่จะได้ออกไปรับแม่บ้านลี  ที่ผมมักจะเรียกชื่อนี้เป็นประจำรีบวิ่งเข้ามาโอบกอดผมไว้แน่น   ตอนนี้ผมตัวสูงและตัวโตกว่าแม่มากจนผมโอบกอดแม่ๆเลยดูตัวเล็กไปถนัดตา  แม่หอมมาที่แก้มทั้งสองข้างของผม  แต่ผมเองมักจะไม่ค่อยแสดงออกในเรื่องแบบนี้สักเท่าไรนัก  

          แล้วพ่อล่ะฮะผมปล่อยให้แม่กอดและหอมจนหนำใจแล้วจึงถามผู้เป็นบิดา  ซึ่งเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดเป็นครั้งคราว   และไปคราวละเป็นเดือนๆ

          พรุ่งนี้คงมาถึงแล้วล่ะ  ลูกชายแม่กินอะไรมาหรือยัง  พอดีว่าปล่องไฟที่บ้านเรามันไม่ค่อยจะดีช่วงนี้แม่ก็เลยให้คุณน้าข้างบ้านมาช่วยดูให้  ตอนนี้น่าจะใช้งานได้แล้วล่ะ

          ยังเลยฮะ  มีอะไรอร่อยๆทานบ้างครับแม่ผมทิ้งตัวลงนั่งลงที่โต๊ะอาหาร ซึ่งแม่กำลังตระเตรียมที่จะทำอาหารเย็นอยู่พอดี  ผมเดินเข้ามาในบ้านไม่พบแม่ผมตกใจหมดเลย

          นั่นสิ  แล้วใครให้ลูกกลับมาโดยไม่โทรบอกแม่ก่อนละจ้าสุ่มเสียงของแม่ดูจะน้อยใจ  ภาษาของผู้หญิงก็คือ งอน  นั่นเอง  ถึงแม่อายุยังไม่มากเท่าไรร่างกายแม่ยังคงแข็งแรงแต่เรื่องความใจดีและเผื่อแผ่ผู้อื่นต้องยกให้แม่เลยล่ะ

          งั้นเรามาทำอาหารเย็นกินกันดีไหม   ซุปหมูร้อนๆเตรียมเสิร์ฟแล้วนะจ้าดูแม่จะอารมณ์ดีเป็นพิเศษเมื่อเห็นลูกๆกลับมาให้ท่านเห็นหน้า

         ได้เลยครับ  วันนี้ผมขอเป็นลูกมือของคุณแม่บ้านลีละกันผมยกยิ้มเผยรักยิ้มทั้งสองข้าง

          หลังจากรับประทานอาหารเย็นกันแล้วทั้งแม่และลูกชายสุดหล่อ  แม่ทำขนมปังถั่วไว้ด้วยเพราะพ่อผมชอบทานมาก  บรรยากาศในช่วงวันคริสต์มาสอีฟผมเชื่อได้เลยว่าทุกครอบครัวจะต้องอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา  นั่งคุยกันสวลเสเฮฮา  แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันหลังจากที่ห่างหายหน้ากันไปเป็นแรมเดือน  เสียงมือถือของผมดังขึ้น  ยงฮวา  นั่นเอง!

          ยงฮวา  นายเองหรอตอนนี้นายอยู่ที่ไหนน่ะ?  กลับถึงบ้านนายหรือยัง?”

          ออ  ตอนนี้กำลังนั่งรถไฟคงใกล้จะถึงแล้ว  ไม่ได้นั่งรถไฟซะนานเมื่อยก้นชะมัดเสียงบ่นพึมพำระบายออกมาผ่านเจ้าเครื่องมือถือ  ผมลืมตัวส่งเสียงหัวเราะออกมาซะเสียงดัง

          งั้นฉันก็คงจะสบายกว่านายนิดนึงสินะนึกถึงเมื่อมีมือนุ่มๆมานวดคลึงเมื่อตอนที่กำลังนั่งรถไฟมาแล้วเผลอหลับไป  ผมเปลี่ยนสีหน้าทันทีรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างค้างคาอยู่ในใจ

          ยังไงกัน?  ฉันเนี่ยเมื่อยจะตายอยู่แล้ว  นายยังจะบอกว่าสบายอยู่อีกหรอ  จงฮยอนๆนายฟังฉันอยู่หรือเปล่า  ทำไมเงียบไปล่ะ?’

          ออ  กำลังฟังอยู่  ตะ..แต่ว่านายใกล้ถึงแล้วใช่ไหมไปทำธุระอะไรถึงเพิ่งจะกลับ?”

          ใกล้แล้วล่ะ  งั้นแค่นี้ก่อนนะมีอีกสายเข้ามาอ่ะยงฮวาวางสายไปแล้ว  แต่ผมยังคงงงๆกับชีวิตตัวเอง  ผมเริ่มที่กลัวการนอนหลับซะแล้วล่ะสินะ  แล้วถ้าหลับไปแล้วเกิดผมฝันร้ายขึ้นมาใครจะรับผิดชอบผม  ตอนนี้ใจของผมเริ่มสั่นๆหวิวๆชอบกล

 

          ที่ห้องนอนของผม  ห้องนอนสีขาวครีม

          และแล้วผมก็ได้กลับมาใช้ชีวิตที่เรียบง่ายที่บ้านหลังเล็กๆนี่อีกครั้ง   ผมหยิบสมุดเขียนเพลงของผมขึ้นมาเล่มก็ไม่ได้ใหญ่โตสักเท่าไรหรอก  พร้อมกับเลื่อนลิ้นชักของโต๊ะเขียนหนังสือออกมาหนังสือเพลงที่ผมเคยฝึกฝนกีต้าร์ครั้งยังแรกๆยังคงอยู่ในนั้น  ปกหนังสือด้านนอกเริ่มเก่าลงไปบ้างแล้วเพราะอายุการใช้งานก็หลายปีแล้วเปิดไปเปิดมาจนเละเทะไปหมด  บางแผ่นในหนังสือพร้อมที่จะหลุดลุ่ยออกมาได้ทุกเมื่อ  แต่ยังคงมีเทปกาวใสแปะทาบทับไว้เพื่อไม่ให้มันพังยับเยินไปมากกว่านี้  ผมยกมันขึ้นมาวางบนโต๊ะหนังสืออีกครั้งคราวนี้ผมเล่นกีต้าร์โปร่งตัวเก่งของผมไปด้วย  เพื่อรำลึกและนึกถึงวันเก่าๆที่ผ่านมาถ้าผมไม่มาเอาดีทางดนตรีผมคงได้ไปเล่นเทควันโด้ทีมชาติไปแล้วล่ะ 

          แต่น่าเสียดายผมทำได้แค่นั้นเองไปไม่ถึงฝั่งฝัน  แล้วผมก็คิดว่าผมตั้งใจและมาเอาดีทางดนตรีจะดีกว่าน่าจะรุ่งได้มากกว่า  ผมเลยเริ่มที่จะรักและเริ่มฝึกฝนมันอย่างหนัก

          กำลังทำอะไรอยู่จ้า  ลูกแม่  กลับมาเหนื่อยๆไม่พักผ่อนก่อนหรอแม่ยังไงก็คือแม่อยู่วันยังค่ำ  ท่านขยับมานั่งบนเตียงนอนใกล้ๆกับผม  แสงไฟสีอ่อนๆส่องแสงสว่างอย่างพอเหมาะ

          ครับแม่  ผมไม่เหนื่อยหรอกแม่ไม่ต้องห่วง  ออ  เพื่อนๆของผมฝากความคิดถึงมาถึงแม่ด้วยล่ะผมเงยใบหน้าอันหล่อเหลาแล้วเผยยิ้มอันอบอุ่นให้กับแม่ของผม

          เพื่อนของลูกๆเนี่ยปากหวานกันทุกคนเลยนะ  ว่างๆชวนมาเที่ยวบ้านเราบ้างสิ  แม่จะทำอาหารอร่อยๆให้กินกัน  จนสุดฝีมือเลยล่ะท่านเอ่ยแล้วยิ้มอย่างอบอุ่น

          ยงฮวา  ก็เพิ่งจะถึงบ้านครับ  นั่งรถไฟนานเกินบ่นสะบั้นเลยฮะ  นายคนนั้นแม่นั่งขำในสิ่งที่ผมเล่าให้ฟัง  เรื่องของยงฮวาเพื่อนสนิทของผม  แม่หัวเราะเพื่อนผมหรอ?”

          คงไม่ได้ขึ้นรถไฟนานๆแบบนั้นคงจะเมื่อยเป็นพิเศษ  แล้วลูกล่ะไม่เมื่อยตัวบ้างหรอ  กลับมาทุกครั้งจะต้องให้แม่นวดให้ตลอด  คราวนี้แปลกนะพลางเอียงคอถามผม

          ไม่เลยฮะ  ผมสบายมากเลยเดินทางในครั้งนี้

          แล้วเรื่องวงดนตรีของลูกไปถึงไหนแล้ว

          กำลังจะทดสอบแล้วล่ะครับอีกไม่กี่วัน  แม่คอยดูวงของพวกผมนะฮะ  มันจะต้องออกมาดีมากแน่ๆเลยฮะผมยกมือขึ้นทำท่าทางว่า  สู้ๆ

          งั้นเข้านอนได้แล้วนะจ้า

          แม่ยิ้มให้ผมก่อนจะกลับไปที่ห้องนอนของท่านเอง


********************

ช่วงนี้เป็นยังไงกันบ้างคะ  อากาศทั้งหนาวทั้งเย็นนะคะ ที่ กทม.

ยิ่งต่างจังหวัดคงไม่ต้องพูดถึง  ยิ่งทางภาคเหนือ อีสานด้วยแล้ว

หนาวกันสะใจไปเลยค่ะ 

มาแล้วค่ะ ตอนที่ 3 นำมาให้อ่านแก้เหงาพลางคิดถึงหนุ่มๆกันไปด้วย

อยากไปเที่ยวปูซานกันแล้วใช่มั้ยล่ะ คะ 

ตัวผู้แต่งเองไปมวีากก  ถึงมากที่สุดค่ะ  น่าไปเที่ยวจริงๆค่ะ อากาศคงจะดีและเย็นทั้งปี

อยากไปเจอหนุ่มปูซาน 555

แต่รอโอกาศดีๆค่อยไปกันนะคะ


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

29 ความคิดเห็น

  1. #14 Doraefon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2554 / 10:35
    เมื่อไหร่จะได้เจอนางเอกวองเราสักทีเนี้ย!!อัพไวๆนะคะจะคอยติดตามคะ
    #14
    0
  2. #13 lovely-yoona (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2554 / 19:03

    เมื่อไหร่สาวน้อยยุนอาจะปรากฎร่างให้จงได้เห็นนะ

    จงคงตกใจน่าดูที่มีสาวสวยมาช่วยดูแล

    อิอิ

    #13
    0
  3. #12 softhy_yongseo (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2554 / 18:45
    ใครช่วยจงนวดอะ ยุนอาแน่เลยยย หุหุห
    #12
    0
  4. #11 RaBbiT piG (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2554 / 22:59
    อ่านๆไปแล้ว โอ้โหเฮะ นี่มันตัวฮยอนจริงๆเลยนี่นา
    เราว่าบุคลิคค่อนข้างตรงกับฮยอนจริงๆเลยนะ อิอิ

    รอการปรากฏตัวของนางเอกอยู่น๊ะค่ะ^^
    #11
    0
  5. #10 forever 9 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2554 / 16:10
    ตายแล้ว...จงโชคดีมากกกก
    มีใครก็ไม่รู้มาช่วยผ่อนคลายด้วย หุหุ
    #10
    0