^^In Heaven Is Only You^^

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2 In my life just has the music.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 147
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 ม.ค. 55

 

ในชีวิตผมมีแต่เสียงเพลง^__^

พอเริ่มเข้ามาสู่โลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้ง  ตื่นขึ้นมาจากโลกแห่งความฝันมันคนละเรื่องกัน  ชีวิตของนักศึกษาปีสุดท้ายของผมด้านเอกการดนตรีสมัยใหม่  กับเพื่อนๆในกลุ่มเดียวกันที่หลงใหลในเสียงกีต้าร์  เสียงกลอง  เสียงเบส และอีกหลากหลายเครื่องดนตรีแต่ละอย่างที่ในคณะมักจะมีให้พวกเราหยิบจับและเล่นกันได้ไม่รู้จบ  ซึ่งพวกเราจะมีห้องซ้อมดนตรีส่วนตัวซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนักไว้เพื่อไปฝึกซ้อมกันเสมอๆและบางครั้งก็รับเล่นตามผับหรือบาร์ต่างๆที่จะจ้างพวกเราไปเล่น  อีกอย่างเพื่อเป็นฝึกร้องฝึกเล่นปูทางให้พวกเราก้าวไปสู่  วงการดนตรี  อย่างรุ่นพี่หลายวงที่ได้ไปออกอัลบั้มแล้วโด่งดังไปทั่วเอเชีย  พวกเราอยากได้รับการยอมรับให้เป็นแบบนั้นบ้าง  พวกเราซีเอ็นบลูจะต้องได้รับการต้อนรับจากวงการไม่มากก็น้อย   พวกเราอยากพิสูจน์ความสามารถของพวกเรามากกว่าการมีชื่อเสียงโด่งดัง

          แต่อะไรๆมันก็ไม่แน่นอนเสมอไป

          เล่าความฝันของผมมาซะตั้งนานแล้ว  ยังไม่ได้แนะนำตัวอย่างเป็นทางการถือโอกาสนี้เลยนะครับ   ผมลีจงฮยอน  แห่งวงซีเอ็นบลูครับพวกเราทั้งสี่คนตั้งชื่อนี้ขึ้นมาจากบุคลิกท่าทางของแต่ละคน  ผมเรียนอยู่มหาวิทยาลัย A เอกการดนตรีสมัยใหม่  เล่นเป็นมือกีต้าร์ครับ   หนุ่มบลูปูซานขนานแท้นี่ละผมล่ะหนุ่มบ้านนอกตัวจริงเสียงจริง  และยงฮวาสมาชิกอีกคนนั่นก็มาจากปูซานเหมือนกับผมล่ะครับ    เราสองคนถือว่าสนิทกันมากเรียนอยู่คณะเดียวกันด้วย  ส่วนสมาชิกอีกสองคน  คังมินฮยอก  และลีจองชิน นั่นก็อยู่คนละคณะแต่ความชอบในเสียงดนตรีกลับดึงดูดทั้งคู่ให้มาติดแง่กอยู่กับชมรมดนตรีจนถอนตัวไม่ขึ้น   อีกทั้งตอนนี้ไม่รู้ว่าทั้งสองคนนั้นอยู่คณะอะไรกันแน่  เพราะวันทั้งวันเดินเข้าออกอยู่ที่คณะดนตรีประยุกต์นี่ล่ะ

          คังมินฮยอก  ถึงแม้ว่าจะทำตัวเซอร์ๆติดดินอย่างนี้เถอะแต่ฐานะทางบ้านร่ำรวยไม่ใช่เล่น   พ่อเป็นถึงประธานบริษัททางด้านอุตสาหกรรมดนตรี  และมีพี่ชายอีกคนแต่กำลังเดินทางไปเรียนถึงต่างประเทศคงใกล้จะกลับมาที่เกาหลีประเทศบ้านเกิดในเร็วๆนี้  เพื่อบริหารจัดการบริษัทต่อจากผู้เป็นประธานใหญ่  ซึ่งก็คือคุณพ่อของคังมินฮยอกนั่นเอง  แต่แทนที่จะให้ลูกชายคนเล็กเรียนทางด้านดนตรีโดยตรงไปเลยแต่ทว่าไม่ใช่เช่นนั้น  มินฮยอกต้องเรียนทางด้านการบริหารการจัดการซึ่งคุณพ่อเป็นคนเลือกและปูทางไว้ให้แล้วแทน   แต่ที่มาเล่นเป็นมือกลองนี่คือแอบมาเล่นนะเพราะใจรักจริงๆ  

          คอนโดสูงใจกลางกรุงสุดหรูตั้งตระหง่านอยู่หลายสิบชั้น  สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันมีให้อยู่มันดันไม่ไปอยู่ซะนี่   กลับมาขลุกอยู่กับผมกับอพาร์ทเม้นต์กึ่งเก่ากึ่งใหม่ห้องก็พออยู่ได้ในระดับหนึ่งห้องก็อยู่เยื้องๆกันไม่ไกลกันมากนัก  จึงเป็นการง่ายสำหรับเจ้านั่นที่นึกอยากจะมาเคาะประตูห้องของผมยามใดที่มันต้องการก็ได้   ทำให้ผมไม่เหงามากนัก  ส่วนยงฮวาและจองชินอยู่อพาร์ทเม้นต์ติดๆกันไม่ไกลจากกันเท่าไรนัก

            ห้องซ้อมดนตรีเวลาประมาณบ่าย3โมง

          เหลืออีกไม่กี่วันแล้ว  พวกเราคงจะต้องฝึกซ้อมกันหนักหน่อย  พวกนายคงไม่มีปัญหานะ  เพราะใกล้วันที่จะได้ทดสอบความสามารถทางดนตรีของพวกเราแล้วหัวหน้าวงหน้าตาดีจองยงฮวากล่าวประกาศต่อหน้าสมาชิก   ที่นั่งอยู่กันคนละมุมแต่ต่างตั้งอกตั้งใจฟังสิ่งที่ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างพร้อมเพรียง

          แหม   พี่ไม่น่าถามพวกเราพร้อมเสมอหนุ่มรูปร่างสูงที่สุดในวงเอ่ยขึ้นพลางหยิบเครื่องดนตรีประจำตัวนามว่าเบสขึ้นมาวางบนตักตนเอง   ส่งยิ้มงามๆให้ยงฮวา

          แล้วการทดสอบครั้งนี้ใครจะมาเป็นผู้ตัดสินพวกเราล่ะผมแทรกขึ้นมาอย่างสงสัย

          ได้ข่าวว่าจะมีโปรดิวเซอร์จากบริษัทดนตรีชั้นนำเข้ามาตัดสินด้วย  งานนี้พวกเราจะพลาดไม่ได้  เพราะมิฉะนั้นจะหมายถึงโอกาสของพวกเราด้วย น้ำเสียงเข้มของยงฮวาทำให้สมาชิกในวงเพิ่มดีกรีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

          โอกาส  ใช่แล้วพวกเราต้องการโอกาส

          เพื่อจะได้ก้าวไปบนเส้นทางของนักดนตรี  แต่มันคงไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบอย่างแน่นอน

          ดูพี่ๆจะซีเรียสกันนะเนี่ย  อย่าไปคิดมากน่าวันนี้เราเริ่มฝึกซ้อมกันดีกว่าไหมผมเริ่มคันไม้คันมือขึ้นมาแล้วล่ะหนุ่มดวงตายิ้มได้คังมินฮยอกไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหน  มักจะยิ้มได้แล้วสร้างเสียงหัวเราะให้พวกเราได้เสมอยิ่งมีลีจองชินน้องเล็กร่วมผสมโรงเข้าไปด้วย  ความฮามักจะบังเกิดขึ้นเสมอ

         ที่สำคัญถ้าพวกเราทั้งสี่คนได้อยู่ในห้องซ้อมดนตรีด้วยกัน  เวลามันช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วเสียจริงๆ  ต่างคุยกันเรื่องแนวดนตรีที่พวกเราหลงรักและชอบพอด้วยกัน  คุยกันเรื่องการแต่งเพลงอย่างเก่งขั้นเทพของยงฮวา  และพี่รองลีจงฮยอน  แห่งวงซีเอ็นบลูที่พวกเราภูมิใจ

          หลังจากเสร็จสิ้นการซ้อมในแต่ละวันทั้งสี่หนุ่มมักจะพูดคุยกันในแนวดนตรีใหม่ๆอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็น K-rock หรือ J-rock ต่างคนต่างคลั่งใคล้ไปในแนวเดียวกัน  และมักจะออกไปดื่มด้วยกันบ่อยๆบ้างก็ร้านกาแฟด้านหัวมุมตรงข้ามของห้องซ้อมดนตรี   หรืออาจถึงกับนั่งรถเมล์ถ่อไปถึงแถวแม่น้ำฮันโน่นแน่ะ  แรงไหมล่ะหนุ่มๆ

            ร้านกาแฟร้านประจำแสงไฟสีเรืองๆระยิบระยับต้อนรับเทศกาลที่ใกล้จะมาถึง

          ผมว่าจะถามพี่จงฮยอน  ผมนึกขึ้นได้แล้วล่ะ  ทำไมเวลาผมไปเคาะประตูห้องเรียกพี่  ทำไมมาเปิดประตูห้องช้าจัง  มีอะไรแอบซ่อนอยู่หรือปล่ะ? เจ้าตัวป่วนคังมินฮยอกเริ่มเปิดประเด็นร้อน  หลังจากกาแฟอุ่นๆหอมกรุ่นวางลงตรงหน้าและส่งเข้าลำคอไปหนึ่งอึก  ขนมป๊อกกี้รสสตอร์เบอรี่แท่งยาวเหยียดวนเวียนแตะอยู่ตรงริมฝีปากของชายหนุ่ม  พลางเอียงลำคอมองมาทางจงฮยอนเจ้าของเรื่องอย่างสายตาสงสัยใคร่รู้

          ไม่มี๊!!” เสียงทุ้มยกเสียงสูงปรี๊ดรีบปฎิเสธแทบไม่ทันตั้งตัว  พลางส่ายหัวกลมๆไปมา

          หรือพี่ซ่อนสาวไว้ในห้องของพี่ลีจองชินเริ่มสนุกผสมโรงเข้าไปอีก  นิสัยซื่อๆทื่อๆของพี่จงฮยอนใครก็รู้  ต้องค่อยๆขยับแต่ไม่ต้องถึงกับเค้นเอาความจริงแต่ต้องหยอดคำถามไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็ปล่อยคำตอบออกมาเองนั่นล่ะ

          เฮ้ย!!พวกนายเอาอะไรมาพูด  ปรักปรำกันชัดๆไหนมีหลักฐานหรือเปล่าพวกนายยิ่งทำให้ใบหน้าขาวของผมเริ่มมีเลือดฝาดเพิ่มมากขึ้นไปอีก  เจ้าพวกนี้มองผมเป็นผู้ชายเจ้าชู้ไปได้ยังไง

          และนายก็มักจะมาซ้อมดนตรีช้าเป็นคนสุดท้ายด้วยนะจงฮยอนคราวนี้พี่ใหญ่เล่นไปกับน้องๆบ้าง  อีกมือยกถ้วยกาแฟขึ้นดื่มอย่างสบายอารมณ์

          ตกลงว่าวันนี้ชั้นโดนพวกนายรุมเผากันใช่ไหมเนี่ยผมลังเลชั่วครู่ งั้นขอถามพวกนายเลยละกัน  ในคืนวันคริสต์มาสพวกนายอยากได้อะไรเป็นของขวัญ?”

          เจอคำถามแบบนี้ทุกคนต่างอึ้งกิมกี่แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกันกับที่นายลีจงฮยอนมาซ้อมดนตรีช้ากว่าเพื่อนด้วยล่ะนี่นะ 

          เฮ้ย!  นายว่าอะไรนะ?  นี่นายเปลี่ยนเรื่องที่เราคุยกันตะกี้อย่างเร็วเลยนะจงฮยอนยงฮวาแทรกขึ้นมาอย่างไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไรแล้วไปเกี่ยวอะไรกับของขวัญวันคริสต์มาส  เพราะยังไงทุกคนก็ต้องกลับไปอยู่กับครอบครัวของตนเองอยู่แล้ว  ยงฮวาก็มักจะกลับไปพบครอบครัวที่ปูซานพร้อมกับผมทุกปีเมื่อก้าวเข้าสู่เทศกาลพิเศษเช่นนี้เหมือนทุกครั้ง

         ใช่แล้วพี่คิดอะไรของพี่อ่ะฮะมินฮยอกแทรกขึ้นมาบ้าง  งั้นถ้าเป็นผมๆอยากได้ขนม  ช๊อคโกแลต ของกิน  เยอะๆก็แล้วกัน  และขอซุปหมูเผื่อพี่ด้วยดีไหม?”พูดจบดวงตาเล็กๆนั้นก็เห็นเป็นเส้นตรงทันที  พร้อมกับยิ้มยิงฟันขาวสะอาดครบ32ซี่ตามสไตของเจ้าตัวแสบได้เป็นอย่างดี

          ผมอยากได้เบสดีๆสักตัวนึง  ถ้าเป็นไปได้  ใครจะไปตระกละเห็นแก่กินเหมือนเจ้านี่มันล่ะแขวะไปทางมินฮยอกดูท่าทางจะไม่สนใจอะไรรอบตัวสักเท่าไรนอกจากกินๆๆและนอนๆๆ

          นายไม่รู้อะไรซะแล้ว  การกินเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด”!!!!ผ่างงงง!??

          ทุกคนเงียบ…..!

          มีแต่ว่าการพักผ่อนที่ดีที่สุดคือการนอนหลับว้อย!!ไอ้บ้า!” จงฮอนตะโกนใส่มินยฮอกทีเล่นทีจริง

          แล้วนายอยากได้อะไร?  จงฮยอนจองยงฮวาหันกลับมาถามคำถามเดียวกันกับที่ผมตั้งคำถามไว้ก่อนหน้านั้น  อีกสองหนุ่มเริ่มหันมาสนใจอยากรู้ด้วยเช่นกัน

          โห! พวกนายอยากรู้กันถึงขนาดนั้นเลยหรอชายหนุ่มแค่นหัวเราะออกมาเสียงดัง  ปรากฏรักยิ้มบนแก้มทั้งสองข้างช่างดูน่ารักไปอีกแบบ  ลีจองชินจ้องเขม็งมาที่หน้าของพี่รองกระพริบตาปริบๆ  ส่วนมินฮยอกหยุดยัดขนมใส่ปากเพื่อที่จะรอฟังคำตอบจากปากของผม  ส่วนยงฮวานั่งกอดอกสวมมาดของพี่ใหญ่ไว้ได้เป็นอย่างดี   แต่ก็มิอาจซ่อนความอยากรู้อยากเห็นไว้ได้เช่นกับเจ้าสองแสบนั่นเช่นกัน

          อะ แฮ่มๆ!ฉันอยากจะขึ้นไปเล่นบนเวทีจริงๆโดยที่มีแฟนๆมาดูพวกเราเป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่นคน

          ทั้งสามหนุ่มถึงกับสะดุ้งเฮือกกับคำพูดจากปากของผม  ถึงแม้ว่ามันอาจจะอยู่ไกลเกินเอื้อมไปสักหน่อย  อย่างที่เจ้าความคิดด้านสีขาวบอกไว้  ถ้านายขยันฝึกซ้อมโอกาสมันจะมาเอง

          หนุ่มๆต่างพากันปรบมือชอบใจ  ร้องขึ้นพร้อมกันเสียงดังยกใหญ่  บราโว่ๆๆ

          ไม่คิดว่าความคิดของพี่จะยอดเยี่ยมจริงๆไลฟ์อันสุดแสนจะพิเศษในค่ำคืนวันคริสต์มาส  ผมอยากให้เป็นแบบนั้นจังเลยจองชินปรบมือชอบใจกับความคิดของพี่รอง  ต่างยกนิ้วส่งให้แสดงถึงความคิดได้เยี่ยมยอดมาก

          แล้วยังไงล่ะ  พวกนายไม่อยากได้ของขวัญเป็นแบบว่ามีสาวๆมาเดินควงมั่งหรอไง  พวกนายผิดปกติกันมั่งเปล่าเนี่ย  ในวันคริสต์มาสก็ต้องมีสาวๆสวยๆน่ารัก  มาเดินควงกันให้หัวใจชุ่มชื่น  พวกนายว่าดีไหม?”ยงฮวากลับออกความคิดเห็นแปลกออกไป 

          พี่พูดเล่นอยู่หรือเปล่าเนี่ยมินฮยอกแย้งขึ้นมา

          ใครๆเค้าก็มีสาวๆควงกันเยอะแยะไปยงฮวายกมือแบหราพลางยกไหล่เล็กน้อย

          ถ้ามีแบบนั้นก็คงจะดี  แต่ผมเพิ่งอกหักไปเมื่อไม่นานนี่เอง  ซวยชะมัด?”จองชินคร่ำครวญด้วยความน้อยใจพลอยทำสีหน้าตีหน้าเศร้าได้อีก  งั้นคืนนี้ดื่มย้อมใจกันเลยเป็นไงให้กับความเป็นโสดของผมอีกครั้ง

          ความหล่อใครจะไปสู้พี่ยงฮวาได้ล่ะคร๊าบบบเสียงแซวออกมาจากปากของมินฮยอกอีกตามเคย

         นายก็พูดไปได้  มินฮยอก

          งั้นแสดงว่านายอยากได้สาวๆมาเดินควงว่างั้นเหอะผมย้อนถามกลับไปอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ  ไม่เห็นว่านายจะควงใครสักคนเดียว

          ไม่ควงคนเดียวล่ะสิไม่ว่า  พี่เค้าสาวตรึมมีเป็นโหลต่อแถวมาให้เลือกอีกต่างหาก  แต่กลับไม่เลือกเองลีจองชินแย้งขึ้นมา  ยังลืมคนๆนั้นไม่ลงล่ะสิ

          สีหน้าของจองยงฮวาสลดลงเล็กน้อยหลังจากได้ยินคำว่า  คนๆนั้นออกมาจากปากของจองชิน  ใช่สิชายหนุ่มลืมเธอคนนั้นไม่ลงจริงๆนี่มันก็ปาเข้าไปตั้งสองปีแล้วทำไมเค้ายังลืมเธอไม่ลงสักที เธอดีเกินไปสำหรับเค้าจริงๆ


************************
ได้ฤกษ์มาลงอีกตอนแย๊ววววนะค๊า

นี่ก็เข้าสู่เดือนธันวาคม 2011 อีกแล้ว ปีๆนึงเร็วเนอะ และเทศกาลวันคริสต์มาส

เทศกาลวันปีใหม่ ก็ใกล้จะเข้ามาทุกๆที

เทศกาลแห่งความสุขทั้งนั้น  ไปเที่ยวกันที่ไหนบ้างเอ่ยแฟนฟิกทุกๆคนคะ

ช่วงนี้หนุ่มๆ cnblue เค้าก็กำลังเล่นคอนเสริตอยู่ที่ญี่ปุ่นกันตั้งแต่ต้นเดือนเลยยุ่งกันมากๆ

ไงก็มาอ่านฟิกของหนุ่มลีจงฮยอน กันแก้คิดถึงจะดีกว่านะคะ


ฝากด้วยนะจร้า
^____^

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

29 ความคิดเห็น

  1. #9 lovely-yoona (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2554 / 18:56
    .ใครกันคือหญิงในความทรงจำของยง
    #9
    0
  2. #8 forever 9 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2554 / 15:48
    น่ารักมากกกกกเลยค่ัะ >o<
    ใครกันที่ยงไม่เคยลืม
    #8
    0
  3. #7 RaBbiT piG (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2554 / 17:55
    รอเจ๊เหม่งยุนมาปรากฏตัวอยู่นะ หุหุหุหุ
    คนที่ยงลืมไม่ได้ถ้าให้เดาต้องเป็นซอฮยอนแน่เลยใช่ปะคะ

    ไรเตอร์บรรยายได้ดีนะ แต่บางช่วงก็บรรยายในพาร์ทของจงฮยอนบางช่วงก็บรรยายแบบธรรมดา เราก็เลยออกงงๆหน่อยๆอะ ยังไงก็เป็นกำลังใจให้นะ จะรออ่านตอนต่อไปคะ^^
    #7
    0
  4. #6 softhy_yongseo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2554 / 01:38
    หนุ่มๆน่ารักจัง รักและฝันในสิ่งเดียวกัน ..หนุ่มๆวงฟ้าสู้ๆ ไรเตอร์ สู้ๆ
    #6
    0