^^In Heaven Is Only You^^

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1 INTRO What’s My dream?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 188
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 พ.ย. 54

  
ความฝันของผมมันคืออะไรกันแน่??

ลีจงฮยอน           

          วันคริสต์มาสที่ใกล้จะถึงนี้คุณต้องการอะไร? จากคุณลุงซานตาคลอสที่สวมชุดสีแดงพุงอ้วนกลมมาพร้อมกับหนวดเคราสีขาวยังกับเกล็ดน้ำแข็งบนหิมะบนขั้วโลกเหนือ  แบกถุงใบใหญ่ที่ในนั้นมีแต่ของขวัญวิเศษที่คุณอยากได้มาเป็นเจ้าของ  มาพร้อมกับเจ้ากวางน้อยเรนเดียร์สีเทาอ่อนลำตัวของมันเปล่งประกายขณะวิ่งไปด้วยความเร็วพอเหมาะในอากาศ หอบระฆังแก้วใบกระจิริดส่งเสียงดังเหง่งหง่างอยู่เป็นระยะ เพียงแต่คุณแขวนถุงเท้าไว้ที่ปลายเตียงนอนในคืนวันคริสต์มาสเท่านั้นเอง  ความฝันของคุณจะต้องสมปรารถนาอย่างแน่นอน

          แต่ทว่า….เรื่องของผมมันช่างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงน่ะสิ  ไม่รู้ว่าสวรรค์เกิดพิโรธโกรธเคืองอะไรผมขึ้นมาจึงมอบสิ่งนี้ลงมาให้กับผม  ซึ่งผมไม่เคยร้องขอและไม่เห็นจะอยากได้เลยสักนิดเดียวให้ตายสิมันช่างเป็นฝันที่ประหลาดอย่างที่ผมไม่เคยฝันมาก่อนตั้งแต่เกิดมาเป็นตัวตนจนกระทั่งผมโตกลายเป็นหนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยวซะขนาดนี้

          ผมฝันประหลาดแบบนี้มาหลายคืนแล้วราวกับว่าอาการของคนครึ่งหลับครึ่งตื่นหรือเปล่าไม่ทราบเหมือนกัน   ผมจะเล่าความฝันของผมล่ะนะ  ในฝันของผมในคืนที่ใกล้ถึงคืนวันคริสต์มาสอีฟแล้วท้องฟ้าสุกสว่างสดใสไร้เมฆหมอกใดๆทั้งสิ้น  ผมดีใจมากที่จะได้กลับบ้านเกิดที่ปูซานซะทีหลังจากที่ต้องตรากตรำไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน  ไหนจะต้องฝึกซ้อมดนตรีซึ่งเป็นสิ่งที่ผมรักและตั้งใจทำมันให้ดีที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้และผมมักจะทำได้ดีซะด้วยน่ะสิสำหรับสิ่งนี้เหมือนกับฟ้าได้ดลบันดาลให้พรสวรรค์ติดมากับตัวผม  และกับศิลปินนักกีต้าร์ท่านหนึ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับผมด้วย  ผมมักจะคิดถึงบ้านเกิดของผมอยู่เสมอถ้ารู้สึกสับสน  ถึงแม้ว่าจะเหนื่อยล้าไปทั้งกายและใจแค่ได้คิดถึงบ้านผมก็มีแรงฮึดที่จะลุกขึ้นเดินเพื่อก้าวตรงไปข้างหน้าอีกครั้ง  บางครั้งสองถึงสามเดือนจะกลับบ้านเกิดสักครั้ง  เพราะถ้าปล่อยให้ยาวนานไปกว่านี้แม่มักจะโทรมาถามไถ่ตลอดว่าเมื่อไรจะกลับบ้านซะทีล่ะลูกอะไรประมาณนั้น  บางครั้งผมเองก็รู้สึกผิดที่ทิ้งให้มารดาต้องอยู่ตัวคนเดียวที่ปูซาน   แต่ความกังวลของผมก็ลดลงไปบ้างเพราะเพื่อนบ้านที่ดีของแม่มักจะมาเยี่ยมเยียนท่านบ่อยๆจึงไม่เหงาสักเท่าไรนัก

          ในคืนที่ผมฝันผมได้นำถุงเท้าคู่เก่งของผมไปผูกไว้ที่ปลายเตียงตามตำนานที่เล่าขานกันมาเปี้ยบเลยล่ะ  แล้วผมก็มองลอดไปที่ขอบหน้าต่างของห้องนอนไปยังท้องฟ้าที่ส่องสว่างสดใส  ดวงจันทร์คืนนั้นดวงกลมโตอย่างน่าประหลาดอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน  ผมคิดว่าจะต้องเกิดสิ่งดีๆขึ้นกับผมในคืนนั้นอย่างแน่นอน  คืนวันคริสต์มาสที่ใครหลายคนรวมถึงตัวผมและเด็กๆรอบโลกต่างเฝ้ารอคอยการกลับมาของคุณลุงชุดสีแดง  พร้อมกับของขวัญอันสุดแสนวิเศษจากถุงใบโตของคุณลุงซานต้าและเสียงหัวเราะดัง โฮ่ะๆๆ  เฉพาะตัวของคุณลุง ผมยกมือขึ้นระดับอกประสานมือเข้าด้วยกันก้มศีรษะกลมๆลงเล็กน้อยนั่งอย่างสำรวมและค่อยๆหลับตาลงอย่างเชื่องช้า  ทำจิตใจให้สบายพร้อมกับกล่าวคำอธิษฐานในสิ่งที่ผมปรารถนานั้นออกไป 

          ริมฝีปากของผมขยับขึ้นลงตามที่ผมนึกคิด  ถึงแม้ว่าสิ่งที่อยากได้มันอาจจะไม่ใช่สิ่งของใดๆในโลกหรือสิ่งที่มีค่าสักเท่าใดนักแต่กลับเป็นสิ่งที่ผมอยากให้เป็นและอยากให้เกิดขึ้นในอนาคตมากกว่า  นักดนตรีชื่อก้องโลกคำๆนี้ผุดขึ้นมาจากสมองและความคิดของผมบ่อยขึ้นๆทุกครั้งทั้งที่หลับไปแล้วก็  …..ฝัน 

ด้านสีขาวต่างพร่ำบอกว่า  เป็นไปได้น่าถ้านายขยันฝึกซ้อม

ส่วนด้านสีดำต่างเอ่ยอย่างไม่เต็มใจนัก จะฝึกไปทำไม  ฝึกไปนายก็เป็นได้แค่นี้ล่ะ  เลิกเหอะ

          จริงอยู่ที่ว่าทางบ้านของผมไม่ได้เกิดมาร่ำรวยทรัพย์สินเงินทองที่จะได้รับจากบรรพบุรุษที่เป็นมรดกตกทอดกันมา  แต่มันเป็นความตั้งใจจริงของผมตั้งแต่แรกแล้ว   หากถ้าเราฝันอยากจะได้อยากเป็นอะไรสักอย่างคนเรามันก็ควรจะจริงจังตั้งมั่นกับสิ่งๆนั้นจนถึงที่สุดจริงไหม?? แต่เจ้าด้านสีดำมันช่างตามหลอกหลอนผมมาตลอดจนบางครั้งผมสับสนในจิตใจเป็นอย่างมากจนคิดอะไรไม่ออก  บางครั้งทำผมจิตตกไปบ้างก็มีมันท้อแท้จริงๆ 

          แต่จู่ๆหลังจากที่ผมอธิษฐานความต้องการของผมต่อหน้าพระจันทร์แล้ว  จึงเอนหลังเตรียมตัวจะเข้านอนตามปกติ  แต่ก่อนจะนอนผมมักจะนั่งเล่นกีต้าร์ก่อนทุกครั้งไม่ยังงั้นคงนอนไม่หลับแน่  ผมเล่นเพลงที่เกี่ยวกับพระจันทร์ในคืนวันคริสต์มาสอีฟให้เข้ากับบรรยากาศในคืนอันสุดแสนโรแมนติก  บทเพลงในคืนแห่งความฝันช่างไพเราะเสียนี่กระไร  มันเป็นเช่นนี้นี่เอง

          ในฝัน  รุ่งเช้าของวันใหม่แสงแดดอ่อนๆส่องแสงรำไรอยู่ภายนอกพอจะเล็ดลอดเข้าทางบานหน้าต่างบ้างเล็กน้อย    แสงแดดเช่นนี้ช่างดูอบอุ่นราวกับอยู่ภายใต้อ้อมอกของผู้เป็นมารดา  ถึงแม้ว่าอากาศภายนอกเกือบจะติดลบไปแล้วก็ตาม  แต่ผมกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างแปลกประหลาด   เสียงเจ้านกน้อยตัวเล็กๆส่งเสียงร้องขับกล่อมคล้ายบทเพลงแห่งฤดูเหมันต์   เสียงของมันไพเราะจับใจถึงแม้จะเป็นเสียงแค่  จิ๊บๆๆเท่านั้น  ในฤดูหนาวเช่นนี้คงจะหาฟังได้ยาก  แต่คุณรู้ไหม??ผมได้ยินเสียงของมันและได้ยินชัดเจนซะด้วยและผมคงไม่ได้หูฝาดอย่างแน่นอน

          จิ๊บๆ  จิ๊บๆ

          ผมได้ยินว่าเสียงของมันอยู่ไม่ไกลจากเตียงที่ผมนอนอยู่ทั้งคืน เท้าของผมค่อยๆก้าวลงจากเตียงนอนและเดินไปหยุดอยู่ที่ขอบหน้าต่างมองแล้วมองอีก  ก็ไม่มีแม้แต่เงาของเจ้านกน้อยนั่น  มีแต่เสียงครางอื้ออึงสลับกับเสียงเสียดสีกันของเหล่าใบไม้แห้งสีน้ำตาลที่ค่อยๆปลิดชีพของตนเอง  โดยค่อยๆล่วงหล่นลงมาจากกิ่งก้านแข็งแรงนั่นเท่านั้นเอง  เสียงนั่นอยู่รอบๆตัวของผม  ค่อยๆกระจายไปทั่วทั้งมุมซ้ายมุมขวาของห้องบางครั้งคล้ายกับได้ยินใครบางคนหัวเราะคิกๆอย่างอารมณ์ดี  ผมลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิหัวของผมยังยุ่งเหยิงอย่างคนที่เพิ่งตื่นนอนใหม่ๆ   ผมหันใบหน้าไปทางซ้ายทีขวาทีสายตาสอดส่ายมองหาต้นเสียง  หรือใครมาตั้งเสียงมือถือเป็นเสียงนกร้องหรือเราละเมอไปเอง  มือขวาของผมยกขึ้นตบหน้าตัวเองไปหนึ่งที  เจ็บแฮะ  ขณะที่บ่นกับตัวเอง แต่ในห้องก็มีผมอยู่คนเดียวเท่านั้นเอง  ซึ่งก่อนนอนผมมักจะปิดประตูหน้าต่างเพื่อป้องกันลมหนาวจากด้านนอกดันประตูเข้ามาถ้าเปิดไว้จะทำให้แข็งตายกันเสียเปล่าๆ

          ผมเดินไปยังปลายเตียงที่ผมนอนอยู่   แล้วก้มลงกึ่งนั่งสังเกตได้ว่าเสียงนกร้องอยู่ใกล้แค่หูของผมมากเสมือนว่าใครบางคนนำหูฟังมาครอบใบหูผมไว้เสียงนั้นได้ยินชัดเจนทั้งสดใสและไพเราะมากจริงๆ  และแล้วผมก็พบบางสิ่งบางอย่างซ่อนอยู่ในนั้น  ในถุงเท้าของผม!!

          จะอธิบายอย่างไรดี  สิ่งนั้นมันเป็น  แสงสีม่วงเจิดจ้าสว่างวาบแล้วก็ลดแสงลงจางๆแล้วกลับเปล่งแสงขึ้นมาอย่างช้าๆรอบแล้วรอบเล่าพร้อมๆไปกับสุ่มเสียงนกร้องและเสียงหัวเราะของหญิงสาวเบาๆและน่ารัก  ดวงตาของผมเบิ่งโตแทบจะเท่าไข่ห่านกันเลยทีเดียว   มันน่าประหลาดจริงไหมครับว่าทำไมแสงสีม่วงนั่นจึงเข้ามาอาศัยอยู่ในห้องนอนของผมได้  ที่สำคัญในถุงเท้าด้วย  ผมไม่ได้อยากได้สิ่งนี้สักหน่อย  มือของผมสั่นเทาค้างอยู่อย่างนั้น

         แต่ด้วยธรรมชาติของมนุษย์ซึ่งมีความอยากรู้อยากเห็นอยู่เป็นทุนแล้ว  ไม่ว่าจะกี่ร้อยกี่ล้านปีคนมักอยากจะรู้นั่นนี่อยู่ตลอดเวลา  ผมก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยเช่นกัน  ผมไม่ปฎิเสธ  มือหนาของผมค่อยๆยื่นไปยังถุงเท้าที่แขวนอยู่ข้างๆเตียงแต่ทว่ากล้าๆกลัวเหมือนกัน  ถ้าเกิดว่าล้วงเข้าไปแล้วมือหายไปหรือได้รับบาดเจ็บใครจะรับผิดชอบ  ที่กลัวไม่ได้กลัวอะไรหรอกฮะ  กลัวว่าจะได้รับบาดเจ็บแล้วเล่นกีต้าร์ไม่ได้อีกนั่นล่ะประเด็นของหนุ่มนักกีต้าร์อย่างผมล่ะ  บาดเจ็บที่ส่วนไหนของร่างกายก็ได้หรือจะเป็นที่ใจก็ยังได้  แต่อย่าเกิดขึ้นที่นิ้วมือ  เพราะผมซีเรียสกับมันจะทำให้เล่นกีต้าร์ไม่ได้  ซึ่งผมคงต้องตรอมใจตายเป็นแน่ถ้าเป็นเช่นนั้น

          หลังจากที่รวบรวมความกล้าได้แล้ว  ผ่านไปหลายนาทีเหมือนกันลมหายใจติดๆขัดๆผมพยายามหายใจเข้าออกสูดลมหายใจลึกๆ   ความอยากรู้อยากเห็นได้กลบเกลื่อนความกลัวมลายหายไปสิ้น  แสงสีม่วงยังสว่างวาบอยู่เนืองๆเสียงหัวเราะจากแสงนั่นกลับเงียบลงจนแผ่วไปแล้ว   ผมหยิบบางอย่างขึ้นมาจากถุงเท้าเจ้าปัญหา   มันเป็นอะไรดีล่ะ?  มันดูเหมือนเป็นลูกบอลเล็กๆลูกกลมๆสีม่วงๆและมีกิ่งไม้  ไม่ใช่สิ??   มองอีกทีคล้ายๆเขากวางมากกว่า  หรือกิ่งคริสตัส  อะไรทำนองนั้นผมเองก็เรียกไม่ถูก

          มันเป็นลูกกลมๆลูกเล็กๆสีม่วงๆเป็นสีที่ขัดใจคนหล่อๆอย่างผมชะมัด   คิดจะส่งของขวัญมาให้คุณลุงซานต้าน่าจะส่งเป็นสีอื่นมาให้ก็ได้หรืออะไรสักอย่างที่อาจกินได้  อย่างซุปหมูแบบที่ผมชอบ  แต่นี่ก็อะไรก็ไม่รู้  กินก็ไม่ได้จะเอาไปใช้ซักผ้า  อาบน้ำสระผม  ก็คงไม่ได้อยู่ดีนั่นล่ะ   เกินคาดเดาจริงๆหรือมันเป็นเพราะอากาศแปรปรวน  เกิดสภาวะโลกร้อนคุณลุงซานต้าเลยชักจะเพี้ยนๆ>___<

          ผมนั่งพินิจวิเคราะห์เจ้าลูกกลมๆสีม่วงและกิ่งไม้นั่น  หรือจะทิ้งลงถังขยะดีนะ  ผมทิ้งร่างลงนั่งบนโซฟาสีขาวสภาพกึ่งเก่ากึ่งใหม่ในห้องของผม  เจ้ากิ่งไม้นั่นผมวางไว้บนหนังสือกีต้าร์เล่มเก่ากึ่กปกนอกเริ่มที่จะหลุดลุ่ยเพราะการใช้งานอย่างสมบุกสมบันของผมนั่นเอง ส่วนเจ้าลูกกลมๆมันกลิ้งไปมาบนฝ่ามือของผมแสงสว่างคลายลงไปมากแล้วเสียงนกร้องจางลงไปแล้วเช่นกัน  ผมจ้องมองไปยังเจ้าลูกกลมๆหลายครั้ง  ก่อนที่ผมจะเริ่มขยับมันและจะเปิดเจ้าลูกบอลนั่นออกมา

          ก๊อกๆ  ก๊อกๆ

          เสียงแบบนี้ล่ะทรมาณจิตใจของผมที่สุด  มักจะคอยมาปลุกผมให้ตื่นทุกครั้งไป  ถ้าไม่เป็นแม่ตอนกลับไปบ้านเกิดนะก็จะเป็นเจ้าจอมยุ่งคังมินฮยอก  มันจะมาทำลายความสุขในยามเช้าๆของผมแบบนี้ทุกครั้งไป  เช้านี้ก็อีกเช่นเคย   มันอีกแล้ว…..

          พี่  วันนี้ไม่มีเรียนหรอ??” คังมินฮยอก  เจ้าตัวยุ่งตามสรรพนามที่ลีจงฮยอนมักตั้งฉายาให้นั้นยังใช้การได้เสมอ

          โหยนายจะไปไหนแต่เช้าเนี่ยวันนี้วันหยุด  ไม่มีเรียน  นายจะไปไหนก็ไปคนจะนอนผมตะโกนโวกเหวกออกไป  เตรียมตัวจะปิดประตูห้องของผมแต่โดนฝ่ามือของมินฮยอกสกัดดาวรุ่งกั้นไว้ซะก่อน  ดวงตาเล็กๆแต่ถ้ามองดูดีๆแล้ว  แววของดวงตาที่เป็นประกายนั่นต่างมุ่งมั่นจะเป็นมือกลองระดับโลกเชียวนะจะบอกให้   เจ้านี่ใครอยู่ด้วยก็จะติงต๊องไปกับมันด้วยไม่มีให้กลุ้มใจอย่างแน่นอน   ตัวขจัดความเครียดได้เป็นอย่างดี  ว่างๆก็ลองเรียกไปรับใช้ดูละกัน  ถ้าสามารถ….

          วันนี้พี่ยงฮวานัดซ้อมใหญ่นะ  อย่าลืมซะล่ะ  อีกไม่กี่วันพวกเราก็จะได้ไปทดสอบกันแล้วน่ะว่าแล้วก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างกับคนจิตพองโต  แว่นกรอบโตที่บังดวงตานั่นไว้ยิ่งเป็นประกายขึ้นไปอีกทันที

          นัดวันนี้หรอ?  ออ  งั้นนายล่วงหน้าไปก่อนเดี๋ยวพี่ตามไปทีหลังยกมือเกาหัวที่ยังกระเซอะกระเซิงยังกับรังนกดังแกรกๆ

          เหม็นชะมัด  เมื่อวานอาบน้ำมั่งปล่ะเนี่ย?”เจ้าตัวยุ่งยกมือขึ้นปิดจมูกตนเองก่อนจะย่นจมูกฟุดฟิดไปมา

          เรื่องของชั้นนายไม่ต้องมายุ่ง  หรือว่างๆนายจะมาทำความสะอาดให้ก็ได้นะตามสบายนักกีต้าร์สุดหล่อหัวเราะแฮะๆอีกมือยืนท้าวสะเอวอีกมือก็ดันประตูห้องไว้

          เรื่องอะไรที่ผมจะต้องมาทำให้พี่ล่ะ  เหนื่อยฟรีอีกต่างหาก   ผมไปล่ะจู่ๆมินฮยอกก็ถอยตัวออกมาจากห้องนอนของหนุ่มจงฮยอนง่ายๆซะอย่างงั้นพลางแล่บลิ้นใส่อย่างน่ารักน่าชัง  เพราะเค้าแพ้กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ในสภาพแบบนี้ของจงฮยอนพี่ชายจอมขี้เกียจอาบน้ำ  จริงๆแล้วผมก็ไม่ได้ขี้เกียจอาบน้ำหรอกนะครับ  ก็แค่ลืมไปเท่านั้นเอง>_<

          แต่คังมินฮยอกก็ยังคงเป็นคนรักความสะอาดอย่างสุดชีวิต  ที่ห้องของมันฝุ่นสักนิดเดียวแทบจะไม่มีให้เห็น  ห้องทั้งห้องเป็นสีขาวครีม  ข้าวของในห้องวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย  ซึ่งผิดกับห้องของผมจะหาอะไรไปใช้งานทีต้องทั้งขุดทั้งคุ้ยกันให้วุ่นวาย   แต่ผมไม่ได้ตั้งใจจะเป็นคนแบบนี้ล่ะนะฮะ  แต่บางครั้งก็ขี้ลืมวางสิ่งของไว้ไม่ค่อยเป็นที่เป็นทาง  สงสัยตัวเองว่าถ้าผมมีแฟนขึ้นมาแล้วเกิดไปลืมแฟนตัวเองไว้ที่ไหนสักแห่งผมจะทำอย่างไงดี

          กว่าจะถึงตอนนั้น  ผมคงไม่มีเวลาคิดเรื่องนั้นหรอก

******
อันฮยองทุกๆคนและแฟนฟิคทุกคนด้วยนะค่ะ
มาแล้วค่ะฟิคเรื่องใหม่ ของ Code name Burning Cnblue ลีจงฮยอนนั่นเอง
คราวนี้หนุ่มคนนี้ขอเป็นพระเอกกับเค้าบ้าง  อ่านๆไปบางคนอาจจะคิดว่า
เอาอัตชีวประวัติของหนุ่มบลูปูซานมาเปิดเผยความจริงหรือป่าว
จริงๆแล้วก็หยิบจับจากตัวจริงเสียงจริงของ Burning มาบางส่วน
แต่จิ้นเองซะเป็นส่วนใหญ่  เพราะว่า
ฟิกเรื่องนี้เป็นฟิคที่แต่งเพื่อสนองความต้องการของผู้แต่งโดยเฉพาะเป็นการส่วนตัว
และอยากจะลองแต่งแนวนี้บ้างไรบ้าง
ถ้าร๊ากกกกก ลีจงฮยอน ร๊ากกก cnblue ฝากเป็นกำลังใจให้กันด้วยนะจร้า
รักน้อยๆๆ แต่ขอให้รักกันนานๆๆ
ขอบคุณค๊า.....
คอมเม้นติชมได้เลยนะคะ 


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

29 ความคิดเห็น

  1. #5 Doraefon (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2554 / 10:14
    น่าติดตามคะเนื้อเรื่องอ่านดูแล้วน่ารักดี อัพไวๆนะคะเป็นกำลังใจให้
    #5
    0
  2. #4 lovely-yoona (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2554 / 18:53

    อยากรู้จังว่ามีอะไรอยู่ในลูกบอลสีม่วงนั่น

    ใช่หนูยุนหรือเปล่าเนี่ย

    #4
    0
  3. #3 forever 9 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2554 / 15:28
    น่าติดตามมากค่ะ สู้ๆนะค่ะ
    จงไปได้ลูกบอลอะไรมากันแน่
    #3
    0
  4. #2 RaBbiT piG (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2554 / 15:53
    แนวแฟนแตซีแน่เลย หุหุหุ
    จงฮยอน+แฟนตาซี
    เราชอบทั้งสองอย่างเลย อิอิ
    จะรอติดตามตอนต่อไปค่ะ
    #2
    0
  5. #1 softhy_yongseo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2554 / 02:55
    จงขึ้นแท่นเป็นพระเอกเต็มตัวเลยทีเดียวแถมมีหนูเหม่งเป็นเจ๊ดันซะด้วย 555... รอไรเตอร์มาอัพตอนต่อไปนะคะ..อยากรู้จังอะรายอยู่ในลูกบอล...
    #1
    0