คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Ib]: The Forgotten Portrait (Fan Fiction)

โดย Ri-Né Lynn

เมื่อหนึ่งสาวน้อยสูญเสียความทรงจำหมดสิ้น แต่หนึ่งชายหนุ่มยังคงจำได้ทุกสิ่ง พวกเขาจะได้พบกันอีกหรือไม่

ยอดวิวรวม

583

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


583

ความคิดเห็น


10

คนติดตาม


20
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  13 เม.ย. 57 / 01:36 น.
นิยาย [Ib]: The Forgotten Portrait (Fan Fiction) [Ib]: The Forgotten Portrait (Fan Fiction) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
คำเตือน: สปอยล์ 20% แต่ดาเมจแรงมาก

เป็นฟิค One shot ที่ได้แรงบันดาลใจจาก PV เพลงของ Gumi ที่เอารูปจากเกม Ib มาประกอบค่ะ

เพลง Ama no Jaku - Piano version -





เรื่องนี้นำเนื้อหาใน PV นี้มาขยายอีกทีค่ะ

อาจจะไม่เหมือน ไม่ซึ้ง 100% แต่ก็อ่านได้นะคะ

เขียนด้วยอารมณ์ค้างจากเกม เพลง และอวยแกร์รี่กับนุ้งอีฟล้วนๆ ค่ะ 555+



มีอะไรต้องปรับปรุง ติ มีอะไรชอบ ชม ได้นะคะ

เชิญสดับ และรับชมค่ะ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 13 เม.ย. 57 / 01:36


[Ib]: The Forgotten Portrait (Fan Fiction)
Rate: G
Main Character: Ib, Garry
Pairing: Garry*Ib
Warning: Spoil 20% แต่ดาเมจแรงมาก เนื้อเรื่องเอามาจาก PV ประกอบเพลง Ama no Jaku เวอร์ชั่น Ib

 

            เป็นเพียงโลกที่เวลาไร้ความหมาย
            ลมหายใจเป็นเพียงอากาศ
            กายและชีวิตไม่ใช่สิ่งสำคัญ
            แต่อารมณ์และจิตใจนั่นแหละสำคัญ

            ชายหนุ่มค่อยๆ ลืมตา กวาดมองไปรอบๆ อย่างช้าๆ ว่าตนอยู่ที่ไหน ใช่ เขาอยู่บนโลกที่ไม่ใช่ความจริง โลกหลังผืนผ้าใบที่มีแต่สิ่งแปลก สิ่งปลอม และเขา ที่ชีวิตสิ้นไปทั้งหมดดั่งดอกกุหลาบที่ร่วงโรยจนหมดสิ้น เขารู้ เขาเข้าใจ เขาคงไม่อาจกลับไปยังโลกหน้าผืนผ้าใบได้อีกแล้ว เขาไม่มีเรี่ยวแรงพอจะก้าวข้ามเส้นกั้นบางๆ ระหว่างเขากับโลกที่เขากำเนิดมา เขาค่อยๆ พยุงตัวขึ้นยืนช้าๆ จัดแจงตัวเอง แล้วลองเดินไปยังที่ๆ เขาคิดว่า น่าจะเป็นปลายทางสู่ภาพวาดต้นเหตุนั้น

           

            เด็กหญิงตัวน้อยมองไปรอบกาย
            พบผนังขาวโพลนรอบตัว
            เธอครุ่นคิดชั่วครู่
            ความทรงจำเมื่อก่อนหน้านี้ หมดสิ้น...

            เด็กน้อยใบหน้านิ่งแต่แฝงด้วยความไร้เดียงสากวาดมองไปรอบๆ และหันกลับไปมองภาพผืนใหญ่ผืนนั้น ช่างเป็นภาพที่แปลกประหลาด และแน่นอน ที่เด็กอย่างเธอคงไม่ค่อยชอบซักเท่าไหร่ เธอค่อยๆ ก้าวเท้าเพื่อออกจากที่แห่งนั้น ถึงแม้เธอจะมีความรู้สึกแปลกๆ เกี่ยวกับภาพนั้นจนเธอต้องหันกลับไปดูแล้วพบว่ามันหายไปแล้วก็ตาม เธอเดินไปเรื่อยๆ ผู้คนจำนวนพอดีกับนิทรรศการต่างก็จับจ้องกับชิ้นงานของจิตรกรสุดแปลกผู้โด่งดัง และเธอหยุดเท้าลงที่หน้าผลงานชิ้นหนึ่ง เป็นผลงานรูปชายหนุ่มที่นั่งหลับใหล ช่างเป็นภาพที่เหมือนจริงมาก เธอจับจ้องไปที่ป้ายชื่อชิ้นงาน

            “Sleeping Man

 

            สิ่งที่ชายหนุ่มเห็น คือเด็กน้อยที่เขาเฝ้าทะนุถนอมดูแลมาตลอดการเดินทางในโลกที่เขาอยู่ตอนนี้ เขายิ้มจางๆ พร้อมความรู้สึกที่เหมือนกับมีดค่อยๆ กรีดลงกลางอกของเขา เจ็บปวดที่สุด ที่สิ่งที่เขาอยากปกป้องที่สุด อยู่ตรงหน้าแท้ๆ แต่เขาไม่มีโอกาสได้ดูแล อีกต่อไป...

            “อีฟ”

 

            เสียงแว่วๆ เข้ามากระทบโสตประสาทของเธอ เธอหันซ้ายหันขวาด้วยความสงสัย ใครกันนะที่เรียกเธอ ชายหนุ่มที่ไหนกันที่เรียกเธอ เธอสงสัยเป็นอย่างมาก แต่ก็กลับมามองที่ผลงานชิ้นนี้เช่นเดิม เป็นผลงานที่วิจิตรงดงามเหลือเกิน แต่ทำไมเธอต้องรู้สึกเจ็บปวดเมื่อมองมัน...?

 

            “อีฟ”

            เสียงนี้เข้ามาให้เธอได้ยินอีกครั้ง ยิ่งเพิ่มความสงสัยให้เธอ ใครกัน ใครกัน? เธอมองรอบๆ อีกครั้ง ชายหนุ่มที่อยู่ใกล้เธอที่สุดก็อยู่ห่างจากเธอไปอีกตั้งฟากห้อง เป็นไปไม่ได้ที่เสียงแค่นั้นจะทำให้เธอรับรู้ได้

            แต่เสียงนี้... เป็นเสียงที่คุ้นเคย
            คุ้นเคยมาก... จนเธอต้องตามหาให้เจอ
            ...เพราะอะไรกัน..?

 

            “อีฟ!

            เธอสะดุ้งขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงที่เรียกเธออีกครั้ง เธอมองไปรอบๆ ด้วยความอยากรู้

            “เจอเธอซะที! กลับกันได้แล้ว ฉันหิวแล้วนะ!

            คราวนี้ กลับเป็นเสียงของสาวผมทองไปเสียนี่...

            “อะไรกัน เหม่ออะไร มากับฉันเร็วๆ แม่ของเธอจะพาไปร้านอาหารสำหรับมื้อเย็นนี้ล่ะ”

            เด็กหญิงพูดเสียงเจื้อยแจ้วพร้อมดึงอีกคนที่ยังคงเหม่อที่รูปชายหนุ่มวิ่งออกจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว เธอตกใจเล็กน้อยแต่ก็สะบัดความสงสัยทิ้ง พร้อมกับสนุกไปกับ ลูกพี่ลูกน้องของเธอเอง

 

            ภาพที่เขาเห็นทั้งหมดสร้างความกังวลใจให้กับชายหนุ่มไม่น้อย เด็กหญิงผมทองคนนั้นไม่ใช่คนที่ควรจะมีตัวตนบนโลกนั้นเลย เขารู้ว่าเบื้องหลังความจริงทั้งหมดตรงนี้คืออะไร แต่เขาไม่สามารถสื่อสารอะไรได้เลย เขากังวล เป็นห่วง อยากปกป้อง เจ็บปวด แต่แค้นตรงที่ทำอะไรไม่ได้เลยสินะ...

            แต่ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นก่อนเด็กน้อยคนนั้นจะลงบันไดและหายไป คือรอยยิ้มอย่างไร้กังวลของเธอ เขาอึ้งเล็กน้อยกับภาพที่เห็น แต่ก็ทำให้เขาค่อยๆ เบาใจลงเล็กน้อย นี่สินะ คือสบายใจของเธอ ไม่กังวลอะไรแล้วสินะ

 

            “ถ้าเธอโอเคกับแบบนั้น... ฉันก็จะไม่สนใจแล้วกันนะ”

 

            หลายวินาที หลายนาที
            หลายชั่วโมง หลายวัน
            ผ่านไป ค่อยๆ ช้าๆ
            ความทรงจำ ค่อยๆ ไป
            ค่อยๆ หาย ค่อยๆ เลือน
            ค่อยๆ จาง ค่อยๆ หมด
            จนหมดสิ้น จนไม่เหลือ
            แม้เศษเสี้ยว แม้ธุลี

            ...ไม่เหลือ...

 

            ผ่านมา 2 เดือนหลังจากไปหอศิลป์วันนั้นแล้วสินะ เด็กน้อยเรือนผมน้ำตาลยิ้มเบาๆ เมื่อเดินผ่านประตูรั้วของหอศิลป์ ที่ตอนนี้ปิดลงเพื่อเตรียมการสำหรับนิทรรศการของศิลปินคนถัดไป งานหลายชิ้นงานช่างน่าสนใจ แต่หลายชิ้นงานก็ช่างน่ากลัว เธอไม่ใช่คนที่มีรสนิยมแบบนั้น แต่ก็ใช่ว่าเธอจะรับไม่ได้เลย เป็นไปได้เธอก็อยากจะดูอีกซักหน่อย เพราะเธอเองก็ยังดูไม่ครบ

            เมื่อก้าวเท้าถึงบ้าน เธอเหลือบเห็นสูจิบัตรของงานนิทรรศการครั้งนั้นเหน็บอยู่ที่ชั้นหนังสือ เธอค่อยๆ ดึงออกมาช้าๆ ไม่ให้หนังสือแห่หล่นทับร่างเล็กๆ ของเธอ แล้วนั่งลงที่โซฟากับโต๊ะรับแขก เธอค่อยๆ บรรจงเปิดออกมา เพื่อสัมผัสกับชิ้นงานต่างๆ อย่างเต็มที่ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ผลงานที่แท้จริง แต่อย่างน้อยก็น่าจะพอแทนกันได้ เด็กน้อยบรรจงอ่านคำอธิบายแต่ละชิ้นงาน เพื่อที่เธอจะได้ซึมซับกับแต่ละผลงานอย่างเต็มที่ ค่อยๆ เปิดทีละหน้าอย่างทะนุถนอม จนเธอเปิดถึงหน้าเกือบสุดท้าย

            เป็นผลงาน... รูปชายหนุ่มที่กำลังนั่งหลับใหล

            ช่างเหมือนจริง... ราวกับมีชีวิตจริงๆ

            เธอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวเมื่อเห็นผลงานชิ้นนี้ งานอะไร แค่ภาพวาด ทำไมถึงเหมือนจริงขนาดนี้นะ เธอจ้องนานเป็นพิเศษสำหรับรูปนี้ ช่างน่าหลงใหลแปลกๆ เป็นเพียงภาพวาดแท้ๆ เธอจ้องละเอียด ละเมียดละไมในการดูทุกรายละเอียดของภาพ แม้จะละเอียดไม่เท่ารูปจริงๆ และเธอก็ละสายตาจากภาพนั้น เพื่ออ่านคำบรรยายของภาพที่อยู่อีกหน้าข้างๆ กัน

 

ชื่อผลงาน: Sleeping Man
แนวคิด: ชายหนุ่มที่หลับใหลลึกอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จมดิ่งไปกับความเลวร้าย
คำอธิบาย
: เป็นภาพวาดที่ศิลปินตั้งใจวาดให้เหมือนจริงโดยไม่มีที่มา เพื่อจะสื่อให้ถึงอารมณ์และอุปนิสัยของชายคนนี้ ที่เหมือนผู้หญิง แต่เป็นลูกผู้ชาย อ่อนโยน แต่แข็งแกร่ง ภายใต้สีหน้าที่หลับใหล ดูสุขุม นุ่มลึก ชายคนนี้ผ่านเรื่องราวต่างๆ มามากมาย ความเลวร้ายต่างๆ คือสิ่งที่ชายหนุ่มจมดิ่งภายใต้ความฝันนั้น

 

            เธออ่านจนจบแล้วยิ้มออกมา หลับใหล แต่มันละเอียดถึงขนาดนี้เลยเหรอ ถึงแม้ภาพนี้มันมีเพียงอารมณ์เดียว แต่ทำไมกลับเข้าใจมันทั้งหมดโดยที่ยังไม่ต้องอ่านมัน ทำเอาเธอขำตัวเองที่คิดเยอะคิดแยะไปได้ขนาดนั้น

            คิดเยอะ... คิดแยะ...?

            ไม่สิ... เหมือนเคยรู้จักเขามามากกว่านะ...?

            ทำไม... แล้วทำไมต้องเจ็บหน้าอกด้วย...?

            .

            .

            .

 

            เธอ... ลองดูไปในกระเป๋าเสื้อโค้ทฉันสิ
            ‘ลูกอมนั่น เธอเอาไปได้เลยนะ
            ‘ไม่ต้องเกรงใจที่จะกินมันหรอก
            ‘หวังว่ามันจะช่วยทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นนะ

 

            เอ๊ะ?

 

            ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ต้องห่วง
            ‘ฉันคงทิ้งเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอไว้คนเดียวไม่ได้หรอก
            ‘ฉันจะอยู่กับเธอเอง

 

            เอ๊ะ?

 

            เธอ... ล่วงหน้าไปก่อนเถอะ
            ‘ฉัน... ไม่เป็นไร...
            ‘ฉันสัญญา
            ‘ถ้าเกิดอะไรขึ้น... กับเธอ...

            ...ฉัน...

            ‘...จะรีบวิ่งไปหาเธอ... ทันที...

 

            ...เอ๊ะ...?

 

            ภาพต่างๆ รวมถึงเสียง และความรู้สึกต่างๆ พรั่งพรูเข้าสู่ตัวเธอ เธอจำได้แล้ว และรู้แล้วว่าทำไมเธอจึงรู้สึกถึงรูปนี้เป็นพิเศษ...

 

            ...ฉันขื่อแกร์รี่นะ...

           

            น้ำตาค่อยๆ ไหลอาบแก้มใสๆ ของเธอช้าๆ

เธอจำได้แล้ว... จำได้แล้ว...

            ชายหนุ่ม... ที่เธอรักมากที่สุด...!

 

            อีฟ!!! วันนี้ฉันมาเยี่ยม แมรี่ไง มาแล้วๆๆๆๆ

            เสียงสดใสตะโกนเข้ามาในบ้าน พร้อมเสียงเท้าวิ่งเข้ามาอย่างตื่นเต้น เธอทักทายเด็กหญิงที่อยู่ในห้องนั่งเล่นอยู่แล้วอย่างดีอกดีใจ พร้อมกับเข้ามานั่งใกล้ๆ

            “อ่านอะไรอยู่เหรออีฟ...?”

            “อีฟ...?”

            เธอมองเห็นน้ำตาที่ไหลช้าๆ ไม่หยุดจากอีกฝ่ายตรงหน้าเธอ สลับสายตากับสิ่งที่เด็กน้อยอ่านอยู่ เมื่อเธอเห็นอย่างนั้นเธอจึงท่าไม่ดี พยายามจะชวนให้อีกคนไปทำอย่างอื่น แต่ก็ไร้ผล

            “...แมรี่... ฉันขอโทษนะ...”

            “เอ๊ะ?... ไม่นะ... อีฟ...”

            “ฉันต้องไปหาเขา...”

            “อีฟ... อยู่กับฉันเถอะ...”

            “ขอเถอะนะแมรี่... วันนี้...”

            “เธอต้องอยู่กับฉัน!!!

            “ฉันต้องไปหาแกร์รี่!!!

            สิ้นเสียงเด็กน้อยตาอำพัน เธอก็สาวเท้าวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่นะ ไม่นะ อย่าเพิ่งไปไหน ฉันกำลังไปหาคุณแล้ว รอฉันนะ รอฉันนะ...

            เธอวิ่งจนแทบหมดลมหายใจ แต่ก็ไม่หยุด กลับเร่งความเร็วขึ้นกว่าเดิมเพื่อให้ถึงที่หมายให้เร็วที่สุด เธอรู้ว่าอาจจะเป็นไปไม่ได้แล้วที่เธอจะได้กลับไปอยู่กับเขา แต่อย่างน้อย ขอซักครั้ง ซักครั้งเถอะ ที่เธอจะได้อยู่เคียงข้างเขา ข้างๆ เขา อย่างที่เคยร่วมทางกันมา อย่างที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกัน

            เมื่อถึงที่หมาย เธอจึงหยุดและมองไปที่ประตู ที่ตอนนี้ถูกโซ่ล่ามไว้พร้อมป้าย ‘KEEP OUT’ เธอเห็นตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว แต่อย่างไรก็ตามเธอก็อยากจะเข้าไป เธอพยายามเขย่าอย่างแรง ดึงโซ่ เอาหินทุบแม่กุญแจ ทำทุกทางเพื่อให้เธอสามารถเข้าไปในเขตหอศิลป์ได้ เธอพยายามอย่างหนักจนมือน้อยๆ ทั้งคู่บวมแดงไปหมด พยายามจนดูเหมือนเด็กที่กำลังบ้าคลั่งเพราะอยากได้ของเล่นอย่างไรอย่างนั้น จน รปภ. มาเห็นเข้า แล้วพยายามเอาตัวเธอออกจากที่นี่ให้ได้

            “หนู...หนู...!!! ทำอะไรน่ะหนู ใจเย็นๆ!!!

            “คุณลุง... ขอหนูได้เข้าไปในนั้นเถอะ...”

            “ไม่ได้หรอก เขาปิดปรับปรุงอยู่หนู เปิดอีกครั้งแล้วค่อยเข้าไปนะ”

            “ไม่ได้หรอกค่ะลุง... หนูต้องเข้าไปเดี๋ยวนี้...”

            “โถ่หนู... ไม่ได้จริงๆ นะ เข้าใจลุงเถอะ”

            “ขอเถอะค่ะลุง... ขอเถอะนะ...!!!

            “หนูเอ๊ย... ลุงขอโทษนะ ถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องแบบนี้ ลุงก็จำเป็นต้องทำแบบนี้นะ”

            หมดคำพูด รปภ. คนนั้นก็เรียก รปภ. หญิงอีกคนพาตัวเธอออกจากที่นี่ ทั้งพยายามสู้กับแรงของเด็กตัวเล็กๆ ที่ไม่รู้เอาจากไหนมาเยอะแยะ ตัวเธอพยายามดิ้นและดื้อรั้นสุดๆ เพื่อเข้าไปในหอศิลป์ให้ได้ แต่ไร้ผล แรงผู้ใหญ่สองคนย่อมชนะเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ เป็นไหนๆ ถึงแม้จะพ้นประตูแล้ว แต่เธอยังคงพยายามที่จะเข้าไปอยู่ดี

            “หนูเข้าไปไม่ได้จริงๆ นะ ขอเถอะ ออกมา!!!

            “ม... ไม่ได้นะ... อย่านะ... ไม่...!!!

 

            “แกร์รี่!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

            .

            .

            .

            .

            .

 

            ผ่านมานานแสนนาน แต่ ณ ที่แห่งนี้ ไม่มีเวลา ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไหร่ เขาที่ยังอยู่ในโลกแห่งความจอมปลอมยังคงเหมือนเดิมทุกประการ อายุ รูปร่าง หน้าตา ผม ไม่มีอะไรที่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย ถึงกระนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เขายังอยู่ได้จนถึงตอนนี้ ไม่ใช่รูปกายภายนอกที่ไม่เปลี่ยนไป

            แต่เป็นที่... ความรู้สึกของเขาต่อเด็กน้อยคนนั้นต่างหาก...

 

            ผ่านมา 7 ปี เด็กน้อยเติบโตขึ้นเป็นหญิงสาววัยแรกรุ่นที่สง่าและงดงาม เธอยังคงความนิ่งและกล้าหาญของเธอไว้อย่างไม่มีเปลี่ยน รวมทั้ง ลูกพี่ลูกน้องที่ไม่ได้เห็นหน้ากันนานก็เติบโตขึ้นเช่นกัน ต่างคนต่างงดงามสมกับดอกกุหลาบที่ชูรับแดดอย่างสง่างามราวกับเจ้าหญิงหรือราชินีก็มิปาน

สาวน้อยเรือนผมน้ำตาลตาอำพันได้กลับไปยังหอศิลป์แห่งเดิมอีกครั้งตั้งแต่เช้าตรู่ เมื่อรู้ว่า นิทรรศการของศิลปินคนนั้นได้กลับมาจัดอีกครั้ง เธอหวังว่าจะได้รับชมผลงานต่างๆ ได้อย่างเต็มอิ่มทั้งวันอย่างที่เธอต้องการตอนเด็กๆ และที่สำคัญกว่านั้น...

...เธอหวัง ที่จะได้พบภาพของชายที่เธอรักที่สุดอีกครั้ง...

 

ดวงตาสีน้ำเงินมองเห็นสาวน้อยคนหนึ่งไกลๆ ในกรอบรูปต้นเหตุ ช่างดูคุ้นเคยเป็นอย่างมาก ทั้งเรือนผม รูปร่างที่ดูเหมือนจะโตขึ้น แต่ยังคงเค้าเดิม บุคลิกที่ช่างคุ้นเคยเหล่านั้นทำให้เขาอดนึกไม่ได้ว่า ใครกันนะ ช่างคุ้นเคยเหลือเกิน หวังให้หันหน้ากลับมาให้เห็น ให้รู้จัก

 

เมื่อหญิงสาวได้ชมผลงานมาซักพักแล้ว เธอจึงเดินไปรอบๆ หอศิลป์เพื่อชมผลงานอื่นๆ เพิ่มเติม เธอสนใจงานอยู่หลายชิ้นงาน ทั้งมีเสน่ห์ ทั้งน่ากลัว ทั้งชอบ ทั้งไม่ชอบ ทั้งรัก ทั้งไม่รัก ความรู้สึกของแต่ละชิ้นงานช่างสับสนปนเปไปหมด และเธอก็ได้หันไปยังด้านหนึ่งของห้องนิทรรศการ...

 

ชายหนุ่มเห็นภาพตรงหน้าเป็นหญิงสาวที่เขาคุ้นเคย ไม่สิ ที่เขารู้จักเป็นอย่างมาก ค่อยๆ สาวเท้าเข้ามาใกล้ๆ เขา เขาตกใจเป็นอย่างมาก ที่เด็กน้อยที่เขาเคยปกป้องและทะนุถนอม จะเติบโตขึ้นมาสวยงาม สง่าได้ถึงขนาดนี้ เขาจ้องมองด้วยความหวัง ความหวังที่จะสื่อสารกับเธออีกครั้ง ถึงแม้จะครั้งสุดท้ายก็ตาม...

 

ดวงตาอันสุขุมจ้องมองที่ภาพนั้นอย่างละเมียดละไม ชายหนุ่มคนนี้ คือคนที่รักที่สุด เธอเห็นได้ถึงความ เคยมีชีวิตของชายหนุ่มที่อยู่ในภาพนี้ และไม่รู้อะไรดลใจให้เธอค่อยๆ เอามือเข้าใกล้งาน และแตะอย่างแผ่วเบา

 

เขารู้สึกโหยหาเธอมาก คนที่เขารักในความแข็งแกร่ง คนที่เคยช่วยชีวิตเขาไว้ คนที่เคยร่วมทุกข์มาด้วยกัน ร่วมสุขมาด้วยกัน คนที่เขายอมที่จะสละชีวิต เพื่อให้เธอได้อยู่ต่อ ความรู้สึกโหยหาเหล่านี้ค่อยๆ ดึงมือเขาให้ประทับกับรูปตรงหน้าเขา

 

ความอบอุ่นราวกับคนมีชีวิตส่งผ่านหากันและกัน เมื่อมือของทั้งสองประกบบรรจบกันพอดี และดวงตาของเขาได้ลืมขึ้นช้าๆ ในภาพนั้น ราวกับความหวังสุดท้ายที่จะได้พบกัน หญิงสาวรู้สึกได้ และเจ็บปวดราวกับกำลังถูกดึงหัวใจออกไป เธอเริ่มร้องไห้ เขาก็เช่นกัน ช่างเป็นความรู้สึกที่เจ็บปวดรวดร้าวที่สุด อยู่ใกล้กันแค่นี้ แค่นี้เอง

 

แต่ใกล้แค่ไหน... ก็ไม่มีทางได้อยู่ด้วยกันอีกต่อไป...

 

ความเจ็บปวดจากหัวใจ ส่งผ่านความรู้สึก...

 

“อีฟ!!!!!!!!!!!!!!!!!!
            “แกร์รี่
!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

เพล้ง!

เสียงกระจกกรอบรูปแตกเป็นเสี่ยงๆ แต่แทนที่กระจกเหล่านั้นจะบาดทำร้ายเธอ แต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นกลีบกุหลาบสีน้ำเงินนับร้อยโรยลงบนตัวเธอ และสิ่งที่เธอรู้สึกได้อีกอย่างหนึ่ง...

ร่างของเขา... กำลังหลุดออกจากกรอบภาพนั้น เธอตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาก แต่เธอก็หงายหลังลงพื้นเพื่อรับร่างของเขาที่กำลังหลับใหล ในขณะที่เธอกำลังงงว่าเกิดอะไรขึ้น เธอก็พบว่า...

 

ร่างที่ออกมา... ยังอุ่น

หัวใจของเขา... ยังเต้น

ลมหายใจ... ยังมี

และดวงตาของเขา... ค่อยๆ เปิดขึ้น

 

เธอมองด้วยความดีใจลึกๆ ในหัวใจเธอ ดวงตาของเธอมองดวงตาของเขาที่ค่อยๆ จับจ้องมาที่ดวงตาของเธอเช่นกัน มันดีใจจนตื้นตัน จนเธอเริ่มเก็บความรู้สึกไว้ไม่อยู่

 

“...ฉันกลับมาแล้ว...
...อีฟ...”

 

คำพูดทะเล้นเล็กๆ เบาๆ พร้อมรอยยิ้มสบายของเขาค่อยๆ ปรากฏบนใบหน้า ทำให้เธอที่กำลังพยายามเก็บความรู้สึกไม่สามารถเก็บมันได้อีกต่อไป น้ำตาค่อยๆ ไหลอาบแก้ม มากขึ้น และมากขึ้น

 

“ก...แกร์รี่...แกร์รี่...
คุณกลับมาแล้ว...
ฉัน... คิดถึงคุณเหลือเกิน...”

 

เธอร้องไห้หนักขึ้นทั้งๆ ที่กอดเขาอยู่ ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ ยิ้มกว้าง แล้วค่อยๆ ใช้มือเรียวซีดของของ เช็ดน้ำตาออกจากแก้มใสๆ ของเธอ แล้วค่อยๆ จูบหน้าผากเธออย่างอ่อนโยน

 

“ฉันก็คิดถึงเธอ
และฉันก็รักเธอ”

 

เขาค่อยๆ ถอยออกมา ยิ้มให้ด้วยความสุขที่เต็มเปี่ยมจนอยากแบ่งให้เธอรับไว้

 

“เธอ...คือคนที่ฉันยอมสละชีวิตให้
เพราะฉะนั้น...อย่าร้องไห้เลยนะ
ฉันมาหาเธอตามสัญญาแล้ว
เพราะฉะนั้น ยิ้มเถอะนะ”

 

หญิงสาวได้ยินอย่างนั้นก็โผกอดชายหนุ่มแน่น พร้อมยิ้มทั้งน้ำตาด้วยความสุขที่หายไปหลายปี ในที่สุดเธอก็เจอแล้ว กลับมาเสียที ความสุขที่หายไปกับเขานานแสนนาน หายไปเสียที ความรู้สึกสิ้นหวัง ความรู้สึกท้อแท้ มันได้ทดแทนด้วยความรักจากเขาแล้ว ขอบคุณเหลือเกิน ขอบคุณจริงๆ

 

ขอบคุณนะแกร์รี่
เพราะฉันเอง
ก็รักแกร์รี่เช่นกัน

ผลงานอื่นๆ ของ Ri-Né Lynn

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

10 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 19 พฤศจิกายน 2558 / 18:02
    โอ้ยยยยไรท์ทำร้ายมากกกกกเราจะร้องไห้อยู่แล้ววววว//ตะโกนลั่นบ้าน(?)
    #10
    0
  2. วันที่ 1 พฤษภาคม 2557 / 14:32
    แกรรี่!!! T^T 
    #9
    0
  3. วันที่ 12 เมษายน 2557 / 23:40
    @Meo-Meow
    เรื่องต่อจากนั้นไม่มีใครรู้ค่ะเพราะไม่มีใครแต่งเพิ่มไว้ 555 แต่ส่วนตัวคิดว่าเขาคงจะหางานอื่นมาลงแทน หรือตัดงานนี้ออกจากรายชื่อผลงาน หรืออีกอย่างที่จิ้นเองคือทุกความทรงจำเกี่ยวกับภาพนั้นจะถูกลบแล้วแทนที่ด้วยความทรงจำเกี่ยวกับการมีอยู่ตลอดมาของแกรรี่แทน อารมณ์เหมือนโดนเปลี่ยนประวัติศาสตร์ ทำนองนั้นค่ะ :)
    #8
    0
  4. วันที่ 11 มกราคม 2557 / 19:56
    จนบัดนี้  แฟนฟิคได้แต่งมาเกือบครบปีก็ยังไม่หายสงสัย...
    แกร์รี่ออกมาจากภาพนั้นแล้วทางพิพิธภัณฑ์จะทำยังไงต่อล่ะ???  ในเมื่อรูปภาพถูกทำลายไปแล้ว
    #7
    0
  5. #6 xnorom
    วันที่ 22 สิงหาคม 2556 / 02:31
    เราไม่ได้เล่นเกมหรอกค่ะ ด้วยความบังเอิญทำให้ได้รู้จักเกมนี้ เลยไปดูที่เค้าแคสเกมบ้าง เลยไปถึงดูเพลง หรือmv ที่ทำประกอบ แล้วพบว่ามันมีหลายฉากจบ เราดูฉากจบ forgotten portrait แล้วรู้สึกซึ้งมากๆ เลยทั้งๆ ที่เราก็อยากให้มันจบแบบ happy endding แต่เราว่าฉากนี้จบได้ซึ้งที่สุด เพราะถ้าไม่จบแบบนี้ คงไม่ได้เห็นฉากที่แกรี่แลกดอกกุหลาบ แล้วยอมตายแทนอิฟ มันทำให้คาแรคเตอร์ของทั้งคู่ดูจริงมากเลยทีดี.. แม้จะเศร้ามากๆ ก็ตาม T^T แต่เราก็ดีใจนะคะ ที่มาเจอแฟนฟิคชั่นอันนี้ มันทำให้เรารู้สึกว่า ถึงจะตายในนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าตัวจริงๆ ของแกรี่จะตายไป เพียงแค่ถูกขังอยู่ในนั้น รอวันหนึ่งที่จะออกมา สักวันนึง..ที่แกรี่จะออกมาได้เท่านั้นเอง (นี่เราจะอินไปหน่อยมั้ยนะ ฮ่ะๆๆๆ)



    ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆค่ะ ^^
    #6
    0
  6. วันที่ 18 เมษายน 2556 / 18:49
    แกรี่จ๋ษาาาา ถ้าในเกมเปนงี้ก้ดีT^T
    #5
    0
  7. วันที่ 27 มีนาคม 2556 / 17:56
    ซึ้งมากค่ะ อ่านไปแล้วน้ำตาไหลเลย
    #4
    0
  8. #3 garry
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2556 / 09:06
    ซึ้งจังT^T แต่ชอบแบบโลลิค่อนมากกว่า อุ๊บ!
    #3
    0
  9. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2556 / 16:54
    แกรี่กลับมาแล้ววววววว!!!!!!!!!!!! เย้!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
    #2
    0
  10. วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2556 / 03:05
    เดี๋ยวมาอ่านนะจ๊ะ ขอตัวไปนอนก่อน ^^
    #1
    0