DEMON GOD OF DIMENSION จอมเทพอสูรจ้าวมิติ

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 6 จิตวิญญาณ ดาวน้อย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 186
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    17 ส.ค. 63

ตอนที่ 6 จิตวิญญาณ ดาวน้อย


เมื่อราสสะดุ้งตื่นขึ้นมา เขาเห็นดวงไฟสีทองซีดจางๆ ส่งยิ้มให้เขาบางๆก่อนที่จะสลายหายไปทางหัวเรือสำราญ

"นั้นมัน!...เขาคือผู้อาวุโสคนนั้น!?.."

ราสยังคงสับสนและมึนงง จับต้นชนปลายไม่ถูก เมื่อพอตั้งสติได้เขาสูดหายใจลึกๆ และยกมือกราบไปทางดวงไฟสีทองที่สลายหายไป กราบนี้ของเขาเป็นการกราบในแบบของประเพณีไทย มันการกราบญาติผู้ใหญ่หรือผู้มีบุญคุณที่ช่วยชีวิตเขา เขายังคงรู้สึกใจหายแบบแปลกๆอยู่บ้างในตอนที่เห็นรอยยิ้มชายชราขณะที่เขากำลังจะสลายไป

แต่ในตอนนี้เขาพยายามตั้งสติและรีบสำรวจตัวเองอย่างว่องไว ตอนนี้เขาก้มมองดูแขนขาและร่างกายของตัวเองและพบว่าเขาเปลือยกายอยู่ ไม่มีเสื้อผ้าติดอยู่กับร่างกายของเขาแม้แต่เพียงสักชิ้นเดียว โชคดีที่ตอนนี้บนดาดฟ้าของเรือสำราญไม่มีคนอื่นอยู่เลย ไม่อย่างนั้นเขาคงต้องโดนรุมประชาทันฑ์ ในข้อหาโรคจิตเป็นแน่ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่อย่างแน่นอนแล้ว เขาจึงเริ่มสำรวจตัวเองอย่างละเอียดอีกทีหนึ่ง

"บาดแผลที่ได้รับมาจากนักฆ่าคนนั้นหายสนิทหมดแล้วไม่เหลือรอยอะไรไว้เลย และตอนนี้เขายังรู้สึกถึงความแข็งแกร่งของร่างกายเพิ่มขึ้นกว่าเดิมเป็นอย่างมาก หากฉันกระโดดในเวลานี้คงกระโดดได้สูง 6-7 เมตรเลยทีเดียว และฉันยังรู้สึกได้ว่าตัวฉันสูงขึ้นอีกหน่อย "

สภาพร่างกายของราสตอนนี้นั้นเปลี่ยนไปมาก ผมสีดำมันวาวของเขายาวขึ้นจนถึงกลางหลัง ใบหน้าคิ้วและดวงตาของเขาตอนนี้ หล่อเหลามีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ มีออร่าสีทองจางๆรอบๆกาย
เปรียบคล้ายดั่งเทพ อพอลโล เลยทีเดียวกล้ามเนื้อเรียงตัวเป็นชั้นเห็นมัดกล้ามถนัดตา แต่ไม่ใหญ่โตเกินไปจนดูน่าเกลียด ดูรวมๆแล้วถ้าเขาใส่เสื้อผ้าคงจะดูค่อนข้างสะโอดสะองและสมส่วน เหมือนคุณชายเจ้าสำราญเสียด้วยซ้ำ

"สิ่งนี้...มันเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่ความฝันยังงั้นรึ"

ราสสำรวจรอยสักสีทองบนหน้าอกทันที และมันปรากฏขึ้นมาเรืองแสงสีทองสาดประกายออกมาทันที และเมื่อเขาหงายฝ่ามือขึ้นมาเขาเห็นรอยจางๆเป็นรูปดาวหกแฉก เขาจึงส่งกระแสจิตเข้าไปทันที ด้านในของเจ้า ดาวมิตินี้กว้างใหญ่เป็นอย่างมากแต่ตอนนี้มันเต็มไปด้วยหมอกหนาๆ ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลย มีเพียงพื้นที่ส่วนหนึ่งที่เขาสามารถมองเห็นและน่าจะใช้งานได้ประมาณ 10 ตารางเมตร ซึ่งตรงมุมนั้นมี ข้าวของเครื่องใช้อยู่จำนวนหนึ่ง ราสเห็นว่ามีหีบเสื้อผ้าดิบแบบที่ชายชราสวมอยู่ด้วยตรงนั้นเขาจึงเพ่งจิตสำนึกว่าต้องการเสื้อผ้าดิบชุดหนึ่งจากหีบผ้า

"วูบบบ!"

ชุดผ้าดิบสีขาวอยู่ในมือของเขาทันที
ราสคลี่ชุดผ้าดิบสีขาวออกดู มันเป็นเหมือนชุดที่คนไทยชอบนุ่งขาวห่มขาวตอนไปทำบุญที่วัด และคนเขานิยมใส่กัน เขายักไหล่ขึ้นเบาๆ แล้วจึงสวมชุดนี้ไปก่อนอย่างน้อยเขาคิดว่าดีกว่าเปลือยกาย

"อืม..ชุดนี้ใส่แล้วรู้สึกสบายตัวมากเลย ใส่แล้วมันพอดีตัวมากจนรู้สึกสบายจริงๆ เฮ้อ..ถ้ามันเป็นสีอื่นหรือเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นที่นำสมัยหน่อยก็คงจะดี"
เขานึกถึงเสือผ้าของเขาที่ชอบสวมใส่ในเวลาปกติ

"พรึบบบ!"

"เฮ้ย!!..นี่!?"

ชุดผ้าดิบสีขาวที่เขาใส่อยู่เมื่อครู่กลายเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นนำสมัยที่เขาชอบใส่ในวันปกติขึ้นมาทันที เขาทดลองเปลี่ยนสไตล์เสื้อผ้าอีกสองสามแบบ เมื่อเป็นที่แน่ใจแล้วว่าเสื้อผ้าชุดนี้สามารถเปลียนเป็นแบบที่เขาต้องการได้เขาจึงเปลี่ยนให้เสื้อของเขาเป็นเสื้อยืดสีดำและกางเกงเป็นกางเกงยีนส์ในแบบที่เขาชอบ
หลังจากนั้นเขาจึงรีบสำรวจดูพื้นที่เก็บของในดาวมิติ จึงพบว่ายังมีชุดผ้าดิบแบบนี้อีก 4-5 หีบใหญ่…

ราสสำรวจสิ่งของในพื้นที่ว่าง 10 ตารางเมตรนั้น มีสิ่งของหลากหลายที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งกองหินสีฟ้า และสีม่วงกองใหญ่ กองหินใสที่มีอักขระอยู่ภายใน ขวดยาแปลกๆมากมาย รวมถึงกองอัญมณีและกองเหรียญทอง เขาค่อนข้างจะตื่นเต้นแม้ว่าสิ่งของบางอย่างเขาจะไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่เฉพาะกองอัญมณีและบรรดาเหรียญทองพวกนี้นั้นก็คงจะทำให้เขารวยติดอันดับของโลกได้เลยทีเดียว

ในมุมหนึ่งของพื้นที่ดาวมิติราสสังเกตุเห็นดวงไฟเล็กๆดวงหนึ่งลอยนิ่งๆอย่างสงบ เขาจึงใช้กระแสจิตวิญญาณของเขาเข้าไปสำรวจดูเมื่อจิตวิญญาณของเขาสัมผัสกับดวงไฟเล็กดวงนั้น มันมีปฏิกิริยาตอบรับโดยทันที มันมีเสียงคล้ายกับเสียงของเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆส่งผ่านมาทาง
จิตสัมผัส ของเขา

"สวัสดีเจ้าค่ะนายท่าน"

ราสตกใจเล็กน้อยแต่เขาก็ตอบไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน

"เจ้าคือจิตวิญญาณแห่งดาวมิตินี้ยังงั้นหรือ?"

"เจ้าค่ะนายท่าน ดาวมิติอยู่ที่นี่ แต่จิตวิญญาณของดาวมิติยัง ต้องเข้าภาวะจำศีลอยู่อีกช่วงเวลาหนึ่งจึงจะฟื้นคืนสภาพจิตวิญญาณมาได้เต็มส่วน ดาวมิติ ขอหยดเลือดและพลังจิตวิญญาณจากนายท่านสักหน่อยได้ไหมเจ้าค่ะ"

ราสพยักหน้า เขากัดที่ปลายนิ้วของเขาทันที เมื่อมองเห็นเลือดที่ไหลหยดออกมาจากปลายนิ้ว เขาประหลาดใจในทันที สีเลือดของเขานั้นยังเป็นสีแดงแต่เรืองแสงสีทองออกมา

ตอนนี้เขาใช้จิตสำนึกของเขาส่งหยดเลือดเข้าไปที่จิตวิญญาณของดาวมิติ เมื่อจิตวิญญาณของดาวมิติ ได้รับหยดเลือดแล้วมันดูดซับหายเข้าไปในตัวของมัน ที่เป็นรูปดาวหกแฉกทันที ดาวมิติจึงกล่าวกับราสอีกว่า

"ขอพลังงานจิตวิญญาณด้วยค่ะนายท่าน "

"เอ่อ...มันต้องทำยังไงล่ะ ฉัน..ทำไม่เป็น" ราสไม่เคยรู้อะไรเกี่ยวกับสิ่งพวกนี้มาก่อนเขาไม่รู้ว่าควรทำยังไง

"นายท่านแค่ตั้งใจเพ่งกระแสจิตส่งพลังงานมาที่ดาวมิติก็พอเจ้าค่ะ" ดาวมิติตอบเสียงเรียบ

ราสตั้งจิตเพ่งสมาธิส่งพลังงานไปที่ดวงไฟจิตวิญญาณของดาวมิติทันที
ผ่านไปเพียงครู่เดียว ราสขาอ่อนทรุดตัวนั่งเหงื่อหยดเต็มหน้าผากแทบจะหน้ามืดไปในทันที เขาหยุดส่งพลังงานและนั่งหอบหายใจเสียงดัง

"ฟู่วว!.. แฮ่ก!แฮ่ก!"

"โอ้ววว!!..ไหนว่า..ใช้พลังงาน...ทางจิต..เหมือน..วิ่งออกกำลัง..ไง..ไหงมัน
เหนื่อยยย...เหมือนกำลัง..จมน้ำอยู่..เลยล่ะเนี่ย..แทบขาดใจตาย!!."

ราสหอบหายใจและบ่นพึมพำอยู่คนเดียว

"ยังไม่อิ่มเลย!!...เจ้าค่ะ! แต่ดูเหมือนพลังงานทางจิตของนายท่านมีน้อยนิดและหมดแล้ว งั้นไม่เป็นไรเจ้าค่ะดาวมิติจะหลับต่อแล้วนะเจ้าค่ะ.."

จิตวิญญาณของดาวมิติ ทำท่าเหมือนจะกลับไปเข้าภาวะจำศีลอีกครั้งทันทีหลังจากที่รับหยดเลือดและพลังงานทางจิตจากเขา

"เฮ้!..เฮ้!.เดี๋ยวก่อนเจ้าตัวเล็กอย่าพึ่งหลับ" ราสรีบห้ามปรามทันทีเพราะเขามีเรื่องที่จะถามเธออีกมาก

"มีอะไรเจ้าค่ะนายท่าน ตอนนี้ดาวมิติง่วงมากมากๆเลย..."

เสียงงัวเงียเหมือนเด็กเล็กใกล้กำลังจะงอแงดังมาจาก จิตวิญญาณของดาวมิติ

"เอ่อ!..ดาวจิตวิญ….เอาเป็นว่าตั้งแต่นี้ไปฉันจะเรียกเธอว่า 'ดาวน้อย'
ก็แล้วกันนะ แต่ตอนนี้ฉันมีปัญหาใหญ่อยู่เธอจะพอตอบคำถามฉันได้ไหม "

"เจ้าค่ะ ดาวน้อยจะช่วยตอบคำถามที่นายท่านอยากรู้เจ้าค่ะ แต่เร็วๆนะคะ ดาวน้อยง่วง " ดาวน้อยพูดเหมือนเด็กงอแง

"สีเลือดของฉัน กับออร่าสีทองรอบๆกายตอนนี้ฉันต้องทำยังไงถึงจะเอามันออกไปได้ ถ้าฉัน...ถ้าฉันออกไปเจอผู้คนตอนนี้คงต้องโดนจับเอาไปทดลองเป็นแน่"

ตอนนี้ราสเป็นกังวลกับเรื่องนี้จริงๆเพราะตอนนี้เขาต้องกลับเข้าไปในห้องโดยสารเรือ คนอื่นๆจะมีปฏิกิริยา ยังไงเมื่อเจอคนเรืองแสงได้

"เอาออกไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ มันเป็นออร่าและร่างกายของ กายาศักดิ์สิทธิ์ ระดับเทวะขึ้นไป ก็เหมือนกับนายท่านไม่ชอบแขนของตัวเองนายท่านจะต้องตัดออกไปเท่านั้นเองคะ"
ดาวน้อยตอบพร้อมตาปรือๆ

"อ่าว!!...งั้นพอมีวิธีซ่อนหรือปิดอำพลางอยู่บ้างไหม"
ราสตกใจกับคำตอบของเจ้าดาวน้อยจริงๆ เมื่อตอนขอเลือดกับพลังงานพูดเสียงอ่อนเสียงหวาน พอง่วงนอนขึ้นมาคำตอบเริ่มจะกวนๆ

"ถ้าแบบนั้นก็มีวิธีเยอะแยะเจ้าค่ะ แต่ความสามารถของนายท่านตอนนี้ คงใช้ได้เพียง 'สร้อยคอหมื่นมายา' เท่านั้นเอง มันอยู่ในหีบอุปกรณ์สวมใส่แถวๆนั้นแหล่ะเจ้าค่ะ
มันเป็นสร้อยคอจี้เป็นรูปต้นไม้บนดวงจันทร์ การใช้ก็ส่งพลังงานทางจิตและตั้งสมาธิกำหนดจิตเอาเจ้าค่ะ...หมดธุระแล้วดาวน้อยจะไปนอนแล้วว…"

เมื่อพูดจบเธอก็เปลี่ยนเป็นดวงไฟวิ่งไปลอยนิ่งยู่ตรงมุมหนึ่งของพื้นที่

ราสถอนหายใจและส่ายหัวเบาๆ
เขาส่งจิตสำนึกออกไปและในตอนนี้สร้อยคอรูปต้นไม้บนดวงจันทร์ก็มาอยู่บนมือขวาของเขาทันที เขาพิจารณามองมันอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงสวมใส่มันลงไปที่คอ ของเขาแล้วจึงส่งพลังงานทางจิตรวมถึงกำหนด
รูปลักษณเดิมของเขาก่อนกำเนิดใหม่
ร่างกายภายนอกของเขากลับเป็น
ราสคนเก่าในทันที ผมยาวสีดำกลายเป็นทรงผมแฟชั่นชายทรงเดิมของเขา และออร่ารวมถึงรูปลักษณ แบบเทพเจ้าของเขาหายไป แต่ความหล่อเหลาและสง่างามยังคงมีมากกว่าราสในแบบปกติมากอยู่ดีเนื่องจากอิทธิพลของกายาเทวะ ไม่สามารถจะปกปิดได้อย่างเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์

หลังจากนั้นราสต้องนั่งพักฟื้นอยู่เกือบ 15 นาทีเพราะเขาไม่สามารถลุกยืนได้เนื่องจาก เขาใช้พลังงานทางจิตวิญญาณไปมากในวันนี้

"ฉันคงต้องกลับเข้าไปที่ห้องพักของฉันก่อนเป็นอันดับแรก เพราะดูจากสภาพของเรือสำราญลำนี้แล้วน่าจะจมลงในอีกไม่นาน มันจะต้องวุ่นวายน่าดู ตอนที่คนทยอยลงเรือยางช่วยชีวิตกัน"

ราสขยับกายลุกขึ้นยืนและก้าวไปทางห้องโดยสารระหว่างทางเขาเจอหนังสือที่เขาอ่านค้างไว้อยู่
ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ต่างๆดังที่ผ่านมา เขาจึงหยิบหนังสือเล่มนั้นขึ้นมา

"หืม!!...หนังสือยังงั้นเหรอ!!..."


………….

จบบท
โดย: เสียงกล่อมของแมลง


…….








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11 ความคิดเห็น