DEMON GOD OF DIMENSION จอมเทพอสูรจ้าวมิติ

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2 มือสังหาร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 254
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    12 ส.ค. 63

ตอนที่ 2 มือสังหาร


"คลืนนนน!"

เมฆดำทะมึนกำลังลดระดับต่ำลงมาเรื่อย ๆ ราวกับว่าพายุที่น่ากลัวนี้กำลังจะถล่มและกดทับลงมาที่พวกเขาโดยตรง แรงกดดันรอบด้านพลันหนักอึ้งขึ้นมาทำให้กลุ่มคนเริ่มรู้สึกอึดอัดหายใจหายคอไม่สะดวกเหมือนปริมาณออกซิเจนทั่วทั้งบริเวณนี้กำลังจะหมดไป

ความกดดันเริ่มหนักขึ้นและหนักขึ้น นี่คือความกดดันที่มองไม่เห็น ภายใต้ความกดดันนี้หลายคนรู้สึกอึดอัด บางคนรีบกลับเข้าไปที่ห้องพักในตัวเรือของพวกเขาทีละคน ความรู้สึกไม่สบายใจของ ราส เริ่มทวีความรุนแรงและหนักขึ้นเรื่อย ๆ แต่เขาไม่ได้ทำตามคนอื่นๆที่กลับเข้าไปในตัวเรือเพราะเขารู้สึกว่าจะอันตรายมากกว่าถ้ากลับเข้าไปในห้องพัก และความรู้สึกและสัญชาตญาณบ่งบอกให้เขาอยู่บนดาดฟ้าเรือเข้าไว้

ความรู้สึกนี้คืออะไร? เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนความรู้สึกถึงอันตรายและความตื่นเต้นไปพร้อมๆกันเลือดในกายเดือดพล่านตื่นตัวอย่างสูงสุดกระตุ้นเขาจนแทบอยากกระโจนเข้าไปในใจกลางของพายุ เขาสับสนและมึนงงและไม่เข้าใจสิ่งนี้ที่เกิดขึ้นกับร่างกายเขาว่าความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไรกันแน่?


" ทุกคน!...ดูที่นั้นสิ!!" หญิงสาวชาวอเมริกันชี้ไปที่ท้องฟ้า

หลายคนมองขึ้นไปตามมือของหญิงสาว ราส ก็อยู่ในกลุ่มของพวกเขาด้วยและฉากที่พวกเขาเห็นนี้จะทำให้พวกเขาทุกคนต้องจดจำไปตลอดชีวิต

ทันใดนั้นเมฆที่ม้วนตัวหมุนวนอยู่บนท้องฟ้าก็พลันเปลี่ยนเป็นเกลียวพายุขนาดใหญ่ สายฟ้านับพันนับหมื่นสายถูกดึงดูดและม้วนพันอยู่ในกระแสแห่งคลื่นพายุขนาดใหญ่นี้ สายฟ้าสีแดงนับไม่ถ้วนรวมตัวกันกับสายฟ้าสีน้ำเงินเข้มจนกลายเป็นสายฟ้าสีม่วงขนาดยักษ์ผ่าตกลงมาในทะเลไม่ห่างจากเรือสำราญมากนัก

"บรูมมม!"

เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นหวั่นไหวทำให้ทุกคนบนดาดฟ้าเรือหูอื้อและหนวกไปชั่วคราว แรงสั่นสะเทือนส่งผลกระทบต่อเรือสำราญทันทีถึงแม้ตัวเรือจะมีขนาดที่ใหญ่กว่าเรือบรรทุกเครื่องบินก็ตาม

เสียงร้องตะโกนและเสียงกรีดร้องของกลุ่มคนบนดาดฟ้าเรือแม้แต่การแสดงบนเวทีของวงนักร้องและเหล่านายแบบนางแบบก็หยุดลงทันที

ทันทีที่ฟ้าผ่าลง น้ำทะเลก็เดือดพล่านเหมือนหม้อต้มน้ำเดือด มวลน้ำขนาดยักษ์ไอน้ำและน้ำทะเลพวยพุ่งขึ้นสูงจากแรงระเบิด และทันใดนั้นหนวดขนาดใหญ่ก็ยื่นโผล่พ้นออกมาจากกลางทะเลดึงดูดความสนใจของทุกคนไปในทันที

"เฮ้ย!!!...นั่นมันอะไรว่ะน่ะ สัตว์ประหลาดยังงั้นเหรอ? สัตว์ประหลาดยักษ์!"

“ ปลาหมึก!...มันคือปลาหมึกยักษ์!...แม่เจ้าโว้ย..มันจะใหญ่โตอะไรขนาดนี้?….”

เมื่อสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ในทะเลโผล่ขึ้นมาทุกคนก็เห็นรูปร่างหน้าตาของมันได้ชัดถนัดตา
ปลาหมึกยักษ์ตัวขนาดใหญ่อย่างหาที่เปรียบมิได้ยากที่จะบรรยายเป็นคำพูด ถ้าเทียบกับขนาดของเรือสำราญที่มีขนาดใหญ่กว่าเรือบรรทุกเครื่องบินแล้วปลาหมึกขนาดยักษ์ตัวนี้มีขนาดเกือบถึงครึ่งหนึ่งของเรือสำราญเลยทีเดียว

ราสเองก็ตะลึงงั้น มองอย่างมึนงงเขารู้สึกว่าเรื่องนี้มันจะเป็นไปได้อย่างไรนี่คือสิ่งมีชีวิตที่มีอยู่จริงๆในโลกของเรายังงั้นเหรอ? แล้วปกติมันไปอยู่ที่ไหนทำไมไม่เคยมีใครเคยเห็นมาก่อน ทั้งๆที่เทคโนโลยีในสมัยนี้สามารถสำรวจได้ลึกจนถึงใต้พื้นมหาสมุทร
หรือว่ามันจะเป็นปลาหมึกยักษ์ในตำนานของชาวเรือในมหาสมุทร
"หมึกยักษ์คราเคน"

ปลาหมึกยักษ์ตัวนี้มีหนวดระโยงระยางบางหนวดน่าจะยาวถึงเกือบๆร้อยเมตรเป็นอย่างน้อย
ในเวลานี้มันโบกหนวดหลายเส้นของมันไปมาอย่างปั่นป่วนและสับสน
วุ่นวายน้ำทะเลไหลกระเพื่อมเกิดคลื่นอย่างรุนแรงตามการโบกสะบัดหนวดยักษ์ของมัน

เรือสำราญขนาดใหญ่อันมีสัญลักษณ์เทพีแห่งความรุ่งโรจน์ อยู่ด้านหน้าของเรือ ในเวลานี้เกือบจะกลายเป็นเรือลำเล็กธรรมดาลำหนึ่งโคลงเคลงไปมาท่ามกลางธรรมชาติอันยิ่งใหญ่และสัตว์ทะเลยักษ์ ไม่เหลือพลังและอำนาจของสิ่งประดิษฐ์อันทรงพลังที่เหล่ามนุษย์ภาคภูมิใจเมื่อเปรียบเทียบกับสิ่งเหล่านี้

เมื่อเกิดคลื่นอันรุนแรงกระแทกเข้ากับตัวเรือทำให้ตัวเรือแกว่งและโคลงเคลง บางคนที่ไม่มีเวลาจะเข้าไปในห้องโดยสารได้ทันถูกโยนกระเด็นหลุดออกจากตัวเรือและสูญหายลงไปในทะเลท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย คนที่เหลือพยายามเกาะยึดติดเหนี่ยวรั้งสิ่งของใกล้ตัวราวกับว่าพวกมันคือฟางเส้นสุดท้ายแห่งชีวิต

แรงกดดันจากบนท้องฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและยังทำให้ผู้คนรู้สึกยากที่จะหายใจเพิ่มขึ้นอีก
ในตอนนี้ปลาหมึกยักษ์นั้นก็กำลังคลั่งและรู้สึกถึงแรงกดดันด้วยเช่นกัน ในขณะที่กวัดแกว่งโบกหนวดของมันไปมานั้นมันพลันส่งเสียงคำรามที่น่ากลัวเพื่อต่อต้านแรงกดดันนั้นออกมา

"ฮูมมมมม!"

“ ….ราสเองก็สะดุ้งตกใจและฟื้นคืนจากความสับสนมึนงงจากแรงกดดันของท้องฟ้า "ฉัน..ก็พึ่งรู้วันนี้ นี่หล่ะว่าปลาหมึกมันร้องคำรามได้!"
หลังจากที่ราสได้ยินปลาหมึกคำรามเขาก็รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก

พายุเมฆสายฟ้าขนาดใหญ่ดั่งเหมือนกับมีชีวิต เมื่อมันรู้สึกถึงการต่อต้านและยั่วยุของปลาหมึกยักษ์ พายุสายฟ้าขนาดใหญ่เคลื่อนตัวต่ำลงมาและมีสายฟ้าสีม่วงขนาดยักษ์พุ่งออกมาจากใจกลางพายุสายฟ้าผ่าลงตรงมายังปลาหมึกยักษ์ในทันที


มันพยายามใช้หนวดอันมากมายของมันต่อต้านสายฟ้าสีม่วงที่ผ่าลงมามันส่งเสียงคำรามได้อีกเพียงครึ่งคำแล้วร่างกายของมันก็ถูกฟ้าผ่าเข้าแบบเต็มๆด้วยความรุนแรงของสายฟ้าร่างกายของมันถูกแยกออกเป็นส่วนๆพร้อมกับมีควันดำลอยโขมงและมีกลิ่นหมึกย่างฟุ้งตลบทำให้บรรยากาศดูแปลกประหลาดไปเล็กน้อย

ปลาในทะเลบริเวณใกล้เคียงเป็นจำนวนนับไม่ถ้วนที่ได้รับผลกระทบจากฟ้าผ่าถูกกระแสไฟฟ้าที่รุนแรงช๊อตตายลอยอยู่รอบ ๆ ตัวของหมึกยักษ์แม้แต่ฉลามสองสามตัวก็ยังอยู่ในหมู่ปลาที่ตายพวกนั้นด้วย

และหลังจากการตายของปลาหมึกยักษ์พื้นน้ำในทะเลก็ค่อยๆสงบลงเล็กน้อยและทำให้ผู้คนที่อยู่บนดาดฟ้าของเรือสำราญผ่อนคลายลงได้บ้าง

แม้กระทั่งตัวราสเองยังถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"เชี่ยยย..เอ้ย!..ฉันก็คิดว่ามันจะเป็นบอสใหญ่ของบทนี้ที่คนเขียนส่งมาไม่คิดว่ามันจะถูกฆ่าตายกลายเป็นหมึกย่างภายในโช๊ะเดียวทันทีที่ออกมาเล่นแค่ฉากหนึ่ง...."

ในขณะนั้นเองมีเสียงประกาศจากเครื่องกระจายเสียงของเรือสำราญดังขึ้นและเสียงนั้นคือเสียงของโรเบิร์ต กัปตันของเรือสำราญ "เรียนท่านผู้โดยสารทุกๆ ท่านขอให้กลับไปที่ห้องพักของท่านหรือรวมที่ห้องโดยสารด้านในโดยเร็วที่สุดเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น!"

ทุกๆคนชูนิ้วกลางขึ้นพร้อมกันและหันไปทางห้องควบคุมบนหัวเรือ! (Fu*k)

"และเพื่อความปลอดภัยประตูทุกๆบานจะปิดลงหลังจากผ่านไปห้านาทีโปรดกลับไปที่ห้องพักของท่านหรือในห้องโดยสารโดยเร็วที่สุด!"
โรเบิร์ตกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงที่เข้มงวด ตัวเขาขณะนี้มีความกังวลและเครียดเป็นอย่างมาก เพราะในครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก แม้ว่ามันจะเป็นภัยพิบัติจากธรรมชาติก็ตาม แต่พวกเขาในฐานะกัปตันและเหล่าบรรดาลูกเรือก็ยังต้องแบกรับความรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น

กลุ่มคนส่วนใหญ่ลุกขึ้นยืนและค่อยๆเดินเข้าไปในที่พักหรือห้องโดยสารยกเว้นราส ตำแหน่งของเขาอยู่ห่างจากห้องโดยสาร ที่ใกล้ที่สุดประมาณสามหรือสี่เมตรเท่านั้นเอง แต่เขาไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย นั้นเพราะความรู้สึกและสัญชาตญาณของเขายังไม่หายไป และยังคงรู้สึกถึงมันได้มากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ

เขาจึงยังคงลังเลที่จะเข้าไปในห้องโดยสารและตามเหตุผลโดยไม่คำนึงถึงสัญชาตญาณทางร่างกายที่แจ้งเตือนเขาอยู่ในขณะนี้นั้น ถ้าเขาไม่เข้าไปด้านในเขาก็จะอันตรายมากกว่าเดิมแน่ถ้าห้องโดยสารถูกปิดตัวลง

ตัวเรือสำราญยังคงสั่นสะเทือนแกว่งไปมาพร้อมกับคลื่น แต่ก็ยังคงเบากว่าตอนที่หมึกยักษ์บ้าคลั่งอาระวาดมากแต่ก็ยังคงทำให้คนที่กำลังเดินกลับไปยังห้องโดยสารนั้นเดินแทบไม่ได้ ตอนที่ราสยังตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเข้าไปในห้องโดยสารดีหรือไม่นั้น
ชายวัยกลางคนลักษณะแบบชาวเอเชียก็ขาอ่อนและทรุดตัวลงเมื่อเขากำลังเดินเข้าไปใกล้กับห้องโดยสาร
เขาล้มลงเซไถลไปกับพื้นและกลิ้งเข้ามาทางด้านที่ราสยืนอยู่

"เฮ้...ช่วยฉันด้วย..น้องชาย!" ชายวัยกลางคนร้องตะโกนขอความช่วยเหลือเสียงดัง เพราะถ้าไม่มีใครช่วยดึงเขาขณะที่เขากำลังเกาะราวกั้นของดาดฟ้าเรือไว้ เขาก็อาจจะตกลงไปในทะเลได้

แต่เดิมราสยังคงลังเลว่าจะช่วยเขาดีหรือไม่ เพราะตัวเขาเองก็ไม่อยากเป็นฮีโร่โดยที่เอาชีวิตของตัวเองเข้าไปเสี่ยงในการช่วยเหลือผู้อื่น
แต่เมื่อเขาได้ยินอีกฝ่ายตะโกนพูดออกมาเป็นภาษาไทยเขาจึงไม่ลังเลที่จะค่อยๆเดินเกาะราวไว้และยื่นส่งมือไปให้ชายวัยกลางคนจับ


ชายคนนั้นรีบเอื่อมมือออกมาอย่างรนราน จับมือของราสไว้แน่นและดึงตัวของเขาขึ้นมาทันที
"โอ้ย...ฉันเกือบจะตายแล้วขอบใจมากน้องชายที่ช่วยเหลือฉัน!"

แต่ราสนั้นเอ่ะใจขึ้นมาทันที แรงจากแขนของชายวัยกลางคนไม่ธรรมดาเลยหนำซ้ำยังมีกำลังมากกว่าราสเสียอีก คนแบบนี้จะลื่นไถลล้มลงได้ยังไงและสัญชาตญาณความรู้สึกถึงอันตรายร้องเตือนเขาขึ้นอีกครั้ง

เขารีบสะบัดแขนออกจากมือของชายวัยกลางคนทันที แต่ทว่าไม่สามารถหลุดออกจากกำลังข้อมือของอีกฝ่ายได้เขารู้สึกเจ็บที่แขนของเขาขึ้นมาทันเนื่องจากแรงบีบของชายวัยกลางคน

"โอ้วว..รู้ตัวเร็วดีนี่หว่า...ถึงว่าไอ้เด็กเวรลูกกระจ๊อกพวกนั้นถึงทำอะไรแกไม่ได้"
ชายวัยกลางคนจ้องมองมาที่ราสดังหมาป่าจ้องมองเหยื่อของมันและพูดพร้อมกับแสยะยิ้มอย่างโหดเหี้ยมว่า

" ทางตระกูลถังให้ฉันบอกกับแกว่า แกมันไม่ควรที่จะเกิดมาในโลกใบนี้ ฉะนั้นจงไปตายซะและก็จงหลับให้สบายอย่างไม่ต้องกังวลอะไร..ฮิฮิฮิ”

เมื่อเขาพูดจบเขาชักมีดออกมาและกระชากแขนที่เขายังจับราสไว้อยู่นั้นดึงเข้ามาแล้วแทงสวนเข้าไปทางด้านหน้าอกข้างซ้ายของราสในทันที…..


…………….
จบบท




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11 ความคิดเห็น