DEMON GOD OF DIMENSION จอมเทพอสูรจ้าวมิติ

ตอนที่ 15 : ตอนที่ 15 สนามพลังประหลาด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 108
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    27 ส.ค. 63

ตอนที่ 15 สนามพลังประหลาด


ตอนนี้ ราส ยืนอยู่ด้านหลังหินก้อนใหญ่ริมทะเล เขาสับสนเล็กน้อยและหันหน้าไปชำเลืองมองดวงอาทิตย์เพื่อกะเวลา เขาจำได้ว่าตอนเขาเข้าไปในโลกมิติเป็นเวลาประมาณ บ่ายสามโมงครึ่ง จากการกะระยะเวลาของเขาคร่าวๆ เขาอยู่ใลกมิติหนังสือ ประมาณ 45-50 ชม. ซึ่งในอัตตราส่วนเวลา 1 ต่อ 600 นั้นเขาหายไปประมาณแค่ 5 นาที แต่เขายังไม่มั่นใจเท่าไหร่นัก

ราสดึงบุหรี่ยี่ห้อดีของอเมริกัน ออกมาจากพื้นที่มิติหนึ่งซอง พร้อมกับดึงออกมา 2-3 มวนโยนทิ้งไป แล้วนำบุหรี่ใส่กระเป๋ากางเกง แล้วจึงเดินกลับไปทางที่พัก ราสเห็นชายวัยกลางคนชาวราตินคนนั้น ยังคงเดินดูแลความเรียบร้อยอยู่ในบริเวณที่เดิมเขาจึงเดินเข้าไปทัก

"เฮ้..พี่ชาย ขอโทษทีนะครับตอนนี้เวลาเท่าไหร่แล้วครับ พอดีผมไม่ได้พกนาฬิกามา"

ราสเอ่ยถามขึ้นอย่างสุภาพ เพราะบางทีตัวเขาอาจต้องพึ่งพาคนพวกนี้ในเรื่องบางอย่างต่อไป ซึ่งสำหรับราสเขาชอบทัศนคติที่ว่า มีมิตรย่อมดีกว่ามีศัตรู

"อ้าว!..น้องชายไหนว่าไปเดินเล่น ทำไมถึงกลับมาเร็วนักล่ะ " ชายวัยกลางคนหันมายิ้มให้เขาและถามกลับ

"พอดีผมเดินไปแล้ว พื้นที่ตรงนั้นมีแต่โขดหินเต็มไปหมด มันไม่น่าเดินเล่นเลย ก็เลยกลับมาหน่ะครับ แล้วตอนนี้กี่โมงแล้วละครับเนี่ย "

ราสถามเวลาเพื่อยืนยันการกะระยะเวลาของเขาอีกครั้ง

"อืม...บ่ายสาม 40 นาทีหน่ะน้องชาย
ยังมีเวลาเหลืออีกมากกว่าจะถึงเวลาอาหารค่ำ น้องชายหิวอย่างนั้นรึ ฉันมีแคร็กเกอร์ติดตัวอยู่บ้างนายเอาไปซิ"

หลังจากที่ชายวัยกลาวคนดูนาฬิกาที่ข้อมือและบอกเวลากับราส เขาก็กำลังหยิบถุงแคร็กเกอร์ในกระเป๋าคาดเอวส่งให้ราส

"โอ้วว!!...ขอบคุณมากพี่ชาย แต่ผมไม่ได้หิวหรอกครับ พี่ชายเก็บไว้เถอะผมแค่ถามเวลา เพื่อจะไปหาที่งีบหลับซักเล็กน้อยหน่ะครับ"

ราสขอบคุณเขาและปฏิเสธรับอาหารจากเขา แล้วราสจึงควักบุหรี่ที่เขาเตรียมไว้ในกระเป๋ากางเกงยื่นส่งให้ชายวัยกลางคน

"พี่ชายบุหรี่จากอเมริกา ครับพอดีผมพกติดตัวมานิดหน่อย แต่ผมไม่ได้สูบประจำหรอกครับ นานๆทีถึงจะสูบสักมวน พี่ชายรับไปเถอะครับ"

"ฮืม!..ยี่ห้อนี่ของอเมริกันแท้เลยนี่ น้องชายนี่รสนิยมดีมากเลย ขอบใจนะ ฉันชื่อโจเซ่ เคยเป็นทหารมาก่อนแต่ตอนนี้ปลดประจำการแล้วก็เลยมาเป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยให้กับบริษัทเรือสำราญหน่ะ "

ชายวัยกลางคนรับบุหรี่ไปอย่างชอบอกชอบใจ พลางยิ้มและแนะนำตัวกับราสอย่างเป็นกันเอง

"ผมชื่อ อัคราช พี่ชายเรียกผมว่า
ราส ก็ได้ครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ"

ราส แนะนำตัวและพูดคุยกับโจเซ่ อีกครู่หนึ่งแล้วจึงขอตัวออกมา โจเซ่ พยักหน้าให้เขาและบอกกับเขาว่าถ้ามีปัญหาอะไรไปถามหาเขาได้ที่กองอำนวยการกลาง เขายินดีช่วยราสเพราะเขาถือว่าราสเป็นเพื่อนของเขา

"เวลาค่อนข้างจะตรงกับที่ฉันคำนวนไว้ ครั้งหน้าคงต้องเตรียมนาฬิกาจับเวลาไว้บ้างแล้ว " ราสเดินคิดเรื่อยเปื่อยจนไปถึงด้านหน้าโรงนอนหลังที่ 16 ของเขา

เขาเดินเข้าไปตรงที่พักของเขา ที่พักของราสนั้นอยูตรงมุมด้านใน ตอนนี้ในโรงนอนก็มีหลายคนนอนพักผ่อนอยู่ และอีกหลายๆคน ก็จับกลุ่มพูดคุยกันอย่างผ่อนคลาย พวกเขาพูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์เมื่อวันก่อน รวมถึงพูดเกี่ยวกับคนจำนวนมากที่เสียชีวิตในเหตุการณ์

" วันนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ฉันนั่งอยู่ที่ร็อบบี้ในคาสสิโน เลยไม่รู้อะไรเลย " ชายร่างท้วมถามอย่างสงสัย

"ตอนนั้นฉันเห็นชัดเลยล่ะ มีพายุสายฟ้า ผ่าลงมาแล้วก็มีปลาหมึกยักษ์ขนาดใหญ่แบบสุดๆ เหมือนในภาพยนตร์ ฉันงี้ยืนอึ้งอ้าปากค้างไปเลยหล่ะ " ชายค่อนข้างสูงวัยกล่าวออกมา

"ใช่ๆ มันน่ากลัวมาก แล้วหลังจากนั้นปลาหมึกยักษ์นั่นก็โดนฟ้าผ่าตาย กลิ่นนี้หอมฉุ่ยเชียวหล่ะ ฉันนี่อยากกินกับน้ำจิ้มขึ้นมาทันทีเลย " หนุ่มอ้วนใส่แว่นข้างๆชายสูงวัยกล่าวเสริมขึ้นมา

พวกเขาหัวเราะและพูดคุยกันต่อ ตอนนี้พวกเขาผ่อนคลายเป็นอย่างมากหลังจากผ่านเหตุการณ์เลวร้ายต่างๆแล้วยังรอดมาได้ เมื่ออยู่บนเกาะที่ค่อนข้างใหญ่พอๆกับจังหวัด จังหวัดหนึ่งนั้นพวกเขาแน่ใจว่าอีกไม่นานคงได้กลับบ้านกันอย่างแน่นอน


……..


" กัปตัน ทีมรักษาความปลอดภัยที่เดินออกสำรวจตั้งแต่ช่วงเช้ากลับมาแล้ว และมีผู้บาดเจ็บกลับมาด้วย หัวหน้าชุดหน่วยรักษาความปลอดภัยเชิญกัปตันและพวกท่านทุกคนปรึกษาเรื่องบางอย่างครับ "

ลูกเรือคนหนึ่งวิ่งมารายงานกลุ่มของกัปตัน และบรรดาแขกชั้นสูงในเต้นท์ใหญ่ของกองอำนวยการ

"เกิดอะไรขึ้น? พาฉันไปดูเร็ว! "

กัปตันโรเบิร์ตค่อนข้างตกใจ เมื่อเช้านี้หลังจากทุกคนรับประทานอาหารเช้าแล้ว เขาได้สั่งให้หน่วยรักษาความปลอดภัย ประมาณ 20 คนพร้อมอาวุธครบมือ ออกไปสำรวจด้านในของเกาะ เพื่อสำรวจพื้นที่โดยรอบเพื่อจัดหาแหล่งน้ำ และคนพื้นเมืองบนเกาะ

เมื่อกัปตันโรเบิร์ตเดินมาถึงเต้นท์หลังใหญ่อีกหลังซึ่งไม่ไกลจากกองอำนวยการหลักมากนัก เขาเห็นคนในทีมรักษาความปลอดภัยหลายคนบาดเจ็บ ตามตัวพวกเขามีเลือดออกแต่ไม่ได้ร้ายแรงมากนัก กำลังรับการรักษาและทำบาดแผลจากทีมแพทย์ของเรือ

"เกิดอะไรขึ้น !? ทำไมพวกนายถึงบาดเจ็บกลับมาล่ะ?"

กัปตันและทีมของเขามองดูสภาพของหน่วยรักษาความปลอดภัยที่ออกไปสำรวจอย่างเวทนา บางคนมอมแมม เสื้อผ้าฉีกขาดผมเผ้ากระเซอะกระเซิง ดูน่าสงสารอย่างยิ่ง

"กัปตัน ผม นาธาน หัวหน้าทีมที่ออกไปสำรวจครั้งนี้ครับ "
ชายหนุ่มร่างกายกำยำ ไว้หนวดเครา ลักษณะคล้ายชาวอาหรับ เดินเข้ามาทำความเคารพในแบบทหารและรายงานตัวต่อเขา

"อืม.. นาธาน คุณสามารถอธิบายให้ผมฟังได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับลูกทีมของคุณ "

กัปตันโรเบิร์ต พยักหน้าทำความเคารพกลับในแบบของทหาร และสอบถามเขาในทันที


นาธานเริ่มเล่าให้คนทั้งหมดได้ฟังในทันที เขาเล่าว่าหลังจากที่ทีมของเขาทั้ง 20 คนได้รับคำสั่งจากกัปตันโรเบิร์ตให้ออกสำรวจรอบๆเกาะ

ทีมของเขาเลือกผ่านเข้าไปตรงกลางของเกาะ หลังจากที่ออกเดินทางผ่านป่าได้ประมาณ 30 นาทีหรือระยะทางประมาณ 12 กิโลเมตรจากฐานอำนวยการบนชายหาด

ทีมของเขาพบเจอกับขอบเขตคล้ายคลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้า เป็นม่านหมอกกั้นบางๆระหว่างพื้นที่ นาธานและทีมของเขาพยายามผ่านหมอกกั้นบางๆนั้นเขาไป แต่ไม่สามารถเข้าไปได้ พวกเขาจึงทำการหยุดพักในบริเวณนั้นเพื่อสำรวจรอบๆ แนวของสนามแม่เหล็กแปลกประหลาดนี้

แนวสนามพลังครอบคลุมบริเวณยาวเกือบจะทั่วทั้งเกาะ พวกเขาทดลองหลายวิธี จนสามารถพบว่า หากต้องการที่จะผ่านหมอกกั้นบางๆนี้เข้าไปนั้นพวกเขาไม่สามารถพกพาสิ่งของแปลกปลอมใดๆผ่านเข้าไปได้เลย กล่าวคือพวกเขาไม่สามารถแม้กระทั่งใส่เสื้อผ้าผ่านเข้าไปได้ นาธาน จึงได้สั่งให้ลูกทีมเขา 5 คนถอดเสื้อผ้าและอุปกรณ์ติดตัวทั้งหมดออกและทดลองผ่านเข้าไป ทั้ง 5 คนสามารถผ่านเข้าไปและกลับออกมาได้โดยไม่ติดขัดอะไร

พวกเขาจึงทำการทดสอบสนามพลังพื้นที่นั้นเพิ่มเติม จึงได้ข้อสรุปว่า สิ่งที่สามารถเข้าหรือออกจากพื้นที่กั้นของสนามพลังประหลาดนี้ได้ ต้องเป็นสิ่งมีชีวิตหรือสิ่งของที่ทำมาจากชีวะภาพเท่านั้น สิ่งอื่นใดล้วนไม่สามารถนำเข้าหรือออกจากสนามพลังประหลาดนี้ได้ พวกเขาทดสอบกับหลายๆสิ่งด้วยกัน ก้อนหิน,โลหะ ,ใยสังเคราะห์ ไม่สามารถ นำผ่านสนามพลังนี้ได้เลย แต่น้ำ อาหาร กิ่งไม้ กระดูกสัตว์ รวมถึงสิ่งมีชีวิต สามารถผ่านสนามพลังนี้ได้อย่างสบาย

หัวหน้าทีม นาธาน และลูกทีมของเขาอีก 10 คนถอดชุดและอุปกรณ์ทั้งหมดออกจากตัวและนำใบใม้ใบใหญ่มาร้อยต่อกันด้วยเถาวัลย์ เพื่อนำมาปกปิดร่างกายส่วนสำคัญเอาไว้ แล้วเขาจึงนำลูกทีมทั้ง 10 คนเข้าไปสำรวจด้านใน ส่วนลูกทีมที่เหลือให้วางแนวป้องกันที่รอบนอกรอพวกเขากลับมา

เมื่อ นาธาน และลูกทีมทั้ง 10 คนผ่านสนามพลังเข้าไป พวกเขารู้สึกสดชื่นเป็นอย่างมากพวกเขาทั้งหมดยืนสูดอากาศหายใจเข้าอย่างลึกๆหลายรอบ พวกเขารู้สึกว่าร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่า เหมือนว่าร่างกายได้พักผ่อนมากันอย่างเต็มที่

อากาศและบรรยากาศรอบๆ ทำให้พวกเขารู้สึกสบายตัวกันเป็นอย่างมาก แต่พวกเขาไม่กล้าไปไกลมากนักเนื่องจากพวกเขาไม่มีอาวุธป้องกันตัวเลยแม้กระทั่งมีดซักเล่มยังไม่สามารถพกเข้ามาได้ จึงได้แต่สังเกตบริเวณโดยรอบใกล้ๆเท่านั้น

พื้นที่ป่าและต้นไม้ในบริเวณที่พวกเขาเข้ามาด้านหลังของสนามพลังนั้น สูงใหญ่เป็นอย่างมากเหมือนเข้ามาในอีกโลกหนึ่งซึ่งแตกต่างกับพื้นที่นอกเขตสนามพลังเป็นอย่างมาก

พวกเขาเดินลึกเข้าไปอีกเล็กน้อยและเห็นต้นไม้หลายสิบต้นมีลักษณะคล้ายต้นแอปเปิล มีผลไม้สีเขียวสีแดงห้อยอยู่เต็มต้นไปหมด พวกเขาจึงเดินเข้าไปที่ต้นไม้ที่ใกล้ที่สุด

นาธาน และทีมของพวกเขาสังเกตดูอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าด้านในของป่าผลไม้นี้มีนกต่างๆ และสัตว์แปลกๆลักษณะคล้ายกระต่ายกำลังกินผลไม้ชนิดนี้อยู่ที่ต้นอื่นไม่ไกลจากพวกเขามากนัก เขาจึงเก็บผลไม้ที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาสังเกตดูเมื่อเห็นว่ามีหนอนและแมลงเจาะอยู่ที่ผลไม้ นาธาน จึงค่อนข้างแน่ใจว่าผลไม้ชนิดนี้กินได้ เขาจึงสั่งให้ลูกทีมทั้งสิบคนของเขาเก็บผลไม้ลงมา

นาธาน ทดลองบีบผลไม้ขนาดเท่าผลแอปเปิลให้แตกออก เนื้อข้างในของผลไม้นั้นเหมือนกับเนื้อของผลแอปเปิลที่เขารู้จักเป็นอย่างมาก เขาทดลองชิมมันเล็กน้อย นาธาน ตกตะลึงในทันที รสชาติของผลไม้นี้หอมหวานและอร่อยเป็นอย่างมาก เขากัดกินเข้าไปอีกหลายคำอย่างลืมตัว ความรู้สึกหอมหวานยังคงอบอวนอยู่เต็มปากของเขา เขาหันไปพยักหน้าให้ทุกคนลองชิมผลไม้ดู เมื่อทุกคนในทีมได้ลองกินผลไม้นี้แล้วพวกเขาตกตะลึงและมองหน้ากันทันที

"หัวหน้า!! ผลไม้นี้อร่อยมาก ผมไม่เคยกินผลไม้ชนิดไหนที่อร่อยแบบนี้มาก่อนเลย" ชายหนุ่มในทีมกล่าวออกมาอย่างตื่นเต้น และยังคงกัดกินผลไม้ในมือต่อไป

"พอก่อน! หยุดกินกันก่อนเราไม่รู้ว่ามันคือผลไม้อะไร ควรนำกลับไปให้ทีมแพทย์ที่มากับเรือดูซะก่อน หากกินมากเกินไปอาจเกิดปัญหาได้ "

นาธาน สั่งห้ามทุกคนทันทีและให้เก็บผลไม้ไปมากที่สุดเท่าที่จะมากได้

หลังจากที่ทุกคนกินผลไม้เข้าไปแล้วทุกคนรู้สึกว่าพวกเขาไม่หิวเลยและรู้สึกว่าความเหนื่อยล้า ทั้งหมดที่มีมาจากการเดินทางนั้นหายไปหมด พละกำลังฟื้นคืนมาอย่างเต็มที่ พวกเขาตื่นเต้นกันมากรีบเก็บผลไม้กันอย่างบ้าคลั่ง

ผ่านไปครู่ใหญ่ทุกคนหอบผลไม้กันจนเต็มมือไปหมด นาธาน กำลังสั่งให้ทุกคนถอนตัวกลับจุดพักที่ด้านนอกสนามพลัง ทันใดนั้นเขารู้สึกว่าลูกทีมของเขาหายไปคนหนึ่ง

"เช็คดูหน่อยสิว่าใครหายไป"
น้ำเสียงของ นาธาน ค่อนข้างหงุดหงิด

"รอน หายไปครับหัวหน้าเมื่อกี้หมอนั่นยังอยู่ข้างๆ!.."

"ผมอยู่นี่ครับหัวหน้า ขอโทษทีครับ"

ขณะที่ชายหนุ่มผิวสีคนหนึ่งในทีมกำลังจะรายงานกับ นาธาน ชายหนุ่มหุ่นล่ำผมสั้นเกรียน ก็ตะโกนขึ้นและเดินออกมาจากทางด้านหลังของต้นไม้ ใกล้ๆและชูสิ่งที่อยู่ในมือของเขาให้ทุกคนดู มันคือสัตว์ชนิดหนึ่งลักษณะคล้ายกระต่ายแต่ตัวของมันนั้นใหญ่กว่ากระต่ายทั่วไปเกือบสองเท่าและมีหางเป็นพวงคล้ายกับกระรอก

"หัวหน้า ผมเจอมันติดอยู่ที่ซอกหินไม่ไกลจากต้นไม้ ผมเลยจัดการมันด้วยก้อนหิน แต่มันอึดอย่างมากกว่าจะตายผมขว้างหินใส่มันจนเหนื่อย ผมว่าเนื้อของมันต้องอร่อยมาก อร่อยยิ่งกว่าผลไม้นั้นซะอีก กระต่ายย่างของฉัน ฮิฮิฮิ"

ทุกคนในทีมส่ายหัวและหัวเราะท่าทางของชายหนุ่มส่วน นาธาน นั้นเพียงขมวดคิ้วเล็กน้อย และไม่ได้ว่ากล่าวอะไร เพราะเรื่องแค่นี้นั้นถือเป็นเรื่องเล็กน้อยมากและพวกเขาอยู่ทีมเดียวกันมานานรู้นิสัยกันเป็นอย่างดี ถึงแม้ชายหนุ่มที่ชื่อ รอน จะเกเรและนอกแถวไปบ้างแต่เวลางานหมอนี้ก็ถือว่าเป็นคนที่ไว้ใจได้และทำหน้าที่ได้ดีคนหนึ่งเลยที่เดียว

กี๊ดๆ! กี๊ดดๆๆ!

แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังจะกลับไปที่จุดพักด้านนอกสนามพลังนั้นเอง เสียงร้องแหลมๆของกลุ่มสัตว์ชนิดหนึ่งก็ดังขึ้นมาในทันที พวกเขาทั้ง 11 คนหันมองไปทางเดียวกัน พวกเขาเห็นกลุ่มของกระต่ายประหลาดฝูงใหญ่นับไม่ถ้วน กำลังวิ่งตรงมาที่พวกเขามากมายเหมือนคลื่นน้ำป่าพวกเขาทั้งหมดยืนแข็งค้างขนลุกตั้งชันในทันที ด้วยจำนวนของพวกมันมากจนขนหัวลุก

"วิ่งงง!! วิ่งงง!! ทุกคนวิ่งกลับไปให้ไวที่สุดทิ้งทุกอย่างไว้"

นาธาน ตะโกนเรียกสติทุกคนในทีมอย่างสุดเสียง

"ไป! ไป! "

ทุกคนออกวิ่งกลับไปทางด้านสนามพลังกันอย่างสุดฝีเท้า พวกเขาโยนผลไม้ทิ้งแบบไม่สนใจใยดี แม้กระทั่งชายหนุ่มที่ชื่อ รอน ยังโยนซากกระต่ายประหลาดสุดรักสุดหวงของเขากระเด็นออกไปไกล

นาธาน หันกลับไปมองที่ด้านหลังของเขาครู่หนึ่งเขารู้ว่ากระต่ายประหลาดพวกนี้ต้องได้กลิ่นเลือดของพวกมันอย่างแน่นอน และมันรวมกลุ่มมากันได้มากขนาดนี้เป้าหมายนั้นชัดเจน อย่างมากนั้นคือจัดการผู้บุกรุกที่ทำร้ายพวกมัน

จากการวิเคราะห์ของเขา เขาแน่ใจสองอย่างคือ

หนึ่งที่นี่บริเวณนี้ต้องเป็นถิ่นที่อยู่ของพวกมันอย่างแน่นอน

สองพวกมันต้องมีสติปัญญาพอสมควรดูจากการที่พวกมันสามารถรวมกลุ่มกันอย่างรวดเร็วขนาดนี้แสดงว่าอย่างน้อยพวกมันสามารถสื่อสารกันได้

คิดถึงตรงนี้เขาก็สั่นสะท้านไปทั้งตัวรีบกระตุ้นให้ทีมของพวกเขาวิ่งไปอย่างไม่คิดชีวิต….


…….

จบบท





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11 ความคิดเห็น