Flower and Vase [BeeCris]

ตอนที่ 3 : Episode 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,406
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 93 ครั้ง
    25 ต.ค. 59

            บ่ายวันต่อมา หลังจากกลับบ้านไปนอนกอดโบรชัวร์และหลับฝันดีมาทั้งคืน ศิรินก็โผล่มาที่ร้าน Café Alive ของเธอด้วยใบหน้าสดใสผิดปกติจนลูกน้องในร้านออกปากแซวทันทีที่ได้เห็นหน้าผู้เป็นเจ้านาย

 

            “อารมณ์ดีมาจากไหนคะพี่คริส” เด็กสาวถามพลางบุ้ยปากไปทางช่อดอกลิลลี่สีขาวที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานในส่วนที่เป็นออฟฟิศของร้าน “จะใช่อารมณ์ดีเพราะเจ้าของดอกไม้หรือเปล่าน้า”

 

            “ดอกไม้อะไรอะ” คนอายุมากกว่าเลิกคิ้วด้วยความสงสัยระหว่างเดินจัดนู่นจัดนี่ไปรอบร้าน ให้พนักงานอีกคนต้องหอบช่อดอกไม้ออกมาให้ดูพร้อมคำแซวอีกหนึ่งกระบุง

 

            “ก็แหม บอสเราไม่ได้อะไรแบบนี้มาตั้งนานแล้ว เจออะไรที่มันกระชุ่มกระชวยหัวใจก็ต้องอารมณ์ดีเป็นธรรมดา”

 

            “แซวมากเดี๋ยวก็หักเงินเดือนให้หมดเลยนี่” ศิรินถลึงตาใส่ก่อนจะก้มมองช่อดอกไม้ในมือที่เป็นดอกลิลลี่สีขาวล้วนถูกจัดมาอย่างสวยงามจนเผลอทำให้เธอต้องยิ้มออกมาตอนที่เงยหน้าถามลูกน้อง “ใครส่งมาอะ”

 

            “ไม่รู้เหมือนกันค่ะ มีแมสเซนเจอร์มาส่ง เขาบอกแค่ว่าฝากให้พี่คริส”

 

            คำตอบนั้นทำให้คนถามพองแก้มเล็กน้อยอย่างขัดใจแล้วพลิกช่อดอกไม้ดูเผื่อว่าจะมีการ์ดหรืออะไรที่เป็นเบาะแสว่าช่อลิลลี่ปริศนาช่อนี้เป็นของใคร ซึ่งก็มีจริงๆเสียด้วย

 

            For You – B2311’

 

            ข้อความสั้นๆพร้อมชื่อคนส่งที่เขียนมาเป็นรหัสแปลกๆสร้างความแปลกใจให้คนรับมากกว่าเดิมจนต้องเรียกพนักงานในร้านมาช่วยถอดรหัสเผื่อจะนำไปสู่เจ้าของช่อดอกไม้ตัวจริงได้ “ป๊อป มาช่วยพี่คริสดูหน่อยสิ เขาเขียนอะไรมาก็ไม่รู้เนี่ย”

 

            เด็กสาวที่ชื่อป๊อปยื่นหน้ามาดูการ์ดใบเล็กในมือเจ้านายแล้วก็ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดไม่ต่างกันก่อนเสนอความเห็น “วันเกิดหรือเปล่าพี่คริส แบบคนส่งเขาเกิดวันที่ 23 เดือน 11 อะไรแบบนั้น”

 

            “แล้วตัวบีนี่ล่ะ”

 

            “อ้าว แล้วป๊อปจะไปรู้เหรอคะ” ป๊อปว่าขำๆและถามอย่างเพิ่งนึกขึ้นได้ “เอ้อ แล้วช่วงนี้พี่คริสได้คุยๆกับใครบ้างหรือเปล่าอะ”

 

            “ก็...ก็มีบ้าง” ศิรินอ้อมแอ้มตอบทั้งที่ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าระดับความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับน้ำทิพย์มันพอจะเรียกว่ากำลังคุยๆกันอยู่ได้หรือเปล่า ในเมื่อเพิ่งจะได้คุยกันจริงจังเมื่อวานนี้เอง

 

            แต่ความรู้สึกมันบอกชัดเจนว่าเธอกำลังโดน ‘จีบ’ แถมเป็นการจีบแบบซึ่งหน้าอีกต่างหาก

 

            “แล้วมีไลน์เขาหรือยังคะ”

 

            “ยังอะ เพิ่งเจอกันเอง” คนเป็นเจ้านายส่ายหน้าแล้วถามด้วยความสงสัย “แล้วมันเกี่ยวอะไรกันเนี่ย”

 

            “ก็มันอาจจะเป็นไอดีไลน์ก็ได้นี่คะ ป๊อปมีเพื่อนบางคนก็เอาชื่อกับวันเกิดมาตั้งไอดีไลน์นะ พี่คริสลองเสิร์ชดูสิ” เด็กสาวแนะ

 

            คนที่ใช้ไอดีทุกอย่างบนโลกใบนี้รวมทั้งอีเมลเป็นชื่อตัวเองว่า crishorwang อย่างศิรินไม่เก็ทเท่าไหร่หรอกว่าคนเราจะตั้งไอดีไลน์ยากๆไปเพื่ออะไร แต่สุดท้ายเธอก็ลองพิมพ์ตัวอักษรและตัวเลขทั้งห้าตัวนั้นลงไปในช่องเสิร์ชไอดีไลน์

 

            แล้วก็พบว่าใช่จริงๆเสียด้วย

 

            “ใช่จริงด้วยอะ แต๊งกิ้วนะป๊อป” เธอเงยหน้าขึ้นมาบอกลูกน้องด้วยสีหน้าดีใจจนปิดไม่มิดแล้วก้มหน้าลงมองภาพของเจ้าของไอดีไลน์นั้นก่อนกดปุ่มเพิ่มเป็นเพื่อนแบบไม่ต้องลังเล

 

            ส่วนหนึ่งก็ดีใจที่หาเจ้าของช่อดอกไม้เจอแล้ว และยิ่งดีใจมากกว่าเดิมเมื่อพบว่าเจ้าของช่อดอกไม้เป็นใคร

 

            ภาพประจำตัวของ B2311 เป็นภาพผู้หญิงสวมชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าเงียบขรึมมีรอยยิ้มน้อยๆที่มุมปากเหมือนเป็นภาพถ่ายจากนิตยสารธุรกิจเล่มไหนสักเล่ม ดวงตาเรียวคมแฝงความเอาจริงเอาจังตามประสานักธุรกิจดูมีเสน่ห์และดึงดูดใจอย่างประหลาด ส่วนสันจมูกของหล่อนที่คดนิดๆก็รับกับริมฝีปากบางอย่างน่ามอง

 

            และทั้งที่เป็นแค่รูปถ่าย ศิรินก็สัมผัสได้จากแววตาว่าหล่อนคงเป็นนักธุรกิจที่เฉียบขาดเอาเรื่อง ต่างกับคนที่ทำหน้าที่เป็นไกด์พาเธอทัวร์คอนโดฯอย่างสิ้นเชิง

 

            ดุ – ใจดี

 

          เอาจริงเอาจัง – อ่อนโยน

 

          เงียบขรึม – ช่างสรรหาถ้อยคำมาทำให้ใจสั่น

 

            บุคลิกของหล่อนช่างหลากหลายจนบอกไม่ถูกว่าจริงๆแล้วน้ำทิพย์เป็นคนยังไงกันแน่ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ศิรินแน่ใจคือเธออยากทำความรู้จักกับผู้หญิงคนนี้ให้คนทุกมุม

 

            เธอประคองช่อลิลลี่สีขาวที่เป็นดอกไม้ที่ตัวเองชอบมาแต่ไหนแต่ไรไว้อย่างทะนุถนอมและใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปมันส่งไปให้อีกฝ่ายพร้อมกับข้อความสั้นๆที่อ่านแล้วอ่านอีกจนมั่นใจแล้วว่าไม่ได้ดูเป็นการออกตัวแรงจนเกินไป

 

            Cris Horwang sent a photo

 

          Cris Horwang : ได้รับแล้วนะคะ ดอกไม้สวยมากเลย ขอบคุณมากน้า :)

 

            ส่งไปไม่กี่วินาที ยังไม่ทันจะกดออกจากหน้าแอพพลิเคชั่นด้วยซ้ำ คำว่า Read ที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอก็บ่งบอกว่าอีกฝ่ายเปิดอ่านข้อความแล้ว เธอจึงตัดสินใจส่งคำถามที่ติดอยู่ในใจเพิ่มไปอีกหนึ่งประโยค

 

          Cris Horwang : แล้วรู้ได้ยังไงคะว่าคริสชอบลิลลี่สีขาว

 

          Bee : เปล่านี่ บีจะไปรู้ได้ยังไงว่าคริสชอบดอกไม้อะไร 55555

 

          Cris Horwang : อ้าว ก็บีซื้อลิลลี่สีขาวมาให้นี่นา

 

          Bee : บีก็แค่เลือกดอกไม้ที่บีชอบให้คนที่บีชอบแค่นั้นเอง :)


20%


แค่นั้นศิรินก็หน้าร้อนวูบเพราะความเขินอาย ไม่ต้องหันไปส่องกระจกก็รู้ว่าตอนนี้หน้าเธอแดงมากขนาดไหน ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าหล่อนเข้ามาแบบไหน แต่พอได้รู้จากเจ้าตัวก็อดเขินขึ้นมาไม่ได้ เธอกอดช่อดอกไม้แน่นขึ้นนิดหน่อยระหว่างที่ก้มหน้าพิมพ์ข้อความตอบไป

 

          Cris Horwang : จีบปะเนี่ย 55

 

          Bee : ไม่ได้จีบอะ

 

          Bee : แต่ชอบ

 

            คนปากแข็ง! เธอนึกในใจแต่ก็เผลอกัดปากให้กับความช่างสำบัดสำนวนของหล่อน ไม่เคยนึกเลยว่าผู้หญิงท่าทางเงียบขรึมคนนั้น เวลาจะจีบใครสักคนจะน่ารักได้ขนาดนี้

 

            Cris Horwang sent a sticker

 

            สติกเกอร์เบะปากมองบนทำให้คนที่ก้มหน้าก้มตาอยู่กับโทรศัพท์มาหลายนาทีหลุดยิ้มออกมาท่ามกลางความแปลกใจของเพื่อนๆทั้งโต๊ะที่นานๆทีเสือยิ้มยากของกลุ่มจะมีรอยยิ้มสดใสได้ขนาดนี้

 

            ยิ้มแล้วก็สวยน่ารักจะตาย แต่ไม่รู้เป็นยังไง ชอบทำหน้านิ่งอยู่นั่นล่ะ

 

            “ผีเข้าหรือไงแก อยู่ดีๆก็ยิ้มเนี่ย” ราศีที่สังเกตเห็นความผิดปกติเป็นคนแรกออกปากทักพลางชะโงกหน้ามาดูโทรศัพท์ “ไหน คุยกับใคร เอามาดูซิ”

 

            “ยุ่งหน่าพี่แกน” เจ้าของโทรศัพท์ว่าพร้อมกับกดล็อคหน้าจอแล้วคว่ำโทรศัพท์ลงบนโต๊ะและเบี่ยงประเด็นด้วยการเปลี่ยนเรื่องคุย “พี่จี๊ดไปมัลดีฟส์มาเป็นไงบ้างอะ”

 

            “โอ๊ย ดีมากกก อากาศก็ดี ทะเลก็สวย แกต้องลองสักครั้งนะบี พี่บอกเลยว่าจะติดใจ ยิ่งถ้านอนบังกะโลกลางน้ำนะ ฟินสุด” แสงทอง นางแบบสาวที่ลาวงการไปเป็นแม่บ้านดูแลสามีอย่างเต็มตัวเล่าอย่างออกรสและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอวดรูปถ่ายจากเกาะมัลดีฟส์ที่เธอเพิ่งไปเที่ยวกลับมาเมื่อสัปดาห์ก่อน

 

            แล้วสุดท้ายบทสนทนาบนโต๊ะก็ถูกเปลี่ยนไปเรื่อยๆจนไม่ได้วกกลับเข้ามาเรื่องรอยยิ้มปริศนาของน้ำทิพย์ที่แอบกดโทรศัพท์ตอบไลน์ใครบางคนอยู่เรื่อยๆอีกเลย

 

            Bee : กำลังตัดสินใจว่าจะจีบดีมั้ย

 

          Cris Horwang : อ้าว ..

 

            หัวใจแทบร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่ออ่านประโยคนั้นจบ ศิรินคิดทันทีว่าเธอไม่ดีตรงไหนหรือทำอะไรไม่ถูกใจหล่อนหรือเปล่า แต่ก็ยิ้มออกเมื่อได้อ่านข้อความต่อมา

 

            Bee : ก็ความรู้สึกบี บีไม่ต้องขออนุญาตใคร

 

          Bee : แต่ถ้าจะจีบ ก็ต้องขอเจ้าตัวก่อนว่าจะยอมให้จีบหรือเปล่า :P

 

          Cris Horwang : ไม่ให้แล้ว!

 

          Cris Horwang sent a sticker

 

          Bee sent a sticker

 

          Bee sent a photo

 

          Bee : ง้อ

 

          Bee : ดีกันนะคะ

 

            ภาพที่น้ำทิพย์ส่งมาทำให้คนรับแทบไหลลงไปกองกับพื้น ยิ่งตามมาด้วยข้อความสั้นๆแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นขี้เล่นนั้นยิ่งทำให้อยากจะลอดจอโทรศัพท์เข้าไปหยิกแก้มหล่อนสักทีสองทีให้สมกับความน่ารัก

 

            ไม่เคยมีใครบอกเหรอว่าส่งรูปชูนิ้วก้อยมาขอคืนดีแบบนี้มันทำให้ผู้หญิงเขาหวั่นไหวน่ะ!

 

            Cris Horwang : นิสัยไม่ดี...

 

          Cris Horwang : รับผิดชอบเลยนะ

 

          Bee : ยังไงอะ

 

          Cris Horwang : จีบให้ติดเลย!

 

          เล่นทอดสะพานแถมยังหวั่นไหวกับเขาไปขนาดนี้แล้ว คงไม่ต้องจีบกันให้เสียเวลาแล้วมั้ง

 

            หลังจากทานอาหารและเมาท์กับเพื่อนต่ออีกหลายชั่วโมงเสร็จ น้ำทิพย์ก็ขับรถกลับมาที่บ้านอย่างอารมณ์ดี เธอผิวปากมาตลอดทางกระทั่งถึงบ้าน ก่อนจะเงียบลงเมื่อเท้าที่สวมสลิปเปอร์เหยียบลงบนพื้นหินอ่อนสีขาวสะอาดของบ้านและพบกับคุณนที ผู้เป็นพ่อที่กำลังสวมแว่นสายตานั่งอ่านเอกสารอะไรบางอย่างอยู่ที่ห้องนั่งเล่น

 

            “อ้าวบี กินข้าวมาหรือยัง” เขาเงยหน้าจากเอกสารขึ้นมาเอ่ยทักลูกสาว

 

            “กินแล้วค่ะ” น้ำทิพย์ตอบสั้นๆ “แล้วพ่อล่ะ กินหรือยัง”

 

            “กินแล้ว” ชายวัยค่อนคนตอบและก้มลงอ่านเอกสารต่อ

 

            ร่างสูงยืนมองภาพนั้นอีกครู่หนึ่งแล้วหันหลังให้พ่อ เดินขึ้นห้องนอนของตัวเองไปเงียบๆ

 

            บทสนทนาระหว่างพ่อกับลูกในวันนี้มีเพียงเท่านี้เอง เพราะถ้าไม่ใช่เรื่องงานกับเรื่องเรียน เราสองพ่อลูกก็ไม่เคยมีอะไรต้องคุยกันเลยสักครั้ง

 

            เธอทิ้งตัวลงบนเตียงนอนขนาดใหญ่ในห้องนอนที่เปิดเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ กำลังจะเอื้อมมือไปคว้าหนังสือที่อ่านทิ้งไว้มาอ่านต่อให้จบเล่ม แต่โทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างตัวก็สั่นขึ้นมาเสียก่อนจนต้องรีบคว้ามารับสาย

 

            เพราะ Cris is calling

 

            “ว่าไงคะ” น้ำเสียงอ่อนโยนกรอกลงไปตามสายราวกับเป็นคนละคนกับที่รับโทรศัพท์เมื่อวานนี้

 

            “คุยได้มั้ย” ปลายสายถามเสียงเกรงใจเพราะน้ำทิพย์เพิ่งหายไปจากไลน์ได้แค่ครึ่งชั่วโมงโดยมีข้อความทิ้งท้ายว่าขอขับรถก่อน ถึงบ้านแล้วจะไลน์บอก

 

            “ได้สิ บีเพิ่งถึงบ้านเลยยังไม่ได้ไลน์บอก คริสมีอะไรหรือเปล่า”

 

            “ไม่มีอะไรค่ะ” ศิรินปฏิเสธพลางเอนศีรษะพิงเบาะรถ “แค่อยากมีเพื่อนนั่งรถกลับบ้าน”

 

            “แค่เนี้ย” น้ำทิพย์หัวเราะเบาๆเมื่อได้ฟังเหตุผล “งั้นต้องมีข้อแลกเปลี่ยนนะ”

 

            “ยังไงอะ”

 

            “อยากมีเพื่อนกินข้าวเย็นวันพรุ่งนี้”

 

            “ต้องตกลงใช่ป่ะ” คนที่ยังคงอยู่บนทางด่วนเอนหัวพิงกระจกรถพร้อมกับอมยิ้มบางๆ เป็นมุกชวนกินข้าวเย็นที่ธรรมดาแต่กลับน่ารักที่สุดเท่าที่เคยเจอมาเลย

 

            “ใช่” คนชวนตอบสั้นๆ

 

            “ไปก็ได้” เธอรับปากด้วยเสียงเหมือนโดนบังคับทั้งที่ใจกระโดดไปอยู่ที่มื้อเย็นวันพรุ่งนี้เรียบร้อยแล้วและถามต่อ “แล้วนี่บีทำอะไรอยู่คะ คริสโทรมากวนหรือเปล่า”

 

            “กำลังจะอ่านหนังสือ แต่ไม่เป็นไรนะ คุยได้” น้ำทิพย์ตอบก่อนลงท้ายด้วยการออกตัวเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกเกรงใจไปมากกว่านี้

 

            “บีต้องอ่านหนังสืออสังหาฯยากๆหรือไม่ก็มาร์เกตติ้งแน่เลยใช่มั้ย” ศิรินเดา เธอไม่ค่อยได้อ่านหนังสือเท่าไหร่ ไม่มีเวลาก็ส่วนหนึ่ง แต่เหตุผลใหญ่น่าจะมาจากเพราะไม่ถูกโรคกับหนังสือมากกว่า เห็นตัวหนังสือเรียงกันเป็นตับทีไร ก็พาลให้รู้สึกง่วงขึ้นมาแบบบอกไม่ถูกทุกที

 

            “เปล่าสักหน่อย” ฝ่ายคนชอบอ่านหนังสือตอบพลางเอื้อมมือไปหยิบหนังสือสอนวิธีคิดเล่มโปรดของตัวเองขึ้นมาพลิกไปพลิกมาอย่างสบายอารมณ์ “บีอ่านได้ทุกแนวแหละ แต่ช่วงนี้บีชอบอ่านพวกหนังสือสอนวิธีคิด บีว่ามันสอนอะไรเราเยอะมากอะ เผลอๆจะช่วยเรื่องงานได้ดีกว่าอ่านหนังสือมาร์เกตติ้งอีก”

 

            “ยาก” คนฟังว่าแค่นั้นพร้อมกับทำปากยื่นน้อยๆตามนิสัย แน่นอนว่าเธอคงจะไม่กล้าทำหน้าแบบนี้ใส่อีกฝ่ายตรงๆเพราะกลัวจะโดนมองว่าเป็นเด็กไม่รู้จักโต จึงทำได้แค่ทำหน้างุยแบบนี้ใส่หล่อนผ่านทางโทรศัพท์เท่านั้น

 

            “ไม่ยากขนาดนั้นหรอก” มือเรียวชูหนังสือขึ้นเหนือศีรษะพร้อมกับจินตนาการว่าปกหนังสือเล่มนั้นเป็นใบหน้าแสนน่ารักของปลายสายก่อนจะเผยยิ้มให้ราวกับว่ากำลังยิ้มให้คนน่ารักคนนั้น “ถ้าอยากอ่านเดี๋ยวบีช่วยเลือก”

 

            ศิรินกลั้นยิ้มแทบไม่ไหวกับความน่ารักของคนพูดน้อยแล้วชวนคุยเรื่องวันพรุ่งนี้ต่อ “งั้นพรุ่งนี้เราเจอกันที่ไหนดี...”

 

            “เอาที่คริสสะดวกเลย บีไปตรงไหนก็ได้” คำตอบนั้นไม่ใช่ตอบด้วยความเกรงใจในการนัดพบกันครั้งแรก แต่เป็นการตามใจและให้เกียรติให้ฝ่ายนั้นเป็นคนตัดสินใจเลือกสถานที่เสียมากกว่า

 

            ถึงจะเป็นคนเงียบขรึม แต่น้ำทิพย์ก็มีประสบการณ์เรื่องความรักมากพอจะรู้ว่าเธอควรปฏิบัติตัวกับคนที่ชอบยังไง

 

            “งั้นมาเอ็มควอเทียร์มั้ย จะได้แวะร้านหนังสือด้วย” คนตัวเล็กเสนอ พรุ่งนี้เธอไม่มีโปรแกรมไปที่ไหนก่อน อาจจะไปถึงก่อนเวลาเล็กน้อยเพื่อชอปปิ้งฆ่าเวลาระหว่างรอให้อีกคนมาถึง

 

            “ได้ค่ะ บีเลิกงานหกโมง เดี๋ยวถึงแล้วโทรหาอีกทีนะ” น้ำทิพย์ตอบตกลงง่ายๆแล้วเหลือบตามองนาฬิกา “ดึกแล้วนะ ยังไม่ถึงบ้านอีกเหรอ”

 

            “หน้าหมู่บ้านแล้ว คริสวางดีกว่า บีจะได้พักผ่อน”

 

            “งั้นอาบน้ำเสร็จเดี๋ยวบีไลน์ไปนะ”

 

            “อื้ม ไว้คุยกันนะคะ” ศิรินว่าและตั้งท่าจะลดมือที่ถือโทรศัพท์ลงเพื่อกดวางสายแต่ก็ต้องชะงักเมื่ออีกฝ่ายพูดประโยคหนึ่งขึ้นมาเสียก่อน

 

            “ฝันดีค่ะ”

 

            “ยังไม่ได้นอนสักหน่อย เดี๋ยวค่อยบอกก็ได้นี่”

 

            “บีไม่ชอบบอกฝันดีแบบไม่ได้ยินเสียง”

 

            แล้วบอกอยู่คนเดียวเสร็จก็ตัดสายไปดื้อๆแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนกัน!

 

            ปกติน้ำทิพย์ไม่ใช่คนติดโทรศัพท์เลย ยิ่งเวลาทำงานยิ่งแล้วใหญ่เพราะเธอแทบไม่ได้ละสายตาจากคอมพิวเตอร์และแฟ้มเอกสาร แต่วันนี้ตั้งแต่ลืมตาตื่นมา เธอยังไม่ได้ละสายตาจากโทรศัพท์เกินสิบนาทีเลย ก็เพราะความน่ารักสดใสของคนที่คุยกันจนหลับคาแชทไปเมื่อคืนนั่นแหละ อะไรๆในโลกสีทึมๆของเธอันถึงได้ดูแปลกไปหมดแบบนี้

 

            ทั้งที่เรื่องที่คุยกันก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษไปกว่าเรื่องทั่วไป ทำอะไร อยู่ไหน กินข้าวหรือยัง งานเป็นไงบ้าง แต่ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าเรากำลังรู้จักกันมากขึ้นทีละนิดผ่านตัวอักษร

 

            อาจเป็นเพราะความรู้สึกของฝ่ายนั้นที่อัดแน่นอยู่ในทุกข้อความที่หล่อนส่งมาก็ได้

 

            น้ำทิพย์เพิ่งได้รู้ว่าตารางงานของนักแสดงมันน่าปวดหัวก็วันนี้ เมื่อศิรินไลน์มางอแงใส่ว่าตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เธอมีคิวละครแน่นเอี้ยดทุกวัน แถมยังสลับกันถ่ายสองเรื่องในบทบาทที่แตกต่างกันคนละขั้วอีกต่างหาก ไม่นับอีเวนต์ต่างจังหวัดสุดสัปดาห์หน้าและคิวถ่ายโฆษณาเดือนหน้าอีก

 

            แค่ฟังก็ทั้งสงสารทั้งนึกเอ็นดูหล่อนไปพร้อมๆกัน ทั้งที่เธอก็ไม่เคยนึกเลยว่าตัวเองจะต้องมานั่งรับมือกับความเป็นเด็กของนักแสดงสาวแบบนี้ และที่น่าแปลกใจที่สุดคือเธอไม่ได้รู้สึกว่าหล่อนน่ารำคาญเลยสักนิด

 

            ตรงกันข้าม กลับยิ่งรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้น่ารักขึ้นเรื่อยๆ

 

            หกโมงตรง รองประธานกรรมการผู้จัดการสาวก็เดินออกมาจากห้องทำงานท่ามกลางความแปลกใจของพนักงานทุกคนเพราะเธอมักจะเป็นคนสุดท้ายที่ออกจากออฟฟิศเสมอ แต่เพียงแค่สายตาเฉียบขาดกวาดสายตามองไปรอบตัววูบเดียว พนักงานที่เมื่อครู่ยังมีท่าทางสอดรู้สอดเห็นก็พากันก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองต่อโดยไม่กล้าจะสงสัยอะไรอีก

 

            ถึงการจราจรบนถนนสุขุมวิทในช่วงเย็นจะค่อนข้างหนาแน่น แต่ในที่สุด Porsche Cayenne สีดำก็พาร่างสูงมาถึงห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านพร้อมพงษ์ในเวลาเกือบทุ่ม โชคดีที่วนหาที่จอดรถได้เร็วกว่าที่คิด แต่ก็ไม่เร็วไปกว่าใจของเจ้าของที่ตอนนี้ลอยไปอยู่กับคนที่มาถึงตั้งแต่ตอนเย็นเรียบร้อยแล้ว

 

            “คริส อยู่ไหนคะ บีถึงแล้ว” น้ำทิพย์พูดโทรศัพท์พลางก้าวขายาวๆเข้าไปในบริเวณศูนย์การค้า สายตาก็คอยสอดส่ายไปรอบๆด้วยเผื่อศิรินจะเดินเล่นอยู่แถวนี้

 

            “คริสอยู่คิโนะ มาดูหนังสือรอบีไง มาช่วยเลือกหน่อยสิ” ปลายสายพูดชื่อร้านหนังสือสัญชาติญี่ปุ่นร้านหนึ่ง ทำให้คนฟังหยุดเดินและเงยหน้ามองป้ายร้านเพื่อจะพบว่าเธอยืนอยู่หน้าร้านคิโนะคุนิยะพอดี

 

            ดวงตาเรียวเพ่งมองเข้าไปในร้านผ่านกระจกใสก่อนจะอมยิ้มเมื่อเห็นร่างคุ้นตายืนอยู่หน้าชั้นหนังสือพร้อมกับหนังสือเล่มหนาในมือแล้วเอ่ยคำสุดท้ายก่อนวางสาย “โอเคค่ะ เดี๋ยวบีเดินไป เจอกันนะ”

 

            น้ำทิพย์ก้าวเข้าไปในร้านหนังสือเงียบๆและหยุดยืนอยู่ตรงหน้าคนที่กำลังหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่กับการอ่านคำอธิบายที่ปกหลังของหนังสือเล่มหนึ่ง แต่ดูเหมือนหล่อนจะมีสมาธิกับหนังสือเล่มนั้นมากเกินไปจนไม่รู้ตัวว่าเธอมาแล้ว จนกระทั่งต้องดึงหนังสือเล่มนั้นออกจากมือและยื่นอีกเล่มที่เข้าใจง่ายกว่าให้แทน

 

            “ซื้อเล่มนี้ไปมีหวังได้ใช้หนุนแทนหมอนแน่”

 

            “บีอ้ะ” ศิรินเรียกชื่ออีกคนอย่างขัดใจและทำหน้ามุ่ยใส่ “คริสแค่อ่านคำอธิบายเฉยๆหรอก”

 

            “ไม่ต้องอ่านแล้ว เอาเล่มนี้แหละ บีเลือกให้ รับรองว่าดี” ไม่พูดเปล่า ยังถือวิสาสะหยิบหนังสือเล่มนั้นมาถือไว้และเดินนำไปที่เคาน์เตอร์จ่ายเงินโดยมีเจ้าของหนังสือเดินตามมาข้างๆ ยิ่งไปกว่านั้นยังหยิบบัตรสมาชิกกับบัตรเครดิตของตัวเองส่งให้พนักงานโดยไม่รอให้อีกคนได้มีโอกาสทักท้วงอะไรอีกต่างหาก

 

            “บี คริสจ่ายเอง เกรงใจ”

 

            “ใครว่าให้ฟรี” น้ำทิพย์รับถุงหนังสือจากพนักงานมาส่งให้อีกคนและบอกเงื่อนไขของเธอยิ้มๆ “อ่านอาทิตย์ละบทแล้วมาเล่าให้บีฟังนะ บีจะรอ”

 

            “ทำอย่างกับคริสมีเวลาเยอะจังอะ” คนที่จู่ๆก็มีการบ้านเพิ่มนอกเหนือจากการอ่านบทละครยู่ปากเล็กน้อยระหว่างที่เดินออกจากร้านและเงยหน้าถามคนที่เดินมาข้างๆอย่างเพิ่งนึกขึ้นได้ “ลืมถามเลย อยากกินอะไรคะ”

 

            “ขอคิดก่อน” คนถูกถามตอบและยกมือขึ้นมากอดอกระหว่างที่เดินทะลุมาอีกอาคารหนึ่งของห้างแล้วหันมาให้คำตอบด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ไม่ว่าใครมาเห็นก็คงต้องยอมมาสยบแทบเท้าหล่อนทุกคนแน่ “บีเลือกหนังสือให้คริสแล้ว งั้นคริสเลือกร้านอาหารให้บีแทนละกันเนอะ แลกกัน”

 

            “เลี้ยงปะ”

 

            “อื้ม เดี๋ยวเลี้ยง” ใบหน้าคมคายพยักหน้ารับด้วยท่าทางกวนประสาทน้อยๆให้ศิรินต้องแลบลิ้นใส่อย่างหมั่นไส้

 

            “หมดตัวแน่”

 

            “กับคนที่ชอบ เท่าไหร่ก็จ่ายไหว”

 

            ก็หยอดกันเป็นขนมครกแบบนี้ แล้วจะไปไหนได้

 

            สุดท้ายมื้อเย็นของพวกเธอก็จบลงที่ร้านอาหารญี่ปุ่นร้านหนึ่งตามความต้องการของศิริน ผู้ซึ่งเป็นคนจัดการสั่งอาหารทุกอย่างโดยที่น้ำทิพย์ไม่ต้องพูดอะไรสักคำ เพราะแค่มองเจ้าของใบหน้าอ่อนเยาว์ชวนดูเมนูนั้นเมนูนี้ในรายการอาหาร ก็เพลินจนลืมสั่งอาหารแล้ว

 

            “มาเดินกับคริสแบบนี้กลัวเป็นข่าวมั้ยคะ” เสียงแหบหวานที่เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของหล่อนเรียกสติเธอให้กลับมาอีกครั้ง

 

            สมองอันชาญฉลาดใช้เวลาประมวลผลเพียงเสี้ยววินาที ก่อนน้ำทิพย์จะส่ายหน้ายิ้มๆ “ทำไมต้องกลัวด้วยล่ะ”

 

            “บีก็น่าจะรู้นี่ว่าเดี๋ยวนี้ดาราขยับตัวทำอะไรก็เป็นข่าว แล้วบีเองก็ดู...”

 

            “เงียบ หยิ่ง โลกส่วนตัวสูง หรืออะไรคะ” แต่ละอย่างที่ยกมาก็เป็นคุณสมบัติเด่นของตัวเองทั้งนั้น ไม่แปลกเลยที่คนฟังจะหลุดหัวเราะออกมาแบบนี้

 

            “หมดนั่นนั่นแหละ”

 

            “นี่ชมหรือด่าเนี่ย” คราวนี้เป็นน้ำทิพย์ที่ทำหน้ายุ่งใส่บ้างจนคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามต้องยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆเพื่ออธิบายเหตุของตัวเอง

 

            “ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง คริสแค่ไม่อยากให้ตัวเองทำให้บีเดือดร้อน”

 

            สำหรับคนที่อยู่ในจุดที่เรียกว่าคนของประชาชนแบบศิรินแล้ว เธอไม่สนใจเลยว่าตัวเองจะเจอข่าวอะไรเพราะมันเป็นสิ่งที่เธอเจอมาตลอดตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในวงการบันเทิง แม้ว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้อาจจะดูแปลกในสายตาคนอื่นที่เธอเลือกคุยกับผู้หญิงด้วยกัน แต่ปัจจุบันของเรามันดีเกินกว่าจะคิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องพวกนั้น เธอห่วงก็แต่น้ำทิพย์ที่ดูเป็นคนโลกส่วนตัวสูงและเงียบขรึม กลัวว่าหล่อนจะรับอะไรไร้สาระพวกนี้ไม่ไหวและหายไปในที่สุด

 

            แต่อะไรที่กลัวก็ถูกทำลายลงไปเมื่อได้ฟังประโยคสั้นๆจากผู้หญิงคนนี้

 

            “คิดมาก”

 

            น้ำทิพย์ลืมไปสนิทว่าเราเพิ่งรู้จักกันแค่สามสี่วันและฝ่ายนั้นเองก็อายุมากกว่าเธอตั้งสามปี และเป็นครั้งแรกที่เธอปล่อยให้หัวใจทำงานอยู่เหนือสมอง เมื่อเธอวางมือลงบนศีรษะกลมๆของคนตรงหน้าแล้วลูบผมหล่อนเบาๆด้วยความเอ็นดู

 

            “ก็มันน่าคิดมั้ยล่ะ ใครเขาจะทนได้ แค่เดินห้างด้วยกันก็เป็นข่าวเนี่ย”

 

            “บีก็ไม่รู้ว่าบีจะทนได้มั้ย” มือเรียวค่อยๆเลื่อนจากผมลงมาที่แก้มที่พองขึ้นเล็กน้อยแล้วเอ่ยต่อ “แต่ถ้าบีคบใครสักคน บีไม่สนใจคนอื่นเลยนอกจากคนนั้นคนเดียว”

 

            นาทีนี้ถ้ามุดหนีลงใต้โต๊ะได้ศิรินก็คงทำไปแล้ว แต่เธอก็ทำได้แค่หลุบตาลงมองโต๊ะอาหารด้วยความเขินและวางมือซ้อนบนมืออีกฝ่าย ค่อยๆสอดประสานปลายนิ้วเข้าหากันทีละนิ้วกระทั่งกลายเป็นกุมมือกันในที่สุด

 

            ทั้งสองฝ่ายรู้ดีว่าทุกอย่างระหว่างเรามันดูรวดเร็วไปหมด แค่วันที่สี่ที่รู้จักกัน ก็หวั่นไหวมากขนาดนี้แล้ว หวั่นไหวกับคนที่วันก่อนยังเป็นแค่คนแปลกหน้า หวั่นไหวแบบไม่มีเหตุผล หวั่นไหวจนอดถามตัวเองไม่ได้

 

            ว่านี่หรือเปล่าที่เรียกว่าความรัก

 

            ต่างคนต่างเขินกันเงียบๆอยู่ครู่ใหญ่กระทั่งศิรินเป็นคนเอ่ยทำลายความเงียบทั้งที่ยังไม่ยอมปล่อยมือ “รุกหนักขนาดนี้คิดบ้างป่ะเนี่ยว่าคนเขาจะเขิน”

 

            “คิด”

 

            บางทีก็แยกไม่ออกว่านี่คือนิสัยคนพูดน้อยหรือกำลังกวนประสาทอยู่กันแน่

 

            “แต่ก็ยังทำ” ร่างบางเอียงคอมองเป็นเชิงถาม

 

            “ก็อยากให้เขินเหมือนๆกันไง”

 

            คำตอบนั้นทำให้ศิรินดึงมือกลับเพราะตอนนี้เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังเขินมากจนล้ำหน้าหล่อนไปไกลแล้ว พอดีกับที่พนักงานนำชาเขียวเย็นมาเสิร์ฟ จึงถือโอกาสหันไปดูดน้ำแก้เขินเสียเลย

 

            “คริสชอบกินอาหารญี่ปุ่นเหรอคะ” น้ำทิพย์เปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นคนตรงหน้าทำตาโตเหมือนเด็กได้ของเล่นเมื่อพนักงานทยอยยกอาหารหลายอย่างมาวางบนโต๊ะและหล่อนก็เริ่มยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปอย่างเอาจริงเอาจังตามประสาคนติดโซเชียลเน็ตเวิร์ค

 

            “ชอบมากกกก” หล่อนตอบทั้งที่ยังไม่เงยหน้าขึ้นมามองหน้าคนถามด้วยซ้ำ “น่าจะมากพอๆกับที่บีชอบอ่านหนังสือ”

 

            “ไม่มั้ง” คนถามหัวเราะเบาๆแล้วเอื้อมมือมาแกะซองตะเกียบให้พร้อมกับดึงตะเกียบออกจากกันให้เสร็จสรรพ “นี่มากพอๆกับที่บีชอบคริสแล้วเนี่ย”

 

            “อย่าให้รู้นะว่าไปอ่อยใครเรี่ยราดแบบนี้” ลูกแมวตัวน้อยเอ่ยคาดโทษขณะที่คีบสลัดสไตล์ญี่ปุ่นเข้าปาก

 

            “ถ้ารู้แล้วจะทำไม”

 

            “จะหายไปให้ไกลๆเลยคอยดู”

 

            ช่างสรรหาคำขู่มาทำให้คนเขากลัวจริงๆเลยเจ้าตัวเล็ก

 

          หลังจากทานอาหารเสร็จ ก็เป็นอีกครั้งที่น้ำทิพย์เดินมาส่งเพื่อนทานอาหารเย็นของเธอถึงรถที่มีคนขับรถวนมารับถึงหน้าประตูห้าง โบกมือให้เหมือนวันก่อนและรอจนรถแล่นออกไปถึงค่อยหันหลังเดินกลับไปที่รถตัวเองบ้าง พอดีกับที่โทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อสูทสั่นขึ้นมาเป็นสัญญาณว่ามีไลน์เข้า จึงลดความเร็วในการเดินของเธอไปเกือบครึ่งเพราะต้องเดินไปก้มหน้าก้มตากดโทรศัพท์ไปนั่นเอง

 

          Cris Horwang : ขับรถดีๆนะคะ

 

          Bee : กลับบ้านดีๆเหมือนกันนะ

 

          Cris Horwang sent a sticker

 

          Bee : อย่าลืมทำการบ้านด้วย

 

          Cris Horwang : โหดมากกกก

 

          Bee : อย่ามาเวอร์

 

          Cris Horwang : จริงๆนะ นี่คริสอ่านบทก็หมดวันแล้วเนี่ย

 

          Bee : งั้นเวลาที่คริสคิดถึงบี แทนที่จะหยิบมือถือมาไลน์หา ก็หยิบหนังสือมาอ่านแทนละกันเนอะ

 

          Cris Horwang : งั้นเลิกคุยเลยดีกว่า

         

          Cris Horwang sent a sticker

 

          Bee sent a sticker

 

          Bee : เลิกก็ได้ ขอขับรถก่อน เดี๋ยวมาคุยใหม่ :P

 

            น่าแปลกที่คนไม่ถูกกับหนังสือแบบศิรินสามารถอ่านหนังสือเล่มหนาๆได้โดยไม่รู้สึกเบื่อ ทุกคืนก่อนนอน ไม่ว่าจะกลับบ้านมาเหนื่อยสายตัวแทบขาดขนาดไหน อย่างน้อยก็ต้องได้หยิบหนังสือเล่มนั้นที่คนสำคัญซื้อให้ขึ้นมาเปิดอ่านสักหน้าสองหน้าและโทรไปเล่าให้หล่อนฟังเพื่อให้ได้เสียงบอกฝันดีเป็นสิ่งตอบแทน

 

จากวันกลายเป็นสัปดาห์ จากสัปดาห์ก็กลายเป็นเดือน

 

จากคุยกันในไลน์กลายเป็นโทรศัพท์หากัน จากโทรศัพท์หากันก็กลายเป็นการนัดเจอกันทุกครั้งที่มีโอกาส

 

จากคนแปลกหน้ากลายเป็นคนรู้จัก และจากคนรู้จักก็กลายเป็นคนที่อยู่ในสถานะที่จะบอกใครๆได้เต็มปากว่า กำลังคุยๆกันอยู่

 

แต่ก็ยังไม่ได้บอกอะไรออกไป เพราะศิรินเองก็ยุ่งอยู่กับการถ่ายละครจนไม่มีเวลารับอีเวนต์ จึงไม่ได้เจอสื่อเลย มีเพียงแต่รูปที่ลงในอินสตาแกรมและภาพปาปารัซซี่เวลาเราออกไปไหนมาไหนด้วยกันเท่านั้นที่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญให้นักข่าวรู้ว่า คริส หอวังกำลังปลูกต้นรักกับไฮโซทายาทบริษัทอสังหาฯอยู่

 

     และทุกอย่างก็ชัดเจนเมื่อศิรินได้รับเชิญไปงานเปิดตัวโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์แห่งหนึ่งโดยมีน้ำทิพย์อยู่เคียงข้างตั้งแต่ก้าวเท้าเข้างาน


Talk : คิดซะว่าหลับฝันดีเหมือนมีพี่บีโทรหาละกันเนาะ 5555 ยังไงก็ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์และทุกยอดวิวนะคะ คิดเห็นยังไงก็ฝากคอมเมนต์แล้วก็ติดแท็ก #flowervasebc ด้วยน้า ฝันดีค่า : )

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 93 ครั้ง

894 ความคิดเห็น

  1. #778 2mate (@jaaoraraiake) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 04:39
    ไฮโซบีหยอดเก่งมากกก เขินนนน
    #778
    0
  2. #604 Janjan. (@jan_manassanan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 23:57
    โง้ยยยย ทำไมเขาคุยกันน่ารักขนาดนี้คะ เขินนนน.//////.
    #604
    0
  3. #598 สวนคุณยาย (@lovepimjai) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 00:43
    หูยยย น่ารักมากกกกก เพิ่งได้มาอ่านเรื่องนี้ หวานและละมุนสุดๆ :)
    #598
    0
  4. #468 nuuopor (@nuuopor) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 13:30
    หวานฉ่ำงืออแฮพพรี่มากกก
    #468
    0
  5. #268 hype8hrx (@swb-smilewords) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 01:16
    โอ้ย ฮื่อออออ ทำไมแต่งมดขึ้นขนาดนี้
    #268
    0
  6. #112 poi_rose (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 21:50
    พี่บีละมุนจัง เขิลลลลลบ > #112
    0
  7. #86 Kaewana (@kaewana) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 22:40
    ขอให้หวานอย่างงี้ต่อไปเรื่อยๆ
    #86
    0
  8. #85 Sumbodiie (@Sumbodiie) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 16:02
    ดีมากมาตั้งแต่ต้นอย่างนี้ รี้ดหวั่นใจ....
    #85
    0
  9. #84 hanarage (@hanarage) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 23:33
    เขินมากกกก เขินๆๆๆ
    #84
    0
  10. #83 wellingfresh (@justmeandyou) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 23:30
    มาาาาาแรงขนาดนี้ กลัวเหลือเกินค่ะ กลัวความดราม่า ฮือออ! // เป็นตอนที่น้ำตาลขึ้นหมดแล้วเนี้ย.
    #83
    0
  11. #82 JiraBC (@daw-301) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 21:22
    โอ้ยนั่งอ่านไปบิดไป พี่หยกทำไมแต่งแบบนี้ น้องเขินนะ นึกว่าตัวเองโดนจีบอยู่5555555
    #82
    0
  12. #81 pwrbc (@VitaMymint) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 20:27
    เขิน เขินมากกกก อะไรจะละมุนเท่านี้
    #81
    0
  13. #80 Kaew_Na_Zaa (@jubjang238) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 20:21
    หึ่ยยยยย น่ารักมากกกเลย งื้ออ บิดไปบิดมา ถ้าจะขนาดนี้ รีบเป็นแฟนกันเลยนะ น่ารักกก ><
    #80
    0
  14. #79 Kaew_Na_Zaa (@jubjang238) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 20:19
    หึ่ยยยยย น่ารักมากกกเลย งื้ออ บิดไปบิดมา ถ้าจะขนาดนี้ รีบเป็นแฟนกันเลยนะ น่ารักกก ><
    #79
    0
  15. #78 tnx (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 17:45
    อะไรมันจะขนาดนี้! เขินไปหมดแล้ววว
    #78
    0
  16. #77 Meredith Swift (@worawankwunta55) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 17:34
    รถอ้อยคว่ำทั้งคันแล้วแบบนี้
    #77
    0
  17. #76 booxbix (@booxbix) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 11:49
    อ้อยกันเบอร์นี้เลย -////-
    อ่านในห้องเรียน ยิ้มจนอาจารย์มองเลยค่ะ555

    น่ารักมากก แต่หวานกันตั้งแต่ต้นๆแบบนี้ แอบกลัวเหมือนกันนะคะเนี่ย ถถถถ t t
    #76
    0
  18. #75 Toeyy7038 (@Toeyy7038) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 10:35
    โอ้ยอ่านแล้วยิ้มไม่หยุดเหมือนคนบ้าเลยค่ะ เขาจีบกันน่ารักมากกกก
    #75
    0
  19. #74 imagine_ii (@imzii) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 10:26
    เขินนน เขินมากกกกกกก อ่านไปยิ้มไปปปปป น่ารักกกกกกก
    #74
    0
  20. #73 Nadthayakon Krurong (@nadthayakon) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 09:49
    รุกแรงๆ
    #73
    0
  21. #72 Pearrybc (@Pearrybc) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 09:15
    โอ้ยเขินมากกกกจะมุดดินนนน -/////- อ่อยกันไปมาา! เขินแทบกิสสสส55555
    #72
    0
  22. วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 09:12
    น่ารักไปไหน ฟิคพี่หยกต้องละมุนขนาดนี้เลย? พบ้าาา
    #71
    0
  23. #70 whoamiwhoareu (@whoamiwhoareu) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 08:52
    เขินเด้อ >///<
    #70
    0
  24. #69 Ninprakay Maygao (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 08:17
    ตายๆเขิน หวานจนมดขึ้น5555
    #69
    0
  25. #68 btaby (@btaby) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 08:14
    เค้าจีบกันน่ารักจังค่ะ
    #68
    0