Flower and Vase [BeeCris]

ตอนที่ 25 : Episode 19

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,533
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 165 ครั้ง
    30 ก.ค. 62

ร่างสูงเพรียวของผู้บริหารสาวทิ้งตัวลงกับโซฟาในห้องพักอย่างหมดแรง ข้อมือซ้ายถูกยกขึ้นมาดูนาฬิกาเพื่อจะพบว่ามันบอกเวลาทุ่มกว่าแล้ว แต่จนถึงตอนนี้เธอยังไม่มีอาหารตกถึงท้องตั้งแต่เที่ยงเพราะเพิ่งจะเรียกลูกน้องเข้าประชุมด่วนเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างก่อสร้างแบบสดๆ ร้อนๆ แล้วพรุ่งนี้เธอก็มีนัดประชุมแต่เช้าเพื่อวางแนวทางป้องกันปัญหาที่มีโอกาสเกิดขึ้นอีกในอนาคตอย่างรัดกุมที่สุด

ปัญหาซัพพลายเออร์ส่งวัสดุบางส่วนมาไม่ตรงตามสเปคที่ตกลงกันที่เกิดขึ้นวันนี้อาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องเล็กเช่นกัน เพราะวัสดุที่ไม่ได้คุณภาพ ย่อมหมายถึงงานก่อสร้างที่อาจไม่ได้มาตรฐาน และหากปล่อยให้เกิดขึ้นซ้ำสอง สุดท้ายผลเสียก็ต้องมาตกที่ลูกค้าและบริษัทของเธอแบบไม่ต้องสงสัย

เสียงถอนหายใจดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานระหว่างที่น้ำทิพย์หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาภรรยาเพื่อจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังและขอกำลังใจจากหล่อนแต่กลับไม่มีคนรับสาย ศิรินอาจจะกำลังอาบน้ำอยู่ หากเห็นสายที่ไม่ได้รับก็คงจะโทรกลับ คิดได้แบบนั้นเธอจึงวางโทรศัพท์ลงและไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าบ้าง วางแผนว่าอาบน้ำเสร็จจะโทรไปหาหล่อนอีกรอบและจะสั่งอาหารจากห้องอาหารของโรงแรมมาทานเป็นมื้อเย็นด้วย เผื่อได้ทานข้าวไป วิดีโอคอลคุยกับเมียไป จะช่วยคลายความคิดถึงของเธอลงไปได้บ้าง

รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าเมื่อน้ำทิพย์ก้าวออกมาจากห้องน้ำในชุดพร้อมเข้านอนโดยมีผ้าขนหนูสำหรับเช็ดผมผืนเล็กอยู่ในมือพอดีกับที่โทรศัพท์เธอมีคนโทรเข้า หากแต่สีหน้าก็ต้องแปรเปลี่ยนเป็นความสงสัยเมื่อปลายสายไม่ใช่คนที่รอ กลับเป็นพี่สาวคนสนิทอย่างราศีที่ไม่ค่อยโทรมาเวลานี้ แม้จะแปลกใจแต่ก็ต้องรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสายเผื่ออีกฝ่ายจะมีธุระอะไรเร่งด่วน

“ว่าไงพี่แกน”

“ไงยะ ปาร์ตี้สนุกไหม ไม่ชวนฉันเลยนะ” ปลายสายเอ่ยทักทายเสียงใส ถึงท้ายประโยคจะฟังดูงอนเล็กๆ แต่น้ำเสียงกลับไม่ได้แสดงถึงความขุ่นเคืองเลยแม้แต่นิดเดียว

เป็นน้ำทิพย์เสียอีกที่ขมวดคิ้วเข้าหากันพร้อมความสงสัยเต็มเปี่ยม “ปาร์ตี้อะไรพี่ บีอยู่ภูเก็ต เพิ่งเสร็จงาน กำลังจะสั่งข้าวกินเนี่ย”

“อย่ามาโกหกน่า วันนี้วันเกิดเมียแกนะ แกจะไปทำแมวอะไรที่ภูเก็ต” ราศีว่ากลั้วหัวเราะราวกับกำลังฟังเรื่องโกหกจากเด็กสามขวบ

ถึงปลายสายจะไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองอะไรที่ (คิดไปเองว่า) น้องสาวคนสนิทจัดปาร์ตี้ให้ภรรยาแล้วไม่ชวน หากแต่คำว่าวันเกิดกลับดึงหัวใจของน้ำทิพย์ให้ร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เธอถลาไปที่นาฬิกาแบบดิจิทัลที่วางอยู่ในห้องพัก ดวงตาคมเบิกกว้างเมื่อเห็นวันที่ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ ตัวเลขเล็กๆ นั่นชัดเจนยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดและตอกหมุดแห่งความรู้สึกผิดลงกลางใจจนทรงตัวยืนไว้แทบไม่อยู่

5 JUL

“พี่แกน” เสียงอ่อนแรงร้องเรียกพี่สาวอย่างคนหมดหนทางลงท้ายด้วยการร้องขอความช่วยเหลือ “บีบีลืมจริงๆ พี่ ลืมสนิทเลยว่าวันนี้วันเกิดคริส วันนี้บีก็ตั้งใจจะกลับกรุงเทพแต่พอดีงานมีปัญหาเลยโทรไปเลื่อนคริสมาเมื่อบ่าย แล้วเมื่อกี้โทรไปคริสก็ไม่รับสาย ปาร์ตี้อะไรบีก็ไม่รู้เรื่อง ทำไงดีวะพี่”

“ฉิบหาย” ราศีสบถเบาๆ ถึงใจจะอยากด่าน้องรักที่ทำผิดพลาดครั้งใหญ่ขนาดไหน แต่ก็ทำได้เพียงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วแนะนำทางออกให้ “ก็ฉันเห็นในสตอรี่ไอจีว่าเขาปาร์ตี้อยู่กับเพื่อนเขาที่ร้านนานา คนมากันเยอะอย่างกับปิดร้านเลี้ยงคงจะได้ยินเสียงโทรศัพท์แกหรอก นี่ยังเพิ่งสองทุ่ม น่าจะยังมีไฟลท์บินกลับกรุงเทพ แกรีบกลับมาเลยนะ แล้วเคลียร์กับคริสเสร็จก็มาเจอพี่หน่อย ลืมเรื่องสำคัญขนาดนี้มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้วบี”

“เออได้ แค่นี้ก่อนนะพี่แกน เดี๋ยวคุยกัน” น้ำทิพย์ตัดบทและรีบกดหาไฟลท์บินกลับกรุงเทพที่เร็วที่สุด จองตั๋วและจ่ายเงินภายในเวลาไม่ถึงห้านาที ก่อนจะวิ่งเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำ เก็บของบางส่วนที่เพิ่งรื้อออกมาเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนลงกระเป๋าลวกๆ แล้วตรงดิ่งไปที่สนามบินโดยรถตู้ของโรงแรม

ระหว่างนั่งรอขึ้นเครื่องที่มีกำหนดจะออกเดินทางในอีกสี่สิบห้านาที นักธุรกิจสาวเอาแต่พยายามกดโทรหาภรรยารวมทั้งส่งข้อความไปสารพัด แต่ก็ดูจะเปล่าประโยชน์ เพราะโทรไปกว่าห้าสิบสายก็ไม่มีสักครั้งที่ศิรินจะรับสาย หรือแม้แต่จะส่งสติกเกอร์กลับมาสักตัวว่าหล่อนรับรู้แล้ว กระทั่งเธอยอมแพ้ เปลี่ยนมานั่งฟังเพลงสงบสติอารมณ์จนถึงเวลาเรียกขึ้นเครื่อง

เธอโทรเรียกให้คนขับรถของนทีมารอรับที่สนามบิน เพราะไม่แน่ใจนักว่าการโผล่ไปที่ปาร์ตี้ตอนนี้จะเป็นเรื่องที่เหมาะสมหรือเปล่า น้ำทิพย์จึงเลือกจะกลับมารออยู่ที่บ้าน อย่างน้อยถ้าจะมีปากเสียงกัน ก็จะได้รู้กันแค่สองคน ไม่ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องขายหน้าต่อหน้าเพื่อนฝูง

“อ้าวคุณบี ไหนคุณคริสว่าไม่กลับไงคะ แล้วนี่ทานอะไรมารึยังคะ” ป้าอิ่มที่เพิ่งตรวจความเรียบร้อยของห้องครัวเสร็จร้องทักเมื่อเห็นคุณหนูของบ้านเดินลากกระเป๋าเดินทางเข้ามาในห้องโถง ซึ่งคนถูกถามก็ส่ายหน้า

“ยังเลยค่ะป้า ในครัวมีอะไรไหมคะ ฝากทำให้บีจานนึงสิ เดี๋ยวบีลงมาทาน” น้ำทิพย์ตอบอย่างไม่ใส่ใจมากนัก เธอไม่แม้แต่จะหยุดเดินด้วยซ้ำ ตอนนี้ใจเธอจดจ่ออยู่กับแค่ศิริน รอให้หล่อนกลับมาคุยกันที่บ้าน หรืออย่างน้อยก็โทรกลับมาก็ยังดี

“คุณบีอยากทานอะไรดีคะ ปลากะพงทอดน้ำปลา ผัดกะหล่ำปลี ผัดกะเพราไก่ แกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย มีหมดนั่นเลยค่ะ ป้าเตรียมไว้แล้ว”

ถึงน้ำเสียงจะโอบอ้อมอารีเหมือนเคยและไม่ได้แฝงความประชดประชันแต่อย่างใด แต่คำตอบจากคนอาวุโสกว่าก็ทำให้ร่างสูงชะงัก เธอหยุดเดินแล้วหันกลับมามองหน้าคนเก่าแก่ของบ้านด้วยแววตาเจ็บปวด พอจะเดาออกแล้วว่าทำไมในครัวถึงมีแต่อาหารที่เธอชอบ ในเมื่อคนที่คอยดูแลเรื่องปากท้องของคนในบ้านนี้ก็มีอยู่คนเดียว ภรรยาของเธอ

“คุณคริสเธอออกไปซื้อของเองตั้งแต่เช้า บอกว่าถึงจะเป็นวันเกิดเธอ แต่เธออยากทำอาหารที่คุณบีชอบ คุณบีไปทำงานกลับมาเหนื่อยๆ จะได้ทานของอร่อย แต่เมื่อบ่ายเธอบอกว่าไม่ต้องทำแล้วเพราะคุณบีไม่กลับวันนี้ค่ะ”

ทุกคำบอกเล่าจากป้าอิ่มไม่ต่างอะไรกับหอกที่ทิ่มแทงลงบนตัวของน้ำทิพย์ ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาใส่จนแทบจะร้องไห้ ผิดหวังในตัวเองเหลือเกินที่ละเลยคนที่บอกว่ารักที่สุดไปขนาดนี้ แต่ก็ทำได้เพียงเม้มริมฝีปากเข้าหากันแล้วตอบสั้นๆ

“งั้นทำกะเพราไข่ดาวมาก็ได้ค่ะ ง่ายดี ป้าจะได้ไปพักผ่อน”

 

เป็นครั้งแรกที่น้ำทิพย์รู้สึกว่าอาหารฝีมือป้าอิ่มไม่อร่อย รสชาติแห่งความเจ็บปวดกลบความกลมกล่อมของผัดกะเพราจนเธอรู้สึกถึงเพียงความฝืดเฝื่อนราวกับกำลังเคี้ยวกระดาษ ฝืนทานไปได้ครึ่งจานก็ต้องวางช้อน ผู้บริหารคนเก่งในตอนนี้เป็นเพียงคนธรรมดาที่รู้สึกโหวงในอก เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าบ้านที่อยู่มาตั้งแต่เกิด มันเงียบเหงาเกินกว่าที่จะทนไหวเมื่อศิรินไม่อยู่

ประตูห้องเก็บแจกันถูกเปิดออกให้น้ำทิพย์พบกับภาพที่ไม่คาดคิด คือภาพของผู้เป็นพ่อที่ยืนอยู่หน้ารูปถ่ายของแม่พร้อมช่อดอกลิลลี่สีขาวและกำลังวางมันลงบนโต๊ะ ก่อนจะหันมาเห็นเธอจึงออกปากทัก

“อ้าว กลับมาแล้วเหรอ”

“ค่ะ เพิ่งมาถึง ลงไปทานข้าวมา”

นทีพยักหน้ารับรู้แล้วบุ้ยปากไปทางช่อลิลลี่ที่เขาเพิ่งวางลงไป “สวยไหม พอดีพ่อผ่านร้านดอกไม้ เห็นมันสวยดีเลยว่าจะมาเปลี่ยนให้แม่ แต่หนูคริสเขาคงเพิ่งเอามาเปลี่ยนให้ งามเชียว ไม่น่าเชื่อว่าจะมาจากแปลงลิลลี่แห้งๆ ของบ้านเรา”

“สวยดีค่ะ แม่คงจะชอบ” คนเป็นลูกตอบสั้นๆ

“แล้วนี่เขาหายไปไหนล่ะ เมื่อเย็นตอนกินข้าวก็ไม่เจอ”

“ออกไปปาร์ตี้กับเพื่อนค่ะ วันนี้...” เสียงนั้นขาดห้วงไปเหมือนคนพูดอยากจะเปลี่ยนใจ นิ่งไปสักวินาทีแล้วจึงพูดต่อ “ถ้าพ่อลืมวันเกิดแม่ พ่อจะทำยังไงคะ”

“ลูกลืมวันเกิดคริสเหรอ” นทีเลิกคิ้วขึ้น สองแขนยกขึ้นกอดอก แทบไม่เชื่อว่าสิ่งที่เขาคิดจะเป็นเรื่องจริง เขาเชื่อมาตลอดว่าลูกสาวคนนี้ความจำดีและฉลาดเป็นกรด แล้วก็ทำทุกอย่างแบบมีแบบแผนเสมอ โดยเฉพาะเรื่องของลูกสะใภ้ที่เขาเห็นว่าเธอเอาใจใส่เป็นที่สุด เป็นไปไม่ได้เลยที่จะตกม้าตายกับการลืมวันเกิดภรรยา

“ค่ะ” น้ำทิพย์พูดได้แค่นั้นเอง

“ถ้าเป็นพ่อ พ่อจะขอโทษเขา พ่อรู้ว่าบีก็ต้องขอโทษคริสอยู่แล้วที่ลืมเรื่องสำคัญขนาดนี้ แล้วก็ต้องง้อนั่นล่ะ จะด้วยคำพูด สิ่งของหรืออะไรก็ช่าง ทำยังไงก็ได้ให้เขารู้สึกดีขึ้น ให้เขารู้ว่าเขาสำคัญ แต่บีรู้ไหม สิ่งที่มันเป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ แล้วก็สำคัญกว่าการสื่อสารกับเขาคืออะไร”

น้ำทิพย์ส่ายหน้า นี่เป็นหนึ่งในไม่กี่คำถามที่เธอตอบพ่อไม่ได้

“การสื่อสารกับตัวเราเอง” นทีเฉลย รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากยามที่เขาเอื้อมมือมาตบไหล่ลูกสาวเบาๆ แล้วสอนบทเรียนสำคัญให้หล่อน “เราต้องคุยกับตัวเองให้รู้เรื่อง จัดลำดับความสำคัญให้ดี พ่อรู้ว่าบีรักคริสมากแค่ไหน แต่บีเองก็รู้ใช่ไหมว่าชีวิตคู่ แค่ความรักมันไม่พอ บีลองคิดดูดีๆ ถามตัวเองดีๆ ว่าเพราะอะไรเราถึงลืมเรื่องใหญ่ขนาดนี้ พ่อไม่เถียงเลยว่าเรื่องงานก็สำคัญ แต่ลองทบทวนดูว่าวิธีที่บีจัดการเรื่องงานกับเรื่องความรักมันสมดุลหรือเปล่า คุยกับตัวเองให้จบก่อนคุยกับคริส ตอนที่เขาพูด ตั้งใจฟังเขาทุกประโยค อย่าใช้อารมณ์ อย่าอ้างว่าเรื่องงานสำคัญ ยอมรับไปตรงๆ ว่าเราผิด ใจเย็นกับเขาให้มากๆ โอเคไหม”

“โอเคค่ะ” เสียงหงอยๆ อย่างคนทำผิดตอบรับ ถึงปากจะบอกว่าโอเค แต่สีหน้าก็ยังดูย่ำแย่จนผู้เป็นพ่อรู้สึกได้

“เอาหน่า ชีวิตคู่ไม่มีสูตรสำเร็จเหมือนเราวางโครงสร้างบ้านโครงสร้างคอนโดสักหน่อย มันก็มีปัญหามาให้แก้ตลอดเหมือนเวลาเราทำธุรกิจนั่นล่ะบี แค่คิดให้ดีก่อนลงมือทำ แล้วเชื่อพ่อเถอะ ถ้าเราวางแผนให้ดี ให้เวลากับมันเยอะๆ แล้วก็มีแพสชั่นกับมันมากพอ จะความรักหรือธุรกิจมันก็ไปได้ดีทั้งนั้น”

“บีว่าช่วงนี้บีคงทำงานเยอะไปจริงๆ” น้ำทิพย์บีบสันจมูกตัวเองแล้วเงยหน้าขึ้นมองเพดาน “อย่าว่าแต่ใช้เวลากับคริสเลยค่ะ พ่อก็เห็น บีกลับบ้านอาทิตย์ละแค่ไม่กี่วัน กลับมาก็ต้องประชุมกับทีมที่กรุงเทพ ถึงคริสจะบอกว่าเขาเข้าใจ แต่สิ่งที่บีทำมัน...ไม่แปลกเลยที่เขาจะน้อยใจขนาดนี้”

“เขาน้อยใจก็เติมใจให้เขาซะสิ จะไปยากอะไร” นทีตอบง่ายๆ ราวกับกำลังคุยเรื่อง 1 + 1 = 2 “หาเวลาพักผ่อนบ้าง งานน่ะมันไม่หนีไปไหนหรอก แต่เวลามันแพงกว่านั้นมากนะบี ปุบปับเกิดอะไรขึ้น เรามีหมื่นล้านยังเรียกวินาทีที่แล้วกลับมาไม่ได้เลย อย่าให้เรื่องของพ่อ...” พูดมาถึงตรงนี้ ดวงตาของเขาก็เลื่อนไปจับจ้องอยู่ที่กรอบรูปของภรรยาอันเป็นที่รัก “อย่าให้มันเกิดขึ้นกับบีอีก พ่อไม่อยากให้บีต้องรู้สึกผิดหรือเสียดายไปตลอดชีวิต แล้วถ้าอยากได้ผู้ช่วยเพิ่มก็ไปบอก HR ให้เขาหาให้ พ่ออนุญาต”

ได้ค่ะ บีจะลองคิดดูเรื่องผู้ช่วย ขอบคุณนะคะ”

“มีปัญหาอะไรก็มาคุยกันได้ ทั้งเรื่องงานแล้วก็เรื่องอื่น อยากให้พ่อช่วยอะไรก็บอกได้ตลอดนะ พ่อไปนอนก่อน แล้วพรุ่งนี้เจอกัน” เขาบีบไหล่ลูกสาวเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งคนเป็นลูกก็ได้แต่พยักหน้ารับอย่างหมดอาลัยตายอยากและยืนอยู่ที่เดิมจนเขาออกจากห้องไป

คล้อยหลังนที น้ำทิพย์ก็ทิ้งตัวลงบนบีนแบ็ก มุมโปรดของเธอที่มักจะมานอนเล่นเสมอเวลาว่างๆ แต่ในวันนี้แทนที่จะรู้สึกสบายใจอย่างทุกวันเมื่อได้ทิ้งตัวลงกับที่พักใจ เธอกลับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ หนักใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต ในห้วงความคิดเต็มไปด้วยคำถามที่สมองระดับเกียรตินิยมก็หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เสียที จะทำยังไง จะชดใช้ยังไง จะแก้ตัวยังไง จะประคองชีวิตคู่ให้ไปรอดได้แค่ไหน ถ้าต้องเสียศิรินไป เธอจะทนไหวหรือ?

 

นานเหลือเกินแล้วที่ไม่ได้สนุกขนาดนี้ นั่นคือความคิดที่ผุดขึ้นมาในหัวระหว่างที่ศิรินกำลังนั่งชนแก้วอยู่กับเพื่อนๆ กลุ่มหนึ่งหลังออกไปโชว์ลีลาแดนซ์กลางฟลอร์พร้อมกับผมทรงใหม่ที่ทำเอาเพื่อนๆ ตะลึงกันทั้งงานปาร์ตี้ การได้วางภาระหน้าที่ของแม่บ้านและภรรยาลง กลับไปเป็นตัวเอง เป็นคริส หอวังที่โลดแล่นอยู่ท่ามกลางแสงสปอตไลท์และเป็นดาวเด่นในทุกๆ ที่ที่ไป ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังในช่วงเวลาสั้นๆ มันทำให้เธอสบายใจราวกับยกเทือกเขาหิมาลัยออกไปจากอก

“ไม่รับสายหน่อยเหรอ บ้านมึงไฟไหม้หรือเปล่า ผัวโทรตามขนาดนี้อะ” วิริฒิพาถามพลางเหล่มองโทรศัพท์ของศิรินที่วางอยู่บนโต๊ะและมีคำว่า Bee is calling โชว์หราขึ้นมาเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ ดูออกว่าชีวิตคู่ของเพื่อนน่าจะมีปัญหา แล้วในฐานะคนเคยผ่านประสบการณ์ตรง การหลบหน้าไม่ยอมพูดจากันในช่วงเวลาที่มีปัญหาแบบนี้ก็ไม่ใช่ทางออกที่ดีเอาเสียเลย

“เหอะ บ้านไฟไหม้ผัวยังไม่รู้เลยมั้ง” ศิรินทำเสียงขึ้นจมูกและคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลง “อย่าพูดถึงเขาเลย วันนี้วันเกิดกูนะ ขอสนุกก่อนสิ เดี๋ยวค่อยกลับไปเคลียร์”

“แหมตัดผมใหม่มาอ้อนผัวขนาดนี้ยังทำเป็นไม่สนใจเขา” เจนี่กลอกตาใส่เพื่อนสาวด้วยความหมั่นไส้ “ทะเลาะกันหรือไง”

“ไม่ได้ทะเลาะ แค่น้อยใจเฉยๆ” หล่อนตอบตามตรง “พวกมึงไม่เคยโดนผัวทิ้งไปอยู่ภูเก็ตเป็นอาทิตย์ แถมยังลืมวันเกิดอีก พวกมึงไม่เข้าใจหรอก”

“เออไม่เคย” นานายอมรับ ขณะที่เพื่อนคนอื่นปิดปากแน่น ถ้าเจ๊ออกโรง ตัวลูกทั้งหลายก็ไม่ต้องช่วยพูดอะไรให้เปลืองน้ำลาย “แต่แกก็เห็นว่าเขาลืมเพราะอะไร เขาไม่ได้ไปเหลวไหลที่ไหนนี่ บีทำแต่งาน แล้วเขาก็บอกแกตลอดว่าทำเพื่ออนาคตของแก เขาพยายามทุกอย่างเพื่อจะดูแลชีวิตแกได้ ครั้งนี้เขาผิดก็จริง แล้วที่โทรมาจนสายแทบไหม้เนี่ยไม่ใช่ว่าเขาจำได้แล้วเหรอ แทนที่จะหันหน้าคุยกันดีๆ ทำไมมาหนีหน้ากันแบบนี้วะ มีปัญหาแล้วไม่พูดกันมันจะช่วยกันแก้ได้ยังไง”

“ฉันก็พยายามเหมือนกัน พยายามทุกอย่างแล้วเว้ย” ศิรินเม้มปากแล้วคว้าแก้วเหล้าขึ้นมากระดกอีกอึกใหญ่ “เขาอยากได้เมียที่ดี แม่บ้านที่ดี อยู่บ้าน ทำกับข้าว ดูแลบ้าน ทำบัญชี ฉันก็ทำให้ เป็นให้หมดแล้ว วันนี้พวกแกก็เห็นว่าฉันเป็นอีเพิ้งขนาดไหนตอนอยู่บ้าน แต่มันจะมีประโยชน์อะไรถ้าเขาไม่อยู่กับฉันเลยวะ”

สาวๆ ลอบมองตากันด้วยแววตาหนักใจ อีหมวยของเพื่อนๆ จริงจังกับรักครั้งนี้แค่ไหนพวกเธอรู้ดี ไม่อย่างนั้นคนรักอิสระอย่างมันคงไม่ตกลงปลงใจยอมแต่งงานกับน้ำทิพย์ท่ามกลางกระแสสังคมที่พูดกันไปต่างๆ นานาถึงความสัมพันธ์ของผู้หญิงกับผู้หญิง แล้วยังยอมทิ้งอาชีพที่กำลังไปได้สวยในเส้นทางสายนักแสดง ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองทุกอย่างเพื่อการเป็นภรรยาที่ดี

แต่ชีวิตคู่มันไม่ใช่แค่นั้น

ที่สุดนานาก็สรุปสั้นๆ “เรื่องผัวเมียอะมึง เพื่อนก็ทำได้แค่ให้กำลังใจนั่นแหละ มึงก็รู้ว่าพวกเรายินดีให้คำปรึกษาอยู่แล้ว แต่ก็รู้ใช่ไหมว่าทางที่ดีที่สุดคือการหันหน้าคุยกัน วันนี้อยากสนุกก็เมาให้เต็มที่ แล้วกลับไปค่อยว่ากัน”

“เออผัวไว้ก่อน คืนนี้มีแต่เพื่อนเว้ย ชนๆ”

“มันต้องอย่างนี้แม่ เอ้าชนนนน” เห็นสีหน้าเพื่อนดีขึ้น เจนี่ถึงค่อยกล้าพูดเล่น ยกแก้วของตัวเองขึ้นมาชนกับเพื่อนๆ ก่อนทั้งโต๊ะจะกลับมาสนุกสนานด้วยกันอีกครั้ง

 

ตีสองกว่าแล้ว น้ำทิพย์ถอนหายใจขณะที่มองนาฬิกาที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง เธอจัดการเรื่องงานเรียบร้อยโดยการมอบหมายหน้าที่เพิ่มเติมให้ทีมภูเก็ตพร้อมทั้งบอกว่าอาจจะไม่ได้ลงไปดูด้วยตัวเองสักเดือน มีปัญหาอะไรสามารถโทรมาหาได้ 24 ชั่วโมง และให้ลูกน้องระดับหัวหน้าทุกคนส่งเมลรีพอร์ตการทำงานทุกวัน รวมทั้งนัดประชุมกันสัปดาห์ละครั้งผ่านวิดีโอคอล แต่เธอจะข่มตาหลับได้ยังไงหากภรรยายังกลับไม่ถึงบ้านและยังติดต่อไม่ได้อยู่แบบนี้ แม้หลังจากโทรหาคนขับรถเมื่อตอนห้าทุ่มก็ได้ความว่าไม่ต้องห่วง เพราะเขารอรับอยู่ จึงเบาใจขึ้นและไม่หุนหันออกไปตามถึงร้าน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความกังวลเกี่ยวกับเรื่องของเราลดน้อยลงเลยสักนิด

เสียงเปิดประตูทำให้น้ำทิพย์วางแท็บเลตในมือลงทันที เธอพุ่งตัวไปที่ประตูเพื่อจะพบกับภรรยาที่วันนี้ดูเด็กลงไปเป็นสิบปีด้วยผมหน้าม้าทรงใหม่ ถึงแม้ออกจะกระเซอะกระเซิงไปเล็กน้อยเพราะเจ้าตัวคงสนุกสุดเหวี่ยงที่ปาร์ตี้ แต่ก็น่ารักจนอยากจะฟัดให้หนำใจหากหล่อนไม่ได้อยู่ในสภาพเมามายแทบไม่มีสติอย่างตอนนี้

“คริส...” เธอเรียกชื่อคนเมาเบาๆ พลางประคองหล่อนเอาไว้ในอ้อมแขน ขณะที่เจ้าของชื่อหน้ามุ่ยแล้วหยีตามอง

“กลับมาแล้วเหรอคนบ้างาน ยังจำได้เหรอว่ามีเมียรออยู่บ้าน” น้ำเสียงน้อยใจที่ฟังดูโวยวายกว่าปกติเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำคนฟังสะอึก “แล้วจำได้ไหมว่านี่วันเกิดเมีย จำได้ไหม หรือจำได้แต่งานๆๆๆๆ พูดซิ”

“จำได้สิ ถึงรีบกลับมานี่ไงคะ” น้ำทิพย์ตอบอย่างใจเย็นแล้วประคองคนรักมานั่งที่โซฟา และโยนกระเป๋าสะพายใบเหยียบล้านของหล่อนลงบนพื้นแบบไม่ใส่ใจนัก “นั่งก่อนนะ เดี๋ยวเช็ดตัวให้”

“ไม่ให้ไป” มือเล็กๆ คว้าข้อมือน้ำทิพย์เอาไว้ ขณะที่น้ำเสียงถูกเปลี่ยนเป็นเสียงงอแงราวกับเด็กที่กำลังจะถูกแม่ทิ้ง “เห็นไหมว่าคริสไปตัดผมใหม่มา ตัดมาเอาใจบีคนเดียวเลยนะ บีมาดูก่อนสิ มาชมด้วยว่าคริสน่ารักไหม”

ประโยคที่จับใจความไม่ค่อยได้ทำเอาน้ำทิพย์หลุดขำ เธอทรุดตัวคุกเข่าลงตรงหน้าศิริน สองมือรวบมือของหล่อนมากุมไว้แล้วสบตากับดวงตาปรือๆ ตามประสาคนเมาด้วยแววตาแสนรัก และพ่นลมใส่ผมหน้าม้าเบาๆ พอให้มันปลิวเล่น

“น่ารักสิคะ น่ารักที่สุดเลย”

“น่ารักแล้วบีรักคริสไหม”

“รัก...”

“รักแล้วทำไมบีไม่อยู่กับคริส” พูดจบอ้อมแขนบอบบางก็สวมกอดเข้าที่ร่างสูงของคนตรงหน้าก่อนน้ำตามากมายจะไหลออกมาเหมือนเขื่อนแตกจนเสื้อนอนของคนถูกกอดเปียกชุ่ม “คิดถึงนะ...คิดถึงมากๆ คิดถึง...คิดถึงเรา...”

หนึ่งนาที สามอารมณ์ เหมือนขึ้นรถไฟเหาะตีลังกาที่จบด้วยการพาดิ่งลงไปถึงแกนโลก

“บีขอโทษนะคะ บีขอโทษ...” คนบ้างานพูดออกมาได้แค่นั้นเอง คนที่เป็นเลิศในทุกๆ ด้าน มีพร้อมทุกอย่างในชีวิต ตอนนี้ทำได้แค่สวมกอดคนสำคัญของเธอเอาไว้แน่นจนหล่อนแทบจมหายเข้าไปในอก กอดแน่นเหมือนกับว่าหากเธอปล่อยหล่อนไปตอนนี้ หล่อนอาจจะหายไปต่อหน้าต่อตาเลยก็ได้

อยู่ในท่านั้นพักใหญ่จนศิรินเริ่มสงบลง น้ำทิพย์จึงกุมมือบอบบางมาวางบนแก้มของตัวเองแล้วพูดย้ำให้หล่อนมั่นใจ “อยู่นี่แล้วไง ไม่ได้ไปไหนแล้วสักหน่อย”

“เดี๋ยวก็ไปอีก” เสียงแหบพร่าฉายชัดถึงความงอแงของเจ้าตัว หมดสิ้นภาพลักษณ์สาวสวยที่งานปาร์ตี้ กลายเป็นเพียงเด็กขี้แยคนหนึ่งเท่านั้น “บ้างาน”

คำตำหนิออกมาตรงๆ ที่ได้ฟังเป็นครั้งที่สองของวันไม่ได้ทำให้คนถูกว่าโกรธเคืองเลยสักนิด ในทางกลับกัน มันกลับทำให้เธอขยับตัวขึ้นมานั่งบนโซฟาตัวเดียวกันเพื่อให้โอบกอดศิรินได้ถนัดยิ่งขึ้นแล้วเอ่ยบอก “ว่าอีกสิคะ ว่าให้หมดเลย”

“ขี้ลืม นิสัยไม่ดี จำวันเกิดเมียก็ไม่ได้ สนใจแต่งานๆๆๆ เมียตัดผมมาก็ไม่ชม เมียแอบร้องไห้ก็ไม่รู้เรื่อง ของขวัญก็ไม่ให้ อะไรก็ไม่รู้ ไหนบอกให้เป็นดอกไม้ ดอกไม้อะไรทิ้งๆ ขว้างๆ กันแบบนี้ คิดถึงจนจะตายอยู่แล้วเคยรู้บ้างไหมอะ เข้าใจว่าต้องทำงานแต่ไม่พูดไม่ได้แปลว่าไม่น้อยใจนะ น้อยใจจนเหนื่อยจะน้อยใจ จนไม่รู้จะพูดอะไรแล้วต่างหาก ไอ้บ้าเอ๊ย” พูดไปก็ปาดน้ำตาป้อยๆ ลงท้ายด้วยการผลักไหล่กว้างออกเบาๆ เป็นการทำโทษ แต่น้ำทิพย์ก็ไม่ยอมถอยห่างไปไหน กลับโอบเอวบางไว้แล้วขยับตัวเข้ามาใกล้จนหน้าผากชนกันพร้อมกับชูนิ้วก้อยขึ้น

“จะไม่สนใจแต่งานจนคริสน้อยใจแบบนี้อีกแล้ว สัญญา ดีกันนะคะ”

“รับปากแล้วนะ ห้ามผิดสัญญานะ” ถึงนิ้วก้อยจะเซๆ ไปสักนิดเพราะความเมา แต่ศิรินก็พยายามประคองมือของตัวเองให้มาเกี่ยวก้อยกับอีกฝ่ายสำเร็จ แล้วก็ยังไม่วายตัดพ้อ “คริสเจ็บมากจริงๆ นะบี”

“ขอโทษนะคะ ขอโทษจริงๆ จะไม่ให้...” คำพูดที่กลั่นกรองมาจากความรู้สึกผิดจบลงเท่านั้น น้ำทิพย์จำต้องกลืนทุกอย่างที่อยากจะพูดกลับลงไปเมื่อถูกคนรักคว้าท้ายทอยเข้าไปจูบแบบไม่ทันตั้งตัว

จูบที่ถ่ายทอดคำว่าคิดถึงได้อย่างชัดเจนและอีกนัยหนึ่ง ก็เป็นการบอกว่าเธอยินดียกโทษให้และพร้อมจะเริ่มต้นใหม่โดยไม่ต้องพูดจากันให้เสียเวลาอีก

มันเป็นจูบที่เต็มไปด้วยความโหยหา ความคิดถึง ความต้องการ แล้วก็แฝงด้วยความเอาแต่ใจของคนเมา แม้จะขาดสติเพราะแอลกอฮอล์ ทว่าบางที ความสัมพันธ์ก็อาจต้องการเวลาแบบนี้บ้าง

เวลาที่ให้เราได้ใช้หัวใจบงการทุกอย่างแบบเต็มร้อย

ทุกอย่างดำเนินไปอย่างไม่รีบร้อน แต่ก็ไม่ได้มีเวลามากพอจะไปที่เตียงนอนอย่างที่ควรจะเป็น โซฟาตัวใหญ่ดูคับแคบไปถนัดเมื่อเราต่างมอบสัมผัสลึกซึ้งให้กันและกันรุนแรงขึ้นตามความร้อนแรงของอารมณ์ เล็บยาวๆ เผลอจิกต้นแขนของคนด้านบนแน่นตอนที่หล่อนรุกล้ำเข้ามา มันเติมเต็มความคิดถึงจนร่างกายเธอแทบระเบิดเป็นเสี่ยงๆ อึดอัดกระทั่งเผลอร้องขอ

“บี...แรงๆ...”

แน่นอน ได้ยินแบบนั้นทุกอย่างก็ยิ่งรวดเร็วและรุนแรงขึ้น หลังจากประโยคนั้น เธอก็ไม่มีสิทธิ์พูดอะไรต่อเพราะเรี่ยวแรงและเสียงที่ถูกใช้กับการส่งเสียงตอบรับสัมผัสวาบหวามไปเสียหมด ก่อนถึงจุดสูงสุดที่ดีเกินคำบรรยายจนศิรินแทบหายเมา

“เดี๋ยวเจ็บหลัง” เสียงนุ่มทุ้มพูดสั้นๆ ขณะที่เจ้าของเสียงรวบร่างเปลือยเปล่าขึ้นมาอุ้มและเดินไปที่เตียง วางหล่อนลงอย่างเบามือที่สุดแล้วก้าวตามมาขึ้นคร่อมอีกครั้ง นิ้วเรียวยาวเปียกชื้นเกลี่ยลงบนผมหน้าม้าแสนน่าเอ็นดูเบาๆ และเผยรอยยิ้มเป็นครั้งแรกของวัน “แฮปปี้เบิร์ธเดย์นะคะ”

“ใช่เวลาเหรอ...” ศิรินถามทั้งที่ยังหอบหายใจรัวเร็ว ดวงตาเรียวเล็กปิดปรือส่วนมือไม้ก็ไม่ได้อยู่เฉย วางลงบนหน้าอกของอีกฝ่ายและลูบไล้ไปจนถึงหน้าท้องที่ปราศจากไขมันส่วนเกินเป็นสัญญาณว่าเธอพร้อมจะสานต่อสิ่งที่เราเริ่มกันไว้แล้ว

“ถ้าไม่บอกตอนนี้ ก็กลัวพูดไม่ไหวแล้ว”

ก็คงจะไม่ไหวกันทั้งคนพูดและคนฟังนั่นล่ะ

 

ไอแดดที่สาดทะลุผ้าม่านเข้ามาปลุกศิรินให้ตื่นขึ้นในช่วงสาวของวันรุ่งขึ้น เธอพลิกตัวอย่างไม่ค่อยสบายตัวนักเพราะถูกอาการแฮงก์เล่นงาน ไหนจะศึกหนักที่ทำเอาได้นอนเกือบใกล้รุ่งสาง เธอดีดตัวขึ้นแทบจะในทันใดเมื่อรู้สึกว่าพื้นที่ข้างๆ มันโล่งผิดปกติแล้วเมื่อลืมตาก็พบว่าที่นอนของน้ำทิพย์ว่างเปล่าแล้วจริงๆ

เพียงเท่านั้นเจ้าของตำแหน่งศรีภรรยาดีเด่นก็ตาเหลือกลงจากเตียง วิ่งไปคว้าเสื้อคลุมมาสวมทับชุดนอนยับๆ ล้างหน้าแปรงฟันอย่างเร่งรีบ แวะเสยผมที่หน้ากระจกเล็กน้อยและเดินเร็วๆ ลงไปที่ชั้นล่างเพราะสิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคือ ใครจะดูแลเรื่องอาหารเช้า

แต่ภาพที่เห็นตอนเดินไปถึงห้องครัวก็ทำให้เธอต้องหยุดอยู่ที่กรอบประตู เพราะมันคือภาพร่างสูงเพรียวกำลังยืนคนอะไรบางอย่างอยู่หน้าเตาโดยมีป้าอิ่มคอยช่วยหยิบจับโน่นนี่อยู่ห่างๆ ถึงท่าทางจะดูงกๆ เงิ่นๆ ไปบ้างตามประสาคนไม่เคยทำ แต่ก็น่ารักน่าเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก

“อ้าวคุณคริส ตื่นแล้วเหรอคะ ตัดผมมาใหม่ด้วย น่ารักเชียว”

ใบหน้าน่ารักยู่ลงเล็กน้อยเมื่อแม่ครัวเก่าแก่ร้องทักเพราะตั้งใจว่าจะแอบดูภาพนั้นเงียบๆ อีกสักหน่อย แต่เมื่อถูกทักมาขนาดนั้นแล้ว จึงทำได้แค่ยิ้มแห้งๆ แล้วพยักหน้ารับ

ส่วนน้ำทิพย์ ได้ยินว่าภรรยาตื่นแล้วก็วางมือจากทัพพีให้ป้าอิ่มมาจัดการต่อ ส่วนตัวเองก็เดินตรงเข้ามาหาศิรินแล้วบรรจงจูบลงบนปลายจมูกกลมๆ เบาๆ “มอร์นิ่งค่ะ รีบลงมาทำไม ขึ้นไปพักต่ออีกหน่อยไหม”

“กลัวไม่มีคนมาดูอาหารเช้า” ศิรินตอบพร้อมกับเงยหน้าสบตาอีกคนตาแป๋ว “คิดว่าทำแบบนี้จะชดใช้ความผิดได้หมดเหรอ”

“เปล่าเลย” ใบหน้าคมคายส่ายไปมาเบาๆ เป็นเชิงปฏิเสธ “แต่อยากทำให้”

“เดี๋ยวก็ได้ท้องเสียกันทั้งบ้าน” พูดแล้วก็หรี่ตามองการแต่งตัวของคนตรงหน้าที่ยังคงอยู่ในชุดนอนชุดเดียวกับเมื่อวานและเอียงคอถามด้วยความแปลกใจ “ยังไม่อาบน้ำเหรอคะ เดี๋ยวก็ไปทำงานสาย”

“วันนี้บีลาค่ะ”

“ลา ?” ศิรินทวนคำอย่างไม่เชื่อหู เธอทราบดีว่าช่วงนี้คนรักงานหนักแค่ไหน แล้วทำไมจู่ๆ ถึงลางานแบบนี้

“ใช่ ลาพาที่รักไปฉลองวันเกิดไงคะ”

“คริสไม่ได้อยากไปไหนสักหน่อย” ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่ความดีใจที่มันท่วมท้นในอกก็ฉายชัดออกมาทางสีหน้าและแววตา ไหนจะรอยยิ้มที่แทบจะซ่อนไว้ไม่ไหวนั่นอีก

“ก็ไม่ต้องไปไหนก็ได้ แค่อยากอยู่กันสองคน” มืออบอุ่นลูบลงบนผมยุ่งๆ ด้วยความรักแล้วเอ่ยชวน “ไปนั่งคุยกันหน่อยดีไหม”

“คุยเรื่องอะไรคะ”

“เรื่องของเรา”

งั้น...” ศิรินเบนสายตาไปทางสวนด้านนอก คงจะดีเหมือนกันถ้าได้ใช้เวลาด้วยกันและพูดคุยเรื่องที่ติดค้างอยู่ในใจในสถานที่สบายๆ บ้าง “ข้างนอกนะคะ”

“ได้สิ คริสไปนั่งรอเลย เดี๋ยวบีเอากาแฟไปให้”

สาวหมวยเดินโงนเงนมาทิ้งตัวลงบนเก้าอี้เหล็กดัดบนสนามหญ้า บริเวณนี้ถึงจะไม่ค่อยมีใครมาใช้งานบ่อยนักแต่ก็ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี สายลมอ่อนๆ ที่พัดมาช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้นจากอาการแฮงก์ไม่น้อย และนั่งเท้าคางมองต้นไม้น้อยใหญ่ในสวนไม่กี่อึดใจ น้ำทิพย์ก็เดินยกถาดแก้วกาแฟตรงมาหาเธอพร้อมรอยยิ้ม

“อันนี้ของคริส มีชาด้วยนะ แก้แฮงก์” พนักงานเสิร์ฟจำเป็นอธิบายระหว่างที่วางถาดลงบนโต๊ะเหล็กดัดและเลื่อนแก้วเซรามิกสองใบมาทางเธอ ก่อนที่หล่อนจะนั่งลงแล้วเลื่อนมือมากุมมือข้างหนึ่งของเธอไว้โดยยังไม่แตะต้องแก้วกาแฟของตัวเองแต่อย่างใด “เมื่อคืนคริสอาจจะจำไม่ได้ว่าเราคุยอะไรกันบ้าง”

“คิดว่าคริสเมาขนาดนั้นเลยเหรอ”

“แล้วจำได้ไหมว่าเราคุยอะไรกัน” น้ำทิพย์แซวยิ้มๆ

“ก็...ก็บ่นเรื่องบีบ้างาน จำวันเกิดคริสไม่ได้ อวดผมหน้าม้า แล้วบีก็สัญญาว่าบีจะไม่ไปไหน แล้วคริสก็...” พูดมาถึงตรงนี้ก็ต้องหลบสายตา เพราะจำได้ดีว่าเธอตำหนิอีกคนไว้แรงขนาดไหน แรงจนนึกไม่ออกเลยว่าเธอจะกล้าใช้คำพวกนั้นต่อหน้าน้ำทิพย์ได้ยังไงถ้าไม่เมา

“ด่าบีเละเลย” น้ำทิพย์ต่อประโยคให้ คราวนี้เธอใช้มือทั้งสองข้างกุมมือของศิรินไว้แน่นขึ้นกว่าเดิมแล้วเอ่ยประโยคที่เมื่อคืนพูดไปไม่รู้กี่รอบ “ขอโทษจริงๆ นะคะ ขอโทษที่สนใจแต่งานจนลืมใส่ใจคริส ไม่สนใจเลยว่าคริสจะเหนื่อยขนาดไหนกับการต้องดูแลบ้านคนเดียว หรือจะเหงารึเปล่าเวลาที่บีไม่อยู่ ไม่เคยรู้ว่าคริสน้อยใจจนต้องแอบร้องไห้คนเดียว บีอาจจะสนใจแต่จุดหมายมากไปจนลืมไปว่าระหว่างทางก็สำคัญเหมือนกัน เป็นคู่ชีวิตที่ไม่ได้เรื่องเลยเนอะ วันเกิดคริสทั้งทีบียังลืมได้ ไปอยู่แต่ภูเก็ตพอกลับมาก็มีแต่อยากจะพักผ่อนอยู่บ้าน คริสก็ยังยอมอยู่บ้านกับบี ทำอาหารอร่อยๆ ให้ทานทั้งที่ตัวเองก็มีอย่างอื่นที่อยากทำอีกตั้งเยอะ แต่หลังจากนี้บีจะปรับปรุงนะคะ อะไรที่เคยพลาดไปบีจะแก้ไขทั้งหมดเลย จะไม่ทำให้คริสต้องรู้สึกโดดเดี่ยวแบบนั้นอีกแล้ว เพราะงั้น ยกโทษให้บีได้ไหม”

ประโยคยาวๆ ที่เจือความรู้สึกผิดและจริงใจทำให้หัวใจช้ำๆ พลันหายเจ็บเร็วทันตาเหมือนเป่ามนต์ แถมมาด้วยความใจอ่อนยวบยาบที่ติดตัวมาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งเห็นคนที่รักที่สุดดูสำนึกผิดมากมายขนาดนั้นก็ยิ่งอยากจะเข้าไปกอดปลอบหล่อนแน่นๆ เพื่อจะบอกว่าเธอไม่เป็นไร แต่เพราะคำแนะนำจากทั้งนานาและก้องที่ได้รับมาเมื่อวาน ทำให้เธอเลือกที่จะสะสางสิ่งที่ค้างอยู่ในใจให้หมดก่อนเดินหน้าต่อ

“คริสไม่ได้โกรธบีเรื่องลืมวันเกิดเลย แต่คริสเฟลเพราะ...เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้สำคัญกับบีเลยสักนิด คริสรู้ว่าเรื่องงานมันเรื่องใหญ่ รู้ว่าบีทำทุกอย่างก็เพื่อเรา แต่คริสแค่อยากให้บีสนใจปัจจุบันของเราบ้าง คริสไม่เคยอยากได้อะไรเลยบีก็รู้ จำได้ไหม ตอนเราไปฮันนีมูน คริสบอกบีว่าอะไร”

“บอกว่าคริสแต่งงานกับบีเพราะว่ารัก”

“ใช่ค่ะ คริสแต่งกับบีเพราะคริสรักบี คริสไม่เคยอยากได้เงินของบีสักบาทเดียว คริสแค่อยากให้เราได้ใช้เวลาด้วยกัน มีความสุขด้วยกัน ทั้งที่คริสคิดว่าถ้าเราแต่งงานกัน เราได้อยู่ด้วยกันไปตลอดโดยที่ไม่ต้องมาคอยตอบคำถามคนอื่น คริสคงจะมีความสุขที่สุด แต่เอาเข้าจริง ชีวิตคู่มันมีอะไรมากกว่านั้นมากเลย คริสอาจจะไม่ใช่เมียที่ดีเท่าไหร่ แต่...แต่คริสก็พยายามเต็มที่ที่สุดแล้ว อยากจะเป็นทั้งเมียทั้งแม่บ้านที่ดีให้บี คริสเลิกทำงานที่ตัวเองรักมาหัดทำกับข้าว หัดทำบัญชี ทำอะไรเยอะแยะที่ชีวิตนี้คริสไม่เคยคิดว่าต้องทำ แล้วเวลาที่คริสเหนื่อย เวลาที่คริสเหงา คริสแค่อยากจะหันไปเจอบีอยู่ข้างๆ คอยปลอบคริส คอยให้กำลังใจคริส ให้คริสอ้อนแบบเมื่อก่อน แต่มันไม่มีเลยบี คริสไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร ไม่รู้จะปรึกษาใครที่มีปัญหาแบบนี้ทั้งที่เรายังแต่งงานกันไม่ถึงปีด้วยซ้ำ คริสไม่รู้ว่าต้องทำยังไง จะบอกบียังไงให้ตัวเองไม่งี่เง่า คริสเข้าใจ เข้าใจทุกอย่างที่บีทำ เข้าใจว่าบีทำทำไม เข้าใจว่าทำไมบีต้องไปอยู่ไกลๆ แต่คริสไม่รู้เลยว่าจะหยุดความน้อยใจของตัวเองได้ยังไง”

เพราะไม่ได้เตรียมใจมาว่าจะต้องเจอกับภาพภรรยาร้องไห้แต่เช้า เมื่อเห็นศิรินเปิดใจทั้งน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้มโดยที่ไม่มีเสียงสะอื้นหลุดออกมาสักนิด เหมือนเป็นความอัดอั้นที่ถูกกลั่นกรองออกมาเป็นน้ำตา น้ำทิพย์ก็ทำอะไรแทบไม่ถูก และเช้านี้ก็ไม่เหมือนเมื่อคืนที่หล่อนร้องไห้เพราะว่าขาดสติ แต่มันคือความรู้สึกเจ็บปวดที่หล่อนทนเก็บไว้คนเดียวมาเนิ่นนานเท่าไหร่เธอก็ไม่อาจรู้ แล้ววันนี้มันก็ถึงขีดสุดจนต้องได้รับการเยียวยาเสียที

ร่างสูงคลายมือหนึ่งออกและใช้นิ้วหัวแม่มือค่อยๆ เช็ดคราบน้ำตาออกจากใบหน้าเนียนใสอย่างทะนุถนอมราวกับกำลังสัมผัสกับแก้วเนื้อบางที่อาจแตกสลายได้ทุกเมื่อ “ไม่เป็นไรนะคะ คริสไม่ต้องคิดแล้วนะ บีอยู่ตรงนี้แล้ว ขอบคุณที่พูดออกมานะ หลังจากนี้เรามาเริ่มกันใหม่เนอะ ค่อยๆ เรียนรู้กันใหม่ จากนี้จะไม่ใช่แค่คริสคนเดียวแล้วที่ต้องเปลี่ยนตัวเองเพื่อบี บีเองก็จะเปลี่ยนเพื่อคริสเหมือนกัน เชื่อบีนะว่าทุกอย่างจะดีขึ้น”

“คริสน่ะ...” ศิรินพยายามกลั้นน้ำตาแล้วฝืนส่งยิ้มให้คู่สนทนา “คริสเชื่อบีมาตั้งแต่วันแรกอยู่แล้ว บีพิสูจน์ให้คริสเห็นมาตลอดเลยนี่คะ ตั้งแต่วันที่คริสบอกให้บีจีบคริสให้ติด ที่บีสัญญาว่าจะดูแลคริส บีก็ทำมันได้มาตลอด ครั้งนี้คริสก็จะเชื่อบีเหมือนกัน”

“ขอบคุณนะคะที่เชื่อใจบี”

ท่ามกลางเสียงสายลมอ่อนๆ และใบไม้ที่ปลิวกระทบกัน เราจับมือกันแน่นขึ้น สบตากัน ยิ้มให้กันเหมือนที่เคย และต่างทราบกันดีในใจว่านี่เพียงแค่จุดเริ่มต้น จากนี้ไปจนถึงวันสุดท้าย ชีวิตคู่ของเราคงต้องเจอบททดสอบอีกนับไม่ถ้วน

แต่ทั้งสองก็เชื่อเหลือเกินว่ามันจะไม่เป็นไร ขอเพียงเราจับมือกันแน่นพอ


Talk : มีโมเมนต์ก็ต้องอัพฟิคป้ะคะ 5555555 อะๆ ชอบไม่ชอบคิดเห็นยังไงฝากแท็ก #flowervasebc นะคะ ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตอนนี้น้า :)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 165 ครั้ง

894 ความคิดเห็น

  1. #894 FilmRatchaporn (@FilmRatchaporn) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 22:29

    ไรท์จ๋า
    #894
    0
  2. #889 4530656 (@4530656) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 15:34
    อ่านไปยิ้มไป ยังคงอบอุ่นใจทุกครั้งที่ได้อ่านเรื่องนี้ ชอบมุมมองความคิดของบีคริสในเรื่อง การพูดคุยและปรับตัวเข้าหากันมันดีจริงๆนะ ขอบคุณไรท์มากค่าาา
    #889
    0
  3. #888 P_tea (@P_tea) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 23:59
    ทั้งงอนทั้งง้อทั้งระบายความในใจ เอาให้สุดค่ะคริสสส

    เลิกบ้างานได้แล้วนะพี่บี~~* 555+
    #888
    0
  4. #887 Delight (@delight25) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 17:50
    คุยกันด้วยความรักแลัเหตุผลเป็นอะไรที่ลงตัวและละมุนมากๆค่ะ
    #887
    0
  5. #886 Ryojin29 (@Ryojin29) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 22:55
    แงงงง เอ็นดูคุณคริส อึดอัดตามเลยอ่า
    #886
    0
  6. #885 FilmRatchaporn (@FilmRatchaporn) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 10:11
    ดีอ่ะเคลียร์เรียบร้อยแล้วเนอะ555
    #885
    0
  7. #884 nattapornmook (@nattapornmook) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 22:30
    ร้องไห้เลยค่ะ รักเรื่องนี้มากๆ

    อยากอ่านเรื่อยๆนะพี่หยก
    #884
    0
  8. #883 บีคริส (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 22:01

    ดีอ่ะเปิดใจเคลียกัน แล้วก็เข้าใจกันได้ดี

    และที่ดีที่สุดคือน้องหยกอัพฟิค อยากจะเย้ดังๆให้ลั่นบ้าน

    #883
    0
  9. #881 clubbc (@clubbc) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 10:27
    เปิดใจคุยกัน เคลียร์ทุกอย่างที่ค้างคา แล้วเริ่มต้นกันใหม่ จับมือแล้วยิ้มไปด้วยกัน น่ารักมากๆๆๆ คิดถึง#บีคริส มากๆๆๆ ขอบคุณนะไรท์
    #881
    0
  10. #880 N'ฟลุ๊ค (@yodcum) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 08:36
    ดีแล้วค่ะที่พวกเขาเปิดใจคุยกัน ดีกว่าปล่อยให้ค้างคาแล้วมีปัญหาทีหลัง และอีกอย่างที่ดีใจคือฟิคอัพแร้ว!!!!
    #880
    0
  11. #879 imagine_ii (@imzii) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 07:38
    อ่านไปก็คือร้องไห้ตามพี่คริส สัมผัสได้เหมือนพี่บีเลยว่าเขาทนมานานแค่ไหนแล้ว ความน้อยใจนี้ ยังไงเอาใจช่วยให้ผ่านอุปสรรคต่อๆไปให้ได้นะ ฮืออออออ อินมากกก ทำไงดี เราต้องมูฟออน
    #879
    0
  12. #878 Plo (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 00:46

    แงงง ดีใจที่เค้าคุยกันเข้าใจแล้ว

    #878
    0
  13. #877 Pairnawarat (@Pairnawarat) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 00:02
    เหมือนตัวอักษรขยับได้เลยค่ะอ่านแล้วเหมือนได้เข้าไปอยู่ในนั้นจริงๆ
    #877
    0
  14. #876 dasywn (@in_noona) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 23:59
    ดีใจที่เค้าคุยกันเคลียร์กัน เข้าใจทั้งคู่เลยอ่ะอ่านไปร้องไห้ไปยิ้มไป รอติดตามตอนต่อไปค่ะท่าทางจะสวีทกันไม่น้อย ><
    #876
    0
  15. #875 homesixth (@homesixth) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 23:31
    ดีมากๆๆ เขียนแก้ไขคลี่คลายความสัมพันธ์ได้ดีและสื่อความรู้สึกดีมากๆ ชอบมากเลย และคำที่พ่อสอนคุณบี แบบเราต้องคุยกับตัวเองให้ดีก่อน ดีใจที่คุณบีรู้ตัวและรีบแก้ไข ก่อนที่อะไรๆจะแย่ไปกว่านี้หรือถึงขั้นสายไป การไม่พูดกันถึงปัญหา มันน่ากลัวเนอะ คุณบีดีมากๆ และที่ดีมากก็เพราะคุณคริสเขาดีมากๆด้วยสิเนอะ ขอให้รักและเข้าใจกันไปนานๆเนอะ
    สารภาพว่าเป็นฟิคที่อ่านแต่ละตอนคือกลัวมาเสมอ กับชื่อเรื่อง ที่แบบว่า มันจะโอเคหรือที่ดอกไม้จะมาอยู่ในแจกันใบนี้ กลัวว่าเจ้าเเจกันจะละเลย กลัวเจ้าดอกไม้จะเ-่ยวเฉา จะอยากกลับไปลงดินเหมือนเก่า แต่ตอนนี้แบบช่วยคลายความหวาดหวั่นได้เยอะเลย

    55
    ขอบคุณมากนะคะ ที่พาพวกเขามาอับเดตเรื่องราวกันต่อ คิดถึงเสมอค่ะ
    #875
    0
  16. #874 _palm_10 (@kanyanatthankam) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 23:23
    หือออออ ขอร้องไห้ก่อนเลยนะคะอันดับแรก
    ฉากพี่บีคุยกับพ่อคือน้ำตาไหลทุกครั้งเลย แล้วก็ยาวมาจนจบ
    ดีใจนะคะที่เขาเปิดใจคุยกันสักที

    ต้องขอบคุณพี่แกนด้วยที่จุดฉนวนนี่ขึ้นมา ไม่งั้นทุกอย่างคงจะแย่กว่านี้หลายเท่าเลย
    #874
    0
  17. #873 StApollo18 (@StApollo18) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 21:47
    ฟิคที่ดีต่อใจเสมอ ชอบทุกอักษรเลยค่ะ เหมือนมีพี่คริสมาพูดตรงหน้า
    #873
    0
  18. #872 waterstream (@waterstream) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 21:31

    คิดถึงจัง ????

    #872
    0
  19. #871 Karn (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 20:14

    คิดถึงมากเลยค่า มาต่ออีกบ่อยๆนะคะ

    #871
    0
  20. #870 PuengWaleerat (@PuengWaleerat) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 20:13
    มันดีอ่าา ชอบความด่ารัวๆ 555
    #870
    0
  21. #869 pujaa (@pujaa) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 19:21

    น้ำตาใหลเลยสนุกมากกกชอบรอตอนต่อไปค้าบ
    #869
    0
  22. #868 TIST_CHILL (@pammylover) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 18:58
    งื้อออน้ำตาแตกเลย ดีใจที่ปรับความเข้าใจกันสักที
    #868
    0
  23. #867 Puncherp (@punch-pisutti) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 18:26
    สมกับที่รอคอยมากๆเลยค่ะ จะจบปี2020ก็รอนะคะ งือออ
    #867
    0