Flower and Vase [BeeCris]

ตอนที่ 21 : [One Shot] Happy Birthday

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,984
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    28 พ.ย. 60

            



          07:30

Wednesday, 22 November

            ดวงตาเรียวเล็กของหญิงสาวในชุดนอนคอย้วยเพ่งมองวันที่ที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์หลังมันแหกปากปลุกเธอด้วยเสียงนาฬิกาปลุกด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย เธอเบื่อกับการต้องแหกขี้ตาตื่นแต่เช้าไปเบียดกับคนบนรถไฟฟ้าที่ขยันเสียได้แทบทุกวัน เบื่อกับการทำงานประจำในออฟฟิศเดิมๆ กับเนื้องานเดิมๆ และลูกค้าน่าเบื่อรายเดิมๆ เบื่อแม้กระทั่งเพลงที่ดีเจเปิดซ้ำไปซ้ำมาอยู่ทุกวันเวลาฟังวิทยุคลื่นเดิม

            ที่สำคัญเธอเบื่ออากาศของประเทศไทยที่ดูเหมือนจะไม่เคยรู้ตัวเลยว่าตอนนี้ตัวเองได้ก้าวเข้าสู่หน้าหนาวอย่างเต็มรูปแบบแล้ว อุณหภูมิในตอนเที่ยงวันถึงได้ยังคงสูงทะลุ 30 องศาอย่างคงเส้นคงวาอยู่แบบนี้

            คริสชอบหน้าหนาว แล้วเธอก็เป็นคนหนึ่งที่ตีปีกดีใจยกใหญ่ที่เมื่อสองสัปดาห์ก่อนกรุงเทพก็อากาศเย็นลงแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ก่อนจะต้องพับเสื้อกันหนาวตัวโปรดเข้าตู้และกลับมาซบอกร่มกันยูวีคันเดิมอีกครั้งเมื่ออุณหภูมิเริ่มสูงขึ้นในอีกสองสามวันต่อมา

            เธอขยี้ตาสองสามครั้งแล้วสะบัดผ้าห่มออกจากตัว ปิดเครื่องปรับอากาศและบิดตัวอย่างเกียจคร้านเพื่อเข้าห้องน้ำไปทำธุระส่วนตัว และอยู่ในสภาพพร้อมออกจากคอนโดมิเนียมขนาดหนึ่งห้องนอนของตัวเองตอนแปดโมงตรงเป๊ะไม่ขาดไม่เกิน

            พร้อมๆ กับที่โทรศัพท์มือถือของเธอมีสายเข้าในเวลาเดิมทุกวันนั่นแหละ

            P’B

            เจ้าของชื่อเล่นตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวเดียวคนนั้นทำให้คริสยิ้มได้เสมอ ถึงจะแค่เห็นชื่อที่โชว์หราบนหน้าจอก็เถอะ แต่อย่างน้อยพี่บีก็เป็นคนเดียวที่เปลี่ยนโลกของคริสที่เคยราบเรียบเหมือนหน้าอกของหล่อน (พี่บีเคยเปรียบเทียบไว้แบบนั้นตอนเรารู้จักกันใหม่ๆ) ให้มีสีสันมากกว่าเดิมจนคริสแทบจะจำไม่ได้แล้วว่าโลกของตัวเองตอนที่ไม่มีครีเอทีฟคนใหม่ของบริษัทอย่างพี่บีเป็นยังไง ทั้งที่มันเพิ่งผ่านมาได้แค่สามเดือนเศษเท่านั้น

            “กำลังจะออกจากห้องแล้ว” คริสเลือกใช้คำพูดนั้นแทนคำว่าฮัลโหลที่ใครๆ ก็ใช้กันเกลื่อนกลาด เธอรู้สึกว่ามันเป็นคำที่แสนน่าเบื่อ แถมยังเปลืองค่าโทรศัพท์โดยใช่เหตุ โทรมามีธุระอะไรก็พูดกันสิ จะมานั่งทักทายกันทำไมให้เสียเวลาเปล่าๆ

            “สายไปสองนาที” ปลายสายว่าขำๆ “เช้านี้กินอะไรดี พี่อยู่ตลาดแถวออฟฟิศ เดี๋ยวซื้อไปฝาก”

            คริสส่ายหน้าระหว่างที่ใช้ไหล่หนีบโทรศัพท์ไว้แนบหูและสาละวนกับการล็อคประตูห้อง “สองนาทีก็แย่แล้ว กำลังจะขึ้นลิฟต์แล้วเนี่ย แล้วพี่บีกินอะไรอะ ลอกหน่อย ขี้เกียจคิด”

            “เช้ามาก็ขี้เกียจเลยนะเราน่ะ” พี่บีแซวแล้วเปลี่ยนไปพูดกับคู่สนทนาที่อยู่ตรงหน้าบ้าง “ลุยสวนเมื่อกี้เอาสองชุดเลยนะคะป้า”

            คริสเบ้หน้าเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่าลุยสวน ก็ดูเป็นมื้อเช้าที่สุขภาพดีเหมาะกับคนรักสุขภาพอย่างบีแล้ว แต่ดูจะไม่ใช่ทางของสาวกข้าวเหนียวหมูเจียงฮายอย่างเธอเท่าไหร่แล้วตัดบทเมื่อก้าวเท้าเข้าไปในลิฟต์ “เจอกันที่ออฟฟิศนะ เดี๋ยวคริสซื้อกาแฟไปให้”

            บทสนทนายามเช้าของเรามีเท่านั้นเอง บีไม่ค่อยไลน์มาเซ้าซี้ให้เธอต้องมานั่งตอบคำถามเดิมๆ ตลอดวันเหมือนคนอื่นๆ ที่เคยพยายามสานสัมพันธ์ (ถึงจะไม่เคยมีใครพูดขึ้นมาแบบเป็นเรื่องเป็นราวก็เถอะว่าเรากำลังคุยกันในฐานะอะไร) เพราะโต๊ะทำงานของทีมเออีก็อยู่ห่างจากทีมครีเอทีฟแค่สองบล็อก แล้วไอ้การที่เออีจะต้องเดินไปบรีฟงานทวงงานจากครีเอทีฟรมันก็เกิดขึ้นบ่อยจนเป็นกิจวัตรจนมองไม่เห็นเลยว่าเราจะหาเรื่องอื่นมาคุยกันระหว่างวันไปเพื่ออะไร จะมีก็แต่ตอนก่อนนอนเท่านั้นที่คุยไลน์กัน หรือไม่บีก็โทรมาบ่นนั่นบ่นนี่ให้ฟังบ้างตามโอกาส

 

            “อ่ะ” อเมริกาโน่เย็นหวานน้อยถูกวางลงตรงหน้าบีที่กำลังนั่งขีดๆ เขียนๆ อะไรอยู่ในสมุดที่โต๊ะกินข้าวตัวเล็กๆ ในครัวของออฟฟิศ ตามมาด้วยแก้วคาราเมลมัคคิอาโต้เย็นของคริสและเจ้าตัวที่ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้โดยที่ยังไม่เอากระเป๋าถือไปวางที่โต๊ะด้วยซ้ำ

            ก๋วยเตี๋ยวลุยสวนสองกล่องยังคงถูกทิ้งไว้ในถุงให้คริสต้องส่ายหน้าแล้วเป็นฝ่ายลุกไปหยิบจานสองใบมาเทและราดน้ำจิ้มให้เสร็จสรรพ “พี่บี กินข้าวก่อน”

            “แหมมมม ก็ว่าทำไมเช้านี้ป้าแมวชงไมโลหว๊านหวาน นึกว่าป้าทำน้ำตาลหกใส่ทั้งขวดโหล ที่ไหนได้...” เสียงแซวคุ้นหูที่ดังมาแต่ไกลทำบีหลุดหัวเราะให้กับความครีเอทตามประสาคนเป็นก๊อปปี้ไรต์เตอร์ของวุ้นเส้น เพื่อนสนิทของคริสที่ร่วมหัวจมท้ายด้วยกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม ขณะที่คริสอมยิ้มและทำหูทวนลมใส่โดยการหันไปเอ็ดคนข้างๆ แทน

            “หัวเราะอะไร กินเร็วๆ เข้า ลูกค้าเมื่อวานฟีดแบ็คกลับมาแล้ว ได้แก้งานหัวบานแน่”

            เห็นปฏิกิริยาของเพื่อนสนิทยังคงนิ่งเฉยเหมือนไม่รู้สึกอะไร วุ้นเส้นก็กระแทกแซนด์วิชกับไมโลเย็นของตัวเองลงบนโต๊ะอย่างเสียอารมณ์พร้อมกับบ่นกระปอดกระแปด “โอ๊ยอีคริส นิ่งเก่ง เก็บอาการเก่ง กูเลิกแซวมึงก็ได้ รำคาญ ได้เมื่อไหร่ก็อัปเดตเพื่อนด้วยแล้วกัน อีเจี๊ยบมันก็รอเสือกอยู่”

            “ก็ยังไม่มีอะไรให้อัปเดต” คริสตอบสั้นๆ พลางปรายตาไปทางบีที่นั่งกินข้าวอยู่ข้างเธอแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว “ใช่ป้ะพี่บี”

            “stay tuned” คำตอบที่สั้นกว่าทำคริสแทบสำลัก พูดประโยคนี้ออกมาแบบหน้าตายได้ยังไง

            “ว้าย ไลน์บอกเจี๊ยบเลยดีกว่า” วุ้นเส้นกรี๊ดกร๊าดและเริ่มกดมือถือของตัวเองเพื่อรายงานสถานการณ์สดให้เพื่อนอีกคนรู้

            “อิ่มแล้วก็ไปทำงานไป จานวางไว้นี่แหละ คริสล้างเอง” เพราะมัวแต่ต่อปากต่อคำกับเพื่อน สปีดในการกินของคริสก็เลยช้ากว่าปกติจนบีกินหมดแล้ว อาหารเช้าในจานของเธอก็ยังเหลือเกือบครึ่ง ก่อนริมฝีปากแดงๆ จะเบะเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายยื่นธนบัตรสีเขียวสองใบมาให้ “บอกแล้วไงว่าไม่เอา ค่าข้าวเช้าไง”

            “ตามใจ” บีพูดแค่นั้นแล้วลุกจากเก้าอี้พร้อมสมุดและแก้วกาแฟของตัวเอง แต่แทนที่จะตรงกลับไปที่โต๊ะตัวเอง เธอกลับเดินไปที่โต๊ะทำงานของคริสแล้วหยอดเงินค่ากาแฟใส่กระปุกออมสินแบบใสใบใหญ่บนโต๊ะก่อนแล้วจึงเดินกลับไปทำงานต่อ

            คริสกินข้าวแกล้มเสียงบ่นของเพื่อนสาวอีกครู่หนึ่งก่อนจะลุกไปล้างจานแล้วถือกระเป๋าสะพายไปที่โต๊ะ เธอวางกระเป๋าลงแล้วหยิบกระปุกออมสินที่เมื่อสามเดือนก่อนยังมีแต่เศษเหรียญขึ้นมาดูแล้วมองไปทางโต๊ะของครีเอทีฟตัวสูงคนนั้น เพราะดูเหมือนเช้านี้กระปุกออมสินของเธอจะมีแบงก์ยี่สิบเพิ่มขึ้นมาสองใบอีกแล้ว

           

            วันนี้งานของเออีคนเก่งดูจะน้อยกว่าปกตินิดหน่อย ทำให้คริสมีเวลาแอบเล่นเฟสบุ๊คได้บ้าง เธอเลื่อนเมาส์ลงไปตามไทม์ไลน์ก่อนจะสะดุดตาเข้ากับภาพๆ หนึ่งที่ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอ

            Organ Rasee is with Bee Namthip and 3 others

เบิร์ธเดย์ตัวแสบล่วงหน้า มีความสุขทุกวัน ร่างกายแข็งแรง เฮงๆ รวยๆ นะน้องงง loveeee #วันเกิดบีเอาเค้กมาให้นี่ถือทำไม


ไม่ต้องคิดให้เสียเวลา คริสก็กดเข้าไปที่ชื่อของ Bee Namthip แล้วคลิกดูวันเกิดเพื่อจะพบคำตอบที่ทำให้เธออยากจะสบถออกมาดังๆ

23 November 1990

ชิบหาย!

ถึงจะคุยกันมาสักพักแล้ว แต่เอาเข้าจริง ความรู้วิชาบีน้ำทิพย์ 101 ที่คริสมีอยู่มันน้อยมากเสียจนเธอมองไม่เห็นว่าจะเอาไปใช้เลือกของขวัญวันเกิดให้หล่อนได้ยังไง พี่บีที่คริสรู้จักเป็นครีเอทีฟตัวสูง ผมยาว ไว้ผมหน้าม้า หน้าตาดีแบบลูกเสี้ยวอังกฤษ หุ่นดี รักสุขภาพ แล้วก็ชอบสีเอ่อ ชอบสีชมพูเป็นชีวิตจิตใจ ผิดกับเธอที่ยี้สีหวานๆ และคลั่งไคล้สีเรียบเรื่อยอย่างสีขาวและสีดำเป็นที่สุด

เมื่อคิดอะไรไม่ออก คริสก็เริ่มหาตัวช่วยด้วยการไลน์ไปหาเพื่อนสนิทที่โต๊ะทำงานแทบจะอยู่ติดกับบีอยู่แล้ว

Cris : อีวุ้น

Cris : เรื่องใหญ่

WS : แค่ไหน

Cris : ไม้เอกสิบตัว

WS : ไหนว่า

Cris : พรุ่งนี้วันเกิดพี่บี

WS : ห๊ะ

WS : เชี่ย ใหญ่จริง

WS : แล้วมีของขวัญยัง

Cris : กูเพิ่งรู้แล้วกดสั่งของไปเมื่อกี้ เดี๋ยวพรุ่งนี้ Kerry มาส่งที่ออฟฟิศ

WS : ตลกมากป้ะอีนี่

Cris sent a sticker

Cris : ถ้ามีแล้วจะทักหามึงเหรอ

WS : เอ้า กูจะรู้

Cris : ซื้ออะไรให้ดีวะ

WS :เขาชอบอะไรอะ

Cris : ชอบออกกำลัง

WS : ซื้อลู่วิ่งสิ

Cris : พ่อง

Cris : หรือซื้อรองเท้ากีฬาดีวะ

WS : แป๊ป กูงานเข้า เดี๋ยวพักเที่ยงว่ากัน

แล้ววุ้นเส้นก็หายไปกับงานของหล่อน พอดีกับที่คริสได้รับอีเมลตอบกลับจากลูกค้า ต่างฝ่ายจึงต้องก้มหน้าทำงานกันไปตลอดเช้า กว่าจะได้คุยกันอีกทีก็ตอนพักเที่ยงที่วุ้นเส้นปรี่เข้ามาหาคริสถึงโต๊ะก่อนบีจะทันลุกจากโต๊ะทำงานเสียอีก

“อะยังไงดีจ๊ะ”

“ไม่รู้โว้ย” คริสบอกปัดพลางปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์และพูดต่อเมื่อบีเดินมาหาที่โต๊ะเพื่อลงไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันกับเพื่อนในออฟฟิศอีกสามสี่คนตามปกติ “วันนี้คริสไปกินข้าวกับวุ้นนะพี่บี มีธุระนิดหน่อย”

“อ้าว” หน้าสวยๆ หมองลงอย่างเห็นได้ชัดก่อนแปรเปลี่ยนเป็นใบหน้าเปื้อมยิ้มอีกครั้งในเวลาไม่กี่วินาที “งั้นพี่ไปกับพวกพี่เกดนะ ไว้เดี๋ยวคุยกัน”

“อื้ม ไลน์มาก็ได้ค่ะ”

แล้วบีก็เดินออกไปจากออฟฟิศพร้อมเพื่อนร่วมงานกลุ่มใหญ่ที่คริสแอบรู้สึกว่าใหญ่กว่ากลุ่มที่ไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันวันก่อนๆ แต่ก็กังวลกับวันพรุ่งนี้เกินกว่าจะถามอะไร ได้แต่ลากเพื่อนไปหาซื้อของขวัญที่ศูนย์การค้าใกล้ๆ ออฟฟิศพร้อมความกลุ้มใจเต็มกระเป๋า

หลังจากผ่านร้านเครื่องเขียนและกิฟต์ช็อปหลายร้าน สองสาวก็มาหยุดยืนอยู่ที่แผนกเครื่องกีฬาตามคำแนะนำของวุ้นเส้น คริสกอดอกเงยหน้ามองชุดออกกำลังกายสีชมพูอ่อนบนหุ่นอย่างถูกใจ แทบจินตนาการไม่ออกเลยว่าถ้าบีใส่เสื้อตัวนี้ หล่อนจะทั้งดูดีแล้วก็น่ารักขนาดไหน

“พี่บีจะชอบป้ะวะ”

“หวานกว่านี้ก็พี่บีตกถังน้ำเชื่อมแล้วอะมึง” วุ้นเส้นหัวเราะ “คนชอบออกกำลังที่ชอบสีชมพูไม่ต้องได้ของขวัญวันเกิดเป็นชุดออกกำลังสีชมพูก็ได้มั้ง”

“ชุดนี้ไม่ดีตรงไหน มึงดู Nike เชียวนะ แล้วเกิดวีคสุดท้ายก่อนเงินเดือนออกเนี่ย วีคเอนด์นี้กูไม่ต้องต้มมาม่ากินจนผมร่วงหรือไง”

“เขาบอกให้มึงซื้อให้เหรอ”

“ก็เปล่า” เสียงแหบๆ ปฏิเสธขณะที่เจ้าของเสียงเดินไปจับชุดออกกำลังกายแบบเดียวกันบนราวแขวนด้วยความสนใจ

“แล้วมึงจะมานั่งบ่นทำอะไรเนี่ย ก็ไปซื้อของอื่นที่มันถูกกว่านี้ให้เขาสิ”

“มึงก็รู้ว่ากูชอบเขา” คริสตอบเสียงอ่อยและลงท้ายด้วยการถอนหายใจ “แต่กูเนี่ย มีอะไรดีให้เขามาชอบ ธรรมดาขนาดนี้”

“เออ ธรรมดาขนาดนี้กูเป็นพี่บีกูจีบเจ๊น้ำเต้าหู้หน้าออฟฟิศแทนก็ได้ ได้ทั้งแฟนทั้งน้ำเต้าหู้กินฟรีไปตลอดชีวิต”

“อีวุ้น!”

ยังไม่ทันที่คริสจะได้ประเคนฝ่ามือลงบนต้นแขนของเพื่อน โทรศัพท์ในมือเธอก็ดังขึ้นเสียก่อน ชื่อของคนที่โทรหาเธอแบบไม่เสียเงินผ่านทางไลน์ทำคริสเลิกคิ้ว เพราะมันคือชื่อของพี่เกด คนที่น้ำทิพย์บอกว่าจะไปกินข้าวด้วยเมื่อตอนก่อนพักเที่ยง

“ค่ะพี่เกด”

“อยู่ไหนอะคริส ทำไมไม่มากินข้าวด้วยกัน” สาวใหญ่วัยหลักสี่ เจ้าของตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบัญชีรัวคำถามใส่

คริสขมวดคิ้วแล้วสบตาวุ้นเส้นด้วยความแปลกใจ “อยู่เซนทรัล พอดีมีธุระกับวุ้นนิดหน่อย พี่เกดมีอะไรด่วนหรือเปล่าคะ”

“ก็วันนี้เขานัดกันมาเลี้ยงวันเกิดให้บี เราไม่รู้หรือไงว่าพรุ่งนี้วันเกิดบีอะ”

“ชิบหาย” สิ่งที่ปลายสายบอกทำเธอสบถออกมาอย่างลืมตัวว่ากำลังพูดสายกับคนที่อายุมากกว่าเกินรอบ “เอ่อ ขอโทษค่ะพี่เกด คือคริสรู้ว่าพรุ่งนี้วันเกิดพี่บี แต่ไม่เห็นรู้เลยว่าวันนี้นัดไปกินข้าวกัน”

“เขานัดกันไปสองคนหรือเปล่าพี่เกด เผื่อพี่บีเขาจะขอของขวัญวันเกิดพี่คริสกันแบบสองต่อสองงี้” เสียงจีน่า น้องฝึกงานตัวแสบลอดเข้ามาในสาย

“อะๆ คิดซะว่าพี่ไม่ได้โทรมาแล้วกันนะคะคุณน้อง อย่าบอกบีล่ะว่าพี่ทำแผนแตก แค่นี้นะคริส”

“พูดชิบหายใส่พี่เกดกูว่าเรื่องใหญ่” วุ้นเส้นเอ่ยทันทีเมื่อคริสยกโทรศัพท์ออกจากหู

“เขาไปกินเลี้ยงวันเกิดพี่บีกันเกือบทั้งออฟฟิศ แล้วไม่มีกู มึงว่าใหญ่พอไหม”

“โอ๊ยอีคริส แล้วอยากจะมาตามหาของขวัญอะไรวันนี้ เวรจริงๆ”

“เออน่า กูเอาอันนี้แหละ จะได้รีบกลับ ต้องไปซื้อกล่องของขวัญอีก” คริสตัดบทและคว้าชุดกีฬาไซซ์ M ที่คิดเอาเองว่าบีน่าจะใส่ได้ไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์

 

บ่ายวันนั้นเราแทบไม่ได้คุยอะไรกันอีก สิ่งเดียวที่ยืนยันว่าบีไม่ได้ผิดปกติก็คือเค้กที่วางอยู่บนโต๊ะตอนที่คริสกลับไปถึงที่ทำงาน พลอย เออีโต๊ะข้างๆ บอกว่าบีเอามาวางไว้ให้ แต่มองไปก็เห็นเจ้าตัวไม่ได้มีท่าทีอะไร จึงเลือกจะไลน์ไปถามแทน

Cris : ซื้อเค้กมาให้คริสเหรอ

BEE : ช่าย

BEE : ร้านนี้อร่อยมาก

Cris : ซื้อมาเนื่องในโอกาสอะไรอะ

BEE : ก็อยากให้กินของอร่อย

Cris : thank you na <3

เพราะกลัวว่าคุยไปคุยมาตัวเองจะเผลอทำความลับแตก คริสก็เลยจบบทสนทนาลงแค่นั้น แล้วตอนเย็นก็รีบเผ่นออกจากออฟฟิศก่อนพร้อมถุงชุดออกกำลังกายและกระดาษห่อของขวัญเพื่อไม่ให้บีเห็น แต่คุณครีเอทีฟก็ยังตาไวพอจะมองเห็นและส่งเสียงมาจากโต๊ะของหล่อนจนได้

“กลับแล้วเหรอคริส”

“มีนัดกินข้าวกับปะป๊าหม่ามี๊อะพี่บี กลับก่อนนะคะทุกคน หวัดดีค่ะ หวัดดีค่ะ” คำแก้ตัวแรกที่ผุดขึ้นมาในสมองถูกหยิบมาใช้อย่างไม่มีทางเลือก คริสยกมือไหว้พี่ๆ ในออฟฟิศด้วยความรีบร้อนอย่างน่าสงสัย โดยเฉพาะวุ้นเส้นที่เห็นพิรุธชัดกว่าใครถึงขั้นต้องไลน์ไปเตือนตอนหัวค่ำ

WS : คะแนนความเนียนมึงติดลบมากวันนี้

Cris : จังหวะนั้นกูคิดคำตอบมาตอบเขาได้ก็บุญแล้ว

WS : แล้วนี่ห่อเสร็จยัง

Cris : ยังไม่ได้ห่อเลย รอร้านใต้คอนโดอบแห้งอยู่

WS : อหหหห

WS : เล่นใหญ่ขนาดนี้ไม่เอาตัวเองผูกโบว์ให้เขาเลยล่ะ

Cris : ก็ว่าอยู่

WS sent a sticker

WS : เขาบอกยังว่าพรุ่งนี้วันเกิด

Cris : ยังเลยว่ะ

WS : เออดี เซอร์ไพรส์กันไปกันมาเนอะ

Cris : วันเกิดเขา เขาจะมาเซอร์ไพรส์อะไรกู

WS : อย่าโง่ได้ปะ

WS : เขาไม่บอกว่าวันนี้ที่ออฟฟิศเลี้ยงวันเกิดให้เพราะอาจจะอยากไปฉลองวันเกิดกับมึงสองคนพรุ่งนี้ก็ได้

Cris : เพ้อเจ้อ

Cris : มึงว่ากูจะนกป้ะ

WS : เอ้าอีนี่ ดึงดราม่าทำไมเนี่ย

Cris : ก็ไม่รู้ดิ

Cris : คนแบบพี่บีเนี่ยนะจะไม่มีใครจริงๆ

WS : มาถึงขั้นนี้ละ เคยสังเกตสายตาเขาบ้างปะ

Cris : ใครจะไปกล้าวะ

WS : เขาชอบมึง กูเป็นคนนอกกูยังดูออกเลย

Cris : ไม่ได้ปลอบใจกูแน่นะ

WS : เออ!

แค่นั้นคริสก็ยิ้มได้แบบไม่มีสาเหตุ เธอกอดกล่องของขวัญที่ซื้อมาเตรียมไว้ใส่ชุดกีฬาให้บีไว้แน่น กล่องของขวัญสีโปรดของหล่อนกับริบบิ้นสีขาวซึ่งเป็นสีโปรดของเธอ หวังว่าตอนที่ยื่นให้ มันจะทำให้บียิ้มได้เหมือนที่เธอกำลังยิ้มอยู่ตอนนี้

 

เช้าวันต่อมา ของขวัญของคริสเป็นหมัน

บีเพิ่งส่งไลน์มาบอกตอนแปดโมงนิดหน่อยว่าวันนี้ไม่ต้องซื้อกาแฟให้เพราะเธอไม่ได้ไปทำงาน คริสก้มมองกล่องของขวัญในถุงกระดาษที่ตั้งใจห่ออยู่ครึ่งคืนด้วยแววตาผิดหวัง และยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นลูกโป่งที่โดนเจาะให้แตกกลางอากาศเมื่อเห็นเงาเสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อนของตัวเองสะท้อนผ่านกระจกที่ล็อบบี้คอนโด

ทั้งตู้เสื้อผ้า คริสมีเสื้อสีชมพูแค่ตัวเดียว ได้มาเพราะร้านเสื้อผ้าแบรนด์หนึ่งลดราคา 3 ตัวเหลือแค่ 500 บาท (ดันบังเอิญเหลือแค่สีขาว สีฟ้า แล้วก็สีชมพูพร้อมเงื่อนไขว่าได้แค่สีละตัวเท่านั้น) แล้วก็ไม่เคยหยิบมาใส่เลย แต่วันนี้ก็ตั้งใจใส่มาเพื่อเป็นเซอร์ไพรส์เล็กๆ ให้เจ้าของวันเกิดที่ชอบสีชมพูเป็นชีวิตจิตใจคนนั้น

เพราะทุกอย่างมันแย่ตั้งแต่เช้า วันนั้นทั้งวันก็เลยกลายเป็น Bad Day ไปหมด เริ่มจากโดนลูกค้าโทรมาวีนเรื่องอาร์ตเวิร์คไม่ตรงบรีฟทั้งที่ก่อนส่งบรีฟให้ทีมกราฟฟิก เธอก็ส่งให้ลูกค้า approve ก่อนแล้ว ต่อด้วยออกไปหาลูกค้าแล้วสะดุดฟุตบาธหน้าเกือบทิ่ม ตอนกินข้าวเที่ยงก็ยังซวยเจอหนังยางซ่อนตัวอยู่ในแกงส้ม จบลงด้วยโทรศัพท์ร่วงจนฟิล์มกระจกร้าวทั้งแผ่น

สีชมพูนี่มันเฮงซวยสิ้นดี

คริสคิดในใจระหว่างที่กระแทกเท้าออกจากออฟฟิศหลังเวลาเลิกงานผ่านไปเกือบชั่วโมง แต่ดูเหมือนความซวยของเธอยังไม่จบเมื่อดันไปชนเข้ากับตัวสูงๆ ของใครบางคนจนถุงกล่องของขวัญหลุดมือ

“ทำไมวันนี้กลับช้า” เสียงคุ้นหูพร้อมกับมือเรียวที่เก็บถุงกล่องของขวัญขึ้นมาส่งคืน ทำให้คริสหน้ามุ่ยคูณสองแล้วแย่งถุงกระดาษมาถือไว้เอง

ยังจะมีหน้ามาถามอีก!

“วันนี้วันเกิดทำไมไม่บอก เมื่อวานไปกินวันเกิดกับออฟฟิศทำไมไม่ชวน แล้ววันนี้หยุดงานทำไม แล้วมาทำอะไรเอาป่านนี้”

คำถามยาวเหยียดเหมือนปืนกลทำบีหัวเราะ “ขอใช้สิทธิ์วันเกิด ไปกินข้าวกันก่อน แล้วเดี๋ยวจะตอบทุกคำถามเลย”

ร้านที่เจ้าของวันเกิดเลือกและขับรถฝ่ารถติดจากแถวอโศกมากินเป็นมื้อเย็น ก็คือร้านอาหารญี่ปุ่นร้านหนึ่งในซอยทองหล่อ คริสนั่งหน้าหงิกมาตลอดทางในขณะที่บีเองก็รู้ตัวว่าตัวเองมีความผิดติดตัวจึงเลือกจะไม่ถามเซ้าซี้ ปล่อยให้อีกฝ่ายสั่งอาหารจนพอใจแล้วถึงค่อยเปิดบทสนทนาขึ้นมา

“ไม่เคยเห็นคริสใส่สีชมพูเลย น่ารักดีอะ”

“ไม่ต้องมาชม ทำไมเมื่อวานไม่บอกคริสว่าจะไปกินวันเกิดกับที่ออฟฟิศ”

“ก็เราไปกินข้าวด้วยกันทุกวัน ใครจะไปรู้ล่ะว่าเมื่อวานจะมีคนติดธุระขึ้นมา” บีตอบ ซึ่งคนถามเองก็เถียงไม่ได้เลย เพราะถ้าเมื่อวานเธอไม่ต้องวิ่งหาของขวัญ ก็คงได้อยู่ในรูปหมู่ที่วันนี้เพื่อนร่วมงานหลายคนโพสต์ลงเฟสบุ๊คเพื่ออวยพรวันเกิดพี่บีด้วยแล้ว

“แล้วไม่คิดจะบอกคริสเลยว่าพี่บีเกิดวันนี้ ?”

“แต่สุดท้ายคริสก็รู้ ?” คนตัวสูงย้อนถาม

“ก็เห็นในเฟสบุ๊ค แล้วเมื่อวานพี่เกดก็โทรมาด้วย” คริสบ่นพลางเขี่ยหลอดในแก้วชาเขียวเย็นเล่น “ที่คริสไม่ได้ไปกินข้าวด้วยก็ไปหาของขวัญให้พี่บีนั่นแหละ”

“ไหนอะ ของขวัญพี่”

“ยังไม่ต้องดู ตอบมาให้ครบก่อน ทำไมวันนี้ไม่มาทำงาน”

“ก็ไปทำบุญแล้วก็กินข้าวกับที่บ้านมา” เห็นดวงตากลมแป๋วฉายแววสงสัยแต่ไม่กล้าถาม บีก็รู้ทันพอจะขยายความต่อ “ก็ไปกับที่บ้านตอนกลางวัน ตอนเย็นจะได้มากับคริสไง”

“ถ้าคริสติดนัดคนอื่นไปแล้วจะทำยังไงเนี่ย”

“ติดนัดคนอื่นได้ยังไง เห็นๆ อยู่ว่าเตรียมของขวัญมาให้พี่” คนอายุมากกว่าบุ้ยปากไปทางกล่องของขวัญที่ดูบู้บี้เล็กน้อยจากการโดนชนเมื่อเย็น ให้คริสเม้มปากเล็กน้อยแล้วยื่นมันให้คนตรงหน้าพร้อมรอยยิ้มเขินๆ

“แฮปปี้เบิร์ธเดย์ค่ะ”

“น่ารักเนอะ” บียิ้มระหว่างที่ค่อยๆ แกะริบบิ้นสีขาวออกอย่างทะนุถนอม

“ใช่สิ ก็พี่บีชอบสีชมพูนี่”

“หมายถึงคนให้อะ น่ารักดี”

แล้วชุดออกกำลังกายสีชมพูที่คริสตั้งใจเลือกมากับมือก็ปรากฏสู่สายตา คราวนี้บียิ้มกว้างยิ่งกว่าเดิม สายตาดูดีใจเหมือนเด็กได้ของเล่นไม่มีผิด “ขอบคุณนะคะ”

“มีการ์ดด้วยนะ เห็นยัง” คริสบอกและหยิบการ์ดที่วางอยู่ในกล่องขึ้นมาอวด “ลองอ่านดูดิ”

จะเป็นของขวัญในตอนวันเกิด จะเป็นดอกไม้ดีๆ ให้เธอ : )

สุขสันต์วันเกิดค่ะ

Cris’

“จะเป็นของขวัญในตอนวันเกิด จะเป็นดอกไม้ดีๆ ให้เธอ” บีอ่านข้อความในการ์ดออกเสียงและเก็บมันลงในกล่องเหมือนเดิม “เพลงเหรอ ความหมายดีจัง”

“ช่าย ชอบป้ะ” เจ้าของการ์ดลากเสียงยาวก่อนลงท้ายด้วยคำถามที่เธออยากรู้มาทั้งวัน

“ที่สุดเลย”

“งี้แหละ คนเลือกเก่ง”

“แล้ววันนี้นึกยังไงใส่สีชมพู ไหนบอกพี่ว่าไม่ชอบ”

“ก็พี่บีชอบไม่ใช่เหรอ” คราวนี้เสียงของคริสดูจะเขินกว่าปกติ ไหนจะมือที่ยกขึ้นมาเอาผมทัดหูแบบไม่มีสาเหตุนั่นอีก “พี่บีเคยบอกว่าคนใส่เสื้อสีชมพูน่ารัก คริสก็เลย...”

“คริสใส่อะไรก็น่ารัก” บีพูดแทรกแล้วเอื้อมมือมาบีบปลายจมูกของอีกฝ่ายเบาๆ “ถ้าพี่จะชอบคริสเพราะว่าคริสใส่สีชมพู วันนี้เราคงไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้ด้วยกันหรอก”

“ชอบ ?” คริสทวนคำ เธอไม่ได้หูไม่ดีหรอกน่า แค่อยากจะทำให้อะไรๆ มันชัดเจนขึ้นอย่างที่มันควรจะเป็นเท่านั้นแหละ

“ยังต้องพูดอีกเหรอว่าชอบขนาดไหน” เป็นครั้งแรกที่คริสเห็นบีเขิน บีก้มหน้ามองจานถั่วแระที่ร้านอาหารเอามาเสิร์ฟเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยอยู่หลายวินาทีแล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตาคริสด้วยสายตาจริงใจ “ถ้าคริสรู้แล้ว คริส...ว่าไงอะ”

“ทั้งที่คริสธรรมดามากเลยเนี่ยนะ”

บีส่ายหน้า “ธรรมดาแค่ไหน เราทุกคนก็เป็นคนพิเศษของใครสักคนเสมอแหละ เหมือนที่คริสพิเศษมากสำหรับพี่ แล้วพี่...”

“สำหรับคริส พี่บีเกินเอื้อมมากนะ รู้ตัวป้ะ” คราวนี้เป็นตาคริสเขินบ้าง ไม่ต้องส่องกระจกก็รู้ว่าตอนนี้หน้าเธอคงแดงไปถึงหูแล้วแน่ๆ

“เกินเอื้อมตรงไหน” ไม่ใช่แค่คำพูด แต่บียังวางมืออบอุ่นของตัวเองลงบนมือเย็นเฉียบของคริสเพื่อเป็นการยืนยันคำพูดของตัวเองด้วย “พี่อยู่ตรงนี้เอง ไม่ได้ลอยอยู่บนฟ้าสักหน่อย”

เงียบกันไปอึดใจหนึ่ง แล้วบีก็เป็นฝ่ายพูดต่อ

“คบกันได้ไหม”

“อื้อ”

ท่ามกลางความเงียบในร้านและเสียงเพลงพื้นบ้านของญี่ปุ่นที่คลอเบาๆ มาตามลม เราจับมือกันแน่นขึ้นพร้อมกับยิ้มให้กันอย่างเข้าใจ ท่าทางอาหารเย็นมื้อนี้คงเป็นอาหารเย็นที่อร่อยแล้วก็พิเศษที่สุดเท่าที่เราเคยกินด้วยกันมาเลย

 

บีมาส่งคริสถึงหน้าคอนโดตอนเกือบสี่ทุ่มและวิดีโอคอลมาเมื่อเธอถึงบ้าน แล้วทำใจกล้าขออะไรบางอย่างที่คิดว่าตัวเองน่าจะโดนด่าเปิดเปิง แต่ถ้าคริสยอม มันก็คุ้มพอจะยอมแลก

“ร้องเพลงในการ์ดให้พี่ฟังได้ไหม”

นิ่งไปครู่หนึ่งจนบีคิดว่าตัวเองจะหูชาตั้งแต่วันแรกที่คบกันแล้ว แต่ผิดคาด เมื่อคริสแค่พยักหน้าเขินๆ แล้วหายไปจากหน้าจอ ก่อนจะเดินกลับมาพร้อมอูคูเลเล่สีน้ำตาล เธอจัดแจงตั้งโทรศัพท์พิงไว้กับหมอนแล้วนั่งขัดสมาธิลงบนเตียงและเริ่มดีดอูคูเลเล่เป็นเพลงรักน่ารักๆ ที่เธอชอบมากในช่วงนี้

“จะเป็นของขวัญในตอนวันเกิด จะเป็นดอกไม้ดีๆ ให้เธอ จะทำทุกทาง จะดูแลเธอไปทุกนาที และมีบ้างไหมเวลาเธออ่อนแรงหากในวันที่เธอล้มลง จะทำให้เธอ หากเธอต้องการอะไร แม้เธอไม่สนใจ”

แน่นอนว่าเสียงแหบๆ ของคริสคงไม่ได้ร้องเพลงเพราะเท่านักร้องหนุ่มเจ้าของเพลงตัวจริง แต่มันก็น่ารักพอให้บียิ้มหน้าบานขณะที่นั่งดูแฟนหมาดๆ ร้องเพลงไปยิ้มเขินไปผ่านโทรศัพท์ จนโน้ตตัวสุดท้ายจบลง คริสก็ลุกขึ้นมาหยิบโทรศัพท์แล้วยิ้มจนตาปิดให้

“รักพี่บีนะ พรุ่งนี้เจอกัน บายยยย”


Talk : ลงย้อนหลัง 3 วันก็ได้แหละ พอดีไปเจอเพลงนึงของ The  Toys มา น่ารักมาก ก็เลยอยากเขียน ใครยังไม่ได้ฟัง ลองฟังแล้วอ่านใหม่อีกรอบเนอะ จะรูู้ว่ามันน่ารักมากจริงๆ จะทำให้เธอ…Blink - TheTOYS[Official MV]  พูดถึงฟิคติดแท็ก #birthdaybc2017 ขอบคุณที่ติดตามค่า : )

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

894 ความคิดเห็น

  1. #755 aikoatita (@aikoatita) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 16:46
    คิดถึงเรื่องนี้มากก ไรท์มาต่อนะ
    #755
    0
  2. #754 karn (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 13:31
    โอ๊ยยยยน่ารักมาก เขินนนนนนน
    #754
    0
  3. #753 TIST_CHILL (@pammylover) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 00:13
    น่ารักมากโอ้ยยยชอบ
    #753
    0
  4. #752 sun_devil (@sun_devil) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 00:37
    น่ารักกกเขินนนน><
    #752
    0
  5. #751 Pearrybc (@Pearrybc) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 22:46
    เขินนนยแง้ น่าร้ากกกก
    #751
    0
  6. #750 บีคริส (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 14:16
    น่ารัก โอ้ยเขินมาก คิดถึงเรื่องนี้คิดถึงไรท์มากนะครับ กลับมาอัพให้หายคิดถึงอีกเน้อ
    #750
    0
  7. #749 imagine_ii (@imzii) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 11:08
    น่ารักมากกกกกกกกกกกกก ชอบมากเลยค่ะ
    #749
    0
  8. #748 Noon_Afternoon (@Noon_Afternoon) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 08:15
    โหยยย น้องคริสดีดอูคู ไหนนึกภาพซิ~ 55555555


    เรื่องน่ารักดีๆๆ
    #748
    0
  9. #747 Ryojin29 (@Ryojin29) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 21:38
    คุณคริสน่ารักกกกกก แสนงอนพี่บีจริงๆเลยหนูลู๊กกกกก
    #747
    0
  10. #746 simmmmmmme (@saaimsimmy) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 19:47
    ดีต่อใจจ >< คิดถึงฟิคพี่หยกกก
    #746
    0
  11. #745 pikpat1 (@pikpat1) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 19:35
    น่ารักมากๆเลยค่ะ ทำให้ยิ่งอินกับเพลงมากขึ้นอีกร้อยเท่า งื้อออ >\\\<
    #745
    0
  12. #744 Bbbb (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 19:26
    น่ารักกกก >< จะไปฟังเพลงเดี๋ยวนี้เลยยยย
    #744
    0
  13. #743 AuJariya (@AuJariya) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 19:01
    น่ารักมากๆๆเลยค่ะไรท์ ขอบคุณนะคะ
    #743
    0
  14. #742 ปอ ละ อิ่น (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 18:46
    งู่ยยยยยย เขินนนน น่ารักจังน่ารักมากมากมากกกกกกโอ้ยยยยงื้อออออ
    #742
    0