Flower and Vase [BeeCris]

ตอนที่ 20 : Episode 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,493
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 61 ครั้ง
    18 ส.ค. 60

กว่าสิบนาทีที่จักรยานสองล้อพาพวกเธอรับลมรอบรีสอร์ท เจ้าของอ้อมแขนเล็กๆที่สวมกอดเอวของคนขับรถประจำตัวยังคงมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าอยู่ไม่ขาด จนวนกลับมาถึงล็อบบี้ ศิรินถึงได้ยอมคลายอ้อมกอดออกอย่างเสียดายแล้วอมยิ้มเมื่อสังเกตเห็นเหงื่อเม็ดเล็กบนใบหน้าสวยและแก้มที่แดงกว่าปกติของอีกฝ่ายพร้อมกับยืดตัวขึ้นเล็กน้อยเพื่อใช้นิ้วหัวแม่มือเช็ดเหงื่อให้หล่อนที่ก้มตัวลงมาให้เธอเช็ดได้ง่ายๆอย่างรู้งาน

 

คริสตัวหนักมั้ยคะ อดจะถามเสียงติดกังวลไม่ได้ ช่วงนี้เธอไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกายเพราะอยากรอให้อะไรๆมันเข้าที่เข้าทางเสียก่อน แค่ดูแลบ้าน วิ่งเข้าวิ่งออกซื้อนั่นซื้อนี่รวมทั้งดูแลกิจการที่ร้าน เวลาของเธอก็แทบหมดวันแล้ว

 

นิดนึง น้ำทิพย์ตอบยิ้มๆและรีบเสริมอย่างเอาใจเมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มจะหน้าหงิก มันแปลว่าบีดูแลคริสดีไง ถ้าปล่อยให้คริสผอมเอาๆปะป๊าหม่ามี๊คงโกรธบีแย่เลยที่เลี้ยงลูกสาวท่านอดๆอยากๆ

 

กลับไปคริสจะกลับไปเต้นแล้ว ใบหน้าน่ารักภายใต้แว่นกันแดดสีดำอันใหญ่เชิดขึ้นเล็กน้อยด้วยความมั่นใจก่อนจะพูดเสียงอ่อนลง อ้วนมากๆเดี๋ยวบีเบื่อ

 

ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มด้วยความเอ็นดูเพราะอีกฝ่ายยู่ปากลงเล็กน้อยก่อนมือเรียวจะเอื้อมมาลูบหัวหล่อนเบาๆ เป็นยังไงก็รัก

 

ศิรินส่ายหน้าไปมาแบบไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่นักจนน้ำทิพย์ต้องเลื่อนมือที่ลูบหัวเธออยู่มากุมมือซ้ายของเธอไว้และใช้นิ้วหัวแม่มือแตะลงบนแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายราวกับจะสื่อว่านี่คือคำสัญญาจากหล่อน

 

หล่อนที่ชอบทำตัวแข็งทื่อและมักจะพูดจาหวานๆในแบบฉบับของตัวเองโดยที่ไม่รู้ว่ามันแสนโรแมนติกเสมอ

 

จะอ้วน แก่ ผมหงอก หน้า... พูดคำว่า หน้าเหี่ยว ยังไม่ทันจบ ก็โดนปิดปากด้วยส่วนเดียวกันของอีกฝ่ายซะแล้ว

 

ยังไงก็รัก

 

แล้วก็ลงท้ายด้วยการย้ำประโยคเดิมเสียงหนักแน่นเสียจนเธอไม่กล้าถามอะไรอีกเลย

 

ระหว่างทางเดินจากล็อบบี้ไปที่ท่าเรือเพื่อขึ้นเรือไปเล่นพาราเซลลิ่ง โทรศัพท์ของน้ำทิพย์ก็ดังขึ้นให้เจ้าของต้องขมวดคิ้วเพราะสั่งลูกน้องเอาไว้เด็ดขาดแล้วว่าช่วงที่เธอลาพักร้อน จะไม่มีการโทรศัพท์ใดๆทั้งสิ้นยกเว้นเรื่องด่วนให้ส่งมาทางอีเมลเท่านั้น แต่เมื่อเห็นหน้าคนที่โทรเข้ามาผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ เธอก็หลุดยิ้มและส่งโทรศัพท์ให้คนข้างๆดู ซึ่งหล่อนก็เผลอยิ้มออกมาไม่ต่างกัน

 

จะใครเสียอีกล่ะ ก็คนที่ทำให้พวกเธอได้เจอกันนั่นไง

 

ว่าไงพี่แกน มีอะไรให้รับใช้ น้ำทิพย์ถามเสียงทะเล้น

 

โอ๊ย ใครจะกล้าไปใช้แก ปลายสายตอบกลับมา และเพราะว่าเธอเปิดสปีคเกอร์โฟน เสียงหัวเราะจากศิรินมันก็เลยลอดเข้าไปในโทรศัพท์ด้วย พี่โทรมากวนเวลาสวีทหรือเปล่าเนี่ย

 

เปล่าเลยค่ะพี่แกน คุยได้ ศิรินรีบบอก บีปิดสปีคเกอร์สิ เผื่อพี่แกนเขามีธุระอะไรจะคุยกับบีสองคน

 

พี่แกนไม่มีความลับอะไรหรอกน่า อะสรุปมีอะไร ว่าไปสิพี่แกน ร่างสูงปฏิเสธและเร่งเร้าจะเอาคำตอบจากคนเป็นพี่สาวด้วยความอยากรู้

 

ใช่ๆ ไม่มีความลับอะไรหรอก อยากคุยกับทั้งบีทั้งคริสนั่นแหละ ราศีว่า เธอยอมรับว่าตัวเองเชียร์คู่นี้ขาดใจในวันที่เจ้าน้องปากหนักยอมรับออกมาตรงๆว่าสนใจศิริน เพราะฝ่ายหนึ่งก็เป็นน้องสาวที่รักกันเหมือนน้องแท้ๆ ส่วนอีกฝ่ายก็เป็นรุ่นน้องในวงการบันเทิงที่น่ารักมาตลอด และยิ่งได้เห็นพัฒนาการความสัมพันธ์ตั้งแต่วันที่ทั้งสองคนยังเป็นคนแปลกหน้าของกันและกัน กระทั่งกลายเป็นคู่ชีวิตกันในวันนี้ ก็ยิ่งดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์น่ารักๆครั้งนี้ ถึงจะเป็นแค่ส่วนเล็กๆก็เถอะ เดือนหน้าว่างกันมั้ย ทั้งสองคนเลย

 

แฟชั่นโชว์อะไรอีกล่ะ เจ้าของโทรศัพท์ดักคอ ให้คนตัวเล็กกว่าต้องเอื้อมมือมาฟาดเบาๆเพื่อปราม

 

บี เสียมารยาท

 

รู้ดีจริงๆแกนี่ นั่นแหละ แบรนด์พี่มีเดินแฟชั่นโชว์งาน Bangkok International Fashion Week ก็เลยจะชวนบีมาดู แล้วก็ชวนคริส...

 

ไปเดินแฟชั่นโชว์ด้วย ? อีกครั้งที่น้ำทิพย์รู้ทัน ซึ่งราศีก็รีบตอบรับ ทั้งที่ใจหนึ่งก็ทำใจไว้แล้วว่าน้องสาวที่หวงเมียเหมือนจงอางหวงไข่อาจจะไม่ปล่อยให้ศิรินมาเดินแบบให้เธอ แต่นอกจากศิรินแล้ว เธอก็ยังมองไม่เห็นเลยว่าจะมีใครเหมาะกับชุดฟินาเล่ของตัวเองได้อีก

 

รู้ทันอีกแล้ว แล้วจะให้มามั้ยล่ะ คนพี่ว่าและรีบพูดกับศิรินต่อ พี่อยากให้คริสมาเดินจริงๆนะ ชุดฟินาเล่ปีนี้พี่ตั้งใจมาก แล้วพี่ก็ยังอยากให้มันเป็นคริส...

 

คริสยินดีค่ะพี่แกน อดีตนางแบบสาวว่าด้วยรอยยิ้มจนตาหยีเพื่อออดอ้อนคนหน้านิ่งข้างๆเธอ นะคะบี งานเดียวเอง

 

พี่สาวพูดถึงขนาดนี้ แถมคนรักก็อ้อนจนหัวใจที่เย็นชาเหมือนภูเขาน้ำแข็งก็อ่อนยวบ แล้วจะไปทำอะไรได้นอกจากยอมรับแต่ก็ยังไม่วายพูดดักคอไว้ เดินก็เดิน แต่แค่แบรนด์เดียวนะ ห้ามดื้อไปรับงานเยอะๆเชียว

 

บีน่ารักที่สุดเลย ได้ฟังคำอนุญาต รอยยิ้มหวานๆก็กว้างขึ้นกว่าเดิม สองมือโอบรอบคอร่างสูงเข้ามาใกล้แล้วหอมแก้มหล่อนฟอดใหญ่เพื่อแทนคำขอบคุณแล้วฉวยโทรศัพท์มาพูดกับปลายสายต่อเองก่อนที่คนขี้หวงจะเปลี่ยนใจ ไว้คริสกลับถึงไทยแล้วเดี๋ยวโทรหานะคะพี่แกน จะได้นัดวันฟิตติ้งแล้วก็ซ้อมกัน

 

หลังราศีวางสายไปพร้อมคำอวยพรอีกชุดใหญ่ให้คู่ฮันนีมูน พวกเธอก็เดินมาถึงท่าเรือที่มีสปีดโบ๊ทของโรงแรมพร้อมอุปกรณ์สำหรับเล่นพาราเซลลิ่งรออยู่แล้ว ศิรินดูจะตื่นเต้นมากกว่าเดิมอีกหลายเท่าเมื่อได้ขึ้นไปนั่งบนเรือทั้งที่เธอก็เคยนั่งเรือแบบนี้หลายหน ให้น้ำทิพย์อดหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแอบบันทึกภาพน่ารักๆนั้นเก็บไว้ไม่ได้ แต่พอต้องขึ้นพาราเซลลิ่ง จากใบหน้าที่มีร่องรอยความตื่นเต้นอยู่เต็มเปี่ยม ก็ค่อยๆฉายชัดถึงความกังวล ยิ่งพนักงานโรงแรมเริ่มติดตั้งอุปกรณ์อะไรต่อมิอะไรให้ ศิรินก็ยิ่งหน้ามุ่ย จนคนมองต้องเอื้อมมือมาวางบนศีรษะแล้วโยกหัวกลมๆไปมาด้วยความเอ็นดู

 

กลัวเหรอ

 

ก็นิดนึงป้ะ สูงขนาดนี้ แถมกลางทะเลอีกต่างหาก

 

น้ำทิพย์พยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจแล้วแก้ปัญหาตามแบบฉบับของคนพูดน้อยแต่อ่อยหนักเหลือเกินด้วยการกุมมือเย็นเฉียบไว้แน่นและพาคนขี้กลัวเดินตามพนักงานไปที่ฐานปล่อยตัวที่อยู่ที่ท้ายเรือ ก่อนจะปล่อยเชือกให้พวกเธอค่อยๆลอยขึ้นเหนือผิวน้ำพร้อมกับร่ม และอึดใจเดียว เราก็ขึ้นมาอยู่กลางท้องฟ้าที่สามารถมองเห็นวิวของโบราโบร่าได้แทบทั้งเกาะ

 

เหมือนศิรินจะลืมความกลัวเมื่อครู่ไปชั่วขณะ เธอบีบมือน้ำทิพย์แน่นและกรี๊ดออกมาสุดเสียงแล้วหันมายิ้มหวานให้คนข้างๆที่ส่งเสียงออกมาเหมือนกันพร้อมกับเอ่ยจากใจ ขอบคุณนะคะที่ทำให้คริสมีความสุขมากขนาดนี้

 

เล่นพาราเซลลิ่ง ?

 

ไม่ใช่สิ เสียงแหบๆตะโกนแข่งกับเสียงลม ทุกอย่างเลย ทุกอย่างที่บีทำให้คริสตั้งแต่วันแรกที่เรารู้จักกัน

 

น่าจะเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่เราได้จูบใครสักคนกลางอากาศ มันทั้งอ่อนหวาน ลึกซึ้ง และเนิ่นนานพอให้รู้สึกตัวอีกที ปลายเท้าของพวกเธอก็สัมผัสกับน้ำทะเลเย็นๆ เป็นสัญญาณว่าถึงเวลาต้องผละออกจากกันแล้ว

 

ขอบคุณค่ะ ศิรินยิ้มให้พนักงานโรงแรมที่เข้ามาช่วยปลดอุปกรณ์ต่างๆให้ สุดยอดมากเลย ที่นี่สวยมากจริงๆ

 

ผมดีใจนะครับที่พวกคุณชอบ พวกคุณเป็นคู่รักที่น่ารักมากเลยนะ จูบกันกลางอากาศแบบนั้น เจ๋งสุดๆไปเลย เขายกนิ้วให้พลางอวดรูปที่ถ่ายไว้ให้ดู ดูสิ ผมถ่ายรูปไว้ให้ด้วย ถ้าพวกคุณอยากได้ เดี๋ยวผมจะส่งเมลไปให้นะครับ

 

ขอเมลฉันได้ที่ reception นะคะ ส่งมาที่เมลที่ใช้จองที่พักนั่นแหละ ขอบคุณมากนะ น้ำทิพย์ตอบ ถึงรูปที่พนักงานถ่ายไว้ให้ด้วยโทรศัพท์มือถือมันจะไม่ได้เห็นหน้าพวกเธอชัดเหมือนใช้กล้อง แต่ความสุขของคนในภาพก็มากมายให้สัมผัสได้ผ่านทางสายตา

 

บี ถ่ายรูปกัน เสียงของศิรินเรียกให้น้ำทิพย์ต้องเดินเข้าไปนั่งข้างๆคนเรียกที่นั่งเซลฟี่อยู่ในเรือด้วยสีหน้าร่าเริง ร่างสูงส่งยิ้มให้โทรศัพท์ที่เปิดสตอรี่ของอินสตาแกรมทิ้งไว้พร้อมฟิลเตอร์น่ารักๆ ยิ้มเฉยๆอยู่หลายวินาทีจนสังเกตว่าคนข้างๆดุ๊กดิ๊กไม่หยุดถึงได้ถามออกมา

 

นี่วิดีโอเหรอ บีก็เก๊กอยู่ตั้งนาน นึกว่าถ่ายรูป

 

วิดีโอ! เจ้าของโทรศัพท์หัวเราะร่า พอดีกับที่เวลา 15 วินาทีของสตอรี่หมดลง เธอถึงหันมาถามถึงโปรแกรมต่อไปของวันนี้ แล้วเดี๋ยวเราไปไหนกันต่ออะ

 

ดำน้ำที่หลังเกาะค่ะ คนถูกถามตอบสั้นๆและโอบไหล่บางไว้ขณะที่คนขับเรือพาพวกเราอ้อมไปทางหลังเกาะ มีปะการังกับปลาสวยๆเต็มเลย คริสต้องชอบแน่ๆ

 

บีก็เลือกแต่อะไรที่คริสชอบนั่นแหละ รู้ใจไปหมดจนคริสจะเสียคนอยู่แล้ว หัวกลมๆซุกเข้าหาไหล่กว้างอย่างออดอ้อนผิดกับคำพูดของเจ้าตัว เลือกอะไรที่ตัวเองชอบบ้างสิ

 

เลือกแล้ว

 

อะไรคะ

 

นี่ไง นิ้วเรียวที่วางลงบนปลายจมูกกลมๆตอบคำถามทุกอย่างหมดแล้ว สิ่งที่น้ำทิพย์ต้องการจะสื่อก็คือเธอเลือกแล้ว เลือกให้ผู้หญิงคนนี้เป็นโลกทั้งใบของเธอ เป็นรอยยิ้ม เป็นมาตรชี้วัดความสุข เป็นทุกอย่างที่ทำให้เธออยากจะมีชีวิตต่อไปเพื่อหล่อน

 

เมื่อมาถึงจุดดำน้ำตื้นที่ด้านหลังเกาะ ศิรินดูจะเปลี่ยนเป็นคนละคนกับตอนเล่นพาราเซลลิ่ง เธอถอดเสื้อกล้ามตัวโคร่งที่สวมไว้ออก เหลือเพียงบิกินี่สีดำที่ปกปิดร่างกายส่วนบนอยู่แล้วกระโดดลงน้ำไป ก่อนจะฉุดมืออีกคนให้ลงน้ำตามและหายลงไปในน้ำกันทั้งสองคน

 

ท่ามกลางปะการังและปลาตัวเล็กตัวน้อยในน้ำทะเลสีฟ้าใส กลับมีอะไรที่สวยงามยิ่งกว่า อะไรที่เติมเต็มให้การมาเที่ยวครั้งนี้สมบูรณ์แบบกว่าความสวยงามของทิวทัศน์โดยรอบ

 

ก็รอยยิ้มอ่อนโยนจากเสือยิ้มยากที่จับมือเธอดำผุดดำว่ายดูวิวใต้ทะเลคนนั้นไง

 

น้ำทิพย์เป็นฝ่ายขึ้นจากน้ำมาก่อน มือเรียวยกขึ้นเสยผมเปียกๆไปที่ด้านหลังและว่ายน้ำมากอดแฟนสาวที่เพิ่งโผล่ขึ้นมาด้วยความหวงเล็กๆพร้อมกับกระซิบบอกข้างหู ชุดนี้ไม่ผ่านกองเซนเซอร์

 

ไม่ทันแล้วค่ะ ฝ่ายคนชอบแต่งตัวเซ็กซี่ยักไหล่อย่างไม่สนใจเท่าไหร่นักและหันกลับมาจิ้มลงบนหน้าอกคนขี้หวงเบาๆ พูดอย่างกับของตัวเองดีนักแหละ ดูสิ ใส่เชิ้ตขาวแบบนี้ เห็นไปถึงไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้

 

พูดไป ก็ใช้ปลายนิ้วปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวที่บางเสียจนเห็นชุดว่ายน้ำแบบทูพีซสีฟ้าสดที่ซ่อนอยู่ด้านในออกสองเม็ดแล้วขืนตัวออกจากอ้อมกอดอุ่นๆ ว่ายน้ำหนีไปอีกทางให้น้ำทิพย์ต้องว่ายตามมากอดไว้อีกรอบ เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากคนถูกกอดได้เป็นอย่างดี         

 

หลังดำน้ำและถ่ายรูปกันอยู่พักใหญ่ น้ำทิพย์ก็เป็นฝ่ายขึ้นมายืนบนเรือก่อน เธอใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดหน้าเช็ดตาและพาดไว้ที่คอแล้วฉุดมือศิรินขึ้นมา รีบเอาผ้าขนหนูผืนใหญ่ที่โรงแรมเตรียมไว้ให้บนเรือคลุมร่างบอบบางเอาไว้ด้วยความหวงแหนแล้วใช้ผ้าอีกผืนเช็ดหน้าเช็ดตาให้อย่างเบามือพร้อมกับบ่นไปด้วย

 

เนี่ย ก็แต่งตัวแบบนี้ นักข่าวถึงได้เอาไปทำข่าวตลอด

 

ก็คริสอยากใส่ ศิรินว่าอย่างคนเอาแต่ใจ คนอื่นก็ใส่กันเยอะแยะ บีจะไปสนใจอะไรกับขี้ปากนักข่าว

 

ก็บีไม่ชอบ เวลาที่มีคนมาพูดถึงคริสไม่ดีแบบนั้น ยิ่งพวกทะลึ่งๆ...

 

แล้วคำบ่นยืดยาวที่เตรียมไว้ก็ถูกกลืนลงไปเมื่อริมฝีปากที่ซีดกว่าปกตินิดหน่อยจากการอยู่ในน้ำเป็นเวลานานประกบลงบนเรียวปากบางของร่างสูง ลงท้ายด้วยการจูบย้ำๆอีกสองสามครั้งเป็นเชิงลงโทษคนขี้บ่น เหมือนที่หล่อนเคยห้ามไม่ให้เธอพูดเยอะเมื่อเช้านี้

 

ไม่บ่นแล้วนะคะที่รัก

 

แต่คำพูดคำจาดูจะอ่อนหวานแถมออดอ้อนกว่ากันเยอะ

 

พวกเธอกลับมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดสบายๆสำหรับดินเนอร์ริมทะเลเย็นนี้และนอนเล่นกันอยู่ในห้องพัก น้ำทิพย์กึ่งนั่งกึ่งนอนพิงหัวเตียงอ่านหนังสือโดยมีศิรินที่กำลังเลือกรูปเพื่อโพสต์ลงอินสตาแกรมนอนอยู่บนตัก มีเสียงเพลงที่เปิดทิ้งไว้เบาๆคลอไปกับเสียงคลื่นช่วยสร้างบรรยากาศให้โรแมนติกยิ่งขึ้น เหมาะกับคู่ฮันนีมูนเป็นที่สุด

 

ปีหน้าบีอาจจะไม่มีเวลาพาคริสไปเที่ยวบ่อยๆแล้วนะ น้ำเสียงติดกังวลเปรยขึ้นขณะที่ดวงตาคมเบนสายตาจากวรรณกรรมภาษาอังกฤษในมือมาที่ใบหน้าเหมือนเด็กช่างสงสัยของคนบนตัก บีต้องลงไปดูโครงการที่ภูเก็ต โปรเจคใหญ่เลยแหละ ไหนจะงานที่กรุงเทพอีก คงจะยุ่งขึ้นเรื่อยๆเลย

 

ถ้างานยุ่งแล้วบียังจะรักคริสเหมือนเดิมหรือเปล่า ศิรินเองก็วางโทรศัพท์และเงยหน้าขึ้นมาสบตาคนรักเช่นกัน

 

รักสิ

 

แค่นั้นก็พอแล้วนี่ คนตัวเล็กว่าด้วยรอยยิ้มและคว้ามือซ้ายของน้ำทิพย์มาแนบแก้มพลางใช้นิ้วหัวแม่มือลูบแหวนแต่งงานของเราเบาๆ จำได้มั้ยว่าคริสไม่ได้แต่งกับบีเพราะบีสวย รวยล้นฟ้า หรือว่าตามใจคริสทุกเรื่อง คริสแต่งเพราะเรารักกัน เพราะงั้น บีไม่เห็นต้องคิดมากเลยว่าถ้าบีไม่มีเวลาพาคริสไปนั่นไปนี่บ่อยๆ เรายังจะเหมือนเดิมหรือเปล่า ในเมื่อทั้งหมดมันขึ้นอยู่กับตรงนี้

 

เธอจับมือข้างนั้นให้ทาบลงบนอกข้างซ้ายของอีกฝ่ายแล้วเอ่ยต่อ อย่าเปลี่ยนไปนะคะ

 

น้ำทิพย์พ่นลมหายใจออกเบาๆแล้วพยักหน้ารับทั้งที่มีรอยยิ้มอยู่เต็มหน้า ทำไม...

 

หืม...บีว่าไงนะ

 

ทำไมถึงได้เป็นคนน่ารักขนาดนี้

 

คำพูดนั้นทำให้รอยแดงจางๆปรากฏขึ้นบนแก้มใส ก่อนคนน่ารักจะถือวิสาสะหยิบหนังสือออกจากมืออีกฝ่าย วางมันลงบนโต๊ะข้างเตียงพร้อมกับโทรศัพท์ของเธอ แล้วลุกขึ้นมานั่งบนตักของคนรัก หันหน้าเข้าหาหล่อนและโอบรอบคอหล่อนเอาไว้ด้วยท่าทางน่ารักกว่าเดิมไม่รู้กี่ร้อยกี่พันเท่า

 

ก็อยากให้รักนานๆ

 

ไปไหนไม่ได้แล้ว ฝ่ายคนโดนนั่งตักตอบแล้วใช้ปลายจมูกของตัวเองคลอเคลียกับใบหน้าอ่อนเยาว์อย่างอ่อนโยน

 

จริงๆคริสก็ไม่ใช่คนน่ารักอะไร ศิรินพูดเขินๆ เธอเขินทุกครั้งที่ผู้หญิงคนนี้ทำตัวน่ารักใส่ ถึงจะไม่ได้แสดงออกให้เห็นชัดเจนก็เถอะ แต่ถ้าลองเอามือมาวางบนอกข้างซ้ายของเธอตอนนี้ หล่อนคงตกใจมาก เพราะใจเธอกำลังเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอกอยู่แล้ว คริสน่ะนะ ทั้งขี้บ่น เอาแต่ใจ ขี้โวยวาย ใจร้อนอีกต่างหาก แถมยังไม่มีความเป็นแม่บ้านแม่เรือนเลยสักอย่าง ทำบัญชีก็ไม่เป็น ทำกับข้าวก็ไม่เก่ง งานบ้านก็ไม่เคยจับ แต่คริสก็พยายาม คริสจะได้เป็นดอกไม้สวยๆที่คู่ควรกับแจกันดีๆแบบบีไง

 

ไม่เอาแบบนั้นสิ นักธุรกิจสาวส่ายหน้า คริสจะพยายามอยู่คนเดียวได้ยังไง

 

บีก็ดีอยู่แล้วนี่ แล้วจะต้องเพิ่มอะไรอีก

 

บีไม่สนใจหรอกว่าคนอื่นจะบอกว่าบีเพอร์เฟคยังไง บีรู้แต่ว่าบีอยากดีขึ้น เพื่อคริส เธอพูดพลางลูบเส้นผมที่ปล่อยยาวเลยบ่าแผ่วเบา ดีขึ้นไปด้วยกันเนอะ

 

“Better Together”

 

เสียงแหบหวานเอ่ยประโยคภาษาอังกฤษสั้นๆออกมา จบด้วยการซุกหน้าลงบนไหล่กว้างแล้วหลับตาลงอย่างวางใจว่าถ้ามีผู้หญิงคนนี้อยู่ข้างๆ เธอจะปลอดภัย

 

แค่เราเจอใครสักคนที่ตกหลุมรักกันแบบหมดใจ มันก็เป็นเรื่องดีมากแล้ว ทว่ามันกลับดียิ่งกว่าที่ต่างฝ่ายต่างอยากจะเป็นคนที่ดีขึ้นในทุกๆด้าน ไม่ใช่แค่เพื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

 

แต่ทั้งหมดก็เพื่อเรา


50%

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นตอนหกโมงเย็น เรียกน้ำทิพย์ให้ต้องผละออกจากภรรยาที่งีบหลับไปในอ้อมกอดเธอได้ครู่ใหญ่ เธอเบี่ยงตัวลงจากเตียงอย่างเงียบเชียบแล้วก้าวยาวๆไปที่ประตู เปิดมันออกเพื่อจะพบกับพนักงานหญิงคนหนึ่งที่มาแจ้งข่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

 

ดินเนอร์พร้อมแล้วนะคะ

 

อีกสิบนาทีฉันออกไปนะ ขอบคุณมากค่ะ

 

เธอตอบพนักงานและปิดประตูห้อง เดินกลับเข้ามาที่เตียงเพื่อปลุกคนที่ยังนอนหลับไม่รู้เรื่องให้ตื่นไปทานอาหารเย็นมื้อพิเศษด้วยกัน

 

คริส คริสคะ เสียงกระซิบเรียกชื่อที่ข้างหูทำเจ้าของชื่อขยับตัวยุกยิกและลืมตาขึ้นมาเจอใบหน้าคุ้นเคยที่อยู่ห่างกันแค่คืบกำลังส่งยิ้มละมุนละไมมาให้ ตื่นได้แล้ว ไปทานข้าวกัน

 

อื้อ... คนถูกปลุกพยักหน้าตอบรับพลางกะพริบตาถี่เพื่อปรับสายตาแล้วลุกขึ้นมานั่งขยี้ตาอยู่สักครู่

 

ไปล้างหน้าล้างตาหน่อยมั้ย น้ำทิพย์ถามพร้อมกับลูบผมยุ่งๆด้วยความเอ็นดู

 

แต่งหน้าด้วย ศิรินว่าเสียงงุ้งงิ้ง เดี๋ยวถ่ายรูปไม่สวย

 

ท่าทางน่ารักแบบนั้นทำให้คนตรงเวลาต้องยอมไปช้ากว่าเวลาที่แจ้งพนักงานไว้หลายนาทีเพราะต้องรอแฟนสาวแต่งหน้า ส่วนเธอก็ช่วยประหยัดเวลาด้วยการหวีผมให้ระหว่างที่หล่อนกำลังแต่งหน้าเสียเลย

 

หิวอะ มือก็แต่งหน้า ส่วนปากก็บ่นไปตามประสา บีสั่งไว้เยอะมั้ย คริสหิวมากๆๆๆ กินกุ้งหอยปูปลาได้หมดทะเลแล้วเนี่ย

 

ก็ใครล่ะมัวแต่แต่งหน้าอยู่ เลยไม่ได้ไปกินข้าวกันสักที น้ำทิพย์แกล้งย้อน ให้คนโดนย้อนต้องเงยหน้ามาสบตากันผ่านกระจกแล้วทำหน้ายุ่งใส่

 

ชอบมีเมียหน้าเต้าหู้เหรอ

 

ไหนหน้าเต้าหู้ ร่างสูงพูดเสียงเล็กเสียงน้อยและย่อตัวลงก่อนจะใช้นิ้วชี้จิ้มลงบนแก้มใสเบาๆ เห็นแต่คนหน้างอเป็นปลาทูคอหัก

 

แค่นั้น คนหน้างอเป็นปลาทูคอหักก็หลุดหัวเราะแล้วหันหน้ามาหยิกแก้มเธอเบาๆ คิดไม่ถึงเลยว่าประโยคน่ารักๆแบบนั้น จะหลุดออกมาจากปากของคนเงียบขรึมคนนี้

 

ทำไมเดี๋ยวนี้พูดเก่งแบบนี้คะ นี่ใช่บีคนที่คริสเคยรู้จักหรือเปล่าเนี่ย ใจจริงอยากจะพูดว่าปากดี แต่คงจะแรงเกินไปหน่อยสำหรับน้ำทิพย์ ศิรินจึงเลือกใช้คำว่าพูดเก่งแทน ส่วนคำว่าปากดี เก็บไว้ใช้เมาท์กับพวกแก๊งนางฟ้าน่าจะดีกว่า

 

ก็คริสนั่นแหละที่เปลี่ยนให้บีเป็นแบบนี้ ริมฝีปากบางเผยรอยยิ้มซุกซนออกมาขณะที่รวบผมยาวเลยบ่าให้เป็นทรงดังโงะอย่างที่หล่อนชอบทำ ใครๆก็บอกว่าบีเปลี่ยนไปตั้งแต่มีคริส

 

มัดผมให้เสร็จ แทนที่จะผละออกมา กลับรวบร่างบางเข้ามากอดไว้จากด้านหลังแล้วพูดเสียงอ้อน แต่งเร็วๆนะ บีหิวแล้ว

 

เพราะคำว่าหิวแล้วจากปากคนพูดน้อย ศิรินก็เลยใช้เวลาแต่งหน้าอีกเพียงห้านาทีก่อนจะอยู่ในสภาพพร้อมออกจากห้องพัก เธอคว้ามือน้ำทิพย์และกึ่งลากกึ่งจูงหล่อนออกจากห้องโดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโต๊ะดินเนอร์ที่หล่อนเตรียมไว้อยู่ที่ไหนพร้อมกับเอ่ยเจื้อยแจ้วไม่ขาดปากตามประสาคนช่างพูด

 

“ที่นี่อากาศดีมากเลยอะ ทะเลก็สวย คนก็น่ารัก ดีนะที่บีเป็นคนเลือก ถ้าให้คริสเลือก มีหวังเราได้ไปเที่ยวยุโรปแล้วก็เดินช็อปปิ้งกันจนเครดิตการ์ดหักแน่ๆ”

 

“เลือกมาที่นี่เพราะไม่มีที่ให้ช็อปนี่แหละ” น้ำทิพย์แกล้งแซวแล้วเป็นฝ่ายดึงมืออีกคนให้เดินตามเธอบ้าง “ทางนี้ค่ะ บีให้เขาจัดโต๊ะไว้ริมทะเลเลย เราจะได้ดูพระอาทิตย์ตกชัดๆ”

 

เดินเลาะชายหาดมาไม่เท่าไหร่ ก็เจอเข้ากับโต๊ะดินเนอร์ขนาดสองที่นั่ง บนโต๊ะไม้รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสคลุมด้วยผ้าขาวนอกจากจะมีอุปกรณ์สำหรับรับประทานอาหารแล้ว ยังมีเทียนหอมอันเล็กและถังน้ำแข็งใส่แชมเปญขวดใหญ่ตั้งอยู่ด้วย แวดล้อมด้วยคบไฟที่ให้ทั้งแสงสว่างและเพิ่มบรรยากาศให้ดูโรแมนติกยิ่งขึ้น

 

“ฉันเอง” น้ำเสียงเรียบนิ่งบอกพนักงานที่กุลีกุจอจะเข้ามาเลื่อนเก้าอี้ให้ศิรินและเลื่อนเก้าอี้ให้หล่อนด้วยตัวเอง แถมยังคลี่ผ้ากันเปื้อนมาวางบนตักให้เสร็จสรรพ “เชิญค่ะ”

 

“ขอบคุณค่ะ” คนตัวเล็กยิ้มหวานแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเก็บบรรยากาศสวยๆ แล้วเรียกคนรักที่เพิ่งพูดอะไรบางอย่างกับพนักงานเสร็จให้ยื่นหน้าเข้ามาถ่ายรูปด้วยกัน “เซลฟี่กัน”

 

ผลัดกันถ่ายรูปไปได้สักครู่ ตะกร้าขนมปังหลายชนิดก็ถูกยกมาเสิร์ฟ และโดยไม่ต้องพูดอะไร น้ำทิพย์ก็หยิบขนมปังโฮลวีตขึ้นมาบิ ทาเนย แล้ววางมันลงบนจานของคนฝั่งตรงข้ามเรียบร้อยราวกับรู้ใจว่าคนที่เธอรักหมายตาขนมปังชิ้นไหนเอาไว้

 

“ไหนบอกหิว ยังจะมาทำให้คริสกินก่อนอีก” ศิรินบ่นทั้งที่ยังเคี้ยวขนมปังเต็มปากและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดอัดสตอรี่ในอินสตาแกรม “นับหนึ่งถึงสามแล้วชี้ขนมปังที่บีอยากกินพร้อมกันนะ หนึ่ง สอง สาม”

 

ผลที่ออกมาแม่นราวกับนัดกันเอาไว้ เมื่อนิ้วชี้ของทั้งสองคนชี้ไปที่ขนมปังชาร์โคลก้อนกลมๆแทบจะพร้อมกัน ตามด้วยเสียงหัวเราะของทั้งคู่

 

“ดูๆ หน้าตาคนบ่นหิว” กล้องของโทรศัพท์เลื่อนจากตะกร้าขนมปังไปที่อีกฝ่ายที่กำลังทาเนยลงบนขนมปังของตัวเองด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม พอดีกับที่เวลาสิบห้าวินาทีของสตอรี่หมดลง

 

“ก็หิว แต่ก็อยากให้คริสกินก่อน” น้ำทิพย์ว่าพลางกัดขนมปังเข้าปากคำใหญ่และโวยวายขึ้นมาเมื่อเห็นศิรินยังคงตั้งกล้องโทรศัพท์เอาไว้อยู่ “ถ่ายอะไรอะ ถ่ายตอนบีกินเหรอ ลบเลยนะ อายเขา”

 

“ไม่ลบ น่ารักจะตาย ดูสิ” เจ้าของโทรศัพท์ลอยหน้าลอยตาบอกแล้วหันจอโทรศัพท์มาอวดบูมเมอแรงตอนที่แฟนสาวกำลังอ้าปากกัดขนมปัง และรีบกดอัพโหลดก่อนหล่อนจะแย่งโทรศัพท์เธอไปลบ

 

“น่ารักตรงไหน” ริมฝีปากบางเบะลงน้อยๆอย่างที่คนเงียบขรึมแบบเธอไม่ค่อยทำบ่อยนัก แล้วเอาคืนด้วยการหยิบโทรศัพท์ของตัวเองมาถ่ายภาพตอนอีกคนกำลังแลบลิ้นใส่บ้าง “นี่ต่างหาก น่ารัก”

 

“จะเล่นแบบนี้ใช่มั้ยบี ได้!” ศิรินทำสีหน้าขึงขัง แต่ยังไม่ทันได้ตอบโต้ อาหารเรียกน้ำย่อยก็ถูกยกมาเสิร์ฟ กุ้งตัวโตเสิร์ฟมากับอะโวคาโด้ดูจะเรียกความสนใจจากคนน่ารักไปได้มากโข เพราะเมื่อน้ำทิพย์เงยหน้าขึ้นมาจากการถ่ายภาพอาหารเก็บไว้เสร็จ ก็พบว่าหล่อนตักอาหารเข้าปากไปเรียบร้อยแล้ว

 

“อร่อยมากกกก” เป็นประโยคเดียวที่หล่อนพูดหลังกลืนอาหารคำแรกลงท้อง และยังคงพูดอยู่ไม่ขาดปากทั้งตอนที่ซุปและสลัดมาเสิร์ฟ จนกระทั่งพนักงานยกเมนคอร์สที่น้ำทิพย์ตั้งใจเลือกให้มาที่โต๊ะ

 

ศิรินไม่กินเนื้อวัวและชอบกินอาหารทะเลเพราะมันดีต่อสุขภาพมากกว่าเนื้อหมูหรือเนื้อไก่ เพราะแบบนั้นเธอจึงตั้งใจเลือกอาหารที่เน้นผักกับอาหารทะเลให้หล่อน ตั้งแต่จานแรกจนมาถึงจานนี้ จึงไม่แปลกเลยที่คนขี้กังวลเรื่องน้ำหนักจะเอร็ดอร่อยกับอาหารตรงหน้าโดยไม่เกรงใจแคลอรี่ได้ขนาดนี้

 

ซี่โครงแกะย่างชิ้นใหญ่ทานคู่กับมินต์ซอสถูกวางลงตรงหน้าน้ำทิพย์ ก่อนพนักงานจะเดินอ้อมไปที่ฝั่งศิรินและวางปลากะพงกับผักย่างลงบนที่รองจานของหล่อน

 

แทนที่จะก้มหน้าลงจัดการกับอาหารของตัวเองเหมือนสองจานที่ผ่านมา ศิรินกลับเท้าคางมองคนที่กำลังบรรจงหั่นซี่โครงแกะเป็นชิ้นพอคำเพื่อให้เธอลองชิมด้วยรอยยิ้ม กระทั่งคนโดนมองรู้ตัวถึงได้เงยหน้าขึ้นมาและเลิกคิ้วใส่ด้วยความแปลกใจ

 

“มีอะไรหรือเปล่าคะ”

 

“มี”

 

“คริสไม่ชอบเหรอ เดี๋ยวบีเปลี่ยนให้ อยากทานอะไร เอาเมนูมาเลือกมั้ย”

 

“เปล่าค่ะ ที่มีอะ มีความสุข” ตอบแล้วก็ซ่อนหน้าแดงๆของตัวเองด้วยการก้มลงจิ้มแครอทย่างเข้าปาก แต่ก็ต้องเงยหน้าขึ้นมาอีกเมื่อฝ่ายนั้นป้อนซี่โครงแกะให้เธอถึงปาก

 

“กินกับมินต์ซอสไม่มีกลิ่นเลย ลองชิมดูนะคะ” น้ำทิพย์เอ่ยเสริมเมื่อเห็นสีหน้าลังเลของคนไม่กินเนื้อ จนหล่อนยอมอ้าปากรับอาหารของเธอจนได้

 

“บีรู้มั้ยว่าคริสโสดมานานขนาดไหนแล้วก่อนจะมาเจอบี” เสียงแหบหวานเปรยขึ้นมาหลังเคี้ยวเนื้อแกะหมดปาก

 

“บีจะไปรู้ได้ยังไง เห็นหน้าคริสครั้งแรกก็ตอนคริสเดินชุดฟินาเล่ให้พี่แกนนั่นแหละ”

 

“น่าจะเกือบสองปีมั้งหลังจากคริสเลิกกับแฟนคนล่าสุด จริงๆคริสไม่เคยโสดนานขนาดนั้นเลยนะ มันนานจนคริสคิดว่าชีวิตนี้คริสไม่ต้องมีใครแล้วก็ได้ ทำงาน อยู่กับเพื่อน อยู่กับครอบครัว เล่นกับหมา ก็มีความสุขดี แต่พอมีบี มันดีกว่า” ศิรินเล่าไปก็ก้มหน้าเขี่ยอาหารในจานไปอย่างเขินอาย เรื่องนี้เธอยังไม่เคยพูดมาก่อน แต่วันนี้บรรยากาศดูจะเป็นใจเหลือเกิน ยิ่งจิบแชมเปญไปนิดหน่อยด้วยแล้ว ทำให้เธออยากจะแชร์อะไรให้อีกฝ่ายฟังบ้าง

 

“ไม่มีใครมาจีบเลยเหรอ” คนฟังถามอย่างไม่เชื่อหู เป็นดารานางแบบหน้าตาดีขนาดนี้ นิสัยก็ดี แถมยังอยู่ในแวดวงสังคมไฮโซอีก แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าคนแบบนี้จะเป็นโสดได้ถึงสองปี

 

“ก็มีบ้างค่ะ ส่วนใหญ่ก็ผู้ชายทั้งนั้น ทั้งหล่อทั้งรวย นิสัยดีด้วยนะ แต่คริสก็ยังรู้สึกว่าเขาไม่ใช่ แต่บีไม่ใช่แบบนั้น” เธอหัวเราะเขินๆ “มันเหมือนพรหมลิขิตเหมือนกันเนอะ ตอนที่คริสอยากได้คอนโด คริสก็ได้เจอเจ้าของบริษัทอสังหา แล้วตอนที่คริสคิดว่าจะไม่มองใครแล้ว ฟ้าก็ส่งคนที่พอดีกับคริสมาให้”

 

แต่หลังจากนั้น ทุกอย่างระหว่างเรา บีตั้งใจนะ

 

รู้แล้วน่า ถ้าไม่ตั้งใจคริสคงไม่ได้ลิลลี่ช่อแรกหรอก อดีตนักแสดงสาวตอบพลางจิบแชมเปญแก้เขิน คริสเองก็ตั้งใจเหมือนกัน ดูแรดมากเลยเนอะที่โทรหาบีก่อนด้วยเหตุผลงี่เง่าอะไรก็ไม่รู้ ทั้งที่ก็รู้ว่าบียุ่งจะแย่

 

ดีแล้วแหละที่คริสโทร เพราะถ้ารอบีโทร ป่านนี้เราคงเพิ่งรู้จักกัน น้ำทิพย์หัวเราะพร้อมกับเคาะนิ้วลงบนโต๊ะตามจังหวะเพลงที่ดังคลอมาตามลม น่าแปลก ทั้งที่ตั้งใจเลือกโต๊ะอาหารมื้อนี้ให้ได้วิวที่ดีที่สุดสมกับที่เป็นทริปฮันนีมูนของเรา แต่ตั้งแต่มานั่ง เธอยังไม่สามารถละสายตาจากผู้หญิงตรงหน้าได้เกินหนึ่งนาทีเลย ไหนจะคำพูดคำจาตามประสาคนช่างคุย ไหนจะท่าทางอ่อนหวานน่ารักปนเขินอาย ไหนจะใบหน้าสมบูรณ์แบบที่สะกดสายตาเธอตั้งแต่วันแรกที่เราพบกัน ทุกอย่างมันดีเกินคำบรรยายโดยที่ไม่ต้องอาศัยบรรยากาศอะไรช่วยเลยด้วยซ้ำ

 

พอแล้วค่ะ กินกันดีกว่า บีลองชิมของคริสนะ อร่อยมากเลย ศิรินเปลี่ยนเรื่องแล้วป้อนอาหารในจานเธอให้อีกฝ่ายถึงปาก แถมยังหยิบผ้าเช็ดปากมาเช็ดมุมปากให้หล่อนเบาๆอีกด้วย รู้ใจไปหมดเลยน้าว่าคริสชอบอะไร ให้อะไรเป็นรางวัลดีเนี่ย

 

แทนคำตอบ น้ำทิพย์ก็พองแก้มซ้ายขึ้นเล็กน้อยแล้วเอียงแก้มให้พร้อมกับใช้ปลายนิ้วแตะแก้มตัวเองเป็นเชิงยืนยันคำตอบว่ารางวัลที่เธออยากได้คืออะไร

 

ริมฝีปากอิ่มอมยิ้มให้กับท่าทางน่ารักนั้นและโคลงศีรษะเบาๆ ปากคริสมีแต่กลิ่นปลาอะ ไว้ก่อนเนอะ

 

งั้นรวดยอดไว้เป็นคืนนี้เนอะ

 

เพราะคำพูดสองแง่สองง่ามกับดวงตามั่นคงที่มองมา ทำให้คนโดนมองหน้าร้อนฉ่าแต่ก็ยอมพยักหน้าทั้งที่แก้มแดงแจ๋

 

อื้อ

 

ทานอาหารสลับกับหยอกล้อกันไปอีกเกือบชั่วโมง พวกเธอถึงได้กลับมาที่ห้องพัก น้ำทิพย์รวบร่างบอบบางเข้ามากอดไว้แน่นทันทีที่ประตูห้องปิดลงก่อนจะฝังปลายจมูกโด่งรั้นลงบนแก้มขาวใสให้คนโดนกอดต้องดิ้นหนีเพราะตัวเธอยังเหนียวเหนอะจากลมทะเลอยู่เลย

 

ขออาบน้ำก่อน...

 

ไปอาบด้วยกันนี่ไงคะ เสียงอบอุ่นเอ่ยแค่นั้นก่อนเจ้าของเสียงจะค่อยๆถอดเสื้อสีขาวตัวบางที่คนรักสวมอยู่ออกแล้วกดจูบลงบนริมฝีปากที่แต่งแต้มด้วยลิปสติกสีสดจนเนื้อลิปเลอะไปถึงขอบปาก ขาเรียวเล็กของศิรินเผลอก้าวถอยหลังอย่างลืมตัวให้เธอล้มลงบนเตียงนอน แต่น้ำทิพย์ก็ยังคงไม่ละจูบออก แถมยังแกล้งกันด้วยการใช้นิ้วหัวแม่มือสัมผัสหน้าอกผ่านชั้นในตัวบางอีกต่างหาก

 

อื้อ...บี... หล่อนครางออกมาเบาๆเมื่อรู้สึกว่ามือซุกซนไม่ได้หยุดอยู่แค่หน้าอก แต่กำลังลามไปถึงอะไรที่อยู่ต่ำกว่านั้นแล้ว ไหนว่าอาบน้ำ...

 

แล้วใครเขาใส่เสื้อผ้าอาบน้ำกันคะ น้ำทิพย์ตอบกลับและสนับสนุนคำพูดของตัวเองด้วยการลากริมฝีปากร้อนผ่าวไปตามแนวสันกราม เรื่อยมาจนถึงหน้าอก หน้าท้อง และขอบกางเกงขาสั้น พร้อมกับใช้มือปลดกระดุมกางเกงออกแล้วรั้งมันลงจนร่างบางแทบไม่เหลืออะไรปกปิดร่างกายแล้ว

 

เธอเอื้อมมือไปปลดตะขอบราที่ด้านหลังก่อนจะจัดการกับเสื้อผ้าของตัวเองบ้าง กระทั่งเสื้อผ้าของเราถูกโยนลงไปกองกับพื้นด้วยกัน แล้วจึงเริ่มต้นบอกรักคนในอ้อมกอดให้สมกับบรรยากาศแสนโรแมนติกที่อุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลมาฮันนีมูนไกลถึงอีกซีกโลก

 

หลายครั้งที่เราบอกรักกัน สัมผัสกัน เอาอกเอาใจกันและกันเพื่อให้ทุกอย่างออกมาสมบูรณ์แบบ มันดีจนไม่มีใครอยากผละจากกันไปไหน ทุกรอยจูบที่ฝากเอาไว้ล้วนอยู่ในที่ๆจะไม่มีใครได้เห็น ทุกคำหวานหูที่พร่ำบอกกันก็เป็นคำที่ไม่มีใครเคยได้ฟัง และกับความรักครั้งนี้ มันจริงและมากมายเสียจนพวกเธอกล้าพูดได้เต็มปากว่าไม่เคยรักใครมากขนาดนี้มาก่อน

 

นานพอสมควรที่เราอยู่บนเตียงด้วยกันทำเอาผ้าปูที่นอนยับยู่ยี่แทบไม่เหลือเค้าเดิม ส่วนหมอนกับผ้าห่มก็ถูกถีบลงไปกองรวมกับเสื้อผ้าบนพื้น ท่อนแขนแข็งแรงของน้ำทิพย์ยันตัวขึ้นจากเตียงและช้อนตัวเจ้าของผิวขาวจัดที่ตอนนี้มีรอยแดงจางๆอยู่ทั่วตัวขึ้นมาอุ้ม ก้าวยาวๆไปที่ห้องน้ำโดยที่ไม่เอ่ยอะไรสักคำ ปล่อยให้ดวงตาคมที่มองหล่อนอยู่ไม่วางตาช่วยสื่อสารทุกอย่างแทน

 

ศิรินถูกวางลงในอ่างจากุชชี่ขนาดใหญ่ที่พนักงานมาเตรียมไว้ให้ตั้งแต่ตอนที่พวกเธอออกไปดินเนอร์ แต่ดูเหมือนพวกเธอจะใช้เวลาบนเตียงมากไปหน่อย ฟองสบู่นุ่มๆที่เคยลอยอยู่เต็มอ่างถึงได้หายไปมากโข

 

ถ้าบีเป็นผู้ชาย... น้ำทิพย์กระซิบหลังจากเธอตามลงมานั่งในอ่าง ลูกเราคงชื่อน้องโบราโบร่า

 

บ้า คนถูกหยอกเย้าหัวเราะเบาๆ ตามมาด้วยเสียงร้องเบาๆเมื่อโดนคนขี้แกล้งงับเข้าที่ติ่งหู แล้วยังพาลมาประทับรอยจูบลงบนหัวไหล่ ส่วนมือที่วางอยู่บนตักก็เริ่มจะอยู่ไม่สุข เป็นสัญญาณว่าเราพร้อมจะสานต่ออะไรที่เริ่มไว้เมื่อครู่แล้ว

 

เสียงลม เสียงคลื่น เสียงคราง ทุกอย่างเพอร์เฟคมากพอให้เราไม่ได้ผละจากกันอีกเลยตลอดทั้งคืน

 

เปลือกตาบางปรือขึ้นในช่วงสายของวันต่อมา ดวงตาเรียวเล็กกะพริบตาถี่ๆเพื่อปรับสายตาให้เข้ากับแสงแดดอ่อนๆที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา เธออมยิ้มกับตัวเองเมื่อได้เห็นคนข้างๆกำลังหลับสนิท และมันก็เป็นโอกาสดีที่เธอจะได้สังเกตใบหน้าสมบูรณ์แบบราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยายบ้าง

 

ศิรินเพ่งมองตั้งแต่หน้าผาก มาจนถึงดวงตาที่มักจะมองเธอด้วยแววตาแสนรักเสมอ แล้วเบนสายตามาที่จมูกโด่งเป็นสันและคดนิดๆอย่างน่ามอง เลื่อนไปที่สันกรามได้รูป และจบลงที่ริมฝีปากที่เมื่อคืนจูบลงบนร่างกายเธอนับไม่ถ้วน

 

เธอมีความสุขมากจริงๆ

 

คนที่ทำอาชีพแบบเธอไม่มีโอกาสได้สัมผัสคำว่าความสุขบ่อยนัก ถึงจะเป็นอาชีพที่ดูสวยหรู รายได้ดี รูปร่างหน้าตาดี เจอแต่สังคมดีๆเหมือนๆกัน แต่ใครที่ได้ก้าวขาเข้ามาในวงการบันเทิงจะรู้ดีว่าวงการนี้ ก็มีแต่มายาเหมือนที่คนเขาเรียกกันนั่นแหละ ชื่อเสียงเงินทอง ทุกอย่างเป็นของนอกกาย แม้กระทั่งมิตรภาพที่เธอคิดว่ามันเป็นของจริง ก็ยังกลายเป็นแค่คำโกหกหลอกลวงเมื่อมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง

 

ทว่ากับผู้หญิงคนนี้ ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้คุยกับหล่อน ถึงจะหน้านิ่ง พูดน้อย ขี้เก๊กไปบ้าง แต่ทั้งหมดมันคือของจริง จริงแบบไม่มีเงื่อนไขอะไรเลย

 

เธอค่อยๆยกแขนที่พาดอยู่บนเอวของตัวเองออกและลุกจากเตียง ผูกเชือกเสื้อคลุมอาบน้ำที่ใส่นอนเมื่อคืนให้แน่นแล้วเริ่มต้นเก็บเสื้อผ้าของเราที่กองอยู่เต็มพื้นขึ้นมา กองไว้ข้างกระเป๋าเดินทางเพื่อรอเก็บใส่กระเป๋ากับเมืองไทยในวันมะรืน หยิบที่หนีบผมอันใหญ่มาหนีบผมลวกๆและเดินเข้าไปล้างหน้าแปรงฟันในห้องน้ำ

 

ยังแปรงฟันไม่ทันเสร็จ ร่างสูงๆที่ดูโงนเงนผิดปกติจากการนอนน้อยก็เดินตามเข้ามาและยืนแปรงฟันอยู่ข้างๆกันเงียบๆ ไม่มีใครพูดอะไรสักคำ แต่เราต่างรู้กันอยู่ในใจ

 

ที่เป็นอยู่มันดีพอแล้ว

 

สามอาทิตย์หลังจากนั้น น้ำทิพย์ปรากฏตัวในงานแฟชั่นวีคเป็นครั้งที่สองในชีวิต คราวนี้เธอไม่ได้มามือเปล่าเหมือนครั้งก่อน แต่หอบช่อดอกกุหลาบกับช่อลิลลี่สีขาวมาอีกอย่างละช่อ วินาทีที่ศิรินปรากฏตัวในชุดฟินาเล่ ยังสะกดสายตาเธอให้มองหล่อนได้ไม่ต่างจากตอนที่เราพบกันครั้งแรก และดูเหมือนครั้งนี้จะมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะในแววตาคู่คมของน้ำทิพย์ มันไม่ได้มีแค่ความรัก แต่ยังเจือความภูมิใจเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม

 

การเป็นแม่บ้านให้เธอไม่ได้ทำให้ศิรินสวยน้อยลงเลย ในทางกลับกัน มันยิ่งกลับทำให้หล่อนดูดีขึ้นเป็นทวีคูณ เพราะตอนนี้เธอรู้แล้วว่าหล่อนไม่ได้สวยแค่ภายนอก แต่ภายในก็ดีแบบไร้ที่ติด้วยเหมือนกัน

 

เสียงปรบมือดังขึ้นจากทุกทิศเมื่อโชว์ชุดสุดท้ายจบลงและไฟในฮอลล์สว่างขึ้นเพื่อให้ช่างภาพได้มีโอกาสเก็บภาพนางแบบนายแบบและเจ้าของแบรนด์อย่างราศี น้ำทิพย์ลุกจากที่นั่งแถวหน้าสุดของเธอและเดินไปที่หน้าเวทีเพื่อมอบดอกไม้แสดงความยินดีให้กับราศีและช่อลิลลี่สำหรับศิรินโน้มตัวลงมารับด้วยสีหน้าดีใจ แล้วตอบแทนด้วยการจูบลงบนแก้มเธอเบาๆ เล่นเอาช่างภาพรัวชัตเตอร์กันแทบไม่ทัน นำไปสู่ประเด็นสัมภาษณ์จากนักข่าวอีกยาวเหยียดหลังงานจบ

 

อยู่ได้แป๊ปเดียวนะคะ ศิรินออกตัวก่อนเริ่มสัมภาษณ์ ส่วนหนึ่งก็เพราะเหนื่อยจากการทำงานและอยากกลับไปพักผ่อนแล้ว อีกส่วนก็เกรงใจผู้หญิงในชุดสูทสีดำที่ยืนอยู่ข้างๆกันด้วย

 

คำพูดนั้นทำให้นักข่าวไม่รีรอที่จะเปิดประเด็น โอกาสได้สัมภาษณ์ดาราสาวที่ลาวงการไปแล้วมีไม่บ่อย ยิ่งสัมภาษณ์คู่กับคนรักของหล่อนยิ่งแทบไม่มีทางเลย งานวันนี้เป็นยังไงบ้างคะ

 

ดีค่ะ สนุกมาก ได้กลับมาทำงานที่เคยทำ เจอเพื่อนๆ เจอทีมงาน ก็เหมือนได้กลับบ้านเลยค่ะ แล้วชุดงานนี้ก็สวยมาก ต้องขอบคุณพี่แกนที่เลือกคริสมาเดินฟินาเล่อีก

 

แล้วคุณบีล่ะคะ วันนี้มาให้กำลังใจเป็นพิเศษหรือเปล่า เพราะปกติไม่เคยเห็นคุณบีมางานแบบนี้เลย แล้วหวงมั้ย เพราะชุดวันนี้ก็เซ็กซี่พอสมควร

 

วันนี้มาให้กำลังใจทั้งคริสทั้งพี่แกนค่ะเพราะบีกับพี่แกนสนิทกัน ส่วนเรื่องหวงก็หวงอยู่แล้ว ถ้านี่ไม่ใช่งานพี่แกนบีไม่ปล่อยเขามาเดินแน่ๆ น้ำทิพย์ตอบตามตรง แต่พอเป็นพี่แกน เราก็ไว้ใจว่างานจะออกมาดี แล้วคริสเขาก็อยากทำ พี่แกนเองก็บอกว่าชุดนี้ต้องเป็นคริส ลงทุนโทรมาขอเองเลย บีก็เลยโอเค แล้วพอได้มาดูก็ประทับใจมากค่ะ สวยมากเลย

 

"ตอนนี้คริสเลิกรับงานในวงการบันเทิงแล้ว แต่ยังมีละครออนแอร์อยู่ กระแสเป็นยังไงบ้างคะ”

 

“ดีมากเลยค่ะ” คนที่รับบทเป็นนางร้ายในละครเรื่องที่สามของเธอตอบ “คนเกลียดอรอินทร์กันมาก แต่คนดูเดี๋ยวนี้น่ารักค่ะ วันนั้นไปไหว้พระ เจอแม่ค้าเขาบอกว่าเกลียดอรอินทร์แต่รักคริส หอวังนะ”

 

แล้วเครื่องบันทึกเสียงก็ถูกยื่นไปที่น้ำทิพย์ต่อ “คุณบีล่ะคะ ได้ดูด้วยกันมั้ย”

 

“ดูบ้างค่ะ ร้ายมาก บางฉากยังหันไปบอกเขาเลย ถ้าตัวจริงเป็นแบบนี้บีรับไม่ได้นะ” เธอว่าติดตลก

 

เห็นในไอจีไปฮันนีมูนมา ไปที่ไหนกันมาครับ นักข่าวอีกคนถามต่อ

 

ไปโบราโบร่าค่ะ ทะเลสวยมาก บรรยากาศก็ดี เพราะคริสชอบทะเลอยู่แล้ว บีเขาก็อยากไปที่นี่ เจาะจงเลยว่าอยากไปฮันนีมูนที่นี่ เราก็ตามใจเขา อดีตนักแสดงสาวตอบยิ้มๆ

 

เห็นมีแฮชแท็กกันด้วย สวีทขนาดไหน พอจะเล่าให้ฟังได้มั้ยคะ

 

ใช่ค่ะ มีแฮชแท็กในอินสตาแกรม นี่เลยคนคิด ตอบแล้วก็บุ้ยปากไปทางร่างสูงที่เอาแต่ยืนดึงหน้าให้นักข่าวถ่ายรูปเป็นเชิงให้หล่อนพูดบ้าง

 

บีว่าทุกทริปมันก็เป็นเหมือนความทรงจำของเราสองคน ก็เลยตั้งแฮชแท็กขึ้นมาไว้เก็บรูปในแต่ละทริป ส่วนเรื่องสวีท อันนี้บีตอบไม่ได้นะคะ เพราะรู้สึกว่ามีความสุขมากกว่า

 

ศิรินดูจะสีหน้าเขินกว่าเดิมเล็กน้อยเมื่อต้องตอบคำถามที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเรา เรื่องสวีทคริสว่าปกตินะ เหมือนเราไปเที่ยวกับแฟน ก็ต้องมีโมเมนต์แบบนั้นอยู่แล้ว ทริปนี้จริงๆก็เหมือนทริปอื่น แต่มันพิเศษเพราะเราไปหลังแต่งงาน ก็เลยกลายเป็นทริปฮันนีมูน แต่สำหรับคริส ทุกทริปที่เราไปด้วยกัน บีก็น่ารักทุกทริปค่ะ เลยไม่ค่อยรู้สึกว่ามันสวีทกว่าทริปอื่น”

 

“คำถามสุดท้ายแล้วนะคะ” ผู้บริหารสาวว่าเสียงเรียบๆ เพราะเธออึดอัดและเบื่อกับการต้องถูกซักไซร้เรื่องส่วนตัวเต็มทีจนเริ่มแสดงออกทางสีหน้าแล้ว

 

“มีคนเมาท์ว่าหลังแต่งงานคุณบีสปอยคริสหนักมากเลย จริงหรือเปล่าครับ”

 

คำถามนี้ทำมุมปากของน้ำทิพย์กระตุกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเป็นฝ่ายตอบสั้นๆให้ทุกคนสัมผัสได้ว่าเธอกำลังไม่พอใจ “อย่าเรียกสปอยเลยค่ะ บีให้ในส่วนที่เขาควรจะได้รับมากกว่า”

 

“ก่อนแต่งกับหลังแต่งคริสว่าบีเหมือนเดิมนะ” คนตัวเล็กเองก็รีบปฏิเสธเช่นกัน “เขาสม่ำเสมอตลอด แต่ที่คนอื่นรู้สึกว่าเขาตามใจหรือให้อะไรเรามากเกินไปอาจจะเป็นเพราะว่าเราอยู่ด้วยกันตลอด มันก็เลยดูเหมือนสปอย อย่างดินเนอร์ ปกติเราเจอกัน กินข้าวด้วยกันแบบนี้อยู่แล้ว แต่มันอาจจะไม่บ่อยเพราะต่างคนก็ต่างทำงาน แต่พอแต่งงาน จะยุ่งยังไง สุดท้ายก็ต้องกลับมากินข้าวด้วยกันอยู่ดี แล้วเราเห็นเขาทำงานมาเหนื่อยๆก็อยากให้เขากินของดีๆ แต่กลายเป็นว่าดูเหมือนเขาสปอยเรามากเลย กินหรูตลอด จริงๆมื้อที่นั่งกินมาม่ากันที่บ้านสองคนก็มี แค่คนไม่ได้สังเกตกันเท่านั้นเอง แล้วคริสก็ไม่อยากให้มองว่าเรานั่งกินนอนกินให้เขาเลี้ยง ต่างคนต่างมีหน้าที่ของตัวเองค่ะ คริสเองก็มีธุรกิจของคริส จะใช้อะไรก็ไม่เคยไปรบกวนเงินเขาเลย อยากให้มองว่าเรารักกัน ซัพพอร์ตกันดีกว่า”

 

“ยังไงถ้าไม่มีอะไรแล้วขอตัวน้องก่อนนะคะ จะได้สัมภาษณ์ท่านอื่นกันต่อเนอะ” ผู้จัดการของศิรินเห็นท่าไม่ดีก็รีบคว้าข้อมือนักแสดงในสังกัดแล้วหันไปส่งสัญญาณให้การ์ดมาพาออกไปเพื่อให้ศิรินได้เปลี่ยนเสื้อผ้า และเดินไปส่งทั้งสองคนถึงที่รถ

 

เมื่อประตูรถตู้ถูกปิดลง เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าด้านในเสื้อสูทของน้ำทิพย์ก็ดังขึ้น เรียกให้เธอต้องสอดมือเข้าไปหยิบมาเปิดดูว่าใครโทรมาค่ำมืดป่านนี้ แล้วก็ต้องเลิกคิ้วเมื่อเห็นว่าเป็นสายจากนที ผู้เป็นพ่อ

 

“ค่ะพ่อ”

 

“โปรเจคที่ภูเก็ตที่พ่อเคยคุยกับบีไว้ไปถึงไหนแล้ว เริ่มเป็นรูปเป็นร่างหรือยัง” ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง คนเป็นพ่อก็เข้าประเด็นทันที

 

“ประมาณ 70% แล้วค่ะ เดือนหน้าน่าจะเอาเรื่องเข้าที่ประชุมได้” ฝ่ายลูกสาวที่ลอกนิสัยเอาการเอางานจากพ่อมาแบบครบถ้วนเองก็จริงจังไม่แพ้กัน เธอเต็มที่กับทุกงานที่ได้รับมอบหมายเสมอ จนงานออกมาดีเกินมาตรฐานแทบทุกครั้ง และหวังว่างานนี้ก็จะเป็นแบบนั้นเช่นกัน

 

“เร็วกว่าที่พ่อคิดอีกนะเนี่ย” นทีชม “งั้นประชุมบอร์ดเดือนหน้าบีเอาโปรเจคนี้เข้าที่ประชุมเลยนะ พ่ออยากให้เสร็จทันสงกรานต์ปีหน้า เอาแค่ส่วนรีสอร์ทก่อนก็ยังดี”

 

“ได้ค่ะ เดี๋ยวบีจัดการให้” น้ำทิพย์รับคำและปรายตามองคนรักที่นั่งเท้าคางดูวิวกรุงเทพยามค่ำคืนด้วยสีหน้าเหมือนเด็กโดนทิ้ง “แค่นี้ก่อนนะคะพ่อ มีอะไรบีอัพเดทให้ที่บ้าน”

 

เธอรอให้พ่อรับคำแล้วกดตัดสายก่อนจะวางมือลงบนต้นขาอีกฝ่ายเบาๆ ให้หล่อนหันมาส่งยิ้มบางๆให้ “คุณพ่อโทรมาเรื่องงานเหรอ”

 

“ค่ะ เรื่องโปรเจคที่ภูเก็ตน่ะ คืนนี้บีว่าจะกลับไปทำต่ออีกนิดหน่อยด้วย”

 

“ดึกแล้วนะ ไว้ทำพรุ่งนี้มั้ย” ศิรินเสนอ ไหนๆพรุ่งนี้ก็ต้องไปทำงานแต่เช้าแล้ว คืนนี้พักผ่อนให้เต็มที่แล้วพรุ่งนี้ค่อยลุยงานต่อไม่ดีกว่าหรือ

 

“สามทุ่มเอง สบายมาก” น้ำทิพย์บอกปัด “ว่าแต่คริสเถอะ ง่วงมั้ยคะ วันนี้ตื่นมาซ้อมแต่เช้าเลย”

 

“มากกกกก” หล่อนลากเสียงยาวเป็นสัญญาณว่ากำลังง่วงมากอย่างที่บอกจริงๆ “ถึงบ้านน่าจะน็อกเลยแหละ”

 

“ถ้าไม่ไหวพรุ่งนี้ไม่ต้องมาเตรียมอาหารเช้าก็ได้นะ”

 

“ไหวสิ แค่นี้เอง เมื่อก่อนคริสเลิกกองเที่ยงคืน ไปถ่ายต่อตอนเจ็ดโมงเช้าด้วยซ้ำ บีก็รู้นี่”

 

“แต่ตอนนี้คริสไม่ต้องเหนื่อยขนาดนั้นแล้วนี่”

 

“แต่เรื่องนี้คริสเต็มใจทำนะ”

 

“ตามใจ”

 

น้ำเสียงอบอุ่นไร้ร่องรอยของความประชดประชัน แต่เป็นการบอกว่าตามใจที่เต็มใจจริงๆ เพราะลึกๆแล้ว ไม่ว่ากับข้าวฝีมือแม่ครัวจะรสชาติดีแค่ไหน แต่กินฝีมือใคร ก็คงไม่อร่อยแถมอิ่มใจเท่าฝีมือเมีย


Talk : ยาวจ๊นนน หวังว่าจะคุ้มค่าการรอคอยนะคะ :) #flowervasebc

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 61 ครั้ง

894 ความคิดเห็น

  1. #833 homesixth (@homesixth) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:23
    น่ารักแสนดี มีโมเม้นต์ เป็นคู่ที่น่ารักและเข้าใจกันมากๆ หวานกันน่ารักมากๆๆ
    ชอบนะคะ สนุก ละมุนเสมอ แต่สารภาพว่าเป็นฟิคที่อ่านไปกลัวไปทุกตอน เพราะชีวิตคู่มันไม่ได้มีแต่ความราบรื่น ก็ต้องมีการปรับตัว ยิ่งบีเป็นนักธุรกิจที่มีแต่งาน เอาใจช่วยคู่นี้เสมอค่ะ
    #833
    0
  2. #741 BC69 (@RainRc) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 23:42
    คิดถึงเหลือเกินนนนน
    #741
    0
  3. #739 benattarika (@benattarika) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 09:47
    เรารักเรื่องนี้มากเลยยย งื้อออ 
    #739
    0
  4. #738 Taeny (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 21:08
    คุ้มมากกกกกก ปวดกามมากกกยิ้มไม่หุบเลย เห้อออ อบอุ่นจังแหะ ชีวิตจริงจะมีบ้างมั้ยหนอ
    #738
    0
  5. #737 nanaki_yui (@nanaki_yui) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 15:23
    ความอบอุ่นของคู่นี้ไม่มีลดลง
    มีแต่เพิ่มขึ้น...น่าร้ากกกกก
    #737
    0
  6. #736 Bbbb (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 14:37
    อบอุ่นละมุนละไมมม ฮือออออ สมการรอคอยจริงๆค่ะ :)
    #736
    0
  7. #735 MOGunyaluck (@MOGunyaluck) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 11:35
    หวานกันมากเลยตอนนี้ ดีต่อใจจิงๆๆ
    #735
    0
  8. #734 Pearrybc (@Pearrybc) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 09:13
    โอ้ยยยคุ้มค่าการรอออ งือออไม่อยากจะพูดว่าอยากได้คุณบีมากกกกกกก 5555555 น่าร้ากกก ขอบคุณนะคะ :)
    #734
    0
  9. #733 Pream_fata (@Pream_fata) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 05:43
    หวานมากเลยคุณบีละมุนมากพี่คริสก็น่ารัก
    #733
    0
  10. #732 meland (@_enutpen) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 00:43
    อบอุ่นละมุนมากก หายไปนานมากเลยไรท์คิดถึงสุดๆงืออออออ
    #732
    0
  11. #731 ST. Apollo (@SuntreeV) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 00:42
    ดีมากเลย พูดอีกทีก็พูดเหมือนเดิม อยากได้คุณบีของพี่คริสสสส
    #731
    0
  12. #730 Ryojin29 (@Ryojin29) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 23:32
    อ่านแล้วรู้สึกอุ่นไปหมดเลย ฮืออออ น่ารักจัง
    #730
    0
  13. #729 BC69 (@RainRc) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 23:31
    น้องโบราโบร่า~~555. ชอบ// ละมุนมากๆเลย
    #729
    0
  14. #728 บีคริส (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 23:29
    หวานมาก น่ารักกันจริงๆเชียวทั้งคุณคริสคุณบี ใจตรงกันตลอด และก็เห็นถึงความถ้อยทีถ้อยอาศัยในชีวิตคู่ด้วย ขอบคุณในการกลับมาของไรท์ครับ คุ้มค่าการรอคอยจริงๆ
    #728
    0
  15. #727 _palm_10 (@kanyanatthankam) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 23:23
    เขินจนไม่รู้จะเขินยังไงแล้วค่ะ
    พี่บีก็ดี๊ดี พี่คริสก็น่ารักมากกกก โอ๊ยยยยย ชอบบบ
    #727
    0
  16. #726 AiM AiM RockeR (@aimrock21) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 23:12
    พี้บีอบอุ่นมากๆๆๆๆ น่ารักจังเลยค่ะ
    #726
    0
  17. #725 ideepp21 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 23:06
    ดีต่อใจเหลือเกิน ยิ้มจนแก้มจะแตก เค้าน่ารักกันมากๆเลย
    #725
    0
  18. #724 ideepp21 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 23:06
    ดีต่อใจเหลือเกิน ยิ้มจนแก้มจะแตก เค้าน่ารักกันมากๆเลย
    #724
    0
  19. #723 TIST_CHILL (@pammylover) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 22:52
    โอ้ยยย น่ารักอะไรขนาดนี้ น่ารักจนอยากได้คุณบีเองเลย //โดนตบ//
    #723
    0
  20. #722 pmnik (@iampeanut) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 22:31
    น่ารักมากกก อ่ะ
    #722
    0
  21. #721 nueybah (@nueybah) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 11:42
    งื้อออหวานมากกกกเขิงงงง
    #721
    0
  22. #720 Aaannthe (@Aaannthe) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 08:18
    เขิลลลลจังเยย
    #720
    0
  23. #719 ST. Apollo (@SuntreeV) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 16:36
    คือหวานและอ่อนโยนมาก บีของไรท์ละมุนสุดๆ
    #719
    0
  24. #718 Sumbodiie (@Sumbodiie) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 11:18
    หาได้ที่ไหนเนี่ยคนแบบนี้ งืออออออออ
    #718
    0
  25. #717 clubbc (@clubbc) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 10:20
    น่ารักกกกก
    #717
    0