{ FIC BEAST } ◆ B e w a r e ◆

ตอนที่ 5 : ◆ B e w a r e ◆ Chapter 4 คืนปล่อยปีศาจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 55
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    28 มิ.ย. 58

ฮยอนซึงไปไหน!”

 

            ดูจุนโวยลั่นในยามพระอาทิตย์กำลังจะตกดิน ใบหน้าที่เคยราบนิ่งค่อนไปทางยิ้มแบบสุภาพนิดๆของเขาแบบทุกๆวัน ในตอนนี้เปลี่ยนเป็นใบหน้าที่ดุดันด้วยความฉุนเฉียว เมื่อค่ำคืนที่พวกเขารอคอยกำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่ชั่วโมง แต่เมนูรสเลิศที่หมายตาหมายใจมาหลายต่อหลายวันที่ผ่านมากลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย

 

หรือมันจะหนีไปแล้ว

 

            คนตัวเล็กที่มีดวงตาสีเหลืองกับคิ้วที่ขมวดแน่น เดินไปเกาะแขนแกร่งของดูจุน ก่อนที่ใบหน้าน่ารักของเขาจะเงยหน้ามองเพื่อเสนอความคิดเห็นของตัวเอง โยซอบแสดงออกชัดเจนว่าเป็นปลื้มมากแค่ไหนที่ได้เห็นดูจุนทำหน้าที่เป็นผู้นำในเรื่องต่างๆแทนจุนฮยอง แม้จะเป็นเพียงเวลาสั้นๆ และไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยเท่าไรก็ตาม

 

ไม่มีทาง! หมอนั้นไม่โง่ขนาดจะเดินไปในป่าลึกให้ตัวเองหลงทางเป็นครั้งที่ 2 หรอก

 

            กีกวังหนุ่มร่างเล็กอีกคนที่มีดวงตาสีฟ้าเข้มแย้งความคิดของโยซอบ ข้างกายมีหนุ่มร่างสูงโปร่งกับดวงตาสีม่วง ดงอุน โอบไหล่อยู่ไม่ห่าง และเมื่อสถานการณ์ดูจะวุ่นวายขึ้นเรื่อยๆเพราะการแย้งกันไปมาของสมาชิกในบ้าน คนที่ดูจุนจะนึกถึงคนแรกก็คือจุนฮยอง หัวหน้าของพวกเขาทั้ง 4 ที่มักจะเป็นผู้นำ และเด็ดขาดในการตัดสินใจและแก้ปัญหาที่วุ่นวายได้ดีเสมอ แต่ในตอนนี้กลับไม่เห็นหน้าค่าตาเขาในที่ประชุมบนชั้น 2 ของบ้านไม้ขนาดเล็กกลางป่าที่พวกเขาให้อาศัยไปวันๆ

 

เกิดเรื่องใหญ่แบบนี้ขึ้น แล้วนี่จุนฮยองไปไหน!?”

ฉันอยู่นี่

 

            เสียงที่เรียบนิ่งไร้ซึ่งอารมณ์ถูกส่งออกมาเป็นคำตอบ ดวงตาทั้ง 4 สีต่างพากันหันมามองเป็นทางเดียวกัน จุนฮยองขึ้นบันไดไม้เก่าๆมาบนชั้น 2 โดยที่ไม่มีเสียงเอี๊ยดอ๊าดเลยสักนิด

 

หายไปอยู่ไหนมา

ตั้งแต่เมื่อไรกันที่ฉันต้องตอบคำถามนาย

 

            จุนฮยองเหลือบมองดงอุนที่เป็นคนถามคำถามเมื่อสักครู่ด้วยความรำคาญ เขาไม่ชอบให้ใครมาทำตัววุ่นวายและซอกแซกเรื่องของเขาไม่ว่าจะเป็นเพราะอยากรู้ สงสัยและจ้องจะจับผิด หรือเหตุผลใดก็ตาม

 

ฮยอนซึงหายไป

แล้วยังไง....

“!!!?

 

            ปฏิกิริยาตอบรับของจุนฮยองช่างแตกต่างจากที่ทั้ง 4 คนจินตนาการเอาไว้ในตอนแรก พวกเขาคิดว่าหากจุนฮยองรู้เรื่องจะต้องโมโหเป็นฟืนเป็นไฟ และอาจพาลมาโทษพวกเขาที่ดูแลเหยื่อไม่ดีเป็นแน่ แต่ท่าทางสบายๆ ไร้ความกังวลแบบนี้ของเขามันคืออะไรกัน นั่นยิ่งสร้างความฉงนให้กับอีก 4 คนไม่หาย

 

หรือว่าที่หมอนั่นหายไปเป็นเพราะ....

ใช่....ฉันเป็นคนเอาฮยอนซึงไปซ่อนเอง

 

            คำตอบที่น่าตกตะลึงนั้นทำเอาทุกคนอึ้งไปเป็นแถบๆ ก่อนจะเป็นดูจุนที่ตั้งสติได้ก่อนใคร ความเดือดดาลพุ่งปรี๊ดจนต้องเข้าไปเขย่าไหล่แกร่งของจุนฮยองอย่างแรงเพื่อเรียกสติที่ผิดเพี้ยนไปของจุนฮยอง การเอาเหยื่อไปซ่อนไม่ว่าจะเพราะอยากรักษาชีวิตน้อยๆของเหยื่อ หรือเพราะอะไรก็แล้วแต่ มันไม่ใช่นิสัยของจุนฮยองเลยสักนิด ปกติเขาไม่เคยมีความปราณีต่อสิ่งมีชีวิตอื่นใดนอกจากตัวเอง

บ้าไปแล้วหรอวะ! ถึงแกจะเป็นหัวหน้าของพวกเราแต่ทำแบบนี้มันเกินไปแล้ว! ฮยอนซึงไม่ใช่ของแกแค่คนเดียว! แต่เป็นของพวกเราทุกคน! บอกพวกเรามาเดี๋ยวนี้ว่าเอาหมอนั่นไปซ่อนไว้ที่ไหน!”

ฉันอยากจะขอชีวิตหมอนั่น แค่เดือนนี้เดือนเดียว

 

            ทั้ง 4 คนได้แต่กัดฟันกรอดๆและเพ่งดวงตาสีเฉพาะของแต่ละคนมาที่จุนฮยองอย่างไม่พอใจเป็นที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นพวกขาจะทำอะไรได้นอกจากยอมจำนน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ยอมแบบไร้เงื่อนไขซะทีเดียวหรอก

 

การที่เอาเหยื่อไปซ่อนแบบนั้น พวกเราจะถือซะว่าเป็นการปราณีและให้โอกาสในการมีชีวิตอยู่ต่อไปของเหยื่อครั้งหนึ่งแล้ว แต่หากโชคไม่เข้าข้างหมอนั่น ทำให้ปีศาจอย่างพวกเราพบฮยอนซึงเข้าในคืนนี้ พี่ก็รู้ใช่มั้ยว่าพวกเราจะไม่ยอมปล่อยให้เหยื่อหลุดมือไปอีกเด็ดขาด!”

 

            ดงอุนพูดทั้งยังยกยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ดวงตาสีม่วงจ้องมายังจุนฮยองเพื่อรอฟังคำตออบ ความจริงแล้วมันคือสถานการณ์บีบบังคับให้จุนฮยองต้องยอมรับข้อตกลงนั้นต่างหาก

 

ตกลง

 

            บนผืนดินที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะบางๆทั่วบริเวณ มียอดหญ้าโผล่แซมเกล็ดน้ำแข็งขึ้นมารำไร รอบๆเป็นต้นสนสูงใหญ่ตั้งตระหง่านเรียงรายสลับกันไปเรื่อยๆจนสุดลูกหูลูกตา ลมหนาวพัดมาเป็นระลอกๆแต่ก็ไม่ทำให้ชายหนุ่มทั้ง 5 คนที่เพิ่งออกมายืนเรียงหน้ากระดานแหงนคอมองผืนฟ้าอันกว้างใหญ่นี้สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย แม้ตอนนี้พวกเขาทุกคนอยู่ในสภาพเปลือยท่อนบนให้ผิวกายได้ปะทะกับลมหนาวเย็นยะเยือกก็ตาม

 

ท้องฟ้าด้านบนเต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับนับล้านๆดวง ยิ่งมองก็ยิ่งเพลิดเพลินและผ่อนคลาย ในคืนนี้ท้องฟ้าปลอดโปร่งโล่งสบาย ไร้ซึ่งก้อนเมฆมาบดบังแสงจันทรา

 

 

คืนนี้ช่างเป็นคืนที่ยอดเยี่ยม สมกับที่พวกเขาทั้ง 5 คนรอคอยมาตลอดทั้งเดือนจริงๆ...

ค่ำคืนที่จะได้ปลดปล่อยสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวพวกเขา

 

 

ยิ่งเวลาเดินต่อไปเรื่อยๆจากหัวค่ำไปจนถึงช่วงดึก แสงสีเหลืองนวลอ่อนของดวงจันทร์ดวงใหญ่ทรงกลมโตก็เปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้มมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งดวงจันทร์กลายเป็นสีเหลืองทองสว่าง ความเจ็บปวดรวดร้าวปางจะขาดใจตายก็ได้เข้ามาเยือน

 

เพราะความทรมานจากอาการดังกล่าวทำให้ กีกวังและโยซอบถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกองกับพื้น ทั้งยังกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ขนสีน้ำน้ำตาลหนานุ่มค่อยๆแทรกขึ้นมาตามตัว จุนฮยอง ดูจุน และดงอุน  เริ่มร้องโอดครวญเพราะอัดอั้นความเจ็บปวดทรมานนั้นไม่ไหวในตอนที่เล็บแหลมคมค่อยๆงอกออกมาบดบังแผ่นเล็บอันเดิม สมองเหมือนถูกบีบให้ปวดจนแทบคลั่ง มือขนาดเท่าคนทั่วๆไปค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นจนต้องเรียกว่าเป็น อุ้งเท้า ถึงจะเหมาะ ใบหน้าเต็มไปด้วยขนฟูฟ่อง จมูกที่โด่งรั้นถูกเปลี่ยนเป็นจมูกที่ยื่นยาวมาพร้อมๆกับปากที่มีเคี้ยวคม ทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยขน ร่างกายของพวกเขาเปลี่ยนไปจากเดิมในแบบที่ไม่ทิ้งความเป็นมนุษย์ให้ได้สังเกตเห็นเลยสักนิด จะมีก็แต่สีของดวงตาที่ยังคงเหมือนเดิม

 

            จุนฮยอง ดูจุน โยซอบ กีกวัง และดงอุน กลายร่างเป็นสัตว์สี่เท้าขนาดใหญ่ที่ใครเห็นก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือ หมาป่า แต่พวกมันไม่ใช่หมาป่าธรรมดา นั่นก็เพราะขนาดตัวที่ใหญ่โตกว่าปกติ ไม่เพียงแต่ร่างกายที่ถูกเปลี่ยน แต่สมอง ความทรงจำ ความรู้สึก และจิตใจก็ถูกเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน ความดิบเถื่อนในแบบฉบับสัตว์ป่าเป็นสิ่งที่กำลังครอบงำความคิดของพวกเขาอยู่ในตอนนี้ ไม่มีความทรงจำใดที่พวกเขาสามารถจดจำได้ นอกจากพวกเดียวกันที่มีกลิ่นสาปที่คุ้นเคย นอกเหนือจากนั้นหากสิ่งมีชีวิตใดเล็ดลอดมาอยู่ในสายตาก็จะต้องถูกจับมาเป็นอาหารประทังชีวิตทั้งสิ้น

 

            หมาป่าตัวหนึ่งที่มีดวงตาสีแดงสดกับร่างกายที่ใหญ่โตกว่าตัวอื่นๆมานิดหน่อย มันเพิ่งจะสะบัดขนอันฟูฟ่องของมันก่อนจะเดินแหวกทางอย่างสง่าไปยังโขดหินเพื่อประกาศความเป็นผู้นำ มันส่งเสียงหอนที่ก้องกังวานเพื่อเป็นสัญญาณเตือนสัตว์ป่าทุกตัวว่าการล่ากำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว โดยมีลูกสมุนทั้ง 4 หอนรับแบบติดๆ

 

อะฮู้วววววววววววววววววว อะฮู้ววววววววววววววววว

 

อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นเรื่อยๆมากกว่าอุณหภูมิปกติของมนุษย์ 2-3 เท่าตัว พวกมันเหมือนเครื่องจักรที่เร่งเครื่องจนร้อนได้ที่และพร้อมใช้งาน น้ำลายที่ไหลเยิ้มอยู่เต็มปากหยดลงสู่พื้น เป็นสัญญาณบอกว่าพวกมันหิวกระหายมากเพียงใด จมูกสีดำใหญ่มีความสามารถรับกลิ่นจากที่ไกลๆได้ในรัศมีหลายกิโลเลยทีเดียว เพราะแบบนั้น แม้จะไม่มีเลือดของสัตว์น้อยใหญ่ในป่าไหลออกมาให้ได้กลิ่นคาว พวกมันก็สามารถหาที่หลบซ่อนของสัตว์เหล่านั้นได้อย่างสบายๆ

 

            ฟึ่บ!

 

            พวกมันกระโดดผ่านพุ่มไม้ไปในป่าลึกเพื่อล่าอาหาร อุ้งเท้าอันใหญ่รวมแล้ว 20 คู่ของพวกมัน พอได้กระทบกับผืนดินแรงๆแล้วดังหนักแน่นเหมือนฝูงม้าวิ่งไม่ผิดเพี้ยน แสงจันทร์ยังคงสาดส่องประหนึ่งเป็นกำลังใจอยู่ไม่ห่าง สัตว์น้อยใหญ่ทุกตัวต่างรู้ถึงสัญญาณการเริ่มต้นการล่าตั้งแต่ได้ยินเสียงหอนอันโหยหวนเมื่อสักครู่ใหญ่ๆนี้แล้ว เพราะงั้นตอนนี้จึงไม่มีสัตว์ตัวไหนโง่เดินออกมาเผล้นพล่านเลยสักตัว แม้แต่สัตว์ที่หากินตอนกลางคืน พวกมันยอมอดอาหาร 1 มื้อ ไม่ออกมาหาอาหารอย่างที่ควรจะเป็น เพื่อแลกกับโอกาสในการมีชีวิตรอดต่อไป

 

            ราวๆ 1 ชั่วโมงผ่านไป หมาป่าตัวใหญ่ขนปุยกับดวงตาที่แตกต่างกันไปตัวละสียังคงวิ่งไปเรื่อยๆทั่วอาณาเขตที่มันปกครองและใช้สายตาอันแหลมคมของพวกมันมองผ่านความมืดมิดแห่งธรรมชาติเพื่อหาเหยื่อผู้โชคร้าย สายตาของมันใช้งานได้ดีในที่มืด ดีกว่าสัตว์ที่เกิดมาเพื่อหากินตอนกลางคืนเป็นเท่าตัว จมูกของพวกมันก็ยอดเยี่ยม แม้จะวิ่งมานานแล้วประสิทธิภาพของแต่ละระบบในร่างกายก็ยังคงทำงานได้ดี เสียงฝีเท้ายังคงวิ่งต่อไปเรื่อยๆรอบๆป่าจนกระทั่ง....

 

            หมาป่าเจ้าของดวงตาสีเหลืองหยุดวิ่งก่อนจะเหลียวซ้ายแลขวาและใช้จมูกสูดดมกลิ่นอย่างพิถีพิถันดีๆอีกครั้ง หูของมันกำลังฟังเสียงลมหายใจและเสียงการเคลื่อนไหวของเหล่าเหยื่อผู้น่าสงสาร รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าปีศาจร้ายแห่งผืนป่าในทันทีที่รู้พิกัดของเหยื่อ มันทำทีเป็นว่าไม่รู้ ไม่เห็น และไม่ได้ยินจากนั้นก็วิ่งจากไป พอเหยื่อวางใจคิดว่าตัวเองรอดแล้วและค่อยๆย่างเท้าออกมาจากพงหญ้าสูงรกทึบอย่างระมัดระวังและเบาเท้ามากที่สุด มันไม่รู้เลยว่านั่นเป็นกับดัก เพราะเมื่อมันก้าวออกมาจากที่หลบซ่อนเมื่อใด เมื่อนั้นชะตาของมันก็จะต้องขาดลงทันที.....

 

            โยซอบในร่างของหมาป่าตัวใหญ่กระโจนเข้าใส่เหยื่อผู้โง่เขลา และใช้เขี้ยวอันแหลมคมกัดเข้าที่ด้านข้างลำตัวก่อนจะสะบัดเหยื่อไปมาอย่างไร้ความปราณี เสียงร้องของสัตว์ที่ถูกล่าดังก้องไปทั่วบริเวณ เสียงแห่งความเจ็บปวดพวกนั้นทำให้สัตว์ตัวอื่นๆรู้ทันทีว่าเพื่อนของพวกมันกำลังจะตายอย่างน่าเวทนา และไม่มีใครสามารถช่วยชีวิตไว้ได้ เล่นเอาขนลุกขนผองกันไปทั่วทั้งผืนป่า แต่เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดนั้นกลับเป็นเสียงที่ปีศาจแห่งผืนป่าทั้ง 5 โปรดปรานเสียยิ่งกว่าเสียงใดๆ เพราะมันทำให้รู้ว่ามีตัวใดตัวหนึ่งในฝูงล่าอาหารได้สำเร็จแล้ว และเวลาแห่งมื้ออาหารก็กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่นาที

 

            เพียงไม่นานสมาชิกกลุ่มอีก 4 ตัวที่วิ่งตามเสียงร้องแห่งความเจ็บปวดนั้นมาก็เจอเข้ากับหมาป่าโยซอบที่กำลังฉีกเนื้อกวางตัวผู้อ้วนพีกินอย่างเอร็ดอร่อยอยู่ก่อนแล้ว ตัวอื่นๆไม่รอช้ายิ่งได้เห็นเนื้อสีชมพูปนเลือดสีแดงสดความดิบเถื่อนในตัวก็ยิ่งพุ่งพล่าน พวกมันกระโจนเข้าแย่งชิงอาหารกันไปมาเหมือนพวกเดียรัจฉานทั่วไปที่ไร้ซึ่งความคิด

 

            แฮ่.......

 

            โยซอบขู่โชว์เขี้ยวที่เต็มไปด้วยน้ำลาย ดวงตาคู่กลมโตสีเหลืองมองไปยังหมาป่าอีก 4 ตัวอย่างไม่พอใจเท่าไรนัก ไม่ใช่ว่าโยซอบไม่รู้จักแบ่งปันแม้คนที่ตัวเองรักอย่างดูจุน แต่เป็นเพราะทุกความทรงจำถูกลบไปในระหว่างที่ร่างกายถูกแปรเปลี่ยนจากมนุษย์เป็นหมาป่าต่างหาก

 

            ในที่สุดก็เกิดการทะเลาะวิวาทกันในฝูงเพียงเพราะเนื้อกวางรสหวานอร่อยแค่ตัวเดียว ต่างฝ่ายต่างกระโจนเข้าหากันและใช้อุ้งเท้าอันใหญ่ตะปบกันไปตะปบกันมาจนเกิดแผลสดเลือดไหลเป็นหย่อมๆ บางตัวก็วิ่งเข้าหากันและกัดฟัดเหวี่ยงลงพื้นเต็มแรง

 

ในขณะที่ทั้ง 4 ตัวฟัดกันไปมา ใกล้ๆกันยังมีหมาป่าอีกตัวหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าเล่ห์ และฉลาดหลักแหลมที่สุดในฝูง หมาป่าตัวที่มีดวงตาสีเทาประกายเพชร มันใช้จังหวะที่อีก 4 ตัวกำลังชุลมุนไม่สนใจเหยื่อที่นอนตายคากองเลือดนี้เป็นโอกาสในการขโมยเหยื่อไปกินยังที่เงียบๆเพียงตัวเดียว

 

            หลังจากฟัดกันจนหมดแรงโดยผลลัพธ์นั้นไม่มีใครชนะใคร ทั้ง 4 ตัวต่างถอยห่างออกจากกันก่อนจะมองไปยังที่ที่วางเหยื่อไว้ในตอนแรก แต่ในเวลานี้มันกลับว่างเปล่า พวกมันรู้ทันทีว่าเป็นฝีมือใคร เพราะในตอนนี้สมาชิกได้หายไป 1 ตัวนั่นก็คือดูจุน และเพราะเวลาแห่งค่ำคืนเหลือน้อยเต็มที ทำให้พวกมันตัดสินใจแยกย้ายกันไปหาเหยื่อผู้โชคร้ายตัวถัดไปเพื่อประทังปากท้องด้วยเรี่ยวแรงที่เหลือน้อยของพวกมันเอง

 

 

 

 

อะฮู้วววววววววววว อะฮู้วววววววววววว

 

            ผมสะดุ้งตื่นอีกครั้งเป็นรอบที่ 3 ของค่ำคืนเห็นจะได้ นั่นก็เพราะเสียงหมาหอนจากที่ไกลๆ สองมือที่กอดตัวเองเอาไว้แต่แรกกระชับกอดให้แน่นมากขึ้นไปอีกเพราะความหนาวเหน็บจากสภาพอากาศ ตั้งแต่ผมหลงเข้ามาอยู่ในป่านี้ ไม่ยักจะเคยได้ยินเสียงหมาหอนถี่เท่าคืนนี้เลยสักครั้ง และดูจากทิศทางของเสียงก็เหมือนจะมาจากทางป่าที่คนแปลกๆทั้ง 5 นั่นอาศัยอยู่ ผมไม่รู้หรอกว่าตอนนี้ผมอยู่ที่ไหน แต่มั่นใจมากว่าอยู่ห่างจากบ้านของพวกเขาพอสมควร ผมยังไม่รู้จะเอายังไงต่อกับชีวิตในวันพรุ่งนี้เมื่อพระอาทิตย์กลับมาทำหน้าที่ฉายแสงแทนพระจันทร์อีกครั้ง จนถึงตอนนี้ผมก็ยังลังเลว่าจะอยู่รอจุนฮยองอย่างที่หมอนั่นสั่งเอาไว้ หรือจะกำหนดชะตาชีวิตของตัวเองด้วยการตัดสินใจเดินป่าเพื่อหาทางออกอีกสักครั้งดี

 

 

            แสงพระอาทิตย์รำไรที่ส่องเข้ามาถึงบริเวณปากถ้ำทำให้ผมตื่นนอนขึ้นมาในเช้าวันใหม่ ผมยีตาตัวเองสองสามครั้งก่อนจะเดินออกไปสำรวจด้านนอก แค่เพียงขาก้าวออกนอกถ้ำก็โดนลมหนาวพัดมากระทบกับผิวกายจนสั่นสะท้านไปทั้งตัวแล้ว ผมลังเลว่าจะกลับเข้าไปรอจุนฮยองในถ้ำดี หรือว่าจะเดินไปตามทางของตัวเองดี ผมยืนชั่งใจอยู่พักใหญ่ในที่สุดก็ได้คำตอบ...

 

ฉันบอกว่าให้นายรออยู่ที่นี่ไม่เข้าใจรึไง!”

 

                        เสียงที่คุ้นเคยดังมาจากทางในป่าอีกด้านที่ผมไม่ได้เลือกเดิน ผมที่เพิ่งจะเดินออกห่างจากปากถ้ำได้ไม่ถึง 10 ก้าวเลยต้องเหลียวหลังมามอง สิ่งที่ผมเห็นอยู่ตรงหน้าทำเอาใจผมร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ผมตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ดวงตาของผมเบิกกว้างเมื่อได้มองจุนฮยองที่ยืนยันตัวเองอยู่กับต้นไม้ด้วยสภาพอิดโรยพร้อมด้วยรอยเลือดที่ไหลอยู่ตามแผลบริเวณหน้าอก แขน และขา ตาของเขาลอยขึ้นเหมือนพวกนักมวยที่โดนต่อยจนใกล้จะน็อค ผมยืนอ้ำอึ้งอยู่นานก่อนจะตั้งสติได้แล้วรีบวิ่งไปพยุงร่างสูงโปร่งเข้าไปนั่งหลบหนาวในถ้ำ

 

จุนฮยอง! นี่นาย...นายไปฟัดกับหมาที่ไหนมาเนี่ย

อย่ามายุ่งหนะ!”

แล้วนี่จะตายรึเปล่า ดูสภาพแล้วนายไม่น่าจะอยู่พ้นวันนี้ไปได้เลยนะ

ที่พูดอยู่นั่นเรียกว่าปากใช่มั้ย

ก็มันจริงนี่นา.....จะตายอยู่แล้วยังจะถ่อเดินจากบ้านมาถึงที่นี่อีก

สัญญาก็ต้องเป็นสัญญาสิ บอกแล้วไงว่าจะมารับตอนเช้า

แล้วนายจะบอกฉันได้รึยังว่าทำไมเมื่อคืนต้องให้ฉันอยู่ที่นี่ด้วย มันเกี่ยวอะไรกับแผลของนายรึเปล่า นี่เกิดอะไรขึ้นกันแน่

 

            จุนฮยองไม่ได้เปิดปากตอบ แต่เขากำลังจ้องผมที่กำลังละลาบละล้วงเกินขอบเขตด้วยสายตาที่ไม่พอใจเท่าไรนัก ผมจึงทำได้แค่นั่งรูดซิปปากมองเขาอยู่เงียบๆจนกระทั่งเขาหลับไปด้วยความอ่อนแรง

 

            ผมยังคงนั่งจ้องมองเขาอยู่ในท่าเดิมอยู่เป็นชั่วโมงๆ ตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ที่ใบหน้าของผมถูกประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ คงจะสักพักหลังจากที่จุนฮยองหลับไปหละมั้ง ด้วยความสงสัยที่มีมากมายจนล้นตัว ผมผลุบตาลงต่ำมองบาดแผลเหล่านั้น พลางคิดว่าถ้าไม่ได้รับการรักษาคงจะเกิดการติดเชื้อและอักเสบจนอาจทำให้ตัวร้อนได้แน่ๆ ผมเลื่อนมือขึ้นไปและทาบลงบนแก้มหนานุ่มและหน้าผากของจุนฮยอง และมันทำให้ผมเบิกตากว้างอีกครั้ง จุนฮยองตัวร้อนจี๋ เขากำลังมีไข้ ผมมั่นใจแบบนั้น ผมกำลังพะว้าพะวง อยู่ไม่สุก เหลียวซ้ายแลขวาก็ไม่เห็นสิ่งใดที่จะช่วยหมอนี่ได้เลยสักอย่าง

 

ตื่น! ตื่นเดี๋ยวนี้นะจุนฮยอง! ห้ามหลับเด็ดขาด!”

 

            ผมตัดสินใจเขย่าร่างสูงโปร่งที่นอนนิ่งอยู่กับพื้นสุดแรงที่ผมมี ผมรู้สึกใจคอไม่ดีเอาซะเลย ในตอนนี้น้ำตาผมเอ่อออกมาคาเบ้าด้วยความกลัวว่าอีกคนจะตายไปต่อหน้า ถ้าเขาตายขึ้นมาจริงๆแล้วผมจะทำยังไง ผมจะกลับไปที่บ้านหลังนั้นเพื่อบอกข่าวได้ยังไง ผมจะลากศพของเขาไปด้วยหรือปล่อยให้เน่าเปื่อยคาถ้ำนี้ดี คำถามมากมายถาโถมเข้ามาหาผมประหนึ่งเป็นเส้นทางให้เลือกเดินในอนาคต ผมสะบัดความคิดเหล่านั้นทิ้งแล้วออกแรงเขย่าจุนฮยองซ้ำอีกหลายต่อหลายครั้ง ทั้งยังแหกปากเรียกจนลั่นถ้ำ

 

จุนฮยอง! ฉันบอกให้ตื่น! นายจะมาตายอยู่ตรงนี้ไม่ได้นะ!”

“……”

ตื่น!!!”

หยุดบ้า....ได้แล้ว

 

            เสียงแหบพร่าที่แผ่วเบาของจุนฮยองทำให้ผมโล่งอก ผมปาดน้ำตาเป็นพัลวันก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง จุนฮยองมองมาด้วยความรำคาญปนความสงสัย แม้เขาจำตำหนิผมเมื่อสักครู่ ผมก็ไม่โกรธเขาหรอก ขอเพียงแค่เขาตื่นขึ้นมาทำให้ผมมั่นใจว่าเขาไม่ตายไปแล้วก็พอ

 

นึกว่าตายไปแล้วซะอีก! ใจหายใจคว่ำหมดเลยรู้มั้ย

ไร้สาระหนะ!....ฉันไม่ตายง่ายๆหรอก

ทำมาเป็นปากดี ดูสภาพนายตอนนี้ซะก่อนเถอะ ไม่หาอะไรมารักษาอาการนายก็จะยิ่งแย่ลงเรื่อยๆนะจุนฮยอง

อย่าคิดว่าทุกสิ่งอย่างบนโลกจะต้องเป็นไปตามที่นายเรียนรู้มาสิฮยอนซึง

นายหมายความว่าไง

สำหรับฉัน....ไม่สิ! สำหรับพวกเราทั้ง 5 เวลาจะเป็นตัวเยียวยาบาดแผล โดยไม่ต้องพึ่งพาสมุนไพร หรือน้ำสะอาดมาล้างแผลเลยสักหยด

........

ทำไมถึงมองหน้าฉันแบบนั้นหละ

ก็กำลังคิดว่านายบ้าและเสียสติไปแล้วรึเปล่าหนะสิ ไม่มีใครจะหายได้โดยใช้แค่เวลาอย่างที่นายว่าหรอก

เวลาจะทำให้นายยอมรับความจริงเรื่องนี้

เวลา! เวลาอีกแล้ว อะไรๆก็เวลา

 

            ผมลุกขึ้นบ่นด้วยความขัดใจที่คนป่วยเอาแต่ดื้อด้านและคัดค้านคำพูดของผม ก่อนจะหันมาอีกทีถึงได้รู้ว่าจุนฮยองไม่ได้ตั้งใจฟังสิ่งที่ผมบ่นไปเลยสักนิด เขาตะแคงข้างหันหลังให้กับผมและหลับตาเข้าสู่นิทราไปแล้วหละมั้ง

 

เอาเถอะ! ยังไงฉันก็ปล่อยให้นายทำเฉยเมยกับแผลที่เหวอะหวะพวกนี้ไม่ได้ นอนรออยู่ที่นี่ก็แล้วกันเดี๋ยวฉันจะไปหาน้ำมาล้างแผลให้

รู้หรอว่าลำธารอยู่ตรงไหน

 

            ผมเหลียวหลังมามองคนที่หลับตาแต่ปากก็ยังขยับพูดได้อยู่

 

ไม่รู้

หึ....ถ้างั้นก็กลับมานั่งเฉยๆ อย่าอวดเก่งให้มากนักเลย เดี๋ยวหลงป่าขึ้นมาก็ลำบากฉันอีก ฉันในตอนนี้หนะไม่มีเรี่ยวแรงพอจะไปตามหานายหรอกนะ

ไม่หลงหรอกน่า

บอกว่าไม่ต้องไป!! อ....โอ้ยยยย!”

 

            จุนฮยองขึ้นเสียงออกคำสั่ง และเพราะหมอนั่นดันตัวเองลุกแบบทันท่วงทีก็เลยเกิดอาการเจ็บที่แผลบริเวณหน้าอก ดวงตาคู่สีแดงสดมองมาที่ผมอย่างโมโหที่ทำตัวดื้อรั้นกับเขา สุดท้ายก็เป็นผมที่ยอมแพ้และเดินถอยกลับมานั่งเฝ้าคนป่วยอยู่ใกล้ๆเหมือนเดิม

 

ฉันไม่ไปแล้วก็ได้!...นายพักผ่อนต่อเถอะ

 

            ฮยอนซึงค่อยๆประคองจุนฮยองลงนอนกับพื้นอย่างเบามือ โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าเขาถูกดวงตาคู่สีแดงสดแอบมองอยู่ทุกครั้งเผลอหรือในตอนที่สนใจบาดแผลมากกว่าใบหน้าหล่อ จุนฮยองระบายรอยยิ้มออกมาบางๆให้กับความอ่อนโยน ความเอาใจใส่ และความดื้อรั้นของผู้ชายร่างบางตรงหน้า




ในที่สุดก็ถึงวันที่มีฤกษ์งามยามดีกลับมาต่อฟิคที่ค้างไว้ 2 เดือนซะที! โหะโหะ
ไม่ใช่ว่าอู้แต่แจมไม่ว่างจริงจิ๊งงงงงง
สุดท้ายนี้ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคนที่กลับมาอ่านต่อนะคะเพราะแจมก็จะแต่งต่อไปเรื่อยๆเหมือนกัน
เยิ้ฟๆ นะทู้กกกกกคน >"<


ปล.อย่าลืมแวะไปเล่นแท็ก #ฟิคบีแวร์ กันนะคะ / โหวตให้เค้าหน่อยก็ดี >.< / เพิ่งเข้ามาอ่านใหม่แล้วช้อบชอบ! กดเฟบได้น้า
(ทั้งหมดอยู่ที่แถบลอยด้านซ้ายมือเลยจ้าาาาาา)



 

© Tenpoints!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

47 ความคิดเห็น

  1. #47 mikimikics (@mikimikics) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2558 / 22:21
    มันช่างลึกลับซับซ้อนจริงๆ
    #47
    0
  2. #46 kungkung7728 (@kungkung7728) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2558 / 14:28
    มาแล้วววววววววววววววพี่จุนชอบซึงละสิถึงได้ช่วยซึงไว้แบบนี้ ....ไม่รู้จะเมมอะไรแต่รู้ว่าชอบเรื่องนี้จ้าาาาาาาาสู้ๆนะไรเตอร์ และติดตามจ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
    #46
    0
  3. #45 Seobbie Chubie (@05011990) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2558 / 00:02
    โฮ๊ยยย ซึงรอด=รีดโล่งอก จะบ้าตรั๊ยยยย อะไรจะลุ้นขนาดเน้! จุนฮยองนี่เก๊กขรึมหนักมาก ที่จริงก็ชอบแอบมองเค้า อะโด่ๆ นี่ในบรรดาห้าคน จุนเก่งสุดก็จริง แต่ดูจุนดูจะเจ้าเล่ห์สุด อันตรายสุดเลยอ่า
    #45
    0