{ FIC BEAST } ◆ B e w a r e ◆

ตอนที่ 3 : ◆ B e w a r e ◆ Chapter 2 เดินป่าอีกครั้ง (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 92
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    24 ม.ค. 58

            แสงอาทิตย์ส่องสว่างเข้ามาถึงภายในตัวบ้าน หากเป็นแสงแดดอ่อนๆยามเช้าคงไม่สามารถแทรกผ่านใบไม้หนาทึบนั้นลงมาได้ขนาดนี้ ไม่มีเสียงนกฮัมเพลงในยามเช้า ไม่มีหยาดน้ำค้างเกาะติดตามขอบกิ่งไม้ ทั้งหมดนั่นก็เพราะตอนนี้ไม่ใช่เวลาเช้าตรู่ แต่เป็นเวลาสายต่างหาก

 

            แสงแดดแรงกล้าส่องลงกระทบพื้นผิวสร้างความอบอุ่นให้กับสิ่งมีชีวิตทั่วบริเวณ โดยไม่ต้องอาศัยเตาผิงเหมือนยามค่ำคืน ดวงตาเรียวคมคู่สวยเปิดขึ้นเป็นครั้งแรกของวัน ภาพแรกที่เห็นในยามสลึมสลือเป็นกองขี้เถ้าในเตาผิงที่เขานอนอยู่ใกล้ๆเมื่อคืนนี้ กลิ่นแรกของวันที่โชยมาเข้าจมูกยังคงเป็นกลิ่นเดียวกับที่ได้กลิ่นครั้งแรกในตอนเหยียบเข้ามาในบ้าน กลิ่นสาปสัตว์ จมูกโด่งรั้นย่นไปมากับกลิ่นเหม็นๆนั่น มือเรียวยกขึ้นขยี้จมูกให้คลายเหม็นแต่ก็ดูจะช่วยไม่ได้สักเท่าไร

 

หายไปไหนกันหมด

 

            ผมบ่นพึมพำในตอนที่รู้สึกว่าบ้านทั้งหลังเงียบสงัด ไร้ซึ่งเสียงการเดินบนชั้น 2 ไร้ซึ่งเสียงพูดคุยใดๆ ทุกอย่างเงียบสมกับอยู่ในป่าจริงๆ แม้จะเจอที่พักและกลุ่มคนแล้ว แต่ผมกลับยังรู้สึกว่าถูกทิ้งให้หลงป่าตัวคนเดียวอยู่ดี

 

หวัดดี! พวกนาย....อยู่ข้างบนนั้นรึเปล่า

 

            ผมเดินมาหยุดอยู่ตรงทางขึ้นบันได มือสองข้างยกป้องปากตะโกนขึ้นไปชั้นบนเผื่อว่าพวกเขาจะยังอยู่บนนั้น แต่สิ่งที่ได้รับตอบกลับคือความเงียบ

 

            พวกเขาไม่ได้อยู่ในบ้าน....

 

            ผมมั่นใจแบบนั้น บนชั้น 2 นั่นคงไม่มีพวกเขาอยู่แน่ๆ แทนที่จะถอยห่างออกจากบันได แต่เพราะความอยากรู้อยากเห็นเข้าครอบงำ ในเมื่อผมคิดจะไปจากที่นี่เร็วๆนี้อยู่แล้ว ขึ้นไปดูข้างบนสักหน่อยจะเป็นไรไป

 

จะเข้าไปเที่ยวในถ้ำเสือ ก็ต้องรอเวลาที่เสือไม่อยู่

 

แต่ถ้าเสือกลับมาเห็น เหยื่อที่หลงเข้าไปคงได้ตายคาถ้ำแน่ๆ!”

 

            ผมที่เหยียบบันไดไปได้ 1 ก้าวกำลังยืนตัวแข็งทื่อเพราะก้าวขาต่อไม่ออก ใจหายแว้บและร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันทีที่ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลัง คุณคงเข้าใจความรู้สึกของขโมยที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา มันเปรียบเหมือนตัวผมในตอนนี้เลยหละ

 

ก....กีกวัง

กำลังจะทำอะไร

 

            คำถามสั้นๆห้วนๆกับดวงตาสีฟ้าเข้มดั่งท้องสมุทรที่กำลังจับจ้องมาทางผมนั้น ผมไม่สามารถบอกได้ว่าเขากำลังรู้สึกอย่างไร แต่ถ้าให้ผมเดา แน่นอนว่าเขาต้องกำลังโกรธเพียงแต่ซ่อนทุกอย่างเอาไว้ภายใต้ดวงตาและใบหน้าที่นิ่งเรียบนั้น

 

ค...คือฉันตื่นขึ้นมาแล้วไม่เห็นพวกนาย

ก็เลยจะขึ้นไปตามข้างบน

 

            กีกวังสวนกลับมาด้วยเสียงที่นิ่งเรียบ ผมพยักหน้ารับอย่างรู้สึกผิด ผมรู้ดีว่าผมผิดเต็มๆเปา ผมมาอยู่ที่นี่ในฐานะผู้อาศัยไม่ควรจะทำอะไรตามใจตัวเองแบบนี้ ทั้งๆที่เจ้าของบ้านเขาสั่งห้ามไว้ตั้งแต่แรกแล้วแท้ๆ แต่ก็ยังฝืนคำสั่ง หากพวกเขาจะตะเพิดผมออกจากบ้านผมก็จะก้มหน้ารับความผิด

 

อย่าอยากรู้อยากเห็นให้มาก ชีวิตนายเองนั่นแหละที่จะลำบาก

ด...เดี๋ยวสิ!”

 

            ร่างเล็กที่หันหลับกลับไปทางประตูเอี้ยวหน้ามามองเพื่อรอฟังสิ่งที่ผมจะพูดต่อ มันเป็นสิ่งที่ค้างคาใจผมมาสักครู่แล้วหละ

 

นายอ่านใจคนออก

หึ.....

นายอ่านใจคนออกจริงๆหนะหรอกีกวัง

เพ้อเจ้อ!”

ไม่จริง! เมื่อตะกี๊ที่นายเข้ามาแล้วพูดประโยคนั้น มันเหมือนเป็นการตอบสิ่งที่ฉันคิดอยู่ในใจ

หรอ...ฉันไม่ยักจะรู้ว่าตอนนั้นนายคิดอะไรอยู่ในใจ บางทีมันอาจจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญ

 

            กีกวังเอี้ยวหน้ามามองก่อนจะแสยะยิ้มให้ มือเล็กๆของขาเตรียมเปิดประตูออกไปนอกบ้าน พอดีกับที่ท้องของผมร้องโครกคราก แน่หละ....ก็อาหารมื้อสุดท้ายที่ผมได้กินมันเมื่อตอนก่อนนั่งรถมาที่ป่านี้กับเพื่อนๆในมหาวิทยาลัยนี่นา จะไม่ให้ผมหิวโซได้ยังไง

 

ฉันหิว

 

 

 

 

            ประโยคสั้นๆเพียง 2 คำนั้นทำให้ผมได้มานั่งบนขอนไม้ใกล้ลำธารอยู่ในตอนนี้ ในน้ำสีใสแลดูสะอาดตามีดงอุนยืนถือไม้ปลายแหลมหาปลาอยู่อย่างขมักขเม้น เสื้อคลุมขนเฟอร์ที่เห็นเขาใส่อยู่เมื่อคืนนี้ในตอนนี้มีกีกวังยืนถือให้อยู่ที่ขอบลำธาร ไม่ห่างกันนักมีดูจุนกำลังผ่าฝืนท่อนแล้วท่อนเล่า เขาเปลือยท่อนบนเหมือนกับดงอุนแต่กลับดูเซ็กซี่กว่าหลายเท่า เม็ดเหงื่อที่เกาะอยู่ตามตัวสีผิวแทนของเขาค่อยๆไหลลงมาอย่างช้าๆ จากหน้าอกแกร่งไหลลงมาถึงซิกแพ็คทรงสวย ผมที่เป็นผู้ชายเหมือนกัน แถมไม่ชอบไม้ป่าเดียวกัน มองแล้วยังเพลินตาเลย แต่ไม่นานผมก็ต้องผลุบตาลงต่ำมองหนังสือที่ถือไว้อยู่ในมืออยู่ก่อนแล้ว เพราะไปเจอเข้ากับสายตาของโยซอบที่เดินหอบท่อนไม้มาวางข้างๆดูจุน เขายังคงมองผมเหมือนกับเป็นคู่อริไม่เปลี่ยนแปลง สายตาที่ไม่เป็นมิตรแบบนั้นเหมือนเป็นสัญญาณบอกให้ผมระวังตัวเอาไว้ให้ดี

 

ชอบอ่านเรื่องแบบนี้หรอ

 

            ผมสะดุ้งโหยงเพราะจู่ๆจุนฮยองก็โผล่มาจากด้านหลังและมานั่งอยู่ข้างๆ นัยตาสีแดงสดคู่นั้นชำเลืองมาทางหน้าหนังสือที่ผมเปิดอ้าไว้อยู่ในมือ

 

มันเป็นหนังสือของทางชมรมหนะ ชอบไม่ชอบก็ต้องอ่าน อาจจะเป็นเพราะไม่ตั้งใจอ่านหละมั้งถึงได้หลงป่าแบบนี้

 

            ผมพูดกลั้วหัวเราะพลางมองไปที่หน้าหนังสือ หนังสือเล่มนี้เปิดเล่มด้วยแผนที่การเดินป่า ส่วนหน้าต่อๆไปนั้นเป็นตำนานต่างๆจากทั่วทุกมุมโลกที่ชมรมจับยัดใส่เอาไว้

 

เนสซี

 

            จุนฮยองอ่านหัวข้อก่อนจะเท้าคางและปรายตามองมาที่ภาพนั้นในหน้าหนังสือ สิ่งที่เขาเห็นอยู่เป็นภาพเนสซี สิ่งมีชีวิตลึกลับขนาดใหญ่คล้ายไดโนเสาร์ชนิดหนึ่งที่เชื่อว่าอาศัยอยู่ในทะเลสาบล็อกเนสส์ ผมพยักหน้ายิ้มรับก่อนจะเปิดหน้าต่อไป บทสนทนาระหว่างผมกับจุนฮยองเริ่มสนุกติดลมมากขึ้นเรื่อยๆ ดูจากภายนอกและอำนาจที่จุนฮยองมีเขาไม่น่าจะเป็นคนที่เข้าถึงง่ายขนาดนี้ เขามีอัธยาศัยดีพอๆกับดูจุน แต่น่าแปลกเวลาผมคุยกับเขาความเกร็งและความประหม่ากลับไม่มีเลยสักนิด แตกต่างจากที่คุยกับดูจุนเมื่อคืนนี้ก่อนนอน

 

บิ๊กฟุต

อื้ม....นายรู้จักมั้ย

รู้จักสิ มันคือมนุษย์วานร

 

จุนฮยองยกยิ้มมุมปาก ในตอนนี้ดวงตาคูสวยสีแดงสดของเขาไม่ได้มองที่หน้าหนังสืออย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับมองมาที่ผมอย่างไม่ลดละ

 

เยี่ยม! ดูนี่ดีกว่า ตัวนี้ถ้านายไม่รู้จักก็แปลกแล้วหละ

มันคือตัวอะไร

 

            จุนฮยองยังคงเท้าคางมองผมและยกยิ้มมุมปากไม่เลิก

 

แวมไพร์....มันคือแวมไพร์ ในหนังสือบอกว่ามันเป็นนักฆ่ายามรัตติกาล ดื่มเลือดเป็นอาหาร เป็นสัตว์ในตำนานที่มีผิวหนังเย็นเฉียบ ศัตรูคู่อาฆาตคือมนุษย์หมาป่า

 

            เหมือนกับผมไปพูดอะไรผิดใจจุนฮยองสักอย่าง เขาขมวดคิ้วแน่น จู่ๆใบหน้าที่กำลังผ่อนคลายในตอนแรกก็กลับกลายเป็นจริงจังขึ้นมา

 

ตำรานายมันมั่วแล้วหละ! แวมไพร์กับมนุษหมาป่าเป็นศัตรูกัน ฮึ! ตลกสิ้นดี เราต่างคนต่างอยู่ในเขตของตัวเอง ไม่เคยเจอหน้ากันด้วยซ้ำ

เรา งั้นหรอ? จุนฮยองชะงักไปครู่ใหญ่กับคำถามของผม

ฉันคงรีบพูดไปหน่อย จริงๆแล้วฉันหมายถึงพวกเขาต่างหาก

แล้วนายรู้ได้ยังไงว่าพวกเขาไม่ได้เป็นศัตรูกัน แถมยังต่างคนต่างอยู่ในเขตของตัวเอง

 

            ผมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สีแดงสดเพราะต้องการคาดคั้นเอาคำตอบ จุนฮยองยังคงอ่ำอึ้งไม่ยอมปริปาก สีหน้าของเขาดูวิตกแต่ก็พยายามควบคุมเอาไว้

 

ปลาย่างเสร็จแล้ว นายบอกว่าหิวไม่ใช่หรอ

 

            เป็นเสียงของกีกวังที่ดังเข้ามาขัด ร่างเล็กนั่นยืนกอดอกปรายตามองมาที่ผม ดวงตาสีฟ้าเข้มคู่นั้นยังคงราบนิ่งเกินกว่าจะคาดเดาอารมณ์เหมือนเคย

            ผมเดินไปหยิบปลาย่างที่ดูจุนยื่นส่งให้แล้วมานั่งกินคนเดียวที่ขอนไม้อันเดิม ในขณะที่ดูจุนกับโยซอบนั่งกินอยู่ที่ข้างกองไฟ ดงอุนกับกีกวังนั่งหันหลังให้กับผม พวกเขานั่งกินปลาย่างในขณะมองออกไปยังลำธารเบื้องหน้า ส่วนจุนฮยอง....แม้ว่าข้างๆผมจะมีที่ว่างสำหรับใครอีกคน แต่เขากลับเลือกที่จะไม่กลับมานั่งที่เดิม จุนฮยองเดินถือปลาย่างไปยืนพิงต้นสนสูงใหญ่ กินอยู่คนเดียวเพียงลำพัง

 

 

เอาหละ! ขอบใจมากนะที่ให้อาหารและที่พัก

 

 

            ผมโพล่งขึ้นและลุกขึ้นยืนในตอนที่กินอิ่ม ทุกคนต่างหันมามองเป็นตาเดียว ดวงตาทั้ง 5 สีที่ผมได้มองมันพร้อมๆกันอีกครั้ง ผมฉีกยิ้มกว้างในตอนที่กระชับกระเป๋าเป้สะพายหลัง ผมคิดว่ารอยยิ้มของผมเป็นสัญญาลักษณ์แทนคำขอบคุณได้อย่างดีเยี่ยม แต่เหมือนพวกเขาจะไม่พอใจกับการจากลานี้

 

นายจะไปไหน!”

ห....หาทางออกจากป่านี้ไง

 

            ผมถึงกับพูดตะกุกตะกักในตอนที่โยซอบวิ่งเข้ามากระชากคอเสื้อและถลึงดวงตาสีเหลืองดั่งแมวป่าของเขาใส่ใกล้ๆ หัวใจเต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะเพราะความตกใจที่จู่ๆก็ถูกจู่โจมแบบนี้

 

นายจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น!!!”

โยซอบ....พอได้แล้ว

 

            เป็นเสียงกีกวังที่เข้ามารั้งพฤติกรรมที่ก้าวร้าวของโยซอบเอาไว้ ผมหันไปมองทางเจ้าของเสียงนั่นพอดีกับที่กีกวังเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า

 

ยังจะไปทั้งๆที่ไม่รู้ทางออก คราวนี้ถ้านายหลงอีกอาจไม่โชคดีเจอบ้านพักกลางทางแล้วก็ได้

ก็จริง....แต่มันก็ดีกว่าอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิต

นายไม่กลัวจริงๆหรอ ข้างนอกนั่นอันตรายเกินกว่าที่นายจะคาดคิด

 

            คราวนี้ไม่ใช่เสียงของโยซอบ และไม่ใช่เสียงของกีกวัง แต่เป็นเสียงของดงอุนคนที่นิ่งเงียบมาตลอดทั้งวัน

 

ดูเหมือนพวกนายพยายามรั้งฉันเอาไว้

พวกเราแค่เป็นห่วง ชีวิตของนายมันมีค่าต่อพวกเรามากนะฮยอนซึง

ปล่อยฮยอนซึงไป

 

            ประโยคนั้นของจุนฮยองดูเหมือนว่าจะสร้างความไม่พอใจอย่างมากให้กับทั้ง 4 คน ดูจุน โยซอบ กีกวัง และดงอุนหันควับไปมองทางร่างสูงที่เดินมาอย่างสง่ากับเสื้อขนเฟอร์ จุนฮยองเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าก่อนจะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

 

ขอให้นายปลอดภัย...

- - - - - - - - - - - - - - - - - - U P D A T E - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

            ฟึ่บ....ฟึ่บ....ฟึ่บ....

 

            ภายในป่าลึกที่เงียบสงัด ยังคงมีเสียงฝีเท้าดังขึ้นเป็นระยะๆ มันเป็นเสียงฝีเท้าของผมเองนั่นแหละ ขาสองข้างก้าวช้าบ้างเร็วบ้างตามแรงที่มีมาเป็นเวลาครึ่งวันเห็นจะได้ และคงไม่แปลกหากจะบอกว่าตอนนี้ผมรู้สึกเมื่อยล้าไปหมดทั้งตัว ผมได้แต่มองแผนที่ในมือสลับกับภาพรอบๆ ต้นไม้สูงใหญ่ตั้งตระหง่านสลับซับซ้อนกันไปมา ไม่ว่าจะมองทางไหนก็แลดูเหมือนกันไปหมดซะทุกทาง ป่านี้แทบไม่มีความแตกต่างกันเลยสักนิด ที่ที่ผมยืนอยู่ ณ ตอนนี้จะว่าไปแล้วเหมือนผมจะเดินผ่านมาหลายต่อหลายครั้ง ผมมั่นใจเสียยิ่งกว่าสิ่งใดว่าตอนนี้ผมกำลังหลงทางเป็นรอบที่ 2 แต่ถึงอย่างนั้นกลับไม่มีความเสียใจอยู่ในตัวเลยสักนิด แม้จะย้อนเวลากลับไปได้ผมก็จะปฏิเสธคำชักชวนที่จะอยู่ร่วมบ้านเหม็นสาบหลังนั้นกับผู้ชายแปลกประหลาด 5 คน แล้วเลือกที่จะเดินออกมาตัวคนเดียวอยู่ดี

 

            หนาวจัง...

 

            ลมหนาวพัดผ่านกระทบผิวกาย ทำเอาฮยอนซึงสั่นสะท้านไปทั้งตัว สองแขนโอบรัดตัวเองเอาไว้แน่นเพื่อเพิ่มความอบอุ่นแต่ดูจะช่วยไม่ได้สักเท่าไร ควันสีขาวพวยพุ่งออกมาทางปากยามหายใจเข้าออก ปลายจมูกโด่งรั้นขึ้นสีแดงด้วยความหนาวเหน็บ ขาทั้งสองข้างก้าวต่อแทบไม่ไหวนั่นก็เพราะอุณหภูมิที่ลดลงเรื่อยๆเมื่อใกล้จะถึงเวลาค่ำบวกกับอาการเมื่อยล้าจากการเดินป่ามาตลอดทั้งวัน ไหนจะอาการเจ็บแสบจากแผลที่โดนกิ่งไม้ขีดข่วนมาตลอดทั้งทางก็อีก

 

            เดินต่อไป....ไม่ไหวแล้ว....

 

 

 

 

 

 

 

            ภายในป่าสนสูงรกทึบ ในยามค่ำคืนที่เงียบสงัดและหนาวเหน็บ คืนนี้เป็นคืนฟ้าเปิด ไร้เมฆลอยปกคลุมแสงดาว เผยให้เห็นพระจันทร์ที่เต็มดวงส่องแสงสว่างอยู่บนฟากฟ้า แสงจันทร์สาดส่องลงมายังพื้นดินให้พอเห็นทิวทัศน์โดยรอบ แต่ไม่ถนัดตามากนักเพราะกิ่งไม้ที่แผ่ทั่วของต้นสนนั้นเบียดเสียดกันแน่น ควันลอยคละคลุ้งบดบังทิวทัศน์เบื้องหน้า คืนนี้ช่างแตกต่างจากคืนก่อนๆ ไม่มีเสียงร้องใดๆจากสัตว์ป่า เหมือนกับว่าในป่าแห่งนี้ไม่มีสิ่งมีชีวิตหลงเหลือเลยแม้สักตัว

 

           

            ฟึ่บ....ฟึ่บ....ฟึ่บ

 

 

            ทุกย่างก้าวที่เท้าเหยียบหญ้าคลุมพื้นดินจะได้ยินเสียงสะท้อนกลับมาตลอด ไหนจะเสียงหวีดหวิวของลมหนาวที่พัดผ่านมาเป็นระลอกๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศในป่าลึกลับแห่งนี้น่ากลัวจนขนลุกไปกันใหญ่ คิ้วเส้นเล็กขมวดแน่นพร้อมกับยกมือเรียวยีจมูกโด่งรั้นของตัวเองเมื่อได้กลิ่นคาวเลือดฟุ้งกระจายลอยมากับลมเมื่อสักครู่ ฮยอนซึงในเสื้อกันหนาวตัวใหญ่กระชับกระเป๋าเป้สะพายหลังไว้แน่นแล้วค่อยๆก้าวเดินตามกลิ่นคาวเลือดนั้นไปด้วยความระมัดระวังทุกฝีก้าว

 

 

            อ....อะไร!?

 

 

            ด้านหลังหินก้อนใหญ่ความกว้างขนาดสี่คนยืนเรียงเหมือนมีบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ภายใต้ความมืด สองขาเรียวยังคงก้าวเข้าไปใกล้อย่างช้าๆ หัวใจเต้นตึกตักไม่เป็นจังหวะ ลมหายใจติดขัดเพราะไม่กล้าจะหายใจแรง ยิ่งเข้าไปใกล้ กลิ่นคาวเลือดก็ยิ่งแรงมากขึ้นจนอยากจะอาเจียนออกมาซะตรงนี้ให้ได้ สองมือเรียวยกขึ้นปิดปากและจมูกตัวเองเอาไว้ในขณะที่กำลังเข้าไปใกล้เงาตะครุ่มๆข้างหินก้อนใหญ่นั้น ดวงตาเรียวคมพยายามเพ่งมองไปที่ความมืดหลังก้อนหินแบบไม่ลดละ จนกระทั่งมั่นใจว่าที่เขากำลังมองอยู่นั้นเป็นท่อนขาด้านหลังของสัตว์ใหญ่ชนิดหนึ่งซึ่งปกคลุมด้วยขนกำลังยืนอยู่ด้านข้างหินก้อนใหญ่

 

ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าทำเอาผมหายใจไม่ทั่วท้อง ผมมั่นใจว่ามันเป็นสัตว์ใหญ่ แต่ไม่ใช่หมี และไม่ใช่เสืออย่างแน่นอน ผมไม่แน่ใจว่าเจ้าตัวใหญ่ขนฟูที่เห็นแว้บๆอยู่ในเงามืดนั่นมันคือตัวอะไร รู้เพียงอย่างเดียวว่าหากมันหันมาเจอผมชีวิตนี้คงไม่รอด เพราะอย่างนั้นผมถึงได้ค่อยๆก้าวถอยหลังอย่างช้าๆและระมัดระวังอยู่ตอนนี้ จนกระทั่ง

 

แคร่บ.....

 

ผมยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจ ในขณะที่ใจนั้นหายแว้บและร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่มแทบจะในทันทีที่เท้าของผมไปเหยียบพวกกิ่งไม้แห้งตามพื้นจนมันเกิดเสียงดังออกมา ผมค่อยๆหันกลับไปมองทางหินก้อนใหญ่ก็ถึงกับต้องผงะ เพราะได้เจอกับเจ้าของท่อนขาด้านหลังที่เห็นเมื่อสักครู่กระโจนออกมาจากเงามืด และโชว์ตัวให้เห็นอย่างถนัดตาท่ามกลามแสงจันทร์ มันคือ หมา เพียงแต่ไม่ใช่หมาธรรมดาแบบที่เคยเห็นทั่วๆไป ขนาดตัวของมันใหญ่กว่าหมี และเสือเกือบเท่าตัว ผมสะดุ้งโหยงในตอนที่มันกระโจนขึ้นไปบนหินและอ้าปากหอนออกมา เพียงเท่านั้นพวกมันอีก 4 ตัวก็เดินออกมาจากเงามืดทางด้านหลังหิน และมายืนเรียงหน้ากระดานทั้งยังแยกเขี้ยวอยู่ด้านหน้า พวกมันทั้ง 5 ตัวมีสีของดวงตาที่แตกต่างกัน โดยตัวที่ยืนอยู่บนหินนั้นมีดวงตาสีแดงสด ยิ่งเห็นก็ยิ่งทำให้ผมตงิดใจ...

 

ดวงตา 5 สี....ม...เหมือน...เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน.....

 

ในตอนนั้นเองที่ผมสามารถบังคับขาตัวเองได้สำเร็จ ผมหันหลังและเตรียมจะวิ่งหนี ในวินาทีนี้คงไม่มีเวลาให้มาสงสัยหรือแก้ปริศนาอะไรทั้งสิ้น แค่เอาชีวิตตัวเองให้รอดก็ดูจะยากลำบากพอตัวอยู่แล้ว แต่แค่เพียงก้าวเดียวผมก็ไม่สามารถก้าวต่อไปยังทางเบื้องหน้าต่อได้

 

ผมมองไปยังหมาตัวใหญ่ 2 ตัวที่เพิ่งกระโจนมาดักทางเอาไว้ด้วยดวงตาที่สั่นไหว แตกต่างจากพวกมันที่แววตานั้นราบนิ่ง และมั่นคง สมกับเป็นนักล่า ไม่มีแววตาของความสงสารเหยื่อเลยสักนิด ทุกอย่างที่อยู่เบื้องหน้าพวกมันล้วนถูกมองเป็นอาหารทั้งสิ้น ผมสั่นไปทั้งตัวด้วยความกลัว สติแทบกระเจิดกระเจิงเมื่อมันสองตัวที่มีดวงตาสีเหลืองและดวงตาสีฟ้าเข้มค่อยๆย่างอุ้งเท้าขนาดใหญ่ของมันเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

 

 

ผมหันหลังกลับไปทางเก่าก็เจอหมาที่มีดวงตาสีเทาประกายเพชร กับสีม่วงกำลังเดินเข้ามาใกล้ในแบบฉบับนักล่าผู้ใจเย็นเช่นกัน วินาทีนั้นเหมือนกับว่าจุดจบของชีวิตมาจ่อรออยู่ตรงหน้าแบบเลี่ยงไม่ได้แล้วจริงๆ น้ำตาเม็ดใสไหลลงอาบสองแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ ร่างทั้งร่างยังคงสั่นด้วยความกลัว ผมเงยหน้าขึ้นมองหัวหน้าฝูงของพวกมันที่ยังคงยืนสง่าอยู่บนหินและปรายตามองต่ำลงมาหาเหยื่อแบบผม ดวงตาสีแดงกับแววตาแบบนั้นยิ่งมองก็ยิ่งคุ้น....

 

ภาพตรงหน้าเริ่มพล่ามัวเพราะน้ำตามาบดบัง ผมยกมือเกลี่ยออกอย่างรีบเร่งก่อนจะเลื่อนสายตาลงต่ำจนไปสะดุดเข้ากับบางอย่างข้างหินก้อนใหญ่ และเมื่อเพ่งมองดีๆภาพนั้นมันทำผมถึงกับเข่าอ่อนและทรุดตัวนั่งอยู่กับพื้นในตอนนี้

 

ภาพนั้นเป็นภาพของซากเหยื่อที่เพิ่งกลายเป็นอาหารอันโอชะของนักล่าทั้ง 5  โดยที่ชิ้นเนื้อยังคงรุ่ยติดอยู่กับโครงกระดูก ข้างๆนั้นเป็นเลือดสดที่ไหลมากองเป็นแอ่ง ผมไม่สามารถบอกได้ในตอนแรกที่เห็นว่าสิ่งนั้นที่นักล่าทั้ง 5 เพิ่งกินไปมันคือตัวอะไร จนกระทั่งเห็นกระเป๋าเป้ที่คุ้นตาวางไว้อยู่ข้างๆ....

 

 

 

ผมถึงมั่นใจว่า ร่างนั้นที่ถูกฉีกกินจนลุ่ย เป็นร่างของผมเอง....

 

 

 

 

 

 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!

 

            ผมแผดเสียงร้องลั่นป่าเพราะฝันร้ายที่สยองชวนขนลุก บรรยากาศโดยรอบแตกต่างจากตอนก่อนเผลอหลับไปโดยสิ้นเชิง ในตอนนี้ความมืดคืบคลานเข้ามาแทนที่ความสว่างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผมนั่งนิ่งด้วยใจที่เต้นผิดจังหวะ และลมหายใจที่ติดขัดด้วยความเหนื่อยหอบจากฝันร้ายเมื่อสักครู่ ดวงตาเรียวคมพยายามมองไปยังความมืดเบื้องหน้าเพื่อรอปรับสภาพดวงตาให้ชินกับความมืด

 

            ผ่านไปราวสองสามนาที ภาพตรงหน้าก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น อย่างน้อยก็เห็นว่าตรงไหนเป็นต้นไม้ ตรงไหนสามารถเดินผ่านไปได้ ตรงไหนเดินผ่านไปไม่ได้ ผมลุกขึ้นกระชับกระเป๋าเป้และเตรียมจะเดินไปหาจุดเหมาะๆเพื่อจะพักในคืนนี้ เพราะจุดนี้ดูท่าแล้วคงจะไม่ดีหากมีสัตว์ป่าออกมาหากินตอนกลางคืน ผมคงไม่พ้นเป็นอาหารของพวกมันแน่ๆ แต่แล้วผมกลับรู้สึกว่ามีอะไรเคลื่อนไหวอยู่รอบๆ

 

            ทิวไม้ที่สั่นไหวในยามไร้ลมพัดผ่านแบบนี้ยิ่งเป็นเครื่องยืนยันว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังซุ่มดูผมอยู่ในระยะไม่ใกล้ไม่ไกลนัก ใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะอีกครั้งด้วยความประหม่าและความกลัว ธรรมดาอยู่ตัวคนเดียวในป่าใหญ่ที่เต็มไปด้วยความมืดและสัตว์อันตรายรอบตัวแบบนี้ก็ทำให้แทบเสียสติอยู่แล้ว ยิ่งมาเจออะไรบางอย่างแอบซุ่มดูอยู่แบบนี้สติผมยิ่งกระเจิดกระเจิงไปกันใหญ่ แน่นอนว่าสิ่งแรกที่เข้ามาในหัวผมคือสัตว์ มันต้องเป็นสัตว์ป่าที่หากินกลางคืนอย่างแน่นอน และหากมันซุ่มเตรียมโจมตีมนุษย์อย่างผมก็แสดงว่า มันเป็นสัตว์กินเนื้อ อย่างไม่ต้องสงสัย และผมคงสู้กำลังมันไม่ได้อย่างแน่นอน

 

            ทิวไม้ที่สั่นไหวนั้นกำลังมุ่งหน้าเป็นแนวมาทางผม มันกำลังเคลื่อนไหวเข้ามาใกล้ เรียวขาของผมค่อยๆก้าวถอยหลังอย่างช้าๆโดยที่ดวงตาก็จับจ้องไปที่ทิวไม้พวกนั้น จนกระทั่ง

 

            แช่ก!....

 

โอ้ยยยยยยย!!!”

 

            ความเจ็บแปร๊บบริเวณข้อเท้าทำให้ผมต้องละสายตาจากทิวไม้ที่สั่นไหวและก้มลงไปมองยังข้อเท้า แล้วก็เจอกับรอยเขี้ยวที่เอ่อด้วยเลือดอยู่ด้านในรู

 

            ผมถูกงูกัด....

 

            คงเป็นเพราะผมถอยหลังมาเหยียบหางมันเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจถึงโดนมันฉกกลับคืนเป็นของตอบแทนแบบนี้ พอได้เห็นแผลปุ๊บ ความเจ็บก็ทวีคูณขึ้นมาในทันที ผมค่อยๆมองแผลของตัวเองสลับกับทิวไม้ที่ขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆสลับกันไปมาอย่างลุกลี้ลุกลน จนกระทั่งสะดุดขาตัวเองลงไปนั่งกองอยู่กับพื้น ถึงอย่างนั้นผมก็ยังถัดตัวไปด้านหลังเพื่อหนีสัตว์ป่าที่กำลังจะโผล่พ้นทิวไม้ออกมาอยู่รอมร่อ

 

            ผมมองภาพเบื้องหน้าด้วยใจที่ระทึก ลมหายใจเข้าออกนั้นถี่และเร็วจนผมเหนื่อยหอบ ความหวาดกลัวทำให้ผมสะอื้นร้องไห้ออกมาอีกครั้ง ผมกลัวจนแทบจะเป็นบ้า ทุกอย่างโดยรอบทั้งน่ากลัว และกดดัน ป่านี้เหมือนป่าที่ไร้ซึ่งทางออก ไร้ซึ่งชีวิตที่ถูกปลดปล่อยให้เป็นอิสระ

 

            ผมหลับตาปี๋ ในตอนที่ถอดใจไม่ขยับถอยหลังหนีอีกต่อไป ผมได้รับบาดเจ็บเกินกว่าจะหนีได้พ้น และถึงแม้ร่างกายจะมีกำลังพอหนีไหว แต่หากสิ่งที่กำลังจะแสดงตัวออกมาเป็นสัตว์ป่าผมก็คงหนีความหิวโหยของมันไม่พ้นอยู่ดี ผมร้องไห้ออกมาอย่างหนัก เสียงสะอื้นไห้เล็ดลอดออกมาจากปากที่กัดฟันเอาไว้แน่น สองมือเรียวจิกพื้นดินไว้แน่นไม่แพ้กัน สภาพของผมตอนนี้ช่างน่าเวทนา.....

 

จ...จุนฮยอง

 

            ผมลืมตาขึ้นมองสิ่งมีชีวิตที่เพิ่งมาสัมผัสข้อเท้าของผมเมื่อสักครู่ แล้วก็ได้รู้ว่าสิ่งมีชีวิตนั้นไม่ใช่สัตว์ป่าอย่างที่คิดในตอนแรก แต่เป็นจุนฮยอง หนึ่งในบุคคลแปลกประหลาดทั้ง 5 ผู้มีดวงตาสีแดงสด

 

            ดวงตาสีแดงสด.....

 

            ดวงตาของจุนฮยองที่ผมจ้องอยู่ตอนนี้ทำให้หวนนึกถึงฝันร้ายเมื่อสักครู่ใหญ่ๆ ไม่ใช่เพียงแค่สีของดวงตาแต่แววตาคู่นี้ของเขาก็เหมือนกับคู่ของหมาป่าตัวนั้นที่ยืนสง่าอยู่บนหินก้อนใหญ่ ราวกับว่ามันเป็นดวงตาคู่เดียวกัน

 

อ....โอ้ยยยยยยยยย!!”

 

            ผมร้องออกมาอีกครั้งด้วยความเจ็บที่เข้ามาหาโดยไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อก้มไปมองทางต้นเหตุของความเจ็บนั้นแล้วเจอจุนฮยองก้มหน้าดูดพิษออกจากรอยเขี้ยว แต่ที่น่าแปลกคือทุกหยดเลือดผสมพิษงูที่เขาดูดเข้าปากไป เขาไม่เคยพ่นมันทิ้งลงพื้นเลยสักนิด ตรงกันข้ามเขากลับกลืนมันลงคอ และก้มไปประกบปากดูดที่รอยเขี้ยวต่ออย่างกระหาย

 

จ...จุนฮยอง! หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!!!”

“….....”

นายทำอะไรของนาย!”

นายจะกลับไปกับฉันมั้ย

 

            จุนฮยองไม่ตอบคำถามนั้นของผมแต่กลับยิงคำถามใหม่ใส่ ดวงตาสีแดงสดคู่นั้นจ้องมาที่ผมนิ่งในแบบที่เคยจ้องมอง ผมนิ่งไปพักใหญ่เพื่อชั่งใจสำหรับคำตอบของคำถามนั้น จนในที่สุดผมก็พยักหน้ารับ ก่อนที่จุนฮยองจะเดินมาก้มตัวตรงหน้าแล้วให้ผมขี่หลัง

 

นายแอบตามฉันมาตั้งแต่ตอนแรกเลยงั้นหรอ

เปล่า

แล้วนายตามฉันเจอได้ยังไง

........

หรือว่านาย....

เลิกถาม เลิกสงสัย แล้วช่วยอยู่เงียบๆเป็นการตอบแทนที่ฉันมาช่วยได้มั้ย

 

            ใบหน้าหล่อเอี้ยวมาทางด้านหลัง ดวงตาสีแดงสดคู่สวยจ้องหน้าผมอย่างไม่พอใจเท่าไรนัก และนั่นทำให้คำถามทั้งหมดที่ผมอยากจะถามถูกกลืนลงคอไปเหมือนเดิมและยอมอยู่เงียบๆตลอดการเดินทางกลับไปที่บ้านไม้หลังเก่า

 


 




ในที่สุดหลังจากหายไปอาทิตย์สองอาทิตย์ก็กลับมาอัพจนจบตอนเรียบร้อยแล้วนะจุ๊บุ๊ (?)
พูดถึงเนื้อเรื่อง จุนฮยองมาช่วยซึงได้นี่เพราะอะไรกันหละ(?) นางเป็นห่วงซึงจริงๆหรอ(?) หรือเพราะเหตุผลอื่น(?) หรือเพราะเรื่องบังเอิญ (?) หรืออะไรกันแน่ (?) คึคึคึคึคึคึ
To be continue นะคะ ^^

เม้นสักนิด ให้รู้ว่ายังตามอ่านกันอยู่

 
© Tenpoints!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

47 ความคิดเห็น

  1. #43 Seobbie Chubie (@05011990) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2558 / 23:36
    โอ๊ยยย ลุ้นเยี่.ยวจะเล็ด! แต่ซึงแค่ฝัน ถถถถถถถถ สนุกค่ะ น่าติดตาม โอ๊ยยย ลุ้นมากจริงๆ แล้วซึงนี่แกไม่สงสัยเลยใช่มั้ย ว่าทำไมจุนฮยองกลืนเลือดผสมพิษเข้าไปแบบไม่กลัวตายเลยเนี่ย ลืมเรื่องที่จะสงสัยไปหมดแล้วใช่ม้าย
    #43
    0
  2. #33 양요섭도 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 12:48
    มาอัพ ต่อเร็วๆนะคับ

    ผมรอไรเตอร์ มาอัพ อยุนะคับ
    #33
    0
  3. #31 ' Ha Bayeon (@bayeon) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มีนาคม 2558 / 16:50
    โอ้ยย ตามมาเพราะกลิ่นเลือดชะมะะะ  
    ชอบมากๆเยย มาอัพอีกนะะะ 
    เเบบ ตอนฝันซึงนี้อึ้งมากกก ตกใจจ

    #31
    0
  4. #29 Noey_Jun (@nunei) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 17:56
    จุนซึงงง น่ารักกกกก จุนแอบเป็นห่วงใช่ม้าาาาา ><
    #29
    0
  5. #28 mikimikics (@mikimikics) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มกราคม 2558 / 00:42
    แวมไพร์ หรือ หมาป่า อ่า ไม่แน่ใจเบย
    #28
    0
  6. #27 pinwa (@pinwaaa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มกราคม 2558 / 09:00
    ทีแรกตกใจอ่ะ คิดว่าฮยอนซึงตายแล้วจริงๆที่ไหนได้ความฝัน จุนฮยองที่ตามมาเพราะเป็นห่วงใช่มั้ย??
    #27
    0
  7. #26 Nick kies (@1234nick) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มกราคม 2558 / 02:09
    ที่ไม่พ้นออกนี่...อยากกินเลือดสวยซึงใช่ม๊าาาาาาพี่จุนนนนนน/
    #26
    0
  8. #24 Protuza (@protuza) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มกราคม 2558 / 12:26
    จุนฮยองมีแผนแน่ๆ ชัวร์5555555
    ฮยอนซึงสำคัญต่อพวกนี้ 
    นี่คือสำคัญแบบไหนนะ;^;
    ฮยอนซึงเป็นตัวอะไร(?)อ่ออ
    แงงง อยากรู้ๆ
    นี่อยากให้มีรักสามสี่เศร้าเกิดขึ้นจริงๆค่ะ;//////;
    ถึงโยซอบจะดูติดๆ(?)กะดูจุนอยู่แล้วก็เถอะ ถถถ
    #24
    0
  9. #21 CrystaL (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มกราคม 2558 / 22:40
    จะบอกว่าใช้คำบรรยายได้สวยมากเลยค่ะ

    อ่านแล้วเห็นภาพตาม และได้เข้าใจในอารมณ์ตัวละคนค่ะ



    คุณแต่งได้สนุกมากขึ้นเรื่อยๆทุกเรื่องเลยค่ะ

    ขอบคุณมากๆนะคะ ที่ตั้งใจแต่งฟิคสนุกๆมาให้บิวตี้ทั้งหลายได้อ่านเพลินๆหลายเรื่องเลย



    เป็นกำลังใจให้ในการทำการบ้านและการสอบนะคะ

    สู้ๆ ^^
    #21
    0
  10. #20 BEAUTY_DJ (@monai_0704) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มกราคม 2558 / 20:36
    ค้างงง อัพๆ 555
    สนุกอะะะ
    #20
    0
  11. #17 pinwa (@pinwaaa) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มกราคม 2558 / 20:02
    จุนจะทำไร ที่ปล่อยฮยอนซึงไปเพราะรู้ใช่มั้ยว่ายังไงฮยอนซึงก็ต้องกลับมาอ่ะ
    #17
    0
  12. วันที่ 11 มกราคม 2558 / 11:22
    จุนฮยองทำไมทำอย่างนี้T^T
    #16
    0