จอมมารล่ารัก

ตอนที่ 3 : บทที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,605
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    11 ก.ค. 55

บทที่ 3

            ร่างหนาสั่นน้อยๆ ยามสบตากับนายใหญ่ โดยมีชายฉกรรจ์รายล้อมรอบกายราวกับนักโทษ การจะได้พบนายใหญ่แต่ละครั้งจะต้องถูกปิดตา และนำมายังที่ซึ่งบุคคลภายนอกไม่มีทางเข้าถึง แม้จะเคยพบนายใหญ่มาแล้วหลายครั้งแต่เทียรี่ก็ยังกลัวผู้ทรงอิทธิพลผู้นี้

            ชายในชุดกางเกงซแล็กกับเสื้อเชิ้ตสีเทานั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานสีหน้าเหี้ยมเกรียมไม่ต่างจากอดีต ไม่มีใครรู้ประวัติความเป็นมาของเขา รู้แต่ว่าหลายปีมานี้เขาอยู่ในเงามืดของธุรกิจเดินเรือและสิ่งผิดกฎหมายหลายอย่างในอิตาลี และเป็นหุ้นส่วนสำคัญของ มาคอม มอนโทโร่ คู่ปรับตลอดกาลของ คลูนี่ เวลอสกี้

            “หลานสาวของแกไปทำงานบริษัทของไอ้แอรอนแล้วใช่ไหม” เสียงกังวานแม้จะฟังดูมีอายุ แต่ก็ยังน่าเกรงขามสำหรับผู้ที่ได้ยิน

            “ครับท่าน”

            “แล้วแกบอกหล่อนไปหรือยังว่าต้องทำอะไรบ้าง”

            “เธอทราบแล้วครับ  เธอขอเวลาสองสัปดาห์สำหรับงานนี้ ระบบรักษาความปลอดภัยของที่นั่นแน่นหนามาก เธออยากศึกษาตรงนี้สักระยะก่อนครับ”

            คนฟังเหยียดยิ้มมุมปากเล็กน้อย สองสัปดาห์แม้จะนานไป แต่มันก็ไม่นานเกินรอสำหรับงานใหญ่ ที่ถ้าเขาสามารถเอาแผนงานทั้งหมดที่จะนำเสนอรัฐบาลอิตาลีมาให้มาคอมได้ นั่นหมายถึงเม็ดเงินที่จะสะพัดเข้ากระเป๋าเป็นเท่าตัว พอๆ กับธุรกิจผิดกฎหมายที่สามารถทำต่อไปได้อย่างราบรื่น เพราะอีกฝ่ายมีพรรคพวกบางกลุ่มที่เป็นตำรวจคอยอำนวยความสะดวกเปิดทางให้

            “ได้สิ มือใหม่ก็ต้องการเวลาเป็นธรรมดา แล้วแกต้องการเท่าไหร่”

            “แล้วแต่ท่านจะกรุณากระผมเถอะครับ”

ชายสูงวัยตอบไม่กล้ามองหน้า หวาดกลัวกับสีหน้าเลือดเย็นดุกร้าวของอีกฝ่ายที่สามารถฆ่าคนได้แบบไม่ต้องคิด นายใหญ่หันไปพนักหน้ากับลูกน้อง ไอ้หน้าเหี้ยมที่ยืนเบ่งอยู่ด้านข้างเดินไปรับซองสีน้ำตาลซึ่งมีเงินอยู่จำนวนหนึ่งมาส่งให้เทียรี่ ชายสูงวัยรับมาด้วยความดีใจผงกหัวคำนับคนเบื้องหน้าหลายครั้ง

            “งานสำเร็จเมื่อไรแกจะได้เพิ่มอีกเท่าตัว โดยไม่ต้องใช้คืนฉัน”

            “โอ้ ขอบคุณท่านมากครับ ขอบคุณที่กรุณาผม”

            “ส่งแขก”

            สิ้นคำว่าส่งแขก ชายฉกรรจ์คนหนึ่งก็เข้ามาผูกผ้าสีดำปิดตาเทียรี่เอาไว้ พาร่างท้วมเดินออกจากห้อง ก่อนจะนำอีกฝ่ายไปส่งไว้ที่ย่านชุมชนเหมือนตอนที่นัดแนะ

            ชายสูงวัยเปิดซองสีน้ำตาลในมือดูก็ถึงกับตาโต และแทนที่จะนำเงินที่ได้มารีบไปต่อยอดธุรกิจ เจ้าตัวกลับรีบเดินทางไปบ่อน เงินที่ได้มาจึงร่อยหร่อหมดลงในเวลาไม่นาน

            “ท่านไว้ใจหลานสาวของมันเหรอครับ”

            “มันเป็นวิธีเดียวที่เรามีความเสี่ยงน้อยสุด ไม่มีใครรู้ว่าไอ้เทียรี่รู้จักกับเรา เกิดนังหน้าอ่อนทำงานพลาดยังไงก็ไม่มีใครสาวมาถึงเราได้ บางครั้งเราก็จำเป็นต้องใช้คนนอกเพื่องานใหญ่” ดวงตาคนพูดเปล่งประกายเมื่อหวนนึกถึงอดีต

            มันนานจนเกือบจะลืมไปแล้วว่าตัวเองยังมีแค้นที่รอวันสะสางอยู่ ไม่สิ หรือต่อให้ต้องตายแล้วไปเกิดใหม่เขาก็ไม่มีวันลืม พวกมันทำให้เขาต้องติดคุกเหมือนตายทั้งเป็นมาเป็นสิบปี มันถึงเวลาแล้วที่พวกมันจะต้องสูญเสียบ้าง

            “แล้วทำไมท่านต้องเสียเงินช่วยไอ้เทียรี่ด้วยล่ะครับ ในเมื่อมันก็ติดหนี้เราอยู่”

            “ใจเย็นริคาร์โด ยังไงบริษัทกระจอกของไอ้เทียรี่ก็ต้องตกเป็นของเราอยู่แล้ว มันติดการพนันงอมแงมขนาดนั้น ฉันก็แค่ให้มันตายใจว่าฉันจะช่วย และถ้าหลานสาวมันพลาดเราก็แค่ฆ่าปิดปากมันซะแค่นี้ก็ไม่มีใครสาวมาถึงเราแล้วเรื่องก็จบ ตอนนี้ให้มันเสวยสุขไปก่อนไม่ต้องใจร้อน” คนพูดยิ้มมุมปาก เทียรี่มันก็แค่เบี้ยตัวเล็กที่จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด

“ตอนนี้ผมส่งคนสะกดรอยตามผู้หญิงคนนั้นแล้วครับท่าน”
“ทำได้ดี”

“ว่าแต่ ทำไมท่านถึงใช้หลานสาวของเทียรี่ล่ะครับ”

“ไอ้พวกคาร์ซิยาสมันชอบผู้หญิงเอเซีย ดูอย่างแม่ของไอ้แอรอนกับไอ้แอสตันสิ การที่เราใช้คนประเทศแม่ของมันจะทำให้มันไม่ระแวงและคาดไม่ถึง หรือกว่าจะรู้ ทุกอย่างก็อาจจะสายไปแล้ว” นายใหญ่หัวเราะสะใจเมื่อจินตนาการถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

 

แอรอนนั่งหน้าเคร่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์แทบจะทนรอให้ถึงตอนเย็นไม่ไหว ร่างกายของเขามันตอบสนองกับการรับรู้ว่าจะได้เจอเธอ แม่เทพธิดาหน้าหวานมาอยู่ใต้อาณัติเขาเยี่ยงนี้แล้ว ไม่มีทางที่เขาจะปล่อยไป ไม่สิ ไม่คิดจะปล่อยไปเลยต่างหาก ไม่ว่ายังไงเขาต้องได้หล่อน!

“คุณแอรอนครับ นี่เป็นรายงานใหม่จากคนของเราครับ”

มือหนารับซองเอกสารมาเปิดผนึก ไล้สายตาทุกตัวอักษร ก่อนจะวางเอกสารลงอย่างกระแทกกระทั้น ก็จะไม่ให้หงุดหงิดได้ไงวะ ไอ้นักสืบนั่นมันบอกชัดเจนว่าแม่เทพธิดาที่เขาหมายตาอยากเขมือบมีแฟนแล้ว

“นายเห็นแล้วใช่ไหม”
            “ครับ แล้วแบบนี้คุณแอรอนจะให้ผมเชิญเธอมาพบอยู่หรือเปล่าครับ”

“ทุกอย่างเหมือนเดิม”

คนออกคำสั่งกำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนเพราะการเกร็งกล้ามเนื้อ เพียงแค่รู้ว่าแม่เทพธิดาหน้าหวานมีแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว ความหึงหวงมันก็แล่นปราดไปทั่วร่างราวเชื้อโรคร้ายที่แผ่ขยายอย่างรวดเร็ว ที่สำคัญไอ้หมอนั่นมันเป็นลูกติดของอาเขยหล่อนเสียด้วย

และที่เขาเกลียดที่สุดก็คือ มันมาก่อน! แค่คิดว่าผิวขาวๆ ปากน่าจูบนั่นผ่านการใช้งานมาก่อนเขาก็แทบทนไม่ได้ อยากไปดับจอภาพไอ้เวรนั่นให้ตายไปซะ

“แล้วคุณแอรอนจะให้ผมพาเธอไปที่ไหนดีครับ”

“ไปร้านอาหารประจำของฉัน”

ร้านอาหารที่ว่าโยเซฟรู้จักเป็นอย่างดี เจ้านายมักจะใช้เป็นที่พบปะสังสรรค์กับคู่ค้าคนอื่นๆ ยกเว้นก็แต่สตรี แต่ครั้งนี้ผิดคาด เมื่อเจ้านายใช้เป็นที่นัดพบสาวร่างเล็กคนนั้น

ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ จนมือที่กำลังคีย์งานหยุดชะงัก เงยหน้ามองชายต่างชาติชุดดำตัวใหญ่ยักษ์ด้วยความงุนงง จนแม้แต่เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ก็มองมาเป็นตาเดียวกันด้วยความสนใจ

“เมื่อกี้คุณว่าอะไรนะคะ” เธอถามย้ำ หลังเรียกสติกลับเข้าร่างได้แล้ว

“เย็นนี้คุณแอรอนเชิญมิสไปรับประทานอาหารกับท่านครับ ตอนเย็นรบกวนมิสอย่าเพิ่งกลับบ้านนะครับ”

“แต่ว่าฉันมีนัดแล้วค่ะ”

คำพูดรัวเร็วนั้นทำให้คนฟังชะงักเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าเข้าใจและเดินกลับออกไป เพื่อไปรายงานเจ้านาย ปัทสรินเป่าปากฟู่ด้วยความโล่งใจ กวาดสายตามองรอบกายก่อนจะรีบหันมาให้ความสนใจกับงานของตัวเองตามเดิม

เธอมีเวลาไม่มากกับการโจรกรรมข้อมูลสำคัญ ที่นี่ระบบรักษาความปลอดภัยวางโครงข่ายไว้อย่างดีอย่างที่คาดเอาไว้ แม้จะเรียนจบด้านคอมพิวเตอร์และได้เกียรตินิยมอันดับสอง แต่การโจรกรรมขอมูลของที่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องงาน ซึ่งเธอไม่มีเวลาว่อกแว่กใส่ใจเรื่องอื่น หากก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมชายหนุ่มซึ่งไม่มีประวัติเคลมเด็กในปกครองเช่นเขาจึงชวนเธอดินเนอร์

“น่าอิจฉาเนอะ ปกติท่านประธานไม่เคยชวนใครทานอาหารเลยนะ แหม...คงเป็นเพราะเธอเป็นคนไทยแน่เลยปัทสริน” สาวสวยผมทองที่นั่งอยู่พาทิชั่นถัดไปชะโงกหน้ามาคุยด้วย

“คงไม่หรอกมั้ง บางทีการ์ดของเขาอาจจะฟังผิดไป” สาวไทยแก้ตัว

“โอ๊ยไม่จริงหรอก ปกติคุณแอรอนแทบไม่เคยเฉียดเข้าใกล้พนักงานอย่างเราๆ เลยนะ เอ๊ะ หรือว่าท่านจะรู้จักเธอมาก่อน”

ข้อสันนิฐานแบบมั่วๆ มีขึ้นเรื่อยๆ แต่ปัทสรินไม่สนใจจะฟัง ตอนนี้เธอต้องโฟกัสเรื่องงาน และทำมันให้สำเร็จก่อนจะปลีกวิเวกทำตัวหายไปจากโลกนี้ตามคำสั่งของอาเขย และการไม่ทำตัวสนิทสนมกับ แอรอน ราฟา คาร์ซิยาส เสือยิ้มยากผู้นี้เป็นการดีที่สุด

พอได้เวลาเลิกงานปัทสรินก็รีบเก็บเอกสารด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะหิ้วกระเป๋าถือเดินออกจากออฟฟิศตรงไปยังสถานีรถไฟฟ้าอย่างเร่งรีบ แต่แล้วช่วงขาเรียวยาวในชุดเดรสลายดอกไม้และมีสูทสีเข้มทับก็ต้องชะงัก เมื่อชายชุดดำใหญ่ยักษ์สองคนขวางหน้าเอาไว้ เธอหันรีหันขวางหวังจะวิ่งกลับด้านหลังก็มีชายชุดดำยืนดักรอด้วยสีหน้าเรียบเฉยเช่นกัน

“พวกนายเป็นใคร”
            “เชิญมิสขึ้นรถเถอะครับ คุณแอรอนรออยู่”

ดวงตากลมโตวาวขึ้นเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าใครอยู่เหนือคำสั่งนั่น พอหันมองรอบกายก็เห็นผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างพากันหันมองด้วยความสนใจปนใคร่รู้ แต่ก็น่าแปลกที่ไม่มีใครคิดจะเข้ามาช่วยเธอเลย นี่ล่ะ คือความจริงบนโลกมนุษย์ ต่อให้เจริญสักแค่ไหนอิทธิพลของคนบางกลุ่มก็ยังมีอยู่จนปุถุชนคนธรรมดาไม่อยากเอาชีวิตมาเสี่ยง

“ฉันจำได้ว่าบอกพวกคุณไปแล้วว่ามีนัด” เธอตอบ

“แต่ท่านต้องการพบคุณวันนี้”

“เอ๊ะ! ก็ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ว่าง นี่เจ้านายของพวกคุณเขาฟังภาษามนุษย์ไม่รู้เรื่องหรือไง” คราวนี้คนตัวเล็กท้าวเอวมองชายชุดดำอย่างเอาเรื่อง

เห็นอาการดื้อแพ่งของหญิงสาวด้านนอกแล้ว โยเซฟจึงตัดสินใจลงจากรถเมื่อเห็นสีหน้านิ่งขึงของเจ้านายที่มองไปยังหญิงสาว คล้ายคนที่ความอดทนกำลังจะหมดลง

“มิสเธอไม่ยอมไปพบนายท่านครับ” การ์ดคนหนึ่งรายงาน โยเซฟพยักหน้าเข้าใจ

“เชิญขึ้นรถเถอะครับคุณปัทสริน”

คนถูกเรียกปัทสรินมีสีหน้าฉุนจัด ไม่เข้าใจว่ามนุษย์เพศผู้ทำไมมันจึงฟังภาษาคนยากนัก ก็รู้ว่าเธอไม่อยากไปก็ยังจะตามตื้ออยู่ได้ นี่เธอไม่ใช่สาวฮอตสักหน่อย เป็นนางแบบเป็นดาราหรือก็เปล่า

“พวกคุณต้องการอะไรจากฉัน”

“ก็อย่างที่คนของผมบอก เจ้านายผมต้องการพบคุณ และผมก็ทราบว่าคุณมีนัด”

“รู้อยู่แล้วจะตามมาทำไมไม่ทราบ”

สาวร่างเล็กส่งค้อนให้ทุกคน จนหนุ่มร่างยักษ์ถอนหายใจไปตามๆ กัน แอรอนที่นั่งอยู่ในรถนับหนึ่งถึงสิบในใจด้วยความหงุดหงิด ที่จริงเขาก็หงุดหงิดตั้งแต่รู้ว่าเจ้าหล่อนมีนัดกับแฟนแล้วนั่นแหละ เขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าคนอย่างตัวเองจะถูกหญิงปฏิเสธ

“นั่นไม่สำคัญเท่ากับคุณแอรอนต้องการทำความรู้จักกับคุณ เชิญขึ้นรถเถอะครับ พวกเราไม่อยากใช้กำลังโดยไม่จำเป็น”

“อ้อ...มีขู่ด้วย”

คนตัวเล็กเงยหน้ามองกลุ่มคนตรงหน้า ที่ยืนเรียงพร้อมจะชุดกระชากลากถูเธอไปขึ้นรถ แบบนี้มันหมาหมู่ชัดๆ

“ขอร้องละครับ พวกเราไม่อยากทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ ที่จริงคุณแอรอนก็ไม่ได้มีอะไรน่ากลัว ท่านเพียงต้องการสานสัมพันธไมตรีกับคุณเท่านั้น”

คนฟังเบ้ปากเหยียดๆ หากแต่กิริยานั้นมันไปกระแทกใจคนในรถเข้าอย่างจัง มีแววบางอย่างในดวงตาคู่งามที่ทำให้เขารู้ว่าเจ้าหล่อนไม่ใช่เล่นๆ เหมือนผู้หญิงที่เคยขึ้นเตียงกับเขา

            แต่ใครจะสนวะ ดื้อนัก เล่นตัวนัก แม่งจะปล้ำให้ครางลั่นเตียงเลยคอยดู ให้เงินสักก้อนขี้คร้านจะตามเขาแจ หนุ่มเย็นชาคิดเข้าตัวเองอย่างพาลๆ

            “ฉันมีเวลาให้เจ้านายคุณแค่ชั่วโมงเดียว” ปัทสรินก็จำต้องยอมอ่อนข้อให้ เมื่องใช้สมองตรึกตรองได้ว่าบางทีการเข้าใกล้อีกฝ่าย อาจจะทำให้เธอบรรลุวัตถุประสงค์ง่ายขึ้น

            “เชิญครับ”

            โยเชฟผ่ายมือเชื้อเชิญ เดินไปเปิดประตูให้หญิงสาวนั่งข้างเจ้านาย ก่อนตนเองจะไปนั่งตอนหน้าคู่กับคนขับ การ์ดคนอื่นๆ เดินไปขึ้นรถยนต์อีกคันด้านหลัง

            ปัทสรินเพิ่งรู้ว่าตอนนี้ตนเองนั่งคู่อยู่กับเจ้าของบริษัท ความเป็นส่วนตัวถูกแยกออกจากคนขับและคนสนิทของเขาที่ถูกปิดกลั้นแยกเป็นสัดส่วน เธอจึงเหมือนอยู่กับเขาตามลำพังเพียงสองคน ใครๆ ก็บอกว่าเธอเป็นสาวมั่น เป็นหญิงเหล็กในจำนวนไม่กี่คนที่คล่องแคล่วว่องไวไม่ต่างจากผู้ชาย

แต่ยามที่ต้องมานั่งคู่กับผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเย็นชาไร้รอยยิ้ม กลับมีรังสีอำมหิตแผ่ซ่านเข้ามาจนรับรู้ได้ชันเจน คนเคยเก่งจึงได้แต่นั่งนิ่งไม่แม้จะหันมองคนด้านข้าง

“ถ้าคุณรอผม เราคงไม่ต้องเสียเวลามากขนาดนี้”

คนเสียเวลามากพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทำเอาคนที่ทำให้เสียเวลาหันขวับ แล้วจึงพบว่าดวงตาสีฟ้าเข้มคมดุจ้องมองอยู่ก่อนแล้ว

“ฉันคิดว่าคุณรู้แล้วเสียอีกว่าฉันมีนัดกับแฟน”

“ไม่เจอกันสักวันคงไม่ถึงกับลงแดงกระมัง”

เขาตอบด้วยสีหน้าไร้อารมณ์เหมือนเดิม ทั้งที่ในกายไหลเวียนไปด้วยลาวาร้อนที่กำลังปะทุนเดือดรอวันระเบิด ให้ตายสิ ทำไมเขาต้องรอด้วยวะ เจ้าหล่อนน่าจะเคยๆ มาแล้ว ก็มีแฟนแล้วนี่ แอรอนยิ้มเยาะ ให้กับตัวเอง เขาเกลียดแฟนเธอเป็นบ้า!

“ไม่ได้เจอหน้าแฟนมันไม่ตายหรอกค่ะ แต่ท่านประธานควรจะเข้าใจคำว่ามารยาทนะคะ” ปัทสรินแดกดัน

“คำนั้นไม่เคยอยู่ในหัวผม”

คำตอบแบบกำปั้นทุบดินเรียกให้คนฟังต้องเม้มปากอับจนคำจะโต้แย้ง ก็เจ้าตัวบอกชัดเจนนี่นาว่าสะกดคำว่ามารยาทไม่เป็น ในรถจึงตกอยู่ในความเงียบกระทั่งถึงที่หมาย รถยนต์สมรรถนะเยี่ยมตีโค้งลัดเลาะไปตามแม่น้ำไทเบอร์จนถึงร้านอาหารอิตาเลียนซึ่งได้ชื่อว่าเป็นร้านอาหารที่อร่อยที่สุด และมันก็แพงหูฉี่จนปัทสรินไม่คิดอยากเฉียดเข้าใกล้

ร้านอาหารอิตาเลียนขึ้นชื่อมาตั้งแต่บรรพบุรุษติดกับริมแม่น้ำไทเบอร์ ทำให้ได้บรรยากาศความเป็นธรรมชาติ และแอรอนมักจะมาทานอาหารที่นี่ทุกครั้งเวลามาทำงานที่อิตาลี แต่ไม่มีครั้งไหนที่เขาจะควงสาวมาด้วยเหมือนครั้งนี้ เพราะชายหนุ่มมักใช้สถานที่แห่งนี้พบปะคู่ค้ามากกว่า เพราะสำหรับสาวๆ แค่บนเตียงมันก็เกินจะพอ

“สวัสดีครับคุณแอรอน”

“สวัสดีโรมิโอ คุณสบายดีนะ”

เพียงแค่เห็นว่าเป็นใคร พนักงานในร้านก็รีบวิ่งไปบอกเจ้าของร้านทันที โรมิโอชายวัยหกสิบที่ยังดูหนุ่มกว่าอายุจริงรีบออกมาต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มปนแปลกใจ เมื่อเห็นสาวร่างเล็กที่ยืนหน้าบอกบุญไม่รับข้างกายลูกค้ากิติมาศักดิ์

“สบายดีตามอัตภาพครับ โอ้สุภาพสตรีท่านนี้คือ”

“ปัทสรินค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะโรมิโอ ฉันได้ยินชื่อเสียงร้านคุณมานานมาก ดีใจที่ได้มีโอกาสมาทานอาหารฝีมือคุณค่ะ”

“ผมจะทำให้สุดฝีมือ เชิญคุณแอรอนกับคุณปัทสรินด้านในเลยครับ”

หญิงสาวยื่นมือไปจับกับชายสูงวัยอย่างเป็นกันเอง พร้อมถอนสายบัวชื่นชมได้อย่างน่ารัก จนคนพามามองกิริยานั้นตาพร่า ถือวิสาสะจับมือบางให้เดินเข้าไปด้านในด้วยกัน ปัทสรินพยายามจะดึงมือออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย แต่หุ่นยนต์มีชีวิตก็เพิกเฉยแถมบีบแน่นจนมือบางแทบแหลก หญิงสาวจำต้องปล่อยเลยตามเลย

            พนักงานเดินนำทั้งคู่เข้าไปในห้องวีไอพีสำหรับแขกกระเป๋าหนัก ทุกด้านของห้องถูกกั้นด้วยกระจกที่มองเห็นจากภายในติดริมแม่น้ำ ตกแต่งด้วยดอกกล้วยไม้และต้นไม้เพิ่มความเป็นธรรมชาติด้วยการทำน้ำตกจำลองขนาดเล็ก ปัทสรินไม่แปลกใจหรอกว่าทำไมจึงมีชื่อเสียงนัก ทั้งที่ร้านก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากมาย

            “พวกนายไปหาอะไรกินกันเถอะ ถ้ามีอะไรเดี๋ยวฉันเรียกเอง”

โยเซฟและการ์ดชุดดำพยักหน้า พากันออกจากห้องทิ้งให้เจ้านายไว้กับสาวคนใหม่ตามลำพัง

            “คุณชอบทานอะไรเป็นพิเศษหรือปัทสริน”

ชายหนุ่มขอความเห็นระหว่างเปิดเมนูด้วยท่วงท่าสบาย ปรายตามองเทพธิดาคนสวยเล็กน้อย ซึ่งหญิงสาวก็เอาแต่เชิดหน้าหันมองดูทิวทัศน์ด้านนอก ทั้งที่เขาออกจะน่ามองกว่าแม่น้ำ ต้นไม้ใบหญ้าพวกนั้นตั้งเยอะ

“ผมถาม” แอรอนเสียงเย็น เกลียด! ที่ถูกสาวเมิน

“อะไรก็ได้ค่ะ ฉันเป็นคนทานง่ายไม่เรื่องมาก รีบๆ หน่อยก็ดี ดิฉันนัดแฟนเอาไว้”

คนมีแฟนตอบไม่ใส่ใจ แต่คำตอบธรรมดามันทำให้คนฟังมีสีหน้ากร้าวกระด้างขึ้น

“ผมไม่รีบ เรามีเรื่องต้องคุยกัน”

หนุ่มหล่อตอบไปอีกเรื่อง ไม่อยากสนใจว่าเจ้าหล่อนจะรักไอ้แฟนสัปปะรังเคนั่นแค่ไหน ถึงมันจะมาก่อนก็เถอะ

“แต่ดิฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ”

“แค่ผมมีก็พอแล้ว”

ชายหนุ่มตอบง่ายๆ ก่อนจะหันไปคุยกับพนักงาน แล้วเริ่มสั่งอาหารที่คิดว่าหญิงสาวตรงหน้าน่าจะชอบให้กับเธอและตัวเอง ไม่นานอาหารก็ลำเลียงถูกเสิร์ฟขึ้นโต๊ะ สเต็กเนื้อแกะและแซลมอลย่าง รวมถึงพาสต้าสูตรพิเศษเฉพาะของทางร้าน และไก่อบเลิศรสเข้ากับสลัดผักหลากชนิดที่เพิ่มคุณค่าให้อาหาร

“ทานสิ บางทีคุณอาจจะชอบ”

“ดิฉันไม่ค่อยหิว”

ปากบอกไม่หิว แต่กลิ่นอาหารบนโต๊ะมันยั่วน้ำลายเธอเป็นบ้า โอ๊ย นี่เขาคิดจะเอาอาหารพวกนี้มาล่อลวงเธอใช่ไหมเนี่ย

“ไม่หิวก็ต้องกิน”

“คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งดิฉัน”

หญิงสาวตอบเสียงสะบัด จ้องตอบอีกฝ่ายด้วยสีหน้าหงุดหงิด เกลียดเหลือเกินพวกบ้าอำนาจ เกลียดท่าทียโสเย่อหยิ่งคิดว่าตัวเองใหญ่คับฟ้า ถึงความจริงมันจะเป็นอย่างนั้นก็เถอะ

“คุณต้องการอะไรจากดิฉันคะท่านประธาน”

“เรียกผมว่าแอรอน ทานอาหารก่อนแล้วผมจะบอก”

ท่าทียโสโอหังของบุรุษตรงหน้ามันทำให้หญิงสาวอยากลุกไปตะกุยหน้าดุๆ ให้หายโมโห เขาเห็นเธอเป็นอะไร ผู้หญิงในคอนโทรลงั้นเหรอ? แค่คิด ก็สะอิดสะเอียนจะแย่แล้ว

“ถ้าฉันไม่ทำตาม...”

“ก็อย่าหวังว่าจะกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย”

แอรอนตอบด้วยสีหน้าไมยินดียินร้าย กระดกแก้วไวน์ขึ้นดื่มเงยหน้าสบตาหญิงสาวที่เจ้าตัวกำมือแน่นด้วยความโมโห

“จะลองดูก็ได้” คนตัวใหญ่เลิกคิ้วท้าทาย

ชั่วขณะหนึ่งก็ทำให้ปัทสรินตะลึงไปเหมือนกัน ตลอดทางที่นั่งรถมาด้วยกันเธอแทบจะไม่ได้มองหน้าเขาเลยด้วยซ้ำ แต่เวลานี้เขานั่งอยู่ตรงหน้า จึงมีโอกาสได้สำรวจใบหน้าของเขาอย่างจริงๆ จังๆ พาลให้ลมหายใจของของเธอติดๆ ขัดๆ ถึงสีหน้าจะเรียบเฉยแต่ดวงตาสีฟ้าเข้มกลับวาววับดุดันคล้ายจะเปลื้องผ้าเธอออกจากตัว มือบางที่จับส้อมถึงกับสั่นเริ่มใจคอไม่ดี

“ว่าไง”

            เทพธิดาคนสวยไม่ตอบแต่ก้มหน้าก้มตาทานอาหารเงียบๆ ไม่ยอมสบตาอีกฝ่ายอีกเลย หารู้ไม่ว่า จอมมารนักล่ามิได้อยากกินอาหารเลิศรสบนโต๊ะสักนิด เพราะตอนนี้เขาหิวอย่างอื่นมากกว่า ดวงตาคู่คมจ้องมองหญิงสาวด้วยความหื่นกระหาย อยากกระชากหล่อนมากินแทนอาหาร อยากสวาปามดังที่ใจต้อง อยากกดเธอไว้ใต้ร่างและฟังเสียงครางหอบสะท้าน อยาก...

            พระเจ้า! เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ แต่เขาต้องการหล่อนเหลือเกิน ดวงตากลมโตเหมือนนางกวาง หากแต่แสนดื้อรั้นเอาแต่ใจ ปลายจมูกโด่งเชิดนั้นบอกได้ดีว่าเจ้าหล่อนไม่ยอมใครง่ายๆ ริมฝีปากอิ่มเต็มชมพูระเรื่อ ดวงหน้าเรียวไม่ต้องมีเครื่องสำอางก็สามารถดึงดูดสายตาของผู้ชายไว้ในกำมือได้ไม่ยาก รูปร่างอรชรหากอิ่มเอิบในบางจุดจนอยากจะเปลื้องเสื้อผ้าพวกนั้นออก แล้วดื่มด่ำกับสิ่งที่ธรรมชาติเสกสรรปั้นเธอขึ้นมา

            “ฉันอิ่มแล้ว”

            เธอเงยหน้าตอบ พยายามจะไม่มองใบหน้าหล่อเหลาปานเทพบุตรมาจุติของอีกฝ่าย นี่ถ้าไม่โดนข่มขู่บังคับมา เธออาจจะคลั่งไคล้ในตัวเขา เหมือนสาวๆ ในออฟฟิศที่หลงใหลได้ปลื้มราวกับเขาเป็นผู้ชายคนเดียวที่เหลืออยู่บนโลกแล้วก็ได้

            “กินอย่างกับแมวดม”

            “ว่าธุระของคุณมาเถอะค่ะ ดิฉันไม่อยากผิดนัด”

            “ถ้ารอไม่ได้ก็ให้มันกลับไปก่อน ไม่เห็นยาก” แอรอนตอบสีหน้าเรียบเฉย กระดกไวน์ขึ้นดื่มอย่างใจเย็น

            “ไม่ยากสำหรับคุณ แต่มันแย่สำหรับดิฉัน คุณต้องการอะไรก็ว่ามาเลยค่ะมิสเตอร์ เราเสียเวลามามากพอแล้วค่ะ”

            “กลัวจะไม่ได้เห็นหน้าแฟนมากหรือไง”

            “ค่ะ แทบจะทนไม่ได้แม่วินาทีเดียว”

ยั่วมาก็ยั่วกลับ เรื่องอะไรจะปล่อยให้คนโอหังข่มเหงอยู่ฝ่ายเดียว เห็นตัวเล็กแบบนี้เธอก็ไม่ใช่จะยอมใครง่ายๆ เหมือนกันนะจะบอกให้

            “งั้นก็ให้มันรอต่อไป หรือรอไปตลอดชีวิตได้ยิ่งดี” แอรอนตอบพาลๆ

            “คุณแอรอน!

            “ก็จริง”

            “มันจะมากไปแล้วนะคะ คุณมีสิทธิ์อะไรมาวุ่นวายกับชีวิตดิฉัน ถ้าคุณยังไม่พูดธุระละก็ ดิฉันจะกลับเดี๋ยวนี้” ไม่เพียงพูดปัทสรินยังสะพายกระเป๋าเตรียมเพ่น แต่...

            “ถ้าคิดว่าออกไปได้ก็เชิญ แต่ถ้าไปไม่รอด ก็เตรียมอายผู้คนด้านนอกได้เลย”

            “คุณมัน”

มือบางกำเข้าหาลำตัวแน่นพยายามระงับโทสะที่ปะทุอยู่ในอก เขากล้าดียังไงมาบงการชีวิตเธอ เกลียดเหลือเกินใบหน้าร้ายกาจนั่น ดวงตาคู่คมมันฟ้องว่าเขาไม่ได้พูดเล่น

            “ว่าไง ถ้าไม่ออกไปก็นั่งลง เราต้องคุยกัน” ปัทสรินจำต้องกระแทกตัวนั่งอย่างจำใจ

            “ผมต้องการนอนกับคุณ”

            “อะไรนะ!?”

             แอรอนบอกจุดประสงค์ไม่อ้อมค้อม ก็เขาไม่ชอบเสียเวลา ไม่ชอบรอ ยิ่งเป็นเรื่องบนเตียงด้วยแล้วคนอย่างเขายิ่งรอไม่ได้ ส่วนคนฟังอ้าปากค้างเบิกตากว้าง ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นขุ่นมัวด้วยความโกรธจัดจนสั่นไปทั้งตัว

“มันก็ชัดเจนอยู่แล้วนี่ปัทสริน ผมบอกว่าต้องการนอนกับคุณ มีตรงไหนที่คุณไม่เข้าใจงั้นหรือ” 

หญิงสาวยังยืนตัวสั่นตะลึงกับคำพูดง่ายๆ ของคนตรงหน้า ราวกับว่ามันเป็นเรื่องธรรมดามากมาย จนนึกคำพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ

            “ต้องการค่าเสียหายหรือค่าเลี้ยงดูเท่าไรบอกมาได้ผมยอมจ่ายไม่อั้น จะเป็นรถหรูที่มีไม่กี่คันบนโลกพร้อมบ้านสักหลังผมก็ไม่เกี่ยง หรือจะพ่วงแพ็คเก็จทัวร์รอบโลกทุกเดือนผมก็ให้ได้ ขอเพียงแต่คุณยอมเป็นผู้หญิงของผม” แอรอนยังพูดต่อด้วยสีหน้าไม่ทุกข์ร้อน จ้องมองใบหน้าแดงก่ำของหญิงสาวอย่างรอคอยคำตอบ

            “สารเลว ไปตายซะ!

            ไม่เพียงพูด แต่มือบางยังฉวยแก้วน้ำเปล่าสาดใส่คนชายหนุ่มด้วยความโมโหที่ถึงขีดสุด ก่อนจะกระชากกระเป๋าแล้วเดินออกจากร้านอาหารด้วยโทสะ

            ให้ตายสิ นี่เขาเห็นเธอเป็นผู้หญิงหิวเงินหรือไงถึงได้ยื่นข้อเสนอราวกับอีตัว จำได้ว่าเธอก็ไม่เคยรู้จักมักจี้กับเขาเลยด้วยซ้ำ แล้วเขาทำไมกล้าดูถูกกันแบบนี้ ยื่นข้อเสนอทุเรศๆ ให้จนเธอทนฟังต่อไปไม่ได้ แค่น้ำเย็นสาดใส่มันยังน้อยไป หญิงสาวสบถไฟแลบสาปส่งชายหนุ่มไปตลอดทาง

            “ให้ผมตามเธอกลับมาไหมครับ”

พอเห็นสาวคนใหม่ของเจ้านายเปิดประตูออกมา โยเซฟก็รีบเข้ามาด้านในทันที จึงเห็นสภาพของเจ้านายที่โดนน้ำเปล่าไปเต็มๆ อดทึ่งในตัวสาวร่างเล็กที่เดินออกไปไม่ได้ ก็มีผู้หญิงคนไหนทำกับเจ้านายของเขาแบบนี้กันบ้างเล่า

            “ไม่ต้อง แค่ส่งคนตามดูห่างๆ ก็พอ”

            “แล้วคุณแอรอนจะกลับเลยหรือเปล่าครับ”

            “อืม”

แอรอนตอบสั้นๆ ขณะใช้ผ้าเช็ดไปตามใบหน้า หรี่ตาด้วยความโมโห เขาจะปล่อยหล่อนไปก่อน แต่สาบานได้ว่าจะต้องมีการเอาคืน และเขาจะต้องได้เธอ!

           

            “เฮ้... คุณผิดนัดผมน่ะปัท ปล่อยให้ผมรอตั้งเกือบชั่วโมงแน่ะ”

หนุ่มอิตาลีตาสีเทาผมทองทักขึ้น ก่อนจะสังเกตเห็นสีหน้าหญิงสาวที่เหมือนกับโมโหใครเมื่อเธอเดินมาถึงโต๊ะ

            “ขอโทษทีรอซซี่ พอดีงานฉันยุ่ง แล้วนี่สั่งอะไรหรือยัง”

            “ยังเลย ผมรอคุณก่อนน่ะ”

            “ถ้างั้นก็สั่งเถอะ แต่ไม่ต้องเผื่อฉันนะ ฉันทานมาจากออฟฟิศแล้ว”

            “มีใครทำให้คุณโมโหหรือเปล่าฮันนี่ ผมจะได้ไปสั่งสอนมันที่มาบังอาจมาทำร้ายจิตใจแฟนผม” ปัทสรินส่งยิ้มให้แฟนหนุ่มอย่างขอบใจ

            ที่จริงเธอก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่ารู้สึกยังไงกับลูกติดอาเขยคนนี้ รอซซี่อายุมากกว่าเธอสามปี เขาอยู่กับแม่ที่มิลาน ก่อนจะย้ายมาอยู่กับบิดาตอนเรียนมหาวิทยาลัย เธอกับเขารู้จักกันตอนนั้น ชายหนุ่มขอคบด้วยเธอเองก็ไม่มีใครจึงยอมตกลงเป็นแฟน แล้วก็คบกันเรื่อยมาแม้เธอจะไปเรียนต่อที่อเมริกาแต่ก็ไม่ได้มีใคร ประกอบกับรอซซี่เองก็ยังคงเสมอต้นเสมอปลายโทรหาตลอด เธอจึงคิดว่าระหว่างเธอกับเขามันน่าจะไปกันได้

            “ขอบใจมาก แต่ช่างมันเถอะ เรื่องไร้สาระน่ะ”

            “เห็นพ่อบอกว่าปัทลาออกจากงานที่อเมริกาแล้ว”

            “อืม ตอนนี้ฉันทำงานให้บริษัทร่วมทุน บริษัทของคาร์ซิยาสกรุ๊ปน่ะ”

            “โห จริงดิ บอกให้ว่าบริษัทนี้ไม่ใช่จะรับคนเข้าทำงานง่ายๆ แสดงว่าฮันนี่เจ๋งจริง”

รอซซี่มองคนรักด้วยสายตาชื่นชม ที่จริงเขารู้มานานแล้วว่าแฟนตัวเองเป็นคนเก่ง ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ได้เกียรตินิยมอันดับสองมาครอง เขาเสียอีกที่เทียบเธอไม่ติดฝุ่น ดีที่มีกิจการของพ่อรองรับจึงไม่ต้องลำบากไปตะลอนหางานทำ

            “มันคงฟลุ๊คมากกว่า”

คนตอบยิ้มแห้งๆ แล้วก็ต้องยกมือทาบอก เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าการกระทำบุ่มบ่ามของตัวเองอาจนำพาความซวยมาให้

            “ปัท!

            “ฮืม ว่าไง?” หญิงสาวสะดุ้งรีบหันมาตอบ ยิ้มกลบเกลื่อน

            “คิดอะไรอยู่ สีหน้าปัทไม่ค่อยดีเลย มีอะไรไม่สบายใจบอกผมได้นะ”

            “ไม่ ไม่มีอะไร”

เธอว่า รีบยกแก้วน้ำพั้นขึ้นดื่มเสดวงตาออกไปทางอื่น ร้านอาหารนี้แม้จะไม่ใหญ่แต่เธอกับรอซซี่ก็มักจะมาฝากท้องอยู่บ่อยครั้ง เพราะมันติดกับถนนใหญ่และย่านชุมชนการเดินทางก็สะดวก

            “แน่ใจนะ” หญิงสาวพยักหน้า

            “เห็นคุณน้าบอกว่าปัทขอมาอยู่หอพัก”

            “มันเดินทางสะดวก ถ้าอยู่บ้านฉันต้องต่อรถตั้งสามต่อเลยไม่อยากเสียเวลาเดินทาง แถมยังประหยัดค่าใช้จ่ายด้วย”

            “ถ้างั้นขอผมขึ้นไปห้องพักปัทนะ”

รอซซี่ทำสีหน้าออดอ้อนสุดฤทธิ์ หวังจะให้สาวไทยตรงหน้าใจอ่อนเสียที ก็เขากับหญิงสาวคบกันมาจะเข้าปีที่เจ็ดแล้ว แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่ได้แอ้มเธอแม่แต่จูบก็ยังไม่เคย จะมีก็แค่หอมแก้มเล็กๆ น้อยๆ ตามโอกาส ซึ่งมันก็เหมือนทักทายกันทั่วไปมากกว่าจะมองว่าเป็นคนรักกัน

“ไม่ได้ มันไม่เหมาะสม”

“โธ่...ฮันนี่ ผมเป็นแฟนคุณนะ” คนพูดตัดพ้อทางสายตา

“แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะละเมิดความเป็นส่วนตัวของฉันนี่ค่ะ คุณต้องเข้าใจว่าฉันเป็นคนไทย และฉันก็ยึดถือธรรมเนียนของประเทศบรรพบุรุษ เราเคยคุยเรื่องนี้กันแล้ว”

            “โอเค” พอสาวร่างเล็กทำเสียงจริงจัง หนุ่มตาสีเทาก็จำต้องยอมแพ้

            “ไว้เราทำทุกอย่างให้ถูกต้องก่อนนะคะ”

หญิงสาวเอาน้ำเย็นเข้าลูบ คนฟังค่อยมีสีหน้าดีขึ้นเล็กน้อย แม้ตอนนี้จะอยากได้หญิงสาวแทบขาดใจก็ตาม

           

            มือหนากำแก้วบรั่นดีแน่นก่อนจะสาดลงคอจนหมดแก้วเมื่อฟังรายงานจากคนสนิท ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าหญิงสาวกับไอ้หมอนั่นเป็นแฟนกัน แต่ชายหนุ่มก็ยังโกรธ และโกรธมากขึ้นเมื่อรู้ว่าทั้งคู่คบกันมายาวนานถึงหกปีและกำลังจะเข้าปีที่เจ็ด แต่เขาคนนี้แหละที่จะทำให้อาถรรพ์หมายเลขเจ็ดเป็นจริง

            “เรื่องงานเป็นไงบ้าง”

พอระงับโทสะในใจได้แล้ว แอรอนก็ปรับอารมณ์เข้าเรื่องงาน นี่แหละคือข้อดีของเขาที่โยเซฟชื่อชม ที่สามารถแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนออกจากกันได้จนน่าทึ่ง

            “เอกสารยื่นขอทำสัมปทานกับภาครัฐเรียบร้อยแล้วครับ เหลือแต่ให้กรรมการบริษัทเซ็นต์อนุมัติทั้งหมด ทางคุณคลูนี่ก็เตรียมเอกสารพร้อมแล้วเหมือนกันครับ”

            “ทำได้ดี ใครว่าเงินไม่สำคัญ แต่เงินที่แหละที่เป็นตัวแปรสำคัญว่าเราจะได้งานนี้หรือไม่ ที่ดินตรงนั้นเป็นของรัฐมันคงจะยุ่งยากสักหน่อย แต่ก็นั่นแหละ ไปทางตรงไม่ได้เราก็ต้องใช้ทางอ้อม” คนพูดเหยียดยิ้มมุมปากเล็กน้อย  

“คุณคลูนี่คุยนอกรอบกับคนของรัฐบาลบ้างแล้วละครับ แต่ที่น่าสนใจคือ มาคอม มอนโทโร่ ไอ้หมอนี่มันไม่ธรรมดา ว่ากันว่ามันทำธุรกิจผิดกฎหมายหลายอย่าง แต่เพราะมันเลี้ยงตำรวจมือดีไว้หลายคน เลยไม่มีใครกล้าจับกุมมัน ดูเหมือนเขาสนใจที่ตรงนี้เหมือนกัน” โยเซฟรายงาน

            “คลูนี่ก็เคยเล่าให้ฉันฟังเหมือนกัน มันไม่กินเส้นกับคลูนี่เท่าไร”

            “สองตระกูลนี้เป็นคู่ปรับตลอดการตั้งแต่ก่อตั้งอิตาลีได้มั้งครับ”
            “มาเฟีย
! ตระกูลทางฝั่งแม่ของคลูนี่ก็เป็นมาเฟียในอิตาลีเก่า ส่วนมาคอมเขาได้สายเลือดทางพ่อมาเยอะ แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าฉันต้องได้งานนี้”

ดวงตาคนพูดเปล่งแสงวาววับมองผ่านกระจกออกไปข้างนอก ดูดุและน่าเกรงขามยามเข้าใกล้

            “ผมให้สายของเราแทรกซึมไปแล้ว ไม่น่าจะเกินสองวันคงได้เรื่องว่าพวกมันจะมาไม้ไหน ทางรัฐบาลสนใจข้อเสนอของเรามาก หากจะมีอะไรเปลี่ยนนั่นก็เพราะพวกมันเล่นนอกเกม”

            “ถึงฉันจะไม่ใช่คนอิตาลี แต่ฉันก็มีศักยภาพพอจะพัฒนาที่ตรงนั้นให้เจริญ อย่างน้อยก็ไม่คิดจะเอาเปรียบอย่างที่มาคอมทำ ฉันจะจ้างผู้มีรายได้น้อยมาเป็นแรงงาน คุณภาพชีวิตของพวกเขาจะต้องดีขึ้น นี่คือจุดประสงค์หลัก ส่วนผลพลอยได้อื่นๆ มันจะตามมาเอง ฉันกับคลูนี่ก็คิดตรงกันในข้อนี้”

            แน่ละ เพราะถ้ามาคอมได้ที่ดินตรงนั้น ไอ้หมอนี่ก็จะกดราคาแรงงานโดยไม่มีใครโต้แย้งได้ เพราะมันแบ่งสันปันส่วนยัดใต้โต๊ะให้คนในรัฐบาลมากพอตัว

            “เออ...แล้วคืนนี้คุณแอรอนจะให้ผมเรียกใครมาอยู่เป็นเพื่อนไหมครับ”

            “ไม่ต้อง ฉันอยากนอนคนเดียว”

ชายหนุ่มเอ่ยเสียงห้วนตวัดมองคนสนิทดุๆ ที่บังอาจมาร่วงรู้จิตใจของเขา โยเซฟลอบยิ้ม จำได้ว่ามาอิตาลีครั้งใดไม่เห็นเจ้านายอยากนอนคนเดียวสักที ก็เพิ่งจะมีครั้งนี้นี่แหละ เอ...มันชักยังไงยังไงแล้วซิ

            “ยิ้มอะไรโยเซฟ”

            “เปล่าครับ”

            “เปล่าอะไร ก็เห็นอยู่ว่าแกหัวเราะฉัน” คนเย็นชารู้สึกฉุนที่เผลอหลุดฟอร์มให้คนใกล้ตัวเห็น

            “แล้วเรื่องคุณปัทสรินล่ะครับ”

            “ให้คนตามดูต่อไป”

            “ครับ” มือขวาหนุ่มรับคำยิ้มๆ

            “ครับแล้วก็ออกไปได้แล้ว ฉันจะได้พักผ่อน”

            ทั้งที่บอกคนสนิทไปว่าอยากพักผ่อน แต่พอจะล้มตัวลงนอนแอรอนก็ไม่อาจข่มตาให้หลับ นอนพลิกไปพลิกมานึกถึงแต่ใบหน้าหวานๆ ที่มันสะกดและดึงดูดจนเขาเกือบเสียผู้เสียคน เพราะร่างกายที่มันร่ำร้องต้องการแต่เธอ

 

            ฝากนิยายโรมานซ์นารักๆ ไว้ในอ้อมใจสักเรื่องนะคะ ^^  ถ้าชอบก็กดโหวดตให้มั้งเน้อ...

 

       จิ๊บ ช่อศิลาญา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 13 ตุลาคม 2558 / 23:30
    เร็วๆน่ะค่ะรออยู๋จุ๊บๆไรท์
    #20
    0
  2. #16 yoonhwa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2555 / 00:59
    อ่านนิยายพี่แล้ว สนุกทุกเรื่องค่ะ มาอัพเร็วน่ะค่ะ รออ่านอยู่ค่ะ กอดๆๆๆๆ
    #16
    0
  3. #15 saluk (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2555 / 20:37
    แบบนี้จะรอดไหมละเนี่ย
    #15
    0