จอมมารล่ารัก

ตอนที่ 2 : บทที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,227
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    9 ก.ค. 55

บทที่ 2

            วันหยุดแอสตันจึงอยู่บ้านกับลูกชาย ที่สำคัญวันนี้พี่เลี้ยงชั่วคราวของลูกจะเดินทางมาในอีกไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า หลังมารดาโทรมาแจ้งเขาเมื่อคืน และคนที่ดูจะตื่นเต้นตั้งแต่ตะวันยังไม่โด่งฟ้าก็คือไอ้ลูกชายตัวแสบ ที่ลุกมาแต่งตัวหล่อเฟี้ยวราวกับหนุ่มน้อยรอท่าแฟนสาว จนเขาและแม่บ้านต้องพลอยวุ่นวายไปด้วย

            บ้านสไตล์ฝรั่งเศสที่ถูกตกแต่งไว้อย่างสวยงามแม้กระทั่งรั้วบ้าน ทำให้คนที่เพิ่งมาถึงออกจะทึ่งเล็กน้อย ถึงจะไม่ใหญ่เท่าคฤหาสน์หลังโตที่อยู่ชานเมือง ซึ่งเป็นที่พำนักถาวรของคุณอิริคกับมาดามดอกแก้ว คู่รักบรรณลือโลกที่เธอเคยได้ยินถึงตำนานรักครั้งนี้จากคนในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่บ้านหลังนี้ก็สวยงามน่าอยู่

            “สวัสดีค่ะ ดิฉันมิลันตา เป็นคนที่มาดามดอกแก้วส่งมาค่ะ”

            พอแท็กซี่เคลื่อนตัวออกไปแล้ว ร่างระหงสมส่วนในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าขาวลายสก็อตกับกางเกงยีนส์สีซีด พร้อมกระเป๋าเสื้อผ้าใบเขื่องหนึ่งใบเดินไปแนะนำตัวกับ รปภ. สองคนตรงประตูทางเข้าซึ่งมีกล้องวงจรปิดติดอยู่ด้วย

            “เชิญด้านในได้เลยครับ คุณแอสตันรออยู่แล้ว”

            ชื่อของคนที่รออยู่แล้วเรียกรอยยิ้มหยันบนมุมปากสวย ก่อนเจ้าตัวจะก้าวฉับๆ ตรงเข้าบ้าน รปภ. รีบแจ้งเข้าที่แม่บ้านทันที หญิงวัยกลางคนรีบเดินออกมาต้อนรับ พร้อมกับคนชายชุดดำสองคน ซึ่งอีกคนหนึ่งดูเหมือนจะเป็นหัวหน้า เพราะเขาพยักหน้าให้อีกคนหนึ่งมาหิ้วกระเป๋าของเธอ

            “เชิญด้านในครับมิส”

            “ขอบคุณค่ะ”

ทันทีที่เธอเหยียบย่างเข้าไปในห้องรับแขกที่ถูกตกแต่งไว้อย่างสวยงามมิลันตาก็ต้องสะดุ้ง เมื่อร่างเล็กจ้ำม่ำวิ่งตุตะเข้ามาหาแล้วโถมร่างเข้ากอดเธอไว้แน่นหนึบ

            “นางฟ้า!

            แอสตันที่เพิ่งจะเดินเข้ามาอีกทางตะลึงงันไปเหมือนกัน ร้องหึในใจ ชิชะ ไอ้เด็กแก่แดด มันริอาจประจบคนที่เพิ่งจะเห็นหน้าค่าตากันเป็นครั้งแรก เกินหน้าเกินตาจนน่าหมั่นไส้

            “เอ่อ...สวัสดีจ้ะหนุ่มน้อย พี่ชื่อมิลันตานะจ๊ะ”

            “แต่พี่สวยเหมือนนางฟ้า สวยเหมือนคุณย่าสมัยสาวๆ เลย” นั่นไง ไอ้ขี้ประจบ!

คนเป็นพ่อส่ายหน้า ก่อนจะเลื่อนไล้ดวงตาตั้งแต่เรียวขาภายใต้กางเกงยีนส์มาถึงเสื้อเชิ้ตนำสมัย ผ่านทรวงอกอวบตึงดึงดูดสายตาได้ไม่น้อย กระทั่งถึงใบหน้าที่ตอนนี้มิลันตาแสดงอาการไม่พอใจชัดเจน ที่ถูกคนตรงประตูสำรวจราวกับจะเปลื้องเสื้อผ้าออกจากตัว

            เวลาที่ผ่านไม่ไปไม่เคยทำให้ผู้ชายคนนี้เปลี่ยนไปเลย นึกว่าการเป็นพ่อคนจะทำให้เขาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น ที่ไหนได้ หนักว่าเดิม นี่ถ้าไม่เห็นกับมาดามดอกแก้วที่เป็นผู้อุปการคุณละก็ เธอไม่มีวันย่างกรายเข้าใกล้ไอ้เพลย์บอยคนนี้เป็นอันขาด

            “มานั่งนี่สิฮะ คุณย่าเล่าเรื่องพี่ให้ผมฟังแล้ว ตัวจริงพี่สวยกว่าในรูปตั้งเยอะ เห็นไหมพ่อไม่เกินจริงสักหน่อย ใช่ไหมฮะลุงเบน”

            “ครับ” ประโยคท้ายเด็กน้อยหันไปขอความเห็นคนสนิทของบิดา

แอสตันลืมเอาปากมาไปชั่วขณะ ก็นางฟ้าของลูกสวยจริงๆ นี่หวา แต่แหม เรื่องอะไรจะยอมเสียฟอร์ม เพลย์บอยหนุ่มหรี่ตาทำท่าเจ้าชู้ให้พี่เลี้ยงลูกเล็กน้อยเป็นการทักทาย ยิ่งเพ่งมองนานๆ แอสตันก็ยิ่งรู้สึกคุ้นๆ หน้าตาเหมือนจะเคยเห็นหญิงสาวที่ไหน แต่นึกเท่าไรก็นึกไม่ออก

            “ผม แอสตัน ราฟา คาร์ซิยาส ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการครับ”

เพลย์บอยลูกหนึ่งยื่นมือมาข้างหน้า แต่ก็ต้องหน้าแตกยับเมื่อสาวสวยยกมือขึ้นพนมแล้วยิ้มเล็กน้อย        

“ดิฉัน มิลันตา เอกโยธิน ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งค่ะคุณแอสตัน”

คำพูดของหญิงสาวมีผลให้หัวคิ้วเข้มต้องขมวด ก็เขาไม่เคยเจอเจ้าหล่อนมาก่อน แล้วจะยินดีที่ได้พบกันได้ยังไง หรือว่า...เขาลืมอะไรไปวะ?

            “ผมไม่แน่ใจว่าเราเคยรู้จักกันมาก่อน”

            “อาจไม่ถึงขั้นนั้น แต่เราเคยพบกันมาก่อนแน่นอน เมื่อหกปีที่แล้ว”

หกปีที่แล้ว! นาน...จนเพลย์บอยลูกหนึ่งจำไม่ได้ แต่แอสตันก็พยายามจะนึก

            “ช่างมันเถอะค่ะ เพราะมันก็ไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไร” มีรอยหยันบนเรียวปากอิ่ม ซึ่งเขามั่นใจว่าไม่ได้ตาฝาด นางฟ้าของลูกกำลังเย้ยหยันเขาทางสายตา พับผ่าสิ เขาไม่ชอบสายตาแบบนี้เลย

            แต่บางที สาวไทยตรงหน้าอาจจะกำลังให้ท่าเขาก็ได้ เจ้าหล่อนอาจพยายามเรียกร้องความสนใจจากเขา แน่ล่ะ ใครๆ ก็รู้ว่าพวกเขาแพ้ทางสาวไทย

            “พ่อยิ้มอะไร”

            “เปล่านี่ไอ้ตัวแสบ ว่าแต่เราเถอะ อย่าหลงพี่เลี้ยงจนลืมไปล่ะว่ามีพ่อ”

            “ไม่ลืมหรอกฮะ แต่ตอนนี้ผมอยากมีแม่มากกว่า”

            คนอยากมีแม่มากกว่าส่งประกายตาวิบวับให้พี่เลี้ยงสาว ที่ตอนนี้แก้มมีสีจัดขึ้นเล็กน้อย เมื่อเห็นสองพ่อลูกหันมาสบตากันแล้วอมยิ้ม ชักทะแม่งๆ เสียแล้วสิ นี่เราคิดถูกหรือเปล่าเนี่ยที่รับปากคุณดอกแก้ว

            “คุณมีชื่อเล่นหรือเปล่าครับ”

            “ฉันชื่อมิลค์ค่ะ”

            “มิลค์!

แอสตันทวนคำ คนอะไรชื่อมีเยอะแยะดันชื่อนม! แล้วดวงตาของนักล่าหน้าหยกก็เลื่อนไล้ลงมามองที่น่าอกแวบหนึ่ง แต่เพียงแค่นั้นมันก็ทำให้คนถูกมองแทบลุกไปตะกุยหน้าหล่อๆ ให้ได้เลือด

            “ทำไมเหรอคะ มีอะไรน่าตกใจ หรือคุณมีปัญหา”

            “เปล่าครับ”

นักเลงเสียด้วยนะแม่คุณ นี่ละมั้งแม่ถึงไว้วางใจให้มาเป็นพี่เลี้ยงเด็ก เพราะจากสถานการณ์มันเห็นชัดเจนว่าสาวร่างเล็กไม่ค่อยจะชอบขี้หน้าเขาเท่าไร ว่าแต่หกปีก่อนเขากับหล่อนเคยรู้จักกันเหรอวะ ไม่ยักรู้

            “ส่วนนี่มือขวาของผม ชื่อเบน ส่วนนั่นแม่บ้าน รอร่า กับผู้ช่วย ดอลลี่ และ อามิลี่ และพวกนั้นเป็นบอร์ดี้การ์ดของผม คุณสามารถเรียกใช้ทุกคนได้ตลอดเวลา ทุกคนจะอำนวยความสะดวกให้คุณทุกอย่าง”

            ทุกคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูโค้งศีรษะอย่างให้เกียรติ มิลันตายิ้มให้ทุกคนอย่างคนมีอัธยาศัยดี จะยกเว้นก็แต่เจ้าของบ้านเท่านั้นล่ะที่เธอค่อนข้างไม่ถูกชะตาเอาเสียเลย

            “ฉันขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”

            ทุกคนโค้งคำนับอีกที ก่อนเจ้าบ้านหนุ่มจะยกมือเป็นเชิงให้ออกไป ตรงนี้จึงมีเพียงเด็กแก่แดดที่เอาแต่จ้องหน้าพี่เลี้ยงสาว และคุณพ่อรูปหล่อที่นั่งยิ้มกริ่มได้ตลอดเวลาจนมิลันตารู้สึกฉุน

            “สงสัยพ่อจะมีเรื่องคุยกับพี่มิลค์เยอะ ถ้างั้นผมกับลุงเบนออกไปข้างนอกก่อนนะฮะ”

            และโดยไม่ต้องรอให้บิดาอนุญาต เด็กเจ้าแผนการก็ถือวิสาสะจูงมือของมือขวาหนุ่มออกไปหน้าตาเฉย ก่อนจะหันมาขยิบตาให้บิดา นั่นแหละเบนจึงเข้าใจเจตนารมณ์ของนายน้อยว่าอยากให้พ่อทำอะไร

            “คุณมิลค์คงได้คุยกับแม่ผมมาบ้างแล้ว”

            “ค่ะ มาดามบอกให้ฉันมาคอยดูแลคุณอเล็กซ์ทุกวันเสาร์อาทิตย์ ส่วนวันธรรมดาดิฉันมีเรียนที่มหาวิทยาลัย...”

            เธอบอกชื่อมหาวิทยาลัยชื่อดังด้านการโรงแรมแก่ชายหนุ่ม คนฟังพยักหน้าเล็กน้อย เขาอ่านประวัติของเธอแล้ว เห็นว่าสอบชิงทุนระยะสั้นมาได้ มารดาซึ่งเปรียบเสมือนรุ่นพี่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจึงเป็นธุระจัดการเรื่องที่พักอาศัยให้ เจ้าหล่อนจึงอาสามาเป็นพี่เลี้ยงเด็กเพื่อเป็นการตอบแทน

            “ที่จริงมหาวิทยาลัยก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านผมเท่าไร คุณน่าจะย้ายมาอยู่ที่นี่ด้วยกันนะครับ”

            “ขอบคุณในความมีน้ำใจนะคะ แต่ดิฉันคิดว่าอยู่หอพักจะปลอดภัยและสบายใจมากกว่า” แอสตันไหวไหล่

            “ถ้างั้น เดี๋ยวผมจะให้เด็กพาคุณไปห้องพัก”

            “ค่ะ”

เธอตอบสั้นๆ ก็ไม่รู้จะตอบยาวไปทำไม เห็นดวงตานิ่งๆ แต่มีรอยยิ้มมุมปากของอีกฝ่ายแล้วไม่ชอบเอาเสียเลย หกปีที่แล้วเขาคงจำไม่ได้ อย่างว่าละนะ ก็มันไม่มีอะไรน่าประทับใจสักหน่อย

            “สักเที่ยงๆ ผมจะพาลูกออกไปช็อปปิ้งข้างนอก ผมอยากให้คุณไปด้วย”

            “มันเป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้วค่ะ เพราะฉันเป็นพี่เลี้ยงของลูกคุณ”

            พูดจบสาวสวยก็สะบัดหน้าคว้ากระเป๋าเดินออกจากห้อง พอพ้นประตูห้องแม่บ้านก็กุลีกุจอเข้ามาช่วยหิ้ว แอสตันหรี่ตามองตามร่างบางพยายามคิดว่าหกปีที่แล้วเขารู้จักเธอที่ไหน ก่อนสมองเพลย์บอยหนุ่มจะวาบขึ้น รีบยกหูโทรศัพท์ต่อสายหามารดาทันทีเพื่อไขความกระจ่าง

           

            เด็กชายจูงมือพี่เลี้ยงสาว เดี๋ยวแวะดูตรงโน้นเดี๋ยวเดินไปตรงนี้จนแทบจะลืมคนเป็นพ่อไปเลย แต่ก็น่าแปลกที่เพลย์บอยปารีสไม่นึกน้อยใจเลยสักนิด ติดจะเพลิดเพลินด้วยซ้ำที่เห็นลูกมีความสุข เพราะหลังวางสายจากมารดาภาพความทรงจำที่เขาคิดว่าลืมไปแล้วก็ผุดขึ้นราวกับมันเพิ่งเกิดเมื่อไม่นาน

            มิลันตาคือผู้หญิงคนนั้น คนที่เขามองเห็นแล้วว่าเจ้าหล่อนดูเด็กสุดในหมู่นักข่าว เขาจึงเลือกหญิงสาวมาช่วยแสดงบทบาทด้วยกัน แต่...ยัยตัวแสบก็ใช่ย่อยเสียที่ไหน เพราะพอเขาให้ค่าทำขวัญเจ้าหล่อนก็เปลี่ยนเป็นคนละคน แถมตอนมารดาไปจัดอาหารเลี้ยงที่บ้านเด็กกำพร้า เจ้าหล่อนยังทำเอาเขาเกือบเสียศูนย์

            “พ่อฮะผมอยากไปพระราชวังแวร์ซายน์ต่อ”

            “แต่มันบ่ายโมงแล้วนะลูก เอาไว้สัปดาห์หน้าดีกว่า” เด็กชายหน้ามุ่ยอย่างขัดใจ นางฟ้าใจดีจึงลดตัวนั่งบนส้นเท้ากอดหนุ่มน้อย

            “จริงอย่างที่คุณพ่อว่านะจ๊ะ ไว้สัปดาห์หน้าเราค่อยไปกันตั้งแต่เช้าจะได้มีเวลาเที่ยวนานๆ วันนี้เหลืออีกไม่กี่ชั่วโมงไปก็เที่ยวได้ไม่นาน พี่ว่า...เราไปเดินเล่นแถวๆ หอไอเฟลดีกว่าไหม”

            “ดีฮะ”

ไอ้ตัวแสบกระตือรือร้นจนคนเป็นพ่อหมั่นไส้ แต่พอนั่งรถไปสักพักยังไม่ทันจะถึงที่หมาย ไอ้ตัวแสบก็คอพับคออ่อนหนุนตักพี่เลี้ยงสาวหลับปุ๋ยจนไม่มีใครกล้าปลุก

            “คุณคงเหนื่อยมาก”

            “ไม่หรอกค่ะ แค่นี้เล็กน้อย เด็กๆ ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเยอะกว่านี้อีก ว่าแต่...นี่เรากำลังจะไปไหนกันคะ”

            “ตอนแรกว่าจะไปหอไอเฟล แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว” พูดจบชายหนุ่มก็เปิดกระจกที่กั้นระหว่างตอนหน้าและตอนหลังเพิ่มความเป็นส่วนตัว

            “เบนกลับบ้านเลย อ้อ โทรสั่งอาหารร้านโปรดให้ด้วย”

            “ครับ” พอสั่งจบ มือหนาก็จัดการเลื่อนกระจกปิดไว้ตามเดิม

แม้รถจะไม่ได้ยาวเหมือนลีมูซีน แต่รถยนต์สมรรถนะเยี่ยมคันนี้ก็หรูหราไม่แพ้กัน นี่ละน้าคนรวย ไอ้ที่ทำเป็นแบ่งตอนหน้าตอนหลังก็คงจะเอาไว้ทำกิจกามกับผู้หญิงในคอนโทรลมากกว่า มิลันตันเบ้ปากเหยียดๆ กับสิ่งที่จิตนาการ

หารู้ไม่ว่าแววตาของเสือร้ายกำลังจับจ้องตาเป็นมัน ถูกอกถูกใจกับท่าทีดื้อรั้นไม่ยอมใครของหญิงสาวเหลือเกิน ก็จะไม่ให้จ้องได้ไง ปากเจ้าหล่อนอวบอิ่มน่าจูบเสียขนาดนั้น ใครจะคิด ว่าสาวแว่นในวัยยี่สิบตอนนั้นจะมีทรวดทรงองเอวน่าปรารถนาขนาดนี้

            “ตอนนี้คุณไม่สวมแว่นตาแล้วเหรอ” หลังเงียบกันไปพักใหญ่ เพลย์บอยลูกหนึ่งก็เริ่มชวนคุย

            “อย่าบอกนะว่าคุณ...”
            “ใช่ ผมจำได้แล้วว่าเราเคยพบกันที่ไหน และสาวน้อยเคยทำอะไรไว้กับผมบ้าง”

อี๋ ฉันไม่ใช่สาวน้อยนะยะ ยี่สิบห้าย่างเข้ายี่สิบหกเนี่ยสาวเต็มตัวเลยต่างหาก มิลันตาเถียงในใจมองค้อนจนอีกฝ่ายหัวเราะ

            “ฉันก็จำได้ ว่าเคยทำอะไรไว้กับคุณบ้าง”

            “แต่มันก็นานมากแล้ว เราจะให้อภัยกันไม่ได้เชียวหรือครับคนสวย ผมเองก็ไม่อยากถูกมองเป็นผู้ชายไม่เอาไหนไปตลอดชีวิต”

ผู้ชายที่ถูกมองไม่เอาไหนอยากปรองดองขึ้นมาทันที

            “อย่ามองผมแบบนั้นสิจ๊ะ”

            “ไม่ต้องมาจ๊ะ ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นของคุณ”

            “ก็ใครว่าใช่ล่ะคุณพี่เลี้ยงคนสวย”

            คนพูดทำตาวิบวับยักคิ้วให้ มิลันตาอยากจะกรี๊ดให้โลกแตก นี่เธอกำลังเจอกับไอ้จอมมารหื่นกามใช่ไหมเนี่ย อายุยี่สิบห้าแล้วไม่ได้โง่ถึงขนาดจะมองไม่ออกว่าอีกฝ่ายพยายามจะกวนประสาท แถมในบางครั้งยังมองเธอราวกับจะเปลื้องผ้าผิดกับเวลาอยู่ต่อหน้าลูกลิบลับ

            “ฉันคงสวยได้ไม่เท่าคู่ควงของคุณหรอกค่ะคุณแอสตัน” เธอแดกดัน

            “ไม่รู้สิ แต่ที่แน่ๆ คุณคือนางฟ้าของลูกชายผม”

คนถูกเรียกนางฟ้าแก้มมีสีเรื่อขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเมินหน้าออกนอกหน้าต่าง เพราะตอนนี้ตัวช่วยเธอนอนหลับ ไอ้จอมมารสุดหื่นเลยถือโอกาสประทุษร้ายเธอทางสายตา

            “เขาว่าปารีสคือมหานครของคู่รัก คุณคิดว่าไงกับคำจำกัดความนี้”

            “ไม่รู้สิ ฉันไม่เคยมีคนรัก”

หลุดปากออกไปแล้วก็อยากจะกัดลิ้นตัวเองนัก เมื่อเห็นรอยยิ้มขันของอีกฝ่าย เขาหลอกถามเธอ!

            “แล้วไม่อยากลองมีคนรักดูบ้างเหรอครับ บางทีคุณอาจจะลืมไปเลยว่าเคยโสด” คนถามเลิกคิ้ว

            “อยู่เป็นโสดก็ดีอยู่แล้ว เพราะบางทีก็ไม่ได้มีอะไรการันตีว่าผู้ชายคนที่เราคบเป็นคนดี ไม่เอาหัวใจไปเสี่ยงย่อมดีที่สุด โดยเฉพาะกับไอ้พวกเพลย์บอยที่เห็นผู้หญิงเป็นของเล่น” มิลันตาตั้งใจเน้นประโยคสุดท้าย หากแอสตันยังคงยิ้มได้อย่างไม่สะทกสะท้าน

            “เพลย์บอยก็มีหัวใจนะครับ ถึงพวกเราจะใช้ผู้หญิงเปลืองแต่นั่นก็เป็นข้อตกลงที่เป็นอันเข้าใจกันแล้วทั้งสองฝ่าย ของอย่างนี้ตบมือข้างเดียวมันคงไม่ดัง คุณก็รู้ว่าเรื่องบนเตียงมันต้องเต็มใจทั้งคู่”

            “คุณ!

อยากจะต่อว่า แต่สุดท้ายก็สะบัดหน้าหนี เพราะรู้ดีว่าเถียงไปก็มีแต่จะเข้าตัว ปลาไหลแบบเขาก็หาข้อแก้ตัวไปได้เรื่อยๆ นั่นแหละ

            ยังไม่ทันจะได้เถียงกันต่อรถคันหรูก็ถึงบ้านเสียก่อน แอสตันสอดมืออุ้มลูกชายเข้าสู่วงแขน ซึ่งไอ้ตัวแสบก็สิ้นลายนอนหลับไม่รู้เรื่อง ร่างสูงอุ้มเด็กชายเข้าไปในบ้านจนถึงห้องนอน หญิงสาวจึงปลีกวิเวกแยกตัวออกไป เพราะจำได้ว่าแม่บ้านเคยบอกเธอว่ามีสวนหย่อมอยู่ด้านหลัง

            เท้าเล็กย่างกรายบนทางเดินรูปตัวหนอนที่คดเคี้ยว ในขณะที่ดวงตาก็มองความงามตรงหน้าจนแทบไม่อยากเชื่อ ต้นแก้วหลายต้นออกดอกสะพรั่งแข่งกับต้นดอกมะลิที่รายล้อมพร้อมดอกลิลลี่สีขาวบริสุทธิ์ กลิ่นของมวลดอกไม้ทำให้หญิงสาวเผลอสูดดมเข้าไปเต็มปอด กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็เมื่อมีเสียงกระแอมกระไอดังมาจากด้านหลัง

            “คุณมาตั้งแต่เมื่อไร”

            “เมื่อกี้” แอสตันตอบยิ้มๆ เดินผ่านร่างบางมายืนอยู่ใต้ต้นแก้วต้นใหญ่สุด

            “ต้นแก้วต้นนี้มากกว่าอายุผม และมันก็มีความหมายกับคุณพ่อคุณแม่ของผมมาก เพราะคุณพ่อผมท่านขอแม่แต่งงานผ่านดอกแก้วต้นนี้”

แม้เป็นเพียงเรื่องเล่าสั้นๆ แบบรวบรัด แต่มันก็ทำให้คนฟังรู้สึกถึงอานุภาคความรักของคนทั้งคู่

            “เรื่องราวของท่านทำให้ผมอยากเจอความรักแบบนั้นบ้าง” หนุ่มหล่อเปรยขึ้น คนฟังได้สติเบ้ปาก

            “คนอย่างคุณเคยคิดแบบนั้นด้วยเหรอ แต่ฉันว่าคงยาก เพราะขนาดคุณยังไม่เคยจะแบ่งปันความรักให้กับใคร แล้วใครเขาจะมาแบ่งปันความรักแบบจริงใจให้คุณล่ะคะมิสเตอร์”

พูดจบก็หมุนร่างกลับ ไม่ชงอยากชมมันละธรรมชาติเนี้ย เห็นหน้าไอ้จอมมารนี่ทีไรหงุดหงิดทุกที

            “จะรีบไปไหนล่ะ ไม่เดินดูต่อเหรอคนสวย ที่นี่มีพรรณไม้จากเมืองไทยเยอะนะ”

เจ้าบ้านชักชวน ทั้งที่ออกจะทึ่งกับความกล้าของหญิงสาว เจ้าตัวจะรู้หรือเปล่าว่าตั้งแต่เขาย่างเข้าวัยหนุ่มยังไม่เคยมีสาวไหนกล้าพูดอะไรตรงๆ แบบนี้กับเขาสักคน

            “ไม่ละค่ะ หมดอารมณ์” คนหมดอารมณ์ตอบเสียงห้วน

            “งั้นผมทำให้มีเอาไหมจ๊ะคนสวย”

            “อุ๊ย! นี่คุณจะทำอะไร”

            มิลันตาอุทานเมื่อถูกอีกฝ่ายถึงเข้าสู่อ้อมแขน พอเธอจะยกเข่าขึ้นทำร้ายกล่องดวงใจ อีกฝ่ายก็เลี่ยงหลบว่องไวแถมยังกอดเธอซะแน่นหายใจหายคอแทบไม่ออก ใบหน้าหล่อเหล่าโน้มเข้าใกล้อย่างจงใจ ตลอดร่างของสองหนุ่มสาวเบียดเสียดกันจนรับรู้ถึงมัดกล้ามตึงแน่นของเพศชาย พอกับที่แอสตันก็รับรู้ถึงความนุ่มนิ่มและอวบหยุ่นของสตรีเพศ

            “ไม่สวมแว่นแบบนี้คุณสวยมากเลยยาหยี”
            “อย่ามาเรียกแบบนั้นฉันไม่ใช่ยาหยีของคุณ กรุณาทำความเข้าใจด้วย อย่าเที่ยวเอาฉันไปปะปนกับผู้หญิงในสต็อคของคุณ” คนถูกเรียกยาหยีเม้มปากไม่พอใจ

            “โอ้ ผมก็ไม่เคยคิดแบบนั้น”

            “แต่การแสดงของคุณมันทำให้ฉันคิด แล้วก็กรุณาปล่อยมือด้วย”

คนอยากลวนลามจำต้องปล่อยอย่างแสนเสียดาย เดี๋ยวเถอะ สบโอกาสครั้งหน้าเมื่อไรเขาต้องได้จูบหล่อนแน่ๆ แม่ตัวแสบ หกปีก่อนเล่นเอาเขาขายหน้าพี่ชาย เพราะฉะนั้นงานนี้จะต้องมีเอาคืน!

“คุณกลัวผม”

แอสตันกระซิบกระซาบชิดริมหู ก่อนถอยฉากรวดเร็วแล้วเดินผิวปากออกไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้คนถูกแกล้งเข็นเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างโกรธๆ

“ฉันไม่เคยกลัวคุณ”

หญิงสาวตะโกนไล่หลังแล้วก้าวๆ ฉับๆ นำหน้าอีกฝ่ายไป เลยเป็นโอกาสให้เพลย์บอยปารีสสำรวจสรีระอันแสนยั่วใจโดยไม่รู้ตัว ไอ้รูปรางนาฬิกาทรายแบบนี้มันเรียกเลือดหนุ่มของเขาให้วิ่งพล่านดีนักแล

 

“ที่รักคะ ทำไมคุณถึงเหมือนคนตายอดตายอยากแบบนี้ล่ะ ฉันช้ำไปทั้งตัวแล้วนะ มีหวังพรุ่งนี้เดินแบบไม่ได้แน่”

นางแบบสาวหุ่นทรมานใจชายออดอ้อนเบียดร่างเปลือยเข้าหาหนุ่มนักรักยิ้มยากอย่างยั่วยวน หากแต่ชายหนุ่มก็ยังคงกึ่งนอนกึ่งนั่งพิงหัวเตียง ขณะที่มือยังถือแก้วแชมเปญจิบพลางด้วยสีหน้าครุ่นคิด

“แอรอนคะ ที่รัก คุณฟังฉันอยู่รึเปล่า” เจ้าหล่อนเขย่าแขนล่ำบึกเบาๆ นั่นแหละชายหนุ่มจึงหลุดจากภวังค์

“คุณว่าไงนะแองจี้”

“น่าน้อยใจจัง” เจ้าหล่อนกระเง้ากระงอด หากขยับเสียดสีร่างกายมากขึ้น

ผู้หญิงที่อยู่กับเขาเท่านั้นที่รู้ว่าแอรอนเป็นคนที่มีอารมณ์รุนแรงแค่ไหน จนเกือบเทียบเคียงได้กับความป่าเถื่อน บทรักของเขาสามารถยาวนานต่อเนื่องได้ถึงสามสี่ชั่วโมงโดยไม่ต้องหยุดพัก ทุกวันนี้แองเจเลน่ายังไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนนักหนา เมื่อคืนเขาก็เล่นรักกับเธอจนถึงกับสลบคาเตียง ทั้งที่เธอก็ถือว่าเป็นเจ้าแม่เจนสังเวียนตัวยง

“ฉันถามว่าคุณไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนนักหนา” ดวงตาสวยเฉี่ยวหยาดเยิ้ม

“เปล่านี่”

“ลืมไป ว่าคุณมันพวกฮาร์ดคอร์”

พูดจบ นางแบบสาวลุกขึ้นมานั่งบนร่างหนาด้วยลีลายั่วยวน แน่ละ ก็เธอน่ะมืออาชีพที่สุดแล้ว ไม่อย่างนั่นหนุ่มหล่อจอมเย็นชาจะควงเธอมาถึงห้าเดือนหรือ และเธอก็ไม่คิดจะปล่อยมือจากเขาง่ายๆ หรอก เขาติดเธอและเรียกใช้บริการบ่อยขนาดนี่ แสดงให้เห็นว่าเซ็กซ์ของเธอมันถึงใจเขาแค่ไหน

ริมฝีปากสีแดงช่ำบรรจงมอบจุมพิตไปบนร่างหนาช้าๆ เพียงสัมผัสแค่นี้แอรอนก็เกิดปฏิกิริยาตอบรับ ร่างหนาหอบหายใจสะท้านเม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามตัวหลังเสพสวาทกับคู่นอนคนล่าสุดเสร็จ ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำเพื่อให้สายน้ำพร่างพรมลงบนร่าง ให้ตายเถอะ เมื่อครู่เขาแทบไม่นึกด้วยซ้ำว่าคนบนเตียงคือแองเจเลน่า หากสมองของจิตนาการไปว่าคือแม่เทพธิดาตนนั้น แม้ความรุ่มร้อนในกายจะบรรเทาลง แต่ร่างกายของเขาก็ยังไม่หยุดต้องการเธอ มันเหลือเชื่อ!

“เดี๋ยวผมจะออกไปข้างนอก” ชายหนุ่มบอกเมื่อเดินออกจากห้องน้ำ

“ไปไหนล่ะคะ ให้ฉันไปด้วยได้ไหม”

“อย่าเลย ผมต้องการความเป็นส่วนตัว” แอรอนตอบสั้นๆ ด้วยสีหน้าที่ไม่บงบอกอารมณ์

“แต่ว่า...”

“ไว้ผมจะโทรไป”

คำพูดเพียงแค่นี้ แม้มันจะฟังดูธรรมดา แต่ก็เหมือนกับว่าเขายังแคร์เธออยู่ ร่างเกือบเปลือยจึงตวัดผ้าขนหนูคลุมร่างแล้วลุกจากเตียงมาโอบเอวสอบไว้แน่น ในขณะที่แอรอนเริ่มกลัดกระดุมเชิ้ต

“ทำไมคุณถึงได้เย็นชาแบบนี้ล่ะคะแอรอน คุณแทบไม่เคยยิ้มให้ใครเลย บางครั้งคุณดูเหมือนกับลังคิดถึงใครอยู่ แองจี้น้อยใจจัง” เจ้าหล่อนออเซาะ

“รีบแต่งตัวเถอะ”

นอกจากจะไม่แคร์แล้ว แอรอนยังคงวางตัวเรียบเฉยราวกับเมื่อครู่บนเตียงไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้น นี่แหละคือข้อดีของเขาที่สาวมีหัวใจคนไหนก็ทนไม่ได้

“ก็ได้ค่ะ”

เจ้าหล่อนหมุนตัวเดินเข้าห้องน้ำอย่างแสนเสียดาย การจะทำลายกำแพงหินมันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเธอเลย หลายครั้งที่เกือบถอดใจ แต่ความหล่อ ความรวย ความไฮโซโก้หรูของอีกฝ่ายก็ดึงดูดใจทำให้เธอยอมสู้มาจนวันนี้

ชายหนุ่มตวัดปากกาลงบนเช็คเงินสด แล้วดึงวางไว้บนโต๊ะใกล้กับกระเป๋าของนางแบบสาว แล้วเดินออกจากห้องเพื่อไปปาร์ตี้ของคลูนี่ ปาร์ตี้ที่มีแต่สาวสวยแถวหน้าของอิตาลีเอาไว้ หากแต่ไม่ว่าจะสวยมากมายแค่ไหน ก็ไม่มีใครที่แอรอนถูกใจสักคน ใบหน้านวลเนียนอ่อนใสไร้เครื่องสำอางยังตามหลอกหลอนจนเขาแทบคลั่ง

“ดูนายไม่ค่อยสนุก มีอะไรหรือเปล่าวะ นายดูแปลกๆ ตั้งมาถึงแล้ว ถามโยเซฟมันก็บอกว่าไม่รู้”

“ไม่มีอะไรหรอก”

แม้มันจะพยายามปกปิดไว้ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ แต่คลูนี่รู้ว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไป และแอรอนก็รู้ดีว่าตัวเองกำลังต้องการหญิงสาว ต้องการมากเหมือนอยากยา!

“นายโกหกไม่เนียน อย่าปิดฉันเลยว่ะ”

“เรื่องไร้สาระน่า” ขืนไปบอกว่าเขากำลังต้องการผู้หญิงโลคลาสสักคน มันจะได้หัวเราะเอาน่ะสิ

“ให้ฉันเรียกเด็กมาสักคนไหม หรือว่าหลายคนดี” คูลลี่กระเซ้า จึงได้ดวงตาคมขวางของเพื่อนเป็นการตอบกลับ

“ไม่ล่ะ ฉันว่าจะกลับแล้ว”

“อะไรนะ ปาร์ตี้นี้ฉันต้อนรับนายเลยนะเว้ย แล้วจู่ๆ นายจะกลับ พระเจ้า นายต้องล้อเล่นแน่”

เจ้าของงานร้องลั่น อัดควันบุหรี่เข้าปอดไม่อยากเชื่อ ก็สาวๆ ด้านนอกเกือบสิบชีวิต เขาอุตส่าห์จ้างมาต้อนรับมัน เพราะรู้ดีว่ามันอึดและทนทานขนานแท้ เผื่อสาวไหนสลบไปมันจะได้ต่อเนื่อง แต่ดูมันพูดเข้าสิ ตัดรอนกันเกินไป

“ขอโทษที แต่ฉันอยากพักผ่อนจริงๆ ช่วงนี้คงเดินทางบ่อยฉันเลยไม่ค่อยมีอารมณ์ ฉันนึกว่านายจะนัดมาคุยเรื่องงานก็เลยมา ถ้าเป็นเรื่องสาวขอบายว่ะเพื่อน ไว้โอกาสหน้าแล้วกัน” แอรอนตอบด้วยสีหน้าไร้อารมณ์

“มันไม่ใช่นายเลย แต่เอาเถอะ ฉันจะหาคำตอบเองว่าทำไม” เพลย์บอยอิตาลียิ้มมุมปาก

“งั้นฉันกลับละ นายเถอะ อย่าหักโหมมากแล้วกันเดี๋ยวพรุ่งนี้จะไม่มีแรงตื่นมาประชุม”

คนเย็นชาไม่วายหันมาเย้าเพื่อนหน้าตาย แล้วเดินออกจากเซฟเฮ้าน์หรู เล่นเอาบรรดานางแบบหน้าใหม่ที่รอเขมือบต้องร้องออกมาอย่างแสนเสียดาย แต่ยังไงคืนนี้หนุ่มหล่อเจ้าของงานก็ต้องเรียกพวกเธอตอบสนองความต้องการของเขาอยู่ดี ซึ่งคลูนี่ก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ชายที่ใช้ผู้หญิงเปลืองที่สุดคนหนึ่งเช่นกัน

 

“ไม่สนุกเหรอครับ”

โยเซฟถามขณะรินบรั่นดีให้เจ้านายที่นั่งเอกเขนกอยู่ระเบียงห้องรับแขก มองฝ่าความมืดของรัติกาลด้วยสีหน้าเรียบเฉย และมือขวาหนุ่มก็ค่อนข้างมั่นใจว่าเหตุผลที่ทำให้เจ้านายหนุ่มแทบจะไร้อารมณ์ทางเพศ จะต้องมีสาวไทยคนนั้นเข้ามาเกี่ยวข้อง

“เจ้านายชอบผู้หญิงคนนั้นหรือครับ” ไม่มีคำตอบ นอกจากดวงตาสีฟ้าเข้มที่คล้ายจะตำหนิ แต่ก็ไม่พูดออกมา

“แกรู้ใจฉันเสมอ”

นี่เป็นข้อดีอีกข้อในจำนวนหลายข้อที่แทบหาข้อเสียไม่ได้ของโยเซฟ ไม่ต้องเอ่ยปากพูดหมอนี่ก็จัดการเรื่องทุกอย่างได้ราวกับรู้ใจ จึงไม่ต้องแปลกใจเมื่อสิ้นปีหมอนี่จึงได้โบนักมากหลายเท่าตัว ขนาดที่บริษัทไหนก็ให้ได้ไม่เท่าแอรอน

“เธอจะเริ่มทำงานพรุ่งนี้ครับ ประจำอยู่แผนกสารสนเทศ เธอจบคอมพิวเตอร์มา จะให้ผมเรียกเธอมาพบพรุ่งนี้เลยหรือเปล่าครับ”

“แกก็รู้ว่าฉันไม่ชอบยุ่งกับเด็กในปกครอง”

“แต่มันก็มีข้อยกเว้นสำหรับบางกรณี อย่างเช่นกรณีนี้เป็นต้น”

ดูมันพูดเข้า พยายามจะให้เขาแหกกฎของตัวเองอยู่นั่น แต่มันก็เดาใจเขาถูกจนต่อว่าไม่ลง

“พรุ่งนี้หลังเลิกงานพาหล่อนมาหาฉัน จะด้วยวิธีไหนก็ได้”

ผู้เป็นนายสั่ง และคำสั่งของแอรอนไม่มีคำว่าทำไม่ได้ พอๆ กับโยเซฟที่ไม่มีวันทำให้เจ้านายผิดหวัง มันเรื่องบ้าบอสิ้นดีที่ผู้หญิงคนหนึ่งทำให้เขาเสียการควบคุมตัวเองได้ขนาดนี้ จนอยากจะรู้ว่าหากเขาได้เป็นส่วนหนึ่งในร่างกายสวยๆ แล้ว ความรุ่มร้อนที่อันแน่นอยู่ในกายมันจะลดลงหรือไม่  หรือว่ามัน...จะมากมายขึ้นเป็นเท่าทวี

 

Ferrari Enzo จอดอยู่ตรงบันไดหน้าบ้าน เรียกให้ดวงตากลมโตต้องมองอย่างฉงน ใช่ มันสวยมาก จนสามารถเรียกต่อมความอยากของบรรดาเศรษฐีทุกมุมโลกให้อยากเป็นเจ้าของ แต่ค่ายม้าลำพองสัญชาติอิตาลีคันนี้แค่มีเงินอย่างเดียวซื้อไม่ได้ เพราะผู้ที่จะเป็นเจ้าของซุปเปอร์คาร์สุดหรูคันนี้ได้ จะต้องได้รับบัตรเชิญจาก Ferrari เท่านั้น

ร่างเล็กจ้ำม่ำเดินมาเกี่ยวนิ้วก้อยพี่เลี้ยงสาว พร้อมขยิบตาให้เล็กน้อยอย่างเจ้าชู้ จนมิลันตาไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เด็กน้อยทำนั้นมันถ่ายทอดพันธุกรรมมาจากบิดาหรือเปล่า แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด เธอก็คิดว่าลูกชายน่าคบกว่าคนเป็นพ่อตั้งเยอะ อย่างน้อยเจ้าตัวก็ไม่เคยแทะโลมเธอทางสายตา

“รถพ่อผมสวยหรือเปล่าฮะ” ไอ้ตัวแสบเงยหน้าถาม

“สวยจ้ะ”

“ในบรรดารถของพ่อผมชอบคันนี้ที่สุด สีมันโดนใจฮะ และผมก็ห้ามพ่อพาสาวคนไหนมานั่ง แต่วันนี้ผมอนุญาตให้พี่สาวนั่งเป็นคนแรกและคนเดียวด้วยฮะ”

หนุ่มน้อยยักคิ้วยิ้มแก้มปริ จูงมือพี่เลี้ยงสาวเข้าไปนั่งตอนหน้า ก่อนตัวเองจะปีนไปนั่งด้านหลังอันคับแคบแล้วเสนอหน้าเข้ามาคุยอยู่ตรงกลางได้อย่างน่ารัก

“เดี๋ยวผมจะไปส่งลูกที่โรงเรียน แล้วค่อยเลยไปส่งคุณที่มหาวิทยาลัย”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไปรถไฟฟ้าก็ได้ มันคนละทางกันเสียเวลาคุณเปล่าๆ”

“ไม่ได้ฮะ พ่อต้องไปส่งพี่สาว ทีไปส่งยัยปากแดงยังไปได้ กะแค่ไปส่งพี่มิลค์พ่อไม่เสียเวลาหรอกฮะ มีเรื่องด่วนอะไรเดี๋ยวลุงเบนก็โทรรายงานพ่อเอง” ไอ้ตัวแสบอธิบายให้เสร็จสัพแบบไม่ต้องมีรอบสอง

“แต่ว่าพี่”

“เถอะน่าคุณ ก็อย่างที่ลูกผมบอกนั่นแหละ”

“ใช่ฮะ”

สองพ่อลูกเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย คนหัวเดียวกระเทียบลีบจึงต้องพยักหน้าด้วยความจำยอม มันคงไม่เลวร้ายหรอกมั้งที่มีเขาไปส่ง

ไม่นานก็ถึงโรงเรียนของเด็กชาย แอสตันกับมิลันตาลงจากรถ โดยมีเด็กชายอยู่ตรงกลางเดินจูงมือไปหาอาจารย์สาวที่ยืนส่งยิ้มให้เด็กน้อยมาแต่ไกล

“โอ้ สวัสดีคะคุณแอสตัน”

“สวัสดีครับมาร์กาเร็ต” คุณครูสาวยื่นมือมาข้างหน้าทักทาย พลางมองสาวน้อยด้านข้างด้วยสีหน้าแปลกใจ

“นี่พี่เลี้ยงผมฮะ”

“สวัสดีค่ะ ดิฉันมิลันตา ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”

“เช่นกันค่ะ คุณทำให้ฉันแปลกใจมากที่เข้ากับอเล็กซ์ได้”

เพราะมีครั้งหนึ่งที่แอสตันต้องรีบมารับลูก แต่ดันควงอนงค์นางหนึ่งมาด้วย เล่นเอาไอ้ตัวแสบกระบวนอย่างหนักยังไงก็ไม่ยอมขึ้นรถ เดือดร้อนถึงเบนที่ต้องจัดการหารถพาอนงค์นางนั้นไปส่ง นั่นแหละไอ้ตัวแสบหัวหมอจึงยอมกลับบ้าน

“แล้วเจอกันวันศุกร์นะฮะพ่อ พี่มิลค์”

“แล้วเจอกันจ้ะ”

เด็กน้อยเดินตามครูเข้าไปด้านใน โดยมีสายตาของพี่เลี้ยงสาวและบิดามองตามด้วยรอยยิ้ม แต่พอได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วมิลันตาก็ต้องสะดุ้งกับประโยคที่เจ้าตัวคุยกับครู ก่อนเจ้าตัวจะจ้ำอ้าวไปที่รถแบบไม่เหลียวหลัง

พี่เลี้ยงสวยเชียวนะอเล็กซ์ มิน่าเราถึงยอมให้มากับพ่อ

วันนี้เป็นพี่เลี้ยง แต่เดี๋ยวอีกหน่อยก็เป็นแม่แล้วฮะ

เด็กแก่แดดตอบคุณครูไปอย่างนั้น ก็เลยเป็นผลให้นางฟ้าด้านข้างไม่หันมามองเขาอีกเลย เอ๊ะ นี่เขาเห็นเจ้าหล่อนเป็นนางฟ้าเหมือนลูกชายตั้งแต่ตอนไหนวะเนี่ย

“รังเกียจผมมากเหรอคนสวย ถึงไม่อยากจะมองหน้าหล่อๆ ของผม หรือแม้แต่พูดด้วยสักคำ” เมื่อภายในรถเหลือเพียงสองคน มิลันตาก็เลือกจะสงบปากสงบคำ

“รู้แล้วจะถามทำไม” แน่ะ ดูเจ้าหล่อนตอบสิ ยิ่งทำปากหมั่นไส้รังเกียจเขาแบบนี้ ชายหนุ่มก็ยิ่งอยากกำราบ

เธอไม่รู้หรือไงว่าเขามันเพลย์บอยอันดับหนึ่งเลยนะเว้ย สาวๆ ที่ไหนก็อยากกระโจนขึ้นเตียงกันทั้งนั้น แล้วนี่อะไรล่ะ กับแค่ผู้หญิงธรรมดา(นางฟ้าของลูก) หญิงสาวกลับทำเมินราวกับเขามันไม่เร้าใจพอ

“คุณเป็นผู้หญิงคนแรกที่แสดงอาการรังเกียจผมชัดเจน”

“มันเป็นสิทธิส่วนบุคคลว่าฉันจะชอบหรือไม่ชอบใคร เพราะฉันสามารถใช้วิจารณญาณตัดสินได้ด้วยตัวเอง ว่าใครดีไม่ดี ใครควรคบใครไม่ควรคบ ใครควรผูกมิตรด้วยและใครไม่ควรเข้าใกล้” มิลันตาตอบเรียบๆ คนฟังแคนยิ้มเล็กน้อย

“โดยเฉพาะผมว่างั้นเถอะ”

“ฉันไม่ได้พูดนะ” นางฟ้าของลูกออกตัว

“ที่ไม่อยากผูกมิตรกับผม เพราะกลัวจะห้ามใจไม่ให้รักผมไม่ได้หรือเปล่าครับคุณผู้หญิง”

“ช่างกล้าพูดนะคะ อย่าลืมว่ามนุษย์ผู้หญิงไม่ได้มีความคิดเหมือนกันทุกคน สำหรับบางคนผู้ชายที่หล่อดูดี อาจจะดูแย่ในสายตาก็ได้”

“น่าแปลกที่ผมไม่เคยดูแย่ในสายตาใคร”

ชายหนุ่มตอบอย่างมั่นใจ จนคนที่โดยสารมาด้วยเบ้ปากเหยียดๆ อย่างไม่คิดจะปิดบังความรู้สึก

“อย่ามั่นใจนักสิคะ” สาวสวยยิ้มหวานเชือดเฉือน

“นี่คือเรื่องที่ผมมั่นใจที่สุด ผู้หญิงบนเตียงของผมไม่เคยมีใครปฏิเสธผมสักคน ไม่เชื่อลองดูก็ได้”

“หยาบคาย”

“ก็จริงนี่ครับ ไม่ลองจะไปรู้ได้ยังไงว่าผมห่วยแตกหรือเปล่า” คนฟังตาโต นี่เขากำลังชวนเธอทำเรื่องอย่างว่า

 “คนทุเรศ ผู้ชายอย่างคุณใส่พานมาถวายถึงเตียงนอนฉันยังไม่ชายตาแลเลย เชิญไปขึ้นเขาลงห้วยกับบรรดาผู้หญิงสมองกลวงของคุณเถอะ ไอ้คนเฮงซวย”

มันเป็นคำพูดสุดท้ายของมิลันตา ก่อนจะเปิดประตูลงรถแช่งชักหักกระดูกคนขับอย่างหัวเสีย ด้านเพลย์บอยลูกหนึ่งก็ได้แต่ยิ้มกริมให้กับตัวเอง อย่างนี้สิชีวิตมันถึงจะมีรสชาติ

 

จิ๊บ ช่อศิลาญา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น

  1. #13 saluk (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2555 / 05:04
    ลูกน้องช่างรู้ใจเจ้านาย
    อีกคนหนึ่งลูกชายช่างรู้ใจคเป็นพ่อ
    ให้มันได้อย่างงี้ซิ
    สนุกจ้า มา่ต่อไวไวนะจ๊ะ
    #13
    0
  2. #11 ponpim (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2555 / 20:29
    คนหน้าด้านลูกหนึ่ง นี่แรงดีไม่มีถอยจริง
    โดนว่าขนาดไหน ก็ยังยิ้มได้ตลอด พึ่งรู้นะเนี่ย ว่าชีวิต ชอบความรุนแรง
    (สาวๆ ที่เจอมีแต่อ่อนหวาน เจอหนูิมิลค์ ด่าซะขนาดนี้ยังยิ้มได้อีก)
    #11
    0