จอมมารล่ารัก

ตอนที่ 1 : บทที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,759
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    7 ก.ค. 55

บทที่ 1

            ตึกสูงที่เพิ่งสร้างเสร็จและเปิดทำการเมื่อต้นปีของตระกูลคาร์ซิยาสโดดเด่นอยู่กลางกรุง ตระกูลคาร์ซิยาสผู้มั่งคั่งและมีอิทธิผลต่อคนฝรั่งเศส เฉพาะเม็ดเงินจากการประกอบธุรกิจเดินเรือสำราญตั้งแต่รุ่นพ่อ จนกระทั่งมาถึงรุ่นลูกสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำจนขยายอาณาเขตและมีสำนักงานสาขาเพิ่มในอิตาลี  

            นอกเหนือจากสร้างรายได้ให้กับเจ้าของ ยังสามารถสร้างรายได้หล่อเลี้ยงคนฝรั่งเศสรวมถึงรัฐบาลและมูลนิธิมากมายที่ถือเป็นการคืนกำไรให้กับประชน ที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ธุรกิจล่องเรือสำราญของตระกูลคาร์ซิยาสที่แทบจะผูกขาดฝ่ายเดียว ทั้งนี้ทั้งนั้นนโยบายของผู้เป็นพ่อก็ยังดำรงอยู่ โดยแบ่งสันปันส่วนให้เรือของเจ้าอื่นยังคงประกอบธุรกิจต่อไปได้โดยไม่มีการแย่งลูกค้า

            ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทอามานี่ที่สั่งตัดพิเศษลงจากรถสปอร์ตคันหรู ก่อนการ์ดประจำตัวจะขับเข้าไปเก็บยังโรงจอดรถ และเพียงแค่เจ้าของร่างสูงใหญ่เดินผ่านประตูกระจกเข้ามา พนักงานที่กำลังเดินขวักไขว่ต่างก็หยุดมองและโค้งคำนับด้วยความนอบน้อม และวันนี้ก็สร้างความประหลาดใจให้กับพนักงานไม่น้อย

เมื่อทายาทหนุ่มฉายาเสือยิ้มยากอย่าง แอรอน ราฟา คาร์ซิยาส ยิ้มอ่อนๆ ให้ทุกคน จนแม้แต่มือขวาคนสนิทอย่างโยเซฟก็ยังต้องอมยิ้มกับท่าทางของเจ้านาย ซึ่งคนที่ทำให้ภาพความอ่อนโยนหาดูยากนี้ปรากฏจนเกือบต้องบันทึกลงกินเนสบุ๊คก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากหนุ่มน้อยที่เจื้อยแจ้วจูงมือผู้เป็นลุงเข้ามาในออฟฟิศ

            “คนมองเราเต็มเลย ว้าว! สงสัยจะเห็นคนดหล่อ”

หนุ่มน้อยว่าก่อนจะหันไปยักคิ้วหลิ่วตาให้บรรดาสาวสวยที่ส่งยิ้มมาให้ แหม! ไอ้หลานรักมันร้ายไม่ใช่เล่น เชื้อพ่อมันแรง! แอรอนส่ายหน้า ซึ่งเป็นผลพวงจากความเจ้าชู้ของน้องชายเมื่อหกปีก่อน ถึงได้มีอเล็กซ์ในวันนี้

            “พรุ่งนี้ลุงต้องไปอิตาลีจริงๆ เหรอฮะ”

            “จริงครับ”

แอรอนตอบก่อนจะย่อตัวอุ้มไอ้ตัวแสบมาไว้ในอก แก้มยุ้ยๆ น่าฟัดจนอดหอมไม่ได้ ใครว่าเขาอ่อนโยนไม่เป็นขอเถียงใจขาดดิ้น

            “แย่จัง อย่างนี้ผมก็เหงาแย่สิฮะ”

            “ก็อยู่กับพ่อของเราสิ รายนั่นเดี๋ยวก็พาไปกินข้าวดูหนังซื้อของเล่น ขี้คร้านเราจะลืมลุง” ลุงรูปหล่อเอาใจ

            “ม่ายจริงอ่ะ พ่อชอบไปกับสาวๆ ผมเบื่อ บางทีก็มีสาวปากแดงมาหาอย่างกับไปกินเลือดใครมาแน่ะ สู้ลุงก็ไม่ได้เวลาอยู่กับผมลุงไม่พาผู้หญิงมา ผมชอบ”

            ก็แน่ละ ก็เขาไม่ชอบทำอะไรประเจิดประเจ้อเวลามีเด็กอยู่ในบ้าน อย่างน้อยหลานก็มาหาเฉพาะวันหยุด ส่วนวันปกติก็เป็นหน้าที่ของมารดาที่เป็นคนเลี้ยงไอ้ตัวแสบอยู่ที่คฤหาสน์ชานเมือง และเวลาที่ต้องการพักผ่อนแบบเป็นส่วนตัวแอรอนก็เลือกใช้บริการโรงแรมห้าดาวมากกว่าจะเป็นเซฟเฮ้าน์อย่างน้องชาย

            พอประตูลิฟต์เปิดออกแอรอนก็วางร่างเล็กลงบนพื้น ทันทีที่ออกจากอ้อมแขนของผู้เป็นลุงเด็กชายก็วิ่งตรงไปยังห้องทำงานของผู้เป็นพ่อ

            “หวัดดีฮะโมนิก้า”

            “โอ้ สวัสดีค่ะอเล็กเซ่ ไม่คิดว่าจะมาด้วย”

            “วันหยุดผมต้องมาอยู่แล้วฮะ ว่าแต่วันนี้โมนิก้าสวยกว่าอาทิตย์ก่อนอีกนะฮ่ะเนี่ย”

แม้จะรู้ว่าเป็นคำประจบของเด็กชาย แต่มันก็เรียกรอยยิ้มของเลขาสาวใหญ่วันสี่สิบได้อย่างเหลือเชื่อ ก่อนเจ้าตัวจะเลื่อนเก้าอี้แล้วโน้มตัวให้เด็กชายหอมแก้มดังเช่นทุกครั้งที่เจอกัน

            “ปากหวานเหมือนเดิมเลยนะพ่อหนุ่มน้อย” เลขาสาวมองรอดแว่น เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ให้ส่ายหน้า

            “พ่อมาหรือยังฮะ”

            “มาแล้วค่ะ แต่เข้าไปไม่ได้นะคะ โอ้อย่าเข้าไปค่ะ”

            เลขาสาวใหญ่ลุกแทบไม่ทัน ซึ่งมันก็ไม่ทันจริงๆ นั่นแหละ แม้จะเห็นป้ายห้อยหน้าห้องว่าห้ามรบกวน แต่เด็กน้อยรึจะสน ก็นี่มันห้องทำงานของพ่อเขานี่นา

 

            “พ่อ!

            เสียงเรียกดังก้องเล่นเอาคนที่กำลังนัวเนียกันต้องรีบผละห่าง ก่อนนางแบบสาวนามนอร์เดียจะรีบจัดชุดให้เข้าที่ แล้วขยับลุกออกจากตักอย่างหัวเสียเล็กน้อย ไม่สิ มันมากเลยต่างหากที่โดนขัดจังหวะโดยไอ้เด็กเหลือขอที่เธอสุดแสนจะเหม็นขี้หน้า ร่างสูงของเจ้าของห้องรีบลุกและเดินยิ้มเข้ามาอุ้มลูกชายที่ตอนนี้หน้ามุ่ยเพราะหวงพ่อ

            “ไงอเล็กซ์ คิดถึงจังไอ้ลูกชาย”

            แอสตัน ราฟา คาร์ซิยาส เอาใจลูกด้วยการหอมแก้ม แต่เด็กน้อยก็ยังทำหน้ามุ่ยไม่หาย มองค้อนบิดาอย่างเคืองๆ ก่อนจะมองเลยไปยังนอร์เดียที่เจ้าหล่อนแสร้งเดินเข้ามาจะหอมแก้ม แต่เด็กชายเบี่ยงหลบแสดงอาการไม่พอใจ

            “เมื่อวานพ่อผิดสัญญา พ่อไม่ไปรับผม”

            “พ่อติดธุระไปไม่ได้จริงๆ”

            “ผมไม่เชื่อ” เด็กน้อยดื้อดึง

            “ขอโทษค่ะคุณแอสตัน คือดิฉันห้ามแล้วแต่...”

            “ไม่เป็นไร คุณไปทำงานเถอะโมนิก้า”

เลขาสาวรีบเข้ามาขอโทษเป็นการใหญ่ ซึ่งแอสตันก็เข้าใจดี ก็ไอ้ตัวแสบลูกชายของเขามันฟังใครเสียที่ไหน

            “คุณกลับไปก่อนแล้วกันนอร์เดีย ไว้ผมจะติดต่อไป”

ชายหนุ่มหันมาสั่งนางแบบสาวในชุดแซ็กสีม่วงเข้ม รูปร่างสูงยาวเข่าดีหากแต่อวบอิ่มน่าสัมผัส ที่คบกันยาวก็เพราะเจ้าหล่อนลีลาถูกใจหาใช่พิศวาสรักใคร่อยากได้เป็นแม่ของลูก ข้อนี้เจ้าตัวเองก็เข้าใจดี จะมีก็แต่ไอ้ตัวแสบในอ้อมแขนที่ดูจะไม่เข้าใจอะไรง่ายๆ

            “แย่จังเลยนะคะ คุณไม่ว่างเสียแล้ว”

เจ้าหล่อนเดินไปหยิบกระเป๋าถือก่อนจะเดินมาหอมแก้มเพลย์บอยหนุ่ม ที่แม้จะเป็นพ่อม่ายลูกหนึ่ง แต่เจ้าตัวก็ยังฮอตฮิตติดชาร์ดเป็นขวัญใจสาวๆ ก็แหม อกกว้างๆ กับตำแหน่งมาดามยังว่างอยู่ใครล่ะจะไม่คลั่งไคล้ หนึ่งในนั้นก็เธอละที่หมายมั่นปั่นมือจะจับพ่อหนุ่มลูกหนึ่งคนนี้ให้ได้ เพราะมันคงง่ายกว่าการจับพี่ชายของเขาที่แทบไม่มีรอยยิ้มให้ใคร

“พ่อต้องดูแลผมและพ่อก็ต้องทำงาน ไม่มีเวลาเอาใจคนนอกครอบครัวหรอกฮะ” หนุ่มน้อยประกาศกร้าว ใครอยากได้ยัยนี้เป็นแม่ก็บ้าแล้ว

“อเล็กซ์” แอสตันปรามลูก แต่เด็กน้อยก็หาเดือดร้อนไม่

“ฉันเข้าใจค่ะแอสตัน เด็กๆ ก็แบบนี้ เขาคงจะหวงคุณน่ะค่ะ อีกหน่อยโตขึ้นแกคงเข้าใจ ไปนะคะที่รัก”

พูดจบแม่สาวปากแดงก็หอมแก้มหนุ่มหล่ออีกครั้ง ปรายตามองไอ้เด็กเหลือขอนิดๆ พ่อมันหลงเธอขนาดนี้ตำแหน่งแม่เลี้ยงจะไปไหนเสีย ถึงตอนนั้นเธอจะทำให้ไอ้เด็กเวรนี่กระเด็ดออกจากชีวิตแอสตันไปเลย

“ผมไม่ชอบเธอ” ที่จริงอเล็กซ์ก็ไม่ชอบผู้หญิงทุกคนที่คุณพ่อรูปหล่อควงนั่นแหละ

“นอร์เดียเธอก็เป็นคนดีนะลูก”

            “ม่ายยย...พ่อไม่รู้อะไร เธอนอร์เดียน่ะร้ายกาจมาก ตอนนั้นพ่อพาเธอไปงานเลี้ยง เธอบอกว่าจะมาเป็นแม่เลี้ยงของผมให้ได้”

หนุ่มน้อยฟ้องเสียงฉุน ฝันไปเถอะ ตำแหน่งนี้ถ้าเขาไม่เห็นด้วย จ้างให้พ่อก็แต่งงานใหม่ไม่ได้

            “เธอคงพูดเล่น”

            “ใครว่า เสียงเธอจริงจังมากเลยละ ผมฟังออก พ่อต้องไม่หลงคารมเธอนะฮะ”

            “เรานี่ชักจะรู้มากขึ้นทุกวันแล้วนะไอ้ตัวแสบ”

แอสตันหัวเราะหึๆ สาวเท้าไปนั่งโซฟาตัวใหญ่วางร่างน้อยบนตัก แล้ววางศีรษะบนหัวลูกน้อยที่หยิบรีโมทคอนโทรลมากดเปิดทีวีดูรายการการ์ตูนที่ชอบ

            แอสตัน ราฟา คาร์ซยาส พ่อม่ายลูกหนึ่งในวัยสามสิบเอ็ด เขามันเพลย์บอยตัวฉกาจขนาดว่ามีลูกก็ยังไม่สิ้นลาย ใบหน้าหล่อเหลาที่คมเข้มสมวัยฉกรรจ์ยิ้มน้อยๆ มองเสี้ยวหน้าของลูกชายวัยห้าขวบเศษด้วยแววตาเอ็นดู วันวานชายหนุ่มชอบยิ้มเรี่ยราดยังไงวันนี้พ่อเจ้าประคุณก็ยังเป็นเช่นเดิม สาวสวยในสังคมไฮโซจึงอยากให้พ่อม่ายลูกหนึ่งเคี้ยวกันทั้งนั้น แต่ทุกวันนี้แอสตันก็ยังมองหาคนจะมาเป็นแม่ให้ลูกไม่ได้สักที

            ใครจะคิดว่าเพลย์บอยอันดับหนึ่งของปารีส จะพลาดท่ามีลูกกับนางแบบคนดังที่มีสัมพันธ์ทางกายไม่กี่ครั้ง ในตอนนั้นบอกตรงๆ ว่าเขาก็ช็อคไปเหมือนกันที่รู้ข่าวนี้ ซึ่งมันก็น่าจะมาจากงานเลี้ยงในคืนหนึ่งที่เขาเมามาก ประกอบกับเจ้าหล่อนก็ตอบสนองได้ถูกใจ เซ็กซ์ที่รุนแรงถึงใจจนเครื่องป้องกันแตก! จนนำมาซึ่งไอ้หัวน้อยบนตัก ทุกวันนี้เวลาจะขึ้นสังเวียนรักเขาจึงต้องป้องกันมากกว่าสอง เพื่อความมั่นใจ!

พิธีแต่งงานแบบง่ายๆ ถูกจัดขึ้นในโบสถ์แห่งหนึ่ง แต่แหม...คนดังกับคนดังแต่งงานมันจะเงียบคงเป็นไปไม่ได้ ชาวบ้านรู้กันทั้งเมือง ไม่สิ ทั้งประเทศเลยต่างหาก การที่ต้องแต่งงานเพื่อรับผิดชอบทำให้เขาและฟาริน่าต้องจบชีวิตคู่ลงภายในสองปี เขาและเธอจบกันด้วยดี หลังหย่าขาดจากกันหนึ่งปีเขาก็ได้ข่าวว่าเธอแต่งงานไปกับเศรษฐีตกพุ่มม่ายชาวแคนนาดา ในขณะที่อเล็กซ์มารดาของเขาขอเป็นคนเลี้ยงดูด้วยตัวเอง ซึ่งเด็กชายก็ทำให้ปู่กับย่าไม่เหงา

            “พ่อฮะ พ่อฮะ พ่อ...”

            “ว่าไงลูก”

            “พ่อคิดอะไรอยู่ ผมเรียกตั้งนานแน่ะ”

            “พ่อก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อย เราเถอะอยากได้อะไรอีกล่ะ อย่าบอกนะว่าหุ่นยนต์รุ่นใหม่จากญี่ปุ่น”

            “พ่อเดาผิด” เด็กชายหรี่ตายิ้มกลอกตาไปมา

            “เอ...สงสัยจะมีเรื่องอะไรที่บ้านใช่ไหมทำท่าแบบนี้ หรือว่าคุณย่ากับคุณปู่จะพาไปเที่ยว” แอสตันทำเสียงสงสัย รู้หรอกว่าไอ้ตัวแสบอยากเล่าจะแย่ แต่ยังฟอร์มจัด! นี่ละลูกชายเขา

            “ไม่ช่าย...” เด็กชายลากเสียงยาว

            “เอ...เรื่องอะไรน้า...” เพลย์บอยแห่งวงการเล่นตามเกม เด็กชายกระตือรือร้นอมยิ้ม

            “พ่อยอมยัง”

            “ยอมดีไหมน้า...”

            “ยอมเหอะ ยังไงพ่อก็เดาไม่ถูกหรอก ผมจะได้เล่าสักที”

ฟังมัน ไอ้ลูกคนนี้มันร้ายจริงๆ มันอยากเล่า แต่เชื่อเถอะว่าไม่เล่าฟรีแน่ๆ จะต้องมีของแลกเปลี่ยนตลอด แต่ก็นะ เขาเองก็ให้ตลอดเหมือนกัน

            “โอเค พ่อยอมแล้ว อยากรู้ใจจะขาดแล้วเนี่ยว่าลูกชายพ่อมีความลับอะไร”

            “ขอรถบังคับหนึ่งคันนะฮะ คันเก่าล้อหลุดไปแล้ว เซ็งเลย”

เด็กชายทำหน้าเสียดาย พอคนเป็นพ่อพยักหน้าเท่านั้นแหละ ไอ้ตัวแสบก็ยืดตัวเล็กน้อยยิ้มแป้นตั้งท่าเล่าเต็มที่

            “คุณย่าหาพี่เลี้ยงให้ผมฮะ”

            “พี่เลี้ยง!?”

แอสตันขมวดคิ้ว นี่มารดาคิดอะไรอยู่วะถึงได้จะหาพี่เลี้ยงให้ลูกเขา แต่...ก็ดีเหมือนกัน วันหยุดเขาจะได้มีคนช่วยเลี้ยงลูก

            “ใช่ฮะ ที่สำคัญเป็นคนไทยด้วย สวยมากกก...”

มากยาวเหยียดจนคนเป็นพ่อเบ้ปากไม่อยากเชื่อ ไม่แน่ใจว่าสวยของลูกกับสวยของตนเองมันมาในแนวทางเดียวกันหรือเปล่า

            “จริงนะพ่อ ผมไม่ได้โม้” เด็กไม่ได้โม้ยืนยันสบตาพ่อ

            “พ่อไม่ค่อยอยากเชื่อ ก็ขนาดนอร์เดียสวยขนาดนั้นลูกยังบอกว่าเธอไม่สวย”

            “สวยชนิดนอร์เดียของพ่อเทียบไม่ติดเลยละ แค่รูปยังสวยน่ารัก ตัวจริงต้องนางฟ้าแน่ๆ เลยพ่อ”

โอเว่อร์อีกแล้วไอ้ตัวแสบ นางฟ้าก็ต้องอยู่บนฟ้าสิจะมาอยู่บนดินได้ไง ใครเชื่อไอ้จอมขี้โม้ก็บ้าละ

            “พอเลยๆ อย่ามาโกหก พ่อไม่เชื่อเราหรอก”

            “โห่...แล้วพ่อต้องถอนคำพูด เธอเป็นคนไทยด้วยนะคุณย่ารู้จักดี ชื่ออะไรน้า...” ไอ้ตัวแสบใช้นิ้วเคาะหัวก่อนจะตาโตเมื่อนึกขึ้นได้

            “นึกออกละ ชื่อมิลันตา เธอได้ทุนเรียนคอร์สระยะสั้นที่สถาบัน... คุณย่าก็เลยหางานพิเศษให้พี่สาวมาเป็นพี่เลี้ยงผมในวันหยุด เพราะคุณย่ากลัวพ่อจะไม่มีเวลาดูแลผมอย่างเต็มที่” หนุ่มน้อยเจื้อยแจ้วตามที่ย่าบอก

            “ก็ดีเหมือนกัน ว่าแต่คนชาติอะไรนะ” ก็เมื่อกี้เขาไม่ได้ตั้งใจฟัง

            “คนไทยฮะ คนชาติเดียวกับคุณย่า แต่ปู่ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่ ปู่บอกว่ากลัวจะส่งเนื้อเข้าปากเสือ แต่คุณย่าก็บอกว่าเสือคงไม่กล้าทำอะไรเพราะมีผมอยู่ด้วย”

            คนฟังหัวเราะฝืดๆ เสือที่ว่ามันคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเขา เพราะพี่ชายฝาแฝดนั้นไม่มีทางทำตัวเป็นสมภารกินไก่วัดอยู่แล้ว แถมช่วงนี้ก็ต้องเดินทางไปอิตาลีบ่อยๆ เพราะที่นั่นกำลังจะมีการเปิดเรือสำราญลำใหม่บนน่านน้ำเมดิเตอร์เรเนียน ประกอบกับกำลังจะประมูลที่ดินเพื่อทำโรงแรมระดับห้าดาวในเนเปิลส์หมอนั่นจึงไม่ค่อยได้อยู่บ้าน

            “คุยอะไรกันอยู่สองพ่อลูก”

เสียงห้าวทุ้มดังขึ้นตรงประตู ก่อนเจ้าของร่างสูงหนาหน้าเหมือนจะเดินมานั่งโซฟาตัวใกล้ โดยมีมือขวานุ่มยืนอยู่ห่างๆ ให้ความเป็นส่วนตัวกับเจ้านายทั้งสอง

            “ก็เรื่องที่ผมเล่าให้ลุงฟังเมื่อคืนไงฮะ” เด็กชายบอกลุง

            “อ้อ...เรื่องพี่เลี้ยง นายคิดว่าไง”

            “ก็ดีสิพี่ ผมจะได้มีคนช่วยดูไอ้ตัวยุ่ง แม่คงกลัวว่าผมจะไม่มีเวลาดูแลลูกด้วยมั้ง”

แอสตันตอบยิ้มๆ ก็มารดารักไอ้ตัวแสบอย่างกับอะไรดี คงกลัวเขาจะพาหลานรักไปกินแต่ข้าวนอกบ้านจนไม่ได้รับสารอาหารครบถ้วน

            “ก็แกมันเป็นแบบนั้นจริงๆ เรื่องหญิงน่ะเพลาๆ บ้างเถอะ รึไม่ก็หาใครจริงจังด้วยสักคน”

            “ทำอย่างกับพี่จริงจังกับใครนักนี่”

            “ฉันก็แค่ห่วง กลัวว่าจะพลาดท่าหาน้องให้อเล็กซ์อีกมากกว่า”

            ที่จริงแอรอนก็ไม่เกี่ยงหรอกน่ะ หรือต่อให้น้องชายไปพลาดท่าถุงแตก! มีลูกสักโหลครอบครัวเขาก็ไม่เดือดร้อน แต่ที่หนุ่มหล่อยิ้มยากเป็นห่วงก็คือความรู้สึกของหลานๆ ที่อาจจะน้อยใจเพราะขาดแม่ สิ่งนี้ต่างหากคือประเด็นสำคัญเพราะมันละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกของเด็กมากๆ

            “ผมอยากมีน้อง แต่...ไม่เอายัยปากแดงเป็นแม่นะ ผมไม่ชอบ เธอเหมือนแดร็คคิวล่า น่ากลัว” เด็กชายทำท่าสยดสยองเกินจริงจนคนเป็นพ่อหมั่นไส้

            “อืม...แต่ถ้าสวยเหมือนพี่สาวที่จะมาเป็นพี่เลี้ยงก็ว่าไปอย่าง แบบนั้นอ่ะสเป็คผมเลยฮะ” เด็กแก่แดดกอดอกวางมาดเป็นหนุ่มเต็มที่

            “เว่อร์จริงไอ้ตัวแสบ นางฟ้าของเราแต่อาจจะเป็นนางมารสำหรับพ่อก็ได้ อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็นนัก ยังไม่ได้เจอตัวสักหน่อย” แอสตันเตือนลูกชาย

            “ผมมองกาลไกลฮะ และผมว่าเซ็นของตัวเองไม่พลาด ก็ขนาดปู่ยังบอกว่าสวยเลยพ่อคิดดูสิ”

            “นั่นสิ ขนาดพ่อยังชม คงไม่ธรรมดา”

ลุงรูปหล่อเสริม แอสตันเบ้ปาก เขาไม่เชื่อคำพูดของใครง่ายๆ อยู่แล้ว จนกว่าจะได้เห็นด้วยตาตัวเอง

            “โยเซฟ รถแข่งผมล่ะฮะ” เด็กชายหันไปถามมือขวาของลุง

            “อยู่ที่ห้องทำงานคุณแอรอนครับ”

            “ลุงฮะพ่อฮะ ผมไปเล่นรถแข่งก่อนนะฮะ แล้วก็...ขอเพื่อนเล่นด้วย”

            คำว่าเพื่อนเล่นทำให้โยเซฟต้องหันไปพยักหน้ากับไอ้หุ่นยนต์มีชีวิตทั้งสองที่ยืนหน้าเหี้ยมอยู่หน้าประตู เป็นอันรู้กันว่าถ้าเด็กชายต้องการเพื่อนเล่นเมื่อใด การ์ดที่ทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์เจ้านายจะต้องกลายร่างเป็นพี่เลี้ยงเด็กในทันที

 

            “ฉันจะไปอิตาลีพรุ่งนี้ นายจะไปด้วยกันไหม”

            พอลับร่างจ้ำม่ำของเด็กชาย แอรอนก็เข้าเรื่องทันที เพราะสองพี่น้องช่วงนี้ไม่ค่อยจะได้เจอกันบ่อยนัก ด้วยงานที่รัดตัวจนแทบไม่มีเวลาเจอกัน แต่ถึงอย่างนั้นทั้งคู่ก็โทรคุยกันตลอดเพื่อขอความเห็นเรื่องงาน หลังจากบิดาวางมือและมอบธุรกิจล่องเรือสำราญให้พวกเขาดูแลอย่างเต็มตัว

            “คงไม่ละ พี่ไปคนเดียวเถอะ ผมเองก็อยากเต็มที่กับทางนี้”

            “ไปด้วยกันก็ไม่เห็นเป็นไร เดือนนี้นายยังไม่ไปเลย” แฝดนรกผู้น้องไหวไหล่

            “พี่ก็รู้ว่าผมไม่ชอบออกสถานที่ อีกอย่าง...อีหนูแถวโน้นก็ไม่ค่อยถูกใจ”

แอสตันเอ่ยทีเล่นทีจริง ก็นะ เขาได้ข่าวว่าพี่ชายติดนางแบบแถวหน้าของอิตาลี ทั้งที่ปกติคบใครไม่เกินสามเดือน แต่ได้ข่าวมาจาก คูลนี่ เวลอสกี้ หุ้นส่วนคนสำคัญ ว่านางแบบสาวเร้าใจเบอร์หนึ่งของอิตาลีกำลังคั่วอยู่กับพี่ชาย ที่สำคัญ เจ้าหล่อนคบมานานจนล่วงเข้าเดือนที่ห้าแล้วด้วย เจ๋งว่ะ

            “หึ มีข่าวมาเข้าหูนายละสิ”

            “แน่นอน ถึงพี่จะทำตัวเงียบๆ ไม่ควงใครออกงานในปารีส แต่ที่โน้นได้ข่าวว่าดังมาก มิน่า...เอะอะก็บินไปอิตาลีท่าทางจะมีอะไรดีจริง” คนฟังส่ายหน้า ไอ้เรื่องจมูกไวนี่ยกให้มันเลย

            “มันก็แค่ข่าว สองสามวันมันก็เงียบแล้ว”

คนพูดไม่ได้แยแสแม้แต่น้อย เขาไม่มีเวลามาใส่ใจเรื่องหญิง เพราะลมหายใจของแอรอนมีแต่งาน แล้วก็งานเพียงเท่านั้น อายุสามสิบห้าค่อยมาว่ากันใหม่เรื่องแม่ของลูก

            “ทำเป็นพูดดี ไม่ใช่ว่าตอนนี้ตกหลุมแม่นั่นเรียบร้อยแล้วเหรอ”

            “ฉันไม่ใช่แก”

            “ว่าได้เรอะเรื่องแบบนี้ อย่าให้พลาดเหมือนผมก็แล้วกัน” แอสตันดูแคลนพี่ชาย

            “ถ้าพลาด นั่นหมายถึงฉันตั้งใจ เอาละเลิกพูดเรื่องนี้สักที เรื่องงานไปถึงไหนแล้วล่ะ”

            “ไม่ต้องห่วงครับพี่ชาย ผมให้คนร่างโครงการเรียบร้อยแล้ว มันไม่น่าจะมีปัญหา ทางรัฐบาลเขาก็ค่อนข้างชอบแผนบริหารจัดการของเรา ที่ตรงนั้นมันเป็นที่ว่างเปล่าถ้าเราทำโรงแรมควบคู่ไปกับการเดินเรือ จะมีเม็ดเงินสะพัดไม่ใช่น้อย เราเองก็แบ่งให้ภาครัฐด้วยไม่ใช่ว่าฮุบเอาหมด แต่ผมก็ไม่อยากประมาทดูเหมือนจะมีคนต้องการที่ตรงนั้นเหมือนกัน”

            “ผมก็กำลังให้คนตามสืบอยู่ว่านายทุนคนนั้นเป็นใคร แต่เท่าที่รู้เงินทุนเขาหนาไม่พอ ไม่น่าจะสู้กับเราได้” โยเซฟบอกเจ้านายทั้งสอง

            “อย่าประมาทไว้เป็นดี ฉันเองก็กำลังยุ่ง นายจัดการเรื่องที่นี่ไปแล้วกัน”

            เมืองนีซแม้จะไม่ได้ใหญ่โตเท่ากับปารีส แต่ที่นั่นก็กำลังเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ หากได้ทำโรงแรมที่นั่นเขามั่นใจว่าต้องไปได้สวย ประกอบกับที่ตรงนั้นเป็นของรัฐบาลมันจึงง่ายที่จะเข้าเจรจา และแอรอนเชื่อว่าไม่มีใครกล้าเป็นปฏิปักกับเขาแน่ ในเมื่อที่รกร้างตรงนั้นเขาเป็นคนบุกเบิกมาด้วยตนเองและมันกำลังจะกลายเป็นแหล่งขุมทรัพย์ในภายภาคหน้า คราวนี้ก็เหลือเรื่องแต่การลงทุนในอิตาลีที่ดูเหมือนเขากับเพื่อนจะไปขัดขาใครเข้า

            “แล้วนี่เบนหายไปไหน ยังไม่เห็นตั้งแต่มา”

            “ผมสั่งให้หมอนั่นไปเอาเอกสารเตรียมประชุมบ่ายนี้”

            เบน มือขวาของแอสตัน ลูกชายคนโตของบิชอฟมือขวาผู้จงรักภักดีตั้งแต่สมัยพ่อ ตอนนี้คือคนที่แอสตันไว้ใจและวางใจให้ทำอะไรแทนตนเอง และนับถืออีกฝ่ายประดุจพี่ชาย เพราะไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือร้าย เบน ก็สามารถทำงานให้เขาได้แบบไม่ทิ้งร่องรอย

            “แกคงไม่ได้สั่งให้หมอนั่นไปเค้นคอใครหรอกนะ” พี่ชายว่า

            “พี่...ผมไม่ได้ร้ายขนาดนั้น แต่ถ้าจำเป็นต้องทำ มันก็อีกเรื่องหนึ่ง”

            ประโยคท้ายเพลย์บอยหนุ่มยิ้มดุดัน ซึ่งไม่ค่อยมีใครได้เห็นบ่อยนักกับแอสตันในลุกโหด เพราะทุกคนมักจะติดภาพเวลาหมอนี่คลอเคลียสาวๆ ผ่านสื่อมากกว่า จนมองไม่เห็นด้านมืดของแฝดนรกผู้น้อง

            “นายนี่มันจริงๆ”

            “ทำอย่างกับพี่ไม่เคย เรามันลูกพ่อเหมือนกัน เชื่อไม่ทิ้งแถวหรอกพี่”

            คนพูดหัวเราะร่วน คนฟังพยักหน้าไม่เถียง มันเรื่องจริงทั้งนั้นไม่รู้จะเถียงเอาอะไร เลือดพ่อของพวกเขามันแรงจนขนาดที่ว่ากำจัดใครได้แบบไม่ต้องคิดหากมันผู้นั้นเล่นไม่ซื่อ เรื่องนี้แม้แต่รัฐบาลของฝรั่งเศสก็ยังต้องยอมไม่กล้าเข้ามาแหย่มหรือเอาเปรียบ เพราะเงินทุนที่มอบให้มันไม่ใช่น้อย แม้เงินจะไม่สามารถซื้ออะไรได้ทุกอย่าง แต่เงินมันก็สามารถปิดปากคนได้

 

            เครื่องบินส่วนตัวติดโลโก้ประจำตระกูลคาร์ซิยาสบินสู่น่านฟ้าในกรุงโรม ก่อนจะลงจอดบนรันเวย์ของสนามบินนานาชาติ แอรอนในชุดสูทสุดเนี้ยบแบบฉบับผู้ดีทุกกระเบียดนิ้วเดินออกมาจากห้องผู้โดยสารขาออกวีไอพีด้วยท่วงท่าพญาราชสีห์โดยแท้จริง

แว่นสีชาถูกถอดออกเผยให้เห็นใบหน้าเรียบเฉย แต่นั่นกลับไปดึงดูดให้คนรอบข้างต้องหันมองเป็นตาเดียวกัน เขารู้ว่าตัวเองเป็นจุดสนใจแค่ไหน เพราะเลือดในกายที่มีทั้งตะวันตกและเอเซียมาผสมกันทำให้เขาและน้องดูโดดเด่นกว่าชาวตะวันตกทั่วไป จนแม้แต่ผู้ชายด้วยกันก็ยังอิจฉา

            “รถจอดรออยู่ด้านนอกแล้วครับ”

            โยเซฟรายงานหอบหิ้วกระเป๋าหนังซึ่งมีเอกสารสำคัญตามผู้เป็นนาย ด้านหลังมีการ์ดร่างยักษ์ตัวใหญ่ราวกับนักเพาะกล้ามมาเอง ยิ่งทำให้แอรอนเป็นจุดสนใจมากขึ้น พอๆ กับน่าเกรงขามจนไม่กล้ามีใครเข้าใกล้

            ลีมูซีนสุดหรูจากโรงแรมของเพื่อนรักจอดอยู่ด้านหน้า ก่อนพนักงานจะรีบเปิดประตูให้เพียงแค่เห็นหุ้นส่วนคนสำคัญมาแต่ไกล แอรอนก้าวขึ้นไปนั่งบนรถด้วยท่วงท่าสบาย โยเซฟเดินไปขึ้นอีกฟากประตูแล้วรีบหยิบน้ำเย็นในตู้ให้เจ้านาย ส่วนการ์ดสองคนนั่งตอนหน้า

            “อย่าเพิ่งออกรถ”

            แอรอนเอ่ยเสียงห้วนเพราะที่กั้นระหว่างตอนหน้ากับตอนหลังยังไม่ปิด ดวงตาคู่คมเพ่งมองไปยังลานน้ำพุด้านหน้าสนามบินอย่างใจจดใจจอ จนโยเซฟที่กำลังรินน้ำเย็นให้เจ้านายต้องมองตาม

นายนั่งมองสาว! มันเป็นไปได้ยังไงวะเนี่ย แต่เดี๋ยวก่อน...นั่นไม่ใช่สาวธรรมดา เจ้าหล่อนจะต้องเป็นคนเอเชียเหมือนมาดามดอกแก้วแน่นอน ก็รูปร่างหน้าตาของเธอเป็นแบบนั้น

            “มองอะไรโยเซฟ”

            “ปะ เปล่าครับ”

            คนสนิทปฏิเสธรีบเบนสายตาไปทางอื่น ลอบยิ้มกับอาการนิ่งขึงของเจ้านาย แต่...ไอ้อาการแบบนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก ไม่สิ ไม่เคยเกิดขึ้นเลยต่างหาก

            ร่างอรชรที่ดูบอบบางนั้นสามารถสะกดสายตาของจอมมารนักล่าได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งที่ชุดที่เจ้าหล่อนสวมใส่มันสุดแสนจะธรรมดาแค่กางเกงยีนส์สีซีดกับเชิ้ตสีครีม หล่อนมีกระเป๋าลากใบใหญ่มาหนึ่งใบ ด้านหลังสะพายเป้ใบเล็กดูลุกลี้ลุกลน ชะเง้อคอยรถแท็กซี่ที่ยังไม่มา จนแอรอนอยากจะลงไปลากเธอมาขึ้นรถด้วยซะเดี๋ยวนั้น

            และที่ทำให้เขาไม่สามารถละสายตาไปได้นะหรือ?  หึๆ จะอะไรล่ะถ้าไม่ใช้ใบหน้าอ่อนใสราวเทพธิดาลงมาจุติ ใบหน้าเรียวรูปไข่หน้าผากโหนกผิวใสอมชมพู ดวงตากลมโตสีนิลแจ่มใสแม้มองในระยะไกล จมูกโด่งเล็ก และให้ตายสิเรียวปากรูปกระจับนั่นมันน่าจูบน้อยซะเมื่อไหร่

            ผู้หญิงแบบนี้ละ ที่เขาชอบและตามหามาแสนนาน จะทำยังไงนะ? ถึงจะได้เจ้าหล่อนมานอนทอดกายบนเตียงของเขา ดวงตาสีฟ้าเข้มหรี่ลงหมายมาดกับสิ่งที่ต้องตาต้องใจ และเขาจะต้องเอาให้ได้ด้วย

            “โยเซฟ ส่งคนไปสืบมา ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร”

            แอรอนสั่งลูกน้องหลังนางในฝันขึ้นรถแท็กซี่ไปแล้ว เท่านั้นเอง โยเซฟก็จัดการโทรติดต่อนักสืบให้ตามรถแท็กซี่คันดังกล่าวเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เจ้านายต้องการ

 

            “ไงพวก คราวนี้นายจะให้ฉันจัดใครมาถวายดีล่ะ”

            เสียงห้าวติดจะล้อเลียนนิดๆ ดังขึ้นหน้าประตูห้องสูทชั้นบนสุดของโรงแรม ร่างสูงของหนุ่มอิตาลีนัยน์ตาสีเทายักคิ้วส่งให้เพื่อนที่นั่งเอกเขนกด้วยท่วงท่าสบายในห้องรับแขก ก่อนจะเดินมานั่งโซฟาตัวใกล้

            “ไม่นึกอยาก”

            หนุ่มเย็นชาตอบง่ายๆ ทั้งที่หัวใจมันโบยบินตามติดแท็กซี่คันนั้นไปแล้ว ผู้หญิงที่แค่เพียงเห็นหน้าก็ทำให้เขาแทบบ้าได้ขนาดนี้ หล่อนจะมีอิทธิผลกับเขามากไปแล้ว

            “ผิดคาดแฮะ ฉันนึกว่านายจะเรียกหาแองจี้ซะอีก หรือว่าเบื่อหล่อนแล้ว”

            “ไม่รู้สิ ฉันก็ไม่เคยคบใครนานเหมือนกัน”

มุมปากคนเย็นชาโค้งขึ้นเล็กน้อย หวนนึกไปถึงรูปร่างอรชรอ้อนแอนหากแต่คาดคะเนด้วยสายตาแล้ว เขาว่าเจ้าหล่อนมีดีมากกว่านั้น โดยเฉพาะเนื้อในที่คงจะเร้าใจเขาน่าดู แค่คิดก็...พระเจ้า! เขาอยากได้หล่อนเหลือเกิน แม่ตุ๊กตาเอเชีย

            “แย่จัง ฉันอุตส่าห์พนันกับลูกน้องไว้ว่านายจะคบแองจี้ยืดหรือเปล่า หึๆ งั้นเปลี่ยนคนดีมะ นายอยากได้ใครบอกมา เดี๋ยวไอ้คูลนี่คนนี้จะจัดใส่พานมาถวาย” หนุ่มหล่อตาสีเทายิ้มยียวนเหมือนน้องชายเขา

            คูลนี่ เวลอสกี้ หนุ่มเลือดผสมระหว่างอิตาลีกับรัสเซีย ฟังจากนามสกุลมันก็คงเดาได้ไม่ยาก คูลนี่เป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลรัสเซียที่มาเจริญเติบโตในอิตาลี เลือดมาเฟียที่ไหลเวียนอยู่เต็มตัวทำให้หนุ่มผู้นี้สามารถทำธุรกิจได้อย่างคล่องตัว แม้บ้างครั้งอาจจะขัดขาใครไปบ้าง แต่เมื่อมีแบ็คดีเป็นถึงคนในรัฐบาล อะไรๆ ที่ว่ายากมันจึงง่ายเหมือนปลอกกล้วยเข้าปาก ซึ่งมันก็เป็นวิธีที่นักธุรกิจส่วนใหญ่ในโลกใช้ด้วยกันทั้งนั้น เพื่อเป็นใบเบิกทางให้กับธุรกิจของตัวเอง

            “ไม่ละ ไม่มีอารมณ์”

            “เฮ้ย! ได้ไงเพื่อน ตั้งแต่เรียนมาด้วยกันเพิ่งมีครั้งนี้ที่นายมาอิตาลีแล้วไม่เรียกหาสาวสวย”

            “ก็อย่างที่บอกว่าไม่มีอารมณ์”

            ใครว่าล่ะ เขามี แล้วก็มีมากเสียด้วย ให้ตายสิพับผ่า เขาชักจะเกลียดแม่เทพธิดาตัวน้อยนั่นเสียแล้วสิ หล่อนทำให้เขาเสียความเป็นตัวเองได้ถึงขนาดนี้เชียวเหรอวะ

            ตลอดเวลาตั้งแต่วัยหนุ่มน้อยจนย่างเข้าสู่วัยฉกรรจ์ สาวสวยที่จะมีโอกาสขึ้นเตียงกับเขาก็มีแต่สาวไฮคลาสระดับพรีเมี่ยมด้วยกันทั้งนั้น เจ้าหล่อนต้องเคยผ่านการขึ้นปกนิตยสารมาแล้วทุกคน แต่ดูตอนนี้สิ เขากลับกลายร่างเป็นไอ้หนุ่มคลั่งรักที่ต้องการสาวสวยหน้ามัธยมคนหนึ่ง ที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าหล่อนเป็นใครมาจากไหน มันบ้าบอสิ้นดี

            “นายเป็นอะไรมากหรือเปล่าแอรอน ดูนายหงุดหงิดเหมือนคิดอะไรอยู่”

            “ก็นิดหน่อย”

            คนฟังไหวไหล่ ไม่หน่อยแล้วแบบนี้ แต่มันมากเลยต่างหาก หัวคิ้วเข้มเกร็งซะขนาดนั้น นี่ใครมันทำอะไรเพื่อนเขาวะ มันถึงได้ดูงุ่นง่านแปลกๆ แต่ก็ยังอุตส่าห์ทำสีหน้าเรียบเฉยทั้งที่คงจะร้อนรนแทบเป็นบ้า

            “นายอาการหนักแล้วเพื่อน ฉันว่าเรียกแองจี้เถอะ บางทีเจ้าหล่อนอาจจะทำให้ไอ้อาการงุ่นง่านของนายบรรเทาลงได้บ้าง” แอรอนยังคงนิ่งจนคนเป็นห่วงต้องถามย้ำ

            “ว่าไง”

            “อืม” ทั้งที่ว่าจะไม่สุดท้ายก็ตกปากรับคำ ก็ตอนนี้เขาต้องการจริงๆ สองสามวันมาแล้วที่ไม่ได้ปลดปล่อยความตึงเครียด อย่างน้อยคู่นอนคนล่าสุดก็อาจจะช่วยลดความปารถนาต่อแม่สาวน้อยหน้ามนคนนั้นได้บ้าง

            “วูฟ ไปจัดการ”

            “ครับท่าน”

คนสนิทรับคำหมุนตัวออกไปด้านนอก เพื่อเตรียมเสิร์ฟเนื้อสดให้กับเพื่อนของเจ้านาย ที่ตอนนี้กลายมาเป็นคู่ค้าธุรกิจคนสำคัญ

            ไม่นานออร์เด้อสำคัญก็พร้อมเสิร์ฟบนเตียงนอน เมื่อสาวสวยผมบอล์นนามแองเจเลน่า นางแบบชื่อดังในชุดลายเสือดาวสุดเซ็กซี่กำลังยั่วยวนด้วยลีลานางยั่วมืออาชีพ แอรอนตรงเข้าหาราวกับสาวเจ้าคืออาหารจานโปรด เซ็กส์ที่ดุดันเผ็ดร้อนจึงบังเกิดขึ้นกินเวลายาวนานกว่าจะมอดดับ

 

            หลังจากการเดินทางอันยาวนานข้ามทวีป จากอเมริกาสู่ยุโรปทำให้หญิงสาวรู้สึกอ่อนล้า พอถึงบ้านเจ้าตัวก็ตรงเข้าห้องนอนและหลับไปไม่รู้ตัว จนกระทั่งตื่นขึ้นมาตอนสองทุ่มจึงลงมาห้องครัวเพื่อจะหาอะไรทาน ก็พลันได้ยินเสียงดังมาจากห้องทำงานของอาเขย ปัทสริน นาคพิพัฒน์ จะไม่สนใจเลย หากในบทสนทนานั้นจะไม่มีเชื่อเธอเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

            “ฉันอยากขอเวลาสักหน่อย”

            “เราไม่มีเวลาแล้วพราวพรรณ ผมต้องการเงินมาระดมทุน ตอนนี้ธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้างของเรากำลังประสบปัญหา และมีแต่หลานคุณเท่านั้นที่จะช่วยได้”

            “แต่ยัยปัทเพิ่งทำงานได้หกเดือนเองนะคะ มันไวไปที่จะให้หลานลาออก”

            “แล้วคุณจะปล่อยให้ธุรกิจของผมล่มจมไปต่อหน้าต่อตางั้นเหรอ”

            สิงห์เฒ่าด้านธุรกิจก่อสร้างกุมขมับอย่างคนที่หาทางออกไม่เจอ ตอนนี้ธุรกิจกำลังแย่ และนายทุนที่จะปล่อยเงินกู้ให้กับเขาก็มีแต่นายใหญ่คนเดียวเท่านั้น ธนาคารพาณิชย์ต่างๆ เขาก็ติดแบล็คลิสเพราะผิดนัดชำระหนี้ จึงไม่สามารถกู้เงินผ่านธนาคารได้ มองไม่เห็นทางอื่นนอกจากกู้เงินนอกระบบจากนายใหญ่ที่เขาเข้าไปเล่นการพนันในบ่อนผิดกฎหมาย

            แต่ทางนั้นก็มีข้อแม้ว่าให้พาหลานสาวไปพบเพื่อทำงานบางอย่างให้ ซึ่งงานบางอย่างนั้นก็ทำให้เขารู้สึกลำบากใจเช่นกัน ทว่ามันก็ไม่มีทางเลือกที่ดีไปกว่านี้อีกแล้ว เพราะบริษัทที่สร้างมากับมือกำลังจะพินาศไปต่อหน้าต่อตา

            “ที่รักคะ เราค่อยๆ คิดเรื่องนี้ได้ไหม มันต้องมีทางสิ หรือไม่ก็รอไปสักหน่อย ฉันไม่อยากให้หลานต้องไปเกี่ยวข้องกับคนพวกนั้น คุณก็รู้ว่าคนพวกนั้นมันเป็นนักบุญในคราบมาเฟีย” พราวพรรณปลอบสามี

            ปัทสรินเปรียบเสมือนลูกของเธอ เพราะเธอกับสามีไม่มีลูกด้วยกัน จะมีก็แต่ลูกติดสามีคือรอซซี่ที่เจ้าตัวก็พึงใจต่อหลานสาวของเธอมาก เด็กสองคนดูเหมือนจะไปกันได้ดี เธอจึงไม่อยากให้หลานคนเดียวเข้าไปเกี่ยวข้องกับพวกมาเฟียน่ากลัว

            “ผมก็ไม่อยากทำแบบนี้เหมือนกัน แต่...”

            “คุณอาคะ”

            “ปัท!

คุณพราวพรรณเรียกชื่อหลานสาวด้วยความตกใจ ไม่คาดคิดว่าเจ้าตัวจะมาได้ยินสิ่งที่ตนกับสามีกำลังคุยกัน ก็เมื่อกี้ตอนเข้าไปห้องหลานสาวยังเห็นเจ้าตัวหลับอยู่เลย

            “ให้ปัทช่วยคุณอาเถอะนะคะ”

            “ไม่นะลูก มันไม่เกี่ยวกับปัทมันเป็นเรื่องที่อากับอาผู้ชายต้องจัดการ หนูกลับ...”

            “ปัทคงยอมเป็นคนเห็นแก่ตัวไม่ได้ ถ้าไม่มีอาพราวกับอาเทียรี่ปัทก็คงไม่มีวันนี้เหมือนกัน คุณอาเปรียบเสมือนครอบครัวของปัทนะคะ ขอให้ปัทได้ตอบแทนคุณข้าวแดงแกงร้อนของคุณอาด้วยเถอะค่ะ ไม่ว่างานนั้นมันจะยากสักแค่ไหนปัทจะพยายามทำให้ได้ค่ะ”

            “โธ่...หลานอา”

            คุณพราวพรรณเข้ามาสวมกอดหลานสาวด้วยความซาบซึ้งใจ ไม่ต่างจากเทียรี่รู้สึกละอายใจสุดแสน ที่ต้องทำให้หลานสาวที่เปรียบเสมือนลูกต้องมาร่วมชะตากรรม นั่นก็เพราะสิงเฒ่ารู้ดีว่างานที่นายใหญ่ต้องการให้หลานสาวตนเองทำนั้นมันเสี่ยงต่อการมีลมหายใจอยู่บนโลกใบนี้มากขนาดไหน

 

            การประชุมผ่านไปด้วยดีไม่มีปัญหา ก็มันจะมีปัญหาได้อย่างไร ในเมื่อเขาร่วมทุนกับเพื่อนที่ได้ชื่อว่าเป็นเศรษฐีที่รวยสุดในอิตาลี แม้ปูมหลังของตระกูลเวลอสกี้จะก่อกำเนิดมาจากมาเฟียในอดีต แต่ใครมันจะสน เพราะตอนนี้ตระกูลเวลอสกี้ครอบคลุมแทบจะทุกธุรกิจที่ทำเงินให้กับคนอิตาลี คนส่วนใหญ่จึงมองข้ามว่าชายหนุ่มเติบโตมาจากอะไร ปัจจุบันแค่ทำคุณงานความดีช่วยเหลือสังคมสร้างเงินสร้างงานให้คนในประเทศ แค่นี้เขาก็เรียกพวกคุณว่าฮีโร่แล้ว

            “ตาโหลเชียวนะ สงสาย...นายจะหักโหมไป”

คูลนี่เอ่ยล้อๆ เพราะเมื่อเช้าเขาได้รับรายงานจากคนสนิทว่ากว่าแองเจเลน่ากลับออกไป ก็เป็นเวลาเกือบเก้าโมง

            “หูไวตาไวเหมือนเดิมนะ มันก็ไม่ต่างกันหรอก เพราะเจเนทก็ออกจากห้องนายไล่เลี่ยกับเด็กฉัน”

            สองหนุ่มหัวเราะพร้อมกัน ใช่จะมีแต่คูลนี่เสียเมื่อไหร่ที่มีหูตาเป็นสัปปะรด แอรอนก็ใช่ย่อย ไม่อย่างนั้นเขาจะดูแลธุรกิจของครอบครัวได้อย่างไร เมื่อคืนแองเจเลน่าช่วยเขาได้เยอะ แต่...มันก็ไม่ทั้งหมด เพราะร่างกายของเขายังร่ำร้องหาเทพธิดานางนั้นอยู่ตลอดเวลา

            “มื้อค่ำเจอกัน”

            “ได้สิ หวังว่าปาร์ตี้ของนายจะทำให้ฉันสมองปลอดโปร่งขึ้น”

            “แน่นอน”

            คูลนี่ยักคิ้วให้เสือยิ้มยาก แต่ถึงมันจะยิ้มยากแค่ไหนมันก็ยังยิ้มให้เขา ที่จริงถ้าจะมองให้ลึกลงไปหากใครได้รู้จักแอรอนจริงๆ จะรู้ว่าตัวตนของหมอนี่ไม่ได้เย็นชาดังที่ตาเห็น มันเร่าร้อนและรุนแรงมากทีเดียว หึๆ ถึงขนาดว่าแองเจเลน่ายังสลบสไลได้ ก็คิดเอาสิว่ามันร้อนแรงขนาดไหน? เจ้าบ้านหนุ่มหัวเราะครื้นเครงกับความจริงข้อนี้

 

            แอรอนเดินทางไปที่สำนักงานสาขาในกรุงโรม ที่นั่นถือเป็นออฟฟิศใหญ่อันดับสองรองจากปารีสเลยทีเดียว ธุรกิจเดินเรือของครอบครัวมีนักท่องเที่ยวจากหลายอาชีพ รวมถึงกรุ๊ปทัวร์ที่เป็นพนักงานบริษัทและของคณะรัฐบาล จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าการเดินเรือในน่านน้ำเมดิเตอร์เรเนียนนั้นเรือสำราญของเขาเต็มทุกเที่ยว และก็ไม่เคยทำให้ลูกค้าต้องผิดหวังกับบริการสุดหรูแบบครบครัน รวมถึงเรือลำใหม่ที่กำลังจะเปิดต้นเดือนหน้า ที่ว่ากันว่าราวกับเนรมิตรสวรรค์เอาไว้บนพื้นน้ำเลยทีเดียว

            “คุณแอรอนครับได้เรื่องแล้วครับ”

            ไม่ต้องบอกว่าเรื่องอะไรก็เป็นรู้กันระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง แอรอนที่กำลังขะมักเขม้นกับรายงานการประชุมหมดความสนใจกับสิ่งตรงหน้าทันที

            “ว่ามา”

            “เธอเป็นคนไทยครับ ประเทศเดียวกับมาดามดอกแก้ว เธอกำพร้าตั้งแต่แปดขวบเพราะบิดามารดาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตทางรถยนต์ คุณอาของเธอที่แต่งงานกับนักธุรกิจชาวอิตาลีจึงรับเธอมาอุปการะ” โยเซฟรายงาน

            “เด็กกำพร้า...น่าสนใจ”

            ชายหนุ่มไม่ยินดียินร้าย มีเพียงรอยโค้งตรงมุมปากเท่านั้น มารดาเขาก็เด็กกำพร้า นี่เขายังมาเจอเด็กกำพร้าอีก มันช่างเป็นความบังเอิญเหมือนดีแท้

            “เธอเพิ่งเรียนจบจากอเมริกาครับ ทำงานมาแล้วหกเดือนแต่เพิ่งลาออกสดๆ ร้อนๆ แล้วตอนนี้เธอกำลังสมัครงานที่ฝ่ายบุคคลบริษัทของเราครับ”

            “ว่าไงนะ?”

            รายงานสุดท้ายของโยเซฟเรียกให้ดวงตาสีฟ้าเข้มเปล่งประกาย เมื่อรู้ว่าสมันน้อยมาอยู่ใต้ปีกของตนเอง เขาชอบเธอนั่นคือความจริงที่แอรอนยอมรับ และเขาก็ต้องการเธอมากเสียด้วย อันนี้ยิ่งกว่าความจริง ยิ่งไวเท่าไรก็ยิ่งดี ให้ตายสิ ร่างกายเขาปวดหนึบแทบจะรอไม่ไหวแล้วด้วยซ้ำ เพียงแค่รู้ว่าเธออยู่ตึกเดียวกัน

            “รู้ใช่ไหมว่าต้องจัดการยังไง”

            “ครับผม”

            ไม่ต้องสื่อสารหรืออธิบายให้มากความ แค่มองตาก็รู้ใจ โยเซฟเป็นมือขวาที่ทำงานร่วมกับเขามาแล้วสิบปี ไม่มีสิ่งใดที่เจ้านายต้องการแล้วเขาจะทำให้ไม่ได้ เพราะถ้าไม่มีคาร์ซิยาสผู้พ่อช่วยอุปการะ เด็กกำพร้าในมูลนิธิอย่างเขาคงไม่มีอย่างทุกวันนี้ โยเซฟจึงสามารถอุทิศตัวให้กับตระกูลคาร์ซิยาสได้แบบไม่เสียดายชีวิต

 

 

สวัสดีค่ะ แฟน ๆ ในเวปเด็กดี จิ๊บไม่ได้ลงนิยายในเวปนี้นานมาก เนื่องมาจากเวปโหลดช้ามาก จิ๊บจึงเอาไปลงที่ห้องสมุดให้อ่านกัน แต่มีเพื่อนๆ เรียกร้องให้มาลงที่เวปนี้ จึงนำมาลงให้อ่านกันค่ะ หากเพื่อนๆ กำลังมองหานิยายหื่นๆ น่ารักๆ ก็ขอฝากนยายเรื่องจอมมารล่ารักด้วยนะคะ รับรองไม่เครียดจ้า ^^

 

จิ๊บ ช่อศิลาญา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น

  1. #12 saluk (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2555 / 04:39
    ร้อนแรงได้ใจไปเลยเชียว
    #12
    0
  2. #10 ponpim (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2555 / 20:16
    ร้อนมากๆ ร้อนจริง ใครจะคิดว่า คุณแอรอน จะร้อนได้ขนาดนี้
    #10
    0
  3. #9 พิณฟ้า (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2555 / 20:15
    หลังจากรอมานาน ก็ไม่ผิดหวัง สู้ๆนะคุณนักเขียน
    #9
    0
  4. #8 Piglet_PINK (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2555 / 19:17
    แล้วก้อรีบๆๆๆๆมาอัพไวๆนะค่ะ รออยู่ค่ะ
    #8
    0
  5. #7 Piglet_PINK (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2555 / 19:17
    กำลังรออ่านเรื่องนี้อยู่เลย ในที่สุดก็ได้อ่านในเว็บนี้สักที
    #7
    0
  6. #6 mikomikojang (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2555 / 12:05
    รอตอนต่อไป อิอิ
    #6
    0