อเวจีสีน้ำผึ้ง - ตีพิมพ์กับ Simplybook Love & Desire

ตอนที่ 4 : บทที่ 4 โหดเถื่อน 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,799
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    17 พ.ค. 53

บทที่ 4 โหดเถื่อน 1

           
           
“ตู้ม!!!

            เสียงน้ำแตกกระจายดั่งสะนั่น ก่อนร่างบอบบางจะตะกุยตะกายโผล่ศีรษะขึ้นเหนือผิวน้ำ เส้นผมยาวดำคลับเปียกลู่ไปกับดวงหน้าเรียว

            “ไง...เจอน้ำเข้าไปหายบ้าได้หรือยัง”

           “ไอ้ซาดิส แกมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย” เธอตะโกนด่าเขาดวงตาวาววับแทบจะกินเลือดกินเนื้อ

            “ยังอีกนะ ยังไม่เลิกคลั่งอีก”

            “แกสิบ้าคลั่ง ไอ้ทุเรสฉันเกลียดแก อย่านึกว่าฉันจะกลัว”

            แล้วไม่พูดเปล่า คนร่างเล็กที่เปียกมะลอกมะแลกอยู่ในลำธารใสสะอาดที่มีน้ำสูงแค่เอว ก็ก้มลงควานมือไปทั่วใต้น้ำสักพักเรียวปากอวบอิ่มก็ยิ้มกริ่มมีเลศนัย

            “แปะ! แปะ! แปะ!

           ขี้โคลนปนทรายถูกขวางปามาโดนลำตัวเรวินอย่างแม่นยำ และก็มีผลให้เจ้าของร่างถึงกับขบกรามแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยว

            “ยังไม่หมดฤทธิ์อีกนะ ดีพ่อจะจัดให้ชุดใหญ่เลยยัยตัวดี”

           แล้วร่างสูงใหญ่ก็เดินอาจๆ ลงน้ำเข้าหาหญิงสาว ร่างบางถึงกับผงะ ก็ตรงนี้ไม่มีใครอื่นหากมันคิดจะทำอะไรเธอขึ้นมาจะทำยังไง คนตัวเล็กพยายามเดินฝ่าน้ำขึ้นบกอีกด้านเพื่อหนี

           “จะหนีไปไหนฮะ เอาสิเอาขี้โคลนมาปาฉันเลย”

            “ไอ้บ้าแกออกไปนะ แกจะทำอะไรฉัน ไม่นะ อย่านะ”

            “เก่งนักไม่ใช่เรอะ เก่งให้ตลอดสิยัยดอกไม้พิษ จะหนีไปไหน”

           ร่างสูงใหญ่ที่ลุยน้ำตามมาติดๆ ทำให้เธอรู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก มันมืดและเธอมองไม่เห็นใคร ร่างบางดิ้นรนอีกครั้งเมื่อมือหนาดึงคอเสื้อเธอจากด้านหลัง

           “ปล่อยนะ ปล่อยๆๆๆ”

            “ทำไม เกิดตาขาวอะไรตอนนี้ละ เฮอะ ผู้หญิงก็แค่...อุ๊บ!...”

           ไม่ทันที่เรวินจะว่าจบประโยค ขี้โคลนเหนียวๆ ก็ถูกโปะลงบนหน้าเต็ม ใบหน้าหล่อเหล่ามืดดำสนิท กลิ่นสาบโคลนใต้น้ำจนเขารู้สึกได้ มือหนาใหญ่จึงหลุดจากการเกาะกุมหญิงสาว

            “พูดไม่ออกเลยหรือไงไอ้เถื่อน บ้าอำนาจดีนักสมน้ำหน้า”

           เสียงหัวเราะกังวานใสบอกความสะใจนิดๆ ทำให้เรวินยิ่งโมโหขึ้นไปอีก แล้วมือหนาก็ก้มลงในน้ำบ้าง เสียงหัวเราะของลิลลี่ก็หยุดกึก เมื่อมือข้างหนึ่งของอีกฝ่ายจับท้ายทอยของเธอไว้มั่น ส่วนอีกข้างก็ละเลงยาขี้โคลนลงบนหน้าเธอเต็มแรง

            “อือ...อือ...ไม่...”

            เมื่อหนำใจแล้วเรวินจึงหยุด และเป็นฝ่ายหัวเราะบ้าง

            “หึ เป็นไงบ้างละ รสชาติดินโคลน โดนเองบ้างถูกอกถูกใจจนเงียบเชียวรึ...”

            “แก...ไอ้...อ้วก...”

           กลิ่นสาปโคลนที่เข้าปากเข้าจมูกทำลิลลี่แทบจะอาเจียนออกมา อดรนทนไม่ไหวจึงต้องวักน้ำล้างหน้าล้างตารวดเร็วเป็นพัลวัน ส่วนไอ้คนต้นเรื่องนะเหรอยืนท้าวเอวมองผลงานหัวเราะสะใจ จนหญิงสาวอยากจะเอาอะไรไปอุดปากเสียนัก

           “ถึงกับอาเจียนเชียว...รึว่ามาไร่แค่วันเดียวก็แพ้ท้องเสียแล้ว...” อีกฝ่ายยังยั่วไม่เลิก

            “ไอ้ปากโสโครก ไอ้ป่าเถื่อน ไอ้....กรี๊ด...งะ...งูๆ”

            ดวงตากลมโตเบิกกว้างตกใจ แล้วร่างบางก็ถลาลุยน้ำเข้าหาคนตัวใหญ่รวดเร็ว แขนเรียวเล็กตวัดโอบรอบคอชายหนุ่มทันที และเรียวขาคู่งามก็ตวัดโอบรอบลำตัวหนาแกร่งอัตโนมัติโดยไม่รู้ตัว เรวินเองก็ตวัดแขนและอุ้มเธอขึ้นบกไปท่านั้นทันทีเช่นกัน

            ใช่ เขาเองก็เห็นงูเหมือนกัน แต่มันเป็นเพียงงูตัวเล็กๆ ซึ่งคงจะลงมากินน้ำ ธรรมชาติของสัตว์ป่ามักออกหากินตอนกลางคืนอยู่แล้ว แต่ไอ้ร่างบอบบางที่กอดเขาแน่นนี่สิตัวยังไม่เลิกสั่นเลย

            “ยัยตัวแสบ ปล่อยฉันได้แล้ว มากอดคนอื่นเป็นลูกลิงอุรังอุตังอยู่ได้ งูตัวเท่าไม้จิ้มฟันร้องอย่างกับเจออนาคอนด่า”

            เสียงที่เอ่ยขึ้นเหนือศีรษะทำให้ลิลลี่รู้สึกตัว และเมื่อเงยหน้ามองอีกฝ่ายก็พบกับดวงตาเขียวเข้มดุๆ ในระยะใกล้ บอกความรำคาญเสียเต็มประดา ก่อนจะสำนึกได้ว่าตนเองทำอะไรอยู่ ก็ท่วงท่าที่เธอเกาะเกี่ยวเขาอยู่นี้ช่างหน้าขายหน้านัก ขาสองข้างเกี่ยวไปรอบสะโพกแคบเพรียวแน่น มือสองข้างก็โอบไปรอบคอของอีกฝ่าย ลิลลี่หน้าแดงขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ รีบปลดทั้งแขนและขาลงรวดเร็ว แล้วไปยืนนิ่งเสียห่าง

            “ถ้าไม่บอกก็คงจะกอดไปอีกนานสิท่า ทำเนียนเชียว”

            พูดลอยๆ บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าตนเองรู้สึกอย่างไร แต่ท่าทางขวยเขินที่หญิงสาวพยายามกลบเกลือนกลับทำให้เขาพอใจได้แฮะ

            “ใครอยากกอดแกกัน” แหวตอบกลับไปโดยไม่มองหน้า

           “ก็แล้วใครล่ะกอดฉันเสียแน่น ให้ท่าหน่อยไม่ได้เลยนะ ผู้หญิงฉวยโอกาส”

           เขาพูดเพียงนั้นก่อนหันเดินกลับไปยังทางเดิม ที่อุ้มเธอมายังลำห้วยแห่งนี้

            “ปากเสีย ใครฉวยโอกาสกับคนอย่างแกก็บ้าแล้ว”

            เธอตวาดแหวกลับไปแต่ชายหนุ่มไม่ใส่ใจ กลับพูดไปอีกเรื่อง

            “กลับเข้าบ้านได้แล้ว ฉันไม่มีเวลาล้อเล่นกับเธอมากนักหรอกนะลิลลี่ และจำไว้อย่ามาขัดคำสั่งฉัน”

            “ทำไมต้องจับฉันมาด้วย”

            เธอถามออกไปทำให้คนด้านหน้าหยุดกึก ใบหน้าของเธอจึงชนเข้ากับแผ่นหลังนั่นเต็มๆ

           “ต่อรองทางธุรกิจ...เพราะฉะนั้นถ้าเธอไม่อยากเจ็บตัวก็ทำตัวดีๆ...ไม่อย่างนั้น...จะหาว่าฉันร้ายกาจกับครอบครัวเธอไม่ได้นะ...”

           เขาพูดใส่หน้าเธอเหี้ยมๆ ก่อนกวาดสายตาไปยังเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ ซึ่งตอนนี้มันแนบเนื้อเข้ารูปไปหมดเพราะโดนน้ำ เผยส่วนเว้าส่วนโค้งให้ได้เห็นเต็มตา เรวินถอนหายใจอย่างไม่สบอารมณ์ ไม่เข้าใจตนเองว่าแค่เห็นรูปร่างผู้หญิงตรงหน้า ทำไมเขาต้องร้อนรุ่มด้วย ทำให้ร่างใหญ่โตถอดแจ็คเก็จสีน้ำตาลเข้มซึ่งเป็นเสื้อหนังส่งให้หญิงสาวก่อนเดินนำหน้าไป

            “เอามาให้ฉันทำไม”

            “รับไปเถอะน่า”

            “ฉันไม่รับของโจร”

            “รึอยากจะมีผัวเป็นโจรล่ะ ไม่ได้ดูสารรูปตัวเองบ้างหรือไง ว่ามันล่อเสือล่อตะเข้แค่ไหนฮะยัยบื้อ”

            “คนปากเสีย”

            นั่นทำให้ดวงตาคมมองมาดุๆ ลิลลี่จึงกระชากเสื้อตัวนั่นมาสวมทับทันที เพราะเมื่อก้มลงมองสภาพตัวเองก็เป็นจริงดังอีกฝ่ายพูดจริงๆ

           แล้วร่างเล็กๆ ก็เดินแกมวิ่งตามพยายามตามอีกฝ่ายที่เดินนำหน้าลิ่วเหมือนควายหาย

            “คุณเรย์เออ...ไปทำอะไรมาคะ...โอ้นั่น…”

            ดวงตาของผู้สูงวัยเบิกกว้างเมื่อเห็นสภาพของทั้งสองคนที่เปียกปอนไปหมดทั้งตัว

            “ยังไม่นอนอีกเหรอครับป้า...อ้าวแกสองคนด้วยเหรอ...”

            “ก็เออสิวะ เล่นหายไปกับผู้หญิงแบบนั้นฉันจะไม่เป็นห่วงแกได้ไงเพื่อน...” ปากตอบเพื่อนแต่ตาอากรกลับมองไปยังด้านหลัง ทำให้เกือบกลั้นหัวเราะไม่อยู่ แหมไอ้เรย์ทำตัวเป็นเด็กหนุ่มชวนสาวไปเล่นไปได้

            “ฉันไม่ใช่เด็กนะโว้ยไอ้หมอ ที่จะต้องมาคอยเป็นห่วงเป็นใย”

            “เหรอ...”

            อากรลากเสียงยาวล้อเลียน

            “บะ! ไอ้นี่...”

            “เออไปนอนแล้วโว้ย...ฉันรู้แล้วว่าแกปลอดภัยดี...”

            แล้วสัตวแพทย์หนุ่มก็วิ่งโกยอ้าวออกจากห้อง ตรงไปยังบ้านพักตัวเองทันทีหลังจากกวนประสาทเพื่อนจนพอใจ

            “ทามแกก็ไปพักผ่อนได้แล้ว วันนี้ฉันขอบใจมาก”

            “ไม่เป็นไรครับนาย”

            เขารับคำสั้นๆ ก่อนจะเดินอมยิ้มออกจากห้องไป

            “ป้านิ่มช่วยพาเธอไปที่ห้องด้วย”

            “คะ...คุณเรย์...แล้วแผลที่โดนน้ำป้าว่าทำใหม่ดีกว่าไหมคะ”

           “ไม่เป็นไรครับเดี๋ยวผมทำเอง...ส่วนเธอฉันหวังว่าคืนนี้จะไม่ก่อเรื่องอีกนะ...ถ้าหากยังดื้อดึงละก็ฉันจะใช้มาตรการคั้นเด็ดขาด...”

            “ฉันกลัวตายละ” พูดโดยไม่มองหน้า

            “ว่าไงนะ”

            เขาถามกลับสายตาเอาเรื่อง แต่ลิลลี่ไม่ตอบ เธอวิ่งแซงหน้าเข้าขึ้นห้องไปหน้าตาเฉย เรวินยิ้มในหน้า ทำเป็นอวดเก่งนะยัยตัวแสบ และพอถูกผู้สูงวัยจ้องเข้าเขาจึงรีบปรับเปลี่ยนสีหน้าเป็นขรึมทันที

            “เดี๋ยวป้าขอตัวเข้าไปดูเธอก่อนนะคุณเรย์”

            ชายหนุ่มลูกผสมเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนสาวท้าวเดินขึ้นชั้นสองผ่านหน้าห้องตัวประกันไปยังอีกฟาก ซึ่งเป็นห้องนอนขนาดใหญ่ของตนเอง

 

            เสียงเคาะประตูหนักๆ หลายทีด้านนอก ไม่ได้ทำให้ร่างบอบบางสะดุ้งสะเทือนสักนิด เธอตื่นนานแล้วแต่ยังไม่อยากออกไป เหม็นหน้าคนบางคนที่บ้าอำนาจชอบออกคำสั่ง

            “ผลัวะ!

            “ทำไมยังไม่ออกไปทานข้าว”

            ประโยคแรกของเช้าวันใหม่ก็ยังเหี้ยมดุเหมือนเคย ลิลลี่เสมองหน้าอีกฝ่ายเซ็งๆ

            “ยังไม่หิว ก็เลยไม่ออกไป มีอะไรไหม”

            “มีแน่ ถ้าเธอไม่ออกไปละก็...”

            “ทำไม จะทำไม” ลอยหน้าลอยตาท้าทายเขาเสียอีก

            “อย่ามากวนโมโหฉันแต่เช้านะยัยตัวแสบ ฉันไม่ได้ว่างกับเรื่องไร้สาระของเธอนักหรอกนะ”

           “ไม่ว่างแล้วเข้ามาในห้องฉันทำไมละ จะไปไหนก็ไปสิ ฉันก็เหม็นขี้หน้าแกเหมือนกันนั่นแหละไอ้เถื่อน”

            “อย่ามาอวดเก่งกับฉัน!

            เขาพูดราบเรียบหากแต่จ้องเธอไม่วางตา ขณะค่อยๆ สาวเท้าเข้ามาใกล้ๆ คนตัวเล็กใจหายเหมือนกัน ถอยร่างหนีอัตโนมัติ

            “แกไม่ได้มีปากคนเดียวนี่ ฉันก็มีเหมือนกัน”

            “อย่าเรื่องมาก เธออยู่ที่นี่อย่าคิดว่าจะมาอยู่เฉยๆ สบายหายใจทิ้งไปวันๆ เธอต้องทำงานแลกข้าวกินเหมือนกับคนอื่น”

            “ฉันไม่ได้อยากอยู่ ประสาทเสียรึไง แกจับฉันมาเองนะ เลิกทาสไปตั้งนานแล้วยังจะมากักขังทำตัวท้าทายกฎหมายอีก ไอ้คนเถื่อนเอ้ย!

            ลิลลี่ว่าต่อหน้าเขาเสียงดังอย่างลืมตัว เรวินเองได้ยินแบบนั้นก็กำมือแน่นทันที ยัยปากเสียนี่ว่าเขาหนแล้วหนเล่า เรียกทีก็จิกสมอง เขาจะต้องสั่งสอนหล่อนอย่าได้บังอาจมาขึ้นเสียงกับเขา

            “แกอย่าเข้ามานะ”

            ดวงตากลมโตจ้องมาดร้าย ก่อนจะหันไปควานมีดอันเล็กสำหรับฝานผลไม้ ที่เธอแอบลงไปหยิบมาเก็บไว้ป้องกันตัว แล้วตอนนี้ก็ถึงเวลาได้ใช้แล้ว มีดอันเล็กวาววับแต่มันก็ไม่ได้ทำให้ร่างหนาใหญ่วิตกสักเพียงนิด เขาเพียงยิ้มมุมราวกับว่าเธอกำลังทำเรื่องที่โง่เขล่านักหนา

            “มีดอันเท่าขี้ตา...โธ่ถัง...มีปัญญาหามาได้แค่นี้รึไง...”

           “แน่จริงแกก็เข้ามาสิ ถ้าไม่กลัวก็เข้ามา ฉันจะแทงให้ไส้แตกออกมากองข้างนอกเลยคอยดู”

           พูดเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ตากลมโตลุกวาวราวนางเสือ แต่เรวินเพียงมองอย่างขำๆ หงายหน้าหัวเราะท่าทางเก้ๆ กังๆ ในการจับมีด

            “ทำไงดี...ฉันกลัวเธอจนตัวสั่นไปหมดแล้วยัยคุณหนู...”

           พูดเสียงเรียบหากแต่ขายาวๆ กลับย่างสามขุมเข้าหาเธอช้าๆ กระทั่งประชิด และลิลลี่ก็หลับตาปี๋ จ้วงมีดไปด้านหน้าอย่างหวาดหวั่น เพราะไม่เคยทำมาก่อน แล้วก็รู้ตัวว่าพลาดไปเมื่อข้อมือถูกบิดไพล่ไปด้านหลัง ก่อนเขาจะดึงมีดออกจามือ และขว้างมันไปอีกด้านอย่างไม่ไยดี

           “คราวหน้าถ้าจะหามีดก็ช่วยเอาอันใหญ่ๆ ด้วยล่ะ และไอ้ท่าทางกล้าๆ กลัวๆ จับมีดก็ยังไม่เป็นเป็น ขอบอกว่ามันไม่เนียนเลยยัยหัวดื้อ ไปหัดมาใหม่ด้วย”

            เขาพูดประชิดติดหูจนร่างบางต้องผงะหนี

            “ไอ้บ้า คอยดูนะ คอยดูฉัน...”

            “แล้วเมื่อไหร่จะได้ดู...”

           แทรกขึ้นมาเสียอีก ลิลลี่จึงยิ่งเดือดเมื่อทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้ เธอจึงเสยศีรษะโขกกับปลายคางนั่นเต็มๆ ดังกึก

            “โอ้ย!

           เขาปล่อยมือทันที แต่กลับผลักคนตัวเล็กกระแทกลงบนที่นอน ก่อนทาบทับรวดเร็ว

            “ยัยบ้า แสบนักนะ เผลอไม่ได้ อยากจะโดนให้ได้ใช่ไหม อยากจะให้ฉันหมดความอดทนให้ได้ใช่ไหมลิลลี่”

            เรวินพูดรอดไรฟันตาสีเขียวเข้มลุกวาวจนแทบจะเป็นเพลิง หญิงสาวก็ดิ้นรนขัดขืนเต็มแรงแต่ก็แทบไม่เขยื้อนเลย เพราะคนตัวใหญ่ถาโถมร่างลงน้ำหนักมาเต็มๆ ตอนนี้ทรวงอกของเธอเบียดชิดกับร่างหนาใหญ่นั่นทุกส่วนอย่างเลี่ยงไม่ได้ มีผลทำให้หน้าแดงขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว ชายหนุ่มเองก็รู้สึกได้เช่นกันถึงแรงเต้นกระหนำของหัวใจคนใต้ร่าง

            “แกหมดความอดทนคนเดียวหรือไง ฉันก็มีเหมือนกันนะ”

           “ออ...งั้นเหรอ...รึว่าจริงๆ แล้วอยากจะให้ไอ้เรวินคนนี้สนองตัณหาให้ล่ะ...จบจากนอกมานี่นะตกดึกคงไม่ทำอะไรนอกจากเล่นกีฬาบนเตียงหรอก...”

            “อ้าย....ไอ้ปากเสีย อย่ามาดูถูกฉันนะ”

           “รึไม่จริง ผู้หญิงมันก็เหมือนกันหมดนั่นแหละ ใจง่ายให้ท่าไม่เลือกหน้า ไอ้ที่ต่อต้านฉันตั้งแต่แรกคงจงใจจะยั่วฉันสินะ”

           เขาพูดยิ้มเยาะ จ้องมองดวงตาสีนิลกาลที่แทบจะกินเลือดกินเนื้อเขาและท่าทำได้เธอคงทำไปแล้ว

            “กรี๊ด!!!

           เมื่อทำอะไรไม่ได้เธอก็แผดเสียงแวดใส่จนแก้วหูเรวินแทบจะแตก

            “แหกปากอยู่ได้ แทงใจดำเข้าหน่อยทำกระแดะรับไม่ได้”

            “ไอ้ปากไม่มีหูรูด ไอ้พ่อแม่ไม่สั่งสอน”

            มีผลให้ดวงตานั้นเข้มจัด เมื่อเธอเอ่ยเล่นถึงบุพการีของเข้า

            “มันจะมากไปแล้วนะ!

           เขาตวาดดังลั่น ฝ่ามือหนาใหญ่ขยับยกทำท่าจะฟาดลงบนใบหน้าเธอ ลิลลี่ตกใจหลับตาแน่นเตรียมรับความเจ็บปวด ทว่าชายหนุ่มเลือดร้อนเพียงยกข้างไว้เท่านั้น มองดวงหน้าขาวอมชมพูที่หลับตาพริ้มกับริมฝีปากจิ้มลิ้มที่เม้มเข้าหากันแน่น มือเขาจึงปรับเปลี่ยนมาตรึงใบหน้านั้นไว้แล้วทำในสิ่งที่หญิงสาวคาดไม่ถึง

            “อืม...ไม่นะ...อือ...”

           ร่างเธอดิ้นรนพัลวันเมื่ออีกฝ่ายก้มใบหน้าลงต่ำ ทาบริมฝีปากบางสวยราวกับผู้หญิงเข้าหาริมฝีปากเธอรวดเร็ว แต่ด้วยสัญชาตญาณเธอจึงเบี่ยงใบหน้าหลบอย่างรู้ทัน แต่เรวินก็ตามติดประชิดไม่ว่าเธอจะหันหนีไปด้านไหนก็ไม่พ้น

            “อือ...”

            “คิดเรอะว่าจะหลบฉันพ้น ปากดีนักนะ ฮืม...”

            เขาคำรามก่อนจะบดเรียวปากอวบอิ่มนั่นแรงๆ จนคนตัวเล็กรู้สึกเจ็บ แต่เธอยังเม้มแน่นสนิทไม่ยอมง่ายๆ มือเล็กพยายามทุบไปตามลำตัว ซึ่งไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย

            เรวินรู้สึกรำคาญจึงรวบข้อมือสองข้างไปตรึงไว้เหนือศีรษะ ก่อนจะออกแรงบดปากหญิงสาวอย่างเมามัน แต่ก็ยังไม่ยอมเปิดปาก เขาจึงเปลี่ยนไปเป็นขบเม้มริมฝีปากล่างที่บวมเจ่อแทน

            “อือ...มะ...”

           ได้ผล เพียงเธอขยับ เขาก็สอดปลายลิ้นอุ่นซ่านเข้าจู่โจมในโพรงปากนั่นทันที จูบเอาๆ จนร่างบางเริ่มสั่นเสียงอึกอักร้องประท้วงอยู่ในลำคอ
   เรวินเองก็แทบควบคุมตนเองไม่ได้เมื่อเจอเข้ากับความหวานล้ำในความรู้สึก จนแทบไม่อยากเชื่อว่าหญิงสาวจูบไม่เป็น นั่นยิ่งทำให้เขาร้อนรุ่มไปหมดทั้งร่างไม่ต่างจากเมื่อคืน ขนาดไม่ได้สัมผัสเขายังร้อน แล้วตอนนี้แนบชิดทุกส่วนเขายิ่งร้อนขึ้นไปอีกเป็นเท่าทวี

            “อุ๊ย! ตาเถร!!!

           เสียงอุทานของผู้สูงวัยที่ยืนอยู่ตรงช่องประตูทำเจ้าของไร่หนุ่มรู้สึกตัว ก่อนผละจากริมฝีปากนั่นอย่างเสียดาย แต่สิ่งที่เขาแสดงออกกลับตรงกันข้าม

           “ที่คือบทลงโทษที่บังอาจมาก้าวร้าวต่อบุพการีฉัน ลิลลี่จำไว้เธออยู่ที่นี่อย่าบังอาจมาอวดเก่งแบบโง่ๆ แล้วก็ได้เรียกสรรพนามฉันว่าแก ไม่อย่างงั้นละก็โดนหนักแน่”

            แล้วร่างหนาใหญ่ก็ลุกขึ้นเดินออกผ่านหน้าประตูไป หญิงสาวยังมึนๆ งงๆ และพอได้สติให้รู้สึกทั้งโกรธทั้งอาย ยิ่งมีคนมารู้เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเธอก็แทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี

            “เออ...คือ...ลิลลี่...”

           “ไม่เป็นไรจ้ะหนูลิลลี่...คุณเรย์ทำเกินไปจริงๆ...ป้าจะไม่เข้าข้างหรอกถึงจะเป็นเจ้านายก็เถอะ...”

           หญิงสาวได้แต่พยักหน้าเงียบๆ ทั้งที่ในใจนั้นโกรธคนตัวใหญ่นักหนา แต่น่าแปลกเหลือเกินว่าแม้จะโดนเขาปล้นจูบแรกในชีวิตไป บางอย่างกลับยังตราตรึงในความรู้สึกยากจะเข้าใจ

            “ออกไปทานข้าวนะคะคนดี...”

            “เพราะเจ้านายของป้า เขาจะใช้ลิลลี่ทำงานใช่ไหมคะ”

            ผู้สูงวัยได้แต่ถอนหายใจ จนคำพูดจะตอบหญิงสาวตรงหน้า

           “ป้าไม่รู้หรอกจ้ะ ว่าคุณเรย์จะใช้อะไรหนูบ้าง ป้าคงทำได้แต่ภาวนาในใจว่าคุณเรย์จะไม่ให้หนูทำอะไรที่หนักหนาเหนือบ่ากว่าแรง เพราะเป็นคนอารมณ์ร้อนไม่มีใครรู้อะไรล่วงหน้าหรอกจ้ะ ขนาดที่จับตัวหนูมาที่ไร่ก็ไม่มีใครรู้สักคน”

            คราวนี้เป็นลิลลี่เองที่ถอนหายใจ

           “นายของป้าคงจะบ้าอำนาจ ดีแต่ออกคำสั่งจนเคยตัว แต่ไม่ว่าไอ้คนเถื่อนนั่นจะมาไม้ไหนลิลลี่ก็พร้อมจะตั้งรับ”

           เธอพูดออกมาเรียบๆ ขณะเดินไปนั่งทานอาหารในห้องครัวกับคุณแม่บ้านลำพังเพียงสองคน ผู้สูงวัยได้แต่ส่ายหน้า เพราะแรงด้วยกันทั้งคู่

            ทานอาหารเช้าแค่นี้จะอ้อยอิ่งไปถึงเมื่อไหร่

           เสียงตะโกนดังโหวกเหวกมาจากข้างนอกทำให้มือที่ถือช้อนชะงักค้าง และหมดอารมณ์กินไปซะดื้อๆ

            อิ่มแล้วเหรอจ้ะหนูลิลลี่

            คะป้านิ่ม ก็นายของป้าเขาคงต้องการจะงานลิลลี่แล้วมั้งคะ ถึงได้แหกมาดังมาถึงในครัว

           ผู้สูงวัยแทบจะขะมักข้าวขำไปกับวาจาตรงไปตรงมาของเด็กสาว ที่ช่างไม่เกรงกลัวคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเลือดร้อนที่สุดในไร่

            หนูขอตัวนะคะ

ลิลลี่เดินมาจนถึงหน้าบ้านที่ไอ้คนปากร้ายนั่งเอกเขนกทำหน้ากวนๆ ใส่ เธอจึงเดินลงส้นกระแทกๆ เข้าไปและถามโดยไม่มองหน้า

ไง กินข้าวอิ่มแล้วใช่ไหม

           เงียบไม่มีเสียงตอบ เขาจึงดีดตัวลุกขึ้นและฉวยข้อมือเล็กแล้วกระชากพาเดินไปยังอีกฟากของบ้านทันที

            นี่! ปล่อยนะไอ้คนบ้า จะพาฉันไปไหนนะ

            เลิกโวยวายดีดดิ้นเสียที รำคาญ

            ก็แก...แก...

            เรียกใหม่ เรียกสรรพนามฉันใหม่ เขาแทรกขึ้นทันควัน แต่คนตัวเล็กยังทำหูทวนลม

            ลิลลี่!!!”

            เขาเรียกเธอเสียงห้วนจัด พร้อมกับจ้องเขม็งอย่างเอาเรื่อง

            มีอะไรจะสั่งให้ฉันทำก็เร็วๆ สิ...นายเรวิน

ตอนท้ายหญิงสาวจงใจจะเน้นชื่อเขา ซึ่งมันก็สร้างความพอใจให้ดวงตาสีเขียวคู่นั้นพอจะอ่อนแสงลงมาบ้าง

           ตามมา...เดินให้มันไวๆ หน่อยอย่าเอ่อละเหยให้มากนัก...ลูกพวกคนรวยไฮโซเนี่ยมันน่าเบื่อนัก ชอบทำหน้าทำตาซังกะตาย...

            ระหว่างเดินตามคนตัวใหญ่ไป ลิลลี่ก็ก่นด่าอีกฝ่ายในใจตลอด แถมยังลอบแลบลิ้นให้เรวินอยู่บ่อยๆ ไอ้ผู้ชายบ้าอำนาจปากเสีย บ่นเป็นหมีกินผึ้งอยู่นั่นแหละ


 
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะจ้า เรื่องนี้เป็นร่วมสมัยเรื่องแรก อยุ่ในหัวนานมากแต่ก็ไม่ว่างแต่งเสียที เพราะมัวแต่ไปหลงอยู่กลางทะเลทราย  หากมีข้อผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยด้วยเน้อ....
ขอไปกินข้าวเย็นก่อน หิว....

********ช่อศิลาญา *******

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

191 ความคิดเห็น

  1. #163 ponpim (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2553 / 22:24
    เฮ้อ.....  แรงทั้งคู่  สมกับที่ป้านิ่มว่าจริงๆ

    ไม่ลดราวาศอก ให้กันเลย  อ่านไปขำไป
    คนเถื่อน กับ สาวแสบ สมกันยังกับกิ่งทองใบหยก 5555
    #163
    0
  2. #109 อมลลดา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2553 / 22:03

    เป็นคู่กัดที่เหมาะสมกันที่สุด
    น่ารักทั้งคู่เลย 
    ลุ้น ๆ

    #109
    0
  3. #43 มาอายะ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2553 / 19:45
    ฮ่าๆๆๆๆ เป็นคู่ที่เหมาะสมจริงๆ ไรเตอร์เขียนได้อารมณ์มากๆๆเลยค่ะ
    #43
    0
  4. #35 jeabkiss (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2553 / 15:44
    ฤทธิ์เยอะทั้งคู่เลย
    #35
    0
  5. #14 bo_@" (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2553 / 00:10
    อ๊ายย ย อัพต่อๆ น่าร๊ากกกกกก
    #14
    0
  6. #13 น้ำสวยฟ้าใส (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2553 / 23:30

    อ่านสนุกคะ แรงทั้งคู่

    #13
    0
  7. #12 พีพี (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2553 / 19:26
    เป็นคู่กัดที่มันส์ดี ชอบค่ะ
    #12
    0