อเวจีสีน้ำผึ้ง - ตีพิมพ์กับ Simplybook Love & Desire

ตอนที่ 2 : 2 ยินดีต้อนรับสู่ ไร่เขตตะวัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,634
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    15 พ.ค. 53


บทที่
2 ยินดีต้อนรับสู่ ไร่เขตตะวัน

           
      รถออฟโรดคันโตแล่นปราดลึกเข้ามาตามเส้นทางผ่านเนินเขาเล็กๆ กระทั่งมาหยุดจอดยังบ้านปีกไม้หลังโต ลิลลี่กวาดตาไปทั่วอาณาบริเวณเท่าที่สายตาเธอจะมองเห็น กระทั่งเจ้าสี่ล้อดับเครื่องแนบสนิท และไอ้คนตัวใหญ่ก็แกะเชือกผูกข้อเท้าเธอออกแล้วจึงตวัดสายตาสั่งกลายๆ ให้เธอลงจากรถ เมื่อเพื่อนมันอีกคนเดินมาเปิดประตูให้ หญิงสาวจำต้องทำตามอย่างซังกะตาย

            “ที่นี่ที่ไหน?”

           เมื่อร่างงามลงจากรถก็ถามขึ้นทันที ทั้งที่มือยังมีเชือกพันธนาการอยู่ เรวินจ้องหญิงสาวที่ยืนจังกาหมุนตัวไปรอบเหมือนสำรวจ นั่นทำให้มุมปากชายหนุ่มหยักโค้งขึ้นอย่างหยันๆ

            “ตอนเข้ามาก็เห็นป้ายแล้วไม่ใช่หรือไง รึว่าอ่านภาษาไทยไม่ออก แต่เอ...ก็มีภาษาอังกฤษกำกับไว้นี่นะ ถ้าแค่นี้อ่านไม่ออกก็โง่เต็มทีแล้วมัง”

            “พวกแกสิโง่ ที่บังอาจจับฉันมา พวกแกกำลังหาเรื่องใส่ตัว คอยดูนะถ้าพ่อฉันรู้...”

            “เลิกอ้างพ่อเสียทีเถอะ จนป่านนี้ยังไม่เห็นมีใครหน้าไหนมันตามมาเลย แล้วต่อให้ตามมาคิดเรอะว่าคนอย่างฉันจะไม่รู้ ถิ่นใครให้รู้ซะบ้าง” เรวินแทรกขึ้นก่อนหญิงสาวจะพูดจบเสียอีก

            “เชอะดีแต่อวดเบ่งในถิ่นตัวเองนั่นแหละ ลองออกจากไอ้ดงนรกนี่ไปแกมันก็มดแมงตัวกระจ๋อย หดหัวอยู่แต่ในซอกหลืบ...”

            ดวงตาเขียวเข้มวาววับจัดจ้าขึ้นมาทันที เป็นผลให้ดวงตากลมโตของหญิงสาวประกาศชัยชนะขึ้นในหน้าอย่างเปิดเผย จนอากรกับทามต้องรีบห้ามศึก

            “ใจเย็นก่อนเรย์ ...ว่าแต่พวกเราจะยังไงกับคุณลิลลี่ดีล่ะ”

            “ไม่เห็นต้องทำไร ก็จับหล่อนขังไว้ที่นี่สักสามสี่เดือน”

            คนที่ยืนฟังอยู่ถึงกับผงะ

            “ฉันไม่ใช่นักโทษแกนะ จะได้มาจับขังเหมือนหมูเหมือนหมา”

            “ปากยืนปากยาวขนาดนี่...ถึงไม่เหมือนแต่ก็คล้ายเข้าไปทุกทีแล้วแม่คู้น...”

            กรี๊ด!!!

            เสียงแหลมเล็กบาดหูดังไปทั่วบริเวณ อากรกับทามยกมืออุดหูแทบไม่ทัน และเสียงนั้นก็ดังไปจนถึงด้านในตัวบ้านสองชั้นหลังใหญ่ คนงานแถวนั้นที่เดินผ่านไปมาก็ชี้มือชี้ไม้มายังหญิงสาวก่อนหันไปซุบซิบกัน เมื่อเห็นดังนั้นลิลลี่ก็กระทืบเท้าเร้าๆ ไม่ได้ดังใจมือก็ถูกมัด แถมไอ้คนเถื่อนตรงหน้ายังว่าเธอเป็นหมาอีก

            “ไอ้ปากเสีย แกนะสิปากหมา น่าเอาตระกร้อมาครอบไว้”

            “หยุดแหกปากเดี๋ยวนี้”

            เขาตวาดมาเสียงต่ำจัดอย่างเดือดดาล เรวินเกลียดที่สุดคือผู้หญิงเอาแต่ใจ ชอบทำตัวกระแดะเหยียบขี้ไก่ไม่ฟ่อ

            “ไม่หยุด ได้ยินไหมว่าไม่หยุดๆๆๆๆ”

            เธอตะโกนใส่หน้าเขา และเท้าเล็กก็เตะก้อนกรวดเล็กๆ ตรงปลายเท้าใส่หน้าแข้งชายหนุ่มอย่างบ้าคลั่ง อะไรก็ตามที่จะทำให้ไอ้คนตรงหน้าเจ็บได้เธอจะทำอย่างไม่รีรอ

            “ฉันบอกให้เธอหยุด”

            “แกไม่ใช่พ่อฉัน เรื่องอะไรต้องเชื่อด้วย ใครเชื่อแกก็โง่แล้ว”

            ในเมื่อคนตรงหน้าไม่ฟัง เขาจึงเดินปรี่เข้าหารวดเร็วตวัดเพียงครั้งเดียวร่างบอบบางของเธอก็ขึ้นไปพาดบ่ากว้างของชายหนุ่มทันที แล้วมือหนาใหญ่ก็สะบัดลงบนสะโพกงามงอนนั่นทันที

            “กรี๊ด! หยุดนะ ไอ้ไพร่ สะถุน”

            สารพัดคำด่าหยาบคายหลุดจากเรียวปากคู่งามเป็นชุด หากแต่คนตัวใหญ่ก็ยังฟาดไปอีกหลายครั้ง

            “นี่แน่ะ เก่งอีกไหม จะอวดเก่งปากดีกับฉันอีกไหมยัยลิลลี่อุตพิษ...”

            “ไม่หยุด ไอ้บ้า ปล่อยนะ ปล่อยๆๆๆ”

            เธอยังตะโกนไม่หยุด และแล้วหญิงสาวก็ใช้กำปั้นๆ น้อยไปบนหลังอีกฝ่ายอย่างไม่มีทีท่าว่าจะยอมจำนนง่ายๆ

            “นายครับพอเถอะครับ...”

            ลูกน้องคนสนิทที่สามารถตายแทนกันได้เอ่ยขึ้น เพราะดูท่าทั้งคู่คงไม่มีใครยอมใครเป็นแน่ และหากดึงดันกันอย่างนี้เขาก็อดสงสารคุณลิลลี่ที่เป็นลองทางด้านพละกำลังไม่ได้ ผู้หญิงเก่งแค่ไหนก็คือผู้หญิงวันยังค่ำ

            “ไม่ใช่เรื่องของมึงทาม”

            “เฮ้ย...ทามมันก็พูดถูกนะเรย์ แกทำแบบนี้คุณลิลลี่ช้ำตายพอดี”

            “ไม่ต้องเวทนาสงสารฉัน ความเห็นใจของพวกแกฉันไม่ต้องการ ถึงฉันจะตัวคนเดียวก็ไม่กลัวพวกแกหรอก ให้ยกโขยงมาทั้งไร่ฉันก็ไม่กลัว”

            เธอตอกกลับมาแถมขึงตาใส่ให้สองหนุ่มเสียอีก พวกเขาหันมองหน้ากันถอนหายใจหนักๆ จนถ้อยคำจะห้ามปราบ

            “เห็นไหมละ ยัยดอกไม้พิษนี่เกรงกลัวฉันเสียที่ไหน หัวเดียวกระเทียมลีบแล้วยังจะอวดเก่งแบบโง่ๆ อีก”

            ตอนท้ายชายหนุ่มจงใจจะว่ากระทบคนบ่นบ่า ซึ่งได้ผลมือที่พึ่งจะอ่อนแรงลงก็ทุบบึกลงกลางหลังนั่นอีกหลายที ฝ่ามือใหญ่จึงฟาดลงไปบนสะโพกนั่นอีกหลายครั้ง

            “ฉันไม่ใช่วัวใช่ควายนะ จะได้มาตีกันแบบนี้”

            “ก็เธอมันแส่หาเรื่องเองนี่นะ โดนแค่นี้ทำเป็นสำออย เจ็บแค่นี้ไม่ถึงกับตายหรอกน่า”

            “อ้าย!!! ไอ้ปากเสีย ไอ้ปากไม่มีหูรูด แกก็ลองโดนบ้างสิ ไอ้หน้ารังแกผู้หญิง”

            คำด่ากราดไม่ไว้หน้าทำให้ดวงตาเขียวเข้มวาวโรจน์

            “หุบปากนะ”

            “ไม่”

            “ฉันบอกให้หยุด”

            เสียงเขาต่ำลง บ่งบอกถึงอารมณ์ว่าสุดจะกลั้นเต็มทน

            “ไม่หยุดโว้ย...ได้ยินไหมว่าไม่หยุดโว้ยยย...”

            “ถ้าไม่หยุดละก็...ฮืม...พ่อจะให้ผู้ชายในไร่จับลงแขกซะเลย...”

            เขาคำรามรอดไรฟันอย่างเหลืออด

            “เฮ้ยเรย์นี่แก...”

            “พวกแกสองคนหุบปาก และก็ไม่ต้องเสือกยุ่ง ฉันจะจัดการยัยนี่เอง”

            “ไม่นะ ฉันไม่ยอม...”

            ลิลลี่ตกใจและหวาดกลัวคำขู่นั่น เธอดิ้นขลุกขลัก

            เรวินก้าวอาจๆ เดินขึ้นบันไดด้านหน้า แล้วเขาก็ต้องหยุดเมื่อเสียงของหญิงสูงวัยที่เดินรี่ผ่านระเบียงด้านข้างบ้านมาหยุดตรงหน้าเขา ตะลึงมองด้วยความตกใจ

            “ตายแล้ว...คุณเรย์นี่ไปพาลูกสาวใครมาคะ...”

            “แล้วผมจะเล่าให้ฟังนะป้านิ่ม”

            “แต่ว่า...”

            ไม่ทันเสียแล้วร่างสูงใหญ่แบกร่างงามที่ดิ้นกระแด่วๆ บนบ่าซึ่งทั้งทุบทั้งขวนอย่างบ้าคลัง ด้วยลำตัวที่ห้อยโตงเตงไปมานั้นทำให้เส้นผมสีดำมันคลับฟูกระจายไม่เป็นทรงจนแทบดูไม่ได้ ผู้สูงวัยจึงมองไม่เห็นใบหน้าของหญิงสาวนิรนามผู้มาใหม่ กระทั่งร่างหนาแกร่งแบกคนตัวเล็กขึ้นไปชั้นบนเสียงประตูปิดลงดังปั้งสะนั่นไปทั่ว

            ทุกคนที่มองตามด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่มีใครเอ่ยอะไร เพราะเรื่องนี้รอเจ้าตัวมาพูดเองดีที่สุด อากรกับทามยังกลัวว่าทั้งคู่จะฆ่ากันตายเสียก่อนมากกว่า ก็ไอ้เสียงโครมครามด้านในมันชวนให้พวกเขาเข้าใจอย่างนั้น ความเป็นคนอารมณ์ร้อนของเรวินเป็นที่เรื่องลือนักหนา หากเสนอหน้าไปยุ่งมีหวังได้โดนลูกหลงไปด้วยแน่ๆ

            ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงเสียงด้านในก็เงียบลง ไม่นานประตูห้องก็เปิดผลัวะออกมา ใบหน้าของอากรที่แนบไปกับบานประตูเมื่ออีกฝ่ายเปิดมารวดเร็วหน้าเขาก็เกือบคะมำทิ่มพื้นปาเก้

            “ไอ้หมอ เสือกยืนสะเร่ออะไรตรงนี้วะ”

            ใบหน้าครามเข้มดุดันถามขึ้นทั้งที่รู้แก่ใจ ไอ้พฤติกรรมสอดรู้นี่ไม่เคยหายตั้งแต่สมัยเรียน

            “แหม...เห็นหายไปนานฉันก็แค่เป็นห่วงแกนะไอ้เรย์...กลัวจะว่าโดนฆ่าตายคาห้องนะสิ...”

            คนพูดไม่จริงจังนัก ติดจะล้อเลียนซะมากกว่า

            “เสียใจด้วย คนอย่างเรวิน ไม่สิ้นท่ากับมือผู้หญิงง่ายๆ หรอก คนเราประสบการณ์มันสอนโว้ย”

            เขาพูดเพียงนั้นก่อนเดินผ่านหน้าเพื่อนลงสู่บันไดด้านล่าง เสยผมขึ้นอย่างลวกๆ คิดในใจยัยไฮโซนั่นฤทธิ์เยอะไม่เบากว่าจะปราบได้เล่นเอาเสียเหงื่อไปเยอะ

            “ประสบการณ์จากไหนวะ หรือว่าจาก...คนเก่า...”

            เพียงแหย่เล่นๆ ทว่ามันกลับไปจี้จุดเซ็นซิทีฟอีกฝ่ายอย่างจัง

            “หุบปากไปเลยไอ้หมอ ไม่อย่างนั้นแกได้กินน้ำพริกไม่ได้หลายวันแน่”

            “โหย...แค่ล้อเล่นเองทำจริงจังไปได้...”

           “เรื่องไหนก็ได้...แต่ยกเว้นเรื่องเดียวแกก็น่าจะรู้...ยังเสือกพูดออกมาอีก...หรือแกอยากจะทดสอบว่าหมัดฉันยังหนักดีอยู่หรือเปล่า...ไงจะลองดูไหม”

            “ไม่เอาวะ ฉันก็ยังอยากอยู่มีลูกมีเมียเหมือนกัน”

            “เออ...งั้นก็อย่าเอ่ยถึงผู้หญิงแพศยาคนนั้นอีก...ฉันไม่อยากได้ยิน...”

            อากรจึงได้แต่พยักหน้าหงิกๆ เดินตีคู่กระทั่งถึงหน้าระเบียง ซึ่งมีคนรับใช้เก่าแก่ของตระกูลยืนปั้นหน้าเป็นเควกชั่นมาร์ครออยู่ เรวินได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ นี่เขาคงจะต้องอธิบายยาวเสียกระมัง คนแก่ยิ่งเข้าใจอะไรยากๆ อยู่ด้วย    

 

            “อะไรนะคะ?”

            เสียงอุทานตกใจพร้อมกับเอามือทาบอกของคนตรงหน้า ทำให้เรวินต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่น

            “ป้านิ่มฟังไม่ผิดหรอกครับ”

           “นี่...นี่หมายความว่าคุณเรย์ลักพาตัวเธอมางั้นหรือคะ...แล้ว...แล้วเรื่องนี้พวกคุณๆ ทราบหรือไม่ว่าเออ...”

            “ไม่มีครับ และผมก็หวังว่าป้านิ่มจะสั่งทุกคนในไร่ไม่ให้แพร่งพรายเรื่องนี้ออกไป”

            เขาเอ่ยเรียบๆ ขณะปรายตามองเพื่อนรักที่ไปนั่งขอบระเบียงกับทาม ที่คอยชำเรืองมองมายังเขากับป้านิ่มซึ่งเป็นคนเก่าแก่คอยช่วยดูแลบ้านพักในไร่เขตตะวันเป็นระยะๆ ก่อนเขาจะถอนใจเฮือกเพื่อให้อารมณ์เย็นลง

            “แต่ว่าป้าไม่เห็นด้วยนะคะคุณเรย์ มันเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวเชียวนะคะ ไหนจะข้อหาเออ...ทำร้ายร่างกาย”

            อดพูดออกไปไม่ได้ และมันก็มีผลทำให้ดวงตาคมเขียวเข้มตวัดมองตาโตกับคำกล่าวหานั่น

            “ป้านิ่มว่าอะไรนะ ข้อหาทำร้ายร่างกาย จะบ้ารึเปล่าผมยังไม่ได้ทำอะไรยัยนั่นเลย”

            “แต่เมื่อกี้ป้าเห็น คุณเรย์ตีเธอ”

            “เขาเรียกปรามนะป้า ก็ปากหล่อนนะยังกับกรรไกร แถมฤทธิ์ก็เยอะ ถ้ายอมดีๆ ผมก็ไม่ทำหรอก”

            แก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ เสียอีกจนผู้สูงวัยถึงกับส่ายหน้า

            “แต่ฉันกับทามเป็นพยานได้ ว่าแกทำร้ายคุณลิลลี่จริงๆ ถึงไม่แรงก็ถือว่าทำนะโว้ย อะๆ รึจะเถียงว่าไม่จริง”

            เสียงสอดแทรกของอากรทำให้ชายหนุ่มต้องขึงตาใส่ แต่อีกฝ่ายกลับไม่กลัวสักนิดนอกจากหัวเราะดังลั่นไปกับท่าทีของเพื่อนรัก

            “หุบปากไปเลยไอ้หมอ มือไม่พายก็อย่าเอาเท้าราน้ำ”

            “คุณเรย์หากพ่อแม่เธอทราบเข้ามันจะเป็นเรื่องใหญ่นะคะ แล้วเป็นลูกเต้าเหล่าใครกัน พอจะบอกป้าได้ไหม”

            เสียงถามอ่อนโยนทำให้เขาค่อยใจเย็นขึ้น ซึ่งผู้สูงวัยก็รู้จุดอ่อนของผู้ชายตัวใหญ่ตรงหน้าดี

           “จริงๆ ผมก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรมากไปกว่าป้าเท่าไหร่หรอก ทุกอย่างมันเป็นคำสั่งของพี่นะ”

            “โอ้...หมายความว่าทั้งหมดคุณพอลรู้เห็นเป็นใจด้วยหรือคะนี่...ป้าจะเป็นลมทำไมจึงได้เอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงคุกเสี่ยงตารางกันทั้งพี่ทั้งน้อง ถ้าหากคุณท่านทราบ...”

            “ผมถึงต้องขอให้ป้าร่วมมือนี่ไง...อีกอย่าง...ไม่ใช่แค่นายพอพลของป้ารู้เห็นเป็นใจอย่างเดียวหรอก...แต่ทั้งหมดมันเป็นแผนการของพี่ชายเลยต่างหาก...”

            อาการปากอ้าตาค้างก็ยิ่งค้างไปใหญ่ มันเรื่องอะไรกันนี่นางไม่เข้าใจเลยจริงๆ

            “ป้าอย่าถามผมอีกเลย...ทุกอย่างผมก็จำใจต้องทำเช่นกัน...เห็นว่าหล่อนเป็นลูกสาวของคู่แข่งทางธุรกิจของตระกูลเราอะไรทำนองนั้น...พี่พอลก็เลยให้ผมจับตัวเธอมาเพื่อใช้ต่อรองทางการค้า...ทางเราโดนตัดหน้าโกงไปสองหนแล้ว...ก็เลยจำเป็นต้องใช้วิธีนี้...บีบให้ทางโน้นเลิกเล่นไม่ซื่อกับเราเสียที...”

            “แหม...พูดซะฟังดูดีเชียว...”

            แม้จะเอ่ยลอยๆ ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แต่ดวงตาของเพื่อนรักก็ตวัดมองเขม็ง

            “เป็นห่าอะไรวะ...คอยจะชักใบให้เรือเสียอยู่เรื่อยฮะ ไอ้หมอ...”

            “ก็มันจริงนี่นาเพื่อน ก็แกอธิบายเสียจนทุกคนเห็นด้วยตามๆ กันแล้วเนี่ย จริงไหมทาม”

            คนสนิทของเรวินก็พยักหน้าหงิกๆ เห็นด้วยซะงั้น

           “ทามถ้าแกเข้าข้างมัน เดี๋ยวฉันจะให้แกไปรับเงินเดือนจากไอ้หมอมันแทน”

            “ผมก็แค่เล่นๆ นะครับนาย...”

            มือขวาหนุ่มเอ่ยยิ้มๆ

            “เอาละๆ พอกันได้แล้วละหนุ่มๆ ว่าแต่คุณเรย์จะให้เธออยู่ที่นี่นานขนาดไหนคะ อีกอย่างป้าอาบน้ำร้อนมาก่อนแม้จะไม่รู้จักกับแม่หนูคนนั้น แต่พอจะดูออกว่าเธอพยศเก่งใช่ย่อย อย่างนี้ไร่เราไม่โกลาหลวุ่นวายแย่เหรอคะหากเธอไม่ยอมอยู่เฉยๆ ทำตัวเป็นแขกที่ดี”

            “ก็จนกว่าการเจรจาทางธุรกิจจะเรียบร้อย ผมเองก็ไม่แน่ใจว่านานแค่ไหน พี่บอกว่าน่าจะสักสองสามเดือนแต่ก็ยังไม่ฟันธงนะป้า ส่วนไอ้เรื่องนิสัยช่างมันเถอะหล่อนไม่อยากอยู่ก็ต้องอยู่ คงต้องถูลู่ถูกังทนอยู่ร่วมกันไป”

            เรวินเอ่ยอย่างเหนื่อยๆ ยามนึกไปว่าเขาจะต้องอยู่ร่วมชายคากับยัยผู้หญิงปากดีนั่นนานเป็นเดือน งานนี้ไม่ใครก็ใครได้บ้าตายกันบ้าง

            “แล้วพ่อแม่ของเธอละคะ”

            “เรื่องนั้นนายพอลของป้าจะจัดกันเอง ทางเรามีหน้าที่แค่กักตัวเธอไว้ชั่วคราวไม่ให้หนีไปไหนได้ แล้วผมก็หวังว่าป้าจะเข้าใจและให้ความร่วมมือ เพราะเรื่องนี้ไม่แค่ว่าเสี่ยงคุกเสี่ยงตารางอย่างเดียว แต่มันมีผลต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของเราซึ่งกำลังโดนอีกฝ่ายเล่นงานด้วยวิธีสกปรก”

            “ป้าเข้าใจคะ...แล้วคุณเรย์จะให้เธอพักห้องไหนเหรอ...ออ...เธอชื่ออะไรป้าจะได้เรียกถูก...”

            “เธอชื่อลิลลี่...ให้เธอพักห้องที่อยู่ตอนนี้นั่นแหละ...ไงผมรบกวนป้านำอาหารเย็นเข้าไปให้เธอด้วย...แต่ว่าห้ามแก้มัดเธอนะ...ยังไงป้าช่วยป้อนข้าวเธอด้วยแล้วกัน...”

            “จ๊ะ...เดี๋ยวป้าจัดการให้...”

           พูดจบร่างอวบอ้วนก็เดินตรงหายเข้ายังห้องครัวด้านหลังบ้านทันที

           

            “ว่าไง พี่ชายหาเรื่องมาให้แล้วทำเงียบหายเชียวนะ”

            นั่นคือประโยคแรกในการทักทายของเรวิน ถึงชายหนุ่มที่อยู่ไกลถึงกรุงเทพ

            “พอดีงานยุ่งนะเรย์เลยไม่ได้ติดต่อกลับ แล้วแกละไอ้น้องชายสบายดีไหม...”

            จากน้ำเสียงเรวินจับความรู้สึกได้ออกจะล้อเลียนเสียด้วยซ้ำ

            “มีความสุขกับผีนะซิ ยัยคุณหนูไฮโซนั่นแผลงฤทธิ์จนฉันจะบ้าตายอยู่แล้วนะ ขอร้องละช่วยทำอะไรไวๆ หน่อยได้ไหม แค่วันเดี่ยวที่ได้เจอหล่อนความสงบเงียบในไร่ก็หายวับไปกับตา”

            “ฮ่าๆ ลูกสาวคนรวยก็เงียละ ทำเป็นไม่เคยไปได้”      

            “ไม่ต้องทำมาเปลี่ยนเรื่องเลยนะพี่”

            “ไม่ได้เปลี่ยนเรื่อง ผู้หญิงนะเรย์มันก็เอาแต่ใจโวยวายเหมือนกันหมดแหละ แกก็ทนๆ เอาหน่อยแล้วกัน สักสามสี่เดือนถ้าทางนี้เรียบร้อยแกก็จะได้เป็นไท”

            “ไวๆ แล้วกัน”

            พูดออกไปเสียงหงุดหงิด ยิ่งปลายสายหัวเราะร่วนมาเท่าใดเรวินก็ยิ่งโมโหขึ้นไปอีก แล้วชายหนุ่มก็นิ่งกึกเมื่อเหมือนได้ยินเสียงหนึ่งดังสอดแทรกเข้ามาในสาย ไม่ผิด เสียงผู้หญิง เสียงออดอ้อนด้วยนะนั่น

            “นั่นพี่อยู่ที่ไหนนะ ทำไมมีเสียง...”

            “ไม่น่าถามนะไอ้น้องชาย”

            พอลตอบกลับมาอย่างอารมณ์ดี

           เรวินหน้าแทบจะกลายเป็นยักษ์ ทำไมเขาจะไม่รู้เรื่องความเพลย์บอยของพี่ชายตัวแสบ ควงสาวๆ เป็นว่าเล่นทั้งดารานางแบบระดับแถวหน้าทั้งนั้น เขาเองสมัยเรียนอยู่ก็ใช่ย่อยชีวิตในวัยรุ่นเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องให้คุ้มค่า แต่เขาก็ไม่ได้มากมายเท่ากับพี่ชาย

กระทั่งมารับช่วงที่ไร่ต่อจากคุณปู่คุณย่าที่ตอนนี้ไปอยู่ในกรุงเทพแล้ว ซึ่งว่างๆ พวกท่านก็มักจะไปทำบุญตามวัดตามประสาคนแก่ ส่วนพ่อกับแม่ก็ชอบท่องเที่ยวหรือไม่ก็ไปทำการกุศลต่างๆ พี่ชายตัวดีนะหรือเรื่องงานนั้นไม่มีบกพร่อง แน่ละว่าเรื่องบนเตียงก็ไม่บกพร่องเช่นกัน

            “ขนาดคุยกับน้องยังไม่พ้นอยู่บนเตียงอีกนะ ไอ้ที่ติดต่อพี่ไม่ได้ก็เพราะกำลังเล่นบทนายพรานล่าสวาทอยู่รึไง”

           เขาตอบไปแบบประชดประชัน แต่คนจากอีกฟากก็มิได้อินังขังขอบกับวาจานั้นเท่าไหร่ ความห่ามของน้องชายพอพลรู้ดีมันเป็นเพียงภายนอก แต่ในใจนั้นเป็นพวกอ่อนไหวเซ็นซิทีฟตัวพ่อเลยก็ว่าได้

            “กิจของสงค์คือบิณฑบาตรเป็นฉันท์ใด กิจของบุรุษทั้งแท่งพึงมีสตรีข้างกายก็ไมต่างกันวะไอ้น้องชาย”

            “ไปน้ำขุ่นๆ นะ ไม่เห็นเกี่ยวกันตรงไหน”

            “เออ...ไอ้ที่โทรมา...คือจะมาบ่นฉันว่างั้น...”

            “เห็นเงียบไป...”

           “ไม่ได้เงียบ...วุ่นกับงาน...แต่แกดันเสือกโทรมาเจอตอนฉันกำลังพักผ่อนเองนะเรย์...เฮ้ย...แค่นี่ก่อนได้ไหม...ดูเหมือนฉันต้องออกกำลังกายอีกรอบแล้วละ...”

           พูดไม่ทันขาดคำเสียงอู้อี้บอกอารมณ์เร่าร้อนของผู้หญิงก็ดั่งแทรกเข้ามาทันที และเขาก็ได้ยินพี่ชายกระซิบกระซาบนางแมวยั่วสวาทเสียงกระสั่นไม่แพ้กัน ก่อนชายหนุ่มจะบอกตัดและวางสายไปดื้อๆ ให้ตายเถอะให้มันได้อย่างนี้ซิไอ้พี่ชาย หึ ออกกำลังกาย เล่นกีฬาบนเตียงสิไม่ว่า

            “เบื่อโว้ยยยย...”

            ชายหนุ่มเสยผมแบบเซ็งๆ ตะโกนระบายออกมาเสียงดัง ทำให้เท้าของผู้สูงวัยหยุดชะงัก เรวินก็เหมือนจะรู้ตัวว่ามีคนยืนอยู่จึงหันกลับไปมอง และสายตาก็ปะเข้ากับดวงตาของป้านิ่มที่อิหลักอิเหลือกอ้ำๆ อึ้งๆ เหมือนมีอะไรจะบอก เขาจึงเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

            “เธอไม่ยอมทานข้าวคะคุณเรย์”

            ไม่ต้องเอ่ยชื่อก็พอจะรู้ว่าคนเจ้าปัญหาคือใคร มันวันซวยอะไรของเขากันนะ ตั้งแต่เช้าที่ต้องไปรอรับหล่อนกระทั่งตอนนี้ ก็ยังจะก่อปัญหาให้ไม่หยุดหย่อน ข้าวในท้องยังไม่ทันจะเรียงเม็ดดี ก็มาทำให้อารมณ์เขาต้องของขึ้นอีกแล้ว

            “เธอไม่กินข้าว แล้วอาหารในจานมันหายไปไหนหมดละป้า”

            ผู้สูงวัยถอนหายใจหลายครั้งติดกันก่อนเอ่ยตอบเสียงเรียบ

            “เธอปัดทิ้งนะคะ”

            “ป้าแก้มัดให้เธองั้นรึ”

           “ปะ...เปล่านะคุณเรย์...หนูลิลลี่เธอก็ปัดทั้งๆ ถูกมัดนั่นแหละ...เพียงแค่บอกเธอก็เดินอาจๆ จากเตียงหันหลังใช้มือปัดร่วงจากโต๊ะรวดเร็วจนป้าจับไว้ไม่ทัน...ยังไงขอป้าไปเอาไม้กวาดไปทำความสะอาดก่อนนะ...”

            “ไม่ต้อง”

            “อ้าว...ทำไมละคะ ในห้องมันเลอะมากหาก...”

            “ใครทำเลอะคนนั้นก็ต้องทำความสะอาด”

            เขาพูดเสียงเรียบแทรกขึ้น หากแต่ในตาดุดัน ผู้หญิงอะไรสร้างเรื่องไม่รู้จักหยุด

            “ป้าเกรงว่า...”

           “ป้าจะไปทำอะไรก็ไปทำเถอะ...เรื่องยัยนั่นผมจะจัดการเอง...อ้อ...ถ้าได้ยินเสียงอะไรก็ไม่ต้องสนใจ...ให้คนในไร่เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ซะนะป้า...”

            เขาพูดเพียงนั้นก่อนร่างบึกบึนจะก้าวจ้ำพรวดๆ พ้นหน้าไปยังห้องครัวด้วยท่าทีโมโหเอามากๆ ผู้สูงวัยได้แต่ถอนใจ อีกประเดี๋ยวเถอะบ้านได้กลายเป็นนรกแน่ๆ


 
ขอบคุณนะคะที่หลงเข้ามาอ่านกันอีกแล้ว....ดีใจมากเลยสำหรับแฟนคลับเดิมๆ ที่รักกันจริง  จะพยายามอัพให้ไวที่สุดนะคะ แต่บอกได้เลยว่ามีเวลาแต่งแต่เสาอาทิตย์ มันก็เลยช้าเป็นเต่าคลานเช่นนี้แล   รักนะจุ๊ปๆ  ฝากดูแลลูกชายหัวแก้วหัวแหวนด้วยเน้อ  

 ************* ช่อศิลาญา ********

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

191 ความคิดเห็น

  1. #107 อมลลดา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2553 / 14:37

    ชอบลิลลี่จัง แรงได้ใจจริง ๆ

    #107
    0
  2. #41 มาอายะ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2553 / 19:23
    ฮ่าๆๆๆ แรงทั้งคู้ แล้วจะเชีบร์ใครดีล่ะเนี่ย 

    ยังไงขอเชียร์ลิลลี่ล่ะกัน ได้ใจเต็มๆ อิอิ
    #41
    0
  3. #33 jeabkiss (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2553 / 15:26
    ลิลลี่แรงได้ใจจริงๆ
    #33
    0
  4. #7 น้ำสวยฟ้าใส (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2553 / 23:52
    น่าลุ้นจัง นายเรย์ จะเข้าไปทำอะไร ลิลลี่

    ว่าง ๆ มาอัพต่อนะคะ
    #7
    0
  5. #6 แวนด้า (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2553 / 15:10
    ร้ายๆทั้งคู่
    #6
    0
  6. #5 bo_@" (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2553 / 12:00

    ยิ่งอ่านยิ่งสนุกค่ะ นางเอกน่าร๊ากกก ชอบจัง นิสัยได้ใจสุดๆ

    #5
    0