ภารกิจสิเน่หา (Re-Up)

ตอนที่ 1 : ปฐมบท - 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 943
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    12 ม.ค. 62




ปฐมบท

 

 

วันศุกร์ 11.30 นาฬิกา ประเทศไทย ณ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ


ร่างสูงสมส่วนตามชาติพันธุ์อเมริกันบวกสเปนนิสเดินเข็นรถมาจากช่องผู้โดยสารขาออกเป็นคนสุดท้าย ยิ้มโปรยเสน่ห์จนสาวแท้สาวเทียมหันมองเป็นตาเดียวกัน ซึ่งมันเป็นนิสัยส่วนตัวของหนุ่มหล่อเซ็กซี่เพลย์บอยชื่อ กระฉ่อนจากอเมริกา ก่อนดวงตาซุกซนขี้เล่นจะเหลือบเห็นเป้าหมายที่ยืนห่างไปไม่กี่สิบเมตร


“ไฮ! ไม่คิดว่านายสองคนจะมารับไอ”


พูดจบก็สวมกอดเพื่อนรักทั้งสองด้วยความคิดถึง เพราะครั้งสุดท้ายที่เจอกันมันก็ปีกว่ามาแล้ว


“ลูกผู้ชายคำไหนคำนั้น ฉันบอกว่าต้องมาก็ต้องมาสิวะ”


“เพื่อนาย เราสองคนถึงยอมโดดงาน ถ้าไม่มีของฝากติดไม้ติดมือมาให้มีเคือง”


สองหนุ่มกฤษฎาและฌอห์นเออออห่อหมก คนเพิ่งมาถึงไหวไหล่ไม่ได้ใส่ใจกับการทวงของฝาก ชายหนุ่มยังคงยิ้มได้ตลอดเวลา ก่อนจะหันไปขยิบตาเก๋ไก๋ให้กับแอร์โฮสเตสสาวสวยของสายการบินที่เพิ่งแยกกันเมื่อครู่


“ฉันไม่สงสัยเลยว่าทำไมนายถึงมาช้ากว่าผู้โดยสารคนอื่น ๆ” ฌอห์นเอ่ยอย่างรู้ทัน


“นั่งเครื่องบินกว่าสิบชั่วโมง จะให้ไอเอาแต่นอนหรือไงวะ พวกนายก็รู้นี่หว่าว่าคนอย่าง แม็ค ไมเคิล คีนน์ ตายได้ แต่ขาดผู้หญิงไม่ได้”


สองหนุ่มส่ายหน้ากับพฤติกรรมที่แก้ไม่เคยหายตั้งแต่สมัยเรียนของหนุ่มอเมริกัน


“นานแค่ไหนนายก็ไม่เคยเปลี่ยน ถ้าให้เดา ฉันว่าระหว่างทางนายคงได้เบอร์สาว ๆ มาไม่ต่ำกว่าสาม”


“ฮ่า ๆ แหมนายก็ยังรู้ใจเหมือนเดิมนะกฤษ ช่วยไม่ได้ เพราะพวกเธอเต็มใจให้เบอร์มาเอง ใช่ว่าไอไปบังคับข่มขู่เสียเมื่อไหร่ พวกนายเหอะ  เกิดมาเป็นผู้ชายทั้งทีอย่าให้เสียชาติเกิด ต้องใช้ให้คุ้มค่าแบบไอ้แม็คคนนี้”


ไม่เพียงพูดแม็คยังยืดอกอย่างภาคภูมิใจกับฉายาของตัวเอง เขาไม่ได้ทะนงตนว่าหล่อ เขาไม่ทะนงตนว่ารวย แต่มันก็ช่วยไม่ได้ที่องค์ประกอบทั้งสองส่งเสริมให้เขาเป็นที่หมายปองของสาว ๆ ชนิดที่ว่าถ้าเป็นภาษาไทยก็เรียกว่าหัวบันไดบ้านไม่แห้ง


“อย่ามัวหลงตัวเองอยู่เลย โน่นรถจอดอยู่ทางโน้น”


พอฌอห์นเตือนนั่นแหละ หนุ่มหล่อเซ็กซี่จึงหลุดจากภวังค์ แล้วเข็นรถไปยังลานจอดรถที่อยู่ถัดไปอีกหนึ่งอาคาร


“ขอบใจนายสองคนมากที่สละเวลามารับ”


แม็คเอ่ยเมื่อรถคันหรูแล่นออกจากสนามบินมาได้สักพัก โดยมีฌอห์นทำหน้าที่คนขับ


“ต้องขอบจงขอบใจอะไร พวกเราเป็นเพื่อนกันแค่นี้เรื่องเล็กน้อย อีกอย่างฌอห์นมันก็เห็นว่านายจะมาอยู่นานเป็นเดือนก็เลยจะพาไปพักที่บ้านหลังใหม่ของมันที่เพิ่งสร้างเสร็จ” กฤษฎาซึ่งนั่งอยู่ข้างคนขับหันมาบอกเพื่อน


“ว้าว จริงเหรอฌอห์น”


“นายจะได้ไม่ต้องไปพักโรงแรมให้เสียเงิน กันรู้ว่านายมีเงินเหลือเฟือแต่ถ้าต้องมาอยู่นานขนาดนั้นก็ควรไปพักที่บ้านกันดีกว่า อยู่แถว ๆ สุขุมวิทการคมนาคมก็สะดวกสบาย เวลาเร่งรีบนายใช้รถไฟฟ้าบีทีเอสหรือ รถไฟฟ้าใต้ดินก็ได้ แต่เสียอยู่อย่างเดียวก็ตรงรถติดนี่แหละ”


“นั่นไม่ใช่ปัญหา นายก็รู้นี่ว่าต้นปีที่แล้วฉันมาเซอเวย์อยู่ที่กรุงเทพฯ ตั้งครึ่งเดือน”


“กันลืมไปว่านายมันหูไวตาไว”


“ถือว่าเป็นคำชม” แม็คตอบยิ้ม ๆ ไม่ได้สนใจคำประชดประชัน


ไม่นานรถของสามหนุ่มก็แล่นมาจอดยังรั้วอัลลอยสีเงินที่เข้ากับ  ตัวบ้านหลังใหญ่สีขาว ซึ่งเป็นสไตล์โมเดิลประยุกต์แบบสองชั้น ตกแต่งด้วยกระจกเป็นส่วนใหญ่เพื่อเพิ่มความโปร่งแสงและลดการใช้พลังงาน ในเวลากลางวันจึงไม่ต้องเปิดไฟ มีสวนหย่อมและน้ำพุเล็ก ๆ หน้าบ้าน และอาคารจอดรถที่จอดได้ถึงสามคัน


“บ้านนายน่าอยู่มากเลยฌอห์น”


หนุ่มเซ็กซี่ชมจากใจ ลงจากรถก็กวาดสายตาสำรวจรอบ ๆ อาณาบริเวณบ้านตามนิสัยคนช่างสังเกต ก่อนไปสะดุดเข้ากับบ้านหลังกะทัดรัดสไตล์เดียวกันแต่หลังเล็กกว่า แถมด้านนั้นยังมีประตูรั้วเปิดเข้าออกหากันได้


“เอแล้วบ้านหลังนั้นของใคร? ทำไมมีประตูรั้วเชื่อมกันด้วย”


“นั่นบ้านเพื่อนของคุณปู่คุณย่ากันเอง แต่มีใครอยู่หรือเปล่ากันไม่รู้ เพราะฉันก็เพิ่งมาอยู่เมืองไทยไม่นานเลยยังไม่สนิทสนมกับใครมากเท่าไร”


แม็คไหวไหล่หมดความสนใจเดินเข้าบ้าน กฤษฎายกกล่องอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เพื่อนหนุ่มสั่งเอาไว้ก่อนบินมาเมืองไทยเข้ามาในห้องที่ฌอห์นสั่งทำพิเศษเปิดปิดด้วยการสแกนนิ้วมือ


“เฮ้...นี่มัน”


ดวงตาสีน้ำตาลเป็นประกายถลาเข้ามาในห้องที่ครบครันด้วยอุปกรณ์ไฮเทคโนโลยีชั้นสูงจากอเมริกา


“เห็นนายอยากได้ พวกฉันก็เตรียมไว้ให้” กฤษฎาตอบยิ้ม ๆ เมื่อเห็นท่าทางดีใจราวเด็ก ๆ ของเพื่อนรัก


“ขอบใจมากว่ะ พวกนายรู้ใจไอจริง ๆ”


“พวกเรารู้จักกันมาเป็นสิบปี ฉันกับไอ้กฤษไม่รู้ใจนายแล้วใครจะ    รู้วะ ให้เดาไหมว่าไอ้ที่นายมาเมืองไทยครั้งนี้ก็คงมีแผน เพราะคนอย่างนายมันไม่มีทางไปประเทศไหนโดยไม่หวังผลอยู่แล้ว จริงมะ”


“เบื่อจริงพวกรู้ทัน ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ก็แค่ขำ ๆ แก้เซ็ง” แม็คตอบอย่างอารมณ์ดี


“งานของนายมันก็ขำ ๆ ทุกเรื่องแหละแม็ค แต่ฉันก็เห็นนายปางตายทุกที หรือไม่ก็รอดแบบหวุดหวิด”


“มันเป็นงาน เลือกได้ที่ไหน”


หนุ่มเซ็กซี่ตอบไม่ยี่หระ พลางกระดกน้ำเย็นขึ้นดื่มหันมาให้ความสนใจกับอุปกรณ์พ่วงต่อบนโต๊ะ เพียงแค่มองชายหนุ่มก็รู้ถึงคุณภาพของมัน นั่นก็เพราะเขาคลุกคลีกับสิ่งนี้มาตั้งแต่เด็กๆ


“ถ้านายต้องการอะไรเพิ่มก็บอกได้” กฤษฎาเสริม


“ไอต้องการกล้องวงจรปิดที่ดีที่สุดสักสิบตัว ส่วนอุปกรณ์อื่น ๆ นายไม่ต้องห่วง ไอพกมาเพียบ”


“กันลืมไปว่านายมันลูกใคร”


ฌอห์นเอ่ยยิ้ม ๆ เพราะเขากับกฤษฎารู้ดีว่าแม็คเป็นคนหัวไวมาก เขาสามารถแฮกข้อมูลของกระทรวงกลาโหมของสหรัฐได้เพียงไม่ถึงห้านาทีจนเกือบจะได้ไปนอนในคุก นี่ถ้าไม่ใช่ทายาทตระกูลคีนน์ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมของอเมริกาเป็นเพียงลูกตาสีตาสา รับรองไอ้เพื่อนรักคงไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้


“ไม่ต้องมาประชด”


“กันเปล่า” พูดจบฌอห์นก็เดินออกจากห้องไปทิ้งตัวลงบนโซฟา สองหนุ่มจึงเดินตามออกมา


“เรื่องงานของไอพวกนายไม่ต้องห่วง มาว่าเรื่องคืนนี้กันดีกว่า” หนุ่มเจ้าแผนการเปรยยิ้ม ๆ ก่อนจะนั่งลงข้างเพื่อน


“หมายความว่า...”


“ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นกฤษฎาเพื่อนรัก นายด้วยฌอห์น เพราะคืนนี้นายสองคนต้องไปเลี้ยงต้อนรับไอ ไหน ๆ ก็มาแล้วไปเปิดหูเปิดตาพักสมองสักคืน แค่นี้ธุรกิจของพวกนายคงไม่ถึงกับล่มจมหรอกน่า” สองหนุ่มหันมองหน้ากันก่อนพยักหน้าอย่างจำใจ

“แค่คืนนี้เท่านั้นนะแม็ค”


คำพูดของกฤษฎายังไม่เท่าดวงตาคู่คมที่ดูเหมือนเจ้าตัวมีอะไรบ้างอย่างอยู่ในใจ แต่กระนั้นมันก็ไม่ใช่กงการอะไรของเขา เพราะเรื่องส่วนตัวบางอย่างคนเราก็ไม่อยากให้คนอื่นก้าวก่าย


“ไม่มีปัญหา แล้วนายล่ะฌอห์นพรุ่งนี้ต้องรีบไปไหนตามกฤษมันด้วยหรือเปล่า”


“อืม ฉันต้องขอตัวเหมือนกัน แต่ถ้านายว่างหรืออยากเปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวหาที่สระบุรีได้ตลอดเวลา หรือจะไปหาไอ้กฤษที่ภูเก็ตก็ได้”


“ใช่ ฉันจะเลี้ยงดูปูเสื่อนายอย่างดีทีเดียว” กฤษฎาเสริมอย่างรู้ใจ


“รวมถึงเรื่องสาว ๆ ด้วยหรือเปล่าวะ” แม็คกระตือรือร้นถาม


“ถ้านายต้องการ”


“ไปเที่ยวหาไอ้กฤษคงหาสาว ๆ ได้ไม่ยาก แต่ถ้าไปสระบุรีฉันคงมีแต่วัวแม่พันธุ์ให้นาย” แม็คส่ายหน้ามองฌอห์นอย่างเคืองๆ


“คนหล่ออย่างไอ ไม่ขัดสนผู้หญิงถึงขนาดต้องไปผสมพันธุ์กับสัตว์ต่างสปีชีส์หรอกเว้ย”


“เออ...ไอ้คนหล่อ ไอ้พ่อรวย มั่วมาก ๆ ระวังจะติดโรคเข้าสักวัน   ฉันกับไอ้กฤษไม่อยากไปงานศพแก่ตั้งแต่ยังหนุ่ม” คนฟังไหวไหล่ไม่ได้อินังขังขอบกับคำเตือนของเพื่อนแม้แต่น้อย


“คนอย่างไอมันหนังเหนียว ขนาดวิถีกระสุนยังรอดมาได้ ไอไม่ยอมมาตายเพราะโรคร้ายง่าย ๆ แน่ ถึงไอจะมีผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าแต่ไอก็เลือก มีสักครั้งไหมที่พวกนายสองคนเคยเห็นไอ้แม็คคนนี้ควงผู้หญิงโลคลาส”


หนุ่มอเมริกันเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ เขาไม่จำเป็นต้องไล่ตามใครเลยด้วยซ้ำ เพราะแค่สบตาไม่ว่าสาวแท้สาวเทียมก็แทบจะกระโจนขึ้นเตียงของเขาอยู่แล้ว


“คบแต่สาวสวยมาก ๆ ระวังจะได้ลูกเป็ดขี้เหร่มาเป็นเมียนะเพื่อน จริงไหมกฤษ”


“ใช่ อย่างแม็คมันต้องเจอแบบนั้นถึงเหมาะสม”


กฤษฎาเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย แต่คนถูกว่าก็ยังทำท่ามั่นใจ


“คำอวยพรของพวกนายสองคนจะไม่มีวันสัมฤทธิผล คนอย่างไอมันต้องระดับนางงามเท่านั้น”


หนุ่มหล่อสุดฮอตตอบด้วยความมั่นหน้า


“พวกเราจะคอยดูวันที่นายต้องกลืนน้ำลายตัวเอง” ฌอห์นตอบ กฤษฎาก็พยักหน้าเห็นด้วย


“จ้างให้พวกนายก็ไม่มีวันได้เห็น ไอไปนอนพักเอาแรงดีกว่า คืนนี้จะได้มีแรงสู้ศึก”


พูดจบเพลย์บอยอเมริกาก็ลากกระเป๋าขึ้นชั้นบนทิ้งให้สองหนุ่มที่มารับนั่งคุยกันตามลำพัง ก็แหม ไม่ได้มาเมืองไทยตั้งเป็นปีมันก็ต้องเตรียมพร้อมกันสักหน่อย เพราะยังไงคืนนี้เขาก็ไม่คิดจะกลับมานอนบ้านอยู่แล้ว

 

…………………………………………..

 

เรื่องนี้พระเอกกวนประสาทมากค่ะ เป็นนิยายหมดสัญญากับสนพ. เก่าค่ะ ยังไงฝากอีบุ๊คด้วยนะคะ พร้อมดาวโหลดแล้วที่เวป Meb มาเก็ตจ้า ราคาย่อมเยาไม่แพงจ้า จัดโปรโมชั่นอยู่นะคะ

 

ขอบคุณจากใจ

กานต์มณี ช่อศิญา

 

ภารกิจสิเน่หา
ช่อศิญา (กานต์มณี)
www.mebmarket.com
จะด้วยพรหมลิขิตบันดาลชักพาหรือเป็นเพราะว่าผีผลักก็ไม่อาจรู้ได้ เมื่อหนุ่มหล่อเซ็กซี่ขี้เล่นแฝงอันตรายอย่าง แม็ค ไมเคิล คีนน์  ต้องโคจรมาร่วมงานกับนักข่าวสาวไทยจอมยุ่งอย่าง ชมจันทร์  งานนี้จึงไม่หมูอย่างที่คิด เมื่อคู่กัดต้องจับมือกันเพื่อภารกิจเสี่ยงตายระดับชาติ……………………………“ห้ามยุ่งกับครอบครัวฉันเด็ดขาด” ชมจันทร์เอ่ยเสียงรอดไรฟัน “ทุกอย่างมันขึ้นอยู่ที่คุณเท่านั้นว่าจะยอมดีๆ หรือจะต้องให้มีผู้สูญเสีย” แม็คกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงข่มขู่ จากจูบที่จงใจกลั่นแกล้งเมื่อครู่ มันทำให้ชายหนุ่มเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าการจูบสาวเวอร์จิ้นมันไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด“นายมันไอ้ตัวร้าย”“เพิ่งรู้หรือไง แต่ถึงมารู้ตอนนี้มันก็สายไปแล้ว เพราะผมคงปล่อยให้ป้ามาเปิดโปงผมไม่ได้ นอกจากป้าต้องจำยอมร่วมภารกิจนี้จนกว่าจะสำเร็จลุล่วง” ‘ไอ้ตัวร้าย’ ตอกย้ำยิ้มมุมปากอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า“โดยให้ฉันร่วมทำความชั่วกับนายนะเหรอ” เจ้าตัวเบ้ปาก แค่คิดก็สะอิดสะเอียนจะแย่“ความชั่วทำคนเดียวมันไม่สนุก มันต้องมีคนทำเยอะๆ ถึงจะน่าตื่นเต้น” คนพูดหัวเราะทั้งที่ไม่มีอะไรน่าขำ ..................


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #4 mali07409 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 14:21
    เปิดตัวก็เจ้าชู้ซะเเล้ววว
    #4
    0
  2. #2 kusiniii908 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 09:04

    เปิดตัวมาด็หน้าอ่านแล้ว

    #2
    0
  3. #1 aemly (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 21:19

    เปิดตัว รออ่านตอนต้อไปคะ

    #1
    0