จำเลยรักจอมมาร

ตอนที่ 18 : บทที่ 10 (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,301
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 69 ครั้ง
    17 มี.ค. 58


บทที่ 10 (1)

 

                        เปลือกตาบางใสกะพริบถี่ๆ ขับไล่ความมึนงง มือบางควานกดเปิดสวิตซ์ไฟบนหัวเตียง พอลงจากเครื่องบินเธอก็รีบนั่งรถกลับห้องพัก พอถึงห้องก็ล้มตัวลงนอนหลับเป็นตาย มารู้สึกตัวตื่นเมื่อได้เสียงโทรศัพท์ เธอรับไม่ทันเสียงจากคนแดนไกลจึงถูกบันทึกอัตโนมัติ

 

                        “ลูกสาวแม่ ถ้าว่างโทรกลับหาแม่ด้วย”

 

                        อา... เธอไม่ได้โทรหาแม่เพราะมัวแต่จมจ่อมกับอดีตความรัก ลากยาวจนไปถึงทริปเรือสำราญ สาวเจ้ารีบลุกล้างหน้าล้างตา ใช้ผ้าขนหนูซับหน้าจนพอใจเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบนมเปรี้ยวขวดใหญ่มาเปิดดื่มแก้หิว จึงเดินมายังโทรศัพท์แล้วต่อสายหาบุพการี ที่นี่เป็นกลางคืน ที่บ้านของเธอก็เป็นกลางวัน แม่มักจะโทรมาหาเวลานี้เสมอ

 

                        “สวัสดีค่ะ ดิฉันศจีพูดค่ะ”

 

                        “สวัสดีค่ะแม่ หนูเอง”

 

                        “ไอวี่” คุณสร้อยศจีเรียกชื่อธิดาสาวด้วยความดีใจ ยามได้ยินเสียงใสๆ ของลูกคนเล็กที่กำลังคิดถึงอยู่พอดี

 

                        “เงียบหายไปเลยทำไมไม่ติดต่อมาบ้าง”

 

                        “ขอโทษค่ะแม่ งานหนูยุ่งมากเลยช่วงนี้ ไม่ต้องห่วงนะคะสิ้นเดือนนี้หนูว่าจะส่งเงินไปให้แม่นอนกอดแทนหนูสักสองแสน” ปลายสายส่ายหน้า ไม่เคยต้องการเงินของธิดาสาวเลย เพราะอยู่เมืองไทยก็ไม่ได้ขัดสนอะไร ค่าเช่าตลาดทุกเดือนก็เหลือกินเหลือใช้ ไหนจะเงินที่ลูกสาวคนโตกับคนกลางมอบให้ทุกเดือน เจ็บป่วยลูกๆ ก็ออกหมด ท่านจึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงิน

 

                        “เงินอีกแล้ว ไม่ต้องส่งมาให้แม่หรอก แม่มี”

 

                        “ได้ไงคะ แม่ลำบากส่งหนูเรียนจนจบ หนูอยากให้แม่บ้าง”

 

                        “เป็นไปได้แม่อยากให้หนูกลับมาอยู่เมืองไทยมากกว่า”

 

                        ไอวราทำหน้าเมื่อย ไม่ใช่ว่าไม่รักเมืองไทย แต่เพราะค่าตอบแทนในงานที่ไอวราทำมันมากเป็นสิบเท่า หากทิ้งไปเสียดายแย่

 

                        “แม่ก็รู้นี่คะว่าผลตอบแทนมันเยอะ เจ้านายของหนูก็ใจดีมากๆ ทุกคนที่นี่เป็นมิตรและมีน้ำใจ ถ้าต้องไปเริ่มต้นใหม่ที่เมืองไทย หนูทำงานที่นี่จนเกษียณดีกว่าค่ะ”

 

                        ฟังนะฟัง ลูกสาวคนเล็กตัวดีเอาแต่ใจเป็นที่สุด ขนาดว่าพี่น้องทั้งสองรวมถึงตัวท่านคัดค้านตั้งแต่คราแรก เจ้าตัวก็ยังดื้อรั้นจะไปอยู่เมืองนอกจนได้ นี่แหละหนาลูกคนเล็กพ่อเขาตามใจมาตั้งแต่เด็กเลยเคยตัว

 

                        “ไม่คิดถึงแม่กับพี่ๆ บ้างหรือเรา”

 

                        “คิดถึงสิคะ ทุกลมหายใจเลยด้วย”

 

                        “ไม่ต้องมาทำพูดเอาใจแม่”

 

                        “หนูเปล่าเอาใจ เรามีกันสี่คนแม่ลูกนะคะ ไม่รักแม่ไม่รักพี่สาวแสนดีทั้งสอง หนูจะไปรักใคร” เวลาทำงานไอวราคือสาวมั่นผู้เก่งกาจมากฝีมือ แต่เวลาอยู่กับครอบครัวเธอคือลูกน้อยหอยสังข์ที่มีแต่คนคอยตามใจ แถมยังขี้อ้อนสุดๆ

 

                        “อยู่โน่นมีแฟนบ้างหรือเปล่า”

 

                        “ไม่มีค่ะ”
            “ลูกสาวของแม่ออกจะสวย เอ... ทำไมไม่มีหนุ่มๆ ตาน้ำข้าวมาจีบบ้าง ลูกสาวคนข้างบ้านเขาไปทำงานที่สวิสฯ ควงฝรั่งตัวใหญ่ตาสีฟ้ามาอวดด้วยนะลูก พี่สาวของหนูน่ะรีบอวดเลยว่าน้องสาวก็มีแฟนหล่อๆ อยู่เมืองนอก แม่นี้นั่งหัวเราะพี่ของลูกจนท้องแข็ง”

 

                        อ่อย... ก็อยากอวดบ้างไรบ้างว่ามีแฟน แต่ไม่รู้จะไปหาจากไหน กับแฟรงก์ความสัมพันธ์ก็เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น แถมเขายังเป็นคนรวยติดอันดับไม่รู้ว่าเขาจะจริงจังกับเธอหรือเปล่า

 

                        “คุณแม่คุยกับใครอยู่คะ”

 

                        “จะใครล่ะก็น้องสาวของลูกน่ะสิ” คนที่เพิ่งกลับเข้ามาในบ้านรีบวางกระเป๋าถือบนโต๊ะ ถลาเข้ามายืนข้างๆ มารดา

 

                        “หนูขอคุยกับน้องบ้างนะคะ” คุณสร้อยศจีพยักหน้ายื่นโทรศัพท์ให้ลูกสาวคนโต

 

                        “ว่าไงยัยตัวแสบเงียบหายไปเลยนะ” คือคำทักทายที่อัญชันทักทายน้องสาวคนเล็ก ส่วนต้นสายครวญเบาๆ รู้เลยว่าพี่สาวจะต่อว่าอะไรบ้าง

 

                        “สวัสดีค่ะพี่อ้อม”

 

                        “รู้ไหมเราทำให้แม่เป็นห่วงมาก สัปดาห์ที่ผ่านมาแม่บ่นถึงเราทุกวัน พี่กับยัยอุ้มนี้ได้ยินจนชินหู หลานๆ ก็บ่นถึงเราตลอด” ไอวรารู้สึกว่าตัวเองทำให้คนในครอบครัวต้องพลอยวิตกกังวลไปกันหมดเพียงไม่ได้โทรหา

 

                        “หนูขอโทษ”

 

                        “แล้วที่เงียบหายไป งานยุ่งมากหรือ”

 

                        “ค่ะ ประมาณนั้น”

 

                        “ต่อไปก็ติดต่อมาบ้าง แม่กับพี่เป็นห่วงเรามากนะ”

 

                        “หนูโตแล้วพี่อ้อมไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ ว่าแต่... เด็กๆ ยังไม่กลับจากโรงเรียนเหรอคะ ตอนนี้ที่เมืองไทยน่าจะเกือบห้าโมงเย็นแล้วนะคะ”

 

                        “วันนี้วันศุกร์ เด็กๆ ต้องไปเรียนพิเศษดนตรี อุ้มเขาอาสาพาไป พี่เลยกลับไวไม่ต้องตีรถกลับไปรับลูก”

 

                        อัญชันเป็นพี่สาวคนโต มีลูกสาวกับลูกชายวัยสิบขวบกับเจ็ดขวบ เด็กๆ ชอบเล่นดนตรี เธอกับสามีจึงเห็นด้วย เพราะดนตรีจะทำให้เด็กมีสมาธิและผ่อนคลายความเครียดจากการเรียนหนักๆ ได้

 

                        “หลานๆ คงโตกันมากแล้วนะคะ หนูไม่ได้กลับบ้านมาปีกว่า ว่าแล้วก็คิดถึง”

 

                        “ปีนี้ก็กลับมาสิ ต้นปีมีทำบุญครบรอบวันพ่อเสียด้วย”

 

                        “นั่นสินะ เกือบลืม” พี่สาวส่ายหน้าเบาๆ

 

                        “กลับมาเที่ยวบ้านสักสัปดาห์นะไอวี่ เราจะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันสักที พี่กับยัยอุ้มคิดถึงเรามากรู้ไหม” ประโยคท้ายน้ำเสียงของพี่สาวอาทรห่วงใย ซึ่งไอวรารับรู้ความรู้สึกนั้นเสมอมา ต่อเมื่อยังปีนต้นไม้ยังถึงไม่ถึงปลายยอด ไอวราก็ยังไม่คิดจะกลับไปอยู่เมืองไทยถาวร

 

                        “หนูก็คิดถึงพี่อ้อมกับพี่อุ้ม”

 

                        “ถ้าคิดถึงก็มาหากันบ้าง โทรคุยหรือจะเท่าเห็นหน้า พี่ยัยอุ้มนั่งเม้าท์มอยถึงไอวี่ทุกวัน” น้องน้อยทำหน้าย่นยู่ นึกถึงช่วงเวลาที่ได้อยู่กับครอบครัวแล้วให้คิดถึงจับใจ

 

                        “ก็ได้ค่ะ คงเป็นปลายปีก่อนปีใหม่นะคะ ช่วงเทศกาลคนเยอะ หนูไม่อยากเบียดเสียดยัดเยียดกับใคร” อัญชันหันมาพยักหน้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับมารดาที่ก็พอจะได้ยินเสียงสนทนาของลูกสาวทั้งสอง

 

                        “บอกวันมาเลย พี่จะได้ทำเรื่องเตรียมลา” ผู้เป็นพี่สาวกระตือรือร้น เธอรับราชการเป็นอาจารย์สอนอยู่มหาวิทยาลัย ถ้าน้องสาวกลับมาจากเมืองนอกก็อยากมีเวลาอยู่บ้านพูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบหลายๆ วัน

 

                        “แหมพี่อ้อม ไม่ต้องรีบหรอกค่ะ เหลืออีกตั้งสามเดือนกว่าจะถึงเดือนธันวา”

 

                        “ว่าได้หรือ พี่เป็นอาจารย์จะทำอะไรก็ต้องมีการวางแผนที่ดี”

 

                        “โอเคค่ะ งั้นฝากบอกพี่อุ้มกับเด็กๆ ด้วยนะคะว่าไอวี่คิดถึงทุกคนมาก”

 

                        “พี่บอกแน่นอน วันไหนเลิกงานเร็วก็วีดีโอคอลมาหาเด็กๆ บ้าง เดี๋ยวหลานจะลืมไปแล้วว่าน้าสาวคนสวยหน้าตาเป็นยังไง” ไอวราครวญมาตามสาย

 

                        “จะเตรียมของฝากไปเยอะๆ เลยค่ะ แค่นี้นะคะ บอกแม่ด้วยว่าไอวี่รักแม่มาก”

 

                        “จ้าลูกรัก แม่ได้ยินแล้ว”

 

                        “รักนะคะ ดูแลสุขภาพด้วย จุ๊บๆ”

 

                         ทิ้งท้ายด้วยประโยคยอดฮิตก่อนวางสาย ความรักจากคนอื่นหรือจะเทียบเท่าคนในครอบครัว นาทีนี้บอกตามตรงว่าไอวราตัดไมเคิลออกจากใจจนหมดสิ้นแล้ว แต่... มีเงาลางๆ เลือนๆ ของผู้ชายบางคนเข้ามาแทรกพื้นที่ในหัวใจ ซ้ำร้ายกว่านั้นคือ... ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่แฟรงก์!

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

                        หนึ่งสัปดาห์ต่อมา หลังกลับจากทำงานตามปกติ ไอวราก็ต้องประหลาดใจ เมื่อมีสายเรียกเข้ามาในโทรศัพท์ แต่ไม่ไม่ใช่เบอร์ของแฟรงก์ เสียงเรียกเข้ายังดังต่อเนื่อง ไอวราจึงตัดสินใจกดรับ

 

                        “สวัสดีค่ะ ฉันไอวี่พูดค่ะ”

 

                        “ผมทราบครับ”

 

                        “คุณเป็นใครคะ” ถามด้วยความไม่แน่ใจ หากโสตประสาทสัมผัสเริ่มจะเข้าเค้าเมื่อนึกถึงบุคคลอันตราย

 

                        “คุณลืมผมได้อย่างไรกัน น่าน้อยใจชะมัด” น้ำเสียงกวนประสาทแบบนี้ ไม่ต้องเดาให้ยากเลยว่าเขามันคือตัวอันตรายของจริง ไม่ได้นึกถึงสักหน่อย

 

                        “คุณดัสติน”
            “ดีใจจังที่คุณจำผมได้ อืม... คุณจะลืมผมได้ยังไง ขนาดผมยังลืมคุณไม่ได้เลยไอวี่ รสรักของคุณมันตราตรึงอยู่ในมโนสำนึกของผมไม่จางหาย กลิ่นกายหอมๆ ผิวนุ่มๆ ปากอิ่มน่าจูบเป็นบ้า” อ๊าย... ตาบ้า ไอวราเม้มปากแน่นจะโวยวายก็ไม่ได้ เพราะเธออยู่บริเวณลอบบี้ของคอนโด ยืนรออยู่หน้าลิฟต์

 

                        “อย่ามาพูดจาน่าเกลียดนะ”

 

                        “เรื่องบนเรือของเรามันยิ่งกว่าเรื่องของแจ็คกับโรสแห่งไททานิคอีกนะเบบี้ ถ้าคุณมีคนรักอยู่แล้ว ผมคงกลายเป็นชู้ของคุณนะไอวี่” ไอวราอ้าปากค้าง

 

                        “คุณดัสติน!

 

                        เสียงที่เปล่งออกมาจากปากอิ่มดังพอสมควร คนที่กำลังรอลิฟต์อยู่ด้านหน้าจึงพากันหันมอง ไอวราจึงตัดสินใจเดินแยกไปอีกด้านเปิดประตูหนีไฟเขาไปคุยกับอีกฝ่าย เอิ่ม... เกลียดนักหนาไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่ตัดสายไปเลยล่ะ อีกใจหนึ่งก็แย้งขึ้นมา จะวางทำไมเขาเสียเงินโทรนะไม่ใช่เรา เอากับสมองของเธอสิ

 

                        “อย่ามาทำตัวเป็นอันธพาลนะคะ คุณเป็นถึงเจ้าของวอลตันกรุ๊ป ไม่มีความจำเป็นใดที่เราสองคนต้องติดต่อกัน”

 

                        “ผมนึกว่าคุณรอสายจากผมอยู่เสียอีก”

 

                        “สาบส่งสิไม่ว่า ถ้าคุณแฟรงก์ก็ว่าไปอย่าง” ต้นสายหัวเราะในลำคอราวกับฟังเรื่องตลก ไอ้หน้าอ่อนนั่นนะหรือ มันก็แค่ต้องการแม่พันธุ์เท่านั้น เผลอๆ มันพาสาวขึ้นเตียงเป็นหรือเปล่าก็ไม่รู้

 

                        “หัวเราะอะไรไม่ทราบ”

 

                        “อย่าหวังอะไรลมๆ แรงๆ เลย คนอย่างแฟรงก์มันรักใครไม่เป็น ไม่อย่างนั้นมันคงมีเมียไปนานแล้ว ไม่เหลือมาถึงคุณหรอก” ไอวราทำหน้าเมื่อย

 

                        “อย่าเอามาตรฐานตนเองมาเทียบกับคนอื่นเลยค่ะ มันทำให้คุณดูแย่เหมือนเด็กขี้อิจฉาอยากเอาชนะ เพราะคุณเองก็ยังโสด หาผู้หญิงดีๆ คู่ควรไม่ได้เหมือนกัน แถมยังอายุมากกว่าคุณแฟรงก์อีก ไม่นานนี้ก็คงจะแรงตกสู้เด็กรุ่นใหม่ไม่ได้” บอกน้ำเสียงดูแคลน

 

                        “คุณเป็นผู้หญิงคนแรกที่กล้าดูถูกความเป็นชายของผม”

 

                        “ฉันแค่พูดความจริง”

 

                        “แล้วใครที่ร่ำร้องเรียกผมบนเตียง ครางเสียงสั่นขนาดนั้น ผมถามหน่อยสิว่าใคร” ไอวราหน้าย่นยู่ ไม่น่าเปิดประเด็นเลย อีตาหื่นกามวกกลับหาเรื่องจนได้

 

                        “อีกหน่อยถ้าฉันคบกับคุณแฟรงก์ ฉันก็จะลืมคุณได้เอง”

 

                        “ผมไม่มีวันปล่อยคุณ”

 

                        “ที่นี่ประชาธิปไตยเต็มขั้น คุณไม่มีสิทธิ์บังคับฉัน”

 

                        “ก็ลองดู เร็วๆ นี้เราคงได้พบกัน”

 

                        “ฉันไม่ยอม ฉันไม่...” ตู๊ด...ตู๊ด... เสียงโทรศัพท์ถูกตัดสายในทันที

 

                        “คนบ้า อยากจะวางก็วาง แน่จริงก็รอให้ฉันด่าจบก่อนสิ โธ่เอ๊ย ไม่แน่จริงนี่นา” สาวเจ้าบ่นพึมพำย่นจมูกต่อว่ากับหน้าจอมือถือ หนำใจจึงเดินออกจากทางหนีไฟ

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

                        วันนี้เหน็ดเหนื่อยกับงานมาทั้งวันแล้ว ขอปะทินโฉมหน่อยเถอะ อย่างไรเสียไอวราก็คือผู้หญิง หน้าที่การงานของเธอต้องพบปะผู้คนมากมายหลายเชื้อชาติ หน้าตาและรอยยิ้มคือหน้าต่างของหัวใจ และหญิงสาวก็ยึดมั่นในคำคมแห่งยุคที่ว่า... ผู้หญิงอย่าหยุดสวย!

 

                        อาบน้ำชำระร่างกายเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาบำรุงผิว ทว่ายังไม่ทันจะหยิบกระปุกครีม เสียงออดหน้าประตูห้องพักก็ดังขึ้น รีบกระชับเสื้อคลุมอาบน้ำเดินไปมองช่องตาแมว เห็นใบหน้ของชาช่าก็รีบผลักประตูออกมาทันที

 

                        “มายเฟรน... คิดถึงมาก”

 

                        “คิดถึงเหมือนกัน”

 

                        สองเพื่อนสนิทโผเข้าสวมกอดซึ่งกันและกัน ราวกับไม่ได้พบหน้ากันมาเป็นแรมปี ทั้งที่ก็แค่สองสัปดาห์เท่านั้นพอกอดและหอมแก้มเพื่อนทักทายจนหนำใจ สาวร่างใหญ่กว่าจึงดันไอวราออกห่าง

 

                        “เข้าข้างในกันเถอะ เดี๋ยวดังรบกวนห้องอื่น โอ๊ะ ลืมไปคอนโดของเราเก็บเสียง”

 

                        ชาช่าหัวเราะคิก จับมือเจ้าของห้องเดินเข้าด้านในด้วยความคุ้นเคย ปิดประตูให้เสร็จสรรพ พากันมานั่งโซฟาตัวยาว วางถุงกระดาษในมือสามถุงบนโต๊ะกระจกตรงหน้า

 

                        “ของฝากจ้ะ”

 

                        “ทำไมเยอะแบบนี้ สั่งแค่น้ำหอมเอง”

 

                        “อยากซื้อให้ ฉันได้ค่าเหนื่อยมาเยอะ” ชาช่ายักคิ้วให้เพื่อนสาว ความที่เธอจบด้านกฎหมาย จึงใช้ความสามารถคุ้มค่าสมกับที่เหน็ดเหนื่อยเรียนด้านนี้มา และตอนนี้ชาช่าก็กำลังสนุกกับการได้เป็นวิทยากรของบริษัท ตลอดจนเป็นวิทยากรให้กับมหาวิทยาลัยหลายแห่ง

 

                        “น่าอิจฉาจัง”

 

                        “จะอิจฉาทำไม เธอก็เงินเดือนเยอะไม่แพ้ฉันสักหน่อย” ไอวราพยักหน้ายิ้มๆ อันนี้ต้องขอขอบคุณเจ้านายคนสายอย่างคุณอาร์ตี้ ซึ่งพนักงานทุกคนก็ได้ค่าเหนื่อยอย่างเท่าเทียมกัน สมกับที่ทุ่มเทให้กับงาน

 

                        “ว่าแต่เธอไปฝรั่งเศสนานจัง”

 

                        “มาตั้งแต่เมื่อวานก่อนแล้ว แต่ไม่มีเวลาแวะมาหา วันนี้กลับเร็วเลยรีบเอาของมาให้ มาดูของฝากกันดีกว่า”

 

                        ว่าแล้วก็หยิบของจากถุงกระดาษใบแรกออกมา ซึ่งเป็นถุงเล็กสุด กล่องน้ำหอมแบรนด์เนมยี่ห้อดังถูกยื่นให้เพื่อนสาว ไอวราโน้มใบหน้าหอมแก้มเพื่อนขอบคุณเป็นการใหญ่

 

                        “ชอบไหม กลิ่นเดิมเป๊ะๆ จากร้านเดิมด้วย แต่ถ้าไปคราวหน้าฉันว่าจะลองซื้อกลิ่นใหม่มาให้เธอ”

 

                        “โอยๆ ไม่ต้องหรอก แค่นี้ก็เกรงใจจะแย่ ไม่ใช่ถูกๆ”

 

                        “ฉันเต็มใจซื้อให้ เธอคือมายเฟรนด์ที่ฉันรักซึ่งมีไม่กี่คนบนโลกใบนี้ เพราะฉะนั้นห้ามเกรงใจ มาดูของชิ้นที่สองในถุงนี้ดีกว่า” บอกแย้มยิ้ม รีบคว้าถุงหิ้วมาวางบนตักแล้วดึงห่อถุงข้างในออกมา

 

                        “นี่จ้ะ ชอบหรือเปล่า”

 

                        “ผ้าพันคอ”
            “ไม่ใช่ของแบรนด์เนม แต่เป็นผ้าพันคอแฮนเมคที่ชาวบ้านทำเอง ฉันเห็นมันสวยดีเลยอยากซื้อมาฝาก ฉันซื้อมาหลายผืนเลย ราคาไม่แพง เป็นการกระจายรายได้ให้ชาวบ้านในตัว” บอกด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ

 

                        “จ้า แม่พระ”

 

                        “เปล่าสักหน่อย”
            “ดีแล้ว ถ้าเป็นฉันก็คงช่วยซื้อมาเหมือนกัน ของดีๆ สวยๆ ราคาไม่แพง น่าอุดหนุน” ไอวราเห็นด้วยกับเพื่อนสาว คนถูกชมยิ้มกว้าง

 

                        “แล้วถุงที่สามไม่รู้เธอจะชอบหรือเปล่า โอเว่อโคทลดราคาห้าสิบเปอร์เซ็น เลิศหรูไฮโซสุดๆ” ว่าแล้วเสื้อโอเว่อโคทมีขนเฟอร์เต็มตัวสีขาวสะอาดก็ถูกถึงออกมาจากแบรนด์เนมยี่ห้องดัง

 

                        “สวยมากเลย”
            “ฉันเห็นเธอชอบเสื้อผ้ายี่ห้อนี้”

 

                        “ถึงจะชอบถ้าไม่ติดป้ายเซลล์ฉันก็ไม่ซื้อหรอก ดูสิราคาเท่าไร” มือบางเลื่อนมาจับป้ายที่ติดอยู่กับตัวเสื้อ พอเห็นราคาก็เงยหน้ามองเพื่อน

 

                        “แน่ใจนะว่าลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์”
            “ฉันจะโกหกทำไม”

 

                        “ยังแพงอยู่เลย เธอทำให้ฉันรู้สึกเกรงใจอีกแล้วชาช่า” บอกพลางจับเสื้อตัวสวยชูขึ้น สวยและการตัดเย็บปราณีตสมกับเป็นแบรนด์ดัง คงไม่มีทางราคาถูก ลดแล้วราคาก็ยังสูง

 

                        “เกรงจงเกรงใจอะไร เธอแค่พาฉันไปเลี้ยงข้าวสักมื้อก็พอ โอเค้”

 

                        “ได้เลย ไปคำนี้เลยไหม”

 

                        “จัดไป เดี๋ยวฉันกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะ” ไอวราพยักหน้าด้วยความเต็มใจ จะว่าไปเธอกับชาช่าก็ไม่ได้ออกไปทานอาหารด้วยกันนานแล้ว ด้วยต่างก็ยุ่งอยู่กับงานจนแทบไม่เวลาว่าง ต่างคนต่างเดินทาง วันนี้ฤกษ์ดีอากาศก็เย็นสบาย เธอจะสวมเสื้อตัวใหม่ที่เพื่อนซื้อมาฝากเสียเลย

 

                        “อีกสี่สิบนาทีเจอกันจ้ะ”

 

                        สองเพื่อนสวมกอดกันหลวมๆ อีกครั้ง ชาช่าปิดประตูห้องของเพื่อนรักแล้วเดินกลับห้องพักตัวเองซึ่งอยู่ติดกัน ด้านไอวราก็รีบเดินกลับไปยังโต๊ะเครื่องแป้ง ไอ้ที่ว่าจะปะทินโฉมใบหน้าคงต้องพักไว้ก่อน คืนนี้ขอแต่งตัวสวยๆ รับลมหนาวสักหน่อยเถอะ

 

                        ทั้งไอวราและชาช่าเป็นคนตรงต่อเวลามากๆ พอสี่สิบนาทีเป๊ะต่างก็เปิดประตูออกมาเจอกันหน้าห้องทั้งที่ไม่ได้นัดหมายไว้ เดินไปเข้าลิฟต์กดไปด้านล่าง

 

                        “เอารถไปเองดีกว่านะ”
            “โอเค ฉันยังไงก็ได้”

 

                        พอเดินมาถึงรถจึงปลดล็อก ชาช่าประจำด้านคนขับ ไอวราประจำที่นั่งด้านข้าง รถของชาช่าเป็นสปอร์ตเปิดปะทุน ยามคำคืนแบบนี้สาวเจ้าจึงเปิดหลังคารับลมเย็นๆ

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

                       

 

                                                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 69 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

528 ความคิดเห็น

  1. #267 jeabkiss (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 มีนาคม 2558 / 18:08
    ดัสตินต้องมาป่วนแน่ๆ
    #267
    0
  2. #191 aphadsara (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 23:18
    เดี๋ยวได้เจอเฮียดัสแน่ๆเลย สงกะสัยไม่ได้ดินเนอแล้วล่ะไอวี่ต้องโดนเฮียสอยไปแน่ๆคริคิร
    #191
    0
  3. #190 visa (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 23:04
    ไอวี่จะเจอกับเฮียดัสไหมอ่ะ รอลุ้นอยู่นะคะ

    #190
    0
  4. #189 ห้าง (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 15:13
    ตกลงนายแฟร้ง ชอบ (ฟาเบียน)ผู้ชายด้วยกันแน่เลย แต่มันอยากมีลูกละซิ
    #189
    0
  5. #188 ai^_^ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 13:40
    เฮียดัสชักช้าจริงเดี่ยวหนูไอวี่ก็ตอบตกลงกับแฟร้งค์หรอก
    #188
    0
  6. #187 ไอติม (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 13:06
    จะเจอตัสตินอ่ะป่าว?
    #187
    0
  7. #186 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 11:10
    ชาช่า นางช่างเป็นเพื่อน ที่น่ารักมากๆ เลย นะ
    #186
    0
  8. #185 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 11:09
    แหม ดัสติน ยังโทร มาเเหย่ ไอวี่ตลอดเวลา นะ

    #185
    0
  9. #183 Autchittha (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 10:18
    ฟินนนนนนน งานนี้ฟินอน่างเดียวค่ะ
    #183
    0
  10. #182 ดอกไม้ยามเหงา- (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 09:07
    ฟินนนน ป๋าดัสน่ารักมากมายย55555555 รักและหลงป๋าแล้วเนี่ยยยยย  มีการโทรมาด้วยน้ะ คริคริ หนูไอวี่เริ่มจะรักป๋าดัสของหนู {ตอนไหนย้ะะ}แล้ว55555  หนูไอวี่รีบๆแต่งงานน้าาาา พี่สาวก็แต่งไปแล้ว เดี๋ยวมีหลานไม่ทัน หุหุ  ติดตามค้าาา
    มาต่อไวไวน๊าาา....รักและคิดถึงพี่จิ๊บค้า


    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 17 มีนาคม 2558 / 09:11
    #182
    0
  11. #181 ผีน้อยชิชา (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 08:45

    คำผิดค่ะพี่สาว

    โอเว่อโคท โอเวอร์โค้ท

    คำนี้ – ค่ำนี้

    คำคืน – ค่ำคืน

    #181
    0
  12. #180 ผีน้อยชิชา (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 08:45
    เฮียดัสมีโทรมาก่อนด้วยนะ ไอวี่ระวังตัวดีๆ นะ เฮียจะเริ่มปฏิบัติการณ์แล้ว 555
    #180
    0
  13. #177 นันทวัน (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 07:26
    ลุ้นๆๆ
    #177
    0
  14. #176 paiky (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 มีนาคม 2558 / 05:39
    เฮียดัสจะเริ่มลงมือแล้วเหรอ
    #176
    0