จำเลยรักจอมมาร

ตอนที่ 12 : บทที่ 7 (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,660
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 67 ครั้ง
    11 มี.ค. 58


บทที่ 7 (1)

 

                                    ไอวรามานั่งรับลมกาบเรือด้านขวาจิบชาร้อนๆ เพิ่มอุณหภูมิเพื่อความอบอุ่นในร่างกาย ก่อนจะเดินกลับเข้าด้านใน เห็นเงาๆ คุ้นๆ จึงเร่งฝีเทาตามไป

 

                                    “คุณแฟรงก์”

 

                                    “คุณไอวี่” โลกของไอวราพลันสดใส บนเรือสำราญลำนี้คงมีแต่แฟรงก์คนเดียวเท่านั้นที่ดีและเป็นมิตรกับเธอโดยไม่มีอะไรแอบแฝง

 

                                    “คุณแฟรงก์กำลังจะไปไหนเหรอคะ”

 

                                    “โยนโบว์ลิ่งครับ”

 

                                    “ฉันขอไปด้วยได้ไหมคะ”

 

                                    “ได้สิครับ ยินดีเป็นอย่างยิ่ง” พูดจบก็คว้าแขนเรียวให้เดินไปด้วยกัน พอมาถึงห้องโยนโบว์ลิ่งพนักงานก็เข้ามาอำนวยความสะดวก

 

                                    “คุณแฟรงก์คะ คือ... ฉันขอโทษด้วยนะคะ”

 

                                    “ขอโทษเรื่องอะไรครับ” ชายหนุ่มหันมาถาม ขณะกำลังเตรียมโยนลูกแรก

 

                                    “เอ่อ... เมื่อคืนนี้ฉันนัดคุณไว้ แต่ไม่ไปตามนัด ฉันรู้สึกผิดมากๆ เลย”

 

                                    “นึกว่าเรื่องอะไร คุณไอวี่ไม่ต้องคิดมากนะครับ ผมเข้าใจดี” เข้าใจดี! เขาไม่ถามไม่ไถ่หรือสงสัยอะไรเลยเหรอ เฮ้อ... แบบนี้ค่อยยังชั่ว ไม่ต้องตอบคำถามที่อับจนคำตอบ ช่างเป็นสุภาพบุรุษเหลือเกินไม่ซอกแซกเหมือนฟาเบียนเมื่อครู่

 

                                    “ขอบคุณที่ไม่โกรธนะคะ”

 

                                    “ผมเป็นคนโกรธคนได้ยากมาก เพราะฉะนั้นใครที่ทำให้ผมโกรธ คนคนนั้นคงโชคร้ายมาก”

 

                                    “แสดงว่าฉันยังจัดอยู่ในประเภทผู้โชคดี”

 

                                    “แน่นอนครับ” แฟรงก์ยิ้มกว้าง ผู้หญิงคนนี้น่ารักสดใส บางที... เจ้าหล่อนอาจยอมรับในสิ่งที่เขาต้องการ

 

                                    “คุณเป็นสุภาพบุรุษจริงๆ” ไม่เหมือนบางคน ที่จ้องแต่จะเอาเปรียบและดูถูกทั้งที่ไม่รู้จักกันดีพอ ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น

 

                                    “คุณไอวี่ครับ คุณไอวี่”

 

                                    “คะ? ว่าไงคะ” ให้ตายสิ เหม่ออีกแล้ว เพราะมาเฟียบ้ากามนั่นตนเดียวแท้ๆ ทำให้เธอเสียความมั่นใจไปเกือบครึ่ง

 

                                    “โยนบ้างไหมครับ”

 

                        “บอกตามตรงนะคะ ฉันไม่ถนัดจริงๆ ส่วนมากจะเล่นแต่ฟิตเนส”

 

                        “ถ้างั้นบ่ายๆ เราไปห้องฟิตเนสกันไหมครับ”

 

                        “ดีเลยค่ะ”

 

                        ผู้ชายคนนี้เป็นสุภาพบุรุษที่สุดเลย แววตาของเขา รอยยิ้มของเขา ตลอดจนการกระทำช่างดูจริงใจ คนแบบนี้นี่หรือจะมาหลอกเธอ ผู้ชายมาเฟียเพลย์บอยอย่างเขาคงเกิดอาการับไม่ได้สินะที่ถูกเมิน ถึงได้พูดจากให้ร้ายป้ายสีคนอื่น

 

                        “การออกกำลังกายทำให้เราสุขภาพดี”

 

                        “ใช่ค่ะ อย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ฉันต้องออกกำลังกายให้ได้สามวัน”

 

                        “ดีครับ คนรุ่มใหม่อย่างเราต้องสนใจเรื่องสุขภาพ” ไอวราพยักหน้ายิ้มหวานส่งให้

 

                        “รู้ไหมคับ ผมเคยคิดจะไปใช้บริการบริษัทจัดหาคู่ที่คุณไอวี่ทำงานอยู่”

 

                         “จริงหรือคะ”

 

                        “ครับ แต่เพราะผมคิดว่าบางทีพรหมลิขิตอาจทำให้ผมเจอคนถูกใจในสักวัน จึงยังไม่ไปครับ” หวังว่าคนในพรหมลิขิตของเขาคงจะเป็นเธอนะ

 

                        “ผู้ชายเพียบพร้อมแบบคุณหาคนรักได้ไม่ยากหรอกค่ะ”
“ความที่เรามีพร้อมจึงทำให้ผู้หญิงเข้าถึงยาก และบางทีผู้หญิงอาจรับในสิ่งที่เราเป็นไม่ได้”

 

                        น้ำเสียงในตอนท้าย  หม่นลงเล็กน้อย แต่ความที่ไอวรามัวแต่จินตนาการเรื่องของตัวเองก้าวไกล จึงไม่ได้สังเกตแววตาเศร้าๆ ของคนตรงหน้า

 

                        “มาโยนโบว์ลิ่งกันต่อนะครับ เดี๋ยวผมสอนให้”

 

                        “โอเคค่ะ”

 

                       

 

                        การที่ไม่ได้พบหน้าค่าตาเจ้าของเรือสองวันสองคืนเต็มๆ มันสร้างความรู้สึกแปลกประหลาดให้กับไอวรา อีกใจหนึ่งก็รู้สึกดีที่ไม่มีคนคอยตอแยกวนประสาทพูดจาดูถูก หากอีกใจหนึ่งก็รู้สึกเหงาๆ แอบเศร้าเล็กๆ เมื่อสิ่งที่ตัวเองสูญเสียไปมันไร้ค่าต่อมาเฟียเพลย์บอยอย่างเขา

 

                        “เราเป็นอะไรไปนะ” ปากอิ่มพึมพำกับตัวเอง

 

                        หากแสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์แตะที่ขอบน้ำทะเลเมื่อไร มันก็จะครบสองคืนที่เธอกับเขาไม่พบกัน ช่างสิ ไม่เห็นต้องสน ยังไงคืนนี้เธอก็มีคนให้ดินเนอร์ด้วยอยู่แล้ว

 

                        ไอวราตัดสินใจสวมเสื้อคอเต่าปกปิดร่องรอยบนเนินอก และสวมกางเกงขายาว ด้วยอากาศข้างนอกค่อนข้างหนาวอยู่แล้ว ร่างบางเดินเข้าประตูห้องอาหารที่ได้ชื่อว่าหรูหราที่สุดบนเรือลำนี้ หากสายตาก็ดันเหลือบไปเห็นใครบางคนที่กำลังคลอเคลียกับสองสาว

 

                        ดัสตินเห็นไอวราเช่นกัน ใบหน้าเนียนสวยเมินไปทางอื่นแล้วเดินเลี่ยงออกไป มาเฟียเพลย์บอยจึงหันมาร่ำราสองสาวแล้วเดินตามสาวเจ้าออกมาด้านนอก

 

                        “เป็นไงบ้างสาวน้อย สบายดีไหม” เสียงทักทายฟังไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไรนัก ไอวราไม่โต้ตอบก้าวเดินไปข้างหน้า เดินขึ้นบันไดสู่ชั้นบนชั้นดาดฟ้า

 

                        “ไอวี่” สาวเจ้ายังก้าวเดินไม่หยุด พอนึกถึงสัมพะเวสี สัมพะเวสีก็ตามติดเลยทีเดียว คนอะไรตายยากจริงๆ

 

                        “จะหนีไปไหนคนสวย”

 

                        “ปล่อยนะ”

 

                        “ไม่เบื่อบ้างหรือที่ต้องพูดคำนี้ ทั้งที่ก็รู้ว่าผมไม่มีทางปล่อย”

 

                        ดัสตินออกแรงกระชากแขนเรียวจนสาวเจ้าลอยคว้างมาอยู่ในอก ไอวราดิ้นรนขลุกขลัก หันมองรอบกายด้วยความหวาดระแวง

 

                        “ปล่อยฉันสิ อึดอัด”

 

                        “ก็หยุดดิ้นสิ” ไอวราจำต้องทำตามอย่างไม่มีทางเลือก เขามันจอมบ้าอำนาจ

 

                        “ฉันหยุดดิ้นแล้ว”

 

                        ดัสตินคลายอ้อมแขน แต่ไม่ยอมปล่อย บอกตามตรงว่าสองวันมานี้เจ้าหล่อนทำให้เขาหงุดหงิดงุ่นง่าน ร่างกายก็พาลทุรนทุรายโดยไม่มีสาเหตุ เรียกใครไปนอนด้วยก็ไม่ช่วยให้ความรุ่มร้อนบริเวณหน้าขามอดดับลง

 

                        “ไหนว่าจะปล่อย ทำไมไม่ทำตามคำพูด”

 

                        “หรืออยากจะโดนกอดแน่นๆ เหมือนเมื่อครู่” ดวงตาสีเทาวาววับข่มขู่ ไอวรายิ่งโมโหในความเจ้าเล่ห์เพทุบายของเขา แถมเจ้าตัวยังดูไม่ทุกข์ร้อนทั้งที่รอบๆ บริเวณนี้ก็มีคู่รักหลายคู่ยืนชมวิวรอดูแสงอาทิตย์สุดท้ายของวัน

 

                        “คุณ!

 

                        “ถ้าไม่อยากเป็นเป้าสายตา เราควรมานั่งคุยกันดีๆ”

 

                        “แต่ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ”

 

                        “ผมมีคนเดียวก็พอ” แน่ะ! มัดมือชกก็ได้ด้วย ชายหนุ่มดึงร่างบางไปนั่งเก้าอี้ตัวยาวริมระเบียงด้วยกันท่ามกลางสายตาหลายสิบคู่ที่มองมาด้วยความสนใจ

 

                        “คุณมันเผด็จการ”

 

                        “เรียกว่าไม่ชอบถูกขัดใจคงเหมาะกว่า” ยังแถได้อีกนะไอ้มาเฟียหื่นกาม

 

                        “ต่อว่าผมทางสายตาพอแล้วใช่ไหม”

 

                        “มีอะไรก็ว่ามา ฉันมีนัด”

 

                        “กับไอ้หน้าจืดแฟรงก์น่ะหรือ ผมเตือนคุณแล้วนะคนสวย หมอนั่นไม่เหมาะกับคุณเลย”

 

                        “คุณก็ไม่เหมาะกับฉันเหมือนกัน ผู้หญิงไม่ต้องการก็ยังจะตอแยอยู่นั่น ไม่เบื่อบ้างหรือคะคุณมาเฟีย” คนฟังยิ้มนิดๆ หันมาสบตากับสาวด้านข้างที่ยังดื้อด้านไม่เข้าเรื่อง

 

                        “ยัยหัวดื้อ”
            “คุณมันก็ไอ้บ้ากาม”

 

                        “สาบานได้ว่าถ้าเป็นคนอื่น จะไม่มีสิทธิ์มาต่อว่าผมแบบนี้”

 

                        “เหรอ โมโห ไม่พอใจ ที่ฉันจี้ใจดำละสิ อยากจับฉันโยนลงเรือเลยไหม อ้อ แต่ระวังข้อหาฆาตกรรมด้วยน ฉันหายไปทั้งคนเจ้านายของฉันคงไม่อยู่เฉยๆ แน่นอน” ตัวแค่นี้รู้จักเอาอาร์ทิมิสมาอ้างข่มขู่เขา

 

                                    “ผมไม่ชอบจับผู้หญิงโยนลงเรือ และถ้าเป็นคุณผมว่าจับโยนลงบนเตียงคงเหมาะกว่า เสียงครางของคุณมันซาบซ่านถูกใจผมเหลือเกิน” ประโยคท้ายโน้มใบหน้ากระซิบข้างใบหูของไอวรา พร้อมเป่าลมร้อนๆ จนสาวเจ้าต้องยกมือสองข้างกุมใบหูเพราะขนตามร่างกายลุกชันไปหมด

 

                                    “ถ้าคุณไม่มีอะไร ฉันจะ...”

 

                                    “หากผมไม่อนุญาต คุณไม่มีสิทธิ์ลุกไปไหน คุณคือผู้หญิงของผม”

 

                                    “อย่ามาโมเมนะคุณดัสติน ฉันไม่ใช่ผู้หญิงของคุณ”

 

                                    “จะบอกว่าไม่แคร์กับเรื่องที่เกิดขึ้นงั้นหรือ”

 

                                    “ฉันถือว่าให้ทาน จะไม่เก็บมาใส่ใจ อีกหน่อยก็ลืม” เชิดหน้าไปทางอื่น เพราะไอวราก็ไม่มั่นใจว่าจะลืมมันได้เมื่อไร

 

                                    “แล้วลืมได้ไหมล่ะ”

 

                                    “เวลาจะช่วยฉันเอง”

 

                                    “กัดฟันพูดมากไหม”

 

                                    “คุณดัสติน ฉันจะไม่เสียเวลากับคุณแล้วนะคะ”

 

                                    “เสียเวลาคุยกับผัวนิดหน่อย มันจะอะไรนักหนา อย่าลืมว่าคุณเป็นของผมแล้ว ให้ตายเถอะ คุณต้องการค่าเสียหายเท่าไรบอกมาได้เลย ผมบอกแล้วว่ายินดีจ่ายไม่อั้น” ป๋าเจ้าบุญทุ่มยื่นข้อสเนอเสียงกร้าว

 

                        เอาอีกแล้วนะตาบ้า เขากำลังตีค่าความสาวของเธอด้วยเม็ดเงิน ไอวราดวงตาแข็งกร้าว

 

                                    “วันหนึ่งถ้าจะไม่พูดเรื่องเงินเลยคุณคงจะลงแดงตาย”

 

                                    “ไม่ถึงขนาดนั้น”

 

                                    “เงินมันฟาดหัวฉันไม่ได้ ขอร้องฉันไม่อยากแม้แต่จะเห็นหน้าคุณ แทบภาวนาให้เรือเดินทางถึงที่หมายเร็วๆ สิ่งที่ฉันรู้สึกว่าตัดสินใจผิดที่สุดในชีวิต ก็คือการเห็นแก่ของฟรีตอนได้รับแพคเกจล่องเรือสำราญของคุณ ถ้ารู้อนาคตล่วงหน้าว่าต้องมาพบเจอผู้ชายแบบคุณ ฉันคงไม่มา” พูดจบก็ลุกขึ้นเดินจากไป ทิ้งให้มาเฟียเพลย์บอยต้องหรี่ตามองตาม

 

                                    “อวดดี ผมจะดูสิว่าคุณจะเล่นตัวไปได้อีกนานแค่ไหนไอวี่”

 

                                    น้ำเสียงห้าวห้วนมาดร้าย ถ้าดีๆ แล้วยังไม่ฟัง หากต้องฉุดคร่ามากักขังดัสตินก็ยินดีทำ

 

                       

 

                                    “คุณดัสตินจะปล่อยไปแบบนี้หรือครับ”

 

                                    แมตต์ถามผู้เป็นนาย เพราะตัวเองได้เห็นและได้ยินทุกคำพูดระหว่างทั้งคู่ รู้สึกประหลาดใจครามครัน คนอย่างเจ้านายไม่เคยยอมใครง่ายๆ พอๆ กับไม่เคยตอแยผู้หญิงเช่นกัน

 

                                    “ฉันไม่จำเป็นต้องรีบเลยแมตต์”

 

                                    “ผมว่าเธอแตกต่างจากคนอื่นนะครับ”

 

                                    “บางทีเจ้าหล่อนอาจแค่ต้องการเล่นตัวเพื่อโก่งราคา”

 

                                    “ไม่เสมอไปนะครับ”

 

                                    ดวงตาสีเทาตวัดมองลูกน้อง แมตต์ก้มหน้าซ่อนรอยยิ้ม เจ้านายมาเฟียของตนเป็นคนฉลาด ต้องดูสาวน้อยเมื่อครู่ออกอยู่แล้ว แต่ความทิฐิจึงเลือกที่จะไม่ยอมรับว่าสตรีผู้นั้นกำลังส่งผลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจ

 

                                    “อะไรที่ได้มายากๆ มันท้าทายดี”

 

                                    “แต่บางทีก็อาจทำให้ถลำลึกนะครับ”

 

                                    “แกนี่มันรู้มากจริงๆ”

 

                        “ผมแค่เป็นห่วง และอยากเตือนคุณดัสติน ว่าการพาตัวเองเข้าไปพัวพันกับสาวเอเชียคนนี้อาจทำให้คุณดัสตินต้องยอมเสียอะไรบ้าง” แมตต์เตือนผู้เป็นนายด้วยความหวังดี

 

                                    “ฉันจะไม่เสียอะไรนอกจากเงิน”

 

                                    “เงินไม่สามารถชี้ชะตาอนาคตได้ทุกครั้งไปนะครับ”

 

                                    “เฮ้... ทำไมแกต้องขัดฉันด้วยวะ อย่าทำตัวเป็นหมอดูนักเลย”

 

                        แมตต์มันกำลังจะบอกว่าเขาต้องแลกตัวหัวใจ! ซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน อิสระเท่านั้นคือสิ่งที่ดัสตินปรารถนา เขาจะไม่เอาหัวใจไปทิ้งกับใครเพื่อสร้างครอบครัว คนเรา... ถ้ามีเงินเสียอย่างอยากหาแม่ที่ดีของลูกยังไงก็ได้ เขาไม่ต้องการความเป็นเจ้าของ!

 

                                    “คุณดัสตินฝืนกฎแห่งธรรมชาติไม่ได้หรอกครับ”

 

                                    “แล้วทำไมแกถึงอยู่ได้โดยไม่มีคู่”

 

                                    “ผมเชื่อว่าสักวันตัวเองก็ต้องมีเช่นกันครับ”

 

                                    “นั่นมันเรื่องของแกเว้ย ส่วนฉัน จะไม่ยอมถูกความรักครอบงำเด็ดขาด ส่วนเรื่องแม่ของลูกมันไม่ยากถ้าจะหาผู้หญิงมาอุ้มท้องเลือดเนื้อเชื้อไขของฉัน”

 

                        แมตต์ส่ายหน้าเหลือจะกล่าว เจ้านายของเขาใช้เงินเป็นตัวนำทางชีวิตจนเคยชิน มาดามกับคุณท่านค่อนข้างเป็นห่วงกับความคิดแปลกๆ ของทายาทเพียงคนเดียวที่มีทีท่าว่าจะไม่ยอมลงเอยกับใครสักที

 

                        “ต่อสายตาซีอัลให้ฉันที”

 

                        “ครับ”

 

                        แมตต์รับคำต่อสายมือถือหาท่านประธานธิบดีเพื่อนรักของผู้เป็นนาย มีเสียงเรียกเข้าอยู่นานก่อนต้นสายจะรับ ซึ่งเบอร์นี้เป็นเบอร์เฉพาะกิจของสามหนุ่มเพียงเท่านั้น

 

                        “ท่านประธานาธิบดีอยู่ในสายแล้วครับ” ดัสตินพยักหน้า รับมือถือมาจากแมตต์ เดินเลี่ยงมาคุยบริเวณดาดฟ้าที่เริ่มร้างไร้ผู้คน ด้วยส่วนใหญ่เริ่มลงไปยังห้องอาหารกันบ้างแล้ว

 

                        “หวัดดีพวก”

 

                        “นายโทรมาหาฉันมีธุระอะไรไม่ทราบ ตอนนี้ฉันกำลังจะดินเนอร์กับเมียนะเพื่อน”

 

                        “แกส่งใครมาให้ฉัน”

 

                        “หมายถึง...”

 

                        “อภินันทนาการสุดพิเศษที่นายบอกส่งมาให้” หัวคิ้วของท่านประธานาธิบดีรูปหล่อชนกัน เพื่อนสนิทจะมาไม้ไหนกันล่ะนี่

 

                        “อย่าบอกนะว่านายยังไม่เจอคนที่ฉันส่งไปให้ ไม่น่าเป็นไปได้”

 

                        พอเพื่อนตั้งคำถามมาแบบนี้ดัสตินยิ่งมั่นใจ ว่าทุกอย่างอาจเกิดจากความผิดพลาดของแม่สาวหัวดื้อคนนั้น พอๆ กับความเข้าใจผิดของเขาที่คิดตัดสินไปเอง พระเจ้า! ทำไมเขาสะเพร่าแบบนี้

 

                        “นายก็รู้ว่าฉันมันหนุ่มฮอต นางแบบบนเรือมีเป็นสิบ”

 

                        “โอเค ช่างมันเถอะ ว่าแต่จะโทรมาถามฉันแค่นี้นี่นะ”

 

                        “ฉันต้องการแน่ใจอะไรบางอย่าง”

 

                        “ยิ่งนายพูดแบบนี้ฉันยิ่งสงสัย มีอะไรที่ฉันไม่รู้หรือเปล่าวะดัสติน”

 

                        ประธานาธิบดีรูปหล่อถามมาตามสาย ปกติเรื่องหญิงเพื่อนรักไม่เคยจะสนใจ เพราะคู่ควงของหมอนี่ไม่ซ้ำน้ำชนิดที่ว่าเช้าคนหนึ่ง เที่ยงอีกคน ตอนเย็นเป็นอีกคนก็เคยมาแล้ว ต้องยอมรับว่าเพื่อนบริหารเวลาและเสน่ห์ได้อย่างคุ้มค่า ไม่เหมือนตนที่ยุ่งอยู่กับงานด้วยตำแหน่งหน้าที่ที่รับผิดชอบความอยู่รอดของคนในประเทศ หากก็นึกขอบคุณที่ปัจจุบันนี้เขาค้นพบหัวใจของตนเองแล้ว หญิงอื่นหมื่นแสนจึงไม่มีความสลักสำคัญต่อชีวิตนอกจากอาร์ทิมิส

 

                        “ไม่มีอะไรหรอก อ้อ นายกับคุณอาร์ตี้ไม่เข้าพักบนเรือ แล้ว...”

 

                        “เรื่องนั้นภรรยาสุดที่รักของฉันเขาบอกว่าให้แพคเกจกับลูกน้องคนสำคัญไป เห็นว่ารายนั้นมีเรื่องไม่สบายใจ เหมือนว่าจะเพิ่งอกหักมาหรือยังไงนี่ฉันก็ไม่รู้รายละเอียดมากนัก โทษทีที่ฉันไม่ได้แจ้ง”

 

                        เป็นแบบนี้นี่เอง วูบหนึ่งมาเฟียเพลย์บอยรู้สึกดีใจลึกๆ ที่เจ้าหล่อนไม่ได้คิดจะมาขายที่นาผืนน้อยบนเรือของเขา มิน่าถึงได้เกลียดผู้ชายเจ้าชู้เข้ากระดูกดำ ที่แท้ก็เพิ่งอกหัก!

 

                        “ช่างเถอะ ฉันไม่ได้ซีเรียส”

 

                        “ตอนแรกตั้งใจจะให้เลขาแจ้งไปทางนาย จะได้ปล่อยห้องให้ลูกค้าคนอื่น แต่อาร์ตี้อยากให้ลูกน้องเขา ฉันเลยไม่ขัด ไอวี่เขาเป็นคนสนิทของอาร์ตี้” ต้นสายครางในลำคอ

 

                        “โอเค เข้าใจแล้ว”

 

                        “นายมีอะไรหรือเปล่า”

 

                        “เรื่องไร้สาระ ยังไงก็ขอบใจ แค่นี้นะเพื่อน ฉันไม่กวนเวลาความสุขของแกกับเมียแล้ว”

 

                        มาเฟียหนุ่มตัดสายทันที ปลายสายส่ายหน้าเล็กน้อย มันนึกอยากจะโทรมาก็โทรมา อยากจะวางก็วาง และถามอะไรแปลกๆ ให้ตายเถอะ นี่ถ้าเป็นเวลาเขาคงวางสายไปแล้ว ทุกครั้งที่มันโทรมาจะต้องเป็นช่วงเวลาสวีทหวานระหว่างตนกับคนรักตลอด ช่างมันเถอะ เรื่องผู้หญิงมันจัดการได้อยู่แล้ว

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

                       

 

                        

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 67 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

528 ความคิดเห็น

  1. #291 EleJEEN (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 มีนาคม 2558 / 18:31
    "นี่ถ้าเป็นเวลาเขาคงวางสายไปแล้ว" ประโยคนี้หมายความว่าไงอ่าคะ งงเบาๆ
    #291
    0
  2. #261 jeabkiss (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มีนาคม 2558 / 15:35
    รู้ความจริงแล้วดัสตินจะทำไงต่อน๊า
    #261
    0
  3. #145 ผีน้อยชิชา (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 มีนาคม 2558 / 14:01

    คำผิดค่ะพี่สาว

    ฝีเทา – ฝีเท้า

    อากา – อาการ

    พูดจาก – พูดจา

    ร่ำรา – ร่ำลา

    สัมพะเวสี – สัมเวสี

    ด้วย – ด้วยนะ

    #145
    0
  4. #144 ผีน้อยชิชา (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 มีนาคม 2558 / 14:00
    นี่ขนาดไม่สนใจนะเฮีย
    #144
    0
  5. #103 fsn (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 มีนาคม 2558 / 00:02
    ลูกน้องเก่งนะเฮีย รู้จักบอส จุงเบย
    #103
    0
  6. #102 cattycall (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 มีนาคม 2558 / 22:00
    #102
    0
  7. #101 นงลักษณ์ ไพบูลย์ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 มีนาคม 2558 / 20:42
    ปากเก่งทั้งคู่เลย...ฟาดฟันมันหยด..
    #101
    0
  8. #99 Wonnakanok Noikasun (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 มีนาคม 2558 / 11:24

    ตื้อดิ ตื้อเลย
    #99
    0
  9. #98 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 มีนาคม 2558 / 11:17
    อะอะอะ รู้ความจริง เเล้ว ซิ ดัสติน เหอะ
    #98
    0
  10. #96 paiky (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 มีนาคม 2558 / 10:34
    โฮะๆๆๆ เริ่มสืบเรื่องแล้วเหรอ เฮียดัส
    #96
    0