จำเลยรักจอมมาร

ตอนที่ 1 : บทที่ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33,699
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 91 ครั้ง
    24 ก.พ. 58


อัพให้อ่านเรียกน้ำย่อย ก่อนลงเนื้อหาแบบต่อเนื่องในวันที่
1 มีนาคม 2558 ค่ะ ซีรีส์ชุดมาเฟียมหาเศรษฐีเป็นโปรเจกต์พิเศษของสำนักพิมพ์ไลต์ออฟเลิฟ ในชุดมีทั้ง 3 เรื่อง รวมนักเขียน ฝากติดตามผลงานของพวกเราด้วยนะคะ

ซีรีส์ชุดมาเฟียมหาเศรษฐี

1.ราคีพรหมจรรย์ โดย กัณฑ์กนิษฐ์

2.จำเลยรักจอมมาร โดย กานต์มณี

3.ฤทธิ์รักอสูรร้าย โดย อรอร

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ซีรีส์ชุดมาเฟียมหาเศรษฐี

เรื่อง จำเลยรักจอมมาร

 

            ภาพจำลองของเรือสำราญสุดหรูถูกถ่ายทอดในห้องประชุมใหญ่ ณ แกรนด์ วอลตัน โฮเทล เรียกเสียงฮือฮาของผู้ถือหุ้นได้ไม่น้อย เมื่อเรือสำราญลำใหญ่สุดหรูหราแห่งทศวรรษกำลังจะสิ้นสุดการรอคอยให้ยลโฉมเต็มๆ ตา และพร้อมออกสู่น่านนำทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในอีกยี่สิบวันข้างหน้า

 

            ควีน ออฟ เดอะซี คือชื่อเรือสำราญลำใหม่ในเครือวอลตันกรุ๊ป ผู้นำด้านธุรกิจโรงแรมและเรือสำราญเจ้าใหญ่ที่สุดในประเทศบริชเธน ภาพของประธานบริษัทหนุ่มไฟแรงทำการพรีเซนต์ด้วยตัวเองกลายเป็นที่ชินตา ด้วยส่วนตัวนั้นคล่ำหวอดในวงการธุรกิจตั้งแต่เยาว์วัย ต่อยอดจากธุรกิจของบิดาจนผงาดมาอยู่ในอันดับต้นๆ ของทวีปยุโรปในระยะเวลาอันรวดเร็ว

 

            ดัสติน เทเลอร์ วอลตัน ผู้ถูกขนานนามว่าเป็นมาเฟียเพลย์บอย คือประธานใหญ่ของบริษัทในเครือวอลตัน กรุ๊ป เวลาทำงานเจ้าตัวจะสุขุมเยือกเย็นและกล้าตัดสินใจ ระดมสมองของลูกทีมก้าวล้ำไปยังจุดสูงสุดของเป้าหมาย ไม่มีอะไรที่เขาลงมือทำแล้วไม่สำเร็จ

 

            ด้านชีวิตส่วนตัว คงไม่มีผู้ชายคนไหนในบริชเธนใช้สตรีเปลืองได้เท่ากับดัสติน มาเฟียผู้รักสนุกไม่ผูกพันธุ์ คติพจน์ของเขาคือ... เงินบันดาลได้ทุกสิ่ง และไม่มีอะไรที่เงินซื้อไม่ได้ แม้แต่ความสุข!  จึงเป็นเหตุให้มาเฟียเพลย์บอยไม่คิดจะหยุดหัวไว้ที่ใคร เชื่อเสมอว่าถ้าวันไหนที่เขาต้องหยุด ความสนุกในแบบอิสระก็จะหายไป ซึ่งเขาไม่ปลื้ม!

 

            “ผมหวังว่า ข้อมูลในวันนี้จะทำให้ทุกท่านพอใจ และพร้อมเป็นเกียรติในการล่องเรือสำราญเที่ยวแรกกับ ควีน ออฟ เดอะ ซี ของเรานะครับ”

 

            จบคำพูดบนโพรเดี่ยม ผู้ถือหุ้นทุกคนลุกขึ้นยืนปรบมือให้กับความสำเร็จอันยิ่งใหญ่อีกก้าวหนึ่งของ วอลตัน กรุ๊ป ที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ตามคติพจน์ของบริษัทแบบอินฟินิตี้ ซึ่งหมายถึงการไม่มีที่สิ้นสุดนั่นเอง

 

            “พี่ยังเก่งเหมือนเดิมนะดัสติน”

 

            ระหว่างที่ผู้ถือหุ้นทยอยเดินออกจากห้องประชุม ฟาเบียนลูกพี่ลูกน้องของดัสตินก็เข้ามาทักทาย พร้อมจับไม้จับมือแสดงความยินดีกับญาติผู้พี่ กับความสำเร็จเกินคาดที่เขากับผู้ร่วมหุ้นหลายๆ ท่านก็เพิ่งทราบในวันนี้ เพราะข่าวนี้ถูกปิดมาตั้งแต่เริ่มโครงการ เพราะเป็นเรือสำราญลำใหญ่และใหม่เต็มไปด้วยความหรูหราสะดวกสบาย ถือเป็นการเซอร์ไพรส์อย่างมากทีเดียว

 

            “ขอบใจน้องชาย”

 

            “พี่ทำได้ยังไง ที่ปิดข่าวมาตั้งสี่ปี”

 

            “นายก็รู้ว่าไม่มีอะไรที่คนอย่างฉันทำไม่ได้”

 

คนพูดยิ้มมุมปาก สัปดาห์หน้าจะมีการแถลงข่าวเปิดตัวเรือสำราญลำใหม่อย่างเป็นทางการ เขาจึงส่งเทียบเชิญนักข่าวทุกสำนักมาในงานนี้ ถือเป็นการทำตลาดไปในตัว

 

            “ผมลืมไปว่าพี่มันหัวหมอและเก่งที่สุด” คนฟังหัวเราะในลำคอ

 

            “ฉันจะถือเป็นคำชมจากนาย”

 

            “เห็นหน้าผู้ถือหุ้นแต่ละคนแล้วผมยังนึกขำ เขาไม่รู้เลยว่าพี่แอบทำโครงการนี้ เปิดตัวทีกระหึ่มทั้งวงการ เขย่าน่านน้ำบริชเธนเลยพี่”           

 

            “มันจะไม่หยุดแค่นี้ ตอนนี้ฉันกำลังอยากสร้างโรงแรมลอยน้ำ แต่คงต้องรออนุมัติจากคณะรัฐบาลก่อน”

 

หันมาบอกฟาเบียน ระหว่างเดินออกจากห้องตรงไปยังลิฟต์ โดยมีเลขาคนสนิทและการ์ดเดินตามหลัง ดูทรงอำนาจน่าเกรงขามแม้ยามก้าวเดิน

 

            “สบายอยู่แล้วนายมีสายสัมพันธุ์อันดีกับท่านประธานาธิบดี”

 

ดัสตินยิ้มมุมปากเล็กน้อย สิ่งที่ญาติพูดมามันก็ไม่ได้ต่างจากความเป็นจริง นี่คือข้อดีของการมีมิตรแท้ มิตรที่เขาเชื่อว่าต่อให้ต้องเจอเรื่องเลวร้ายสักแค่ไหน อีกฝ่ายก็ไม่มีวันหักหลัง เพอร์ซิอัล ฟินิกซ์ เรเดียลเต้ ผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี และ มาร์เธียส ทูริพาโน เจ้าพ่อพลังงาน สองเพื่อนรักที่เขาไว้เนื้อเชื่อใจที่สุด

 

            “ฉันอยากทำอะไรแบบขาวสะอาด เพอร์ซิอัลเอาไว้เป็นทางเลือกสุดท้าย”

 

            ประเทศบริชเธน ถือได้ว่าเป็นเมืองใหม่แห่งยุค ไม่ต่างจากดูไบที่มีความล้ำหน้าแบบก้าวกระโดด เจริญเติบโตในยุคที่เรียกได้ว่าเฟื่องฟูเพราะคนรุ่นใหม่ ทุกตารางนิ้วบนผืนแผ่นดินบริชเธนจะถูกใช้สอยให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมในช่วงสิบกว่าปีมานี้จึงมีโปรเจคตึกสูงใหญ่ผุดขึ้นมากมาย แต่กระนั้นคณะรัฐบาลก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะความเป็นอยู่ของประชากรส่วนใหญ่ก็อยู่ในเกนที่เรียกได้ว่าระดับบน

 

            “พูดเหมือนพี่ไม่เคยทำ”

 

            “บางอย่างมันก็ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยจริงไหม” คนฟังแบมือไหวไหล่ ก่อนทั้งหมดจะก้าวเข้าลิฟต์

 

 

 

            มือหนาปลดกระดุมคอเสื้อลงสองเม็ด ดัสตินเป็นคนชอบทำตัวสบายๆ ถ้าอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง เขาไม่รีรอที่จะผ่อนความความตรึงเครียดในเรื่องงาน หรือแม้แต่การแต่งตัว เสื้อสูทตัวนอกถูกถอดแขวนไว้ด้านหลัง โดยมีแมตต์รับหน้าที่ดูแลผู้เป็นนาย

 

            “สุดท้ายทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดีนะครับ”

 

            “จะไม่ดีได้อย่างไร เพราะเรือลำใหม่มันสามารถทำกำไรให้เรามหาศาล” ดวงตาสีเทาเรืองรองด้วยความลำพองตน เท่ากับว่าตอนนี้ในน่านน้ำเมดิเตอร์เรเนียน ไม่มีบริษัทเรือสำราญลำไหนยิ่งใหญ่ไปกว่าเขา

 

            “มะรืนฉันจะประชุมทีมการตลาด กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเราคือลูกค้าระดับบนเท่านั้นในช่วงสามไตรมาสแรก ส่วนลูกค้าระดับกลางและระดับล่างจะได้สัมผัส ควีน ออฟ เดอะ ซี หลังไตรมาสที่สาม แกคิดว่าไงแมตต์” ประโยคท้ายหันมาถามคนสนิท

 

            “ผมเห็นด้วยครับ แต่... ดูเหมือนกรรมการบางท่านต้องการให้ลูกค้าของเราเป็นระดับบนเท่านั้น”

 

            “ฉันเข้าใจ ในที่ประชุมมีคนคัดค้านเหมือนกัน” ด้วยสายตาที่มองการไกล และในฐานะประธานดัสตินก็ยังยืนยันความต้องการเดิม

 

            “นี่มันยุคโลกาภวัฒน์ ฉันต้องการเห็นความเท่าเทียม ลูกค้าระดับกลางและระดับล่าง ย่อมมีสิทธิ์ได้ล่องเรือสำราญเป็นกำไรชีวิตไม่ใช่หรือ”

 

            นี่คือนิสัยของผู้เป็นนาย คนรวยคนจนมีสิทธิเสมอภาค ไม่แบ่งแยกชนชั้น แม้จะใช้ชีวิตหรูหราฟู่ฟ่าราวกับเงินคือใบไม้ที่ไม่มีวันหมด หากเนื้อแท้เจ้านายของตนก็ไม่เคยดูแคลนคนที่ต่ำต้อยกว่า

 

            ตืด... ตืด...

 

            “ว่าไงสเตล่า” ชายหนุ่มกดรับอินเตอร์คอมจากเลขาสาวหน้าห้อง

 

            “คุณโซย่าโทรมาค่ะ เธอบอกว่านัดเย็นนี้ขอเลื่อนเวลาไปหนึ่งชั่วโมง เธอมีถ่ายแบบค่ะ” ดัสตินยิ้มมุมปาก

 

            “ไม่มีปัญหา ติดต่อราเซียให้ฉันด้วยคืนนี้ตอนทุ่มตรง”

 

            “ค่ะท่านประธาน”

 

            ไม่มีความเสียดายอะไรทั้งสิ้นถ้าเป็นเรื่องผู้หญิง การที่โซย่าบอกให้เขารอ นั่นหมายความว่าเจ้าหล่อนตัดโอกาสของตัวเองในค่ำคืนนี้ไปแล้ว โอกาสนั้นจึงไปตกที่คู่ควงคนต่อไป

 

            “แต่เย็นนี้คุณดัสตินมีนัดทานอาหารกับมาดามนะครับ”

 

            “ฉันไม่ได้ลืม เดี๋ยวอีกสักพักว่าจะออกไปพบแม่เลย” พูดจบก็ลุกจากเก้าอี้นวมอย่างดีมายืนนิ่งกอดอกทอดสายตาผ่านกระจกใสเห็นตึกผาอารามด้านนอก

 

            “คิดอะไรอยู่หรือครับ บอกผมได้นะครับ”

 

            “ใบหน้าฉันซีเรียสขนาดนั้นเลยหรือแมตต์”

 

            “มาดามฝากให้ผมดูแลคุณดัสติน” ดัสตินหัวเราะ มารดาชอบทำเหมือนเขาเป็นเด็กเล็กๆ

 

            “แม่คงให้แกคอยสอดส่องเรื่องผู้หญิงมากกว่ากระมัง”

 

            “มิได้ครับ”

 

            “เชื่อไหมว่าเย็นนี้แม่ก็ต้องคุยกับฉันเรื่องนี้ ถ้าท่านยังเจ้ากี้เจ้าการ บางทีฉันอาจจะหาแม่พันธุ์ดีๆ สักคนมาผลิตหลานให้ท่านดูแล แบบนั้นคงดี”

 

บอกอย่างไม่ยี่หระ เขาอยากมีลูก แต่เขาไม่อยากได้แม่ของลูก เพราะแม่ของลูกจะเป็นตัวปัญหาทำให้อิสระในชีวิตกว่าสามสิบห้าปีของเขาต้องยุติ ม่าย... มาเฟียเพลย์บอยอย่างเขาไม่มีทางยอมรับ

 

            “แต่เด็กอาจมีปัญหานะครับ” มือหนายกโบกเชิงห้าม

 

            “พอๆ แกพูดเหมือนแม่อีกคนแล้ว”

 

            “ผมเห็นด้วยกับมาดามครับ เด็กต้องการความอบอุ่น คงไม่ดีแน่ถ้าขาดแม่”

 

            “เงินจะบันดาลความสุขให้ลูกของฉัน” พูดจบก็รับน้ำชาจากแมตต์ที่นำมาเสิร์ฟให้ผู้เป็นนาย ข้อเสียของเจ้านายเขาก็คงมีเรื่องเดียว เรื่องผู้หญิง!

 

            “เห็นงานแต่งของท่านประธานาธิบดีแล้ว คุณดัสตินไม่คิดอยากสละโสดเหมือนเพื่อนบ้างหรือครับ” คราวนี้คนฟังหันขวับมามอง ดวงตากร้าวนิดๆ ใช่เลย! มันจี้ใจดำเขาอย่างจัง เพราะมารดาก็นำข้ออ้างนี้มารบเร้าให้เขาหาเมีย!

 

            “ทำไมต้องอิจฉา ซีอัลมันหาเรื่องใส่ตัว สักวันมันต้องโหยหาอิสระที่หายไป” คนพูดยิ้มกว้างก่อนกระดกแก้วในมือเข้าปากด้วยสีหน้าสบายใจสุดๆ

 

            “คงไม่หรอกครับ แววตาของท่านประธานาธิบดีในวันแต่งงาน ดูรักใคร่เจ้าสาวมากนะครับ”

 

เอิ่ม... ดัสตินก็ไม่ปฏิเสธว่าภรรยาของเพื่อนสวยชนิดที่เรียกได้ว่านางฟ้า แต่... เขาคิดว่านี่ไม่ใช่สเป็กของตัวเอง เขาไม่ชอบสาวเอเชีย ที่ทรวดทรงองเอวเล็กและบอบบาง มองมุมไหนก็ไม่เร้าใจ เพราะฉะนั้นไอ้ที่คิดว่าเพลย์บอยมาเฟียอย่างเขาจะคว้าสาวเอเชียมาเป็นเมียนั้น เป็นเรื่องที่ไม่มีทางเป็นไปได้!

 

 

 

            ร่างบางหมุนตัวไปมาหน้ากระจก หลังลงลิปสติคสีแดงเลือดนกประทับลงบนกลีบปากเป็นครั้งสุดท้าย ใบหน้าเรียวถูกแต่งแต้มไว้อย่างโฉบเฉี่ยว ทรงผมยาวหยักศกทำให้เจ้าตัวแลดูเซ็กซี่ ชุดเดรสสั้นสีทองขับผิวขาวนวลเนียลให้ดูงดงามราวเทพธิดา วันนี้คือวันครบรอบสามปีที่เธอกับไมเคิลคบหาดูใจกัน

 

            จะว่าตื่นเต้นไอวราก็ยอมรับ สำหรบผู้หญิงแล้วระยะเวลาคือสิ่งสำคัญพอๆ กับความไว้เนื้อเชื่อใจที่ตนเองมีต่ออีกฝ่าย วันนี้จึงตั้งใจเดินทางไปเซอร์ไพรส์แฟนหนุ่มที่คอนโด เพราะทราบมาว่าไฟล์บินของเขาบินกลับมาตั้งแต่เมื่อเช้าตรู่วันนี้

 

            ก็อกๆ  เสียงเคาะประตูห้องนอนดังขึ้นหลายครั้ง ไอวราต้องรีบเดินออกจากห้องนอนไปเปิดประตูห้อง สาวเจ้ายิ้มกว้างเข้าสวมกอดเพื่อนข้างห้อง

 

            “หวัดดีชาช่า”
            “ดีจ้ะไอวี่ ว้าว... วันนี้เธอแต่งตัวสวยมากจริงๆ นัดเดทกับไมเคิลเหรอ” ไอวราพยักหน้าด้วยอาการขวยเขินนิดๆ

 

            “ให้ตายสิ ไอ้ภูเขาสองข้างเนี่ยมันสุดจะทานทนจริงๆ นะยะ” ไอวราแบมือไหวไหล่ ของดีพ่อแม่ให้มาตั้งแต่เกิด มันคือความภาคภูมิใจ เพราะสิ่งนี้เชิดหน้าชูตาของเธอได้โดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอ

 

            “แล้วนัดเขาไว้กี่โมง”

 

            “ไม่ได้นัดหรอก ตั้งใจไปเซอร์ไพรส์ เวลาเขาบินกลับมาเขาจะหลับเป็นตายอยู่ที่ห้อง ตอนนี้เขาคงหลับอยู่” ชาช่าพยักหน้า ดวงตาสีฟ้าทำท่าครุ่นคิดจนไอวราแปลกใจ

 

            “มีอะไรหรือเปล่า”

 

            “เอิ่ม... ไม่มีหรอก ฉันคงคิดมากไป อ้อ นี่จ้ะกระเป๋ารุ่นที่เธออยากได้ เห็นช็อปที่ฝรั่งเศสมันลดเลยซื้อมาฝากเธอ”

 

            “โอ้มายก็อด!  ขอบใจมากๆ ชาช่า เธอดีกับฉันจริงๆ ว่าแต่... ฝากแน่นะ”

 

            “ถ้าเมื่อต้นปีโบนัสได้น้อยกว่านี้สักนิดเธอหมดสิทธิ์เป็นเจ้าของ”

 

ชาช่าเอ่ยยิ้มๆ เจ้าหล่อนทำงานที่บริษัทประกันภัยอันดับหนึ่งของบริชเธน เงินเดือนดีพอสมควร เพราะเจ้าหล่อนจบกฎหมาย สองสาวรู้จักกันเพราะเมื่อแรกที่ไอวรามาอยู่ที่นี่หญิงสาวไม่มีเพื่อน แต่ก็ได้ชาช่าคอยเป็นไกด์จนตอนนี้รู้จักทุกซอกทุกมุมของประเทศนี้

 

            “เข้ามานั่งก่อน ยืนคุยตรงนี้เมื่อย” เจ้าของห้องรีบจูงมือสาวยุโรปคนสวยเข้ามาด้านใน เดินไปเปิดตู้เย็นรินน้ำผลไม้ใส่แก้วมาต้อนรับ

 

            “ในห้องฉันไม่มีขนมอะไรเลยขอโทษทีนะ”

 

            “ฉันไม่ได้มากินขนมสักหน่อย แค่น้ำผลไม้ก็เกินพอ”

 

            “รู้สึกเกรงใจจัง เธอเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ มีของติดไม้ติดมือมาให้ตลอด ฉันสิไม่มีอะไรให้เลย ไว้กลับไปเมืองไทยจะซื้อของมาฝาก” ปีกว่าแล้วที่ไม่ได้กลับไปเยี่ยมบ้านเพราะงานรัดตัว ใครจะเชื่อหรือไม่ว่าธุรกิจจัดหาคู่ในประเทศบริชเธนเฟื่องฟูและทำเงินมากมาย

 

            อาจเพราะผู้ชายประเทศนี้มุมานะโฟกัสเรื่องงานจนไม่มีเวลาพบปะใครกระมัง จึงเข้ามาใช้บริการบริษัทฟิโอเร่ โปรไฟล์แต่ละคนเห็นแล้วต้องอึ้ง รวยๆ กระเป๋าหนักทั้งนั้น ถ้าไม่ติดว่าเธอคบหากับไมเคิลอยู่ก่อน คาดว่าก็คงกระโดดลงสนามจับคู่กับเขาบ้าง

 

            “ฉันขออวยพรให้รักของเธอกับไมเคิลลงท้ายด้วยการแต่งงานนะจ๊ะ”

 

            “เขายังไม่ขอฉันแต่งงานเลย”

 

            “อาจจะวันนี้ก็ได้”

 

ก็แหม... คนตาดีอย่างชาช่าดันเหลือบไปเห็นผู้บ่าวของเพื่อนเดินเข้าร้านจิวเวอร์ในห้างสรรพสินค้าพร้อมชายหนุ่มคนหนึ่ง คงเข้าไปช่วยกันเลือกแหวน!

 

            “ฉันไม่อยากคิดไปเอง วันนี้มีรางสังหรณ์แปลกๆ ไงไม่รู้” ทั้งที่ควรร่าเริง แต่หางตาข้างขวาเจ้ากรรมก็ดันกระตุกไม่เลิก มันเข้าคอนเซปความเชื่อแบบไทยๆ เสียด้วยสิ

 

            “อย่าคิดมาก รีบไปเถอะนี่ก็จะหกโมงเย็นแล้ว งานนี้เขาคงเตรียมของไว้เซอร์ไพรส์เธอด้วยแน่ๆ” ไอวราอมยิ้ม ถึงเขาไม่มีของอะไรมอบให้เธอก็ไม่ซีเรียส คบกันมานานเขาไม่ใช่ผู้ชายหวานๆ ประเภทโรแมนติก

 

            “งั้นฉันไม่รบกวนแล้ว ขอให้มีความสุขจ้ะ”

 

            “ขอบใจนะชาช่า” สองสาวสวมกอดหอมแก้มล่ำลา พอเพื่อนออกไปแล้วไอวราจึงแต่งแต้มใบหน้าเพิ่มอีกสักนิด ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เธอจะเซอร์ไพรส์เขา ฉะนั้นขอจัดเต็มสักหน่อย

 

 

 

            ร่างระหงก้าวลงจากรถแท็กซี่ เดินเข้ามาบริเวณประชาสัมพันธ์เค้าเตอร์ของคอนโด สอบถามจึงรู้ว่าไมเคิลเดินทางกลับมาตั้งแต่เช้าแล้วจริงๆ เธอเคยมาที่นี่สามสี่ครั้ง ไม่กล้ามาบ่อยเพราะตัวเองเป็นผู้หญิงมันดูไม่ดี เธอกับเขาจึงใช้เวลาส่วนใหญ่นัดกันทานข้าวหรือดูหนังกันข้างนอกมากกว่า

 

            ใบหน้าเนียนยิ้มให้กับตัวเองเมื่อเดินออกจากลิฟต์มาหยุดหน้าห้องพักของแฟนหนุ่ม มือบางหยิบคีย์การ์ดในกระเป๋าที่อีกฝ่ายเคยให้ไว้

 

            ผมรักคุณนะไอวี่ ผมอยากให้คุณเชื่อใจและไว้ใจ เผื่อคุณคิดถึงผม จะแอบไปหาผมเพื่อเซอร์ไพรส์

 

            คือเหตุผลที่ไมเคิลให้คีย์การ์ดกับเธอ แต่ไอวราเชื่อใจเขาเสมอมา ไม่เคยละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัว ด้วยหน้าที่การงานและคำบอกเล่าจากคนรอบข้างถึงความเป็นคนดี จึงไม่มีเหตุอันใดเลยที่เธอต้องหวาดระแวงในตัวคนรัก ซึ่งคบกันมายาวนานจนครบสามปีในวันนี้

 

            พอเสียบคีย์การ์ดเปิดประตูเข้าไป ไอวราเดินเบาๆ เข้าข้างในห้องรับแขกอันดับแรก ไฟเปิดแบบสลั่วๆ ประตูห้องนอนถูกเปิดเอาไว้ แต่... เสียงบางอย่างที่ดังเล็ดรอดออกมาคล้ายคนครวญครางทำให้ฝีเท้าเล็กต้องหยุดชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าเริ่มจางหายไปกับเสียงนั้น มือเท้าเย็นเฉียบจนต้องจับกระเป๋าในมือแน่น

 

            ไม่ว่าเสียงนั้นมันเกิดจากอะไร ไอวราก็ต้องรวบรวมความกล้าเผชิญกับความจริง ตัดสินใจเดินตรงไปกระชากประตูห้องนอนที่แย้มเปิดให้เปิดกว้าง มือบางเอื้อมกดปุ่มสวิซไฟในห้องให้สว่างวาบ พร้อมกับภาพอุจจาดตาของคนบนเตียงปรากฏให้เห็น

 

            “ไมเคิล!

 

            “ไอวี่!

 

            พระเจ้า! ผู้มาเยือนตกอยู่ในอาการที่เรียกได้ว่าช็อกซินิม่า ปากอ้าตาค้างกับสิ่งที่เห็น ไอวราไม่อยากเชื่อเลยว่าแฟนหนุ่มที่คบหาดูใจกันมาสามปี วันนี้เขากลับมีอะไรลึกซึ้งกับผู้ชายที่เธอเองก็รู้จักดี

 

            โทนี่ คือเพื่อนร่วมงานและเป็นสจ๊วตเหมือนกับไมเคิล เธอรู้มาตลอดว่าสองหนุ่มเป็นเพื่อนกัน แต่ไม่คิดว่าแท้จริงแล้วพวกเขา... เป็นไม้ป่าเดียวกัน!

 

            “เลวที่สุด คุณหลอกฉันมาตลอด”

 

            “เฮ้ ไอวี่ ฟังผมก่อน ฟังผม...” ไมเคิลลนลานคว้าผ้าขนหนูมาพันกายแบบลวกๆ วิมานรักที่กำลังจะไปถึงต้องพังทลายเมื่อแฟนสาวบุกมาถึงห้อง และเห็นภาพบาดตาชนิดที่ว่าไร้การเซ็นเซอร์

 

            “เราจบกัน!

 

            ไอวราปากล่องของขวัญในมือใส่หน้าของไมเคิลแล้ววิ่งออกจากห้อง ลงมาทางบันไดหนีไฟเมื่ออีกฝ่ายวิ่งตามมา เธอไม่รู้เลยว่าวิ่งจากชั้นเก้ามาถึงชั้นหนึ่งได้อย่างไรในระยะเวลาอันรวดเร็ว ไม่เหนื่อยไม่หอบ กระทั่งถึงริมฟุตบาท น้ำตาไม่รู้จากไหนหลั่งรินอาบแก้มด้วยความเจ็บใจ

 

            “บ้าจริง ไอ้คนสารเลว นิยมไม้ป่าเดียวกันก็ไม่บอก ไอ้ผู้ชายเฮงซวย!

 

            เดินมาไกลขนาดไหนไอวราไม่รู้ แต่สาวเจ้ามารู้สึกตัวและเหนื่อยเมื่อยขาก็ต่อเมื่อถึงม้านั่งข้างทาง ร่างบางทรุดนั่งอยู่ตรงนั้นมีไฟรายทางรูปหยดน้ำอยู่เหนือศีรษะ หญิงสาวนั่งเป่าปี่น้ำตารินจนเกือบสองทุ่ม ยวดยาพาหนะบนท้องถนนเริ่มเบาลง คงเหลือแต่นักท่องราตรีที่ขับผ่านไปมา ถนนสายนี้เป็นถนนสายของผับบา ไอวรานั่งร้องไห้เป็นพักกว่าจะได้สติ  จึงรีบคว้าโทรศัพท์กดหาเพื่อนสนิท

 

 

 

            ชาช่าพูดอะไรไม่ออก คืนนี้ตั้งใจรีบเข้านอนเร็วๆ ก็มีอันต้องลุกขึ้นมาแต่งตัวด้วยความเร่งรีบ ขับรถบึงมาหาเพื่อนสนิทที่ผับชื่อดังใจกลางแหล่งท่องเที่ยว สภาพนางพญาหงส์เมื่อสองชั่วโมงที่แล้วไม่รู้อันตรธานหายไปไหน มีแต่สภาพของเพื่อนสาวที่แทบดูไม่ได้ ถามไถ่ได้ความจากบริกรจึงรู้ว่า อีกฝ่ายซัดวอดก้าเพรียวๆ ไปแล้วห้าแก้ว แม่เจ้า! วอดก้า!

 

            “ไหนมันเกิดอะไรขึ้น เล่ามาสิ”

 

            พอเลื่อนเก้าอี้มานั่ง ก็จัดการซักฟอกเพื่อนสาวที่จะว่ายิ้มก็ไม่เชิง จะว่าเสียใจก็ไม่ใช่ มันกึ่มๆ สองอาการไม่รู้ว่ามีอะไรในใจ ด้วยอีกฝ่ายโทรหาบอกว่าให้มาด่วน โดยไม่บอกสาเหตุ

 

            “ฉันอกหัก”

 

            “ว่าไงนะ อกหัก!” ดีว่าโซนที่สองสาวนั่งอยู่นั้นอยู่หลังสุด จึงยังพอพูดคุยได้ยินโดยไม่ต้องตะโกน ไอวราพยักหน้าหงึกหงักแทนคำตอบ พร้อมมือที่กระดกแก้วในมือ แต่ชาช่าห้ามไว้

 

            “พอๆ เราต้องคุยกันไอวี่ เรื่องบ้าบอแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง เธออกหักในวันครบรอบสามปีที่คบกับไมเคิลอย่างนั้นเหรอ” คนฟังหัวเราะออกมาทั้งที่ใบหน้าเคียดแค้น

 

            “ใช่”

 

            “เขาบอกเลิกเธอเหรอ”

 

            “ถึงไม่บอกฉันก็ต้องเลิกกับเขา เธอรู้ไหมชาช่าว่าฉันไปเห็นอะไรมา” ใบหน้าคนฟังสะบัดส่ายจนผมสีทองกระจัดกระจาย

 

            “ไมเคิลเขาเป็นชายรักชาย ฉันอยากจะบ้าตาย รู้ไหมฉันสะอิดสะเอียนสิ่งที่เห็นแค่ไหน พวกเขากำลังมีอะไรกัน มันทุเรศสิ้นดี” คนฟังถึงกับอึ้ง สมองเริ่มประมวลผล อันที่จริงก็ตะขิดตะขวงใจตั้งแต่เห็นไมเคิลจับมือกับผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้าไปในร้านเพชร มันดูสนิทเกินเพื่อน

 

            “แม่เจ้า! นี่เท่ากับว่าเธอโดนหลอกมาตลอด”

 

            “ใช่ ฉันมันเหมือนควายเลย โดนสวมเขาจากผู้ชายคนนั้น แสดงว่าที่ผ่านมาเขาตั้งใจหลอกฉัน เขาพูดถึงขั้นว่าจะแต่งงานปีหน้า ไอ้บ้าไมเคิล แกมันเลือดเย็น หลอกฉันได้ยังไง”

 

สาวเจ้าตีโพยตีพาย เสียใจยังไม่เท่าเจ็บกระดองใจ ที่ต้องพ่ายแพ้ให้กับเพศผู้ รู้ถึงไหนคงอายถึงนั่น บอกตามตรงว่าตอนนี้สิ่งที่เธออยากทำคือลืมทุกอย่าง และขอให้มันเป็นเพียงฝันร้าย

 

            “ทำใจดีๆ นะไอวี่”

 

            “ฉันไม่เป็นอะไร แค่แค้นเฉยๆ” พูดจบก็ยื้อแย่งแก้วจากมือเพื่อนไปดื่มจนหมด ใบหน้าขาวเนียนแดงก่ำด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่วิ่งพล่านในกาย

 

            “เธอเมามาก เรากลับกันเถอะ”

 

            “ไม่ ฉันไม่กลับ” คนตัวเล็กกว่าโวยวาย เห็นเล็กๆ แต่ขอบอกว่าฤทธิ์เยอะพริกขี้หนูมากๆ ดิ้นแรงจนชาช่าเหนื่อยหอบไปเหมือนกันกว่าจะพาเจ้าตัวออกจากผับมาอย่างทุลักทุเล

 

            คบกันมาหลายปี ชาช่าไม่เคยเห็นไอวราเมาฟิวส์การ์ดขนาดนี้ ที่สำคัญเจ้าตัวไม่เคยดื่มวอดก้า อย่างมากก็แค่เหล้าผสม แต่นี่เล่นเพรียวๆ มีหรือจะไม่สติหลุด ความสวยที่มีมันหายเมื่อความเมามายเข้าครอบงำ ประกอบกับเจอเรื่องช็อกมาหมาดๆ เจ้าตัวจึงพร่ำพูดไม่หยุด

 

            “ให้ผมช่วยไหมครับ”

 

            “ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันเอาอยู่”  ชาช่าหันมาตอบพนักงานหน้าผับ ประคองเพื่อนเดินไปยังลานจอดรถที่อยู่ไม่ไกลนัก

 

            “ไอ้ไมเคิล ไอ้คนสารเลว แกหลอกฉัน มิน่าล่ะ ตลอดเวลาที่คบกันถึงไม่แตะเนื้อต้องตัวฉันเลย ที่แท้มันก็พวกไม้ป่าเดียวกันไอ้คนเส็งเคร็ง!” คนประคองส่ายหน้าระอาใจ แต่ก็เข้าใจดีว่าเพื่อนรักคงเสียใจมาก

 

            “โชคดีแล้วที่เธอไม่เสียทีหมอนั่น ไม่อย่างนั้นจะเจ็บใจกว่านี้”

 

            “ฉันยี่สิบเจ็ดแล้วนะชาช่า ความฝันที่ฉันจะได้สวมชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดของฉันต้องมาพังทลายเพราะหมอนั่นคนเดียว ไอ้หน้าตัวเมีย!

 

            คำด่าประโยคสุดท้ายเล่นเอาสะดุ้งทั้งลานจอดรถ โดยเฉพาะบุรุษหนุ่มรูปหล่อที่เพิ่งก้าวลงจากแอสตันมาร์ตินคันหรูใหม่เอี่ยม ชายหนุ่มจ้องเขม็งมายังสองสาว พร้อมส่ายหน้าด้วยความสมเพชเวทนา

 

            ดัสติน เทเลอร์ วอลตัน ไม่ชอบผู้หญิงขี้เมา มันทำให้ความสวย ความงาม และความเซ็กซี่ดูลดลง โดยเฉพาะท่าทางโหวกเหวกโวยวายรบกวนหูคนอื่น มันช่างน่ารังเกียจนัก จอมมารเพลย์บอยอย่างเขาไม่ปลื้ม!

 

            “มองอะไร ไม่เคยเห็นอกหักหรือไง”

 

            ไอวราพาลพาโลตะวาดไม่เกรงใจ เธอคือสาวมั่นเซ็กซี่แห่งบริษัทจัดหาคู่ แต่วันนี้ลุคนั้นหายไปหมด เหลือแต่ยัยขี้เมาบ้าดีเดือด เหลือบตามองบุรุษร่างใหญ่ด้วยความชิงชัง บอกตรงๆ ตอนนี้ผู้ชายหน้าไหนก็เข้าหน้าไอวราไม่ติด

 

            “ไอวี่ไม่เอาน่า  ขึ้นรถๆ”

 

            “ก็หมอนี่มองฉันด้วยสายตาสมเพช ฉันไม่ชอบ เข้าใจไหม ฉันไม่ชอบให้ใครมามองด้วยสายตาแบบนี้ เชอะ ถือว่าขับรถหรูราคาแพง เท่ห์ตายล่ะ” มุมปากอิ่มเหยียดๆ เจ้าของรถหรูมุมปากกระตุก สาวเท้าเข้าหาร่างบางที่มองมาอย่างเอาเรื่อง การ์ดที่แวดล้อมอยู่จะเข้ามาแต่มือหนายกขึ้นเป็นเชิงห้าม

 

            “หรือไม่เธอก็กำลังอ่อยฉันอยู่นี่ไงสาวน้อย ถ้าคืนนี้ฉันไม่ได้นัดกับคนอื่น ฉันคงจะสงเคราะห์โดยการลากเธอขึ้นเตียงแล้วสำเร็จโทษซะ โทษฐานที่มาปากดีแบบนี้!” เอ่ยยิ้มๆไล้สายตามองสาวขี้เมาตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า

 

            “ผู้ชายอย่างคุณ ไม่มีวันได้แอ้มฉันหรอกจะบอกให้”

 

            “ไอวี่!” ชาช่าปรามเพื่อน

 

            “ก็มันจริงนี่ชาช่า เหอะ รวยแต่เปลือกหรือเปล่าก็ไม่รู้ ตายแล้วเกิดไหมก็ยังไม่ได้แม้แต่จะแตะฉันด้วยปลายก้อย” เมาแล้วยังไม่เจียมตัว คนฟังส่ายหน้า

 

            “พอได้แล้วไอวี่”

 

            “เพื่อนคุณท่าทางจะเมามาก ถึงได้กัดไม่เลือกหน้า สงสัยจะมีปูมหลังเรื่องผู้ชาย” คำพูดนั้นทำเอาคนเมาถึงกับปรี๊ดแตก ถลาจะเข้าไปทำร้ายแต่อีกฝ่ายหลบทัน พอหันกลับมาแขนแกร่งจึงตวัดรัดร่างสาวเอาไว้

 

            “เมาก็กลับบ้านไปนอน อย่ามาทำตัวเป็นหมาบ้า ดีไม่ดีจะถูกลากไปรุมโทรม”

 

            “อ๊าย  ไอ้คนปากเสีย ไอ้... อะ ....”

 

            และแล้วเสื้อยืดราคาแพงลิ่วของดัสตินก็ต้องเละเทอะเปรอะเปื้อน เมื่อสาวเจ้าขย่อนน้ำเมาในกายออกมา เกิดความโกลาหล การ์ดรีบมาดึงตัวไอวราออกห่างจากผู้เป็นนาย คนเมาพอได้อาเจียนก็แทบสิ้นฤทธิ์ คอพับคออ่อนคาอ้อมแขนของชาช่า

 

            “ขอโทษด้วยนะคะ ฉันขอโทษแทนเพื่อนจริงๆ ไอวี่เธอเนี่ยน้า หาเรื่องเหลือเกิน”

 

            ขอโทษขอโพยอีกฝ่ายเป็นการด่วน ก่อนจะจับเพื่อนยัดเข้าไปในรถ คาดเข็มขัดนิรภัยแล้วขับรถออกไปจากผับรวดเร็ว ว่าแต่ผู้ชายคนเมื่อครู่หน้าตาคุ้นๆ อุ๊ตะ! นั่นมันมาเฟียเพลย์บอยคนดังแห่งบริชเธนนี่นา ดัสติน เทเลอร์ วอลตัน

 

            “ไอวี่เอ๊ย เธอจะซวยไหมเนี่ย” ชาช่าหวั่นใจแทนเพื่อนจริงๆ กลัวเหลือเกินว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันอาจจะไม่หยุดแค่นี้

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 91 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

528 ความคิดเห็น

  1. #511 ktykris (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 19:41
    เจ๊แบบแมนมากอ่ะ
    #511
    0
  2. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  3. #430 Aom Waraporn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 เมษายน 2558 / 23:35
    สายสัมพันธ์ ไม่เคยเห็นคนอกหักรึเปล่าคะ ไม่คิดจะหยุดหัวใจไว้ที่ใคร ภาษาอังกฤษมาเขียนเป็นภาษาไทยจะไม่ใส่วรรณยุกต์นะคะ ช่วยตรวจคำผิดค่ะ
    #430
    0
  4. #312 paranee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มีนาคม 2558 / 12:31
    ซวยแล้ว ไอวี่เอ๊ย
    #312
    0
  5. #286 EleJEEN (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มีนาคม 2558 / 15:51
    นางเอกดีงามมากขร่ะ 5555
    #286
    0
  6. #249 jeabkiss (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มีนาคม 2558 / 13:43
    ไอวี่แย่เลยน่าสงสาร
    #249
    0
  7. #28 fsn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 มีนาคม 2558 / 16:17
    เมาแล้วเก่งเชียวนะหนู
    #28
    0
  8. #12 ผีน้อยชิชา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มีนาคม 2558 / 16:46

    คำผิดค่ะพี่สาว

    น่านนำ – น่านน้ำ

    คล่ำหวอดคร่ำหวอด

    ผูกพันธุ์ – ผูกพัน

    โลกาวัฒน์ – โลกาภิวัตน์

    รางสังหรณ์ – ลางสังหรณ์


    #12
    0
  9. #11 ผีน้อยชิชา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มีนาคม 2558 / 16:45
    ตามมาอ่านแล้วค่ะ
    #11
    0
  10. #8 นงลักษณ์ ไพบูลย์ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:41
    สนุกดีแฮะ..ขำไอวี่ อิอิ
    #8
    0
  11. #7 Love Have (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:32

    เจอหน้ากันครั้งแรกก็ปะปะฝีปากกันเลยนะคะ

    #7
    0
  12. #6 kibkea (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:46
    ไอวี่ ไม่น่าจารอด หุหุ
    #6
    0
  13. #5 kat-poohpooh (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 17:09
    มันส์มว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกคร่าาาาาาาาาาาา

    #5
    0
  14. #4 paiky (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:03
    หนูไอวี่...เละแน่ๆๆ
    #4
    0
  15. #3 taeyeon iu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:03
    สนุกมากค่ะ ชอบตรงนางเอกพูดหน้าตัวเมีย แล้วพระเอกสะดุ้งเหมือนคนร้อนตัว ชอบมากค่ะ
    #3
    0
  16. #2 Tudtu Sujaree (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:05
    อะ ไอวี่ งานเข้า เเน่ๆเลย 
    #2
    0