ท า ส แ ม ว | •

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,651 Views

  • 22 Comments

  • 145 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    316

    Overall
    1,651

ตอนที่ 3 : ❝ เริ่มต้น ❞

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 394
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    12 ม.ค. 62




“เหมี๊ยว ~”


เสียงร้องของลูกแมวทำให้คุณป้าผู้ดูแลหอที่กำลังก้าวออกจากลิฟต์ถึงกับหยุดชะงักเท้าทันที แล้วหันกลับมามองคนในลิฟต์ที่กำถุงกล่องเค้กกับโทรศัพท์ในมือแน่น


“เสียงแมวที่ไหน? ” คุณป้าหันมาพูดด้วยเสียงนิ่งแต่กลับดูน่ากลัวจนขนลุก แล้วมองไปรอบๆ ก่อนสายตาจะหยุดไปที่กล่องเค้กกล่องเดิมที่อยู่ในมือของมิณทร์


“คุณป้าครับคือผม... ” มิณทร์พูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก มือที่ถือถุงเค้กกับโทรศัพท์ค่อยๆ มีเหงื่อซึมออกมาเพราะความตื่นเต้นบวกความประหม่ากับคำถามตรงหน้า


“ว่ายังไงจ๊ะ? เสียงแมวร้องมาจากไหน? ”


มิณทร์ตัดสินใจค่อยๆ ยื่นสิ่งที่ถืออยู่ในมือไปตรงหน้าของคุณป้าที่ยืนนิ่ง ทันทีที่เห็นคุณป้าก็ทำตาโตก่อนพูดออกมา


“น่ารักจัง แมวที่บ้านหรอลูก ”


“ครับพอดีผมเปิดคลิปน้องทิ้งไว้ บังเอิญมือไปโดนเข้าคลิปเลยเล่นเองต้องขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้ตกใจ ”


“ไม่เป็นไรจ้ะ งั้นป้าไปก่อนนะ ”


     เมื่อประตูลิฟต์ปิดลงมิณทร์ก็ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยล้าทั้งรู้สึกผิดที่จะต้องโกหกคุณป้า แต่จะให้ทำยังไงได้เพื่อความอยู่รอดของเจ้าเหมียวเขาก็ต้องยอมโกหกไป


“ดีนะที่เราคิดแผนเผื่อไว้ อยู่ดีๆ ก็ร้องออกมาเกือบไปแล้วเห็นไหม ”



     ทันทีที่ไขประตูเข้ามาในห้องมิณทร์ก็จัดแจงนำลูกแมวออกมาจากกล่องเค้กไปวางไว้บนกองผ้านุ่มที่เตรียมไว้ ก่อนยืนนิ่งใช้ความคิดอยู่สักพักใหญ่


“ต้องไปซื้อพวกของใช้กับอาหารมาเก็บไว้ก่อน ” เมื่อคิดได้เช่นนั้นเจ้าตัวจึงต่อสายหาบุคคลที่จะไปช่วยเลือกซื้อของมาให้ ตัวเขาเองไม่ค่อยมีประสบการณ์ในการเลี้ยงสัตว์มากนัก ให้คนเชี่ยวชาญอย่างธาราเลือกซื้อให้คงจะเหมาะสมที่สุดแล้วในเวลานี้


(ว่ายังไงถึงห้องแล้วใช่ไหม )


“อื้อเราถึงห้องแล้ว ธารากลับไปช่วยคุณลุงที่คลินิกแล้วรึยัง ”


(วันนี้ที่ร้านปิด พ่อไปทำธุระ )


“อ่ออ ” มิณทร์กระหยิ่มยิ้มย่องด้วยความดีใจ เอาล่ะต่อไปคือต้องออดอ้อนอีกฝ่ายให้ยอมตกลงช่วยไปซื้อของมาให้ได้ คนตัวเล็กเงียบไปสักพักก่อนเริ่มแผนการที่วางไว้ในใจ


“ธาราา ”


(ฮื้ม ทำเสียงใสแบบนี้อ้อนจะเอาอะไร )


“คือ...บอกธาราไปธาราอย่าพึ่งบ่นนะฟังเราพูดให้จบก่อน ” ไม่มีสัญญาณตอบกลับมานั่นหมายความว่าแผนที่วางไว้อาจจะล่มได้ เพราะอีกฝ่ายกำลังจับพิรุธอยู่ต้องเพิ่มมาตรการคุมเข้มขึ้นอีกหนึ่งขั้น



“เปลี่ยนใจแล้วเอาเป็นว่าถึงพูดจบก็ห้ามบ่น มันสะเทือนจิตใจ ธาราสัญญามาก่อนว่าจะไม่บ่น ”



“ธาราอย่าเงียบซี่ ” มิณทร์พูดด้วยเสียงอู้อี้ทำให้คนปลายสายที่ฟังอยู่นึกถึงหน้าของอีกฝ่ายที่ชอบทำแก้มพองลมกับปากพะง้ำพะงอเวลาจะอ้อนเอาอะไรบางอย่างลอยขึ้นมา อ้อนเก่งเป็นที่หนึ่งล่ะจริงๆ คนนี้


(แอบเอาแมวที่ช่วยเมื่อกลางวันกลับไปที่หอใช่ไหม) ปลายสายว่าด้วยน้ำเสียงสบายๆ ไม่ได้มีท่าทีโกรธหรือโมโหแต่อย่างใด


“ธารารู้ ”


(ใช่ไหม )


“ก็เราสงสารน้อง น้องไม่มีพ่อแม่แถมยังโดนหมาตัวใหญ่รังแกจนเป็นแผล น้องน่าสงสารจริงๆ นะธารา เราเห็นน้องแอบร้องไห้ด้วย มันร้องเหมี๊ยว เหมี๊ยว พาหนูกลับไปด้วยนะพาหนูไปด้วยน้องร้องเรียกเราอ่ะ ธาราจะให้เราทิ้งน้องไว้ไม่ดูดำดูดีแล้วเดินออกมาหรอ ทำไมธาราถึงใจร้าย ธาราเปลี่ยนไป ” มิณทร์แร็ปใส่อีกฝ่ายไม่ให้ตั้งตัวก่อนจะจบที่โยนความผิดไปให้อีกฝ่ายทันที แค่นี้ธาราก็คิดตามไม่ทันแล้ว


(ยังไม่ได้ว่าอะไรเลยก็แค่ถามเฉยๆ แล้วที่อ้อนต้องการอะไรหืม )


.

.

.






เกือบสองทุ่มเสียงเคาะประตูของห้องเก้าศูนย์เจ็ดก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงไขกุญแจเข้ามาของบุคคลผู้โดนใช้งาน


“ธารามาแล้วหรอออ ” เสียงใสตะโกนจากด้านในห้องเป็นการออกมาต้อนรับ


     ชายรูปร่างสูงโปร่งที่มีใบหน้าหล่อเหลารับกับผมทรงอันเดอร์คัทย้อมสีน้ำตาลเทาเดินเข้ามาพร้อมกับถุงอุปกรณ์ต่างๆนานา สำหรับลูกแมวและอาหารมื้อค่ำสำหรับมนุษย์แมวที่ตะโกนออกมาต้อนรับ


“ว่าไงคุณตัวดี ห่างกันไม่ถึงวันออกลูกมาให้เลี้ยงแล้วหรอหืม ” ธาราเอ่ยแซวก่อนถือเตียงที่เป็นเบาะไว้สำหรับให้แมวได้นอนคุดคู้เดินตามเสียงใสไปก็พบเข้ากับหัวทุยๆโผล่ออกมาจากขอบโซฟากำลังนั่งจ้องอะไรบางสิ่งบางอย่างอยู่


“ธาราอย่าแซว มาดูน้องสิน้องน่ารักมากเลยนะธารา ” บุคคลที่มาใหม่เดินไปนั่งข้างๆ แล้ววางเบาะนอนไว้ใกล้ๆ กับกองผ้า


“โตขึ้นมาคงดื้อเหมือนเจ้าของ ” ธารานั่งจ้องเจ้าลูกแมวตัวสีขาวที่กำลังนอนทำตาปริบๆ เพราะเหนื่อยล้าจากการเล่นกับเจ้าของห้อง “แล้วตั้งชื่อให้มันรึยัง ”


มิณทร์ส่ายหัว “เรารับเลี้ยงไว้ชั่วคราวเดี๋ยวต้องพาน้องไปอยู่กับอื่น ไม่ตั้งหรอกเดี๋ยวคิดถึง ”


“แต่ของที่ใช้ให้ธารไปซื้อนี่คือน้องอยู่ยั้นแก่เลยนะ สุดท้ายเดี๋ยวมิณทร์ก็เลี้ยงไว้เชื่อสิ ” ของที่วางกองไว้บนโซฟาเป็นเครื่องยืนยันได้ดีว่าสิ่งที่ธาราพูดไม่ได้เกินความเป็นจริงเลยสักนิด


“ธารารู้ได้ยังไง เราเป็นคนพูดคำไหนคำนั้นนะ เราหนักแน่นพอลูกผู้ชายแมนๆ ”


“แล้วที่ฝนเล็บกับปลอกคอสำหรับแมวโตเต็มวัยนี่ให้ธารซื้อมาทำไม ลูกแมวยังไม่จำเป็นต้องใช้สักหน่อย ” ธาราว่าขัดผู้ชายแมนๆ ที่นั่งอยู่ข้างๆ


“ก็ซื้อมาเผื่อไว้ ธาราอย่าถามมากซี่น้องรำคาญแล้วเห็นไหม ” มิณทร์มองเจ้าตัวจ้อยที่ค่อยๆ ลุกแล้วพยายามปีนขึ้นไปบนเตียงนอนเตียงใหม่อย่างรู้งาน รู้ด้วยแฮะว่าซื้อมาให้



“ว่าแต่ตั้งชื่อว่าอะไรดีนะ ” เจ้าของห้องพูดงุบงิบเบาๆ เมื่อพูดถึงการตั้งชื่อก็อดจะตื่นเต้นไม่ได้


“เดี๋ยวๆ ไหนเมื่อกี้บอกว่าจะไม่เลี้ยงไว้ไง? ทำไมเปลี่ยนใจไวนักล่ะ ”


“แหะๆ ก็คิดไว้เฉยๆ ไง ไม่ได้เรียกจริงๆ ซะหน่อย ”


.

.

.











“นมจืดอิ่มแล้วหรอ กินอีกนิดจะได้โตไวๆ ”


“พอแล้วมิณทร์มันกินจนพุงป่องหมดแล้ว ขึ้นมากินส่วนของตัวเองเดี๋ยวราดหน้าเย็นหมด ” ธาราว่าด้วยน้ำเสียงดุจนทำให้เจ้าของห้องต้องยอมขึ้นมานั่งกินดีๆ


     หลังจากที่ช่วยกันตั้งชื่ออยู่กันนานสองนานเจ้าตัวก็เจอชื่อที่ถูกใจเข้าให้ ชื่อว่า “นมจืด” เป็นชื่อที่ธาราเป็นคนคิดขึ้น มีการหันไปถามเจ้าตัวที่ต้องใช้ชื่อด้วยนะว่าชอบไหม คำตอบก็เป็นไปตามคาดเพราะเจ้าแมวร้องออกมาได้แค่คำเดียว พอได้ชื่อปุ๊บก็แทนเจ้าลูกแมวตัวสีขาวว่านมจืดไม่หยุด จนเจ้าของชื่อถึงกับต้องเดินหนีไปนอนพัก


“ชีทเรียนเมื่อตอนบ่ายธารวางให้อยู่บนโต๊ะหน้าโซฟานะ ส่วนงานวันนี้ยังไม่มีพึ่งเปลี่ยนอาจารย์สอน ”


“อื้อขอบคุณมากน้า ธาราน่ารักจริงๆ เล๊ย ” คนถูกชมยิ้มแล้วเอื้อมมือมาขยี้ที่กลุ่มผมนุ่มสีน้ำตาลอ่อนอย่างเบามือ


“เดี๋ยวธารกลับก่อนนะ พอดีต้องไปหากิวต่อ ”


“เราคิดถึงกิวจัง ไม่ได้เจอกันตั้งนานแล้วอยากฟังกิวร้องเพลงอีก ” เมื่อได้ยินถึงคนชื่อนี้มิณทร์ก็ตาลุกวาวขึ้นมาทันที


“ไว้เดี๋ยวจะบอกมันให้ ช่วงนี้งานมันยุ่งเลยไม่ค่อยได้พามาหา ”


“เป็นคุณแด๊ดดี้ของกิวต้องอดทน ” มิณทร์ทำหน้ายิ้มกรุ้มกริ่มเหมือนแมวหัดเจ้าเล่ห์ ถามว่ากิวคือใครกิวคือผู้ชายที่ตัวสูงพอๆ กับธาราเรียกว่าหล่อสูสีกันเลยก็ว่าได้ แต่ติดตรงที่กิวยิ้มแล้วโลกสดใสแต่ธารายิ้มแล้วออกแนวเจ้าชู้นิดๆ ที่สำคัญกิวร้องเพลงเพราะมากๆ แถมยังเป็นนักกีฬาของชมรมว่ายน้ำในมหา’ลัย ปกติแล้วธาราจะพากิวมาหาเขาที่ห้องประจำแต่ช่วงนี้กิวคงยุ่งจริงๆ ไม่ได้เจอกันหลายอาทิตย์แล้ว


มาแด๊ดดงแด๊ดดี้ ผัวก็คือผัวสิ


“ไม่คุยกับคนหยาบคาย ” มิณทร์ยกมือขึ้นมาปิดหูก่อนส่ายหัวไปมา อันที่จริงมิณทร์เองก็ไม่ได้ซื่อบื้อขนาดไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักอย่าง ตามทันทั้งหมดนั่นแหละแต่แค่เลือกที่จะไม่แสดงออกแค่นั้นเอง อย่าให้เจ้าตัวได้จับของมึนเมาเข้าปากเชียวแล้วจะรู้ว่าแมวขี้ยั่วในร่างคนมันเป็นยังไง


ธารายิ้มมุมปากก่อนใช้มือเคาะที่หน้าผากของอีกฝ่ายเบาๆ “เดี๋ยวนี้หัดทำตัวกร้านโลก ”


“กิวสอนมาอย่าว่า ”


“ดื้อพอกันล่ะสิไม่ว่า งั้นธารกลับก่อนนะมีอะไรก็โทรมา ” ธาราพูดกับอีกฝ่ายก่อนเดินไปหยิบกุญแจรถกับเสื้อคลุมที่วางไว้บนโซฟา


“กลับดีๆ นะธารา อย่าลืมบอกกิวให้มาหาเราด้วย ”


“ครับๆ อย่าลืมล็อกห้องให้เรียบร้อยนะ ประตูที่ระเบียงด้วยเช็กให้ดีๆ ”


     มิณทร์พยักหน้างึกๆ เป็นอันว่ารับทราบก่อนเดินไปส่งธาราที่หน้าห้องแล้วเดินกลับมาจัดการเก็บกวาดจานชามไปล้างให้เรียบร้อย หลังจากนั้นก็ไปอาบน้ำเตรียมตัวเข้านอน


“เข้าไปในห้องนอนกันดีกว่าเนอะ อยู่ตรงนี้ตอนกลางคืนเดี๋ยวร้องแล้วเราไม่ได้ยิน ” ว่าจบเจ้าตัวก็จัดการอุ้มทั้งเตียงทั้งแมวขึ้นแล้วพาเดินดุ่มๆ เข้าห้องนอนไปด้วยกัน ยังไม่ทันได้ล้มตัวลงนอนเสียงแจ้งเตือนจากโปรแกรมแชตก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในห้อง


Trin Rattikan :

นอนรึยัง ลูกแมว ?




     อีกด้านของฝั่งคอนโดรัตติกาลที่พึ่งชำระล้างร่างกายเสร็จเดินก้มหน้าเช็ดผมที่เปียกหมาดๆ ออกมาทางห้องน้ำ วันนี้เขาวุ่นมาทั้งวันเพราะมีสอนทั้งเช้าและบ่ายกว่าจะได้เอนหลังนั่งพักก็ตอนที่เขากลับมาถึงคอนโดด้วยสภาพอิดโรยไม่ต่างกับนักศึกษาที่เขาได้สอนไป



     มือถือเครื่องบางถูกหยิบขึ้นมาในขณะที่รอให้ผมแห้ง บนหน้าจอปรากฏข้อความแจ้งเตือนมากมายหลากหลายผู้คนที่ต่างทักทายเข้ามา ทั้งเพื่อนที่เคยเที่ยวด้วยกันหรือคนที่เคยเป็นคู่ขาก็ยังพอมีแวะเวียนทักทายกันไม่ขาดสาย พอนึกย้อนไปสมัยตอนเรียนมหา’ลัยเขายอมรับตรงๆ ว่าไม่ใช่คนดีอะไรมากมายเป็นผู้ชายคนหนึ่งรักสนุกตามประสาวัยรุ่น ไม่รู้ตอนนั้นเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนออกไปเที่ยวกลางคืน กินเหล้า เมา และสุดท้ายก็ไปจบด้วยเรื่องอย่างว่าแทบทุกวัน แต่อย่างน้อยในข้อแย่ๆ ยังมีข้อดีคือเขาป้องกันทุกครั้งที่มีเซ็กส์ วนลูปอยู่แบบนี้จนเขาย้ายไปเรียนต่อถึงได้เพลาๆ ลง



     ถ้าถามถึงตอนนี้ทุกคนก็คงได้เห็นสภาพที่ได้โปรยๆ ไว้ก่อนหน้านี้ เวลาจะออกไปไหนยังแทบไม่มีเลยด้วยซ้ำเพราะทั้งงานที่บริษัทและสอนที่มหา’ลัย ตื่นเช้ามาก็ต้องไปสอนอย่างสุดความสามารถ กลับมาก็ต้องนั่งเคลียร์งานให้ผู้เป็นพ่อจนดึกดื่น อาบน้ำเข้านอนแล้วก็สลบไปตามวัฏจักรที่ควรเป็นของชายหนุ่มวัยยี่สิบหก


     รัตติกาลเลื่อนๆ ดูข้อความที่แจ้งเตือนขึ้นก่อนไปสะดุดเข้ากับรายชื่อๆ หนึ่งที่ถูกเพิ่มเข้าในโปรแกรมแชต เขาปัดข้อความอื่นๆ ทิ้งแล้วกดเข้าไปดูรูปโปรไฟล์ของอีกฝ่ายที่ยิ้มแป้นแล้นอย่างมีความสุขให้กับกล้องตัดกับภาพปกไทม์ไลน์เป็นภาพท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มีดาวรายล้อมอยู่เต็มไปหมด


ʕʔ เพิ่มคุณเป็นเพื่อนด้วยเบอร์โทรศัพท์ ”


     เขารู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนี้อย่างไม่รู้สาเหตุ อาจเพราะเด็กคนนี้มีบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างไปจากคนอื่นๆ คงเป็นรอยยิ้มแรกที่เห็นหรือเพราะความใจดีที่เด็กน้อยเผื่อแผ่ให้กับสิ่งรอบข้าง มันทำให้เขารู้สึกอย่างที่จะรู้จักคนคนนี้เพิ่มมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน มันไม่ใช่ความรู้สึกที่อยากจะได้มาครอบครองแต่เป็นความรู้สึกที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ


รัตติกาลยังคงมองภาพๆ เดิมอยู่เป็นเวลาเนิ่นนานจนเขาตัดสินใจทักไปหาอีกฝ่าย


Trin Rattikan :

นอนรึยัง ลูกแมว



     หลังจากที่ส่งข้อความไปหาอีกฝ่ายเขาก็วางมือถือไว้บนโต๊ะข้างๆ โคมไฟแล้วกลับไปนั่งเช็ดผมที่ปลายเตียง ไม่นานเสียงจากโปรแกรมแชตในมือถือเครื่องบางก็ดังขึ้น


ʕʔ :

ยังครับ น้องนอนเล่นของเล่นอยู่

ʕʔ :

ว่าแต่พี่ตฤณรู้ได้ยังไงว่าผมแอบพาน้องเข้าหอ


     รัตติกาลที่เดินไปตากผ้าขนหนูแล้วเดินกลับมาหยิบมือถือขึ้นเพื่อเปิดดูการตอบกลับของอีกฝ่ายต้องหลุดหัวเราะกับสติกเกอร์หน้าตาประหลาดที่เหมาะกับคนส่งมาให้พิลึก เขาไม่ได้รู้หรอกว่ามิณทร์พาลูกแมวที่ติดอยู่บนต้นไม้กลับมาด้วย ที่เรียกว่าลูกแมวหมายถึงเจ้าตัวที่พิมพ์ตอบกลับมาต่างหากล่ะ


Trin Rattikan :

มันผิดกฎของหอพักไม่ใช่รึไง เป็นเด็กไม่ดีนะเรา


ʕʔ :

พี่อย่าฟ้องคุณป้าที่ดูแลหอเลยนะครับ

สงสารผมกับน้องเถอะเราไม่มีที่ไปแล้วจริงๆ TT


“น่าแกล้ง ” รัตติกาลพูดลอยๆ ขึ้นมาขณะที่กำลังอ่านแชตที่อีกฝ่ายพิมพ์ส่งมาให้อย่างหุบยิ้มไม่ได้ เด็กอะไรขี้กลัวชะมัดยังไม่ทันว่าอะไรเลยด้วยซ้ำ


ʕʔ :

ที่จริงผมเป็นเด็กดีนะครับสาบานได้


Trin Rattikan :

จริง? รับด้วยครับ


ʕʔ :

ครับ?


     ยังไม่ทันได้คิดถึงประโยคที่อีกฝ่ายพิมพ์บอก จู่ๆ ก็มีเสียงเรียกเข้าทำให้คนที่กำลังจะเอนตัวล้มลงบนหมอนถึงกับชะงักเจ้าตัวคิดหาเหตุผลต่างๆนานาที่ทำให้อีกฝ่ายถึงกับต้องโทรมาหายามค่ำคืนก่อนกดรับสายแต่โดยดี


     ภาพที่ปรากฏตรงหน้าเป็นอีกฝ่ายกำลังจ้องมองมายังเขาพร้อมกับรอยยิ้มเช่นเดิมจะแตกต่างกันก็ตรงที่พี่ตฤณไม่ได้เซตผมขึ้น ผมที่ดูยุ่งๆ เหมือนคนที่พึ่งสระผมเสร็จไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายดูดีลดลงเลยแม้แต่น้อยกลับกันยิ่งทำให้หน้าเด็กกว่าเดิมซะอีก


“เปิดกล้องแล้วทำไมไม่ถ่ายหน้าตัวเอง ถ่ายเพดานห้องทำไม ”


“คะ...คือเปลี่ยนเป็นโทรคุยแบบปกติไม่ได้หรอครับ ”


“ โป๊อยู่รึไงครับ? ไปแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนก็ได้ ” รัตติกาลว่าอย่างขำๆ ก่อนเปลี่ยนกริยาบทลงไปนอนกับหมอนแล้วเท้าคางมองมายังกล้อง


“ปะ...เปล่าสักหน่อยครับผมแค่สงสัยว่าทำไมต้องคอลเป็นวิดีโอมา พี่จะแคปรูปน้องแมวส่งไปให้คุณป้ารึเปล่า ”


     รัตติกาลขมวดคิ้วไม่เข้าใจก่อนคลายออกแล้วคลี่ยิ้มส่งไปให้คนตัวเล็กที่กำลังระแวงในตัวเขา “พี่ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าหอเราอยู่ที่ไหน คุณป้าอะไรพี่ก็ไม่รู้จักพี่จะส่งไปให้เขาได้ยังไงล่ะ ”


“นั่นน่ะสิ ” มิณทร์ทำปากขมุบขมิบพยักหน้าคิดตามที่อีกฝ่ายพูด แต่ว่าพี่เขาถามว่าลูกแมวนอนรึยังนี่...


“ลูกแมวพี่หมายถึงเราต่างหาก ” ไวเท่าความคิดอย่างกับพี่ตฤณสามารถอ่านใจของเขาได้ ข้อสงสัยที่อยู่ภายในใจก็ได้รับการเฉลยออกมา นี่พี่ตฤณเป็นธาราสองหรือยังไงกันนะ? เห็นเขาเป็นแมวไปอีกคนซะแล้ว


     เด็กหนุ่มกดเปลี่ยนหน้าจอให้กลับมาเป็นกล้องด้านหน้าตัวเอง ผิวขาวๆ ตัดกับชุดนอนลายเป็ดปรากฏขึ้นที่หน้าจอของอีกฝ่ายทันที รัตติกาลที่เห็นภาพตรงหน้ายกยิ้มอย่างเอ็นดู จะให้ทำหน้านิ่งยังไงไหวเปิดมาก็เจอเด็กน้อยทำตาปริบๆ พร้อมกับแก้มแดงอย่างกับลูกมะเขือเทศสุกจ้องอยู่บนมือถือ


“ผมนึกว่าพี่ถามถึงนมจืด ” มิณทร์เกาแก้มอย่างเก้อเขินไม่รู้ว่าอายที่เข้าใจผิดหรืออายที่เป็นถูกเรียกว่าเป็นแมวเหมียวกันแน่


“ตั้งชื่อว่านมจืดหรอครับ เข้ากับมันดีนะ ”


“ครับตัวน้องสีขาวๆ เหมือนนมผมเลยชอบชื่อนี้พี่อยากเห็นน้องไหมครับ พี่รอแป๊บนึงนะ ” ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะเอ่ยอะไรออกไป เจ้าตัวลุกแล้วเดินดุ่มๆ หันกล้องไปทางเจ้าเหมียวที่นอนเลียขนอยู่อย่าสบายใจ


“นมจืดมองกล้องหน่อยเร็ว ”


“เหมี๊ยว ~ ” นมจืดหยุดเลียขนแล้วหันมามองหน้าผู้เป็นเจ้าของ แต่พอเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไรต่อเจ้าตัวก็เบี่ยงหน้าหนีกล้องหันไปจัดแต่งขนต่อ


“พี่ตฤณโทรมาจะถามเรื่องคลินิกใช่ไหมครับ พอดีผมลืมไปเลยเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมบอกให้ทางไลน์นะครับ ” เด็กหนุ่มกลับไปนอนบนเตียงเช่นเดิมพร้อมกับซุกตัวเข้าไปในผ้าห่มสีขาวผืนหนาแล้ววางมือถือพิงไว้ข้างๆ หมอนก่อนจ้องมองไปยังคนที่ถูกถาม


“เปล่าครับเรื่องคลินิกไว้ว่างๆค่อยถามให้ก็ได้ พี่แค่อยากเห็นหน้าเราเฉยๆ


     รัตติกาลพูดด้วยท่าทางสบายๆ ผิดกับคนฟังที่นิ่งค้างไปเพราะกับหาคำตอบที่แท้จริงจากประโยคบอกเล่านั้นไม่ได้


“เห็นหน้าผมอย่างนั้นหรอครับ ” มิณทร์เอ่ยถามขึ้นก่อนพยายามคิดทวนคำพูดที่ได้ยินจนคิ้วแทบชนกัน


“เป็นอะไรไป ” คนตัวสูงที่เห็นอาการแปลกๆ ของอีกฝ่ายถึงกับต้องขมวดคิ้วตาม หรือว่าคนตรงหน้าอาจจะรู้สึกไม่ดีกับคำพูดที่เขาแกล้งแหย่เล่นออกไป


“ถ้าไม่สบายใจพี่จะได้ไม่... ”


“ปะ...เปล่าครับผมไม่ได้ไม่สบายใจ.. ”

“แค่รู้สึกหวิวๆ ไม่รู้ว่าเป็นอะไรเหมือนกัน.. ”


     มิณทร์ตอบกลับด้วยเสียงที่ค่อยๆเบาลง แก้มที่พึ่งกลับมาเป็นปกติเริ่มเห่อร้อนขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุอีกครั้ง จนต้องก้มหน้าเม้มปากหันมองไปทางอื่น


     รัตติกาลที่เห็นท่าทีของคนตรงหน้าก็เข้าใจได้ทันที ‘ เขินแต่ไม่รู้ตัวว่าเขินสินะ’ เมื่อคิดได้ดังนั้นอาจารย์หนุ่มจึงแกล้งพูดหยอกล้อไปตามประสาคนขี้แกล้ง


“หน้าแดงๆ ไม่สบายรึเปล่าครับ ”


“ ผะ...ผมแค่ร้อน ” มิณทร์ส่ายหัวก่อนพูดโกหกด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลนขยับเสื้อไปมา


“ หรอครับ? เปิดแอร์ดีไหมหน้าแดงแจ๋หมดแล้วพี่นึกว่าเขิน


“ผมเปล่าเขินซะหน่อย ”

“ที่จริงพี่ไม่ต้องพูดเพราะกับผมก็ได้มั้งครับผมรู้สึก.. ”


“เขิน? ”


“ผมบอกว่าไม่ได้เขินไง ” บุคคลที่กำลังหน้าแดงฟุบหน้าลงไปกับหมอนใบโต ผู้ชายแมนๆ ที่ไหนเขาเขินผู้ชายด้วยกันเล่า ถึงพี่ตฤณจะหน้าตาดีมากๆ ก็เถอะ เขาน่ะแมนๆ ร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่เชื่อไปถามธาราได้เลยธาราเลี้ยงเขาต่อจากพี่มาร์คมากับมือ!


     รัตติกาลหัวเราะกับการกระทำของคนตรงหน้าเขินแล้วน่ารักขึ้นอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์ต้องจำไว้ ก่อนรีบเปลี่ยนเรื่องคุยไม่งั้นอีกฝ่ายคงจะกลายเป็นมะเขือเทศสุกขึ้นมาจริงๆ


“ โอเคๆ ยอมแล้วไม่เขินก็ไม่เขิน พรุ่งนี้ต้องไปเรียนรึเปล่าครับ ”


“ไปครับผมมีเรียนทั้งเช้าบ่าย พี่ตฤณล่ะครับ ” เสียงอู้อี้ตอบผ่านหมอนออกมาก่อนเริ่มผละออกแล้วกลับมานั่งคุยด้วยกันดีๆ


“พี่ต้องไปมหา’ ลัยทุกวันแต่หยุดวันศุกร์ ”


“ดีจังเลยนะครับที่ไม่มีเรียนวันศุกร์ได้หยุดยาวตั้งสามวันน่าอิจฉา ” มิณทร์ยู้ปากใส่กล้องทำให้ตฤณที่มองอยู่ยิ้มออกมาเองโดยอัตโนมัติ คนอะไรน่าฟัดจริงๆ เมื่อกี้ยังไม่กล้ามองหน้าเขาอยู่เลย


     ผ่านไปเกือบชั่วโมงทั้งคู่ก็ยังคงคุยผ่านกล้องกันอยู่ที่เดิม ติดตรงที่ฝ่ายของคนตัวเล็กเริ่มยกมือขึ้นมาขยี้ตางัวเงียเล็กน้อย


“นี่เราเรียนอยู่ปีอะไรแล้ว ”


“สองครับ ”


รัตติกาลบวกลบเลขอายุกับชั้นปีของอีกฝ่ายเงียบๆ “ปีสองพึ่งอายุสิบเก้า เราไม่ใช่เด็กนิติใช่ไหมพี่ไม่คุ้นหน้า ”


คนที่ถูกถามพยักหน้าเป็นคำตอบ “แต่ผมพึ่งอายุสิบแปดนะครับตอนอนุบาลผมเข้าเรียนก่อนคนอื่นหนึ่งปีตอนนี้เลยอยู่ปีสอง ”


พอได้ฟังอายุจริงๆ อาจารย์หนุ่มได้แต่สะอึกอยู่ในใจ ‘ไม่ต้องถึงกับจบนิติก็สัมผัสบางสิ่งบางอย่างได้ บวกลบแล้วก็แค่ห่างกันแปดปี เห็นคุกลอยมาอยู่รำไรแค่นั้นเอง’


“เด็กน้อย ”


“ผมโตแล้วนะครับ อายุสิบแปดแล้วไม่เด็กซะหน่อย ”


“ก็ยังเด็กอยู่ดี ”


“ผมห่างกับพี่ไม่เกินสามปี เพราะฉะนั้นผมไม่เด็กแล้ว ”


‘สามปีที่ไหนกันล่ะแปดปีต่างหาก’ จากที่เมื่อกี้ยังเขินเอาหน้าซุกหมอนตอนนี้กลายมาเป็นอีกฝ่ายนอนตาปรือทำหน้าบึ้งเถียงหัวชนฝาซะอย่างงั้น


“โอเคไม่เด็กก็ไม่เด็ก ยอมแล้วครับยอมแล้ว ” พอเห็นอีกฝ่ายเริ่มงอแงเขาก็ต้องยอมยกธงขาวแต่โดยดี


“ นอนได้แล้วครับ ไว้พรุ่งนี้ค่อยตื่นขึ้นมาเถียงพี่ใหม่ ”


“ผมไม่ได้เถียงสักหน่อย ” มิณทร์ก็หันไปมองนาฬิกาบนผนังห้องก็พบว่าล่วงเลยเวลาเข้านอนปกติของเขานานตั้งแล้ว ไม่น่าล่ะทำไมรู้สึกเหมือนเถียงไม่ชนะง่วงนอนนี่เอง


“ ฝันดีครับ ”


“ ฝันดีครับพี่ตฤณ ”


     หลังจากที่ร่ำลากันเรียบร้อยอีกฝ่ายก็เป็นคนกดตัดสายไป รัตติกาลก็ยังคงนั่งยิ้มให้กับโทรศัพท์มือถือที่อยู่แบบนั้น ‘ ไม่ได้คุยกับใครสักคนแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ ’ ครั้งล่าสุดอาจจะเป็นตอนมอสามที่มีแฟนคนแรกหรือเป็นตอนที่โทรคุยกับเพื่อนเรื่องโปรเจกต์งานที่ต้องส่งก่อนไฟนอลตอนปีหนึ่ง


‘ รู้สึกเด็กลงอีกสิบปี ’ อาจารย์หนุ่มคิดแล้วได้แต่ส่ายหัว ที่พูดๆ กันว่าแค่ได้เจอหน้าใครสักคนก็รู้สึกหายเหนื่อยมันเป็นแบบนี้นี่เองสินะ ...



#รัตติกาลทาสแมว btc. 




Ying Talk :


อนาคตของคุณพี่มองไปซ้ายก็เห็นคุกมองไปขวาก็เห็นตาราง สงสัยต้องว่าความให้ตัวเองตอนขึ้นศาลด้วยเพราะน้องไม่น่ารอดไปถึงอายุสี่สิบได้ดูจากการหลอกเด็กของคุณพี่แล้ว ⊙﹏⊙


 ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านและเป็นกำลังใจให้นะคะ กดหัวใจดวงน้อยๆเป็นกำลังใจให้เค้าด้วยน้า แค่กำลังใจเล็กๆหนึ่งดวงก็มีค่าสำหรับเรามากจริงๆ เยิ้บๆ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #18 A T O M Y (@Atomy_Dek-D) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 21:08
    ฮึ้ยยย คุกมันเรียกร้อง 55555
    #18
    0
  2. #11 KTwang (@KTwang) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 21:38
    เห็นคุกอยู่รำไร555555555552
    #11
    0
  3. #10 emmykorapin (@emmykorapin) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 18:27
    ยัยน้องงงงง โอ้ยน่ารักกก งู้ย บีบแก้ม
    #10
    0
  4. วันที่ 10 มกราคม 2562 / 16:23
    ชอบมากมาเเต่งต่อนะ
    #9
    0
  5. #7 KTwang (@KTwang) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 15:33
    น่ารักทั้งแมวทั้งเจ้าของเลย น้องงงงงงงง #รอติดตามความน่ารักอยู่นะคะ!^•^
    #7
    1