คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย Midnight Moon Midnight Moon | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 28 ม.ค. 62 / 14:55


Paring : Seongwoo x Minhyun

Warning : Fantasy

 

 

 

 

ยามเมื่อสุริยันต์ร่ำลาจันทรามาเยือนสายลมหนาวพัดโกรก ต้นไม้ใหญ่โยกไหวตามแรง ไร้ซึ่งสุรเสียงสิงสาราสัตว์แม้แต่นกแสกที่เคยแผดเสียงร้องกลางดึก ส่งผลให้ค่ำคืนเดือนแรมนี้ช่างดูเงียบและเหงากว่าที่เคย

 

กายบางกระชับผ้าคลุม มือขาวลูบแขนตัวเองถี่ๆ เพื่อกำจัดความหนาวแก่ผิวกายภายนอกชั่วครู่ มืออีกข้างประคองถือตะเกียงแสงไฟหรี่ขึ้นลงยามเมื่อไหวตามแรงลม แต่กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้ร่างกายนี้ถอดใจ กลับเดินฝ่าควาวหนาวเย็นเพื่อไปยังจุดหมายดังเช่นที่เคยทำ

 

กลั้นใจเดินต่ออีกนิดก็ถึงที่หมาย กระท่อมหลังเล็กปรากฏแก่สายตาไม่ไกลนัก ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ พอให้อาศัยได้เพียงผู้เดียวก็คงจะพอดี ข้อมือเล็กออกแรงผลักบานประตูไม้ในระยะเพียงพอแก่การแทรกตัวเข้ามาข้างใน ตาเรียวมองเข้าไปในบ้าน สอดส่องสายตามองหาสิ่งมีชีวิตที่ควรต้องนอนอยู่บนเตียงหลังเล็กกลางห้องนั้น แต่กลับไร้ซึ่งสิ่งใด มีเพียงหมอนใบเล็กและผ้าห่มที่พับอย่างเรียบร้อยดังเดิม

 

 

 

 

“อ๊ะ”

เสียงร้องออกมาจากลำคออย่างตกใจเมื่อโดนรัดรอบเอวเมื่อหันมองไปเพียงน้อยก็พบกับคนที่เขาตามหา

ไม่สิ หรืออาจจะไม่ใช่คน…

 

 

“เจ้ามาช้า”

เสียงทุ้มต่ำกระซิบข้างหู แต่นั่นไม่ได้ทำให้ขนอ่อนลุกชันเท่าลมหายใจที่เป่ารดใบหูเล็กและเสียงลมหายใจหอบกระเส่าอย่างกระหายอยากจากร่างที่โอบรัดอยู่

 

“ข้ารอจนจะทนไม่ไหว”

ลมหายใจอุ่นๆเคลื่อนตัวลงสู่ลำคอระหง ทิ้งร่องรอยแห่งลมหายใจและแรงครูดเบาๆ จากสันจมูกคม ไรหนวดที่ไร้การดูแลปัดป่ายตามผิวกายเนียนตามลำคอและไหล่ลาดทั้งซ้ายและขวาให้รู้สึกระคาย แต่ก็ทำได้เพียงเอียงคอระหงให้สัมผัสนั้นเคลื่อนไปอย่างถูกใจคนข้างหลัง

แขนแกร่งออกแรงกระชับกายขาวบางเข้าหาตัว กดกระชับให้ซบอกแกร่ง พร้อมซุกไซร้รุนแรงขึ้น ร่างในอ้อมกอดสะท้านอย่างห้ามไม่อยู่

 

 

“ข้าต้องการเจ้าเหลือเกิน”

สิ้นเสียง กายบางถูกดันไปข้างหน้าให้ทิ้งตัวลงที่นอนหนึ่งเดียวในกระท่อมเล็ก เตียงไม้เก่าส่งเสียงประท้วงยามเมื่อสองร่างปีนป่ายบนนั้น แต่หาได้เข้าสู่โสตประสาทของทั้งคู่ที่บัดนี้กำลังถ่ายทอดพลังกายแก่กันและกันในค่ำคืนเหน็บหนาว

 

 

 

.

.

.

แสงสว่างในคืนเดือนแรมจากหน้าต่างบานน้อยสาดสะท้อนร่างกายขาวเนียนที่บิดเร่าบนเศษผ้าสีเข้มคลุมเตียงนอนเล็กแห่งนี้ สายตาคมวาวโรจน์เมื่อกวาดตาความพิลาศงามเบื้องหน้า

ใบหน้างามที่หลับพริ้ม ลำคอยาวสวยรับกับไหล่ลาดและแอ่งชีพจร แผ่นอกเนียนสวยแอ่นสะท้านยามเมื่อต้องแสงจันทร์รำไรยิ่วขับกายขาวให้งามผ่องยิ่งกว่าอิสรตรีนางใดที่เขาได้พบเห็น

เอวบางยกแอ่นยามเมื่อมือสากบีบเค้นไปตามส่วนโค้งเว้า เนินสะโพกอวบอิ่มพอดีรับกับขาเรียวยาวเกินกว่าจะเป็นรูปร่างของบุรุษเพศ ต่างกันกับเขาอย่างลิบลับ ยิ่งยามเมื่อเขาในร่างไม่ปกติ ยิ่งไม่มีสิ่งใดเหมือน

 

ใช่

 

บางครั้งเขาก็ไม่ปกติ แต่โชคดีที่คืนนี้พระจันทร์ยังพอเป็นใจ

 

 

เรียวตาสวยลืมขึ้นมองใบหน้าคม เนื่องจากไม่ได้รับการสัมผัสต่อเนื่องอย่างเช่นที่เคยได้รับ เพ่งสายตาสบจ้องดวงตาที่เหมือนตกในห้วงภวังค์ความคิดเพียงครู่ จนเมื่อมือเรียวแตะเข้าที่ข้างแก้มสากถึงได้มองสบตากลับ แววตาหวานที่ทอดมองอย่างมีความหมาย นัยตาที่เคยหยอกเหย้าวาบหวาม กลับสบซึ้งปนเศร้าช่างแปลกจากปกตินัก แต่เขาก็ทิ้งความสงสัยไว้เพียงเท่านั้น ก่อนจะเริ่มสัมผัสความงามเบื้องหน้า

 

 

 

.

.

กายหนาจับขาเรียวแยกออก แทรกกายเข้าหากายบางมอบสัมผัสแก่ริมผีปากบางแต่จิ้มลิ้มนั้น ดูดดึงเยี่ยงคนหิวโหย ควานหาความหวานทั่วโพรงปาก เกี่ยวกระหวัดลิ้นเล็กที่ไม่ประสานัก สอนบทรักให้คนใต้ร่างเรียนรู้ไปทีละนิด จนเมื่อสองลิ้นเกี่ยวพันกันอย่างทันกัน จังหวะหายใจที่เริ่มคงที่บ่งบอกว่านักเรียนช่างหัวไวถูกใจเสียเหลือเกิน

 

ริมฝีปากอิ่มดูดดึงเรียวปากเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะมอบลมหายใจกลับสู่คนเบื้องล่าง เขาผละออกมามองสายน้ำลายไหลยืดพาดคางสวยก่อนจะก้มลงเลียอย่างเสียไม่ได้ ลากลิ้นร้อนทั่วคางและลำคอ ทิ้งร่องรอยแดงสากๆ ทั่วลำคอและไหล่ลาด แอ่งชีพจรเปียกชุมด้วยสิ่งที่เขาตั้งใจสร้าง

 

ทั้งกัด

 

ดูดดึง

 

หยอกเย้า

 

โลมเลีย

 

ร้อนแรงแต่คล้ายปลอบโยนในคราวเดียวกัน กายบางทำได้เพียงนอนหอบหายใจ ไร้ซึ้งเรี่ยวแรงจะปัดป้อง หรือจะเรียกว่าสมยอมก็คงไม่เสียหายนัก

 

 

 

“กายเจ้าช่างหอมหวาน”

ยกตัวกระซิบแผ่วริมใบหูที่ขึ้นสีแดงจัด ก่อนจะวกกลับสู่แอ่งสะดือที่ฝากฝังร่องรอยค้างไว้ ฝ่ามือหยาบแซมด้วยขนเล็กๆ บีบเค้นเนื้อนิ่มอย่างมันมือ

 

เน้นแรงยามเมื่อลูบถึงสะโพกผาย

 

ลงน้ำหนักยามเมื่อลากไล้ลงเบื้องต่ำ

 

เค้นให้แรงยามเมื่อเงยหน้าชมผลงานที่ฝากไว้บนกาย

 

 

ใบหน้าสวยขึ้นสีหอบสะท้านทอดมองใบหน้าคมเบื้องล่าง เผยอปากครางฮือ ยามเมื่อได้รับสัมผัสหวามบนแก่นกายเล็กชันในขณะที่สบตากันไม่คลาย

ผู้ร้ายกระทำการอุกอาจบนแก่นกายเล็ก เหมือนลืมความอ่อนโยนในช่วงแรกจนหมดสิ้น ซ้ำยังเหลือบตาจ้องมองเจ้าของร่างกายเป็นระยะอย่างพอใจในผลงาน ผู้ถูกกระทำมองกลับอย่างไม่ลดละ แม้จะโรยแรงเพราะความกระสันเสียวโจมตีอย่างหนัก จนเมื่อหมดแรงจะต้านทานในที่สุดจึงยอมแพ้ทิ้งร่างลงกับพื้น แงนหงายใบหน้าหอบหนัก

 

“ไม่ใช่แค่เลือดเจ้าที่หวานสินะ”

 

ลิ้นร้ายที่ทำเขาหมดแรงเมื่อครู่แลบเลียเก็บเกี่ยวความหนืดเหนียวรอบปากหนาให้หมดก่อนจะมอบจูบพิศรสเฝื่อนให้เจ้าของมันได้ลิ้มลอง กลิ่นคาวคละคลุ้งทั่วโพรงปากแต่ก็ยากจะผลักไส กลับมัวเหมาและหลงไหลเผลอยกแขนขึ้นคล้องคอแกร่งบุรุษเบื้องต้น ไม่ทันรู้สึกเสียด้วยซ้ำว่าถูกแยกส่วนล่างออกกว้างจนเมื่อถูกรุกล้ำเข้าสู่ช่องทางสวาทภายใน

 

 

 

“อ๊ะ”

เสียงร้องลอดออกมาได้เพียงนิด เท่าที่เจ้าชีวิตจะอยากได้ยินก่อนจะก้มปิดเสียงนั้นอีกครา ยามเมื่อสิ่งนั้นแทรกเข้าลึกข้างใน เมื่อสุดข้อจึงหยุด

 

หยุดเพื่อควานหาขุมทรัพย์ล้ำค่า

 

“ยะ หยุด  หยุดก่อน” เสียงลมหายใจแผ่วกระซิบบอกยามเมื่อได้ลมหายใจกลับคืน กอดคอแกร่งไว้แน่น ห้ามปรามไม่ให้ขยับชั่วครู่ เมื่อรู้สึกว่าโจรสวาทจะพบแก่แหล่งขุมทรัพย์ลึกภายในของตน

 

“ต้องขอโทษที่ข้าทำให้ไม่ได้” จบประโยคหนักแน่น สามพยักร้ายที่ค้างอยู่ถูกถอนกำลังออกก่อนจะส่งอาวุธที่แท้จริงเข้าสู้ กายบางหวีดเสียงร้องดังลั่น ยามเมื่อร่างกายถูกสิ่งใหญ่โตบุกรุก เพียงครั้งเดียวที่เข้าหาก็เหมือนจะพบจุดล้ำค่าข้างใน ร่างกายบางเกร็งแน่นตอดรัดสิ่งแปลกปลอมที่แม้จะคุ้นเคยแต่ยากจะปรับตัวนี้ ยิ่งรู้สึกถึงแรงกระตุกเบาๆ ของส่วนปลายครูดผนังภายในก็ยิ่งตอดรัดแน่นอย่างช่วยไม่ได้

 

 

 

“ซี๊ดด ”

“ฮะ ฮึก”

“หยุดเกร็งเสีย หากไม่อยากทรมานกว่านี้” พูดเหมือนง่าย แต่ยากนักมื่อผู้โจรผู้รายยังคงไม่รามือที่หยอกล้อตุ่มไตพลางเริ่มขยับไสกายเบาๆ เช่นนี้ กระดากอายเกินกว่าจะเอ่ยปากบอกว่าจะไม่เกร็งได้อย่างไร ก็เสียวจนควบคุมตัวเองไม่ได้ไปแล้ว

 

เมื่อบอกกันดีๆ ไม่ได้ โจรสวาทใจร้ายก็ไม่รออีกต่อไป ถอนอาวุธออกสุดครั้งหนึ่ง ก่อนจะแทรกเข้าใหม่ให้กายเนียนสะดุ้งโหยงแอ่นตัวรับกับอาวุธย้ายอีกครั้ง และไม่รอช้ากายหนาโยกกายเข้าออกเริ่มจังหวะที่ใจตนต้องการโดยทันที

แคร่ไม้เก่าที่ทำเป็นเตียง ปกติเพียงแค่สำหรับนอนเท่านั้น ยามเมื่อต้องใช้เป็นสนามอารมณ์จึงส่งเสียงไม้เสียดสีประท้วงเสียจนน่ากลัวว่าเตียงไม้เก่านั้นจะพังลงหรือไม่ แต่กายหนาก็ไม่ได้ใส่ใจยังคงเร่งเร้าจังหวะให้หนักหน่วง กายบางไถลขึ้นลง หากว่าไม่ยึดหัวเตียงไว้เกรงว่าจะไม่ได้อยู่บนเตียงนี้อย่างเป็นแน่

ความร้อนรุ่มภายในโอบล้อมลำกายใหญ่ให้ยิ่งแข็งขยาดจนผู้เป็นเจ้าของต้องพักสูดปากหลายครา จัดการเปลี่ยนท่าทางพลิกกายบางโก่งโค้ง หรือตะแคงรับแรงสวาทตนไม่ต่างจากตุ๊กตามีชีวิต แต่ก็ไม่ปรากฏเสียงห้ามใด มีเพียงเสียงครางหวานใสสะท้อนดังทั่วบริเวณแห่งนี้

จนเมื่อพระจันทร์เริ่มคล้อยลงจากกลางนภา

 

 

“ทะ ท่าน อ๊าา”

“ว่าอย่างไร หืม”

“ข้า ไม่ไหว ละ แล้ว” เสียงหวานละล่ำละลักบอก เค้นเสียงที่เริ่มแหบบอกแก่คนเบื้องล่าง

 

เหนื่อย แต่กายบางยังร่อนเอวขึ้นลง

แทบขาดใจ แต่ยังคงขยับกายสู้แท่นเนื้อที่สวนมา

 

“อีกนิด เท่านั้น” เสียงทุ้มต่ำระซิบเบาเบาๆ ยามเมื่อสวนกายขึ้นหนักๆ ให้ช่องทางโอบกายตนมากขึ้น เสียดสีแท่งร้อนกับผนังเนื้อนิ่มแรงๆ ช่วงท้าย เก็บความหวานจากกายบางที่สนองตนอย่างถึงใจอีกคราให้ได้ยินเสียงหวานหวีดลั่นก่อนจบคืนนี้

 

 

“อ๊าาา ” ใบหน้างามแหงนเงย หวีดร้องครั้งสุดท้ายก่อนจะปล่อยสายธารใสตามกลไกร่างกาย ร่างกายอ่อนแรงจนแทบฟุบลงหากแต่มือหนายังประคองสะโพกงามให้รับตัวตนอีกสองสามครั้งก่อนจะปล่อยคนบนร่างลงสู่อ้อมกอด มือหนาจับเนื้อหนั่นสะโพกสวยให้ขยับเค้นน้ำรักทุกหยาดหยดในกายถึงยอมปล่อยมือลูบกายเนียนร่างตน กอดก่ายทั้งที่ยังฝากฝังลำกายภายใน

 

“ทำไมวันนี้เจ้าตามใจข้านัก” ไม่มีเสียงใดตอบกลับมา มีเพียงลมหายใจที่ยังหอบกระเส่าอย่างต่อเนื่อง เขาพลิกกายเล็กลงเข้ากันก่อนกระชับร่างเข้าสู่อ้อมอก ใบหน้าหวานปรับลมหายใจก่อนจะขยับเข้าหาความอบอุ่นของแผงอกหนา ซุกใบหน้าเนียนกับไรขนอ่อนประปรายก่อนจะกระชับแขนกอดรัดแน่นไว้

 

ผู้ถูกกอดรัดเพียงแค่กระชับกอด ปล่อยให้ความออุ่นแผ่โอบรอบยามเมื่อลมตีเข้าจากช่องโหว่ของเนื้อไม้เข้ากระทบสองร่าง เริ่มไม่แน่ใจนักว่าแรงสั่นสะท้านตอนนี้เพราะความหนาวเย็นหรือเพราะเหตุใด

 

 

“พรุ่งนี้”

..

“ท่านได้โปรดหนีไป”

“รีบไปก่อนตะวันลับฟ้า”

 

“เพราะแบบนี้สินะ”

บัดนี้เข้ารู้แล้วว่าแรงสะท้านจากกายบางนั้นคือแรงสะอื้น ยิ่งเมื่อไร้การตอบรับว่าจะทำตามจากตน ใบหน้าหวานยิ่งอาบไปด้วยน้ำตานองหน้า ฝืนหยัดตัวขึ้นประคองใบหน้าคมลูบไล้บนรอยแผลเป็นบนหน้าผากแคบนั้นเบามือ กดจูบบนริมฝีปากหนาอย่างอ้อนวอน หยาดน้ำใสไหลรดลงบนแก้มสากแต่ชายใจแข็งผู้กลับไม่ไหวติง ไม่แม้แต่จะจูบตอบรับอย่างเช่นเคย มินฮยอนทิ้งตัวลงกอดซะอื้นไห้กับอกแกร่งอย่างหมดแรงจะทำอย่างไรต่อ เมื่อสิ่งที่เขาร้องขอไม่เป็นอย่างที่หวัง

 

มินฮยอนเขาใจดีว่าเรื่องนี้มันยากนัก การที่มนุษย์กับหมาป่าจะร่วมชีวิตอยู่กินกัน เป็นความผิดมหันต์ ความผิดแผกจากสังคมที่ยากจะรับได้ แค่เพียงได้ชื่อว่ามนุษย์หมาป่าผู้คนต่างหวดกลัว เหล่านายพรานล่าหัวยิ่งกระหายอยากฆ่าเพื่อความสะใจและรางวัลใหญ่ที่ทางการประกาศมอบให้แก่ผู้กล้า – อย่างเช่นบิดาของตน

แต่ยังมีอีกหนึ่งชีวิตที่รอดอยู่ตรงนี้

 

 

 

ในคืนพระจันทร์เต็มดวง กายเล็กออกเดินทางสู่ป่าใหญ่ด้วยใจหวั่นเกรงว่าบิดาตนจะเพลี้ยงพล้ำจากคำล่ำลือของนายพรานคนอื่นที่ล่าถอยจากหมาป่าตนนั้น แต่จนแล้วจนรอดกลับไร้วี่แววพ่อของตนจึงตัดสินใจก้าวเท้าสู่ป่าทึบในคืนพระจันทร์เต็มดวง

 

แต่ก่อนฟ้าสาง ก่อนจะความเหนื่อยล้าจะพาให้ล่าถอยกลับที่พัก ก็พบกับหนึ่งสิ่งมีชีวิตร่างกายบอบช้ำ ร่องรอยการต่อสู้อย่างหนักหน่วงย่างกรายเข้าสู่สายตาแล้วทิ้งตัวลงต่อหน้าเขาก่อนกลายร่างเป็นเพียงมนุษย์เพศชายร่างกายเปลือยเปล่าหายใจรวยริน เหมือนจะสิ้นลม หากไม่ได้ยาดีคงไม่อาจมีชีวิตรอดมาได้จนป่านนี้

เป็นเขาเองที่พาซองอูหลบซ่อนบิดาตน แอบย่องเข้าสู่กระท่อมร้างกลางป่าที่บัดนี้ถูกปัดกวาดจนสามารถอยุ่อาศัยได้ นานพอดูกว่าแผลจะหายและก็นานมากพอที่จะก่อสัมพันธ์ทั้งทางสวาทและทางใจให้แก่มนุษย์ แต่ไม่แน่ใจนักว่าจะก่อสิ่งใดกับใจของกึ่งหมาป่าผู้นี้บ้างหรือไม่

 

“ได้โปรด ซองอู”

“ครั้งนี้พ่อเจ้าจะพาคนมากี่สิบหล่ะ”

“ข้าขอร้อง”

“ตอบข้าทีมินฮยอน เหตุผลที่ข้าต้องไป เหตุผลที่ข้าอยู่ตรงนี้ไม่ได้ ” เป็นครั้งแรกของบทสนทนาที่แววตาสบกัน มินฮยอนกลั้นเสียงสะอื้น จ้องมองลึกลงไปคล้ายว่าอยากจะบอกทุกอย่างทางแววตานี้ บอกทุกเหตุผล บอกว่าได้โปรดมีชีวิตอยู่ต่อไปแม้จะกายจากกันก็ยินดี

 

“ข้าอยากให้ท่านอยู่ตรงนี้ หรืออยากจะหนีไปในป่าเขตแดนใดก็ตามที่มีท่าน แต่ข้าทิ้งพ่อข้าไม่ได้ และข้าก็ทนเห็นท่านถูกทำร้ายโดยพ่อข้าไม่ได้เช่นกัน”

 

“ขอโทษที่เห็นแก่ตัวเหลือเกินซองอู ฮึก”

 

 

ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจเหตุทั้งหลายเหล่านี้ ซองอูรู้ดี เพียงแค่อยากยืนยัน ...

ยืนยันว่าขณะที่ได้ยินถ้อยคำอ้อนวอนนี้ก้อนเนื้อข้างซ้ายจะไม่ไหวหวั่นอีกครา หากจะจากไปจะไม่เหลือความเจ็บปวดใดอย่างที่ควรจะเป็นแต่ยิ่งได้ฟังยิ่งมั่นใจว่าสัตว์กึ่งหมนุษย์อย่างเขาก็มีหัวใจไว้เพื่อรู้สึกเช่นกัน

 

“มินฮยอน ฟังข้า” ฝ่ามือหยาบประคองใบหน้างามอีกครั้ง กวาดตามองสายตาแดงกล่ำ และปากบางที่งอง้ำง้ำกัดกลั้นเสียง ปิดบังก้อนสะอื้นที่อาจจะขัดการสะดับถ้อยคำต่อจากนี้

 

“รอข้า”

“ทำได้ไหม”

“ฮึก ได้”

“จะกี่เดือน กี่ปี หรือมากกว่านั้นเพียงแค่ท่านบอกข้าจะรอ”

“ข้าสัญญาจะกลับมาที่แห่งนี้ จงจดจำคำมั่นจากข้า”

“นานเท่าไหร่ข้าก็ยินดี แต่ได้โปรดมีชีวิตอยู่… ”

แขนแกร่งโอบร่างนวลแนบอกตนอีกครั้ง กอดแน่นกว่าทุกคราดังว่าจะประทับทุกความรู้สึก ทุกไออุ่นของกายมนุษย์ฝังบนร่างตนให้นานที่สุด

 

 

 

 

 

นานเท่าไหร่ก็ไม่แน่ใจนักจนเมื่อแสงอรุณสาดส่องกระทบเปลือกตาบาง เหล่านกน้อยส่งเสียงร้องดังกว่าครั้งไหน เหมือนว่าจะปลุกบุคคลที่หลับไหลให้ตื่นจากนิทรา ดวงตาเรียวกระพริบถี่มองสู่ความว่างเปล่าเบื้องหน้ามือบางที่พาดที่นอนว่างเปล่าดึงกลับมากอดร่างกายตนอีกครั้ง มือบางกระชับร่างกายสั่นไหว ลูบไล้หาความอุ่นร้อนแต่ก็ช่างเหน็บหนาว

 



ท่านจากข้าไปแล้ว


 


มือบางเอื้อมออกไปสัมผัสขนสีอ่อนสะท้อนแสงเบื้องหน้า มีเพียงเศษขนสีน้ำตาลดำบนเศษผ้าให้รู้ว่าที่ผ่านมาไม่ได้ฝันไป

 

 

 

 

"ไม่ว่าเมื่อไหร่ ข้าจะรอ"

 

 

 

 

 

 

 

 

END

Talk : ไม่คิดว่าจะมาแนวนี้ แต่ก็คือมาแล้วจนครึ่งเรื่องแล้วก็กลับไม่ได้ต้องต่อให้สุด เป็นฟิคที่ทำเราเสียสมาชธิง่ายมากเพราะแต่งยากมาก

การหายไปจากวงการนิยายนานๆ ทั้งอ่านและเขียนมันทำให้ต่อติดยากมาก ยิ่งมาแนวใหม่ๆ ไม่ใช่รักใสๆ เป้นอะไรที่ท้าทายตัวเองสุด แต่ความรู้สึกเราบอกว่าโคตรคิดถึงเลย อยากกลับมาลองมือ รื้อความหลังใหม่่อีกครั้ง แล้วเราก็จบลงจนได้

หวังว่าจะชอบกันนะคะ อาจจะไม่ดีไม่ลื่นไหลในบางจังหวะก็ขอออกตัวไว้ก่อน ถ้าอนาคตฟีลมา อารมณ์ได้จะพาเรื่องใหม่มาให้อ่านกันอีกค่ะ

ถ้าชอบฝากเม้นท์ ฝากรีวิวด้วยเด้อ และเช่นเคย หวีดได้ที่ #ดินแดนองมิน

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ V-VISTA จากทั้งหมด 8 บทความ

  • เรื่อง

    หมวด

    ตอน

    คนเข้าชม

    โพสท์

    คะแนน

    อัปเดต

  • รักแฟนตาซี

    เรื่องสั้น

    3/72

    0

    0%

    28 ม.ค. 62

  • แฟนฟิคเกาหลี

    เรื่องสั้น

    3/198

    0

    0%

    9 มี.ค. 62

  • นิยายวาย

    เรื่องสั้น

    4/57

    2

    0%

    5 ก.พ. 62

  • นิยายวาย

    เรื่องสั้น

    0/52

    0

    0%

    28 ม.ค. 62

  • นิยายวาย

    1

    0/195

    1

    0%

    5 ธ.ค. 57

  • รักหวานแหวว

    เรื่องสั้น

    3/911

    12

    0%

    2 ต.ค. 57

  • รักดราม่า

    เรื่องสั้น

    2/860

    8

    0%

    4 ก.ย. 57

  • รักหวานแหวว

    เรื่องสั้น

    1/987

    10

    0%

    11 ส.ค. 57

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น