คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #12 : The Perfect Boy Next Door Part 12
Title: The perfect boy next door
Author: imazawa
Pairing: Kyuhyun/Hangeng
Rate: PG-13
Part 12
เด็กหนุ่มร่างสูงนั่งเท้าคางมองชายสูงอายุผู้เป็นอาจารย์ประจำวิชาเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่กำลังลังบรรยายด้วยน้ำเสียงเนิบนาบอยู่หน้าห้อง
ด้วยท่าทางเบื่อหน่ายอย่างไม่ปิดบัง นานๆทีก็อ้าปากหาวโดยไม่เกรงใจอาจารย์เลยสักนิดอีกต่างหาก เขาสาบานได้ว่าเห็นอาจารย์ร่างท้วมมองมา
ทางเขาไม่ต่ำกว่าห้าครั้งแล้ว แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากตำหนิอะไร
‘แน่น๊อน ก็ผมมันเป็นลูกเศรษฐีใหญ่ผู้อุปถัมภ์มหาวิทยาลัย แถมเพื่อนสนิทก็เป็นถึงลูกรัฐมนตรี แล้วใครหน้าไหนจะกล้าแตะต้องผมกันล่ะ?’
เด็กหนุ่มยกแขนขึ้นตรงหน้าให้อยู่ในระดับสายตา นาฬิกาสีดำเรือนหรูบอกให้เขารู้ว่าอีกไม่กี่นาทีชั้นเรียนที่สุดแสนน่าเบื่อนี้ก็จะจบลงแล้ว
หลังจากนั้นก็ถึงเวลาสำหรับการเรียนเปียโนของเขา
เมื่อคิดถึงเรื่องนั้น เขาก็ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
“อยากเรียนเปียโนกับพี่ฮันคยองขนาดนั้นเลยเหรอ? ฉันเห็นนายนั่งดูนาฬิกาแล้วก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่หลายครั้งแล้วนะ” โจวมี่เอ่ยถามแล้วลูบแขน
ตัวเองเบาๆ เขาทั้งขนลุกเพราะความเย็นจากเครื่องปรับอากาศของห้องเลคเชอร์ห้องใหญ่แต่ทว่ากลับมีนักศึกษานั่งเรียนอยู่เพียงน้อยนิด และก็
ขนลุกเพราะได้เห็นหน้าตาเยิ้มๆของเพื่อนซี้ที่นั่งอยู่ข้างๆนี่ด้วย
เจ้าชายหมาป่ารีบเปลี่ยนสีหน้าทันทีที่ได้ยินคำถามของเพื่อนรักจากแผ่นดินใหญ่
“ใช่ซะที่ไหนกันล่ะ?! ที่ฉันดูนาฬิกาแล้วยิ้มเนี่ย เป็นเพราะฉันเห็นว่ามันใกล้จะหมดเวลาเรียนแล้วต่างหาก ฉันจะได้หลุดพ้นจากการฟังตาแก่อ้วนนี่พล่ามสักที! นายคิดได้ไงฮะว่าฉันอยากเรียนกับหมอนั่นน่ะ?!” คยูฮยอนตอบเสียงดังฟังชัดจนเพื่อนทั้งชั้นหันมามองเขาเป็นตาเดียวรวมถึงอาจารย์ที่ต้องหยุดบรรยายแล้วแทบจะเอาหัวโหม่งโปรเจคเตอร์ตายเสียให้มันรู้แล้วรู้รอดเพราะตั้งแต่เป็นอาจารย์มาเกือบสามสิบปี เพิ่งเคยโดนเด็กวิจารณ์ตรงๆ(??)กลางห้องเรียนแบบนี้เป็นครั้งแรก
ท่าทางลุกลี้ลุกลนและมีพิรุธอย่างเห็นได้ชัดของเพื่อนหน้าหล่อทำให้โจวมี่อดที่จะส่ายหน้าด้วยความเอ็นดูไม่ได้
‘ปากก็บอกว่าไม่ได้อยากเรียนด้วยบ้างล่ะ บอกว่าทรมานจะตายเวลาที่ต้องอยู่ด้วยบ้างล่ะ แต่ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมานี่ พอเข้าช่วงบ่ายนายก็เอาแต่จ้องนาฬิกา เรียนจบวิชาสุดท้ายปุ๊บก็รีบเผ่นกลับบ้านปั๊บเนี่ยนะ? ต่อให้นายอมนครวัดมาพูดฉันก็ไม่เชื่อหรอกโว้ยว่านายไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตารอเวลาที่จะได้เจอกับพี่ฮันคยองเขาน่ะ’
“เอ่อ...เหลือเวลาอีกไม่ถึงห้านาที งั้นวันนี้เราพอแค่นี้ก่อนก็แล้วกันนะ” อาจารย์ร่างท้วมเอ่ยด้วยเสียงเบาหวิวคล้ายคนใกล้หมดลมหายใจก่อนที่จะเดินคอตกออกจากห้องไป
คยูฮยอนกวาดทุกอย่างที่วางอยู่บนโต๊ะใส่กระเป๋าแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากห้องตามอาจารย์ไปติดๆโดยไม่คิดจะเอ่ยลาเพื่อนร่างสูงแม้แต่น้อย
โจวมี่มองตามแผ่นหลังของเพื่อนไปจนลับตาก่อนที่จะยิ้มออกมา
‘ไอ้เจ้าชายน้ำแข็งเอ๊ย คู่แข่งของนายน่ะไม่ใช่ฉันหรอก แต่เป็นเจ้าชายหมาป่านี่ต่างหากล่ะ!’
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
ร่างสูงวิ่งลงจากอาคารเรียนมายังหน้ามหาวิทยาลัยอย่างรีบร้อน กระเป๋าเป้คู่ใจที่เขาสะพายอยู่ดูจะเกะกะและสร้างความรำคาญจนเขาอยากจะโยนมันทิ้งไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด
‘ผมไม่ได้รีบไปเพราะอยากเจอเขาหรอกนะ สาบานได้เลยว่าผมไม่ได้อยากเจอเขาสักนิด............โอเค โอเค๊ ผมยอมรับก็ได้ว่าผมอยากเจอเขา แต่ก็แค่นี๊ดนึงเท่านั้นแหละน่า’
“เฮ้~ คยูฮยอน~ จะรีบวิ่งไปไหนน่ะ?” เสียงทุ้มต่ำแต่ทว่าแฝงไปด้วยความอ่อนหวานที่ดังขึ้นจากด้านหลังทำให้เด็กหนุ่มที่กำลังวิ่งด้วยความเร็วสูงหยุดฝีเท้าแทบไม่ทัน ถ้าเป็นรถยนต์ก็คงต้องเรียกว่าเบรกหัวทิ่มกันเลยทีเดียวล่ะ
ร่างสูงหันขวับไปตามเสียงเรียก เขาเกือบจะสบถออกมาด้วยความเคยชินอยู่แล้ว แต่เมื่อเห็นร่างบางที่กำลังวิ่งเหยาะๆเข้ามาหาเขาพร้อมกับรอยยิ้มหวานๆบนใบหน้าแล้ว คำสบถต่างๆนานาก็ถูกกลืนลงคอไปในทันที
“ทะ...ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่ได้เนี่ย?!” คยูฮยอนถามเสียงเข้ม พยายามเสมองไปทางอื่น ตรงไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ใบหน้าหวานๆที่ทำให้เขาใจเต้น
ผิดจังหวะนั่น
“ก็เดินมาน่ะสิ” ฮันคยองตอบแล้วยิ้มกว้างขึ้นอีกจนดวงตาเรียวเล็กกลายเป็นเส้นตรง
ดูเหมือนว่ามุขแกล้งทำเสียงดุของเด็กหนุ่มร่างสูงจะใช้ไม่ได้ผลกับพี่ชายชาวจีนคนนี้เสียแล้ว
“......” เด็กหนุ่มไม่ถามอะไรต่อแต่กลับกดดันอีกฝ่ายด้วยสายตาของหมาป่าที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อแทน
“อ่า...อย่าทำหน้าอย่างงั้นสิ เดี๋ยวหน้าหล่อๆก็เหี่ยวก่อนวัยหรอก” ร่างบางยิ้มแหยๆ พยายามทำใจดีสู้หมาป่า
“นายก็ตอบมาดีๆสิว่ามาทำไมที่นี่?!” ร่างสูงขึ้นเสียงอีกครั้ง ในหัวคิดไปสารพัดถึงเหตุผลที่คนตรงหน้ามาที่นี่
‘มาหาคิบอม? มาหาโจวมี่? มาหาอาจารย์อ้วนเมื่อกี๊? มาหาคนขายบะหมี่? มาหาพี่ยาม? ว้อย! มาหาใครฟระเนี่ย?!’
“ก็มาหานายนั่นแหละ” เสียงนุ่มๆเอ่ยคำตอบที่เปรียบเสมือนน้ำดับไฟในใจของเด็กหนุ่ม
คยูฮยอนดูสงบลงอย่างเห็นได้ชัด
“พอดีฉันออกมารับงานที่บริษัทน่ะ เห็นว่ามันใกล้เวลาเลิกเรียนของนายแล้วก็เลยแวะมาหา จะได้กลับบ้านด้วยกันเลย” ฮันคยองพูดพร้อมกับชูแฟ้มเอกสารที่เขาเพิ่งจะไปรับมาให้อีกฝ่ายดู
“งั้นเหรอ? แล้ว...รอนานหรือเปล่า?” คยูฮยอนถามเรียบๆแล้วก็หันไปมองทางอื่นอีกครั้งเพื่อซ่อนความห่วงใยในแววตา
เมื่อเห็นท่าทางเก้อเขิน ลุกลี้ลุกลนของอีกฝ่าย ฮันคยองก็อดที่จะแกล้งไม่ได้
“ไม่นานเท่าไหร่หรอก ยังไม่ถึงสามชั่วโมงเลย”
ได้ผล! ร่างสูงที่แหงนหน้ามองฟ้ามองอากาศอยู่เมื่อสักครู่หันขวับมาทำตาเขียวใส่เขาทันที
‘ไอ้เอ๋อเอ๊ย! ปกติทั้งเอ๋อทั้งขี้ลืมอย่างกับอะไรดี ทีเรื่องอย่างงี้ล่ะความจำดีขึ้นมาเชียวนะ ผ่านไปเป็นอาทิตย์แล้วยังไม่ลืมอีก!’
ยังไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะได้เปิดปากด่า เสียงหัวเราะหวานๆที่เขาแสนจะคุ้นเคยที่ดังขึ้นจากบริเวณใกล้ๆก็ทำให้เขาต้องหันไปมองเสียก่อน
ภาพที่เขาได้เห็นทำให้กล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายเกร็งตัวขึ้นมาทันที มือเรียวกำหมัดแน่นจนแขนผอมบางแต่แข็งแกร่งนั้นเริ่มสั่นน้อยๆ ฟันขาวถูกขบเข้าหากันจนเส้นเลือดบริเวณขมับปูดโปนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาสีรัตติกาลที่รื้นไปด้วยน้ำตาไม่ต่างจากดวงตาของสัตว์ป่าที่ถูกทำร้าย
จ้องมองชายหนุ่มหน้าหวานที่กำลังหัวเราะอย่างมีความสุขอยู่กับผู้ชายอีกคนโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกเขาจ้องอยู่
ฮันคยองถึงกับหน้าถอดสีเมื่อได้เห็นแววตาของเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ แววตาที่เต็มไปด้วยความเสียใจและโกรธแค้นราวกับว่าจะสามารถทำลายคนสองคนที่สะท้อนภาพอยู่ในแววตาของเขาให้แหลกสลายไปได้เดี๋ยวนี้
“คยูฮยอน?” ร่างบางเอ่ยเรียกอีกฝ่ายด้วยเสียงแผ่วเบา มือบางที่สั่นระริกพยายามจะเอื้อมไปแตะหลังของร่างสูงเพื่อปลอบใจ แต่ก็ไม่กล้าพอที่จะทำอย่างนั้น
“นั่นพี่ซองมิน” คยูฮยอนพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว ดุดันอย่างที่ร่างบางไม่เคยได้ยินมาก่อนตลอดระยะเวลาที่รู้จักกัน
ถึงแม้ว่าร่างสูงจะไม่ได้ชี้ให้ดู แต่ฮันคยองก็พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายคงหมายถึงหนุ่มน้อยหน้าหวานที่กำลังยื่นกระเป๋าเป้สีชมพูของตัวเองให้กับ
ชายหนุ่มอีกคนที่ยืนมือมารับด้วยความเต็มใจเป็นแน่
‘นั่นน่ะเหรอ คนที่เจ้าหมาป่านี่หลงรัก? ก็น่ารักจริงๆนั่นแหละนะ’
“คนที่อยู่ข้างๆนั่นน่ะ พี่ฮยอกแจ ลูกชายคนโตของนักธุรกิจใหญ่ เจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่มีสาขาทั่วเกาหลี หึ! ตอนที่พี่ซองมินปฏิเสธฉัน
เขาบอกว่าเราไม่เหมาะสมกัน แล้วนี่มันอะไรฮะ?! ไอ้ฮยอกแจนั่นมันรวยน้อยกว่าฉันหรือไง?! บอกว่าไม่เหมาะสมกับฉัน แล้วนี่น่ะเหรอที่เรียกว่าเหมาะสมน่ะ?! ถ้าไม่ได้รักกันก็พูดออกมาตรงๆเลยสิ!” คยูฮยอนโวยวายราวกับคนเสียสติ มือเรียวกำเข้าหากันแน่นจนเขารู้สึกได้ว่าเล็บของตัวเองจิกผ่านเนื้อนุ่มๆของฝ่ามือ จิกลงไปแรงเสียขนาดนั้น เขาคงจะต้องได้แผลลึกแน่ๆ ใช่ คงจะเป็นแผลลึกแล้วก็คงจะแสบมากแน่ๆ แต่เอ๊ะ?! ทำไมเขาถึงไม่รู้สึกเจ็บสักนิดเลยล่ะ?
คยูฮยอนก้มมองมือของตัวเองแล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าเล็บที่เขาคิดว่าได้ฝังลงไปบนฝ่ามือของตัวเองนั้น จริงๆแล้วได้ฝังลงไปบนฝ่ามือบอบบางของชายหนุ่มชาวจีนที่ยืนอยู่ข้างๆมาโดยตลอด
เขา...จับมือผมไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย?!
เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นจากมือของเขาและร่างบางที่ยังคงเกาะกุมกันไว้เพื่อที่จะมองหน้าของอีกฝ่าย
สีหน้าของฮันคยองบิดเบี้ยวไปเล็กน้อยเพราะความเจ็บแสบที่เกิดขึ้นเมื่อแผลสดๆสัมผัสกับเหงื่อที่เปียกชุ่มมือของทั้งสองคน แต่ถึงกระนั้นชายหนุ่มชาวจีนก็ยังพยายามฝืนยิ้มเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเป็นกังวล
“นาย...ทำไมถึงทำอะไรบ้าๆแบบนี้ห๊า?!” คยูฮยอนตวาดเสียงเขียว
“ก็ฉันไม่อยากเห็นมือสวยๆของนายมีแผลเป็นนี่นา” ร่างบางพูดพร้อมกับยิ้มกว้างให้เด็กหนุ่มราวกับจะบอกว่าเขาไม่เป็นอะไร
ร่างสูงลืมความเสียใจและความโกรธแค้นที่สุมอยู่ในอกเมื่อครู่นี้ไปเสียสนิท ตอนนี้ถ้าเขาจะโกรธใครสักคน ก็คงจะเป็น...ตัวเอง
คยูฮยอนหยิบผ้าเช็ดหน้าของตัวเองออกมาจากกระเป๋าแล้วค่อยๆบรรจงพันมันรอบมือบางโดยที่ไม่เอ่ยปากพูดอะไรแม้แต่คำเดียว ความรู้สึกผิดที่มันอัดแน่นอยู่ในอกทำเอาเขาจุกจนพูดอะไรไม่ออก
เมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มเลือดร้อนใจเย็นลงบ้างแล้ว ฮันคยองจึงใช้มืออีกข้างที่ยังว่างอยู่บีบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ
“ปล่อยซองมินเขาไปเถอะนะคยูฮยอน” ร่างบางพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเช่นเคย
“......” ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างไม่อยากจะเชื่อ ทั้งๆที่ตัวเองกำลังเจ็บซึ่งมันก็มีสาเหตุมาจากเขา แล้วยังจะมาเป็นห่วงเรื่องของเขาอีก
อย่างงั้นเหรอ? นายมันเป็นคนดีจนเข้าขั้นน่ากลัวแล้วนะ...ฮันคยอง
“ถ้านายรักเขาจริงๆ นายก็น่าจะดีใจที่เห็นเขามีความสุขนะ” ชายหนุ่มยังคงพูดต่อไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“รู้แล้วน่า! นายหยุดพูดสักทีจะได้มั้ย?” คยูฮยอนพูดพร้อมกับผูกผ้าเช็ดหน้าเป็นปมเพื่อให้มันอยู่ติดกับมือบางของอีกฝ่าย
ร่างสูงถอนหายใจหนักๆด้วยความอึดอัดที่เกิดจากความรู้สึกหลากหลายในอกข้างซ้ายของเขาตอนนี้
‘ผมอยากจะตะโกนใส่หน้าเขาสักครั้ง ให้เขาได้รู้ว่าวินาทีนี้เรื่องที่ผมแคร์...คนที่ผมแคร์ไม่ใช่พี่ซองมิน แต่เป็นเขาต่างหาก ผมโกรธตัวเองที่ทำร้ายเขาโดยไม่ได้ตั้งใจมากกว่าโกรธพี่ซองมินที่โกหกผม ผมเสียใจที่เห็นเขาเจ็บมากกว่าที่เห็นพี่ซองมินคบกับพี่ฮยอกแจเสียอีก ความรู้สึกแปลกๆที่ผมมีให้เขามันก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ......ผมจะแกล้งทำเป็นไม่ใส่ใจมันได้อีกนานแค่ไหนกันนะ?’
“นี่~ คยูฮยอน~ ไหนๆวันนี้ฉันก็คงจะสอนเปียโนนายไม่ได้แล้ว เราไปกินไอศกรีมกันมั้ย? ไอศกรีมรสช็อคโกแลตน่าจะทำให้นายอารมณ์ดีขึ้นนะ” น้ำเสียงหวานๆกับท่าทางออดอ้อนนั่น ต่อให้เป็นคนที่ใจแข็งที่สุดก็คงจะปฏิเสธไม่ลง
“ได้สิ ฉันเลี้ยงเอง ถือว่าเป็นการไถ่โทษที่ทำให้นายเจ็บก็แล้วกัน” เด็กหนุ่มพูดพร้อมกับลูบมือบางของอีกฝ่ายที่ถูกพันด้วยผ้าเช็ดหน้าเบาๆอย่างลืมตัว
“แผลแค่นี้เอง ไกลหัวใจน่า อย่าคิดมากเลย” ฮันคยองยิ้มให้เด็กหนุ่มอย่างอ่อนโยนอีกครั้ง
คยูฮยอนจ้องมองรอยยิ้มนั้นนิ่งๆสักพัก ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยปากพูดขึ้น
“นี่...ฉันขออะไรนายอย่างสิ”
“หืม? อะไรเหรอ?” ชายหนุ่มร่างบางเลิกคิ้ว
“อย่าเป็นห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเองแบบนี้อีกจะได้มั้ย?” ร่างสูงก้มหัวลงเล็กน้อยเมื่อพูดจบคล้ายกับจะขอร้อง
ฮันคยองหัวเราะเบาๆก่อนที่จะตอบ
“ได้สิ แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนนะ”
“??”
“นายเองก็อย่าทำท่าน่ากลัวแบบนั้น อย่าทำหน้าเศร้าแบบนั้นอีกนะ ฉันจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงไง” ฮันคยองพูดพร้อมรอยยิ้มกว้าง
สายลมแผ่วเบาวูบหนึ่งที่พัดผ่านหอบเอากลิ่นหอมอ่อนๆอันเป็นเอกลักษณ์ของร่างบางติดมาด้วย ทั้งหวานหอม บอบบาง และอ่อนโยนราวกับ
ดอกซากุระแรกแย้ม
เด็กหนุ่มสูดหายใจลึก ก้อนเนื้อในอกด้านซ้ายเต้นรัวราวกับจะระเบิด
‘ความรู้สึกแปลกๆที่ผมมีให้เขา......ผมจะเก็บมันไว้ได้อีกนานสักแค่ไหนกันนะ?’
To be continued
-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
Talk: มาต่อแล้วค่ะ ตอนนี้มาต่อให้เร็วนิดนึงแต่มันสั้นมากเลยแหละ =_=” เป็นตอนที่สั้นที่สุดเท่าที่เคยลงมา จริงๆแล้วพล็อตของตอนนี้ที่เราคิดไว้
ในหัวมันมีมากกว่านี้นะคะ ยังไม่จบแค่นี้หรอก แต่เหตุผลที่เอามาลงได้แค่นี้เป็นเพราะว่า...ไรเตอร์เขียนเสร็จแค่นี้ แต่อยากจะลงให้ทันภายในวันนี้เพราะ...วันนี้เป็นวันเกิดของ ไมเคิล โอเว่น นักฟุตบอลที่ไรเตอร์รักและเคารพบูชา จบ! (มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฟิคเล้ย~ แค่อยากให้ฟิคของตัวเอง
มีวันเกิดของโอเว่นจารึกเอาไว้เท่านั้นเอง แค่นั้นจริงๆ เอ่อ...สุขสันต์วันเกิดนะคะโอเว่น =.=”)
ขอพูดถึงการดำเนินเรื่องของฟิคเรื่องนี้อีกสักครั้งนะคะ ช่วงหลังๆมาเราเองก็รู้สึกเหมือนกันว่าเรื่องมันยืดไปหรือเปล่าน้า? ช้าไปหรือเปล่าน่า?
กลัวว่าคนอ่านจะเบื่อที่สุดเลย แต่ก็อยากดำเนินเรื่องเรื่อยๆแบบนี้ต่อไปเหมือนกันค่ะ เหตุผลคือ
1. เพราะว่าตัวเอกในเรื่องนี้ไม่ได้รักกันมาตั้งแต่แรก แถมยังออกแนวไม่ชอบขี้หน้า+กลัวๆกันด้วยซ้ำ ก็เลยอยากสื่อให้เห็นว่าความสัมพันธ์ของ
พวกเขาจะค่อยๆพัฒนาไปยังไงน่ะค่ะ
2. มีพล็อตเกี่ยวกับคยูฮยอนกับฮันนี่อยู่ในหัวเยอะเหมือนกัน เลยอยากเขียนลงในเรื่องนี้ให้หมด (อย่างกับจะไม่แต่งฟิคคู่นี้อีกอย่างงั้นแหละ - -*)
3. ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรเหมือนกันค่ะ แต่รู้สึกว่าอยากเขียนฟิคเรื่องนี้ต่อไปอีกนานๆ ไม่อยากให้จบเลย 555+
ด้วยเหตุผลตามนี้เราก็เลยอยากดำเนินเรื่องแบบนี้ต่อไปน่ะค่ะ แต่ถ้าคนอ่านคิดว่ามันยืดเกินไปจนถึงขั้นรับไม่ได้แล้วก็สะกิดๆเตือนกันได้นะคะ ประมาณว่า “เฮ้ย! จะยืดไปอีกนานมั้ย? รีบๆจบเห้อ~” อะไรแบบนี้น่ะค่ะ บอกได้เลยนะ ^^
เนื่องในวันเกิดโอเว่น ฮันนี่จึงป้อนสตรอว์เบอร์รี่คยู (เกี่ยวอะไรก๊านนนนนนน - -*)
ฮันนี่นั่งตักคยูค่ะ >w< ฮันนี่ไปยั่วเด็กทำไมคะลูก XD
ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์และทุกคนที่คลิกเข้ามาอ่านนะคะ เจอกันใหม่ตอนหน้าเร็วๆนี้ค่ะ(หวังว่านะ ^^")

ความคิดเห็น