อยู่ดีๆ ผมก็จับพลัดจับผลูมาเป็นเนื้อคู่ของคุณจอมเวท

ตอนที่ 1 : เมื่อผมเข้าป่าแล้วถูกมังกรลักพาตัวไปขังไว้ในปราสาทแต่ดันกลายไปเป็นเจ้าสาวของจอมเวทซะงั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 168
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    16 ก.ย. 61

1

เมื่อผมเข้าป่าแล้วถูกมังกรลักพาตัวไปขังไว้ในปราสาท แต่ดันกลายไปเป็นเจ้าสาวของจอมเวทซะงั้น

 

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว

ณ เมืองที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายจนแลดูอึดอัดตา มีเจ้าชายรูปงามจอมหลงตัวเองอยู่คนหนึ่ง เขามักจะหนีออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกปราสาททั้งในตัวเมือง แถบชายแดน และอาณาเขตของป่าใหญ่ที่ว่ากันว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ปกครองโดยจอมเวทอหังกาฬเป็นประจำ

มีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับจอมเวทผู้นั้น แต่ไว้ถึงฉากของเขาแล้วเราค่อยว่ากันใหม่แล้วกัน

ตัดกลับมาที่เจ้าชายผู้เลอโฉมซึ่งเป็นที่ต้องการของสาวน้อยสาวใหญ่รวมถึงหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ทั้งจากในเมืองและต่างเมือง ทว่าเขากลับไม่แลมองผู้ใดเป็นพิเศษราวกับกำลังรอคอยเนื้อคู่ของตนซึ่งไม่รู้อยู่แห่งหนใด ถึงอย่างนั้นเขาก็เฝ้าใฝ่ฝัน (และคาดหวัง) ว่าคนคนนั้นต้องเป็นเจ้าหญิงแสนสวยจากแดนไกลหรือไม่ก็เจ้าชายหรืออัศวินผู้งดงาม

เขาหวังและเชื่อมั่นแบบนั้นมาตลอดจนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะตะวันใกล้ตกดินเต็มที เจ้าชายกลับเลือกเข้าไปอ่านหนังสือในป่าต้องห้ามเพื่อหลบหลีกความจอแจของเมือง

ในขณะนั้นเอง เสียงพงไม้ถูกแหวกออกก็ดังใกล้เข้ามายังที่ที่เขานอนอยู่ ด้วยความที่เรียนศิลปะป้องกันตัวมาอย่างดีจนสัญชาตญาณเคยชิน มันเลยทำให้เขามีปฏิกิริยาฉับไว ร่างกายขยับไปนอนหมอบต่ำหลังพุ่มหญ้าอัตโนมัติ ทันใดนั้น เจ้าของเสียงปริศนาก็ปรากฏตัวขึ้น!

กระต่ายขาวที่พกนาฬิกาพกเรือนโตนั่นเอง มันสวมชุดท่านเอิร์ลบ่งบอกฐานะของมัน เสื้อผ้าเนื้อดีราคาแพงที่ไม่มีวางขายทั่วไปถูกตัดให้เข้ากับรูปร่างของเจ้ากระต่าย

มันดูเร่งรีบเหมือนถูกนัดไปปาร์ตี้น้ำชาแต่ดันหลงทางกะทันหัน ท่าทางของมันทำให้เจ้าชายคิดเช่นนั้น เพราะมันเอาแต่หมุนซ้ายแลขวาก่อนหันมาเจอเจ้าชายรูปงามพลางคิดว่า

หมอนี่น่าจะช่วยเราได้

ความจริงแล้วคือไม่ เจ้าชายสับสนและงุงงนกับความไม่เข้ากันของสัตว์พกนาฬิกาพกที่สวมชุดขุนนาง แถมยัง...ยืนสองขาเหมือนคนอีก มันพิลึกพิลั่นเกินไป ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยคำใดออกไป กระต่ายแปลกตาก็กระโดดมายืนเอียงคอพร้อมถามเสียงใสก้องว่า

เจ้ารู้จักปราสาทของคุณจอมมารมั้ย

...หา?

เจ้าชายกะพริบตาปริบๆ เมื่อไม่รู้ว่าควรตอบกลับไปยังไง เขาอ้าปากแล้วหุบลงอย่างเดิม ก่อนมองสำรวจกระต่ายให้แน่ใจว่าตนนั้นไม่ได้ตาฝาด เขาหยิกแขนเพื่อตรวจสอบว่าตัวเองไม่ได้ฝัน และผลที่ได้คือมันเจ็บจริง แสดงว่าเขากำลังตื่นอยู่

พ่อหนุ่ม เจ้าจะอึ้งอีกนานหรือไม่ ข้ารีบ มีนัดปาร์ตี้น้ำชากับคุณจอมมาร

ฉะ...ฉันไม่รู้ว่าแกพูดถึงเรื่องอะไร

หือ?

กระต่ายหรี่ตาเดินเข้าหาเจ้าชายเพื่อสำรวจมนุษย์ตรงหน้า มันหรี่ตากลมโตทั้งสองดวงจนแทบเป็นเส้นตรงแล้วค่อยลืมโพลงอย่างกับเจอสิ่งแปลกประหลาด แล้วเสียงสั่นอย่างไม่มั่นใจก็ดังพึมพำ

เอาล่ะสิ คุณจอมมาร... ไม่หรอก ไม่มีทางเป็นไปได้

แกว่าไงนะ?”

กระต่ายไม่ตอบแต่หันหลังกระโดดหายไปในความมืดของผืนป่า โทนี่รีบผุดลุกวิ่งตามเข้าไปเค้นความจริงจากปากสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาด แล้วเขาก็โดนผืนป่ากลืนกินโดยไม่มีใครรู้

 

โทนี่วิ่งเข้ามาลึกมากจนสะดุดรากไม้ล้มหัวทิ่ม เขาร้องโอดครวญด้วยความเจ็บแล้วค่อยๆ ยันตัวขึ้นนั่งเหยียดขา แต่เข่าขวากลับงอไม่ได้เมื่อมันแตกจนเลือดออก แม้จะมองเห็นไม่ชัดด้วยแสงสว่างมีน้อยก็ตาม เขามั่นใจแบบนั้น

เจ้าชายเงยหน้าขึ้นมองแมกไม้ที่แผ่กิ่งก้านใหญ่โตมาบดบังกันเป็นเรือนยอดไม้จนแสงเกือบแยงทะลุผ่านไม่ได้ อากาศเริ่มเย็นจนทำเขาหนาวไปถึงกระดูกสันหลัง แล้วทันใดนั้นเขาถึงรู้ตัวว่าตนทำอะไรลงไป

โทนี่มองรอบข้างแต่ไม่พบใครสักคน มันมีแต่ต้นไม้สูงใหญ่ตั้งตระหง่านเต็มไปหมด นี่ยิ่งทำให้เจ้าชายหวั่นใจกว่าเดิมจนต้องขยับตัวถอยหลังชิดรากไม้อันที่ตัวเองวิ่งสะดุด เขาเกลียดการต้องอยู่คนเดียวในที่มืดสลัวอันเงียบสงัด เขาเกลียดการที่ต้องรู้ว่าตัวเองต้องอยู่ท่ามกลางความอ้างว้างตามลำพัง เขาทั้งเกลียดทั้งกลัว และเมื่อใดก็ตามที่ความกลัวมีมากพอ มนุษย์มักขาดสติจนเลือกใช้อารมณ์เป็นที่พึ่ง

แล้วตัวของเจ้าชายก็สะดุ้งโหยงแถมสั่นระริกเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะคิกคัก พวกมันดังมาจากลำต้นของทุกต้นไม้ในบริเวณนี้ เขามองไปรอบตัวด้วยใบหน้าไร้สีเลือด ลมหายใจกระตุกทุกครั้งที่เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดมันก็ดังกังวานจนสะท้อนก้องไปทั่วผืนป่า ต้นไม้แต่ละต้นต่างพากันร่วมประสานเสียงหัวเราะในความโง่เขลาของเขาที่กระโจนเข้ามาในที่ต้องห้ามคนเดียว เสียงบ้าๆ พวกนี้หลอนประสาทของเขาเสียจนความกลัวในอกระเบิดออกมาในที่สุด

โทนี่ที่สั่นไปทั่งร่างขยับตัวหนีเสียงหัวเราะแหลมเล็ก เขายกสองมือปิดหูพร้อมตะโกนแข่งกับเสียงน่าหวาดหวั่น แต่มันกลับถูกเสียงเหล่านี้กลืนกินจนเขาไม่ได้ยินเสียงตะโกนของตัวเอง

ต้นไม้ทุกต้นหัวเราะดังขึ้น ก่อนเสียงนกแสกบินอยู่เหนือหัวจะดังปะปนมา โทนี่คิดว่าความดังขนาดนี้มันต้องไม่ได้มาตัวเดียวแน่ เผลอๆ จะมากันเป็นฝูงเฝ้ารอการตายของเขา มื้อเย็นของพวกมัน

ใช่ โทนี่เชื่อว่าตัวเองต้องตายที่นี่แน่ เขาเข่าเจ็บ แค่จะพยุงตัวเองลุกขึ้นยังงอเข่าแทบไม่ได้ ไหนจะเรี่ยวแรงที่ถูกความกลัวดูดกลืนไปจนหมดอีกล่ะ นอกเหนือไปจากนั้นเขามองไม่เห็นทางออก ป่าแห่งนี้อย่างกับกำลังกักขังไม่ให้เขาหนีออกไปได้

ไม่น่าตามกระต่ายบ้านั่นเข้ามาเลย!

มาเป็นส่วนหนึ่งกับพวกเราเถิดมนุษย์เอ๋ย

คำเชิญชวนอันไม่น่าพิสมัยดังอยู่ในส่วนลึกภายในโสตประสาทของโทนี่ เขาตาเบิกกว้างน้ำตาอาบหน้าเมื่อรากไม้ที่ใช้พิงอยู่ขยับเลื้อยมารัดรอบตัวเขา แล้วมันก็กลายเป็นงูตัวใหญ่ยักษ์แยกเขี้ยวขู่ฟ่อ เขี้ยวของมันยาวพอๆ กับดาบสั้นเล่มหนึ่งเลยทีเดียว แถมยังคมกริบจนสะท้อนแสงแดดที่แทงลงมาจากด้านบนได้เพียงลำเดียว

โทนี่อยากจะกรีดร้องแต่เสียงกลับไม่ยอมออกมา ทุกศิลปะการต่อสู้ที่เคยร่ำเรียนหายไปจากสมองจนหมด สัญชาตญาณสั่งให้เขาใช้สองมือทุบตีลำตัวของงูซึ่งรัดเขามากขึ้นเรื่อยๆ จนกระดูกของเขาใกล้หักอยู่รอมร่อ เขาต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอดเยี่ยงสัตว์กลัวตาย

น่ากิน เจ้างูยักษ์บอก มันแลบลิ้นแล้วจ้องโทนี่ไม่วางตา ภายในลูกกลมทั้งสองดวงปรากฏแต่ความหิวกระหาย ท่าทางน่าจะอร่อย

พอโทนี่ได้ยิน เขาล่ะอยากจะนอนขดตัวแล้วตายๆ ไปเสียตรงนี้เลย อีกใจหนึ่งอยากจะดิ้นรนต่อสู้ให้ถึงที่สุด ทว่าเจ้างูไม่ปล่อยโอกาสให้เหยื่อหลุดรอดไปได้ มันชูตัวขึ้นแล้วจู่โจมด้วยเขี้ยวคม

ตายแน่!

ทางด้านบนกิ่งไม้ใหญ่ตรงข้ามลำต้นที่เจ้าชายนั่งตัวสั่นมีร่างของใครบางคนยืนอยู่ เขามาเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่เจ้าชายสะดุดล้มจนถึงตอนนี้ แต่ที่ไม่ลงไปช่วยเพราะกำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะปล่อยให้มนุษย์เป็นบ้ากลับออกไปเช่นที่ผ่านมา หรือจะเสี่ยงเชื่อใจพวกเดียวกันอีกครั้งดี

แล้วความคิดของคนแปลกหน้าเป็นอันต้องหยุดลงเมื่อเจ้าชายร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวจนอกสั่นขวัญแขวน ท่าทางน่าสังเวชที่ดูน่าสงสารทำให้ระบบความคิดของชายแปลกหน้ารวนไปหมด ใบหน้าน่ารักน่าชังที่กำลังอ้อนวอนขอความเมตตาดูเย้ายวนเป็นพิเศษ เขาพลันเกิดความรู้สึกหนึ่งขึ้นในส่วนลึกของจิตใจ

ชายแปลกหน้าเลียริมฝีปากพร้อมพึมพำออกมา

ถูกใจเข้าให้แล้วสิ

 

ในขณะที่สติสุดท้ายของโทนี่กำลังจะแตกทลายลง เจ้างูก็หยุดกึกแล้วหันไปมองด้านหลัง ทันใดนั้นตัวของมันก็ถูกเผาด้วยเพลิงไฟลูกใหญ่ โทนี่ถึงกับเผลอสูดหายใจพร้อมขดตัวเข้าหากัน ทว่าไฟกลับไม่เผาเขาไปด้วย

แล้วเจ้าชายก็รอดจากการตกเป็นอาหารของงูยักษ์ พอร่างสัตว์ประหลาดสลายกลายเป็นเถ้าธุลีปลิวไปในอากาศแล้ว โทนี่ได้ยินเสียงกระพือปีกดังมาจากด้านบน พอเงยหน้าขึ้นมองก็พบมังกรสีทองตัวใหญ่กำลังพังเรือนยอดไม้ทำให้แสงส่องผ่านลงมาได้จนที่ซึ่งเคยมืดมิดถูกเติมเต็มด้วยความสว่างไสว

โทนี่กลับมาตัวสั่นอีกครั้งเมื่อเห็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ควรเห็นและไม่ควรยุ่งด้วย เขายังจำนิทานพื้นบ้านของอาณาจักรได้เป็นอย่างดี มันเล่าต่อกันมาว่า

ณ ป่าทมิฬซึ่งเป็นที่อยู่ของจอมเวทผู้ชั่วร้าย ที่แห่งนั้นมีมังกรผู้ซื่อสัตย์ของจอมเวทปกป้องอาณาเขตนายของมันอาศัยอยู่

เจ้าชายผู้น่าสงสารได้แต่นั่งนิ่ง บางทีคุณอาจกำลังสงสัยว่าทำไมเขาถึงได้ดูห้าวหาญและใจเย็นขนาดนี้ ความจริงแล้วเขากลัวจนตัวสั่นเลยล่ะ สัญชาตญาณกำลังตะโกนว่าวิ่ง! แต่ขากลับไร้เรี่ยวแรงจนลุกไม่ไหว ตาขวาก็กระตุกอย่างรุนแรง เขาถูกความน่าเกรงขามของมังกรเบื้องบนข่มขวัญเอาไว้ได้อยู่หมัด

แล้วมันก็โฉบลงมาโดยไม่พูดอะไร โทนี่ถึงกับหมดสติเมื่อสุดท้ายสมองของเขาไม่อาจต้านทานความหวาดกลัวที่ระเบิดไปทั่วร่างได้

 

โทนี่ฝันว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่บนโซฟาบุนวมในห้องนอนที่ปราสาท แล้วจู่ๆ แสงก็ถูกความมืดกลืนกินอย่างรวดเร็ว จากนั้นเขาก็ถูกงูยักษ์พุ่งเข้ามาฉกจนต้องยกสองมือขึ้นป้องกัน เขาร้องลั่นพร้อมสะดุ้งลุกขึ้นนั่งเหงื่อท่วมตัว

แสงแดดอุ่นๆ ยามบ่ายของฤดูใบไม้ร่วงทอดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างไม้สลักลวดลายแปลกตา มันแยงตาโทนี่จนเขาต้องหลับตาลงชั่วครู่แล้วลืมขึ้นใหม่ พอสายตาเริ่มชินแสงแล้วเขาถึงมองสำรวจไปทั่วสถานที่ที่เขาอยู่

โทนี่พบว่าตัวเองนั่งอยู่บนเตียงเดี่ยวไม่ได้หรูหราเหมือนที่ปราสาทของตัวเอง แต่ฟูกนอนและผ้าห่มกลับหนานุ่มไม่ต่างจากของที่ปราสาทเลย เขาอยู่ในห้องขนาดไม่กว้างหรือใหญ่จนเกินไป ถ้าให้เทียบก็คงเล็กกว่าห้องตามปราสาททั่วไปเยอะทีเดียว ภายในห้องนี้มีเฟอร์นิเจอร์ครบครัน โต๊ะอ่านหนังสือ โซฟาบุนวม ชั้นหนังสือ บลาๆๆ ตามอย่างที่ปราสาทของคนรวยสักหลังควรมี ภายในห้องมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเปปเปอร์มิ้นต์ลอยตลบ มันช่วยให้โทนี่ผ่อนคลายจากฝันร้ายได้พอประมาณ

ตื่นแล้วเหรอ

เสียงทุ้มในลำคอติดออกไปเชิงดุดังขึ้นตรงหน้าโทนี่ พอมองไปก็พบคนในชุดแปลกประหลาดยืนมองมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขามีรูปหน้าหล่อเหลาอย่างกับถูกพระเจ้าบรรจงสร้างมาอย่างประณีต ดวงตาสีกรีนแซฟไฟร์มีประกายแน่วแน่ดุจเหล็กกล้าขับให้ท่าทางของชายผู้นี้ดูขึงขัง และที่สะดุดตาโทนี่ที่สุดคือหนวดซึ่งมีลักษณะคล้ายกับของเขา

แต่นี่ไม่ใช่เวลามาบรรยายคนแปลกหน้าไม่ใช่หรือไง เอ็งถูกมังกรจู่โจมจนหมดสติไม่ใช่เรอะ แล้วจู่ๆ ชายคนนี้ก็โผล่มา ไม่แน่ว่า...

นายเป็นใคร

คนที่ช่วยชีวิตนายไว้จากสัตว์ร้ายในป่า

อย่างที่คิด หัวใจซึ่งห่อเหี่ยวไปแล้วกลับมาเต้นด้วยความหวังอีกครั้ง โทนี่ลุกจากเตียงเดินโซเซไปเพื่อกล่าวขอบคุณผู้ช่วยชีวิต แต่สองขากลับหยุดกึกเมื่อผ้าคลุมสีแดงลอยมาเกาะไหล่ของชายแปลกหน้า มันพริ้วไปตามการเคลื่อนไหวของชายวัยกลางคน

โทนี่รู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์แปลกๆ เขาก้าวถอยพร้อมเอื้อมมือไปด้านหลังเพื่อหยิบมีดพกที่ชอบเหน็บไว้ใต้เสื้อมาใช้ป้องกันตัว ทว่ามันกลับไม่มี เขาก้มมองตัวเองแล้วต้องสบถคำหยาบออกมาอย่างหัวเสีย ชุดของเขาถูกเปลี่ยนเป็นชุดนอนสีชมพูลายกระต่าย น่าจะตอนกำลังหมดสติอยู่นั่นล่ะ

ถ้านายกำลังมองหาอาวุธของนายล่ะก็ฉันเป็นคนนำไปเก็บไว้ยังที่ที่ปลอดภัยเอง ส่วนชุดของนายฉันเป็นคนเปลี่ยนให้ มีอะไรสงสัยอีกมั้ย

นายเป็นใคร

ผู้มีพระคุณของนาย เป็นคุณหมอ ชื่อดร.สตีเฟ่น สเตรนจ์

โทนี่พยักหน้า เขามองสเตรนจ์ด้วยสายตาระแวดระวังที่น้อยลงกว่าตอนแรก ยังไงหมอที่ช่วยชีวิตคนคงไม่คิดทำร้ายเขาหรอก มั้ง

เอาล่ะ เข้าเรื่องกันเลย

ครับ?”

ฉันช่วยนายไว้ก็จริงแต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่หวังผลตอบแทน

อ่า นั่นสินะโทนี่แค่นเสียงในลำคอเมื่อได้ยินจุดประสงค์ของสเตรนจ์ ความผิดหวังก่อเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ท่าทางสุภาพเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นหยาบกระด้าง เขาเชิดหน้าสมกับเป็นผู้มียศสูงศักดิ์ วางตนหยิ่งทระนงต่อหน้าผู้มีศักดิ์ต่ำกว่า นายต้องการเงินหรือทองเท่าไหร่ล่ะ พาฉันกลับไปยังปราสาทแล้วเดี๋ยวจะให้พ่อจัดการให้ภายในวันเดียว

แทนที่คุณหมอจะตาวาวแล้วรีบเรียกร้องจำนวนเงินทองสูงๆ แต่เขากลับส่ายหัวด้วยรอยยิ้มระเหี่ยใจ

สิ่งที่ข้าต้องการมิใช่เงินทองหรือยศถาบรรดาศักดิ์ ข้าต้องการมากกว่านั้น

อะไร

ตัวเจ้า

คุณหมอตอบออกมาชัดถ้อยชัดคำ โทนี่ถึงกับเงิบไปเลย เขาอ้าปากจะพูดอะไรสักอย่างแต่กลับต้องรีบหุบมันลงเมื่อคุณหมอลอยเข้ามาดันเขาหลังชิดกำแพง จากนั้นก็ใช้สองมือกั้นไม่ให้เขาหนี ใบหน้างดงามก้มลงมาใช้ปลายจมูกไล้ไปตามลำคอของเขา โทนี่หน้าซีดจนรู้สึกได้ เขามองผู้ช่วยชีวิตที่มีดวงตาเรืองวาวสีเลือด มันเต็มไปด้วยความหิวกระหายในแบบที่เขาเคยเห็นในดวงตาของงูยักษ์ แล้วความคิดไม่น่าเป็นไปได้ก็เกิดขึ้น เขาสันนิษฐานว่าหมอผู้นี้อาจเป็นงูยักษ์ที่คิดจะกินเขาก็ได้ แต่ถ้ามันเป็นอย่างนั้นหมอนี่จะช่วยเขาทำไม แล้วมังกรตัวนั้นมาได้ยังไง คำถามมากมายเริ่มทำเจ้าชายสับสนจนปวดหัว

ถึงอย่างนั้นโทนี่ก็จำได้ดีว่าเคยมีใครคนหนึ่งซึ่งมีรูปร่างหน้าตาคล้ายเขาอย่างกับฝาแฝดพูดไว้ว่า หากเราตัดสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ออกไป แม้ว่าสิ่งที่เหลืออยู่จะไม่น่าเชื่อเพียงใด แต่มันก็เป็นความจริง

สเตรนจ์มองโทนี่ที่ดูสับสนแล้วจึงพูดขึ้นเสียงดังฟังชัด

พูดให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือต่อจากนี้เจ้าเป็นเจ้าสาวของข้าแล้ว

ลั่นวาจาจบสเตรนจ์ก็อ้าปากฝังเขี้ยวคมลงบนไหล่ลาดของเหยื่อในอ้อมแขนที่ดิ้นพล่าน แสงสีทองสว่างวาบขึ้นบริเวณที่ถูกตีตรา แล้วเขาก็ผละออกมายืนชื่นชมผลงานตัวเองก่อนโดนชกจนหน้าหัน

อย่ามาตลกนะ! ใครเขาจะไปทำอย่างที่แกว่ากัน!?”

นายถูกฉันตีตราจองแล้ว ต่อให้พยายามดิ้นรนปฏิเสธยังไงสุดท้ายเราจะได้กันอยู่ดี ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ไอ้ทุเรศ! ไม่คิดเลยว่าแกจะชั่วช้ายิ่งกว่าสัตว์ประหลาดในป่าเสียอีก ฉันจะจับแกไปขังคุกใต้ดิน

สเตรนจ์เพียงแค่ยิ้มรับคำด่า แล้วยกมือขึ้นทำท่าพิลึกพิลั่น ทันใดนั้นตรงคอของโทนี่ก็ปรากฏโชคเกอร์สีดำห้อยจี้ดวงตาซึ่งมีมรกตฝังอยู่ภายใน เพียงเท่านั้นเจ้าชายผู้โชคร้ายก็รู้ทันทีว่าตนกำลังเผชิญหน้าอยู่กับใคร

จอมเวทในตำนาน

 



#คุณหมอมังกร

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

0 ความคิดเห็น