คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [StevexTony]SF: He is Gone [StevexTony]SF: He is Gone | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
Tony Theme Free Lines Arrow

Thx: Tony Theme l โค้ดแมวๆ l qouinette l The Avengers1

SF Fanfiction Steve x Tony เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะนั่งดูThe Avengers1
แล้วรู้สึกว่าสองคนนี้นางต้องมีซัมติงอะไรกันสักอย่างมาก่อนแน่ๆ ฟฟฟฟ
ยิ่งดูยิ่งฟิน
55555 ไม่บ่นมากละ ตามอ่านฟิคด้านล่างเลยจ้า
ปล. อ่านเนื้อเพลงข้างล่างจะช่วยเพิ่มความเข้าใจฟิคมากขึ้น :3

 




เนื้อเรื่อง อัปเดต 20 มิ.ย. 57 / 21:52


Short Fanfiction: He’s Gone

*Rate: Hard Drama*

 

          “ไม่ชวนกันสักคำ” น้ำเสียงไม่พอใจของโทนี่ สตาร์คเอ่ยออกมาเมื่อได้รับรายงานจากจาร์วิสว่ากัปตันอเมริกากำลังต่อสู้กับthe winter soilderอยู่ตามลำพังที่บล็อค42

ไอรอนแมนในเกราะสีแดงรีบบินพุ่งไปทางนั้นทันที ไม่นานร่างคุ้นเคยที่กำลังเขวี้ยงโล่สกัดคนผมประบ่าที่ดูรุงรังอยู่ก็ปรากฏให้เห็น เขาแสยะยิ้มแล้วบินเข้าไปใกล้พร้อมยิงลำแสงใส่เข้ากลางลำตัวของเหยื่อทันที

“อย่า!!! อย่ายุ่งกับเขา!!!

“หืม ทำไม เมียเก่าหรือไง”

คำตอบแบบกวนๆ ถามกลับไปยังกัปตันอเมริกาที่กระชับหน้ากากให้เข้าที่ กัปตันเหลือบมองคนข้างกายที่บินมาจอดเมื่อครู่เพียงเล็กน้อยแล้วเดินเข้าไปหาอดีตเพื่อนเก่าที่เคยร่วมรบกันมาซึ่งตอนนี้กำลังยันตัวลุกยืน ดวงตาเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย

“บั้คกี้ นายจำฉันไม่ได้เหรอ”

“...”

ไม่มีเสียงใดตอบกลับจากคนตรงหน้า กัปตันย่อตัวลงนั่งใกล้ๆ คนสวมหน้ากากสีดำจนถึงจมูก ถึงแม้ว่าจะมีอะไรมากมายที่เปลี่ยนแปลงเพื่อนเขาไปแต่ดวงตานั้นก็ยังคงเหมือนเดิม สายตาสับสนฉายขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นเขายื่นมือไปแตะบ่ากว้าง ก่อนจะกลับเป็นแข็งกร้าวตามเดิมแล้วตวัดมือชกเข้าที่หน้าของเขาจนตัวลอยไปนอนกองกับพื้น

“อ้าวเฮ้ย!” ไอรอนแมนประท้วงพร้อมยิงลำแสงจากทั้งสองมือใส่เหยื่อ จากนั้นตามด้วยยิงเข็มยาสลบที่ผลิตขึ้นมาพร้อมกับเกราะรุ่นนี้เมื่อไม่กี่วันก่อน

ร่างของคนที่เป็นเป้าหมายค่อยๆ ล้มลงไปนอนบนพื้นแล้วหลับไปเพราะฤทธิ์ยา ไอรอนแมนที่เห็นแบบนั้นก็เปิดหน้ากากออกแล้วเดินเข้าไปดูใกล้ๆ เพื่อแบกร่างนั้นกลับไปยังสตาร์คทาวเวอร์แล้วให้ชิลด์ตรวจสอบ

ปั้ง!!!

“อึก...”

โทนี่ร้องออกมาเบาๆ เมื่อเขาโดนอะไรบางอย่างกระแทกเข้าที่หลังจนตัวลอยไปกองคะมำด้านหน้า เขาค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นแล้วหันไปมองคนในเครื่องแบบธงชาติอเมริกาที่ยืนหายใจหอบอยู่ หน้ากากถูกถอดออกไปแล้วทำให้เห็นใบหน้าไม่พอใจและสายตาเขม่นชัดขึ้น ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเบิกขึ้นอย่างตกใจและไม่เข้าใจ

“สตีฟ...”

“อย่าทำร้าย!!!...เขา” เสียงของสตีฟเบาหวิวในความรู้สึกของโทนี่ “เขาไม่ใช่ศัตรูของเรา”

 

โทนี่ไม่พอใจเอามากๆ เมื่อเห็นสตีฟแบกร่างของศัตรูมาด้วยแขนสองข้างที่เคยโอบอุ้มเขาไว้ เขาเดินตามหลังอีกคนไปยังห้องแล็ปของตัวตึกที่มีเจ้าหน้าที่ของชิลด์ทำงานอยู่ ก่อนจะยืนพิงประตู กอดอก แล้วปรายตามองร่างของคนแขนเหล็กที่หลับใหลไม่ได้สติ

บุรุษโลหะไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดกัปตันอเมริกาถึงต้องไปช่วยศัตรูที่คิดจะหมายหัวฆ่าคนทั้งเมืองนิวยอร์คและตัวพวกเขาเอง อีกอย่างก็คือทำไมถึงได้ลงมือทำร้ายเขาเพียงเพื่อจะเดินมาอุ้มไอ้เจ้าบ้านี่

“คิดอะไรอยู่น่ะสตาร์ค”

“เปล่า”

เสียงนุ่มลึกที่คุ้นเคยของนาตาชาเรียกสติให้สตาร์คกลับมาอยู่ที่เดิม เขาเหลือบมองคนตรงข้ามที่อยู่ในท่าเดียวกับเขาแล้วเอ่ยตอบแบบขอไปที ก่อนจะผละสายตาไปมองเจ้าหน้าที่ที่กำลังตรวจสอบท่อนแขนเหล็กนั้นอย่างระมัดระวัง

“เกิดอะไรขึ้นตอนปฏิบัติงานหรือไง”

“ก็...” โทนี่เหลือบสายตาขึ้นมองเพดาน คิดอะไรสักพักแล้วยักไหล่ “แค่โดนหมาบ้ากัดนิดหน่อย”

“ให้ไปจับคนแต่โดนหมากัดเนี่ยนะ”

นาตาชาเอ่ยถามด้วยสีหน้าฉงนใจแล้วเปลี่ยนเป็นยกยิ้มอย่างรู้ทัน หล่อนหันหน้าไปมองทางอื่นแล้วพูดต่อ

“ฉันกับคลิ้นท์เราขับยานวนเวียนดูพวกคุณอยู่แถวนั้น”

“นี่แอบล้ำเส้นหรือไง” โทนี่เอ่ยเสียงหงุดหงิด

“เปล่า” นาตาชาตอบยิ้มๆ “แค่เผื่อว่าพวกนายจะพลาดท่าแล้วเราจะได้ช่วยทัน”

โทนี่เงียบซึ่งต่างจากปกติที่ไม่เคยยอมใคร และนาตาชาก็รู้ดีว่ามันเป็นเพราะเหตุผลอะไร เธอเหลือบสายตามองโทนี่ที่ยืนมองใครคนหนึ่งซึ่งเอาแต่ยืนเกาะขอบหน้าต่างห้องทดลองมองร่างนิ่งสงบของคนแขนเหล็กด้วยความเป็นห่วงผสมวิตกมานานหลายนาทีแล้ว

“พวกเราก็พอจะรู้กันมาพักหนึ่งแล้วว่าชายคนนี้คือคนเดียวกับทหารนายหนึ่งที่หายไป ทหารนายนี้เข้าร่วมกลุ่มกับกัปตันอเมริกาในสงครามโลกครั้งที่2 และร่วมออกรบเคียงข้างกันมาจนอ่า...ฉันขอข้ามตรงนี้ละกัน”

“อะไร”

โทนี่เหลือบมามองนาตาชาที่ชักจะทำเขาหงุดหงิดเพิ่มขึ้นไปอีกแล้วเอ่ยถามเสียงเรียบ แต่หญิงสาวตรงหน้าเพียงแค่มองเขายิ้มๆ แล้วเดินเข้ามาใกล้ก่อนหยุดอยู่ตรงหน้าเขา

“เอาเป็นว่าคนที่นอนสลบอยู่ในนั้นเป็นคนสำคัญของกัปตันและฉันคิดว่านายควรอยู่ห่างๆ แฟนของนายสักพัก”

 

โทนี่ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงกว้างแสนนุ่มในห้องนอนของเขา วันนี้มันช่างเหนื่อยล้าไปทั้งกายและใจ เขาหลับตาลงเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดต่างๆ มากมายที่ทับถมเขามาหลายชั่วโมง แต่ต้องลืมตาขึ้นเมื่อนึกย้อนไปถึงคำพูดของนาตาชาที่วนเวียนอยู่ในหัวสมองของเขาไม่หยุด

ทำไมเขาถึงต้องอยู่ห่างจากสตีฟสักพักด้วย?

“โทนี่” เสียงเรียกของสตีฟทำเจ้าของชื่อสะดุ้งหันมามอง “ผมต้องไปปฏิบัติงาน คงไม่เจอกันสักพัก

“อืม”

ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบทันทีเมื่อโทนี่ตอบรับเสียงเบาหวิว สตีฟที่หันหลังจับลูกบิดประตูได้แต่หยุดยืนนิ่งงันอยู่อย่างนั้น ความรู้สึกบางอย่างมันฉุดรั้งไม่ให้เขาขยับตัวออกไปจากห้องนี้ น้ำเสียงของโทนี่พร้อมความรู้สึกที่แฝงออกมามันรั้งเขาให้หันไปมองอีกคนอย่างนึกห่วง ใบหน้าเศร้าเหงาหงอยของคนบนเตียงช่างบีบหัวใจของเขาจนแทบหายใจไม่ออก

โทนี่เพียงแค่ลุกขึ้นนั่งตรงขอบเตียงแล้วเสหน้ามองไปทางอื่น มือเล็กคว้ากำผ้าปูที่นอนแน่นจนยับยู่ยี่ ริมฝีปากกัดเม้มเข้าหากันเหมือนพูดอะไรไม่ออก หากแต่ภายในใจมันว้าวุ่นจนอยากจะเอ่ยถามออกไปให้หมดกับสิ่งที่ในหัวกำลังคิดอยู่

“ผม...ไปนะ”

เมื่อไม่มีใครพูดอะไรออกมาสตีฟจึงตัดสินใจเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบแล้วเปิดประตูรีบเดินออกไปทันที เขาไม่แม้แต่จะหันมาสนใจคนด้านหลังที่นั่งก้มหน้าตัวสั่นอยู่เงียบๆ คนเดียว

 

สตีฟและโทนี่ไม่คุยกันเลยหลังจากคืนนั้นที่สตีฟตัดสินใจเดินออกจากห้องนอนไป ถึงแม้ว่าจะมีร่วมงานออกรบเคียงข้างกันบ้างแต่ก็ไม่มีการเฉียดมาโดนกัน ทั้งคู่จะแบ่งสัดส่วนของศัตรู แบ่งหน้าที่กันไปทำงาน พอกลับมาถึงบ้านทั้งคู่ก็ต่างแยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัวของตัวเอง กินข้าวคนละที่ อยู่กันคนละส่วน แต่มีสิ่งเดียวที่ยังคงเป็นแบบเดิมอยู่ทุกวันคือ...ทั้งคู่จะนอนเตียงเดียวกัน เคียงข้างกันเสมอ

วันนี้โทนี่ตัดสินใจแอบตามสตีฟไปเพื่อดูว่าอีกคนไปปฏิบัติภารกิจอะไรถึงได้ไม่สนใจเขาเลย เขาตามไปยังห้องคุมขังห้องหนึ่งที่แข็งแกร่งและทนทานต้านการบุกรุกได้อย่างดี(เขาสร้างมันเอง) เขาแอบหลบอยู่ตรงมุมอับที่เห็นเพียงร่างของสตีฟซึ่งกำลังยืนท้าวขอบหน้าต่างและส่งยิ้มให้กับอะไรบางอย่างที่อยู่ข้างในนั้น

“สวัสดีพลทหารเจมส์ บานส์” เสียงสตีฟเอ่ยทักเบาๆ แต่มันดังก้องไปทั่วห้อง “บั้คกี้เพื่อนของฉัน”

ประโยคสุดท้ายของสตีฟแทบทำโทนี่ร่างกายอ่อนยวบ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่เชื่อหู หัวใจมันเต้นเร็วขึ้นเพราะความตกใจ เขาเอนกายให้ชิดกับผนังบันไดวนนี้แล้วนั่งฟังต่อไปเงียบๆ

“นายจำฉันไม่ได้จริงเหรอ เรื่องของเรา ความทรงจำทุกอย่าง เรื่องต่างๆ ที่เราเคยทำด้วยกัน”

“นายเป็นใคร” เสียงทุ้มตอบกลับอย่างเลื่อนลอย “แล้วบั้คกี้นั่น...ใคร”

“นาย...ความทรงจำยังไม่ฟื้นคืนมาอีกเหรอ”

เสียงของสตีฟเงียบหายไปนานจนโทนี่ต้องชะโงกหน้าออกไปดู คนในห้องขังเพียงแค่นั่งกุมมือวางบนโต๊ะมองคนผมทองนิ่งๆ แล้วเอียงคออย่างสงสัย เหมือนพยายามนึกคิดอะไรบางอย่างที่เลือนลางในหัว

“นายจำฉันไม่ได้เหรอบั้คกี้!!

ปั้ง!!

โทนี่สะดุ้งเฮือกแล้วแอบลดตัวมามองต้นเสียงทุบอะไรบางอย่างก่อนเห็นตัวของสตีฟค่อยๆ คุกเข่าทรุดลงกับพื้น มือทั้งสองข้างกำแน่นจนท่อนแขนสั่น สองหมัดนั้นวางอยู่บนผนังกระจกพลาสติกที่ใช้กั้นระหว่างคนตัวใหญ่นั่นกับคนด้านใน ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเสียงเมื่อครู่ใครเป็นคนทำ

หัวใจของโทนี่เหมือนถูกกรีดออกช้าๆ ด้วยมีดนับร้อยที่ล่องหน เขากลับมานั่งพิงผนังกำแพงเย็นเฉียบเช่นเดิมแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อไม่ให้ตัวเองออกไปอาละวาดจนทำลายบรรยากาศของคนสองคนพัง

“นายเป็นใคร บั้คกี้เป็นใคร”

“พวกมันลบความทรงจำของนาย!! เลวที่สุด!!” เสียงของสตีฟแฝงไว้ด้วยความโกรธแค้นที่สั่นเครือ “พวกมันลบแม้กระทั่งฉันที่เป็นเพื่อนรักของนาย”

“นายเป็นใคร แล้วฉัน...เป็นใคร

“เลิกพูดแบบนั้นสักทีเถอะ!!!

สตีฟตวาดกร้าวพร้อมน้ำตาที่คลออยู่เต็มหน่วย เขาลุกขึ้นยืนโดยฉับพลันแล้วยื่นหน้าไปใกล้กับบานกระจกที่คั่นระหว่างเขาและคนด้านในเอาไว้ เขาพยายามควบคุมจังหวะการหายใจไม่ให้มันแรงไปกว่านี้เพราะอารมณ์โมโหที่คุกรุ่นอยู่ภายใน ตอนนี้หัวใจของเขาเจ็บปวดเหลือเกิน รู้สึกได้ถึงความเศร้าที่กัดกินจนหมดหนทางหนี

“นาย...เป็นใคร”

“ก็เป็นคนที่นายรัก รักที่สุดไง” สตีฟพูดเสียงสั่น “ส่วนบั้คกี้ก็คือคนที่ฉันรักที่สุดเช่นกัน”

สิ้นเสียงของสตีฟทุกอย่างก็กลับไปเงียบสงบตามเดิม โทนี่ที่ได้ยินแบบนั้นก็หัวใจสลายลงไปกองกับพื้นทันที เขายกมือขึ้นปิดปากเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นที่กำลังจะเล็ดลอดออกมา น้ำตาไหลออกเป็นทางอาบแก้มจนมันหยดลงบนพื้น คนตัวเล็กทำได้แค่ปล่อยโฮในใจแล้วนั่งรับฟังคำพูดของคนที่เขารักอยู่ตรงนั้นโดยไร้เรี่ยวแรงที่จะวิ่งหนี

“ถ้าหาก...ถ้าหากว่าฉันทำได้ ฉันจะพานายหนีออกไป หนีไปด้วยกันแล้วอยู่ด้วยกันจนเราตายไปจริงๆ ตามวัยที่ควรจะเป็น ฉันจะปกป้องนาย ดูแลนาย ทำให้นายจำฉันให้ได้

“...”

ไม่มีเสียงใดตอบกลับมา โทนี่หายใจแรงและถี่ขึ้นพร้อมกัดริมฝีปากที่สั่นระริกจนเลือดซึม ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยน้ำจนมองอะไรไม่ชัด เขาหันไปทางที่คิดว่าน่าจะมีสตีฟอยู่ก่อนจะหยิกแขนตัวเองเพื่อบรรเทาความเจ็บในใจซึ่งโดนทำลายลงไปครั้งแล้วครั้งเล่า

ตอนนี้โทนี่รู้แล้วว่าทำไมพักนี้เขาและสตีฟถึงไม่ได้คุยกัน ไม่ได้อยู่เคียงข้างกัน และทำไมเขาถึงแตะต้องคนในห้องขังนั้นไม่ได้จนถึงกับโดนโล่เขวี้ยงเข้าใส่กลางหลัง ทั้งหมดเป็นเพราะชายคนนั้นคือคนที่สตีฟเคยรักและคิดว่าตายไปแล้วหากแต่กลับฟื้นคืนมาในองค์กรศัตรูเลยถูกลบความทรงจำ เมื่อสตีฟเจอชายคนนี้ถ่ายไฟเก่าจึงกลับมาร้อนอีกครั้ง

โทนี่กลั้นเสียงสะอื้นที่เล็ดลอดออกมาเบาๆ แล้วปิดปากให้แน่นขึ้นพร้อมทรุดตัวลงซบกับขั้นบันได มืออีกข้างที่ว่างกำเข้าหากันแน่นจนสั่นไปทั้งแขน เขาร้องไห้จนตัวโยนเมื่อได้ยินเสียงสั่นเครือของสตีฟที่เอาแต่เรียกชื่อคนในห้องขังไม่หยุด ยิ่งสตีฟร้องไห้เขาก็ยิ่งร้องตามมากกว่าหลายเท่า

“หนีไปด้วยกันเถอะนะ...บั้คกี้”

 

เมื่อไม่ว่าจะทำอย่างไรคนในห้องขังก็ไม่มีท่าทีจะจำเขาได้เลย สตีฟจึงยอมจำนนและลุกขึ้นยืนเพื่อเดินกลับไปยังห้องของโทนี่ที่ป่านนี้คงกำลังรอเขาอยู่ คนตัวสูงหันหลังให้กับคนในอดีตแล้วก้าวเท้าไปอย่างไร้เรี่ยวแรง หัวใจเต้นไหวช้าลง สตีฟกำลังสับสนในสิ่งที่เขาไม่รู้ว่าสับสนอะไร ก่อนจะตาเบิกกว้าง หัวใจแทบหยุดเต้น คล้ายเวลาถูกหยุดลงเพียงแค่นี้เมื่อเขาเห็นร่างคุ้นเคยนั่งอยู่ตรงขั้นบันได

“ทะ...โทนี่!

“...ไง”

โทนี่ตอบกลับเสียงสั่นแล้วเหยียดยิ้มให้ภายในความมืดที่มีแสงไฟส่องมาได้ถึงแค่ครึ่งหน้าล่าง สตีฟถึงกับหัวใจร่วงไปกองบนพื้นแทบจะทรุดตัวลงไปนั่งข้างคนตัวเล็กกว่า เขามองโทนี่ที่นั่งชันเข่าข้างหนึ่งขึ้นชิดอก ข้อศอกวางลงบนเข่าพร้อมมือข้างขวาที่กุมขมับก้มหน้าลงนิ่ง ตัวของโทนี่ยังไม่หายสั่น เสียงสะอื้นยังเล็ดลอดออกมาจากปากอยู่เล็กน้อย

“คุณ... คุณมานี่ได้ไง”

“ตามนายมาไง”

ถึงแม้จะดูเป็นคำตอบกวนๆ ตามสไตล์โทนี่ สตาร์คแต่สตีฟกลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เขาทำได้แค่ยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ไม่รู้ควรพูดอะไรออกไปดี ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโทนี่มาได้ยินตั้งแต่เมื่อไหร่

“คุณมาตั้งแต่เมื่อไหร่”

“เพิ่งลงมาถึงตอนนายเดินมาเมื่อกี้

เสียงของโทนี่สั่นเครือก่อนร่างนั้นจะขยับลุกขึ้นยืนโซเซ คนตัวเล็กหันหลังให้กับคนรักแล้วก้าวขาจะเดินขึ้นข้างบนแต่ข้อมือกลับถูกคว้าไว้โดยคนตัวใหญ่กว่าแล้วดึงให้เขาหันไปหา โทนี่ที่หันไปตามแรงกระชากของสตีฟกลับใช้มือของเขาดันอกอีกคนออกเต็มแรงแล้วสะบัดแขนตัวเองออกตาม หยาดน้ำตายังคงไหลลงมาให้เห็น ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความเสียใจและเย็นชา ริมฝีปากอิ่มแดงและมีเลือดซึม ลมหายใจถี่ขึ้นเมื่อควบคุมอารมณ์โกรธเอาไว้ไม่ไหวอีกต่อไป

“คุณอย่ามาดื้อกับผม”

“ทำไมนายไม่เคยเล่าให้ฉันฟัง” โทนี่ถามเสียงเบาแล้วปาดน้ำตาออก “หรือเพราะว่านายไม่คิดว่าเขาจะกลับมามีชีวิตได้อีกเลยไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่ขอโทษนะ...เขามาอยู่ตรงหน้านายแล้ว

“...ไม่ใช่”

“ฉันขอตัว ไม่อยากเป็นก้างขวางคอใคร”

โทนี่ไม่อยากใช้คำว่าแฟนเก่าและแฟนใหม่กับตัวเขาเอง เขาอยากเป็นแค่เพียงแฟนคนเดียวและแฟนคนปัจจุบันของสตีฟเท่านั้น แต่ไม่เคยคิดเลยว่าคนๆ นี้จะมอบมันให้เขาหมดภายในวันและเวลาเดียวกัน เขายกมือขึ้นเช็ดคราบน้ำตาออกไปแล้วรีบเดินขึ้นบันได

“โทนี่ โทนี่คุณต้องฟังผม!!” เสียงของสตีฟดังขัดโทนี่ที่กำลังจะหายไปจากเขาอีกคน ดวงตาสีฟ้าสั่นไหวเช่นเดียวกับหัวใจที่หายตามอีกคนไป

“ทุกอย่างที่ฉันได้ยินมันบอกฉันหมดแล้วสตีฟ!! นายมันก็แค่คุณปู่หลงยุคที่ลืมคุณย่าหลงยุคในห้องนั้นไม่ได้! ฉันเคยคิดนะว่านายเป็นคนดีมากกว่าที่ฉันคิดไว้ นายเป็นที่น่าคบและน่าไว้ใจมากที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา แต่นี่ แต่นี่นายกลับทำลายความรู้สึกของฉันทุกอย่างที่มีให้กับนาย!!!

“ผม...ผมขอโทษ” สตีฟพูดได้แค่เพียงคำสั้นๆ เท่านั้นในตอนนี้ “ผม...สับสนเหลือเกิน”

“อ๋อ...ที่นายบอกว่านายรักฉัน นายอยากคบกับฉัน นั่นเป็นเพราะนายสับสนว่าจริงๆ แล้วนายรักฉันจริงๆ หรือว่านายมองฉันซ้อนทับกับใครอีกคนกันแน่ใช่มั๊ย”

“...อืม”

คำตอบของสตีฟมันหยุดทุกอย่างลงรวมไปถึงการตัดสินใจของโทนี่ คนตัวเล็กเหมือนโดนไฟฟ้าช็อตเข้าที่ตัวหลายล้านโวลต์จนสมองชามึนงงไปหมด ความมั่นใจที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด ความเชื่อใจที่เหลืออยู่ไม่ถึงครึ่งถูกพังครืนลงไปต่อหน้าต่อตา ริมฝีปากอิ่มทำได้แค่แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างสมเพชตัวเอง เขากำหมัดแน่นแล้วใช้มันท้าวกำแพงเพื่อทรงตัว

“ถ้านายไม่เคยลืมคนเก่า นายก็ไม่ควรจะมารักคนใหม่ เพราะคนที่เจ็บไม่ได้มีแค่นาย สตีฟ”

“...ผมขอโทษ”

สตีฟพูดเสียงเบาหวิวแล้วเงยหน้ามองโทนี่ที่มีแต่ความเสียใจแผ่ซ่านออกมา ดวงตากลมโตมองเขาอย่างปวดร้าว ริมฝีปากอิ่มสั่นระริกเหมือนไข้จับ มือและร่างที่เคยยืนหยัดได้กลับสั่นสะท้านจนเสียศูนย์ เขาก้าวเข้าไปหาอีกคนเพื่อดูอาการและช่วยพยุงแต่อีกคนกลับถอยหนี

“เรากลับไปเป็นแบบเดิมเถอะสตีฟ กลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนที่เราไม่ถูกคอกัน ฉันว่าบางที...เส้นขนานระหว่างเราคงจะต้องแยกกันใหม่ก็คราวนี้”

“โทนี่...”

“...”

“ผม...ขอโทษ”

โทนี่รีบเดินขึ้นมาชั้นบนให้เร็วที่สุดเมื่อเห็นว่าอีกคนไม่ได้จะรั้งเขาแบบที่ในใจคิดเอาไว้ น้ำตามากมายที่เคยแห้งเหือดกลับไหลออกมาใหม่ราวกับเขื่อนแตก เขารีบวิ่งให้เร็วที่สุดเพื่อไปยังห้องนอนของตัวเอง

สตีฟยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เขาก้มหน้าลงซ่อนน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ขาดสายแล้วค่อยๆ ทรุดตัวลงไปกับขั้นบัน ใช้สองมือนั้นกดลงขั้นบนไว้เพื่อทรงตัวที่ไม่เหลือแรงอะไรแล้ว

โทนี่ปิดประตูล็อคห้องและปล่อยให้ร่างของตัวเองทรุดลงกับพื้น เขานั่งหลังพิงบานประตูเย็นเฉียบแล้วชันเข่าขึ้นก่อนจะยกมือปิดหน้าร้องไห้ออกมาอย่างหนัก เสียงสะอื้นดังระงมไปทั่วทั้งห้องนอนที่แสนอ้างว้างนี้

 

และแล้วเหล่าAvengersก็ถึงคราวมารวมตัวกัน สตีฟที่กลับมาจากโรงยิมปิดประตูห้องเบาๆ เขาเดินตรงไปยังห้องนั่งเล่นเรียบๆ ที่จัดแต่งขึ้นใหม่เองโดยเขาพร้อมหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ เขามองบนโต๊ะชุดเดียวกันกับเก้าอี้ซึ่งมีแฟ้มเอกสารวางอยู่ เขาเปิดมันออกแล้วหยิบแผ่นกระดาษประวัติผู้คนที่เกี่ยวกับตัวของเขาขึ้นมาอ่าน ก่อนจะเจอเข้ากับประวัติของคนๆ หนึ่งที่แสนคุ้นเคย

นี่ก็หลายปีมาแล้วที่เขาและโทนี่ไม่ได้พบหน้ากันเลย ดูเหมือนว่าโทนี่จะมีความสุขกับสิ่งที่เป็นและมีอยู่ ความร่ำรวย ชื่อเสียง และคนรักอย่างเพ็พเพอร์ พ็อตส์ สตีฟไล่อ่านประวัติของคนตัวเล็กนั้นด้วยความรู้สึกคะนึงหาก่อนวางมันลงตามเดิม เขาตัดสินใจออกไปข้างนอกอีกครั้งเพื่อหาอะไรวาดให้คลายจากความเครียด

สตีฟที่กำลังต่อสู้กับโลกิถึงกับงงต้องเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเมื่อได้ยินเสียงเพลงร็อคดังมาแต่ไกล แล้วตามมาด้วยอะไรบางอย่างที่คุ้นตาเขาดี ไอรอนแมนยิงแสงใส่โลกิจนอีกคนตัวลอยไปกระแทกขั้นบันได แล้วไม่นานโลกิก็ถูกจับกุม

สตีฟไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าวันนี้เขาได้กลับมายืนข้างคนที่เขาเคยรักและยังคงรักอยู่ เขาเอ่ยเรียกนามสกุลอีกคนแต่ดูเหมือนคนข้างกายจะจำได้แค่ว่าเขาเป็นเพียงเพื่อนร่วมขบวนการคนหนึ่ง

พอขึ้นมาอยู่ในเครื่องเจ็ทของชิลด์สตีฟก็เอาแต่เหลือบมองโทนี่ที่ยืนเงียบมานานจนน่าอึดอัด เขาเอ่ยชวนอีกคนคุยถึงเรื่องของโลกิก่อนจะโดนตอกกลับมาด้วยถ้อยคำยียวนและนั่นทำเขาประสาทแตก เขามองโทนี่ที่คงจะลืมเขาไปได้แล้วจนหมดใจก่อนจะยิ้มอย่างเข้าใจแล้วกวนกลับบ้าง(อย่างไม่พอใจ)

ช่วงที่ธอร์มาพาโลกิไปแล้วโทนี่ก็รีบตามออกไปสตีฟอดจะเป็นห่วงไม่ได้ เขารีบไปคว้าเอาร่มชูชีพแล้วสวมเพื่อตามไปหยุดอีกคนที่คงหาเรื่องไปเจ็บตัว เขาไม่สนคำเตือนของนาตาชา รีบโดดร่มลงไปแล้ววิ่งตามหาอีกคนก่อนจะเจอแล้วใช้โล่ขว้างใส่คนที่กำลังสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายหยุด

พอถึงยานใหญ่ของหน่วยชิลด์โทนี่ก็หายไปกับโคลสันและทิ้งให้เขามาอยู่กับพวกนิค ฟิวรี่ เขาพยายามมองหาคนตัวเล็กที่ไม่รู้ไปอยู่ไหนแล้วต้องดีใจระคนแปลกใจเมื่อได้ยินเสียงคนพูดมากจอมอวดดีดังมาแต่ไกล

“กัปตัน ขอคุยด้วยหน่อยสิ”

“อ่อ ได้ครับ”

สตีฟตอบรับคำขอของนาตาชาที่เดินนำเขาไปยังห้องว่างห้องหนึ่งซึ่งไร้ผู้คน เขาจ้องมองแม่สาวผมแดงที่เอาแต่ยืนมองเขาลูกเดียวจนเริ่มรู้สึกขัดเขิน เขาทำท่าจะเอ่ยปากถามแต่นาตาชากลับขัดเอาไว้

“เรื่องของนายและโทนี่ฉันรู้หมดแล้วตั้งแต่วันที่พวกนายทะเลาะกันแล้วก็อ่า...”

“ครับ”

“หวังว่านายจะแยกเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานออก”

“ผมแยกได้แน่ครับ”

นาตาชามองสตีฟที่หลุดเข้าไปอยู่ในโลกความทรงจำครั้งนั้นตัดสินใจเดินจากไปเพื่อให้อีกคนอยู่คิดอะไรเงียบๆ คนเดียว

 

สตีฟเดินมาหาโทนี่ที่แล็ปของชิลด์ มาทันจังหวะที่อีกคนกำลังเล่นหยอกล้อกับดร.แบนเนอร์ เขารีบเข้าไปหาเพราะความรู้สึกไม่พอใจที่อีกคนเอาชีวิตคนบนยานมาเสี่ยง และไม่พอใจที่เห็นสองคนนี้ดูสนิทสนมกันง่ายดายเหลือเกินจนเริ่มกลัว เขาเดินเข้าไปเพื่อเรียกอีกคนให้มาคุยกันแต่พอได้ยินประโยคกวนๆ แบบนั้นก็เลยของขึ้นแล้วตอกกลับไปอีก ทั้งคู่ที่เผลอมองตากันเหมือนหลุดเข้าไปถึงความหลังบางอย่างที่สะกิดแผลเก่าขึ้นมา โทนี่พยายามหลุบตาไปทางอื่นแล้วสะกดความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้

สุดท้ายทุกอย่างก็เหมือนเคย เขาไม่มีโอกาสได้คุยกับโทนี่สองต่อสองเลย จนกระทั่งช่วงที่คลิ้นท์มาระเบิดยานจนเขาและโทนี่ตัวลอยไปนอนกองข้างกัน เขารีบเงยหน้าขึ้นมองโทนี่ที่นอนกองกับพื้นอย่างเป็นห่วง ก่อนจะมองไปรอบๆ เพื่อดูให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรแอบแฝงเข้ามา ก่อนรีบลุกไปช่วยพยุงตัวอีกคนออกไป

การต่อสู้สิ้นสุดลงโดยที่ฝ่ายเรามีคนเสียชีวิตไปหนึ่งนั่นก็คือโคลสัน โทนี่ดูจะโกรธและไม่พอใจเอาเสียมากๆ เมื่อได้ยินข่าวร้ายแบบนี้ คนตัวเล็กเอาแต่นั่งเงียบแล้วฟังนิค ฟิวรี่พูดก่อนกเข้าไปอยู่ในภวังค์ของตัวเองจากนั้นก็ลุกออกไป สตีฟเหลือบมองโทนี่แล้วอดเป็นห่วงไม่ได้เลยขอตัวตามอีกคนไปเช่นกัน

หลังจากที่พวกเขารู้แผนการกันแล้วและได้ต่อสู้กับโลกิจนมาถึงปลายทาง สตีฟใจหายวูบเมื่อเห็นโทนี่ในเกราะสีแดงดันมิดไซส์ขึ้นไปยังท้องฟ้าแล้วหายวับเข้าห้วงมิติไป เขาไม่รู้ว่าอีกคนที่อยู่ในนั้นจะเป็นอย่างไรบ้าง หัวใจของเขาเต้นช้าลงและเบาหวิวขึ้นเรื่อยๆ ความทรงจำทั้งหมดก่อนมาเจอกันอีกครั้งฉายชัดเข้าในหัว เขาแทบจะทรุดลงไปนั่งกับพื้น ภาพของโทนี่ที่มีความสุขเคียงข้างเขา ภาพของโทนี่ที่ร้องไห้อย่างผิดหวังและเสียใจเพราะเขา สตีฟเงยหน้ามองห้วงมิติด้วยสายตาเศร้าสร้อยแล้วได้แต่หวังให้อีกคนกลับลงมาทัน

สตีฟตัดสินใจสั่งปิดห้วงมิติเมื่อไม่เห็นอีกคนลงมาเสียที นาตาชาทำตามคำสั่งแล้วในที่สุดเธอก็ปิดห้วงมิตินั้นได้พอดีกับที่ร่างของไอรอนแมนร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าแบบไม่ชะลอ โชคดีมากที่ฮัลค์ขึ้นไปช่วยไว้ได้ทันพอดิบพอดี

หัวใจของกัปตันอเมริกาดำดิ่งสู่ความมืดมิด ราวกับวิญญาณของเขาถูกกระชากออกไปจากตัวเมื่อไม่เห็นไฟปฏิกรณ์อาร์คทำงานตามเดิม เขาก้มหน้าลงมองพื้นอย่างหมดหวังแล้วลูบเครื่องนั่นเพื่อหวังว่ามันจะติด แต่เหมือนปาฏิหาริย์ยังมีเมื่อบรูซตะเบ็งเสียงร้องออกมาแล้วโทนี่ก็ลืมตาขึ้น

ทุกอย่างกลับไปเป็นปกติ สตีฟต้องไปพักอยู่ที่ตึกสตาร์คชั่วคราว ที่เก่า ที่เดิม ที่เขาเคยอยู่และคุ้นเคยกับมันดี...

พวกเหล่าavengersคนอื่นๆ ยกเว้นธอร์ก็มาอยู่ที่นี่ชั่วคราวเช่นกัน บรูซขอตัวไปห้องแล็ปของโทนี่ ส่วนคลิ้นท์และนาตาชาจะไปรำลึกความหลังที่บูนาเปซกันสองคนเสียสองสามวัน

.

.

.

.

.

“เรามีเรื่องต้องคุยกันนะโทนี่” สตีฟคว้าข้อมือเล็กที่กำลังจะเดินผ่านเขาไปอีกตามเคย “เรื่องของเรา”

เมื่อสตีฟพูดจบก็ไม่มีเสียงใดตอบกลับมา โทนี่ยืนนิ่งอยู่ข้างกายเขา ใบหน้าเฉยชาต่างจากคนเมื่อครู่ที่พูดไม่หยุดปาก ความอึดอัดและกดดันเริ่มก่อตัวขึ้นแล้วแผ่กระจายออกไปเป็นวงกว้าง สตีฟเหลือบมองใบหน้าครึ่งเสี้ยวของโทนี่ที่เหยียดยิ้มน้อยๆ

“เรื่องของเราเคยมีด้วยเหรอ”

“หลังจากที่เราทะเลาะกันได้ไม่นาน บั้คกี้ก็หนีออกจากห้องนั้นได้ใช่มั๊ย”

“ใช่” โทนี่ตอบเบาๆ แล้วหันไปมองสตีฟ สีหน้ากวนตามสไตล์ “เสียใจมั๊ยที่ไม่ได้เป็นคนช่วยแล้วพากันหนีไปอยู่จู๋จี๋กันสองคน นี่ถ้านายไปช่วยป่านนี้คงมีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมืองให้ฉันอุ้มแล้ว”

“ทางคุณก็คงเหมือนกันสินะ คุณคงลืมผมไปหมดแล้วถึงได้เริ่มต้นใหม่ได้แบบนี้”

“นายเองก็ควรจะกลับไปอยู่กับอดีตแบบที่ถวิลหานะกัปตัน”

สองเสียงที่ยืนพูดข้างกันเริ่มตรึงเครียดจนจาร์วิสต้องเอ่ยปากห้ามแต่กลับได้คำสั่งปิดเสียงไปแทน สตีฟที่ทนไม่ไหวอีกต่อไปจับต้นแขนของโทนี่ทั้งสองข้างเต็มสองมือแล้วหันให้อีกคนมามองเขา ดวงตาของเขามองลึกลงไปในดวงตากลมโตที่เย็นชาขึ้นเรื่อยๆ ตามการค้นหา

“ที่ผมยังไม่มีใครก็เพราะผมลืมคนเก่าไม่ได้ โทนี่ คนเก่าที่ผมว่าก็คือคุณ โทนี่ สตาร์ค”

“แต่ฉันลืมได้แล้ว”

“คุณลืมได้แล้วจริงๆ น่ะเหรอ” สตีฟถามน้ำเสียงจริงจัง “คุณก็ดีแต่หลอกตัวเองแล้วปรนเปรอทุกอย่างเพื่อช่วยให้คุณลืมอดีตอันแสนขมขื่นนั่น ผมรู้ว่าผมเลว ผมชั่ว ผมมันไม่ดีที่ทำคุณเสียใจจนเราต้องกลายมาเป็นเส้นขนานกันอีกครั้ง แต่โทนี่ ผม...ผมไม่เคยนอนหลับได้อย่างสบายใจเลยเมื่อไม่มีคุณอยู่ข้างกาย”

มือหนากุมแก้มเนียนที่มีหนวดแล้วใช้นิ้วโป้งไล้พวงแก้มขึ้นลงเบาๆ อย่างรักใคร่และคิดถึง ดวงตาสีฟ้าสั่นไหว ลมหายใจเริ่มถี่ จมูกเริ่มแดงน้อยๆ

“ผมขอโทษ ไม่มีคำพูดไหนที่ผมควรพูดกับคุณมากที่สุดเท่าคำนี้ ผมไม่สามารถหลับตาลงได้เลยเมื่อมันมีแต่คุณอยู่เต็มหัว ผมทนไม่ได้ที่เห็นคุณเกือบเอาตัวไม่รอดจากไอ้ห้วงมิติบ้าบออะไรนั่น ผมนึกว่าคุณจะไม่กลับมาแล้ว นึกว่าคุณจะจากผมไปตลอดกาล ผม...”

“...”

เสียงของสตีฟเริ่มขาดห้วงและติดขัด ดวงตามีแต่น้ำเอ่อจนล้นออกมาเป็นทาง คนตัวสูงคว้าคนตัวเล็กมากอดแน่นแล้วซบลงบนไหล่มนที่ลู่ลงและสั่นไหว เขากระชับวงแขนให้แน่นขึ้นแล้วพูดต่อ

“คุณเป็นคนบอกผมเองว่าถ้าลืมคนเก่าไม่ได้ก็ไม่ควรมาเริ่มต้นใหม่กับใคร เพราะงั้นผมถึงมาหาคุณ มาขอโอกาสใหม่กับคุณ ผมอยู่ไม่ได้โทนี่ถ้าไม่มีคุณอยู่ข้างกาย ผมทนไม่ได้...ผมไม่อยากให้เราเป็นแค่อดีต ใช่ ผมกับบั้คกี้อาจจะเคยมีอะไรมากกว่าเพื่อนร่วมงาน แต่นั่นมันก็เป็นอดีตไปแล้ว ผมรักและเป็นห่วงเขาแค่ในแบบเพื่อนเท่านั้น ตอนผมอยู่ในโลกปัจจุบัน ผมมีคุณคอยเติมเต็มทุกอย่างที่ขาดหายให้กลับคืนมา และตอนนี้ผมก็อยากอยู่กับปัจจุบันมากกว่าอดีต ผมอยากก้าวผ่านทุกเรื่องราวไปพร้อมกับคุณ

“...ฮึก” เสียงสะอื้นเบาๆ ดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากอิ่ม “ฮือ...”

“ผมขอโทษ ที่ทำคุณร้องไห้ตลอดเลย” สตีฟกระชับวงแขนแล้วลูบกลุ่มผมนั่นเบาๆ อย่างปลอบโยน เขาเหลือบมองคนในอ้อมแขนที่ตัวสั่นเพราะการสะอื้น

“ผม...ขอโทษ เริ่มต้นใหม่กับผมได้มั๊ย ต่อไปนี้ผมจะมีแค่คุณ คุณไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น ผมสัญญาว่าผมจะสนใจแค่เพียงคุณ อยู่เพื่อคุณ และปกป้องแต่คุณ”

“ฮึกๆ ....ฮื้อ อึกฮือ”

“มองตาผมสิ”

สตีฟผละตัวโทนี่ออกเบาๆ ใบหน้าหนวดเประเปื้อนไปด้วยน้ำตา คนตัวเล็กจ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขาตามคำสั่ง เขาเองก็จ้องมองเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลที่แสนคิดถึงเหมือนกัน

ในสายตาผมมีแค่คุณ ผมจะมองแค่คุณ คุณที่เป็นโทนี่ สตาร์คไม่ใช่ใครที่ไหน”

“สตีฟ...”

“ผมรักคุณ”

สตีฟประกบจูบลงบนริมฝีปากอิ่มเพื่อปลอบใจ เขามอบรสจูบที่หอมหวาน อ่อนโยน และคุ้นเคยให้กับอีกคน ก่อนจะผละออกไปไล่จูบซับน้ำตาที่ไหลลงมาไม่หยุดแล้วเลื่อนไปกดจูบบนหน้าผากมนเบาๆ

“ให้โอกาสผมนะ”

“นายมันแย่ที่สุด!

พูดจบโทนี่ก็ฟาดมือเข้าให้ที่กลางอกจนอีกคนร้องโอดครวญ เขาเงยหน้าที่ยังคงหยิ่งในศักดิ์ศรีทั้งที่ใจอ่อนยวบไปหมดแล้วขึ้นมองสตีฟนิ่ง คนตัวเล็กทำท่าจะฟาดมือเข้ามาอีกรอบแต่สตีฟกลับคว้าไว้แล้วกดจูบบนหลังมือเบาๆ เนิ่นนาน และอ่อนโยน

“คบกับผมได้มั๊ย หรือว่าผมมาช้าไปเพราะคุณมีคุณเพ็พเพอร์อยู่แล้ว”

“เปล่า เพ็พเพอร์แค่เพื่อนของฉันที่ฉันขอร้องให้ช่วยเล่นเป็นแฟน

สตีฟพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจแล้วเขกมะเหงกเบาๆ ใส่หัวโทนี่ เขาทำสีหน้าดุก่อนจะไล้นิ้วเช็ดน้ำตาแล้วเลื่อนหน้าไปมองใบหน้าอีกคนที่แสนคิดถึงให้เต็มสองตา

“ขอโทษที่ทำให้ร้องไห้ตลอด ต่อไปนี้จะไม่ทำให้ร้องไห้แล้ว”

“ถ้าเป็นนายมันก็ร้องตลอดแหละ!

“พิสูจน์มั๊ยล่ะ”

“ถ้าตอบตกลงก็แปลว่ายอมกลับไปคบกับนายอีกอะดิ”

สตีฟเหล่ตามองคนรู้ทันแล้วคว้าเข้ามากอดแน่น เขาหัวเราะเบาๆ อย่างสุขใจพร้อมกดจูบขมับคนอายุแก่กว่าในปัจจุบันแต่นิสัยเด็กกว่าหลายเท่า สตีฟไม่ได้ขอคำตอบอะไร เขาแค่กระชับวงแขนให้แน่นขึ้นแล้วลูบกลุ่มผมสีดำขลับเบาๆ อย่างทะนุถนอม

“ถ้าอยากคบกับผมใหม่ค่อยมาคบก็ได้ แต่ระหว่างการพิจารณาผมจะเป็นคนดูแลคุณเอง โอเคนะ”

“ไม่รู้ไม่ชี้!!

โทนี่ตะโกนขึ้นแล้วดันอีกคนออก สตีฟอดขำไม่ได้แล้วเข้ามาพูดขอคบใหม่อีกครั้งแต่โทนี่ก็ตอบแบบเดิม ยิ่งสตีฟแกล้งโทนี่ก็ยิ่งงอแงยิ่งกว่าเด็กเสียอีก คนตัวใหญ่หัวเราะชอบใจก่อนจะโดนชกเข้าให้หน้าจนหงายหลังตึง

 

 

-THE END-

20/06/2014

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์และกำลังใจดีๆ ค่ะ :D

ผลงานทั้งหมด ของ SaRa_PAO

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

13 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 23:17
    เศร้าตามป๋าจนน้ำตาแทบไหล T^T เครียดตามป๋ากับปู่จนปวดไมเกรนขึ้นมานิดๆเลย 😂 แต่ตอนจนน่ารักมากกกก ชอบค่าาาาา >////////<
    #13
    0
  2. #12 cool_muW (@853412) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 / 23:55
    ฮื่ออออ...สนุกมากกก สงสารโทนี่และแค้นกัปตันมาก นี่ถ้าไม่ลองสูญเสียก่อนกัปตันจะรู้สึกไหม ขอบคุณโทนี่ที่ให้โอกาส
    #12
    0
  3. วันที่ 15 ธันวาคม 2558 / 02:20
    ปู่แย่ๆๆๆแย่ที่สุด
    #11
    0
  4. วันที่ 19 พฤษภาคม 2558 / 12:49
    ตอนเเรกนึกว่าจะจบแบบเศร้าซะเเล้วว ฮืออ สุดท้ายก็จบสวยย 555555555
    #10
    0
  5. วันที่ 28 เมษายน 2558 / 22:24
    แวะมาเม้นอีกรอบ จะบอกว่าพออ่านตอนที่เศร้าๆเนี่ย น้ำตาไหลไม่หยุดเลยค่ะ 555555 พอนอนตื่นมาอาบน้ำ ดันคิดถึงฉากเลิกกันอีก นั่น ร้องอีก ร้องมันทั้งวัน ชอบมากเลยค่ะ สู้ๆน้าา<3
    #9
    0
  6. #8 abcd
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 19:26
    ในที่สุดบัคก็หนีไปซบอกพี่รัมโลว ฮุฮิ

    #8
    0
  7. วันที่ 28 เมษายน 2558 / 04:03
    อ่านตอนกลางๆแล้วอารมณ์แบบ อีบั๊คหมาปลั๊กกกกก!!!//โกรธที่สุดคือปู่ ปู่แย่มาก ถ้าไม่มาง้อนะ ชิ
    #7
    0
  8. วันที่ 26 เมษายน 2558 / 03:18
    ตอนแรกนี่ดราม่าเต็มมาก นึกว่าจะจบไม่สวยซะแล้ว T-T ดีนะที่สุดท้ายเด็กดื้อยอมคืนดีด้วย ><

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 26 เมษายน 2558 / 03:19
    #6
    0
  9. วันที่ 22 เมษายน 2558 / 03:05
    อ่านแล้วกรี๊ดดดดดด

    อีตาบัคกั้อีกแล้วเหรอ  ตัวหายนะ สำหรับ stony ชัดๆๆๆๆ


    แคปงี่เง่า อยากฆ่าแคป 


    สงสารโทนี่ ฮือออออ ร้องไห้ตามเลย แต่


    พอจบแบบเอนดิ้งก็ฟินเลยค่ะ  แหมๆ กว่าจะรู้มใจตัวเองนะแคป น่าจะให้โทนี่ยิงให้ร่วงก่อน

    หุหุ ขออาฆาตแคปนิดหนึ่ง สำหรับเรา เมะเจ็บช่างหัวมัน แต่เคะเจ็บ คนเขียนตายนะค่ะ # ยิ้ม พร้อมลับมีด หึหึหึ
    #5
    0
  10. #4 Hushus
    วันที่ 26 มิถุนายน 2557 / 22:57
    เป็นช็อทฟิคที่เศร้าดี ยิ่งอ่านแล้วฟังเพลงไปด้วย นี่ลุ้นมากว่าจะจบยังไง5555555 สตีฟแอบใจร้าย ไปพูดแบบนั้นให้โทนี่เข้าใจผิด

    เป็นกำลังใจให้นะ สู้ๆ
    #4
    0
  11. #3 umi
    วันที่ 24 มิถุนายน 2557 / 14:23
    แงงงงงงงงงงง ตอนแรกๆอ่านไปปวดใจมาก อยากโดดเตะสตีฟสักป๊าป ทำป๋าเสียใจงี้ได้งายยยยยยย ฟฟฟฟฟฟฟฟ แบบอารมณ์โทนี่แบบรักมาก เชื่อใจมาก พอมารู้ว่าความจริงมันเป็นไงนี่แบบ น้ำตาแทบไหลตาม โฮรวววววววว ดราม่าแบบนี้เราก็ชอบนะ บีบหัวใจดี TwTbbb บั๊คกี้แอบบทน้อย555 < จริงๆคู่นี้เราก็อ่านได้นะ แต่รักป๋ามากกว่า(ฮา) แอบบอกกลัวมากว่าจะ bad end 55 แคปห้ามเปลี่ยนใจอีกนะ เดี๋ยวเชียร์ให้ป๋าไปหาคนใหม่เลยคอยดู หึ -^- รอตามอ่านเรื่องต่อไปปปน้าพี่กวา แต่แบบชอบมากเลยฟิคนี้ XD
    #3
    0
  12. วันที่ 21 มิถุนายน 2557 / 02:53
    เชดดดดดดดดดดดดดดดดดด /เช็ดน้ำตาตัวเองพรากๆๆโฮฮฮ



    แบบว่ากรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดเขาอยากบอกว่าทรมานมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    อาการนี้ตั้งเเต่เคยอ่านโดเรื่องหนึ่งเพิ่งมาเป็นอีกทีแบบว่ายิ่งเลื่นอหน้าเว็บลงจนมันใกล้หมด

    เราลุ้นมากว่ามันจะจบเเบบไหนเพราะมันนน โอยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยโทนี่แฟนเกลิร์จะกัดลิ้นตายTTTT[]TTTTกลัวจบแบบไม่สมหวังกลัวโทนี่ไม่กลับมา กลัวๆๆแงงงง เนื่องจากส่วนตัวรักโทนี่มากๆๆเลยแบบค่อยข่้างอินกับตัวละครตัวนี้มาก โอ๊ยเจ็บTTvTT คือเรายอมรับว่าเรื่องสตีฟบั๊คกี้แรกๆเรายังไม่ค่อยอินเพราะคิดว่าจากที่มองแคปมาไม่น่าเป็นคนแบบนั้นน หรือเราก็คิดอีกว่าเพราะเราไม่เคยเสพโมเม้นคู่นี้เลยยย รึเปล่านะเลยไม่อินจริงๆเเต่ที่อินคือความรู้สึกของป๋าแบบโอยยยยยย เจ็บ เจ็บจริงo]=============[

    แต่ชอบมากๆๆตรงจุดที่แต่งมาเชื่อมกับภาคหนังอเวนแบบโอ๊ยเลิศอ่ะะะ คือเราอ่านได้แต่ฟิคไทยเราเสพในเว็บฝรั่งไม่ออกจริงๆ แล้วในไทยเราเจอแต่โมเม้นดราม่าแบบเคยเจอกันมาเเล้วเเละมาเจอกันอีกในอเวนอ่ะเคยเจอนะ

    เเต่เราชอบของตัวมากๆๆๆตรงจุดนี้ที่เอามาเชื่อมกับพลอตที่ตัวคิดได้ดีเลยแบบเฮ้ยยยยังไม่เคยเจออ่ะแบบนี้ โมเม้นนี้มันก็ใช่อ่ะสำหรับโมเมนสายตานั้นในหนังอเวนแบบโอยยยยยยยยยยย ชอบจุดนี้มากค่ะ!!เอาไปเลยTvTbbbb คือเอามาเชื่อมกับจุดนี้ได้ไงแงๆๆๆๆชอบบบบ เจ็บมั้ยเจ็บบบบบบบบ แต่ชอบบบบที่เอามาเล่นได้ดีเลยแงงง*ดิ้น* ถึงช่วงที่เข้าสู้เรื่องอเวนจะสั้นไปนิดแต่เราเข้าใจอ่ะมันเหมือนปูทางโมเม้นนี้เข้ามาในหัวปั๊ปๆๆเเล้ว เเล้วเราก็ชอบตอนที่แคปง้อแบบ เป็นเราเราเป็นป๋าจะบอกเลยว่าไม่ๆๆแน่ เราเลยคิดว่าตัวจะเเต่งยังไงให้มันฟินนแง้งงงง แล้วก็ต้องยิ้มเลยยTvT,, ชอบตรงงบทพูดที่แคปบอกขอโทษที่ทำให้ร้องให้เเล้วป๋าก็ตอบแบบรู้ทันว่าร้องแน่ถ้ากับนายมันให้อารมณ์เถียงกันเเต่มันคือ อบอุ่นมากๆๆๆก็ตรงนี้ละมันดูเป็นการเริ่มต้นความสุขที่มีความสุขจริงๆแงงง  แล้วก็บั๊คกี้อย่าน้อยใจไปนะะะ TvT อย่างน้อยๆเรื่องนี้เราโกธรเเคปมากสุดแต่ก็สงสารแคปด้วย แต่แอบอยากรู้ว่าหลังจากที่แคปปล่อยมือจากโทนี่ไปทำไมไม่หันไปหาบั๊คกี้ล่ะชิชิ(โกธรแทนป๋าจริงๆแงงTvT)  รู้นะว่าตอนนั้นเจ็บด้วยกันทั้งคู่เเต่เเคปก็ตอบซะะะ เรางี้ยังตึงอ่ะเเบบอยากเข้าไปรับป๋าเลยแงงง แต่สุดท้ายเจ้าคนหลงยุคก็ตรงแพ้เด็กหนวดตัวเเสบอยู่ดี คนเเบบนี้จ้างให้ก็ไม่ขอลืมแน่ฮือออ

    ขอบคุณมากๆเลยนะคะจริงเราอ่านฟิคไฮสคูลเเล้วนะนี่แต่ยังไม่ได้เม้นเลยอันนั้นก็กำลังฟินเขินม้วนเลยมาเจออันนี้หลังจากกลับมาบ้าน โอโหหหหน้ำตานองหน้ายามค่ำคืนจริงๆก๊ากกกกก    

    กรี๊สสสอย่าตกใจและแบนเรานะเราเม้นยาวมากแงงงTT,TT,,, อารมณ์แบบแม่บ้านอินละครหลังข่าวล้วนๆโฮฮฮฮฮ แต่ชอบมากๆเลยนะคะเป็นกำลังใจให้นะคะและก็จะรอติดตามต่อแน่ๆค่ะ สู้ๆนะค่าาา  ขอบคุณมากๆจริงๆๆค่ะโดดม๊วฟเบบยยยงืออออ



    /ดิ้นออกไปกรี๊ดดo<------------------<
    #2
    0
  13. วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 21:10
    ทำร้าย....ทำร้ายบัคกี้มาก5555555
    ฮือออออ แคปนายมันงี่เง่าาาาาฟฟฟฟ โทนี่ต่อยให้หายเบลอซักหลายๆทีสิ๊
    รังแกโทนี่บ่อยไปยย วันหลังแกล้งแคปคืนมั่ง

    ขอบคุณสำหรับฟิคค่ะ ตอนแรกไปเปิดเจอ ไม่คิดว่าคุณเป็นคนแต่ง 
    พอเลื่อนจะคอมเม้นเท่านั้นแหละ ตกใจ5555 
    ติดตามไปทุกฟิคค่ะ :)
    #1
    0