คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [SF KnB] KagaKuro: Happy Halloween [SF KnB] KagaKuro: Happy Halloween | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ฮัลโลวีนปีนี้ เอสและเงาของเขาต้องเจอกับอะไรกันนะ...
 
 
 
 
ขออนุญาตไม่แต่งหน้าฟิคนะครับเพราะแต่งไม่ทัน orz
Page: SaRa_PAO

เนื้อเรื่อง อัปเดต 5 พ.ย. 58 / 19:44


[SF KnB] KagaKuro: Happy Halloween

Note: อ่า...มันผ่านวันนี้มากี่วันแล้วนะ #นอนอืดบนกองชีทเรียน

 

"โย้ช! (เอาล่ะ!) วันนี้ฉันมีเรื่องประกาศ" เสียงริโกะดังลั่นโรงยิมของโรงเรียนเซย์ริน เรียกเหล่าเด็กหนุ่มชมรมบาสให้หันมามอง ก่อนทั้งหมดจะมารวมตัวกัน "ฉันอยากให้พวกนายเอาผลคะแนนสอบมิดเทอมมาให้ดูหน่อย"

"ทำไมล่ะ" ฮิวงะ กัปตันทีมถามพลางดันแว่นขึ้น "หรือว่าคราวนี้มันมีผลกับช่วงลงแข่งอีกแล้ว"

"ไม่ใช่หรอก" ริโกะส่ายหน้า ยกมือท้าวเอว หลับตาลงพร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่ "เรื่องแข่งบาสมันสำคัญก็จริง แต่ว่าการเรียนนั้นต้องสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ถ้าใครในที่นี้มีคะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนดล่ะก็ ต้องอยู่ติวกับฉัน!"

ริโกะพูดจบก็ชี้ไม้ตีซึ่งทำจากกระดาษมาตรงหน้าเด็กในความดูแลทั้งหลาย ทุกคนสะดุ้งและสีหน้าแหยงกันทั้งหมดเหมือนเธอเป็นเชื้อโรค แต่ว่านี่ไม่มีผลกระทบกับเธอหรอกนะ แม้จะเสียเซลฟ์อยู่ก็ตาม

"หา!?! นี่คิดจะเล่นอะไรเนี่ย ริโกะ" ฮิวงะถาม แต่ขณะที่จะพูดต่อริโกะก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน

"นี่ถือเป็นการฝึกความอดทนอย่างหนึ่ง!"

เธอพูดจบก็ตวัดไม้ตบกลับไปวางบนบ่า ยกยิ้มอย่างได้ชัยเมื่อไม่มีใครกล้าค้านเธอไปมากกว่านี้ ถึงแม้ว่าจะมีเสียงโห่ก็ตามที

ในที่สุดเหล่าลูกไก่ในกำมือก็เอาผลการสอบของตัวเองมาให้เธอดู แม้ว่าทุกคนจะผ่านเกณฑ์กันหมดแม้แต่เจ้าบ้างามิก็ตาม แต่ว่ามันก็ยังน้อยเกินไปอยู่ดี น้อยพอที่จะใช้เป็นข้ออ้างได้เลย

"เจ้าบ้างามิ!" ริโกะตะโกนล้่น "ถึงผลการเรียนของนายจะเกินเกณฑ์ที่ว่าไว้ก็เถอะ แต่นี่มันเกือบคาบเส้นเลยนะยะ เป็นเจ้าโง่ยังไงก็ยังเป็นอยู่อย่างนั้น"

"หา!?! ทำไมผมถึงโดนดุทั้งที่พยายามมาได้ดีขนาดนี้ล่ะ!...ครับ" คางามิพูดไปก็หลบสายตาดุดันจากโค้ชจอมโหดไป จำใจต้องลงคำจ่อท้ายอย่างเลี่ยงไม่ได้

"แค่นี้น่ะ สำหรับทีมบาสเซย์รินยังไม่พอหรอก ถ้าคราวหน้านายพลาดไปอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์จะทำยังไงกันห๊า!"

"ไว้ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันก็ได้นี่ครับ โค้ช"

ริโกะจ้องเอสของทีมตาเขม็ง เธอบ่น บ่น และบ่นเจ้าเด็กโง่ตรงหน้าก่อนจะเงียบเมื่อเห็นว่าเป็นไปตามแผน

"นายต้องมาอยู่ติวกับฉัน" ริโกะว่าแล้วเหลือบตาไปมองเด็กหนุ่มผมและตาสีฟ้าซึ่งหน้านิ่งบวกกับจืดจางเป็นประจำ "นายก็ต้องมาติวด้วย คุโรโกะ"

"ทำไมล่ะครับ ผลการเรียนของผมดีกว่าของคางามิคุงเยอะเลยนะครับ"

"นี่แก!" คางามิหันไปแยกเขี้ยวใส่คุโรโกะพร้อมจับหัวอีกฝ่ายไว้แน่น "อย่าเอาคนในทีมไปเป็นตัวเปรียบสิฟะ"

“ผมพูดความจริงนี่ครับ”

คุโรโกะหันไปตอบหน้าตาย คางามิชะงัก สีหน้าเอาเรื่อง กำลังจะยกสันมือขึ้นฟาดลงกลางหัวเพื่อนตัวเล็กกว่าแต่กลับโดนโค้ชหยุดไว้เสียก่อน

“ถ้าพวกนายไม่อยากไปติวเสริมกับฉันล่ะก็ พวกนายต้องแข่งกับทีมของฮิวงะและเทปเปย์”

“หา!? แล้วพวกฉันไปเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ ริโกะ” ฮิวงะถามเสียงขุ่น “เธอก็รู้ว่าตอนนี้เจ้าคางามิมันเก่งแค่ไหน ถ้าแข่งบาสเธอก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าใครจะเป็นฝ่ายแพ้”

“เฮอะ” คางามิทำเสียงขึ้นจมูกอย่างได้ใจ แถมมันยังยืดออกเพราะทระนงตนอีกด้วย “ง่ายยิ่งกว่าปลอกกล้วยเข้าปากอีกนะครับ”

“เพราะอย่างงั้นฉันเลยจะไม่ให้พวกนายแข่งบาสกัน” ริโกะพูดจบก็ส่งยิ้มกว้างให้คางามิอย่างคนเหนือกว่า “เพราะเกมที่เราจะแข่งกันคือการท้าประลองความกล้ายังไงล่ะ”

 

คางามิเพิ่งจะเข้าใจคำว่า ท้าประลองความกล้า ก็หลังจากคุโรโกะเล่าให้ฟังตอนมาถึงป่าที่จะใช้สำหรับแข่งขัน มันอยู่แถวๆ บ้านของโค้ช สภาพอย่างกับสุสานที่มีหลุมศพเต็มไปหมด สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านตัวเขาและเพื่อนร่วมทีม ทุกคนมีสีหน้าไม่สู้ดีนักยกเว้นก็แต่โค้ชและคุโรโกะ (หมอนี่มันหน้าตายด้านจริงๆ)

“มากันครบแล้วนะ” ริโกะเอ่ยขึ้นพลางใช้สายตานับสมาชิกในชมรม “แต่ถ้าจะมาไม่ครบก็ไม่เป็นไรหรอก เพราะตัวเด่นของเรื่องมีแค่สองคนเองนี่ ใช่มั๊ย คุโรโกะคุง เจ้าบ้างามิ”

“งั้นมั้ง” คางามิตอบน้ำเสียงสั่นๆ ไม่รู้เป็นเพราะป่าตรงหน้าหรือสายตามีเลศนัยของโค้ช “...ครับ”

“โค้ชครับ ทำไมถึงมีตัวเด่นแค่สองคนล่ะครับ ในเมื่อผมกับคางามิคุงต้องแข่งกับรุ่นพี่คิโยชิกับรุ่นพี่ฮิวงะ มันควรจะเป็นสี่คนไม่ใช่เหรอครับ”

“อ๋า เอ้อ แบบว่า พูดผิดน่ะ จริงๆ ตั้งใจจะบอกว่าสองคู่ต่างหาก ฮ่าๆ”

ริโกะแถกลบเกลื่อนได้สบายๆ คุโรโกะไม่ได้ทักท้วงอะไรต่อ กลับไปยืนตัวจืดจางเหมือนเดิม ดังนั้นเธอจึงแอบถอนหายใจเบาๆ โดยหวังว่าจะไม่โดนเจ้าสองตัวนี้จับได้ จากนั้นก็คว้าไม้ตบขึ้นมาชี้หน้าของคุโรโกะและคางามิพร้อมบอกกติกา

“เอาล่ะ ฉันจะบอกกติกาล่ะนะ” สมาชิกทุกคนเงียบและตั้งหน้าตั้งตารอฟัง “ทีมถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่มคือกลุ่มของคางามิกับคุโรโกะ และกลุ่มของฮิวงะกับเทปเปย์ ฉันเอาจุดสิ้นสุดการท้าประลองไปตั้งไว้แล้ว ใครไปถึงก่อนให้เอากระดาษที่ฉันจะให้ต่อจากนี้ไปปั๊มแสตมป์ซะ ฝ่ายไหนที่กลับมาได้ก่อนถือว่าเป็นผู้ชนะ”

“ก็ดูง่ายดีนี่ครับ” คางามิว่าแล้วหักคอไปซ้ายทีขวาที สีหน้ามุ่งมั่นเต็มที่ “งั้นผมกับคุโรโกะขอ...”

“มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะ เพราะเกมนี้ถือเป็นการฝึกสำหรับลงสนามครั้งต่อไปด้วยเช่นกัน”

เมื่อได้ยินคำว่า การฝึก ทุกคนในที่นี้ก็แสดงสีหน้าขยาดไปตามๆ กันไม่เว้นแม้แต่คุโรโกะ คางามิมองหน้าของโค้ชสาวซึ่งดูวิ้งวับเป็นพิเศษ นั่นแปลว่าหายนะกำลังจะมาเยือนพวกเขา

“ป่านี้น่ะ” สีหน้าของโค้ชกลับมาเป็นจริงจัง ทว่าซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัด “มีเรื่องเล่าไม่ค่อยดีเกี่ยวกับมันล่ะ เรื่องมันมีอยู่ว่า...”

ลูกทีมทุกคนพากันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาจดจ้องมาที่เธออย่างใจจดใจจ่อ ยิ่งเธอเงียบไปนานทุกคนก็ยิ่งจ้อง “...มันมีแมลงมีพิษเยอะเลยโดนสั่งห้ามไม่ให้เข้าไปน่ะ”

“โถ่โค้ช!!!

ทุกเสียงตะโกนเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันใส่หน้าริโกะเมื่อเธอเล่นมุกไม่ถูกเวลา คุณผู้หญิงที่เห็นว่าหลอกทุกคนในทีมได้ก็หัวเราะร่าอย่างมีความสุข จากนั้นก็จะพูดวิธีเล่นเกมของเธอต่อ ทว่าคุโรโกะกลับยกมือขึ้นและชี้ไปยังร่างของคางามิซึ่งนอนน้ำลายฟูมปากอยู่บนพื้น

“โค้ชครับ คางามิคุงเขากลัวจนสลบไปแล้วครับ”

 

กว่าจะปฐมพยาบาลและเรียกสติเอสของทีมให้ฟื้นขึ้นมาได้ก็เล่นเอานานหลายชั่วโมง ริโกะรีบขอโทษขอโพยผู้เล่นคนสำคัญ คางามิยังหลอนจากภาพมโนของตัวเองไม่หาย ก็ใครใช้ให้ยัยจอมโหดนั่นมาทำหน้าทำตาแบบนั้นกัน แล้วไหนจะน้ำเสียงและท่าทีหวาดกลัวต่อสิ่งที่มองไม่เห็นอีก ใครไม่คิดมากก็บ้าละ

“แค่จะหยอกเล่นเอง เห็นวันนี้เป็นฮัลโลวีนทั้งทีเลยไม่อยากให้ทุกคนเครียดน่ะ”

“ทุกคนจะเครียดก็เพราะการเล่นสนุกของโค้ชนั่นแหละครับ”

“อย่าพูดงั้นสิ ฉันเป็นห่วงและใส่ใจพวกนายมาก จริงๆ นะ”

ทุกคนเหล่สายตามามองโค้ชโดยพร้อมเพรียงไม่เว้นแม้แต่คุโรโกะ โค้ชถึงกับเสียเซลฟ์แล้วหันไปตวาดพวกผู้ชายนิสัยไม่ดีทั้งหลาย

“ทำไมถึงต้องทำสายตาแบบนั้นด้วยยะ! แล้วใครกันที่คอยเชียร์กับดูแลพวกนายอยู่ข้างสนามน่ะ!

“ครับๆ รู้แล้วครับคุณโค้ช” ฮิวงะพูดขึ้นก่อนเดินมาหาริโกะซึ่งยอมหยุดโวยวายแล้ว “เมื่อไหร่จะเล่นเกมกันสักที นี่มันดึกแล้วนะ เดี๋ยวได้กลับบ้านรุ่งเช้ากันพอดี”

ริโกะยกนาฬิกาขึ้นดูพร้อมถอนหายใจ เธอเดินไปยืนเยี้ยงกับคางามิซึ่งนั่งอยู่บนพื้นเพื่อตะโกนบอกกติกาอีกรอบ

“อย่างที่รู้กันว่าเราจะเล่นเกมวัดความกล้ากันโดยแบ่งออกเป็นสองทีม คือทีมของคางามิกับคุโรโกะและทีมของเทปเปย์กับฮิวงะ โดยเราจะให้ทั้งสองทีมเข้าไปในป่านี้พร้อมกัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นห้ามกลับออกมาเด็ดขาดถ้ายังไม่ได้ปั๊มอุ้งเท้าน้องเหมียวบนกระดาษนี้” ริโกะชูกระดาษสีขาวขนาดแผ่นโน้ตขึ้น “ทีมไหนออกมาก่อนเป็นฝ่ายชนะ มีใครไม่เข้าใจกติกามั๊ย”

“แล้วคนที่เหลือทำอะไรเหรอ” อิซึกิถาม “ดูเธอจะให้ความสนใจแค่กับสี่หนุ่มนั่นเท่านั้นเองนะ”

“อ้อ คนอื่นๆ น่ะมีบทบาทแน่ๆ ไม่ต้องกลัวหรอก เพราะงานนี้ถ้าไม่มีพวกนายมาช่วยล่ะก็ มันจะไม่สนุกเลยล่ะ”

ริโกะหัวเราะอย่างมีความสุขและชูนิ้วโป้งเป็นหลักประกันด้วย แต่เธอจะรู้มั๊ยว่าลูกทีมต่างพากันขนลุกขนพองไปหมดทั้งตัว และส่งสายตาเชียร์ทั้งสองทีมให้เอาตัวรอดกลับมาลงแข่งบาสต่อให้ได้

 

การเล่นเริ่มขึ้นแล้ว คุโรโกะและคางามิยืนอยู่ด้านหน้าทางเข้า คนตัวสูงขาสั่นพั่บๆ จนต้องจับขากางเกงเพื่อกลบเกลื่อนสายตาคนอื่น แถมยังกลืนน้ำลายลงคอแทบจะทุกสามวิเพื่อลดความกดดันอีกด้วย

หมับ

“ว้าก!!!” คางามิร้องลั่นเมื่อโดนจับมือ เขารีบหันไปดูข้างซ้ายทันที “เล่นบ้าอะไรเนี่ยคุโรโกะ!

“ผมเห็นว่าคางามิคุงตัวสั่นเลยจะทำให้หยุดสั่นน่ะครับ” คุโรโกะตอบหน้าตาย “หายหรือยังครับ”

“คะ คะ คะ ใครเขาตัวสั่นกัน ไปวัดสายตาใหม่ได้แล้ว”

“ถ้าไม่ได้ตัวสั่นงั้นแสดงว่าเป็นเสียงสินะครับที่สั่นสิน่ะ”

“ไม่มีอะไรสั่นทั้งนั้นแหละ” คางามิตอบแต่ไม่ได้สะบัดมือออก “ตาถั่วแล้วยังหูฝาดอีกนะนาย”

“กลัวผีเหรอครับ คางามิคุง” คุโรโกะถามน้ำเสียงเรียบเฉยทว่ามันแทงใจดำคนตัวสูงไปเต็มๆ “ผมเดาถูกใช่มั๊ยครับ”

“ไม่ใช่โว้ย กะอีแค่ผีใครจะไปกลัวกัน”

กร็อบ...

“ว้ากกกก!!!

คางามิร้องลั่นแล้วทรุดตัวลงนั่งยองกับพื้นพร้อมยกมือขึ้นปิดหู ท่องบทสวดอะไรสักอย่างอยู่คนเดียว ร้อนถึงคุโรโกะต้องย่อตัวลงนั่งตามแล้วตบหลังอีกฝ่ายเบาๆ เพื่อปลอบใจ

“ผีไม่มีจริงหรอกครับ ไม่ต้องกลัว...”

“มั่นใจเกินไปแล้ว....~

ยังไม่ทันที่คุโรโกะจะพูดจบ เสียงยานครางแบบชวนขนหัวลุกก็ดังขึ้นด้านหลังพวกเขา คางามิดวงตาเบิกโพลงและค่อยๆ หันไปดู สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าคือผ้าคลุมล่องหนซึ่งด้านในมีไฟสว่างอยู่ เขากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่แล้วลุกขึ้นยืนเต็มตัว จากนั้นก็วิ่งสี่คูณร้อยเข้าไปในป่าทันที

“ใครก็ได้ช่วยด๊วยยยยยยยยยย!!!!

“เดี๋ยวสิครับ คางามิคุง คางามิคุง!

คุโรโกะตะโกนตามหลังคนตัวสูงกว่ามากไป ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วกะหันไปต่อว่าคุณผีที่ทำอะไรไม่คิด ทว่ากลับไม่มีใครอยู่ด้านหลังแล้ว เขายืนนิ่ง รู้สึกเหมือนมีจุดลอยอยู่บนหัวหลายจุด เหงื่อเริ่มแตก เขากลืนน้ำลายลงคอจากนั้นก็หันหน้าเข้าหาป่า แล้ววิ่งตามคางามิไปทันที

 

คุโรโกะวิ่งมาได้ไม่นานก็ชนกับคนตัวสูงที่กำลังหาที่ซ่อน เขาล้มก้นจ้ำเบ้าแล้วเงยหน้ามองอีกคนซึ่งหันมามองเขาพอดี สีหน้าอีกฝ่ายดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก จริงๆ ต้องบอกว่าซีดยิ่งกว่ากระดาษเอสี่ดับเบิ้ลเอเสียอีก ร่างทั้งร่างนั้นสั่นจนเห็นได้ชัด ริมฝีปากก็พูดไม่เป็นคำ มือซึ่งยื่นมาช่วยพยุงเขาสั่นเป็นเจ้าเข้า

คุโรโกะถอนหายใจเบาๆ มองคนตรงข้ามที่พยายามทำเป็นเท่ทั้งที่กลัวจนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ เขายื่นมือไปจับมืออีกฝ่ายไว้แน่น บีบเบาๆ เพื่อทำให้คนตรงหน้ามั่นใจว่าตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียว

คางามิหยุดสั่นทันทีเมื่อมือเล็กยื่นมาจับมือเขาไว้แน่น ความรู้สึกกลัวลดลงไปเยอะ ยิ่งเห็นใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนของอีกฝ่าย เขาก็ยิ่งรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก เขาดึงคนตัวเล็กกว่ามากให้ลุกขึ้นยืน พยายามยิ้มตอบแต่เมื่อได้ยินเสียงใบไม้เสียดสีกันมันกลับทำไม่ได้

“ถ้ากลัวก็บอกว่ากลัวสิครับ คางามิคุง”

“อย่ามามั่ว ฉันไมได้กลัวเฟ้ย ไม่สักนิด”

“ผมดูออกนะครับ” คุโรโกะตอบและกระชับมือใหญ่หนึ่งครั้ง “อย่าโกหกผมเลย ผมเป็นเงาของคุณครับ นั่นหมายความว่าผมเฝ้าดูคุณอยู่ตลอด”

คางามิหน้าแดงขึ้นมาหน่อยๆ รู้สึกตัวมันร้อนๆ เหมือนจะมีไข้เลย เขาพยายามตีสีหน้าให้ดูเคร่งขรึมเพื่อกันอีกคนล้อ และหลบตาไปทางอื่นก่อนกระชับมือเล็กกลับไปหนึ่งครั้งเช่นกัน

“ทำไมนายถึงชอบพูดเรื่องน่าอายแบบนั้นออกมาได้หน้าตาเฉยตลอดเลย คุโรโกะ”

“ไม่ต้องกลัวหรอกครับ คางามิคุง เพราะคางามิคุงน่ะ...ผมจะเป็นคนปกป้องเอง”

ปั้ก...

คางามิใช้สันมือฟาดลงไปกลางหัวอีกฝ่าย สีหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์และไม่ค่อยพอใจฉายชัด เขายื่นหน้าไปใกล้คนตัวเล็กแล้วแยกเขี้ยวก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

“ไม่ใช่แล้วเฟ้ย เจ้าบ้า”

 

ริโกะมองสองหนุ่มตัวเก็งของทีม รอยยิ้มอย่างพึงพอใจปรากฏบนริมฝีปาก เธอกอดอกและพยักหน้าให้กับตัวเองเมื่อเห็นว่าแผนสำเร็จไปได้ด้วยดี อันที่จริงที่คิดแผนเล่มเกมวัดความกล้าขึ้นมาก็เพราะพักนี้เธอเห็นคุโรโกะกับคางามิไม่ค่อยคุยกัน เลยเป็นกังวลว่าทั้งสองจะทะเลาะกันหรือมีเรื่องอึดอัดใจต่อกัน ดังนั้นจึงไปหาวิธีทำให้คนที่ตั้งแง่ใส่กันกลับมาสนิทกันเหมือนเดิม ก็เลยไปเจอหลักจิตวิทยาที่บอกว่าถ้าคนผ่านความกลัวไปด้วยกันจะยิ่งรักกันมากขึ้น เพราะงั้นเรื่องราวทั้งหมดก็เลยมีต้นเหตุมาจากไอเดียนี้นี่แหละ

“คือแบบว่านะ ริโกะ” เทปเปย์เอ่ยขึ้นขณะที่ตัวเองต้องโบกกิ่งไม้ห้อยผ้าสีขาวไปมาเพื่อหลอกคางามิ “ฉันก็เข้าใจที่เธอเป็นห่วงสองคนนั้นอยู่หรอก แต่มันจำเป็นด้วยเหรอที่ต้องหลอกให้เขากลัวถึงขนาดนี้”

“...” ริโกะหันกลับไปมองเอสของทีมซึ่งกรีดร้องเอาๆ เมื่อเห็นสิ่งคล้ายผีหรือวิญญาณ “งั้นมั้งนะ”

“ถ้าเจ้าคางามิเกิดบ้าเสียสติขึ้นมาใครจะลงแข่งแทนล่ะห๊า” ฮิวงะโวยขึ้นทันทีก่อนโดนริโกะเขกหัวให้เงียบ แล้วต้องรีบกดหัวกัปตันให้รีบซ่อนพร้อมเธอเมื่อคุโรโกะมองมาพอดี “ทำบ้าอะไรเนี่ย ริโกะ”

“หมอนั่นมีคุโรโกะอยู่ด้วยไม่เป็นอะไรหรอกน่า เมื่อกี้ก็ยังเห็นสัญญิงสัญญากันอยู่เลย”

“ให้ตายสิ แล้วจะเอาไงต่อ” ฮิวงะถามเมื่อค้านอะไรไมได้ “คงไม่ใช่ให้เรามาเล่นอะไรแบบพวกนี้ด้วยหรอกนะ”

“ไม่หรอก พวกนายสองคนก็แค่แกล้งทำเป็นเดินตัวสั่นออกมาจากป่าแล้วทำทีว่าแพ้ก็แค่นั้นเอง”

“ถ้าโดนจับได้มีหวังโดนโกรธแน่ๆ” เทปเปย์พึมพำ “ริโกะต้องรับผิดชอบนะ”

“เจ้าพวกนั้นจับไม่ได้หรอกน่า เอาล่ะ นี่คงได้เวลาใกล้ออกไปเจอกันแล้ว รีบไปกันเถอะ”

ริโกะพูดจบก็ต้อนสองหนุ่มให้ออกไปจากป่าพร้อมกับเธอ แต่มิวายหันไปมองลูกทีมสองคนที่ยังคงเดินจับมือไปตามทางมืดๆ เพื่อทำภารกิจของพวกตนให้สำเร็จ รอยยิ้มกว้างคลี่ออกบนริมฝีปากอมชมพู จากนั้นก็รีบตามเพื่อนชายสองคนไปทันที

 

และแล้วภารกิจของคางามิและคุโรโกะก็เสร็จสิ้น คนตัวสูงเหงื่อไหลเป็นทางและเดินวิญญาณลอยออกจากปากออกมาจากป่า ก่อนทรุดตัวลงนั่งบนหินก้อนเดิม มิโตเบะและชินจิรีบพุ่งเอายาดมกับน้ำไปให้ทันที

“ทีมของคางามิและคุโรโกะออกมาก่อนพวกฮิวงะ ถือว่าทีมนี้เป็นฝ่ายชนะ” สิ้นเสียงริโกะ ทุกคนก็พากันโห่ร้องแสดงความยินดี แต่ดูเหมือนคนเล่น โดยเฉพาะคางามิ จะไม่ยินด้วยเลย ริโกะพูดต่อพร้อมตบบ่าคุโรโกะพลั่กๆ “พวกนายทำได้ดีมาก เยี่ยมไปเลย!”

ว่าแล้วก็ชูนิ้วโป้งให้คุโรโกะกับคางามิ แต่ดูเหมือนเอสของทีมจะไม่อยากได้นิ้วโป้งจากเธอเท่าไหร่

“อย่างงี้แปลว่าผมกับคุโรโกะไม่ต้องไปเรียนพิเศษที่บ้านของโค้ชแล้วใช่มั๊ยครับ”

“ใช่” ริโกะหันไปตอบคางามิซึ่งสติเริ่มกลับมานิดหน่อยแล้ว “ดีใจด้วย บากะงามิ”

ยังไม่ทันที่จะมีใครพูดต่อ ฮิวงะกับเทปเปย์ก็เดินออกมาจากป่าด้วยกัน สีหน้าของทั้งสองต่างกันอย่างสิ้นเชิง ฮิวงะสีหน้าไม่ค่อยสบอารมณ์แบบสุดๆ ส่วนเทปเปย์กลับยิ้มจนหน้าบานเป็นจานดาวเทียม

“นี่พวกเราแพ้นะ ยิ้มบ้ายิ้มบออะไรอยู่ได้” ฮิวงะเล่นไปตามบทที่ตัวเองได้รับ

“ปกติฉันก็ยิ้มของฉันแบบนี้อยู่แล้ว ผิดอะไร”

“ยิ้มเหมือนคนบ้าแบบนี้น่ะนะ ปกติของนาย”

ฮิวงะเงยหน้าไปถามเซ็นเตอร์ของทีม สีหน้าไม่สบอารมณ์สุดๆ เทปเปย์เพียงแค่ยกมือขึ้นกุมหัวแล้วหัวเราะน้ำเสียงเริงร่า จากนั้นก็หันมามองคุโรโกะและคางามิซึ่งไปยืนข้างเพื่อนตัวเองตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ด้วยสายตาอ่อนโยนและใจดีเสมอ รอยยิ้มกว้างเหลือเพียงแค่บางเบา

“จำเหตุการณ์วันนี้ให้ดีล่ะ เพราะฉันคิดว่าในสักวันหนึ่งมันจะจำเป็นกับทีมแน่ๆ”

“หมายความว่ายังไงครับ รุ่นพี่คิโยชิ”

“อืม...ก็หมายถึงอย่าลืมคำพูดที่สัญญาไว้ล่ะ คุโร...”

พลั่ก!

“โอ้ยย!

เทปเปย์ร้องเมื่อโดนฮิวงะศอกเข้าให้ที่ท้อง นิ้วเรียวของกัปตันทีมดันแว่นขึ้น ทำเนียนเหมือนเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากนั้นก็รีบยกมือโบกไปมาเมื่อเห็นสายตาสงสัยของคางามิ เดินมาอยู่ตรงกลางแล้วมองเพื่อนในทีมทุกคน

“ต่อจากนี้ไปเราคงเจอศึกหนักกันน่าดู รุ่นปาฏิหาริย์คงไม่ยอมให้เราผ่านไปง่ายๆ แน่ แต่พวกเราจะไม่มีวันยอมแพ้และก้าวไปเป็นที่หนึ่งของญี่ปุ่นให้ได้...” เมื่อฮิวงะพูดจบทุกคนก็เข้ามาอยู่ในวงบูมเหมือนตอนก่อนลงแข่ง วางมือซ้อนกัน และตะโกนออกมาพร้อมกัน “เซย์ริน ไฟท์!!!!

 

 

 

โป้ก! ก่อนมีหม้อใบหนึ่งปาออกมาจากหน้าต่างของบ้านหลังหนึ่ง มันโดนหัวของคางามิไปเต็มๆ และเสียงโวยวายไม่พอใจก็ตามมาทันที

“เงียบๆ หน่อยสิโว้ยเจ้าพวกบ้า! คนจะหลับจะนอนมาตะโกนบ้าบออะไรอยู่ได้วะ!!

คางามิกำมือแน่นแล้วยกมืออีกข้างขึ้นลูบหัวตัวเองป้อยๆ น้ำตาซึมเพราะเจ็บจริง จ้องเขม็งไปยังชายวัยกลางคนที่กระแทกหน้าต่างปิดไปแล้ว

ว่าแต่...ทำไมต้องเป็นเราด้วยฟะ!!

 

 

THE END

05/11/2015

เป็นฟิคที่รั่วและออกแนวชวนจิ้นมากกว่า #ฮ่า

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์และกำลังใจครับผม

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ SaRa_PAO จากทั้งหมด 55 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 / 23:50
    แหม่ะ ลงเข้ามาอย่างไม่ตั้งใจ แต่...ตั้งใจอ่านสุดๆ!!!
    ปลื่มฮะชอบชวนจิ้นแบบนี้ให้อารมน้องครกกับงามิมากกก
    ขอบคุณสำหรับฟิคสนุกๆ อ่านไปอมยิ้มไป+เขินกับคำพูดน้อง ฮา .
    #3
    0
  2. วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 17:02
    พี่ไฟของเรา...พอน้องบอกจะปกป้อง พี่แกแยกเขี้ยวเลย อิอิ
    #2
    0
  3. #1 monaliz
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 01:21
    บากะน่ารักอะ ที่จริงจะเป็นคนปกป้ปงน้องเองสินะ สินะ
    #1
    0