Fic BTS Just Friend... (KookJin, VGa, MonHope)

ตอนที่ 8 : Chapter 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,097
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    11 เม.ย. 61

บทที่ 7

        ซอกจินตื่นมาด้วยอาการปวดร้าวร่างกายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

        ร่างบางแทบจะขยับตัวไม่ไหว แต่ก็ต้องฝืนยันตัวลุกขึ้นเมื่อนึกได้ว่าวันนี้เขามีเรียนตอนสิบเอ็ดโมง

        แล้วแดดแรงขนาดนี้ มันกี่โมงกี่ยามแล้วเนี่ย

        กว่าจะลุกขึ้นนั่งได้ก็ทำเอาเสียงหวานแทบจะกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะสำรวจร่างกายตัวเองที่โผล่พ้นผ้าห่มมาบ้างแล้ว

        ตอนนี้เขาใส่ชุดนอนแขนยาวสีชมพูลายกระต่ายของตัวเองแล้ว

        ทั้งร่างกายของเขาและทุกอย่างในห้องก็ถูกทำความสะอาดราวกับเมื่อคืนไม่ได้เกิดอะไรขึ้นเลย

        ถ้าเขาไม่เจ็บปวดร่างกายมากขนาดนี้ ก็คงคิดว่าเมื่อคืนเป็นความฝันเหมือนกัน

        นี่มันเจ็บกว่าครั้งแรกอีกนะเนี่ย -0-

        ไอ้เพื่อนหน้ากระต่ายนั่นควรให้คำตอบได้แล้วนะ ว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นถึงได้เป็นบ้าขนาดนั้น

        “ตื่นแล้วเหรอจิน” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับประตูที่เปิดออก จองกุกเดินเข้ามาพร้อมกับถาดที่มีถ้วยข้าวต้มและแก้วน้ำเปล่าวางอยู่ข้างบน “กูทำข้าวต้มมาให้”

        “ขอบใจนะ” เสียงหวานที่ตอบเพื่อนนั้นช่างแหบแห้ง “กี่โมงแล้วเหรอ”

        “เที่ยงกว่าแล้ว”

        “ไปเรียนไม่ทันแล้วสินะ” ซอกจินกัดปากตัวเองเล็กน้อย แต่ก็ต้องนิ่วหน้าไปเล็กน้อยเมื่อความเจ็บแปลบจากแผลบนปากแล่นขึ้นมา

        เดี๋ยวนะ นี่คือเพิ่งมีเซ็กส์กับเพื่อนหรือโดนซ้อมมาเนี่ย ทำไมมันเจ็บไปหมดทุกส่วนแบบนี้ = =

        “อือ กูฝากใบลามึงให้แทฮยองไปละ บอกว่ามึงเป็นไข้กะทันหัน ลุกไม่ไหว เดี๋ยวพอกูไปเรียนตอนบ่ายมันจะเข้ามาเฝ้ามึงแทน”

        “ขอบใจนะ” ร่างบางพยักหน้ารับ

        “กินข้าวก่อนเถอะมึง จะได้กินยา กินเองไหวใช่มั้ย”

        “น่าจะอย่างนั้นนะ” ซอกจินหัวเราะเบาๆ ทั้งๆ ที่แรงก็แทบไม่มีเหลือ ขยับลุกนั่งได้แบบนี้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว

        และเหมือนจองกุกจะดูออกด้วย

        “ถ้าอย่างนั้นกูป้อนให้ดีกว่า” พูดจบก็จัดการดึงเก้าอี้มานั่งข้างเพื่อนแล้วยกถ้วยข้าวต้มมาจัดการป้อนให้เพื่อน “อร่อยมั้ยมึง”

        “อื้อ อร่อยดี ฝีมือดีขึ้นนี่” ร่างบางหัวเราะอีกครั้ง

        ก่อนที่รอยยิ้มจะหายไปเมื่อทั้งคู่สบตากัน

        ร่างบางหลบตาไปอีกทางแทบจะทันที ความเจ็บปวดจากเมื่อคืนทำให้เขาไม่อยากจะมองตาเพื่อนเลย

        ยอมรับว่าเสียใจนะ กับสิ่งที่เพื่อนทำกับเขา

        แต่พอเห็นสายตารู้สึกผิด มันก็โกรธไม่ลงเลยแฮะ

        ทำไมถึงเป็นคนแบบนี้นะคิมซอกจิน!

        “มึง...เจ็บมากมั้ย”

        “...มึงอยากได้คำตอบแบบไหนล่ะ” คนหน้าหวานแค่นยิ้ม “ถ้าอยากได้คำตอบแบบตรงๆ กูก็จะบอกว่าเจ็บมากๆ เลย”

        โดยเฉพาะที่ใจ มันเจ็บมากๆ เลยล่ะ

        “กูขอโทษ...”

        “กูอยากได้คำตอบมากกว่าว่าเกิดอะไรขึ้น มึงถึงได้เมาแบบนั้น”

        “...กูทะเลาะกับน้องยุนกิ” ร่างสูงตอบพร้อมกับหลบตาไปอีกทาง “เขาไม่ยอมฟังกูเลย แต่กูก็ผิดด้วยแหละที่วีนใส่น้องเขา มึงเข้าใจใช่มั้ยว่ากูเป็นเฮดว้าก แค่งานคณะกับเรียนกูก็เครียดจะตาย พอเจอน้องเขามาพูดมาถามเรื่องเดิมๆ กูก็ควบคุมตัวเองไม่ได้...”

        “พอน้องเขาโกรธจนมึงง้อไม่ได้ มึงก็เลยไปแดกเหล้า แล้วก็เป็นบ้าเหมือนเมื่อคืนใช่มั้ย”

        “...กูขอโทษ” จองกุกกัดปากแน่น สีหน้าสลดลงบ่งบอกว่าเขารู้สึกผิดจริงๆ “กูไม่เคยคิดจะทำแบบนั้นกับมึงเลยนะจิน ถึงก่อนหน้านี้เราจะเป็นเซ็กส์เฟรนด์กันแต่กูจำสัญญาของเราได้ แต่เมื่อคืนกูควบคุมตัวเองไม่ได้จริงๆ กูขอโทษ...”

        “ไม่ต้องขอโทษแล้ว กูเข้าใจ” ว่าแบบนั้นพร้อมกับส่งยิ้มบางๆ ให้เพื่อนสนิท ทั้งที่ในใจนั้นเจ็บแปลบขึ้นมา

        ยุนกินี่มีอิทธิพลกับความรู้สึกของเพื่อนเขาจริงๆ นะ...

        “แต่กูรู้สึกผิดนะที่ทำร้ายมึงแบบนี้”

        “ไม่เป็นไรหรอก มึงเมานี่” ร่างบางแสร้งหัวเราะเบาๆ “ว่าแต่ ตอนนี้กูก็อยู่ฟังมึงแล้ว พอจะเล่าได้มั้ยว่าทะเลาะอะไรกับน้องยุนกิ”

        “ก็เรื่องที่เป็นรูมเมทกับมึงนี่แหละ” จองกุกถอนหายใจ “น้องเขาอยากให้กูแยกที่อยู่กับมึง จริงๆ น้องเขาก็เคยขอแหละ แต่มึงก็รู้ว่าครอบครัวเราสองคนซื้อคอนโดนี้ให้เราอยู่ด้วยกัน จะได้ดูแลกันได้ จะให้กูทิ้งมึงได้ยังไงล่ะ”

        “จริงๆ มึงไปก็ได้นะ ให้แฟนมึงไว้ใจ พ่อกับแม่มึงไม่ว่าอะไรหรอก”

        “ก็ผีน่ะสิ ทุกวันนี้พ่อแม่กูรักมึงมากกว่ากูอีก -0- อีกอย่าง เราอยู่ดูแลกันแบบนี้มาตั้งแต่ ม.ปลาย จะให้แยกออกไปอยู่คนเดียว มันก็แปลกๆ ยังไงไม่รู้”

        “ไม่ใช่ว่ากูเป็นที่ระบายอารมณ์ให้มึงหรอกเหรอ = =

        “ไอ้บ้า คิดอะไรอย่างนั้น เห็นแบบนี้กูก็เป็นห่วงมึงนะเว้ย ถึงตอนนี้มึงจะมีแทฮยองดูแลแล้ว กูก็อดห่วงไม่ได้อยู่ดี”

        “เพราะอย่างนี้ มึงก็เลยปฏิเสธน้องเขา จนทะเลาะกัน?” ซอกจินเลิกคิ้ว “ห่วงไม่เข้าเรื่องนะมึงอ่ะ”

        แต่ถึงจะว่าแบบนั้น ใจดวงน้อยก็อดจะเต้นแรงกับคำพูดของเพื่อนอย่างเสียไม่ได้

        เพราะจองกุกมันชอบเป็นห่วงเขาเกินความจำเป็นแบบนี้ไง ไม่ให้หวั่นไหวได้ยังไง

        “เอ้า ก็มันอดคิดไม่ได้นี่หว่า เราสองคนอยู่ด้วยกันมาตั้งนาน ไม่ให้กูห่วงมึงได้ยังไง”

        “แต่แลกกับการทะเลาะกับแฟนมึงเนี่ยนะ มันคุ้มมั้ยล่ะ”

        “ทำไมต้องซ้ำเติมด้วยวะ” ร่างสูงมุ่ยหน้าใส่เพื่อน “กูควรง้อน้องเขายังไงดีวะ”

        “ถ้ามึงไม่ย้ายไปอยู่ที่อื่น มึงก็อธิบายเหตุผลให้น้องเขาเข้าใจว่าทำไมถึงย้ายออกไม่ได้ แต่ไม่ใช่บอกแค่ว่าเป็นห่วงกูนะเว้ย ไม่งั้นจะเรื่องใหญ่ มึงต้องอธิบายว่ามึงห่วงกูในฐานะไหน ห่วงเพราะอะไร ถ้ามึงอธิบายดีๆ น้องยุนกิเข้าใจอยู่แล้ว”

        “เว้นแต่น้องเขาจะยอมฟังมั้ยนั่นแหละ” จองกุกถอนหายใจ “เห็นอย่างนั้นยุนกิเป็นคนที่โกรธนานมากเลยนะ ง้อทีนี่ยากมากเลย”

        “แต่ก็น้องเขาก็ไม่ใช่คนไม่มีเหตุผลนี่ กูพูดถูกมั้ยล่ะ” ร่างบางส่งยิ้มอ่อนแรงให้เพื่อนสนิท “มึงก็หาของชอบของน้องเขาไปแล้วก็ไปอธิบายเหตุผลตามที่กูบอก ยุนกิรักมึงจะตาย เขายอมฟังมึงอยู่แล้ว”

        เหมือนที่กูยอมให้มึงตลอดไง จอนจองกุก

        “อือๆ กูจะลองดูนะ” เพื่อนหน้ากระต่ายยอมพยักหน้า “ขอบใจมึงมากนะ แดกข้าวต่อเถอะ จะได้แดกยา จนกว่าแทฮยองจะมา กูจะดูแลมึงชดใช้ที่ทำร้ายมึงเมื่อคืนเอง”

        “ให้มันแน่เหอะ” ซอกจินหัวเราะเบาๆ ก่อนจะอ้าปากรับข้าวต้มที่เพื่อนป้อนให้

        มีแฟนแล้วนะ ทั้งคู่เลย ทำไมถึงยังใจเต้นให้กับเพื่อนสนิทแบบนี้อีก

        แต่อย่างที่บอก เมื่อคืนคือคืนสุดท้าย

        ตัดใจสักทีนะคิมซอกจิน จะได้เลิกมีความสุขบนความรู้สึกผิดบาปของตัวเองเสียที

 

        รอเพียงสักพัก แทฮยองก็มาที่คอนโดของซอกจินอย่างรวดเร็ว

        จองกุกที่ป้อนข้าวป้อนยาเพื่อนเสร็จเรียบร้อยก็ฝากซอกจินไว้กับแฟนหนุ่มของร่างบางเอง ก่อนที่ตัวเฮดว้ากของวิทยาศาสตร์จะออกไปข้างนอกบ้าง

        ตอนนี้ก็เหลือแค่คู่รักที่อยู่ที่ห้องนั้น

        “เป็นยังไงบ้างครับพี่จิน ตอนที่รุ่นพี่จองกุกบอกว่าพี่ป่วย ผมนี่ตกใจแทบแย่ แทบไม่เป็นอันเรียนเลยล่ะครับ”

        “เวอร์น่า พี่ไม่ได้เป็นอะไรขนาดนั้นสักหน่อย” ซอกจินหัวเราะเสียงแหบแห้ง ยิ่งเห็นหน้าตาเหมือนหมาหงอยของแฟนผิวเข้มก็ยิ่งรู้สึกขบขันในใจ

        เขาไม่ได้ป่วยหนักขนาดนั้นสักหน่อย เวอร์เสียจริงนะแฟนเขาเนี่ย

        แต่นี่แหละนะ คือความน่ารักของแทฮยองเขาล่ะ

        “ก็ผมเป็นห่วงพี่นี่ครับ เมื่อวานตอนไปถ่ายรูปพี่ก็ยังดีๆ อยู่เลย ทำไมอยู่ดีๆ ก็ป่วยขึ้นมาล่ะครับ”

        “ไม่รู้เหมือนกัน คงเป็นภูมิแพ้ล่ะมั้ง” ใครจะกล้าบอกล่ะว่ามีเซ็กส์กับเพื่อนสนิทมา “เมื่อเช้าเรียนเป็นยังไงบ้าง”

        “สอนต่อจนจบชีทพอดีครับ เดี๋ยวเสาร์นี้ผมจะพาพี่ไปเอาเลคเชอร์ที่บ้านผม พี่คงหายป่วยทันเนอะ”

        “ทันสิ อยากให้ไปเจอพี่ชายกับพี่สะใภ้นายก็บอก ไม่ต้องเอาเลคเชอร์มาอ้างหรอก” ร่างบางหัวเราะอีกครั้ง แค่เลคเชอร์เอง แทฮยองสามารถเอามาให้เขาได้อยู่แล้ว ที่พูดแบบนี้ก็แค่อยากให้เขาไปเจอพี่ชายและพี่สะใภ้ตามที่ได้เคยนัดกันไว้เท่านั้นแหละ

        “รู้ทันอีกนะ” แทฮยองหัวเราะบ้าง “พี่นอนพักเถอะครับ จะได้หายป่วยไวๆ”

        “พี่ขี้เกียจนอนแล้วอ่ะ วันนี้ก็ตื่นตั้งเที่ยง นายจะให้พี่นอนอีกหรือไง” คนหน้าหวานยู่หน้าลงเล็กน้อย ก็มันจริงนี่นา เขานอนนานแล้วนะ จะให้นอนอีกก็ไม่ไหวหรอก

        “แต่ถ้าพี่ไม่นอนพัก เมื่อไหร่จะหายล่ะครับ”

        “แต่พี่ไม่อยากนอนแล้วอ่ะ นอนก็นอนไม่หลับแล้วด้วย” ซอกจินยังคงยืนยันแบบนั้น “อีกอย่าง ถ้าพี่หลับ นายก็ต้องนั่งเหงาคนเดียวน่ะสิ ไม่เอาหรอก”

        “ห่วงอะไรแบบนั้นล่ะครับที่รัก” มือหนาลูบลงบนกลุ่มผมนุ่มเบาๆ “ผมไม่เหงาอยู่แล้ว ให้ทำแค่นั่งจ้องหน้าพี่ทั้งวันยังได้เลย”

        “ปากหวานนักนะ” ร่างบางยิ้มหมั่นไส้ในคำพูดของแฟนตัวเอง ถึงจะเป็นแฟนกันแล้ว แต่แทฮยองก็ยังปากหวานแบบนี้ตลอด

        เพราะแบบนี้แหละ เขาถึงได้ชอบแทฮยองมากๆ ไง

        แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นรักอยู่ดี

        พอคิดมาถึงตอนนี้ ความรู้สึกผิดมันก็ตีตื้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้

        ทำยังไงนะ ทำยังไงเขาถึงจะรักแทฮยองได้มากกว่าเพื่อนสนิทอย่างจองกุก

        ทำยังไงเขาถึงจะรักคนที่รักเขาได้มากกว่าคนที่เขารัก...

        “นี่ แทฮยอง” เสียงหวานเรียกคนรักด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป “พี่ถามอะไรหน่อยได้มั้ย”

        “ได้สิครับ แล้วทำไมพี่ต้องทำเสียงแบบนั้น...”

        “ถ้าวันหนึ่งพี่ทำผิดต่อนาย นายจะว่ายังไง”

        “หืม? หมายความว่ายังไงเหรอครับ”

        “ก็หมายความตามอย่างที่พูดนั่นแหละ” คนพี่ถอนหายใจ ก่อนจะเงยหน้าสบสายตาคมที่มองมา “ถ้าพี่ทำผิดต่อนายมากๆ จนไม่ควรให้อภัยเลย นายจะว่ายังไง”

        “...ผมก็คงจะโกรธมากๆ เลยแหละ”

        “นายจะบอกเลิกพี่มั้ย”

        “ไม่” ร่างสูงตอบทันที “จริงอยู่ที่ผมอาจจะโกรธ แต่สิ่งที่ผมคิดเป็นสิ่งสุดท้าย นั่นก็คือเลิกกับพี่”

        “...”

        “ผมรักพี่มานานนะครับพี่จิน ไม่ว่ายังไง ถึงผมจะโกรธพี่แค่ไหน แต่ผมจะให้อภัยพี่ทุกอย่าง เพราะผมรักพี่มากจริงๆ”

        “...”

        “เพราะฉะนั้น ที่พี่ถามว่าผมจะทำยังไงถ้าพี่ทำผิดต่อผม ผมก็จะบอกว่าถึงผมจะโกรธพี่แค่ไหน แต่ผมจะให้อภัยพี่เพราะผมรักพี่... อ๊ะ!” เสียงทุ้มร้องออกมาเบาๆ เมื่อคนบนเตียงพุ่งเข้ามากอดเขาอย่างรวดเร็ว ร่างสูงขมวดคิ้วอย่างสงสัย แต่ก็ต้องตกใจมากกว่าเดิมเมื่อสัมผัสชื้นเกิดขึ้นบนไหล่แกร่งพร้อมกับเสียงสะอื้นที่ดังออกมาเบาๆ “พี่จินครับ...”

        “ฮึก ทำไม ฮึก ทำไมนายเป็นคนดีแบบนี้นะ” เสียงหวานแทบจะพูดไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว “ทำไมคนดีๆ แบบนายต้องมาเจอคนแบบพี่ด้วย ฮือ”

        “พี่จินครับ ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะครับ” แทฮยองลูบหลังปลอบคนที่กอดเขาแน่นเบาๆ “พี่เป็นของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิตผมเลยนะครับคนดี”

        “ไม่ พี่ไม่ใช่คนดีขนาดนั้น ฮือ ทำไมกันนะแทฮยอง ฮึก” ซอกจินร้องไห้อย่างรู้สึกผิดสุดหัวใจ ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกว่าตัวเองในตอนนี้ไม่ได้เหมาะสมกับความรักและความดีที่แทฮยองมีให้เขาเลย

        ดีจนเขาละอายใจเหลือเกินที่ตัวเองตัดสินใจคบกับคนผิวเข้มแบบนี้

        พอแล้ว เขาทำร้ายแทฮยองไปมากกว่าไม่ได้แล้ว

        เขาจะต้องรักแทฮยองให้ได้ สัญญาด้วยเกียรติที่เหลืออยู่เลย

 

        “เสร็จแล้ว” เสียงหวานเอ่ยขึ้นเมื่อบีบครีมลงบนขนมเค้กชิ้นสุดท้ายเสร็จ โฮซอกยิ้มออกอย่างภูมิใจในผลงานของตัวเอง

        มันต้องเป็นเมนูใหม่ในร้านของแทฮยองที่ขายดีแน่ๆ

        “ทำอะไรอยู่น่ะเจ้าสาวของฉัน”

        “อ๊ะ นัมจุน” ร่างบางร้องออกมาเบาๆ เมื่อแขนแกร่งที่คุ้นเคยโอบรอบเอวบอบบางของตัวเองอย่างแผ่วเบา “อย่ามาแบบนี้สิครับ ผมตกใจหมดเลย”

        “ก็เธอทำให้ฉันตกใจก่อนนี่นา จะหายไปไหน ไปทำอะไรก็ไม่คิดจะบอกกันเลยนะ”

        “ก็ผมไม่ได้ออกไปไหนนี่ครับ แค่มาคิดสูตรขนมใหม่ให้ร้านของแทฮยองเท่านั้นเอง” โฮซอกว่าพร้อมรอยยิ้ม “คุณมาก็ดีแล้วครับ มาชิมหน่อยสิว่ามันอร่อยมั้ย”

        “ได้สิ” ร่างสูงตอบรับ ก่อนจะรับจานเค้กจากว่าที่เจ้าสาวของตัวเองมา “เค้กอะไรน่ะที่รัก”

        “แอปเปิ้ลครับ ของโปรดของนัมจุนเลย” ร่างบางหันมาส่งยิ้มให้คู่หมั้นของตัวเอง “พอดีว่าคุณพ่อกับคุณแม่คุณท่านเพิ่งนำแอปเปิ้ลมาฝากไว้หลายลังเลย ผมเลยนำมาทำเป็นเค้กรสใหม่ให้ร้านของแทฮยอง ผมคิดว่ามันต้องตอบโจทย์คนที่ชอบรสชาติหวานอมเปรี้ยวแบบนี้แน่ๆ เลย”

        “ว้าว มันต้องดีสำหรับคนไม่ชอบอะไรเลี่ยนๆ อย่างฉันแน่นอนเลย” นัมจุนว่าพร้อมกับรับช้อนมาจากคนตรงหน้า “ทานแล้วนะครับ”

        โฮซอกมองว่าที่เจ้าบ่าวของตัวเองตักเค้กเข้าปากอย่างลุ้นๆ พอร่างสูงกลืนเค้กลงคอ เสียงหวานก็รีบถามอย่างรวดเร็ว “เป็นยังไงบ้างครับนัมจุน”

        “อร่อยมากเลย” นักธุรกิจหนุ่มส่งยิ้มให้คนตัวเล็กกว่า “แต่ฉันว่ามันยังขาดอะไรอยู่หน่อยนะ”

        “อะไรเหรอครับ” ร่างบางเอียงคอถามอย่างสงสัย โดยไม่ได้สังเกตเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของคนรักเลย

        “ก็แบบนี้ไง”

        ครีมเค้กถูกป้ายลงบนปากอิ่มเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันที่โฮซอกจะได้โวยวาย ริมฝีปากของนัมจุนก็ทาบทับลงบนริมฝีปากสวยอย่างรวดเร็ว

        ลิ้นร้อนเลียเก็บคราบครีมบนปากแดงฉ่ำก่อนจะแทรกเข้าไปในโพรงปากหวาน ร่างสูงเกี่ยวกระหวัดลิ้นกับคู่หมั้นของตัวเองอย่างอ่อนหวานจนโฮซอกแทบจะละลายไปกับสัมผัสของแฟนหนุ่ม จานเค้กในมือของนัมจุนถูกวางไว้ที่เคาน์เตอร์ด้านหลังร่างบาง ก่อนที่แขนแกร่งจะกอดรัดร่างของคนรักเพื่อส่งสัมผัสในร้อนแรงจนมือบางต้องเกาะเสื้อตรงอกร่างสูงเพื่อให้ประคองตัวเองอยู่

        เมื่อสัมผัสจากมือเรียวทุบที่อกแกร่งเบาๆ เพื่อบอกว่าโฮซอกจะขาดอากาศหายใจแล้ว นัมจุนจึงยอมผละสัมผัสออกมา ตาคมมองคนที่หอบหายใจอยู่ในอ้อมแขนตัวเองอย่างเอ็นดูก่อนจะก้มลงไปกระซิบข้างใบหูขาว “มันขาดรสหวานจากจูบเธอไง คนสวย J

        “คนบ้า!” เสียงหวานเอ็ดพร้อมกับทุบลงบนอกกว้างเต็มแรง “ฉวยโอกาสจริงๆ เลยนะนัมจุน ถ้าแต่งงานกันไปแล้ว ผมไม่ช้ำทั้งตัวเลยหรือไง -0-

        “ฉันยั้งมือกับเธอเสมอแหละคนดี หรือเธออยากเป็นแบบที่เธอว่าฉันก็ทำให้ได้นะ ^^

        “คนหื่น!” ว่าพร้อมกับทุบไปอีกรอบ ก่อนจะพลิกหันมาสนใจเค้กของตัวเองต่อ “ผมไม่น่าให้คุณชิม นอกจากจะไม่ได้อะไรแล้วยังโดนฉวยโอกาสอีก L

        “โอ๋ๆ ไม่งอนนะครับ ฉันแค่อยากจูบเธอเท่านั้นเอง ^o^ แต่เค้กเธออร่อยจริงๆ นะ จะวางขายในร้านเมื่อไหร่ล่ะ”

        “น่าจะอาทิตย์หน้านะครับ ผมอยากปรึกษากับว่าที่น้องสะใภ้วันเสาร์นี้ก่อน”

        “ว่าที่น้องสะใภ้? อ้อ แฟนเจ้าแทฮยองน่ะนะ” นัมจุนว่า “ทำไมอยู่ดีๆ ก็อยากปรึกษาเขาล่ะ เธอยังไม่เคยเห็นหน้าเขาเลยนะ”

        ร่างสูงขมวดคิ้วอย่างสงสัย ก็จริงนี่นา ปกติแฟนของเขาไม่ค่อยปรึกษาเรื่องเค้กกับใครหรอก เพราะทั้งเขากับแทฮยองก็ทำเค้กไม่เป็น และถึงแม้แม่เขาจะทำเค้กเป็น โฮซอกเองก็เกรงใจท่านมากทั้งๆ ที่กำลังจะมาเป็นสะใภ้ใหญ่ของตระกูลคิมแท้ๆ อย่างมากก็มีให้ชิมแบบนี้ แต่ไม่เคยอยากให้ใครมาเป็นลูกมือเลย

        แต่ตอนนี้ทำไมถึงอยากปรึกษาคนที่ไม่เคยเห็นหน้าเลยนะ

        “นัมจุนจำเค้กที่เขาฝากแทฮยองมาให้พวกเราได้มั้ยครับ” เสียงหวานว่าพร้อมกับตัดแบ่งเค้กเป็นชิ้นๆ “ทั้งๆ ที่เป็นเค้กครีมแท้ๆ แต่มันกลับไม่เลี่ยนเลย แถมไม่หวานเกินไปด้วย ผมเลยคิดว่าเขาต้องมีพรสวรรค์ในด้านนี้แน่ๆ”

        “แล้ว?”

        “ถ้าอยากให้ร้านน้องคุณขายดี ผมว่าเราคงต้องร่วมมือกับว่าที่น้องสะใภ้สักหน่อยแล้วล่ะ จะได้เค้กที่อร่อยขึ้นไงครับ”

        “อย่างนี้เองสินะ” ร่างสูงพยักหน้ารับ “ถ้าเธอกับว่าที่น้องสะใภ้ร่วมมือกัน มันต้องออกมาเพอร์เฟ็กต์แน่ๆ”

        “ผมก็หวังไว้อย่างนั้นนะครับ” โฮซอกตอบรับด้วยรอยยิ้ม แค่คิดว่าตัวเองอาจจะได้พัฒนาฝีมือการทำอาหารจากแฟนของน้องชายคู่หมั้น มันก็ทำให้อดรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้

        แม้ในความตื่นเต้นนั้น จะมีความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่บ่งบอกว่าพวกเขาสองคนไม่ควรเจอกับว่าที่น้องสะใภ้คนนี้เลยก็ตามเถอะ
--------------------------------------------------------------------
        ยัยพี่เราก็ดราม่าอย่างต่อเนื่องนะคะ 55555 สวัสดีค่ะทุกคน ไม่เจอกันนานเลยนะคะ ช่วงนี้เรางานเยอะอลังการมากกกกก แถมยังปัญหาสุขภาพและปัญหาความเครียดมาอีก พยายามมาเคลียร์ฟิคเท่าที่จะไหวแต่ก็เยอะเหลือเกิน 55555555 เข้าเรื่องเราดีกว่า ขอดูป้ายแทจินหน่อยเร็ววววว >o< (เราคนนึงก็ชูป้ายนี้ 5555) มาเอาใจช่วยยัยพี่ให้รักแทฮยองกันได้เถอะค่ะ (สาบานว่านี่คือกุกจิน 55555) ตอนหน้า ยัยพี่ก็จะไปเจอคุณนัมจุนกับยัยสวยแล้วนะคะ จะเป็นอย่างไรต้องติดตามกันนะ ช่วยกันเม้นเป็นกำลังใจให้ไรท์ หรือว่าเล่นแท็ก #แค่เพื่อนกุกจิน ในทวิตเตอร์ได้นะคะ ตอนนี้ไรท์ต้องไปแล้ว เจอกันตอนหน้านะคะ ^^
B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

256 ความคิดเห็น

  1. #107 SajinDangdang (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 12:33
    โอ้ยยยย สงสาร มีแต่คำว่าสงสารเต็มไปหมด โอ้ยยยยยย จองกุกรักพี่จินก็บอกว่ารักสิ อย่ามาทำแบบนี้ อินค่ะอินมาก ไรซ์สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ในทุกๆเรื่องค่ะ ทุกอย่างในชีวิตของเราผ่านเข้ามา และผ่านออกไปในทุกเรื่องค่ะ ส่งต่อกำลังใจให้นะคะ

    #107
    0
  2. #104 Kim_SeokJin1992 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 10:42
    นัมจุน จิน โฮซอกต้องเป็นอะไรกันแน่ๆ
    #104
    0
  3. #103 ryeoiske (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 07:17
    ซอกจินน ทำไมชีวิตถึงได้ดราม่าขนาดนี้ แงงง
    #103
    0
  4. #102 Min41 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 19:48
    สู้ๆค่ะไรท์
    #102
    0
  5. #101 k_92 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 07:48
    สู้ๆ นะคะไรท์
    #101
    0
  6. #100 AlwayBTS (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 03:24
    เนี่ย เราว่าซอกจินต้องเคยมีความหลังกับคู่ที่กำลังจะแต่งงานกันแน่ๆเลย ฮือออ สงสารยัย คุณนัมจุนหน่ะรักเก่าซอกจินแน่ๆ อยากชิมเค้กฝีมือยัยโฮซอกจังเลย รอนะคะ
    #100
    0
  7. #99 saw254288 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 17:44
    เฮ้อออหน่วงไปหมดไม่รู้จะสงสารใครดีจองกุกดูเป็นคนดีนะแค่ไม่ดีเรื่องที่ชอบทำแบบนั้นกับพี่จินแทยองก็คนดีมากกกกแต่ถ้าพี่จินเจอกับพี่นัมจะเป็นยังไงความดีของแทยองจะทำให้พี่จินยอมรับเรื่องนี้-รึเปล่าเห้อมมมTT
    #99
    0
  8. #98 0918483148 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 15:01
    เริ่มคิดละว่าแทกับกิจะมามีซัมติงยังไงกัน (เพราะมันมีวีก้าด้วย
    #98
    0
  9. #97 กัปตันสู้เขา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 08:38
    ขอให้เป็นครั้งสุดท้ายจริงๆนะจองกุกนะ หึ
    #97
    0
  10. #96 tienin (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 06:19
    เฮ้อออออ จองกุกแบบนี้มีแต่ทำให้จินเจ็บนะ
    #96
    0
  11. #95 Pat_chita (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 เมษายน 2561 / 03:31
    รอๆๆค่าไรท์/พักผ่อนนนด้วยน่ะค่ะ
    #95
    0