Fic BTS Just Friend... (KookJin, VGa, MonHope)

ตอนที่ 4 : Chapter 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,341
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    13 ธ.ค. 60

บทที่ 3

        ไม่กี่ครั้งหรอก ที่จองกุกจะตื่นก่อนรูมเมทตัวเอง

        มือหนายกขึ้นขยี้ตาของตัวเองเพื่อคลายความง่วง ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวของซอกจินที่ใช้แขนอีกข้างของเขาต่างหมอนทั้งคืนแล้วดึงหมอนใบใหญ่มาให้ร่างบางหนุนแทน

        ร่างสูงนวดแขนคลายความชาและความปวดเมื่อยเล็กน้อย ก่อนจะลงมองใบหน้าสวยหวานที่ยังหลับตาพริ้ม ไม่ได้คิดจะตื่นจากนิทราแม้จะถูกขยับตัวไปมาแบบนั้น

        จองกุกหัวเราะเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงแล้วดึงผ้าห่มมาคลุมร่างบอบบางบนเตียงอย่างแผ่วเบา ร่างสูงบิดขี้เกียจเล็กน้อยก่อนจะหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเข้าห้องน้ำไป

        อย่าเข้าใจผิด เมื่อคืนพวกเขาไม่ได้ทำอะไรกัน

        แค่เมื่อคืนเจ้าตัวนั้นแอบร้องไห้จนเขาต้องดึงเพื่อนสนิทเข้ามากอดปลอบไว้เท่านั้นเอง

        ไม่รู้ว่าซอกจินไปเจออะไรมา ได้ข่าวว่าเจ้ารุ่นน้องผิวเข้มที่ออกตัวว่าจีบเพื่อนเขาอยู่นั้นพาไปแกลลอรี่ภาพถ่ายนี่ คนชอบถ่ายรูปอย่างเจ้าตัวเล็กน่าจะชอบนี่นา

        หรือว่าจะตอนที่เขาจูบกับยุนกิ...

        บ้า มันจะร้องทำไม พวกเขาเป็นเพื่อนกันนี่นา

        เออ ช่างเถอะ เดี๋ยวค่อยถามมันเอาก็ได้

        แต่ตอนนี้มันสายแล้ว เขารีบอาบน้ำแล้วรีบไปเตรียมอาหารเช้าดีกว่า

        เมื่อคิดอย่างนั้น จองกุกก็รีบจัดการธุระส่วนตัวของตัวเองจนเสร็จ ก่อนจะออกมาเตรียมอาหารเช้าสำหรับพวกเขาทั้งสองคน

        โชคดีที่เมื่อก่อนเขาชอบบังคับไอ้ลูกหมูให้สอนทำอาหารจึงพอจะทำเมนูง่ายๆ ได้บ้าง เวลาที่ซอกจินตื่นสายหรือว่าเล่นกับเขา(?)จนเพลีย ลุกไม่ไหว เขาก็จะเป็นคนทำอาหารแทนตลอด

        ความสัมพันธ์ของเขามันอาจจะแปลกๆ หน่อย แต่ยังไงพวกเขาก็ยังเป็นเพื่อนกันแหละนะ

        แกร๊ก!

        เสียงเปิดประตูเรียกความสนใจของร่างสูงทันที ตาคมละจากกระทะที่กำลังผัดข้าวอยู่เหลือบมองไปทิศของเสียง ก่อนหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ

        ไอ้ลูกหมูมันเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว แต่ท่าทางง่วงงุนแบบนั้นมันอะไรกันน่ะ

        แล้วเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งสีดำกับกางเกงขาสั้นอยู่บ้านนั่นมันเข้ากันตรงไหนเนี่ย

        “แต่งตัวอะไรของมึงเนี่ยไอ้ลูกหมู”

        “ก็ตอนบ่ายมีนัดกับแทฮยองอ่ะ จะได้เปลี่ยนแค่กางเกง” เสียงหวานตอบพร้อมกับขยี้ตาของตัวเอง “อือ ปวดตาอ่ะมึง”

        “เฮ้ อย่าขยี้ตาสิ” จองกุกหันมาเอ็ดเพื่อนที่กำลังถูตากลมๆ ของตัวเองอย่างแรง “ไปเอาประคบน้ำแข็งมาประคบ กูทำไว้ให้แล้ว อยู่ในช่องแช่แข็ง”

        “อือ” ซอกจินตอบรับแค่นั้น ก่อนจะเดินไปหยิบของที่เพื่อนบอก “มึงไม่มีเรียนเหรอ เทอมนี้เราตารางไม่เหมือนกันนี่”

        “ไม่ตรง แต่กูลงเวลาเรียนตรงกับมึง” พูดพร้อมกับตักข้าวผัดใส่จานสองใบที่เตรียมไว้ แล้วยกจานทั้งสองนั้นมาวางตรงหน้าเพื่อนสนิท “อ่ะ แดกซะ เดี๋ยวไม่มีแรงไปเรียนถ่ายรูปกับว่าที่แฟนมึงด้วย”

        “มันแดกได้ใช่มั้ย”

        “ถ้าไม่มั่นใจจะแดกกูแทนมั้ยล่ะ แต่ขอกูแดกข้าวก่อนนะ”

        “สัส” นิ้วกลางผิดรูปถูกยกให้เพื่อนอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะข้าวผัดตรงหน้าเข้าปากอย่างรวดเร็ว ตากลมก็เสหลบสายตาคมที่มองมาอย่างขบขันไปทางอื่น เขาไม่ค่อยชอบให้ร่างสูงมองด้วยสายตาแบบนั้นเท่าไหร่

        มันชวนให้ใจเต้นผิดปกติยังไงก็ไม่รู้...

        “แล้วตอนบ่ายของมึงนี่กี่โมงอ่ะ”

        “ไม่รู้สิ แทฮยองบอกว่าจะโทรมาถ้าถึงแล้ว” เสียงหวานตอบ “แล้วมึงไม่ไปไหนเหรอวันนี้”

        “ก็ไปรับน้องยุนกิตอนบ่ายแล้วรวดกินข้าวเที่ยงเลย”

        “โห หวานกันจริงๆ เลยคู่นี้” อดไม่ได้ที่จะแซะออกมาอย่างหมั่นไส้ในความหวานเสมอต้นเสมอปลายของคู่รักคู่นี้ จองกุกจะเป็นคนรักที่ดีมากเลยนะ ถ้ามันไม่มาวุ่นวายกับเพื่อนสนิทอย่างเขาน่ะ

        “อิจฉาเหรอไอ้ตัวเล็ก” จองกุกหัวเราะพร้อมกับยื่นมือมายีผมนุ่มอย่างหมั่นเขี้ยว “มึงก็รีบเป็นแฟนกับไอ้แทฮยองสิ จะได้ไม่อิจฉาคนอื่น”

        “...ดูมึงรีบผลักไสกูให้คนอื่นจังเลยนะ”

        “ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย กูก็แค่ไม่อยากให้มึงเหงาเวลากูไปหายุนกิก็เท่านั้นเอง” ร่างสูงบอกเสียงอ่อน “กูรู้สึกผิดนะที่ทิ้งมึงไว้คนเดียวตลอดอ่ะ”

        ซอกจินกัดปากแน่นเมื่อได้ยินเพื่อนพูดแบบนั้น น้ำเสียงอ่อนโยนและสายตาแบบนั้นมันมีอิทธิพลกับใจเขาน้อยเสียเมื่อไหร่

        แล้วเมื่อไหร่กูจะตัดใจจากมึงได้สักทีฮะ ไอ้จองกุก...

        “...จะเป็นเดี๋ยวกูก็เป็นเองแหละน่า เพิ่งคุยกันแค่เดือนเดียวเอง กูไม่รีบหรอก” ว่าพร้อมกับยกจานเปล่าไปล้างตรงซิ้งค์ในครัว “มึงก็ไปแต่งตัวได้แล้ว น้องเขาโทรมาจะได้ออกไปเลย”

        “เพิ่งสิบโมงกว่าเอง กูไม่รีบหรอก”

        “เออน่า ก็เตรียมตัวไว้ก่อน อ๊ะ!” ร่างบอบบางสะดุ้งทันทีเมื่อแขนแกร่งนั้นค่อยๆ สอดเข้ามาโอบรัดรอบเอวคอดอย่างแผ่วเบา แผ่นอกแข็งแรงที่แนบกับแผ่นหลังของเขาทำเอาซอกจินถึงเกร็งตัวขึ้นมา “จะ จองกุก ทะ ทำอะไร...”

        “มึงเป็นอะไรซอกจิน” เสียงทุ้มถามอย่างแผ่วเบาข้างใบหูบาง “ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วนะที่นอนร้องไห้อ่ะ เป็นอะไรก็บอกกูสิ เราไม่ใช่เพื่อนกันหรือไง”

        ก็เพราะมึงเป็นเพื่อนไง มันถึงพูดไม่ได้...

        “ไม่ได้เป็นอะไร เมื่อคืนกูก็แค่รู้สึกเฟลๆ นิดหน่อย ก็เลยอยากร้อง ไม่มีอะไรหรอก” เสียงหวานแสร้งหัวเราะเบาๆ “มากอดกูนี่กินข้าวเสร็จแล้วเหรอ งั้นเอาจานมาสิ เดี๋ยวกูล้างให้...”

        “หันมาหากูก่อนซอกจิน”

        “กูไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ ทำไมมึงคิดมากอย่างนี้วะ”

        “ถ้าไม่เป็นก็หันมาสิ

        “...งั้นก็ถอยออกไปก่อน ใกล้ขนาดนี้กูหันไปหามึงไม่ได้หรอกนะ” ซอกจินเอ่ยแบบนั้น รอเพียงอึดใจ สัมผัสที่เอวก็หายไป ร่างบางจึงกล้าหันกลับไป

        แต่ก็แทบจะหงายหลังเมื่อเห็นว่าเพื่อนยังอยู่ใกล้ในระยะอันตรายอยู่

        แขนแกร่งทาบคร่อมร่างบอบบางไว้เพื่อกักเพื่อนไว้ในพันธนาการ ร่างสูงเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนมือเรียวต้องยกขึ้นมาดันอกแกร่งไว้อย่างรวดเร็ว

        “เฮ้ จะคุยก็คุยกันดีๆ อย่าเข้ามาใกล้แบบนี้”

        “กูไม่ได้จะทำอะไร แค่จะมองตามึงใกล้ๆ เท่านั้นเอง” ไม่ว่าเปล่า มือหนายังประคองใบหน้าสวยหวานของเพื่อนให้ขึ้นมาสบตากับตัวเองอีกต่างหาก “ทีนี้ก็ตอบคำถามกูมาได้แล้ว”

        “คำถามอะไร...”

        “มึงเป็นอะไร ทำไมถึงซึมไปแบบนี้ แล้วเมื่อคืนก็ร้องไห้อีก”

        “...ก็บอกแล้วว่าไม่เป็นอะไร...”

        “มึงโกหก” เสียงทุ้มกระซิบชิดกับริมฝีปากอิ่มสวย “แค่มองตามึงกูก็รู้แล้วว่ามึงโกหก”

        “...”

        “เครียดอะไรก็บอกกูสิวะ เราเป็นรูมเมทกันไม่ใช่เหรอ...”

        “กูก็บอกไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าแค่เฟลอะไรนิดหน่อยเท่านั้นเอง และตอนนี้กูก็หายแล้ว จะตื๊ออะไรนักหนา”

 เสียงหวานแสร้งทำหงุดหงิด ก่อนจะออกแรงดันเพื่อนออกเบาๆ “จัดการจานมึงไปเลย กูไปดูทีวีแล้ว”

        ซอกจินผละออกจากเพื่อนของตัวเองแล้วเดินหนีไปที่โซนรับแขกของห้อง มือบางคว้ารีโมทแล้วเปิดทีวี ปล่อยให้มันเล่นไปโดยที่ไม่ได้สนใจว่าเปิดช่องอะไรอยู่

        ร่างบางลอบถอนหายใจออกมาเล็กน้อยที่หนีเพื่อนสนิทมาได้ มือบางยกขึ้นเสยผมเล็กน้อยพร้อมกับพยายามกดความรู้สึกทั้งหมดไม่ให้แสดงออกมา

        เหนื่อยจังเลยนะ ต้องมาปิดอะไรแบบนี้ตลอดเลย

        แล้วทำไมเขายังไม่หนีไป ยังจะอยู่ใกล้มันแบบนี้ทำไม

        นั่นสิ เขาก็ไม่รู้เหมือนว่าทำไมถึงยังอยู่ใกล้ชิดกับจองกุกแบบนี้

        คงเพราะ รักมากงั้นเหรอ...

        แค่ได้อยู่ใกล้ๆ อย่างนี้ ไม่ว่าจะสถานะไหนก็ตาม แค่ได้อยู่แบบนี้ก็พอ...

        นี่เหรอ ความคิดของคนที่จะตัดใจน่ะ

        น่าสมเพชชะมัดเลย คิมซอกจิน

        “เพิ่งรู้ว่ามึงชอบดูสารคดีด้วย ปกติไม่เห็นจะดู” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้นเรียกให้ร่างบางตื่นจากความคิด และนั่นก็ทำให้ซอกจินรู้ตัวว่าตัวเองเปิดช่องอะไรไว้

        สารคดีนากน้อยกับแม่ของมัน = =

        เอ่อ น่ารักมันก็น่ารักดี แต่ปกติเขาไม่ดูไง -0-

        “มันก็น่ารักดี” แต่เพื่อความเนียน เสียงหวานก็เอ่ยเรื่อยๆ ต่อไป “มึงดูสิ มันตะงุ้ยมากเลยนะ”

        “เอาอารมณ์ไหนมามุ้งมิ้งวะเพื่อนกู” จองกุกหัวเราะแล้วนั่งลงข้างๆ เพื่อนตัวเล็ก “หันหน้ามาซิ”

        “อะไร มึงจะคาดคั้นอะไรกูอีก”

        “ไม่ใช่ จะประคบตาให้ต่างหาก” ไม่ว่าเปล่า มือหนาข้างหนึ่งยังจับคางเล็กให้หันมาหาพร้อมกับประคบผ้าขนหนูที่มีน้ำแข็งลงที่ใต้ตากลมเบาๆ “ไม่น่าร้องไห้เลยนะ ตาจะบวมเหมือนตัวแล้วมึงอ่ะ”

        “สัส หลอกด่ากูนี่” เสียงหวานหัวเราะเบาๆ ในขณะที่ตากลมก็จ้องใบหน้าหล่อที่ดูตั้งใจมากในการประคบตาให้เขา

        ขนาดเป็นแค่เพื่อน (ถึงแม้มันจะนิสัยเสียกับเรื่องชอบเกินเลยกับเขาก็เถอะ = =) จองกุกยังคอยดูแลเขาดีแบบนี้

        ไม่อยากคิดเลย ว่ามันจะอ่อนโยนกับน้องยุนกิขนาดไหน...

        ไม่รู้ว่าเนิ่นนานเท่าไหร่ที่ร่างบางจ้องใบหน้าหล่อเหลาอยู่อย่างนั้น รู้ตัวอีกที สายตาคมๆ นั่นก็หันมาสบตากับเขาแทน

        สายตาของทั้งคู่สอดประสานกันเนิ่นนานก่อนที่มือหนาจะเอาที่ประคบน้ำแข็งออกจากใบหน้าหวาน มือใหญ่เปลี่ยนมาประคองใบหน้าของเพื่อนสนิทแล้วขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกของเขาทั้งคู่แตะกัน ตาคมสบกับตาคู่สวยอย่างสื่อความหมาย และเมื่อเห็นว่าซอกจินไม่ได้มีทีท่าจะขัดขืน ปากหยักก็กดจูบลงริมฝีปากอิ่มทันที

        ร่างบอบบางดูตกใจเล็กน้อยที่เพื่อนจูบมาแบบนี้ ก่อนที่จะหลับตาลงอย่างเผลอไผล ปล่อยให้ลิ้นหนาเข้ามากวาดต้อนความหวานและเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นของตัวเองแบบนั้น

        จองกุกผลักซอกจินให้นอนราบลงไปบนโซฟาทั้งที่ยังไม่ผละจูบออกจากกัน ริมฝีปากแลกสัมผัสกันอย่างร้อนแรงในขณะที่มือใหญ่ก็ลูบไปตามสัดส่วนผอมบางอย่างเพลินมือก่อนจะสอดมือร้อนเข้าไปในเสื้อสีดำของร่างบาง

        “อะ อื้อ!” เสียงหวานครางประท้วงพร้อมกับดันอกกว้างออกเล็กน้อย “ดะ เดี๋ยว จะ จองกุก อื้อ!

        ริมฝีปากอิ่มถูกรังแกอีกครั้งพร้อมๆ กับมือหยาบนั้นลูบบนหน้าท้องเนียนอย่างแผ่วเบา ซอกจินเริ่มหายใจผิดจังหวะเมื่อปากหยักสวยนั้นเปลี่ยนเป้าหมายมาที่สันกรามของเขาและซอกคอขาวเนียน จุมพิตแผ่วเบาบนผิวไวต่อสัมผัสทำเอาเสียงหวานนั้นหอบออกมาอย่างห้ามไม่ได้

        “อือ มะ ไม่เอา ฮะ”

        “เสียงมึงเซ็กซี่ชะมัดเลย”

        “ฮึก จะ จองกุก...”

        Rrrr!

        เสียงโทรศัพท์ที่แผดลั่นขึ้นมาทำเอาทั้งคู่ชะงัก แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้น เพราะจองกุกก็ทำในสิ่งที่ค้างไว้ต่อแทบจะทันที

        “อะ ไอ้กุก ทะ โทรศัพท์มึง”

        “อือ รู้แล้ว”

        “กะ ไปรับสิ อึก ปล่อยกู”

        “มันไม่ใช่เวลา...”

        “อะ ไอ้เชี่ย กะ เกิดเป็นน้องยุนกิ ปะ ไปรับเดี๋ยวนี้”

        และชื่อนั้นก็หยุดการกระทำของร่างสูงได้ทันที

        จองกุกผละออกจากเพื่อนอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่เพื่อไปรับโทรศัพท์ของตนเอง ร่างบอบบางรีบผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วพร้อมกับกอดตัวเองไว้แน่นเพื่อสงบอารมณ์ของตัวเอง

        กะ เกือบไปแล้ว

        ไม่อยากจะคิดเลยว่าโทรศัพท์ของจองกุกไม่ดัง มันจะเกิดอะไรต่อจากนี้

        ถึงจะเคยทำกันบ่อยก็เถอะ แต่มันก็ไม่ควรเกิดขึ้นไง

        ชิบ แล้วมันปลดกระดุมกูจนหมดแผงเลยหรือเนี่ย -0-

        มือไวชะมัด L

        มือบางรีบติดกระดุมของตัวเองอย่างรวดเร็ว และก็เป็นจังหวะเดียวกับที่เพื่อนสนิทของเขาออกมาจากห้องนอนในสภาพที่พร้อมจะออกไปข้างนอกแล้ว

        “น้องยุนกิใช่มั้ย”

        “อือ น้องบอกว่าวันนี้อาจารย์งดเซคเลยเลิกไว” เสียงทุ้มตอบพร้อมกับคว้ากระเป๋าสะพายขึ้นมา “กูไปก่อนนะ มึงก็เตรียมตัวล่ะ เดี๋ยวแทฮยองก็คงมาแล้ว”

        “เคๆ เจอกันตอนเย็นนะมึง”

        “อืม เคๆ”

        ตากลมมองตามจนเพื่อนสนิทออกไปจึงลุกไปจัดการตัวเองบ้าง สิ่งแรกที่ซอกจินทำก็คือเช็คสภาพร่างกายตามส่วนต่างๆ ที่ริมฝีปากหยักสวยนั้นลากผ่านเมื่อครู่

        เฮ้อ โชคดีที่มันไม่ทำรอยไว้นะ

        เขาก็รีบเตรียมตัวดีกว่า อีกสักพักรุ่นน้องผิวเข้มก็คงมาถึงแล้ว

        Rrrr!

        นั่นไง ไม่ทันขาดคำ

        “ฮัลโหล ว่าไงแทฮยอง... อื้ม เตรียมตัวเสร็จแล้วล่ะ เดี๋ยวพี่ลงไปหานะ”

 

        มือบางกำลังนั่งตัดต่อวิดีโอในจอคอมอย่างเพลิดเพลิน

        โฮซอกเอื้อมไปหยิบแก้วกาแฟที่วางอยู่ข้างคอมขึ้นมาดื่มก่อนจะลงมือกับงานต่อ ระหว่างที่ตัดต่อ ร่างบางก็ได้แต่ยิ้มให้กับภาพที่อยู่บนจอคอมของตัวเอง

        มันเป็นวิดีโอที่แสดงถึงความรักของคู่รักคู่หนึ่ง

        อย่างที่รู้กันว่าโฮซอกมีสตูดิโอภาพเป็นของตัวเอง และสตูดิโอนี้จะรับทุกงานที่เป็นการถ่ายภาพ ถ่ายแบบแฟชั่น รวมไปถึงการถ่ายเวดดิ้งด้วย

        อย่างกับบริษัทฟรีแลนซ์เลย ว่ามั้ย

        แต่ก็นั่นแหละ เพราะรับทุกงานและทีมงานที่ล้วนแล้วแต่มีฝีมือทุกคน ทำให้สตูดิโอแห่งนี้มีชื่อเสียงมาก

        และงานในส่วนที่โฮซอกทำอยู่ เป็นการตัดต่อวิดีโอเพื่อใช้ในงานแต่งงานของลูกค้าของเขา

        “แหนะ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เลยนะคะพี่โฮซอก คนกำลังจะแต่งงานแล้วได้มานั่งทำวิดีโอเวดดิ้งแบบนี้คงมีความสุขน่าดูเลยเนอะ”

        “เดี๋ยวแกจะโดน ยัยฮเยมิน” ร่างบางหัวเราะเมื่อหนึ่งในลูกน้องของเขาเดินมาแซว “งานถ่ายแบบนั้นเสร็จแล้วเหรอถึงมาแซวพี่แบบนี้ ถ้าทางต้นสังกัดโทรมาด่าพี่จะหักเงินเดือนแก”

        “โห โหดจังเลยนะคะพี่ชาย ^o^ เสร็จแล้วค่ะ กำลังจะเอามาให้พี่ดู แต่เห็นพี่กำลังนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก็เลยอดแซวไม่ได้นี่คะ”

        “เดี๋ยวจะโดนไม่ใช่น้อยนะ”

        “ว่าที่เจ้าสาวของฉันนี่โหดจังเลยนะ ^^” เสียงทุ้มที่คุ้นเคยดังขึ้นเรียกให้สองหนุ่มสาวหันไปสนใจทันที ก่อนที่หญิงสาวจะแอบกรี๊ดในใจด้วยความฟินเมื่อเห็นร่างสูงที่ยังอยู่ในสูทเต็มยศกำลังเดินเข้ามาพวกเขา

        จะใครล่ะ ก็คุณนัมจุน ว่าที่เจ้าบ่าวของเจ้านายเธอไง

        “อ้าว นัมจุน” ชายหนุ่มร่างบางหันไปส่งยิ้มให้คู่หมั้นของตัวเอง “วันนี้เลิกงานไวเหรอครับ”

        “อืม ฉันก็เลยมารับเธอไง” ร่างสูงว่าแบบนั้นก่อนจะวางมือหนาลงบนผมนุ่มของโฮซอกเบาๆ “ว่าแต่ กำลังทำอะไรกันเหรอ”

        “กำลังจะตรวจงานให้ฮเยมิน...”

        “โอ๊ะ ฮเยมินลืมไปว่ายังมีจุดต้องแก้นิดๆ หน่อยๆ เดดไลน์มันอีกสองวันใช่มั้ยคะพี่โฮซอก งั้นเดี๋ยวฮเยมินเอามาให้ดูนะ” พูดจบ หญิงสาวก็เดินออกไปทันที ทิ้งให้สองหนุ่มมองตามอย่างงงๆ ก่อนจะหันมาหัวเราะด้วยกัน

        ก็อย่างนี้ทุกทีนะ พวกทีมงานในสตูดิโอนี้เนี่ย

        เพราะโฮซอกให้ความสนิทกับลูกน้องทุกคนเหมือนพี่เหมือนน้อง ร่างบางถึงเป็นที่รักของทุกคน และทีมงานก็รักคู่ของพวกเขามากๆ

        นัมจุนโชคดีแค่ไหนนะ ที่ได้คนน่ารักคนนี้มาเป็นคู่ชีวิต

        “จริงๆ เลยนะเจ้าพวกนี้ น่าหักเงินเดือนจริงๆ”

        “อย่าไปทำแบบนั้นสิ” ร่างสูงหัวเราะ ก่อนจะหันมามองจอคอมของร่างบาง “เธอทำอะไรอยู่น่ะ”

        “อ้อ เป็นวิดีโอเวดดิ้งน่ะครับ” โฮซอกหันกลับไปสนใจจอคอมอีกครั้ง “พวกเขาน่ารักมากๆ เลยนะครับ ผมตัดไปยังยิ้มไปตลอดเลยครับ”

        “ไม่มีคู่ไหนน่ารักเท่าคู่เราแล้ว”

        “หืม” ร่างบางถึงกับหันมามองแฟนหนุ่มของตัวเองทันที ไม่บ่อยหรอกนะที่คนอย่างนัมจุนจะพูดอะไรแบบนี้บ่อยๆ “อารมณ์ไหนครับเนี่ยนัมจุน”

        “ฉันก็อยากพูดหวานๆ กับเธอบ้างนี่ ไม่ได้เหรอ”

        “ไม่ใช่ไม่ได้หรอกครับ แต่มันค่อนข้างแปลกไปหน่อย” เสียงหวานหัวเราะ “ปกติคุณพูดแบบนี้ที่ไหนล่ะ มันก็ค่อนข้างน่าแปลกใจ”

        “พี่โฮซอกคะ พวกเราขอกลับก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ” เสียงหวานของทีมงานสาวคนเดิมเอ่ยขึ้น ก่อนที่ทุกคนในสตูดิโอนี้จะโค้งให้ทั้งคู่แล้วออกไปอย่างรวดเร็ว

        เป็นพนักงานที่น่าหักเงินเดือนกันจริงๆ นะว่ามั้ย = =

        “สตูดิโอของเธอนี่อยู่กันแบบพี่น้องกันจริงๆ เลยนะ”

        “ผมว่าบางทีก็พี่น้องเกินไปนะครับ” ร่างบางหัวเราะ “แล้วเราจะกลับกันเลยมั้ยครับ รู้สึกผิดยังไงก็ไม่รู้ที่ให้นัมจุนมารอแบบนี้”

        “เธอยังเคยมารอฉันเลย ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอก” ร่างสูงหัวเราะบ้าง “นี่โฮซอก”

        “ครับ?”

        “เธอคิดว่าวิดีโองานแต่งของเราจะเป็นยังไงเหรอ”

        “...คุณอยากมีเหรอครับ”

        “ก็แค่ถามดูน่ะ เผื่อเธออยากทำ”

        “ผมว่าไม่เหมาะกับเราหรอกครับ อย่าทำเลย” เสียงหวานยังคงบอกเรียบเรื่อย “วิดีโอส่วนใหญ่ที่เขาทำๆ กันก็จะพูดถึงว่าคู่บ่าวสาวเจอกันตอนไหน มารักกันได้ยังไง ซึ่งผมว่าไม่เหมาะกับคู่เราหรอก”

        “...”

        “อีกอย่าง นัมจุนก็บอกผมเองนี่นา” โฮซอกหันออกจากจอคอมมาหาว่าที่เจ้าบ่าวของตนเองที่ยืนอยู่ข้างๆ “เราจมอยู่กับอดีตมานานแล้ว ถึงเวลาที่เราควรจะมีความสุขสักที นัมจุนบอกกับผมแบบนี้ตลอดตั้งแต่ที่นัมจุนขอผมแต่งงาน”

        “...”

        “เพราะฉะนั้น วิดีโอเล่าเรื่องในอดีตแบบนั้นไม่เหมาะกับเราหรอกครับ”

        “...คงอย่างนั้นสินะ” นัมจุนระบายยิ้มบางๆ ก่อนจะลูบผมของว่าที่เจ้าสาวของตัวเองอย่างแผ่วเบา “ฉันรักเธอนะโฮซอก ขอบใจนะที่อยู่เป็นปัจจุบันของฉัน”

        “ครับ ผมก็รักคุณนะ นัมจุน”
--------------------------------------------------------------------
        ทำไมเราเริ่มกลัวความสัมพันธ์ของพระนายตัวเอง นี่มันความสัมพันธ์แบบไหนกันเนี่ย 55555 สวัสดีค่ะทุกคน เรากลับมาต่อแล้ววววว >< เราหนีไปสอบมา ซึ่งจะตายคาสนามสอบ 55555 สอบเจ็ดวิชาและวิชาจำล้วนนี่ไม่สนุกนะคะ 555555 เอาเป็นว่าเข้าเรื่องกันดีกว่า ตอนเริ่มๆ ก็ยังจะไม่ค่อยมีอะไรเนอะ มีแต่ซอกจินให้สงสาร เมนคนดีของน้อง 555555 ก็ไม่ขอพูดมากนะคะ เดี๋ยวเรามีงานเก้าโมง แล้วเจอตอนหน้านะคะ คอมเม้นหรือเล่นแท็ก #แค่เพื่อนกุกจิน เป็นกำลังใจให้ไรท์ได้นะคะ รักรีดเดอร์ทุกคนนะ ><
B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

256 ความคิดเห็น

  1. #211 fernfern_br (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 22:20
    คือพี่จินย้ายออกไปเถอะ ความสัมพันธ์ห่วยแตกอะไรนี่มันไม่โอเคเลย
    #211
    0
  2. #120 rungnapha (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 14:26
    พิจินอย่าเพิ่งเป็นแฟนกับแทฮยองนะ กำลังฟินนน~ เอ้าอินี่ 555
    #120
    0
  3. #93 ryeoiske (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 19:08
    ถ้าจินกับจองกุกยังเป็นอยู่แบบนี้ จินต้องเจ็บมากแน่ๆ เพราะจินก็จะรู้สึกผิดกับยุนกิด้วยอ่ะ ซึ่งไม่รู้ว่าจองกุกนู้สึกอะไรบ้างมั้ย
    #93
    0
  4. #53 Jinkookv92 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 20:34
    เบื่อจองกุกอ่ะ แต่ก็ดีหลือเกิน คนเรายิ่งถ้ารักอยุ่แล้ว แล้วยังมาโดนเขาทำดีใส่ ดูแลดีแบบนี้ก็ยากที่จะตัดใจอยู่....มันไม่แฟร์กับใครทั้งนั้นเลยว่าม่ะทั้งแททั้งน้องยุนกิหรือแม้แต่กับความรู้สึกของจินกะกุกเอง อยากจะรู้เหลือเกินว่าความสัมพันธ์แบบนี้จะไปได้อีกนานแค่ไหนกัน.....แงสงสารทุกคนเลย มาต่อไวๆน้าาาาา
    #53
    0
  5. #52 tienin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 20:40
    จินเอาจริงๆนะถ้ายังอยู่ด้วยกันแบบนี้ยากที่จะตัดใจมากๆ จองกุกทำไมถึงทำแบบนี้มีคนเสียใจเพราะการกระทำนี้หลายคนนะ เฮ้ออออออออ นัมจุนกับโฮซอกน่ารักจัง
    #52
    0
  6. #51 saw254288 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 11:37
    สงสารยัยพี่อ่ะต้องค่อยห้ามค่อยหยุดความรู้สึกของตัวเองตลอดเวลาอยากให้ยัยเลิดรักจองกุกได้สักขอให้แททำให้พี่เลิกรักจองกุกได้นะอยากเห็นยัยมีความสุขบ้างTT
    #51
    0
  7. #50 love-julia- (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 08:00
    สงสารจินอ่ะต้องอึดอัดขนาดไหนเนี่ย เฮ้อออออ
    #50
    0
  8. #49 Nayhrp (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 14:43
    ทำไมอ่านตอนนี้ละสงสารยัยมากๆเลย ไม่เอาแล้ว ไม่อยากให้ยัยอยู่ในสภาพนี้แล้วว ยัยควรรีบคบกะฮยองละหนีจองกุกไปได้แล้วว แงงง ละจองกุกนี่คิดกะยัยแค่เพื่อนจริงๆหรอออ ฮื่ออ รีบมาต่อนะคะะ
    #49
    0
  9. #48 kyuri13 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 13:17
    สงสารจินนนนนนนนน
    #48
    0
  10. #47 k_92 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 10:03
    สงสารจินอึดอัดแค่ไหนก็พูดไม่ได้
    #47
    0
  11. #46 manuya4435 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 08:31
    สงสารยัยพี่ ฮือ ฮือ
    #46
    0
  12. #45 Atalljin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 08:24
    ยัยซอกจินจะปล่อยความรู้สึกไว้แบบนี้ตริงๆหรอ​ สงสารรักเขามากแค่ไหนถึงยอมรับสภาพแบบนี้ได้ เอาใจช่วยขอให้แทฮยองทำให้ยัยลืมจองกุกให้ได้ทีเถอะ​.... 555 แต่ลืมไปเลยค่ะ​นี่มันกุกจินนะ
    #45
    0
  13. #44 9ppp (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 05:58
    สงสารพี่จินนนนนนนนT T
    #44
    0
  14. #43 pontitanakhup (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 04:58
    สงสารจินอ่า อยากให้จินมีความสุขบ้าง
    #43
    0
  15. #42 pontitanakhup (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 04:58
    สงสารจินอ่า อยากให้จินมีความสุขบ้าง
    #42
    0
  16. #41 วีร่า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 03:10
    อีกุกกกกมือไวมากลูก

    ม่อนโฮปรู้สึกเหมือนจะมีมาม่าตามมา
    #41
    0