Fic BTS Just Friend... (KookJin, VGa, MonHope)

ตอนที่ 20 : Chapter 19

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 453
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    6 ม.ค. 63

บทที่ 19

        ซอกจินค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นเมื่อแสงแดดยามเช้านั้นตกกระทบมาที่ประสาทสัมผัส

        ร่างบางพยายามจะขยับตัวเพื่อคลายความปวดเมื่อย แต่ก็ทำไม่ได้ดั่งใจ คนหน้าหวานเงยหน้ามองเจ้าของอุปสรรคการเคลื่อนไหวของเขา ก่อนจะเผลอหลุดยิ้มออกมา

        ใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังหายใจอย่างสม่ำเสมอบ่งบอกว่าอีกฝ่ายกำลังอยู่ในนิทราอันแสนหวาน มือเรียวยื่นไปแตะสันกรามคมกริบของเพื่อนอย่างแผ่วเบาแล้วมุดเข้าหาอกกว้างอีกครั้ง

        ราวกับเป็นความฝัน ที่เขาได้อยู่ในอ้อมกอดของเพื่อนแบบนี้

        ทุกครั้งที่มีอะไรกัน จองกุกจะเป็นคนทำความสะอาดห้องและร่างกายให้เขาก็จริง แต่ไม่มีครั้งไหนเลย...

        ไม่มีครั้งไหนเลย ที่เราจะอยู่ในอ้อมกอดของกันและกันแบบนี้

        “ตื่นแล้วไม่ปลุกต้องโดนลงโทษนะ ไอ้ลูกหมู” เสียงทุ้มดังขึ้นในขณะที่ยังคงหลับตาอย่างนั้นทำเอาร่างบางสะดุ้ง เผลอผละออกจากคนที่กอดตัวเองอยู่แต่ก็โดนแขนแกร่งรัดเอวแน่นกว่าเดิม

        “อื้อ ปล่อยได้แล้วน่า มันอึดอัดนะไอ้กุก” เสียงหวานประท้วงเมื่อรู้สึกอึดอัด “นี่ เช้าแล้วนะ ปล่อยกูได้แล้ว”

        “วันนี้มึงไม่มีเรียนนี่” ว่าพร้อมกับกระชับอ้อมกอดให้แน่นอีก “นอนอีกสักพักเถอะน่า เราเพิ่งได้นอนนะ”

        “แต่วันนี้กูมีงานสโมฯ กับไอ้ลิซ่าและไอ้โซมินนะ ปล่อยได้แล้ว” ร่างบางดิ้นไปมาเพื่อให้หลุดจากอ้อมแขนของเพื่อน ซึ่งคราวนี้ร่างสูงก็ยอมปล่อย ซอกจินจึงลุกขึ้นมาก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำของตัวเองมาสวมแล้วเข้าไปในห้องน้ำ

        มือเรียวหยิบแปรงสีฟันของตัวเองขึ้นมาก่อนจะชะงัก เมื่อแขนแกร่งของคนที่นอนกอดเขาทั้งคืนเข้ามาโอบรอบเอวอีกครั้ง “อ๊ะ ไอ้จองกุก”

        ร่างสูงที่ตอนนี้อยู่ในสภาพเปลือยท่อนบนเข้ามากอดเพื่อนร่วมห้องพร้อมกับจูบลงบนรอยสีแดงที่เขาทำไว้เมื่อคืนจนร่างบางจั๊กจี้

        “อื้อ ไอ้กุก อย่าน่า...”

        “เหมือนฝันเลยนะ” เสียงทุ้มขัดขึ้น ทำเอาเสียงหวานต้องเงียบทันที “ที่กูกอดมึงได้แบบนี้”

        “...พูดเหมือนไม่เคยกอดกูงั้นแหละ”

        “ไม่สิ มันเป็นความรู้สึกอีกแบบหนึ่ง” จองกุกเงยหน้าสบตากับคนหน้าหวานผ่านกระจก “ความรู้สึกที่กูสามารถกอดมึงได้โดยไม่ต้องเก็บความรู้สึกอีกต่อไป”

        “...”

        “มึงโอเคมั้ย ดูมึงไม่ดีใจเลยนะที่เราไม่ต้องปิดความรู้สึกอีกต่อไปแล้ว”

        “กูโอเค เพียงแต่...” ซอกจินกัดปากเล็กน้อย “มันถูกต้องแล้วจริงๆ เหรอ เรื่องของเรา...”

        “แค่ตอนนี้เรามีกันมันก็พอแล้วไม่ใช่เหรอมึง” จองกุกเอ่ยขัดเพื่อน “กูบอกแล้วนี่ว่าถ้าเรารักกัน กูจะอยู่ข้างมึงเอง”

        “ทำไมมึงพูดจาเหมือนเรื่องทุกอย่างมันง่ายไปหมดเลย” ร่างบางหันมาสบตากับร่างสูงตรงๆ “มันไม่ใจร้ายไปไหนเหรอ เรื่องของเรา...”

        “มันก็ใจร้ายอย่างที่มึงคิดนั่นแหละ” เสียงทุ้มตอบรับ “แต่ดีกว่าเราปล่อยให้เรื่องมันถลำลึกไปกว่านี้นะ”

        “มันลึกมานานแล้วนะ” เสียงหวานยังคงติดกังวลแบบนั้น “เป็นปีเลยนะเว้ย ที่ใจน้องยุนกิอยู่ที่มึง แถมกูก็ยังเอาใจแทฮยองมาตั้งหลายเดือน”

        “...แต่ใจมึงเป็นของกูตั้งแต่วันแรกของเราแล้วไม่ใช่เหรอ” ร่างสูงถามกลับจนทำให้เสียงหวานเงียบลง “และใจของกูก็เป็นของมึงมาตลอด”

        “...”

        “กูกล้าพูดนะ ว่าความรู้สึกที่กูมีให้ยุนกิเป็นของจริง แต่ถ้าให้กูเลือกจริงๆ ใจกูมีแต่มึง จิน”

        “...”

        “และกูก็เชื่อแหละ ว่าคนอย่างมึงก็ไม่หลอกแทฮยองให้หลงรักหรอก กูเชื่อว่ามึงก็รู้สึกดีกับมันจริงๆ ไม่งั้นมึงไม่กังวลที่เลือกกูขนาดนี้แน่ๆ”

        “...”

        “อยากเปลี่ยนใจมั้ย” มือหนาประคองใบหน้าหวานอย่างแผ่วเบา “กูตามใจมึงนะ ถ้ามึงอยากทำให้เรื่องถูกต้อง กลับไปหาแทฮยองได้นะ แต่กูเลือกมึงแล้ว กูคงไม่เปลี่ยนใจ”

        “...ถ้ามึงพูดแบบนี้ กูจะทำอะไรได้วะ” ซอกจินถอนหายใจ ก่อนจะกอดเอวสอบแล้วมุดเข้าหาอกแกร่ง “มันมาขนาดนั้นแล้ว กลับตัวไม่ทันหรอก”

        “จิน...”

        “กูรักมึงมาตั้งนานแล้วนี่ ไม่เปลี่ยนใจหรอก” เสียงหวานตอบ “กูไม่อยากให้เราสองคนทำร้ายใครอีกแล้ว”

        ทั้งสองกระชับกอดให้แน่นกว่าเดิม ซึมซับความอบอุ่นของกันและกันในสถานะที่ไม่เคยให้กันมาก่อน

        หวังว่าจากนี้ ทุกอย่างมันจะดีขึ้นจริงๆ นะ

 

        ใช้เวลาอีกสักพัก ซอกจินก็ออกมาทำงานที่ห้องสโมฯ ของคณะ

        โชคดีที่วันนี้แถวตึกคณะเขาไม่ค่อยมีคน ทำให้ร่างบางค่อนข้างจะสบายใจที่จะเดินในคณะแบบนี้

        นี่แหละนะ คนที่มีความผิดติดตัว ถึงคนที่รู้จะเป็นกลุ่มน้อยอย่างเพื่อนเขาก็เถอะ แต่จะให้สู้หน้าคนที่รู้  ความลับของเขาได้อย่างไม่รู้สึกอะไรก็เป็นไปไม่ได้หรือเปล่า

        “อ้าว ซอกจิน” และเสียงหวานที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น เรียกความสนใจของร่างบางทันที “มาพอดีเลย ฉัน ลิซ่า แล้วก็เจเซ็ปห์เพิ่งซื้อขนมมาไว้เผื่อหิวพอดีเลย

        “เอ่อ...”

        “ขะ เข้าห้องสิ รออะไรล่ะ” พอลิซ่าพูดจบ โซมินก็เป็นคนไขกุญแจห้องแล้วพาเพื่อนทั้งหมดเข้าห้อง

        “วันนี้ขอพาเจเซ็ปห์มาอยู่ด้วยนะ เพราะว่าแม่ฉันนัดหมอนี่ทานข้าวต่อน่ะ

        “อื้อ” ร่างบางทำได้เพียงพยักหน้ารับ ก่อนจะหลบตาเพื่อนไปอีกทาง แสร้งทำว่าเดินไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองแล้วจัดการเอกสารต่างๆ

        แหงล่ะ ใครจะกล้าสบตาเพื่อนสนิทที่มารู้ความลับที่แสนน่ารังเกียจของเขาล่ะ

        หมับ!

        “อ๊ะ” ซอกจินร้องออกมาเบาๆ เมื่อข้อมือเรียวถูกใครบางคนคว้าไว้ ตากลมเงยหน้ามองใบหน้าน่ารักของเพื่อนสนิทก่อนจะค่อยๆ เอ่ยถาม “เอ่อ มีอะไรเหรอลิซ่า”

        “มึงทำตัวแบบเดิมเหอะ เกร็งแบบนี้กูไม่ชินว่ะ” หญิงสาวบอกแบบนั้น “พวกกูไม่ได้อะไรเลย เรื่องส่วนตัวของมึงกับจองกุก ก็...แค่ตกใจในตอนนั้นเพราะพวกมึงก็มีแฟนกันอยู่แล้ว”

        “พวกมึง...ไม่รังเกียจกูเหรอ” เสียงหวานถามพร้อมกับเม้มปากเล็กน้อย “เรื่องมันเหี้ยมากเลยนะ พวกมึงรับได้เหรอ”

        “ซอกจิน ยังไงนายกับจองกุกก็เพื่อนของพวกเรานะ” โซมินเอ่ยขึ้นมาบ้าง “ก็อย่างที่ลิซ่า พวกเราแค่ตกใจ แต่ยังไง พวกนายสองคนก็เพื่อน ไม่ว่าพวกนายจะทำอะไร หรือมีอะไรที่พวกนายคิดว่ามันเลวร้ายกว่านี้ พวกฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอก”

        เพียงเพื่อนสาวเอ่ยมาแค่นั้น น้ำใสๆ ก็ค่อยๆ ไหลออกมาจากดวงตาคู่สวย ซอกจินพยายามกลั้นเสียงสะอื้นไว้แต่ก็ทำไม่ได้ จนเพื่อนๆ ทั้งสองคนต้องเข้ามากอดปลอบไว้ ร่างบางตัวสั่นในอ้อมกอดของเพื่อน ไม่คิดว่าเพื่อนของพวกเขาจะรักเขาขนาดนี้

        เรื่องของเขากับจองกุกมันผิดมากๆ สำหรับคนอื่นพวกเขาอาจจะโดนตัดสินว่าเป็นคนเลวและคงจะประณามเพราะคิดว่าเขาเอาความรู้สึกของยุนกิกับแทฮยองมาล้อเล่นทั้งๆ ที่เขากับจองกุกต่างมีใจให้กัน

        แต่นั่นก็เพราะคำว่าไม่รู้และคำว่าเพื่อนสนิทที่สร้างความขลาดเขลาและความไม่กล้าจนเกิดเรื่องเลวร้ายทั้งหมดแบบนี้

        “เห็นนายร้องไห้หนักแบบนี้แล้วฉันจะร้องตามอ่ะ” โซมินปาดปลายหางตาตัวเองจนเจเซ็ปห์ต้องตามมาลูบหัวปลอบแฟนสาว “ไอ้จองกุกจะเป็นหนักขนาดนายมั้ยเนี่ย”

        “ถามอะไรอย่างนั้นล่ะโซมิน จำเมื่อวานที่น้องยุนกิตบไอ้ซอกจินไม่ได้หรือไง หน้าไอ้กระต่ายมันแทบคลั่ง” ลิซ่าหัวเราะเบาๆ “ไม่ต้องคิดมากนะ ยังไงเราก็เพื่อนกัน ไม่ว่าเพื่อนจะเป็นยังไง พวกเราก็โอเคอยู่แล้ว”

        “ฮึก ขอบใจนะทุกคน ขอบใจจริงๆ” มือบางยกปาดน้ำตาตัวเองจนหน้าแดงไปหมดโดยที่ยังมีเพื่อนคอยปลอบโยนแบบนั้น

        “เอ้าๆ พอได้แล้วน่า จะไม่ได้ทำงานก็เพราะอย่างนี้แหละ” สาวตัวสูงหัวเราะอีกครั้ง “ว่าแต่ มึงกับไอ้กุกไปได้กันได้ยังไงเนี่ย แถมปิดพวกกูซะมิดเชียว ปล่อยให้คิดว่าเป็นแค่คู่ชิปอยู่ตั้งนาน”

        “จะถามทำไมเล่า ให้มันเป็นเรื่องของสองคนนี้สิลิซ่า เธอนี่นะ” โซมินติงเพื่อนอย่างไม่จริงจังนัก “มาๆ ทำงานกันเถอะ ไม่งั้นฉันจะร้องไห้แทนแล้วนะ”

        “อย่าเซ้นซิทีฟน่าโซมิน” เจเซ็ปห์บอกแบบนั้น แต่มือก็ยังคงลูบหัวแฟนสาวแบบนั้น “เดี๋ยวแม่เธอก็ว่าฉันรังแกเธอหรอก”

        “โอ๊ย เบื่อความหวาน” ลิซ่าเอ่ยหยอกๆ “วันหลังฉันจะพาน้องจีซูมาด้วย”

        “ก็พามาสิ ไม่มีใครห้ามสักหน่อย”

        ซอกจินมองเพื่อนที่เถียงกันอย่างสนุกสนานด้วยรอยยิ้ม แม้จะยังรู้สึกผิดไม่น้อยกับเรื่องที่เขาและจองกุกทำลงไป แต่ในตอนนี้สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกดีมากที่สุดคือการที่เขามีเพื่อนดีๆ อย่างกลุ่มของเขานี้

        ขอบใจนะทุกคน ขอบใจมากจริงๆ

 

        เมื่อไหร่จะกลับมานะ

        จองกุกคิดในขณะที่กำลังทำอาหารกลางวันเพื่อรอเพื่อนสนิท (ที่ตอนนี้ไม่ใช่แค่เพื่อน) แค่ซอกจินไปไม่กี่ชั่วโมง เขาก็คิดถึงจะแย่แล้ว

        เขารู้สึกกับอีกฝ่ายขนาดนั้นแท้ๆ ทำไมถึงยังโง่งม ดึงยุนกิมาเจ็บกับเขาได้นะ

        ร่างสูงสะบัดหัวเล็กน้อยไล่ความทรงจำที่เริ่มทำให้เจ็บหน่วงในใจออกไป ตอนนี้เขาควรอยู่กับปัจจุบันสิ เขาเลือกซอกจินแล้ว ทุกอย่างก็จบแล้วสิ

        กริ๊ง!

        จองกุกผละออกจากเคาน์เตอร์ครัวของตัวเองทันทีเมื่อได้ยินเสียงกริ่งของห้อง ในใจนึกลิงโลดว่าเพื่อนของตัวเองกลับมาแล้ว

        โดยก็ลืมไปว่า นี่มันห้องที่พวกเขาอาศัยด้วยกัน ซอกจินต้องมีกุญแจอยู่แล้ว

        “กลับมา... อ้าว แมทธิว จีอู” เสียงทุ้มเปลี่ยนไปทันทีเมื่อคนที่มาหาเขากลับเป็นเพื่อนอีกคนของกลุ่มและแฟนของมันที่ไม่เคยจะพามาด้วยเลยเวลามันมาหาเขา “พวกมึง...มีอะไรวะ”

        “มึงจะไม่ชวนพวกกูเข้าห้องก่อนเหรอ” แมทธิวหัวเราะเบาๆ “จะคุยกันหน้าห้องแบบนี้เลยหรือไง”

        “...เออ งั้นเข้ามาสิ” ผู้เป็นเจ้าของห้องเปิดประตูกว้างขึ้นให้เพื่อนทั้งสองเข้าไป ตาคมไม่กล้าสบตาผู้เป็นแขกเสียเท่าไหร่

        แหงสิ สองคนนี้เพิ่งรู้ความลับของเขานี่นา

        “ไอ้ซอกจินหายไปไหนน่ะ”

        “ไปทำงานของสโมฯ ไง ไอ้โซมินไม่บอกเหรอ”

        “ไม่เห็นมันว่าไงนะ”

        “โซมินบอกฉันเมื่อวาน ฉันก็บอกนายเมื่อเช้าไงแมทธิว จำไม่ได้เหรอ” หญิงสาวหนึ่งเดียวเอ่ยบอกแฟนตัวเอง “ทำไมไม่จำเรื่องเพื่อนเลยนะ”

        “แหะๆ ก็มันลืมนี่นา เธออย่าดุฉันสิจีอู ^^;;” หันไปทำหน้าลูกหมาใส่แฟนสาวก็หันกลับมาหาเพื่อนตัวหนาต่อ “เออ แต่ก็ดีเหมือนกัน กูก็อยากคุยกับมึงคนเดียวพอดี”

        “มึงมีอะไร...”

        “เรื่องเมื่อวานนั่นแหละ” ชายหนุ่มร่างใหญ่เอ่ย “เรื่องมึงกับไอ้ซอกจินน่ะ เรื่องจริงใช่มั้ย”

        “...อืม ก็อย่างที่พวกมึงเห็นนั่นแหละ”

        “ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ”

        “ก่อนเข้าปีหนึ่ง”

        “โห ก่อนจะเจอพวกกูด้วยสินะ” แมทธิวพยักหน้ารับรู้ไทม์ไลน์ที่เพื่อนบอก “แล้วพวกมึงก็ปิดกันมาตั้งนานเลยนะ”

        “มันเปิดได้เหรอ ในตอนนั้นที่พวกมึงก็รู้จักพวกกูในฐานะเพื่อนสนิทน่ะ” ผู้เป็นเจ้าของห้องแค่นยิ้ม “มันไม่ใช่เรื่องดีหรือเรื่องที่ควรพูดหรือเปล่า”

        “แต่การที่มึงไปจีบยุนกิทั้งที่มึงมีสถานะนี้ด้วยกันอยู่แล้ว มันไม่ใจร้ายไปเหรอวะ” และเสียงใหญ่ก็ทำให้จองกุกเงียบทันที “เอาเถอะๆ กูไม่ได้มาเพื่อจะว่ามึงหรอก สบายใจเถอะ”

        “นี่ขนาดไม่ว่านะ มึงเล่นซะกูจุกเลย” ร่างสูงพูดติดตลก “แต่กูก็ไม่แปลกใจหรอก ถ้ามึงจะโกรธหรือรังเกียจกู ก็ความสัมพันธ์ของกูกับไอ้จินมันเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลยจริงๆ นี่นา เพราะเรื่องมันก็เกิดจากความไม่ตั้งใจด้วย กูแค่อยากให้กูกับจินกลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม กูเลยดึงน้องยุนกิมา แต่มันก็เป็นทางเลือกที่เหี้ยมาก เพราะลึกๆ แล้ว ใจกูก็ต้องการแค่จิน ซึ่งกูมันโง่เองที่ไม่รู้ตัว”

        “...”

        “และจินมันเจ็บกับเรื่องความสัมพันธ์มาเยอะ กูอยากให้มันมีความสุขสักทีเลยพยายามให้มันได้จับคู่กับแทฮยอง กลายเป็นว่ามันทำให้เรื่องของพวกกูมันวุ่นวายกว่าเดิมเสียอีก”

        “...”

        “แต่พอจินมันคบกับไอ้แทฮยองจริงๆ กูกลับรู้สึกแปลกๆ กูไม่อยากให้มันไปเป็นของใคร กูอยากให้มันมองแค่กู คิดถึงแต่กู ทั้งๆ ที่กูก็เป็นคนผลักมันออกไปเอง เพราะกูกลัวมันจะคิดไม่เหมือนกู แต่ก็เป็นกูเองนี่แหละที่ขาดมันไม่ได้”

        “มึงก็โง่เนอะ ถ้าไอ้จินมันไม่รู้สึกกับมึง มันจะยอมให้มึงขนาดนี้เหรอวะ”

        “ก็ถึงบอกไงว่ากูมันโง่ โง่ที่ทำให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้” จองกุกถอนหายใจ “มึงจะเกลียดกูก็ได้นะ เป็นเฮดว้ากของคณะแท้ๆ แต่เสือกคิดวิธีแก้ปัญหาได้ทุเรศแบบนี้”

        “...มึงโง่อีกเรื่อง โง่ที่คิดว่ากูจะเกลียดมึง” แมทธิวกลอกตา “ไม่แปลกที่มึงสองคนจะชอบ ความคิดเหมือนกันแบบนี้”

        “อะไรของมึง”

        “เมื่อกี้ไอ้เจเซ็ปห์ไลน์มาบอกว่าไอ้มินกับไอ้ลิซก็คุยเรื่องนี้กับซอกจิน” เสียงทุ้มตอบ “ไอ้ซอกจินมันร้องไห้ใหญ่เลยที่รู้ว่าพวกกูไม่ได้เกลียดพวกมึง กูจะเกลียดพวกมึงทำไม มึงเป็นเพื่อนกูนะเว้ย อีกอย่าง นั่นก็เรื่องส่วนตัวของพวกมึง พวกกูจะโกรธมึงเพราะเรื่องแบบนั้นทำไมวะ”

        “...”

        “เพื่อนก็คือเพื่อน ตราบใดที่พวกมึงไม่ได้ฆ่าคนตายหรือทำผิดกฎหมาย กูจะเกลียดพวกมึงทำไม”

        “...”

        “...”

        “ขอบใจว่ะ” ผู้เป็นเจ้าของห้องเอ่ยกับเพื่อนด้วยรอยยิ้ม เขาได้เพื่อนดีจริงๆ นะ ว่ามั้ย

        “ขอบใจทำไมวะ ก็บอกแล้วว่าเพื่อนกัน” แมทธิวหัวเราะเบาๆ “เห็นมึงสบายกว่าที่กูคิดก็โอเคแล้ว ตั้งแต่ที่พวกมึงแยกออกไปเมื่อวาน พวกกูก็เป็นห่วงพวกมึงแทบแย่ว่ามันจะเป็นยังไงบ้าง ยิ่งเรื่องมันมาแดงแบบนี้ด้วย

        “มันก็หนักหนาจริงๆ แหละ” จองกุกถอนหายใจ “กูก็หวังว่าใจของยุนกิกับแทฮยองจะดีขึ้นนะ เฮ้อ ให้ตายเถอะ กูไม่น่าเห็นแก่ตัวเลย”

        “...พวกนายตัดสินใจไปแล้ว มันไม่ใช่เรื่องที่ต้องเสียใจ” แฟนสาวของแมทธิวที่เงียบอยู่นานก็เอ่ยออกพร้อมกับกอดอก “สิ่งที่ควรคิด คือต่อจากนี้จะทำยังไง เท่าที่ฉันรู้มา น้องๆ เขาไม่ยอมง่ายๆ แน่”

        “เท่าที่เธอรู้มา?” ร่างสูงขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ทำไมแฟนของเพื่อนเขาถึงพูดจาแปลกๆ แบบนั้น

        จีอูรู้อะไรมางั้นเหรอ

        “คิดว่าไงล่ะ” หญิงสาวถามกลับ “ท่าทางของทั้งสองคนดูเป็นคนไม่ยอมคนอยู่แล้ว ยิ่งคนอย่างแทฮยองยิ่งน่ากลัว”

        “ยังไง?”

        “นายว่าคนที่กล้าระเบิดอารมณ์ออกมาตรงนั้นอย่างยุนกิกับคนที่เก็บอารมณ์ทุกอย่างอย่างแทฮยอง อันไหนมันจะรุนแรงกว่ากันล่ะ”

        “...”

        “แล้วก็... ช่างมันเถอะ ฉันไม่อยากใส่ร้ายใคร หลักๆ ก็แค่แทฮยองกับยุนกินั่นแหละ ดูแล้ว สองคนนั้นทำได้ทุกอย่างนะ”

        “...”

        “...”

        ทั้งหมดเงียบใส่กันเมื่อจีอูพูดจบ คำพูดของเธอทำเอาคนในห้องต้องคิดตาม ความรู้สึกของสองคนนั้นก็คงรู้สึกเหมือนถูกทรยศ ความแค้นที่มีคงจะมากอยู่แล้ว ตอนที่ยุนกิพุ่งไปตบซอกจินบ่งบอกได้อย่างดี

        ต่อจากนี้มันจะเกิดอะไรขึ้นนะ

        “พอเถอะๆ กูว่าเราคุยเรื่องเครียดกันเยอะแล้วนะ” และแมทธิวก็เป็นคนทำลายความเงียบนั้นลง “อีกสักพักไอ้ซอกจินก็คงกลับมาแล้วมั้ง กูว่า พวกกูกลับก่อนดีกว่า เดี๋ยวต้องไปทำธุระต่อด้วย”

        “เออ กลับดีๆ” จองกุกตอบเพื่อน ก่อนจะออกไปส่งเพื่อนทั้งสองที่หน้าประตู พอพ้นสายตาทั้งสองหนุ่มสาว ชายหนุ่มก็ถอนหายใจออกมา

        ตัวเขาไม่เป็นไรหรอก เขาทำผิดจริงๆ ถ้ามันจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น เขาก็จะยอมรับผลที่ตามมา

        แต่กับซอกจิน...

        เพื่อนเขาอาจจะผิดในเรื่องของแทฮยอง แต่ต้นเหตุทั้งหมดจริงๆ มันก็มาจากเขา...

        และก็อย่างที่จีอูบอก คนอย่างแทฮยองเอาแน่เอานอนไม่ได้หรอก

        แต่เขาก็จะไม่ยอมเหมือนกัน ทำเขาได้ แต่ถ้าใครทำรูมเมทเขา ได้เจอกันแน่

 

        “ไหนว่าจะมาคุยเรื่องนั้นไงจีอู” แมทธิวเอ่ยถามแฟนสาวทันทีที่พวกเขาก้าวขึ้นรถ “ที่เราสี่คนไปเห็นพร้อมกันน่ะ”

        “เห็นแค่นั้น เราเอามาเล่าต่อไม่ได้หรอกนะแมทธิว ถึงฉันอยากจะเล่าก็เถอะ” หญิงสาวถอนหายใจ “คงไม่มีอะไรหรอก ยังไงพวกนั้นก็ดูไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลยสักนิด เราอาจจะเข้าใจผิดกันไปเอง

        “แต่ตอนนั้น โซมินกับเธอก็ตงิดใจไม่ใช่เหรอ” เสียงใหญ่ขัดร่างบางที่นั่งอยู่ข้างๆ “เตือนพวกมันหน่อยดีกว่านะฉันว่า”

        “แล้วนายแน่ใจเหรอ ว่าถ้าเราเข้าไปเตือน ไปยุ่ง จองกุกจะไม่ใจร้อนจนเรื่องทุกอย่างมันพังลงไปอีกน่ะ จากที่ฉันดูแล้ว เขาสู้คนพอได้เลย คงจะเป็นไฟ เหมือนๆ กับแทฮยองเลย”

        “...”

        “และถ้ามันเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่เราดันทำให้ทั้งสองบาดหมางกันมากกว่าเดิม มันคุ้มมั้ยล่ะ”

        “...นั่นสินะ”        ร่างสูงพยักหน้ารับคำของจีอู “งั้นเราไปกันเถอะ เราจะไปซื้อแมวกันไม่ใช่เหรอ ฉันอยากเห็นแล้วว่าลูกของเราที่เธอเลือกจะหน้าตาเป็นยังไง”

        “ลูกของเราอะไร ของฉันคนเดียวมั้ย” จีอูหัวเราะเบาๆ ให้กับความขี้ตู่ของแฟนหนุ่มก่อนจะหันหน้าไปอีกทางแก้เก้อ

        หวังว่าการตัดสินใจที่ไม่เล่าจะเป็นเรื่องดีนะ

------------------------------------------------------------------------------------

        เฮลโหลววววววว!!! ไหนใครคิดถึงไรท์บ้างยกมือขึ้นหน่อย ^o^ (ยกมือขึ้นฟาดหน้าแกน่ะสิ ดองเรื่องซะเค็มเลย : รีดเดอร์) ก่อนอื่นก็ สวัสดีปีใหม่ ยินดีต้อนรับเข้าปี 63 นี้นะคะ ใครคิดว่าเราทิ้งนิยายไปแล้วบ้าง 5555 ไม่นะ เรายังไม่ทิ้งนะคะ แต่ปีที่แล้วคือชีวิตเราวุ่นวายมาก ทั้งป่วย (อีกแล้ว) แล้วก็เรื่องเรียน โปรเจ็กต์จบ แถมเรากำลังสนใจเรื่องแคสติ้งเพื่อออดิชั่นไปค่ายของเกาหลีด้วย มันเลยวุ่นวาย แต่ตอนนี้เริ่มลงตัวแล้ว ก็จะกลับมาอัพเรื่อยๆ ให้หายคิดถึงแล้วนะคะ (แต่ระยะเวลาก็อย่างที่รู้ๆ กัน ช่วงนี้เราต้องทำเล่มจบอีก วุ่นวายแน่ 55555) เอาล่ะ เข้ามาเรื่องนิยายดีกว่า ตอนนี้ก็จะเป็นตอนสบายๆ นะคะ เก็บโมเม้นนี้ไว้ แล้วเตรียมตัวปวดหัวไปด้วยกันค่ะ 55555 สุดท้ายนี้ ก็ปีใหม่ ขอให้รีดเดอร์ของเราทุกคนมีความสุขมากๆ คิดสิ่งใดได้สิ่งนั้น แล้วก็อยู่กับเราไปเรื่อยๆ เลยนะคะ ^^ ตอนนี้เราต้องไปแล้ว เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อนั้น ต้องติดตามนะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ ^o^

B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

256 ความคิดเห็น

  1. #256 LiLiMasa (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 17:53
    ต่อๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #256
    0
  2. #255 JeonJin (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 13:02
    ไรท์กลับมาแล้ววววววววว เย้!!!!
    #255
    0
  3. #254 Tsukihana (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 18:51
    เรื่องนี้จะไม่อะไรเลยถ้าต่างคนไม่มัวแต่กลัวแต่ก็ปล่อยให้เลยเถิด ดีใจที่รู้ตัว แต่ชั้นจะตีพวกนายคนละตุ้บ! มา มาให้แม่ฟาด! ถ้าเรื่องไม่แดงเองนายจะหยุดมั้ยหื๊อ!!
    กิกับแทน่าสงสารจริงๆ ค่ะ แต่ก็น่าเป็นห่วง ไม่รู้จะทำอะไร มีแผนอะไรมั้ย นี่กลัวพินัมเสี้ยมอะไรแทด้วย เพราะไม่รู้ว่าเพื่อนๆ จินก็ไปเห็นอะไรมาอีก /สั่น หนาวได้แม้อากาศ30องศา

    ตอนนี้คาดว่าอนาคตน่าจะมีมรสุมลูกใหม่แน่ แน่นอน ได้เวลาแก้ปัญหาแล้วนะพวกนาย

    ปล. พอจะเข้าใจเวลาหยุดไปนานแล้วมาแต่งต่อนะคะ ;-; อาจจะรู้สึกยังไม่เต็มที่ แต่ค่อยๆ เขียนถึงมันไปทีละหน่อยจะเริ่มกลับมาจูนติดเองค่ะ /ส่งกำลังใจ
    #254
    0
  4. #253 Phoorahong_pat (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 07:25
    เย้บบบบบบ ไรท์กลับมาแล้ว//แต่ว่าสองคนจะมีเรื่องให้ปวดหัวกันอีกแล้วใช่มั้ย มาม่าน้อยๆก็จะดีมากค่ะไรท์แบบว่าเรารับม่ายด้ายฉงฉานเค้าเถอะนะคับ
    #253
    0
  5. #252 tienin (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 06:00
    อูยยยยย แทฮยองต้องมีแผนอะไรสินะ ระวังตัวกันหน่อยน้า

    แล้วก็สวัสดีปีใหม่จ้า
    #252
    0
  6. #251 finppns78 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 00:54
    เย้ๆๆไรต์มาต่อแล้ววว คิดถึงเรื่องนี้จังง ยังไงไรต์ก็สู้ๆๆนะคะะ
    #251
    0
  7. #250 RyratchaBLG (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 00:12

    กำลังคิดถึงอยู่พอดีเลย

    สวัสดีปีใหม่นะคะไรท์ขอให้ปีนี้ไรท์เจอแต่เรื่องดีๆนะ
    #250
    0