Fic BTS Just Friend... (KookJin, VGa, MonHope)

ตอนที่ 10 : Chapter 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 949
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 81 ครั้ง
    11 มิ.ย. 61

บทที่ 9

        ตั้งแต่วันนั้นที่ซอกจินไปทานข้าวที่บ้านของแทฮยอง ก็ดูเหมือนว่าร่างบางนั้นจะซึมลงไปจากเดิม

        ถึงคนอื่นจะสังเกตไม่ได้ แต่คนที่อยู่กับคนหน้าหวานตลอดเวลาอย่างจองกุกน่ะสังเกตได้อยู่แล้ว ว่าเพื่อนของเขาเปลี่ยนไปแค่ไหน

        ร่างสูงเหม่อมองออกนอกหน้าต่างพร้อมกับถอนหายใจออกมา ไม่รู้ว่าซอกจินมันทำกรรมอะไรเอาไว้นะ ถึงได้โคจรกลับมาเจอทั้งนัมจุนและโฮซอกอีกครั้งแบบนี้ แถมทั้งคู่ก็อยู่ในสถานะพี่ชายและพี่สะใภ้ของคนรักอีก

        ชีวิตเพื่อนเขามันจะดราม่าเกินไปหรือเปล่าวะเนี่ย

        “เป็นอะไรเหรอครับพี่จองกุก ถอนหายใจซะเสียงดังเลย” เสียงห้าวของใครบางคนปลุกให้จองกุกตื่นจากความคิดตนเอง ก่อนที่เฮดว้ากของวิทยาศาสตร์จะหันไปส่งยิ้มให้คนตัวเล็กที่เดินเข้ามาทักเขา

        “ไม่มีอะไรหรอกยุนกิ พี่ก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะ” เสียงทุ้มว่าแบบนั้น “แล้วเราล่ะ หายไปคุยกับใครมาตั้งนานสองนาน พี่หวงนะเนี่ย”

        “ก็คุยกับพ่อไงครับ จะหวงอะไรอีกล่ะ เราคบกันมาเป็นปีแล้วนะ” ยุนกิหัวเราะ “ผมสิต้องหวง พี่น่ะชอบคิดมากเรื่องรุ่นพี่ซอกจินตลอดเลย นี่ถ้าไม่ได้เป็นแฟนกับพี่ ผมคงคิดว่าพี่ชอบรุ่นพี่ซอกจินแหงๆ”

        “บ้า คิดอะไรแบบนั้นล่ะ” จองกุกหัวเราะบ้าง “ไอ้จินมันเจอเรื่องมาเยอะน่ะ พี่เลยค่อนข้างห่วงมันกว่าเพื่อนคนอื่นหน่อย แต่ระหว่างพี่กับมันก็แค่เพื่อนแหละ

        “แหม ผมชักอยากเป็นเพื่อนพี่แบบพี่จินบ้างแล้วสิ พี่จะได้ห่วงผมแบบนั้นบ้าง”

        “โห นี่ก็ห่วงจนไม่รู้จะห่วงยังไงแล้วครับลูกแมวของพี่” ทำเสียงออดอ้อนพร้อมกับฉวยดึงร่างเล็กที่แกล้งงอนอยู่ข้างเขามานั่งบนตักแกร่งแล้วกอดรัดเอวบางแน่น “พี่ก็ห่วงไอ้จินมันแบบเพื่อนนั่นแหละ พี่สนิทกับมันมาตั้งเด็กๆ ก็ต้องเป็นห่วงมันบ้างสิ แต่กับนายนี่พี่ทั้งห่วงและหวงเลยนะ”

        “ใช่เหรอ ผมไม่เคยเห็นพี่คิดเรื่องผมขนาดนี้เลย”

        “ใช่สิ ก็นายเป็นคนที่พี่รักนี่” ไม่ว่าเปล่า จมูกโด่งยังฉวยกดเข้าที่แก้มนุ่มจนยุนกิร้องออกมาด้วยความตกใจ “จะยังแกล้งงอนอยู่มั้ย ไม่งั้นไม่หยุดแค่หอมแก้มแล้วนะ”

        “พอเลยนะ คนเจ้าเล่ห์” มือขาวรีบดันอกกว้างของแฟนหนุ่มที่ทำท่าจะจู่โจมแก้มของเขาอีกครั้ง “แล้วรู้ได้ไงว่าผมแกล้งงอน ผมอาจจะไม่พอใจจริงๆ ก็ได้นะ”

        “พี่รู้จักนายดี นายไม่มีทางหึงพี่กับคนที่เป็นแฟนของเพื่อนตัวเองหรอก” จองกุกหัวเราะเบาๆ พร้อมกับเกยคางลงบนไหล่บอบบาง “อีกอย่าง ยุนกิของพี่น่ารักขนาดนี้ พี่จะหันไปมองไอ้จินแทนได้ยังไง”

        “ปากหวานนักนะ” ยุนกิหันไปหยิกจมูกโด่งอย่างมันเขี้ยว “หิวหรือยังครับ เดี๋ยวผมจะไปทำอะไรมาให้กินนะ”

        “หิวสิ” ร่างสูงกระซิบข้างใบหูบางด้วยเสียงทุ้มต่ำจนคนในอ้อมกอดถึงกับขนลุก “แต่อยากกินลูกแมวตัวนี้น่ะ ได้มั้ย”

        “หยุดเลยครับพี่จองกุก” เสียงหวานแหวเสียงดังพร้อมกับลุกจากตักของคนรักด้วยใบหน้าที่แดงจัด “ทำไมชอบพูดจาแบบนี้อ่ะ ผมเขินนะ ><

        “ก็เพราะเราเขินไง พี่เลยชอบแกล้ง” เสียงทุ้มบอกกลั้วหัวเราะ ก่อนลุกขึ้นยืนตามร่างเล็ก “มา จะทำอะไรกินกันดีล่ะ เดี๋ยวพี่ช่วย”

        “ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วครับ พี่ทำอาหารเก่งกว่าผมนะ พี่ต้องมาช่วยผมอยู่แล้ว” ยุนกิหัวเราะบ้าง ก่อนที่คู่รักจะพากันไปที่โซนครัวของคอนโดแล้วเริ่มประกอบอาหารกันอย่างมีความสุข

 

        ซอกจินนั่งเงียบมาตลอดทางตั้งแต่ที่ออกมาจากบ้านของแทฮยอง

        ไม่ใช่แค่ครั้งแรกที่มาเหยียบบ้านหลังนี้ในฐานะสะใภ้คนเล็กของตระกูลคิม แต่ร่างบางเป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่ได้มาช่วยโฮซอกทำเค้ก

        และนั่นก็ทำให้ผู้ที่เป็นแฟนหนุ่มของเขานั้นเริ่มไม่สบายใจที่เห็นคนรักเป็นแบบนี้

        “พี่จินครับ ช่วงนี้พี่มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าครับ”

        “หืม? ช่วงนี้เหรอ” เสียงหวานเว้นจังหวะไปสักพัก ก่อนจะตอบกลับมา “ก็ไม่มีอะไรนี่ พี่สบายดี”

        “เหรอครับ แต่ช่วงนี้พี่ดูเงียบๆ ไปนะ แน่ใจนะครับว่าไม่มีอะไร”

        “แน่ใจสิ นายไม่ต้องห่วงหรอก” พูดพร้อมกับหันไปส่งยิ้มให้แฟนหนุ่ม “คิดมานะเรา เดี๋ยวนี้น่ะ”

        “แฟนผมทั้งคน ผมจะไม่คิดได้ยังไงล่ะ” ร่างสูงทำหน้ามุ่ยเล็กน้อย “แล้วพี่จะไปไหนหรือเปล่าครับ หลังจากแยกกับผมแล้ว”

        “ก็ไม่ไปไหนนะ นอนอ่านนิยายอยู่คอนโดนั่นแหละ”

        “งั้นไปเดินเล่นที่แม่น้ำฮันกันเถอะ” เสียงทุ้มบอกอย่างร่าเริง “ไปรับลมเย็นๆ ดูพระอาทิตย์ตกแล้วก็ถ่ายรูปกัน ผมว่ามันคงโรแมนติกมากแน่ๆ เลย”

        ซอกจินหันไปมองแฟนตัวเองที่ยังคงเอ่ยเจื้อยแจ้วตามประสาคนร่าเริง ก่อนจะยกยิ้มออกมาบางๆ เมื่อเริ่มคิดตามความคิดของคนรัก

        เดินเล่นแม่น้ำฮันกับแฟนงั้นเหรอ ก็ไม่เลวนะ

        เผื่อมันจะทำให้เขาหายเครียดขึ้นมาบ้าง นิดนึงก็ยังดี

        “ว่าไงครับพี่จิน สนใจมั้ย”

        “อื้ม เอาสิ”

 

        “พี่จิน หันมานี่หน่อย”

        “หืม?”

        แชะ!

        ร่างบางทำหน้าเหวอเมื่อได้ยินเสียงชัตเตอร์จากโทรศัพท์ของคนน้องที่หันกล้องมาทางเขา ในขณะที่แทฮยองก็หัวเราะออกมาเสียงดังเมื่อแอบถ่ายรูปคนรักได้สำเร็จ

        “เรียบร้อย พี่ต้องเห็นหน้าตัวเองเมื่อกี้อ่ะ ตลกมากเลย ^o^

        “เดี๋ยวจะโดนนะแทฮยอง” ซอกจินชี้หน้าคาดโทษ จริงๆ เลยนะเด็กคนนี้ ชอบแอบถ่ายรูปเขาตลอดเลย “ก็บอกแล้วไงว่าถ้าอยากถ่ายรูปพี่ก็เรียกเลย มาแอบถ่ายแบบนี้นี่นิสัยไม่ดีเลยนะ L

        “ก็พี่ตอนเผลอมันน่ารักนี่ครับ” ร่างสูงบอกด้วยรอยยิ้ม “พี่จินของผมนี่สวยจริงๆ เลยนะ ไม่ว่าจะรูปไหนก็ดูดีหมดเลย”

        “ไม่ต้องมาแกล้งชมเลย ไหนเอามาให้พี่ดูซิ” ไม่ว่าเปล่า ร่างบางยังขยับเข้าไปใกล้แฟนหนุ่มของตัวเองมากขึ้นเพื่อดูรูปบนหน้าจอโทรศัพท์ “แทฮยองงงงง รูปนี้น่าเกลียดอ่ะ ลบเลยนะ -0-

        “โห รูปนี้น่ารักจะตายพี่ ไม่เอา ผมไม่ลบอ่ะ”

        “แทฮยอง ลบเถอะ มันน่าเกลียด T^T

        “ไม่เอา :Pแทฮยองยังคงปฏิเสธ ก่อนจะหัวเราะออกมาที่เห็นแฟนหน้าหวานของตัวเองทำหน้ามุ่ย “รูปนี้น่ารักจริงๆ นะพี่ ผมจะเอาไว้ดูก่อนนอน จะได้ฝันดีไง”

        “ฝันร้ายน่ะสิไม่ว่า -0-

        “ฝันดีสิครับ นี่รูปนางฟ้าเชียวนะ ผมจะฝันร้ายได้ยังไง ^^

        “...พอเลย” บางทีร่างบางก็อยากจะฟาดแฟนหนุ่มของตัวเองด้วยอะไรสักอย่างนะ หมั่นไส้ความขี้เต๊าะของหมอนี่จริงๆ เป็นแฟนกันแล้วก็ยังไม่เลิกนิสัยแบบนี้อีก “ตอนพี่ไม่อยู่ด้วยนี่ไปปากหวานกับคนอื่นป่ะเนี่ย”

        “โห มีแฟนน่ารักขนาดนี้ ผมจะไปมองใครได้ล่ะครับ” ว่าด้วยเสียงออดอ้อนพร้อมถูหัวลงบนไหล่บอบบางราวกับว่าตัวเองเป็นลูกหมาที่กำลังอ้อนเจ้าของ “ผมหลงพี่จะตายอยู่แล้ว ยังไม่รู้อีกเหรอ”

        “ทำเป็นปากหวาน” นิ้วเรียวหยิกจมูกโด่งของแฟนหนุ่มอย่างมันเขี้ยว “บางทีพี่ก็เลี่ยนนะ กับความขี้เต๊าะของนายเนี่ย”

        “ยังไม่ชินอีกเหรอครับ ผมก็พูดแบบนี้กับพี่ตลอด” แหนะ ยังยอมรับอีกว่าตัวเองขี้เต๊าะ “พี่จะได้รู้สึกเหมือนโดนผมจีบตลอดเวลาไง ไม่ดีเหรอ

        “ใครจะอยากรู้สึกแบบนั้นตลอดเวลาล่ะ” ถึงจะว่าแบบนั้น แต่ใบหน้าหวานกลับมีรอยยิ้มบางๆ ขึ้นมา ซอกจินพยายามหลบรอยยิ้มไปอีกทางแต่แฟนหนุ่มของเขาก็ยังสังเกตมันได้

        “แหนะ ยิ้มแล้ว” ไม่ว่าเปล่า มือหนายังจับให้ใบหน้าเรียวหันมามองตัวเอง “พี่ยิ้มแล้วสวยมากเลยนะ เหมาะกับพี่มากกว่าใบหน้าเศร้าๆ แบบตอนอยู่ในรถอีก”

        “...แสดงว่าที่ชวนมาที่นี่ เพราะอยากให้พี่หายเศร้าสินะ” คนหน้าหวานหัวเราะเบาๆ “ก็บอกแล้วว่าไม่ได้เป็นอะไรไง ทำไมไม่เชื่อกันเลยนะ”

        “เห็นหน้าพี่แบบนั้นแล้วใครเชื่อก็แปลกแล้วครับ” แทฮยองหัวเราะบ้าง “ตั้งแต่ที่พี่ไปทานข้าวที่ครอบครัวของผม พี่ก็ซึมมาตลอดเลย ผมไม่รู้ว่าวันนั้นพี่มีอะไรกับพี่ชายและพี่สะใภ้ผม แต่ผมไม่สบายใจเลยที่เห็นพี่ซึมไปแบบนั้น และพี่ก็ดูซึมขึ้นไปอีกเวลาที่พี่มาช่วยพี่โฮซอกทำเค้กทุกๆ ครั้ง ถ้าพี่ไม่อยากมาทำแบบนี้ก็บอกผมสิครับ พี่จะได้ไม่ต้องลำบากใจด้วย”

        นี่แหละ ที่ทำให้เขาเปิดใจให้แทฮยองก็เพราะแบบนี้แหละ

        เพราะนิสัยเป็นห่วงคนอื่นมากแบบนี้แหละ ซึ่งเป็นสิ่งที่ซอกจินประทับใจมากๆ

        และก็เป็นนิสัยที่ทำให้เขาหลงรักเพื่อนตัวเองอย่างจองกุก...

        แต่เขาจะทำให้แทฮยองลำบากใจมากกว่านี้ไม่ได้หรอก ยิ่งเรื่องของพวกเขาสามคนด้วย ยิ่งไม่ได้ใหญ่

        จะเริ่มใหม่แล้วนะ อย่าเอาเรื่องเก่าๆ เข้ามาในความรู้สึกอีกเลย

        “ไม่เป็นอะไรหรอกน่า ให้พี่ไปช่วยคุณโฮซอกเหมือนเดิมนี่แหละ ดีแล้ว” ว่าพร้อมกับส่งยิ้มให้แฟนหนุ่ม “วันนั้นมันก็แค่เรื่องเข้าใจผิดเล็กๆ น้อยๆ น่ะ แต่นายไม่ต้องห่วงหรอก พี่ชอบทำเค้กอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น พี่เต็มใจที่จะช่วยนายมากๆ เลย”

        ใช่ แทฮยองจะต้องไม่รู้เรื่องนี้ และจะต้องไม่คิดมากเรื่องนี้

        เรื่องไม่น่าจดจำแบบนั้น ปล่อยมันไปเถอะ...

        “แน่นะครับ?”

        “แน่สิ คิดมากอีกแล้วนะเรา” มือเรียวทาบลงบนมือใหญ่ที่วางอยู่ข้างแก้มเขาอย่างแผ่วเบา “ตราบใดที่มีนาย พี่จะไม่เป็นไร เพราะพี่มีนายอยู่ข้างๆ ไง”

        “...โห ผมไม่รู้จะพูดอะไรต่อเลยอ่ะ พี่เล่นพูดไปหมดแล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยแบบนั้น “รักพี่นะครับพี่จิน มีอะไรต้องบอกผมนะ อย่าเก็บไปเครียดคนเดียว ไม่งั้นผมจะโกรธมากๆ เลย”

        “รู้แล้วน่า นายก็เหมือนกัน ถ้ามีอะไรแล้วไม่บอกล่ะน่าดู”

        คนผิวเข้มหัวเราะให้กับการขู่ที่แสนน่าเอ็นดูของคนอายุมากกว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะเผลอสบตากันอย่างไม่ตั้งใจ

        แสงอาทิตย์ยามเย็นไล้ไปตามผิวของคนทั้งคู่ แทฮยองมองใบหน้าสวยตรงหน้านิ่งราวกับต้องมนต์สะกด เช่นเดียวกับซอกจินที่มองใบหน้าหล่อคมของรุ่นน้องหนุ่มราวกับละสายตาออกไปไม่ได้เช่นกัน

        ระยะห่างระหว่างพวกเขานั้นน้อยลงเรื่อยๆ จนในที่สุด...

        ริมฝีปากหยักก็ทาบทับลงบนริมฝีปากอิ่มสวย

        มือหนาประคองใบหน้าหวานให้รับกับจูบของเขา ลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดนำทางในแฟนตัวเล็กตามจูบของตัวเองได้ ซึ่งมันก็ไม่ใช่จูบแรกของซอกจิน เพียงไม่นาน ร่างบางก็สามารถตอบรับจูบของคนรักได้

        แทฮยองกดสัมผัสให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น สัมผัสที่พวกเขามอบให้กันในตอนนี้นั้นแฝงไปด้วยความรู้สึกหลากหลายจนแทบจะแยกไม่ออก

        แต่ที่ซอกจินสัมผัสได้ คือจูบนี้มีแต่ความอ่อนโยนและอ่อนหวานที่มอบมาให้เขา

        มันไม่เหมือนจูบของจองกุก เวลาที่เพื่อนมอบสัมผัสแบบนี้ให้เขา มันมักจะมีแต่ความใคร่ ความร้อนแรง จนพาให้ร่างกายอ่อนระทวยตามสัมผัสของหมอนั่น

        แต่จูบของแทฮยองนั้นต่างออกไป สัมผัสที่แฟนหนุ่มมอบให้เขานั้นมันแผ่วเบาและอ่อนโยนราวกับต้องการทะนุถนอมตัวเขาให้มากที่สุด นอกจากนี้ยังให้ความรู้สึกปลอดภัยอีกด้วยเมื่อถูกคนผิวเข้มโอบกอดร่างไว้ช้าๆ

        เขาชักหลงใหลในสัมผัสที่แทฮยองมอบให้ซะแล้วสิ

 

        โฮซอกนั่งนิ่งอยู่หน้าโทรทัศน์มาได้สักพักแล้ว

        หลังจากที่ให้ซอกจินมาช่วยทำขนมที่จะนำไปขายในร้านของแทฮยองแล้ว พอรุ่นน้องทั้งสองคนกลับไป ร่างบางของสะใภ้ใหญ่แห่งตระกูลคิมก็ได้แต่นิ่งแบบนี้

        ความสัมพันธ์ของเขาและซอกจินไม่เคยดีขึ้นเลย

        แม้ว่าเขาจะพยายามเข้าหาหรือว่าทำดีกับรุ่นน้องคนนี้แค่ไหน แต่เจ้าตัวก็มักจะถอยห่างและขีดเส้นกั้นระหว่างพวกเขาไว้ตลอด

        เขาไม่สบายใจเลยที่เป็นแบบนั้น จริงๆ ก็พอจะรู้มาตั้งนานแล้วว่าซอกจินเป็นคนตรงๆ ที่รู้สึกอะไรก็มักจะแสดงออกมา ถึงจะไม่แสดงความรู้สึกในด้านลบออกมาชัดเจน แต่เจ้าตัวก็คงไม่คิดจะสนิทสนมกับคนที่เกลียดแน่

        แต่ทำยังไงได้ล่ะ มันก็เป็นเพราะเขาเองแหละ

        เพราะเขาที่เข้ามาทำลายทุกอย่าง

        เพราะเขาที่ทำร้ายรุ่นน้องคนนั้นเอง

        และก็เป็นอย่างที่อีกคนบอกไว้นั่นแหละ จริงๆ แล้วเขาเลี่ยงได้ แต่เขาไม่ทำ เพราะว่าเขาก็รัก...

        “นี่ดูทีวีหรือให้ทีวีดูเนี่ย ว่าที่ภรรยาของฉัน” เสียงทุ้มที่เอ่ยหยอกปลุกให้ร่างบางตื่นจากความคิด โฮซอกหันไปตามทิศของเสียง ก็พบกับว่าที่เจ้าบ่าวของตัวเองที่กำลังเดินเข้ามาหา “เปิดทีวีแต่เหม่อขนาดนั้นนี่จะดูรู้เรื่องมั้ยเนี่ย”

        “กลับมาแล้วเหรอครับนัมจุน” สะใภ้ใหญ่ของตระกูลคิมส่งยิ้มให้คนรักพร้อมกับเปลี่ยนเรื่อง “เหนื่อยมั้ย นั่งก่อนสิ เดี๋ยวผมไปเตรียมน้ำมาให้”

        “ไม่ต้องหรอก แค่ได้กอดเธอ ฉันก็หายเหนื่อยแล้ว” ไม่ว่าเปล่า ร่างสูงยังทิ้งตัวเองลงบนโซฟาตัวเดียวกับคู่หมั้น พร้อมกับรั้งร่างบางเข้ามากอดแนบกาย “เป็นยังไงบ้างวันนี้ ได้ข่าวว่านัดซอกจินมาช่วยทำขนมเหรอ”

        “ใช่แล้วครับ” เสียงหวานตอบรับ “วันนี้คุณแม่นำผลไม้ใหม่มาให้อีกแล้ว ผมกับคุณซอกจินเลยได้โอกาสทำเมนูขนมและเมนูสมูทตี้ใหม่ให้ทางร้านเลย...”

        “เดี๋ยวนะ เมื่อกี้เธอบอกว่าคุณแม่ของเธอมางั้นเหรอ” นัมจุนถึงกับก้มมองคนในอ้อมแขนทันที “แล้วท่านได้เจอกับซอกจินมั้ยน่ะ”

        “ไม่ครับ ท่านกลับไปก่อนที่แทฮยองจะพาคุณซอกจินห้านาทีเอง ตอนแรกผมก็กลัวเหมือนกันว่าทั้งสองจะพบกัน” ร่างบางหัวเราะเบาๆ “นอกนั้นทุกอย่างก็โอเคหมดครับ คุณซอกจินเขาเก่งทางด้านนี้อยู่แล้ว ทุ่นแรงผมไปได้เยอะเลย”

        “แล้วเรื่องความสัมพันธ์กับซอกจินล่ะ โอเคขึ้นมั้ย”

        “...ไม่เลยครับ เป็นอย่างไรก็เหมือนเดิม” โฮซอกถอนหายใจ “และผมก็ทำใจแล้วครับว่ามันจะเป็นอย่างนี้ต่อไป ก็ผมเป็นคนทำ...”

        “ไม่ใช่เธอ แต่เป็นฉัน” เสียงทุ้มขัดอีกครั้ง พร้อมกับเชยคางคนหน้าหวานให้เงยขึ้นมาสบตาตัวเอง “ไม่ใช่เธอที่เป็นสาเหตุนะโฮซอก ทุกอย่างมันเป็นเพราะฉัน ฉันทำลงไปเอง ตัดสินใจเองทุกอย่าง เธอไม่ได้ผิดอะไรเลย”

        “ไม่ใช่หรอกครับ นัมจุนไม่ผิดเลยต่างหาก” เสียงหวานตอบกลับ “ผมว่าเราอย่าคุยเรื่องนี้กันเลยนะ ไม่งั้นก็ไม่จบสักที”

        “...ได้” ร่างสูงยอมจำนนอย่างง่ายดาย เพราะแน่นอน ถ้าเขาเถียงกันเรื่องนี้ก็ไม่มีวันจบหรอก “แล้วเธอโอเคมั้ย ถ้าต้องอยู่กันแบบนี้ อีกไม่นานซอกจินก็คงจะมาเป็นสะใภ้เล็กของที่นี่ ฉันห่วงความรู้สึกเธอว่าจะเป็นยังไง”

        “ถ้าแทฮยองกับคุณซอกจินรักกัน ผมไม่มีปัญหาหรอกครับ” ร่างบางส่งยิ้มให้คนรักของตัวเองสบายใจ “ที่ผมห่วงคือความรู้สึกของคุณซอกจินมากกว่า เขาคงลำบากใจมากถ้าต้องเจอผมทุกวัน”

        “ฉันว่าเราควรทำอะไรสักอย่าง...”

        “ถ้านัมจุนหมายถึงแบบนั้น หยุดคิดเลยนะครับ” เสียงหวานเอ่ยเสียงแข็งราวกับอ่านใจร่างสูงออก “ผมรู้ว่าที่นัมจุนไม่ได้มีเจตนาไม่ดีหรอกที่คิดแบบนี้ นัมจุนไม่อยากให้เราสองคนรู้สึกผิดมากกว่านี้และก็ไม่อยากให้คุณซอกจินต้องมาเจ็บปวดเพราะเราอีก แต่นัมจุนลองคิดดูสิครับ คนที่เคยโดนแบบนี้มาแล้ว ถ้าต้องมาเจออีก เขาจะรู้สึกยังไง”

        “...”

        “อย่าทำร้ายเขาไม่ว่าจะในระยะสั้นหรือระยะยาวอีกเลยนะครับ ถึงแม้ความสัมพันธ์ของพวกเรามันจะไม่ดีเลย แต่เราก็อยู่ร่วมกันได้ไม่ใช่เหรอครับ”

        “...”

        “ถ้านัมจุนรู้สึกว่าเราเป็นฝ่ายผิดจริงๆ เชื่อผมนะ”

        “...เฮ้อ โอเค ถ้าเธอว่าอย่างนั้น ฉันก็จะเชื่อเธอ” นัมจุนเอ่ยอย่างยอมแพ้ ก็จริงอย่างที่แฟนเขาว่า ถึงคราวที่แล้วเขาจะไม่ได้เป็นคนทำแต่คงไม่มีใครอยากโดนทำร้ายด้วยวิธีเดิมหรอก “แต่ถ้าเธอไม่ไหว เธอต้องบอกฉันนะ ยิ่งเป็นคนคิดมากอยู่ด้วย”

        “ครับ ไม่ต้องห่วงหรอกนัมจุน ผมไม่เป็นอะไรง่ายๆ หรอก” ส่งยิ้มให้คนที่กอดตัวเอง ก่อนจะมุดเข้าหาอกกว้างแสนอบอุ่น

        พร้อมๆ กับรอยยิ้มที่ค่อยๆ จางไป

        มันถึงเวลาที่เขาต้องรับ มันก็ต้องรับให้ไหวแหละ
--------------------------------------------------------------------
        ยังคงความอึมครึมอย่างต่อเนื่อง 55555 สวัสดีค่ะทุกคนนนนนน เรากลับมาแล้วววววว >< ขอโทษนะคะที่หายไปนานเลย ก็เหตุผลก็แจ้งไว้ในทวิตเตอร์และนิยายเรื่องอื่นๆ แล้ว ขอไม่พูดถึงแล้วกันค่ะเพราะมันไม่ใช่เรื่องที่น่าพูดสักเท่าไหร่ 555555 เอาเป็นว่าเรามีปัญหานิดหน่อยจนทำให้มันอัพนิยายไม่ได้แค่นั้นแหละค่ะ 55555 เข้าเรื่องกันดีกว่า ยัยพี่เราเริ่มเปิดให้แตยองแล้วววว (ใครเชียร์คู่นี้บ้างยกมือขึ้น ^o^) เรื่องราวก็เริ่มมีปมมากขึ้นเรื่อยๆ และจะเป็นอย่างนี้ไปอีกนานค่ะ 555555 เอาเป็นว่า ตอนหน้าจะเป็นอย่างไรนั้น ต้องติดตามนะคะ ตอนนี้เราต้องไปแล้วเพราะมีเรียน 555555 สามารถให้กำลังใจไรท์ด้วยการคอมเม้น เล่นแท็ก #แค่เพื่อนกุกจิน ในทวิตเตอร์ หรือแค่กดให้กำลังใจก็ดีมากแล้วค่ะ แล้วเจอกันตอนหน้านะคะ ^o^
B
E
R
L
I
N
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 81 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

256 ความคิดเห็น

  1. #216 fernfern_br (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 23:04
    เราเชียร์แทแทสุดหัวจัยยยย
    #216
    0
  2. #144 Reajinkim1 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 10:32
    ให้เพลงนี้เลย The truth untold
    #144
    0
  3. #134 Kim_SeokJin1992 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 05:03
    ยัยพี่เริ่มตกหลุมรักแทๆแล้ว งื้ออออออ น่าร้ากกกกกกก รัดไปเลยลูก อย่าไปสนใจจองกุกเลย และจะได้ลืมความเจ็บปวดได้
    #134
    0
  4. #133 Nayhrp (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 23:56
    สงสารพิจินจัง คงลำลากใจมาก แต่โชคดีที่มีแทฮยองอยู่ข้างๆ ดีใจมากค่ะที่พี่จินเริ่มเปิดใจให้แทบ้างแล้ว จะได้ตัดใจจากจองกุกสักที ส่วนนัมจุน. . .ผิดหวังมากค่ะ ทำร้ายพี่จินไปรอบนั้นยังไม่พออีกหรอ ทำไมถึงคิดจะทำร้ายกันอีกรอบแบบนี้ เห็นพี่จินเป็นตัวอะไร!
    #133
    0
  5. #132 K_meaw_JJK (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 20:57
    กัปตันจะไม่สนใจพี่จินเลยหรอคะ มองยังไงก็ไม่มีทางมารักกันเลยอ่า สงสารยัยพี่จัง
    #132
    0
  6. #131 rungnapha (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 10:11

    อร้ายยยยยยยย เขินพิจินจูบกับพิวีอ่าา งื้ออออ ดร้ายกันสักครั้งนะคะ เอาให้พิจินลืมพิกุกไปเลย เชียร์ๆๆๆ

    #131
    0
  7. #130 loognut_chacha (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 10:07
    เรารู้สึกถึงความไม่ได้รักแทฮยองของพี่จินอ่ะ ละยิ่งมีเรื่องพี่นัมจุนมา ถึงจะเริ่มเปิดใจแล้วเราว่าก็ยังไม่รักอยู่ดี ... ค่ะ เราชงกุกจินเต็มที่ กัปตันอื่นจะมาแล่นเรือแซงกัปตันกุกมั่ยดั้ยยยย TT
    #130
    0
  8. #129 loognut_chacha (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 10:07
    เรารู้สึกถึงความไม่ได้รักแทฮยองของพี่จินอ่ะ ละยิ่งมีเรื่องพี่นัมจุนมา ถึงจะเริ่มเปิดใจแล้วเราว่าก็ยังไม่รักอยู่ดี ... ค่ะ เราชงกุกจินเต็มที่ กัปตันอื่นจะมาแล่นเรือแซงกัปตันกุกมั่ยดั้ยยยย TT
    #129
    0
  9. #128 tienin (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 06:09
    ยุนกิต้องคิดจริงแล้วล่ะถึงจะทำเป็นเล่นก็เถอะ. จินสู้นะต้ิงให้เวลาทำใจบ้างอ่ะเนอะ
    #128
    0